เหนือคุณเท่ากับแฟน (Yaoi) END

ตอนที่ 13 : [12] ก็ดันตากเสื้อไว้ที่บ้านคนอื่น (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37,633
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,769 ครั้ง
    19 ส.ค. 62



[12] ก็ดันตากเสื้อไว้ที่บ้านคนอื่น

เพราะไปกินข้าวเช้ากับไอ้คุณมา ผมเลยมาถึงมอช้ากว่าปกตินิดหน่อย อีกไม่กี่นาทีจะเริ่มคาบแรกอยู่แล้ว ได้รับสายตาแปลกใจจากพวกไอ้สหัสตามคาด ยิ่งตอนผมขอยืมปากกากับดินสอมันมาใช้หน้ายิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่

“กลับบ้านมาเหรอวะ เครื่องขงเครื่องเขียน แฟ้มกับกระดานก็ไม่เอามาวันนี้”

นิ้วผมที่กำลังหมุนดินสอเล่นหยุดชะงัก มันกลิ้งตกไปบนโต๊ะ หยิบขึ้นมาเล่นใหม่ก็ครางรับ “อืม”

“อ้อ ดีอ้ะ กูอยากกลับมั่ง เออ ละเรื่องงานของจารย์มนตรีมึงเคลียร์ไปถึงไหนละ กูกะว่าจะทำตั้งแต่เนิ่นๆ พอใกล้ถึงสอบไฟนอลจะได้ไม่ต้องมารีบมาก ช่วงนั้นวิชาอื่นคงสั่งงานกองเต็ม”

“ยังไม่ได้ทำเลยว่ะ”

อีกราวๆ เกือบสามอาทิตย์ถึงจะเป็นช่วงสอบไฟนอล พอไอ้สหัสพูดขึ้นมาผมก็แจกแจงบรรดางานที่ได้รับมาทั้งหมดเป็นแผนผังอยู่ในหัว ตอนแรกก็ไม่ได้จะรีบทำอะไรหรอก แต่คิดไปคิดมา เวลามันผ่านไปเร็ว รู้สึกว่าก่อนหน้านี้ตัวเองเพิ่งจะสอบมิดเทอมไปเอง นี่อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะไฟนอลอีกแล้ว...

อย่างน้อยถ้ายังไม่เริ่มทำตอนนี้ ก็คิดเอาไว้ก่อนก็ดีว่าอันไหนควรจัดการก่อนหลัง

คาบเรียนช่วงเช้าผ่านไป พอถึงเที่ยง อากาศและแดดที่ร้อนเปรี้ยงๆ ของไทยก็ทำให้ไม่อยากออกไปไหนไกล แดกมาจะสามปีเต็ม เบื่อแค่ไหนก็ต้องแดกในแคนทีนต่อไป

ส่วนคาบเรียนช่วงบ่ายผมไม่ได้นั่งง่วงเหงาหาวนอนเพราะกินมาอิ่มๆ เหมือนทุกที อาจเพราะเมื่อคืนได้นอนยาวหลายชั่วโมง ไม่อยากจะพูดอวยอะไร แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเตียงในห้องไอ้เชี่ยคุณแม่งอย่างนิ่มอ่ะ นอนเพลินโคตรๆ

“กินข้าวป่ะ อยากแดกน้ำแข็งไสด้วยว่ะ”

“เอาป่ะๆ”

พอเลิกพวกมันก็ชวน “ก็ได้ วันนี้เลิกเร็ว กูไม่ได้เอาไอ้เซ็กเธาว์มาพอดี แวะไปส่งด้วย”

“อ้าว ไมไม่เอารถมา แล้วเมื่อเช้ามามอไงเนี่ย ถึงว่ามาช้ากว่าทุกที”

“เดิน อย่าถามมาก”

เอกผมกับอีกเอกเลิกพร้อมกัน เลยเสียเวลารอลิฟต์อยู่ครู่หนึ่ง พอลงมาจากชั้นบน ตาก็เห็นกลุ่มสาวๆ ห้าหกคนยืนล้อมผู้ชายร่างสูงสมส่วนซึ่งนั่งอยู่ตรงโต๊ะหน้าลิฟต์พอดิบพอดี

“...” ผมกลอกตา

“โป้”

หันมาเห็น ไอ้คุณก็ลุกขึ้นแหวกหนีบรรดาสาวๆ มาทางนี้

“มึงมาทำไมอีกเนี่ย”

“กินข้าว”

“ไอ้พวกนี้ชวนกูแล้ว” ผมยักไหล่ บุ้ยหน้าไปด้านข้าง

ไอ้คุณมองตามไป ใบหน้ายังมีรอยยิ้มสบายๆ อยู่อย่างทุกที คิ้วเข้มข้างหนึ่งเลิกขึ้นสูง จ้องหน้าพวกมันนิ่ง ต่อมาจู่ๆ ไอ้สหัสก็โบกมือ “โอเค กูไม่ไปละ”

หน้าผมยุ่งทันควัน “อะไรของมึงวะไอ้สหัส”

“มึงไปกับไอ้คุณเหอะ เดี๋ยวกูไปกับไอ้พลก็ได้”

“เกรงใจว่ะ” ไอ้คุณเสือกขึ้นมา สีหน้ามันแสดงว่าลำบากใจ แต่ดันเดินเข้ามาคล้องไหล่ผมไว้ เบี่ยงหน้าก้มลงมาพูดอย่างอารมณ์ดี “งั้นไปเถอะ อยากกินอะไรคนเก่ง”

“เดี๋ยว หยุดเลยไอ้เวร” ผมดึงมือมันออก “ใครจะไปกับมึง กูตอบจะไปกับพวกไอ้พลก่อนแล้ว”

“ไม่เป็นไร มึงไปกับไอ้คุณเหอะ”

“...”

ผมหันไปถลึงตาใส่คนพูด ไอ้เชี่ยสหัสนี่ยังไง เพื่อนอุตส่าห์จะไปกินด้วยแม่งไล่ให้ไปกับคนอื่น

“งั้นก็ไปกินด้วยกันก็แล้วกัน พวกไอ้ดริวอยู่ที่ร้านบุฟเฟ่ต์” ไอ้คุณเสนอขึ้นมา จากนั้นมันก็ขยับแขนมาดึงไหล่ผมเอาไว้อีกรอบ ผมทำหน้ารำคาญมันก็หน้าด้าน “ตอนแรกกูปฏิเสธมันไปเพราะจะไปกับมึงสองคน แต่ก็เอาเหอะ”

ผมใช้มือยันหน้ามันให้ถอยออกไป “มึงนัดช้าเอง ช่วยไม่ได้”

“งั้นกูนัดล่วงหน้า...”

“...”

“ทุกวันตอนเย็น”

“มึงจะตามหลอกหลอนกูรึไง”

คนฟังแม่งขำ ออกแรงรั้งแขนให้ผมเดิน “ป่ะ”

เพราะวันนี้ไม่ได้เอามอไซค์มา เลยต้องติดรถใครสักคนไปด้วย ไอ้คุณมันคล้องคอผมไม่ปล่อย เลยจำต้องขึ้นเล็กซัสไปกับมัน ซึ่งรถมันก็เสือกเป็นรถสองที่นั่ง พวกไอ้พลเลยต้องเอารถตัวเองขับตามมา มองกระจกข้างให้แน่ใจว่าพวกมันตามมาจริงๆ แล้วก้มเล่นมือถือไม่ได้ใส่ใจอีก ยังไงร้านที่จะไปก็ร้านเดียวกันอยู่แล้ว

นี่ยังเพิ่งสี่โมงเย็น ร้านที่พวกเพื่อนไอ้คุณมานั่งเลยไม่ใช่ร้านขายแอลกอฮอล์ แต่เป็นข้าวแยกกับตักไม่อั้นเหมือนพวกบุฟเฟ่ต์ในโรงแรม มีทั้งของหวานของคาว

เหมือนไอ้คุณจะไลน์บอกเพื่อนไว้แล้ว โต๊ะที่พวกนิเทศนั่งเลยเป็นโต๊ะใหญ่ ว่างอีกสี่ห้าที่พอดี

ผมกำลังคุยกับรุ่นน้องเรื่องผลบอลก่อนหน้านี้อยู่ เงยหน้าขึ้นมองแว้บๆ ก็เห็นบรรดาเพื่อนมันราวๆ ห้าหกคน ที่คุ้นหน้าคุ้นตาก็มีแค่ไอ้ดริวหัวแดง กับไอ้บาสที่ผมเคยเมาไปนอนห้องมัน แล้วก็ ...ไอ้เชี่ยไม่รู้ชื่อที่มันไม่ชอบขี้หน้าผม

นอกจากไอ้ที่ไม่ชอบหน้าผม ทุกคนก็ยิ้มแย้มพยักหน้าให้แบบเป็นมิตรดี

“อ้าว มาแล้วๆ”

“ไอ้คุณๆ นั่งนี่เลยๆ ที่ประจำมึง”

“ไว้ให้ไอ้พลไอ้สหัสแล้วกัน พวกมันหาที่จอดรถอยู่” มันส่ายหน้าว่าน้ำเสียงสบายๆ ดึงแขนผมที่ยังกดมือถือให้นั่งลงด้านหนึ่ง ก่อนที่มันจะนั่งข้างๆ

“เชี่ยนี่แม่งตั้งแต่มีเมี... เอ่อ รู้จักไอ้โป้ แม่งกลายเป็นแบบนี้ไปเลยอ่ะ”

“ทำมางอน มึงตอนที่คบอยู่กับน้องแก้วก็แบบนี้เถอะว่ะ”

พวกนิเทศก็เฮฮาร่าเริงกันตามประสาเด็กมหาลัยทั่วไป ยิ่งมีไอ้พลไอ้สหัสมาเพิ่มก็ยิ่งครึกครื้นเข้าไปใหญ่ นอกจากตอนไปดื่มด้วยกันเมื่อปีก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมากินข้าวด้วย ถึงจะไม่ได้สนใจฟังว่าพวกมันคุยเล่นอะไรกัน และรู้อยู่แล้วว่าพวกเพื่อนตัวเองออกมากับเด็กนิเทศบ่อย แต่เพิ่งจะเคยเห็นว่าพวกมันสนิทกันขนาดนี้ก็วันนี้วันแรก

“เสือน้อย เลิกเล่นมือถือได้แล้ว ไม่กินเหรอข้าวน่ะ”

“รู้แล้วน่า คุยเสร็จแล้วเนี่ย”

ผมกดล็อคหน้าจอ จะวางมือถือบนโต๊ะ แต่พอเห็นจานซึ่งตั้งระเกะระกะเลยย้ายไปวางไว้ตรงที่นั่งแทน ข้างๆ ไอโฟนรุ่นล่าสุดและกุญแจรถของไอ้คุณ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นสายตาวิบวับจ้องมา

ผมเลิกคิ้ว “ทำหน้าเพี้ยนอะไรของมึง”

“เปล่า ป่ะ ตักข้าว”

ไอ้คุณลุกขึ้น ดึงให้ผมลุกตามไปตรงส่วนโต๊ะยาวปูผ้าขาวสำหรับวางอาหารให้เลือก

อาหารแม่งมีอย่างเยอะ นอกจากพวกสปาเก็ตตีและซูชิแล้ว ที่เหลือก็เป็นอาหารไทยกึ่งจีนซะส่วนมาก อย่างปลากระพงนึ่งบ๊วยแล่ชิ้นพอดีคำ ซี่โครงหมูอบ อะไรทำนองนี้ ปกติแล้วถ้าพูดถึงร้านบุฟเฟ่ต์กินไม่อั้นจะนึกถึงพวกหมูกระทะ ชาบู ที่หยิบเนื้อดิบมาเติมเอง ร้านที่เป็นอาหารแบบนี้เพิ่งเคยจะได้กินเป็นครั้งแรก

ไอ้คุณเอาถาดวางจานไปถือไว้ ผมเลยต้องเป็นคนตัก แล้วก็ต้องตักเผื่อให้แม่งด้วยอีก พอเดินกลับไปที่โต๊ะ สายตาหลายๆ คู่ก็ถูกส่งมา ก่อนที่ใครสักคนจะเอ่ย

“ขนาดนี้เลยนะ นี่พวกมึงแอบไปแข่งไรกันมาอีกแล้วไอ้คุณแพ้ ต้องเป็นคนใช้ใช่ป่ะ”

“มึงเคยเห็นกูแพ้ไอ้โป้เหรอ”

ไอ้คุณที่เดินตามมาว่าเสียงกลั้วหัวเราะ แต่หัวข้อแบบนี้แหละที่ทำให้ผมยอมไม่ได้แม่งทุกที

“ปากเก่งงี้มึงท้ากูมาเลยดีกว่า”

“โอ๋ๆ กูล้อเล่นๆ อย่าเพิ่งหงุดหงิด มา กินข้าว” มันใช้น้ำเสียงนุ่มเชิงปลอบ หยิบช้อนส้อมส่งให้ถึงมือ

“...”

ปรายตามอง แค่นเสียงในลำคอเบาๆ แล้วดึงจานในถาดมาไว้ตรงหน้า แต่ยังไม่ทันตักคำแรกเข้าปาก ไอ้ดริวที่นั่งห่างออกไปไม่ไกลก็แทรกขึ้นมาอีกด้วยหัวข้อเดิมๆ

“โป้ กูจะบอกอะไรให้” มันฉีกยิ้มกว้าง “ถ้ามึงอยากจะชนะหรือได้เป็นใหญ่เหนือไอ้คุณอ่ะ ง่ายๆ ไม่ต้องลงแรง...”

“...?”

“เป็นแฟนมัน รับรองมันลงให้ทุกอย่าง”

“นรกเหอะ” ผมสวนทันควัน

หลายคนที่รอฟังอยู่ก็หัวเราะขึ้นมาทันที ท่าทางพวกมันไม่ได้จริงจังอะไรเท่าไหร่นัก เหมือนหยอกเล่นแล้วก็จบไป ผมมอบนิ้วกลางสวยๆ ให้เป็นอย่างสุดท้าย แล้วหันกลับมาสนใจจานตรงหน้าต่อ

เพราะของน่ากินมีหลายอย่าง ผมก็ตักมาหลายอย่าง แต่เพราะเพิ่งกินข้าวเที่ยงเลยยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ แดกไปได้ไม่มากก็จุก ที่เหลือทั้งหมดโยนไปให้เชี่ยคุณแดกให้หมด

นั่งในร้านจนครบสองชั่วโมงตามเวลาที่เขากำหนดก็ต้องเตรียมแยกย้าย

“ของกูกับไอ้โป้”

ไอ้คุณหยิบกระเป๋าสตางค์ตัวเองมาเปิดแล้ววางธนบัตรสีเทาลงในถาด แต่ทำเอาผมที่นั่งอืดพิงพนักเก้าอี้อยู่รีบเด้งตัวขึ้นมาทันที ดึงแขนไอ้คนอวดรวยไว้ “เฮ้ย ใครขอ กูจ่ายเอง”

“ไม่เป็นไร เคยบอกแล้วว่าหน้าที่กู”

“หน้าที่เชี่ยไร”

“ไปที่บ้านกูก่อนนะ”

มันแม่งเปลี่ยนเรื่อง ทำเอาผมหน้าพิลึกกว่าเดิม “ไปทำไมอีก”

“เอาเสื้อไง มึงจะไม่เอาเสื้อตัวเองแล้วเหรอ”

“พูดเบาๆ ดิวะ” ผมใช้ศอกกระแทกไหล่มันอย่างแรง แต่กลับทำให้มันยิ้มมุมปากมองเหมือนจะล้อเลียน “มึงก็เอามาให้กูพรุ่งนี้ ชุดนักศึกษามึงนี่เดี๋ยวกูเอากลับไปซักให้ ถือซะว่ากูยืมมาใส่แล้ว”

“ไม่ล่ะ”

“ไม่พ่อง อย่ากวนตีน”

“กวนตีนตรงไหน ถ้าจะเอาก็ต้องไปเอาเอง”

“มันเสียเวลากู กูไปที่บ้านมึงแล้วกูจะกลับหอยังไง”

“กังวลเรื่องนั้นทำไม ยังไงกูก็ต้องมาส่งมึงอยู่แล้ว”

“มึงจะทำให้มันวุ่นวาย...”

“เฮ้ย สองคนนั้นอ่ะ แอบซุบซิบไรกัน” ยังพูดไม่ทันจบ ไอ้ดริวที่หันมาเห็นก็เสือก “จ่ายตังค์เสร็จแล้วนะ ไม่กลับเหรอ”

“อ้อ” ไอ้คุณลุกขึ้นยืนทันที ยืนคนเดียวไม่พอมีการดึงแขนผมให้ลุกตาม “โอเค งั้นพวกกูกลับก่อน เจอกันพรุ่งนี้”

“เออๆ กลับดีๆ”

พวกมันส่งเสียงโบกมือลาอย่างมีไมตรี แม้แต่ไอ้สหัสไอ้พลก็ไม่เว้น ถูกบอกลาซะขนาดนั้นผมเลยจำต้องเดินออกมานอกร้านพร้อมไอ้คุณ ประตูปิดตามหลังปุ๊บ ยังไม่ทันอ้าปากพูด คอก็ถูกแขนหนาๆ ยกมาพาดไว้อีก มันหนีบผมแน่นแล้วออกแรงให้เดินไปทางเล็กซัสซึ่งจอดชิดอยู่ตรงริมฟุตปาธแบบหน้าด้านๆ

“มึงนี่แม่งน่ารำคาญฉิบเป๋ง” ขึ้นมาบนรถผมก็ว่าอย่างอดไม่ได้ ยังดีที่ไอ้คุณไม่ได้พูดจากวนตีนอะไรให้หัวเสีย มีแค่ยิ้มอารมณ์ดีแล้วเปลี่ยนเกียร์ออกรถ

ตลอดทางผมไม่ได้หลับ เลยเพิ่งมาสังเกตว่าจากมหาลัยมาที่บ้านมันค่อนข้างใช้เวลาอยู่เหมือนกัน ไม่ได้ไกลเป็นชั่วโมงๆ ก็จริง ถ้าเทียบกับคนที่มีหออยู่หน้ามอแบบผมแล้ว ถึงจะเล็กรังหนู แต่ก็สะดวกกว่าเห็นๆ

สามสิบนาทีต่อมา รั้วบ้านที่เพิ่งเห็นเมื่อเช้าก็ปรากฏในครรลองสายตาอีกครั้ง ไฟสีนวลตรงริมรั้วและบรรยากาศวังเวงทำให้ผมอดจะขมวดคิ้วอีกครั้งไม่ได้

มันอยู่คนเดียวแบบนี้จริงๆ น่ะเหรอ...

“เสือน้อย”

“อืม” ไม่รู้เพราะสงสารเห็นใจรึเปล่า พอมันเรียกเลยรับคำเบาๆ

“ลงไปเปิดประตูรั้วให้หน่อยคนเก่ง”

“สัด”

เรียกคืนความสงสารแล้วดึงกุญแจมาจากมือหนา เดินลงไปไขและเลื่อนประตูรั้วให้กว้างพอที่รถจะแล่นผ่านเข้าไปจอดยังที่จอดประจำของมันได้

ไอ้คุณดับเครื่องยนต์เดินลงมารับกุญแจคืนไปแล้วโอบไหล่ผมเข้าไปชิดอีกครั้ง

ไม่รู้แม่งเห็นกูเป็นที่พักแขนไปแล้วรึเปล่า กำเริบเสิบสานฉิบหาย

“ไหนล่ะ เสื้อกู”

“ตากอยู่ตรงระเบียงด้านบน มึงอาบน้ำก่อนก็ได้”

“อาบเพื่อ กูจะเปลี่ยนแล้วกลับเลย”

“ให้กูพักสักแป๊บสิ เพิ่งขับรถมาเอง” มันหันมามองหน้าผมขณะว่าเสียงเนือยๆ “ผ้าขนหนูใช้ผืนเมื่อเช้าก็ได้ อ้อ เครื่องซักผ้าอยู่ชั้นล่างนะ เผื่อว่ามึงจะใช้”

ไอ้เชี่ยคุณพูดรวดเดียวจบ จากนั้นก็เดินเข้าห้องตัวเองไปเลย ท่าทางเหมือนง่วงๆ เหนื่อยๆ พอผมเดินตามเข้าไปกะจะตบหัวมันสักแปะ ก็เห็นว่ามันขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงเรียบร้อยแล้ว เมื่อกี้ไม่ได้พูดจากวนตีนอะไรผมก็จริง แต่การกระทำกวนตีนมาก เพราะงั้นผมเลยยกขาขึ้นไปเตะสะโพกมันทีหนึ่ง

เสียงสูดปากพร้อมสายตาถูกส่งมาทันที “กูตามใจหน่อยเอาใหญ่เลยนะเดี๋ยวนี้”

“มึงเนี่ยนะตามใจกู”

ผมเบ้หน้า แต่พอมันไม่พูดอะไรแล้วหลับตาลงก็เลือกจะเดินไปเปิดประตูระเบียง หยิบเสื้อของตัวเองกลับเข้ามา เสื้อถูกซักแล้ว มีกลิ่นของน้ำยาปรับผ้านุ่มจางๆ และแดดอ่อนๆ ที่ตากมาทั้งวัน

เห็นแบบนั้นผมเลยหยิบผ้าขนหนูผืนเดิมที่พาดอยู่ตรงโซฟาเดินเข้าห้องน้ำ ...จะใส่เสื้อซักแล้วกูก็อาบน้ำแม่ง

กลับออกมาอีกทีก็เห็นว่าไอ้คนที่นอนอยู่เหมือนจะหลับสนิทไปแล้ว หลับทั้งๆ ยังสกปรกแบบนั้นแหละ ผมไม่อยากใส่ใจมันมาก เลยเอาเสื้อนักศึกษาที่วันนี้ยืมใส่ลงไปเดินวนหาเครื่องซักผ้าด้านล่าง มีแค่เสื้อกับกางเกงเลยกดซักแค่สิบนาที

ผมนั่งเล่นมือถือรอ เครื่องส่งเสียงเตือนก็หยิบไม้แขวนที่วางพาดอยู่ใกล้ๆ มาใช้ เปิดประตูหลังบ้านออกไปตากด้วย

เจริญเถอะ กูทำเหมือนเป็นบ้านตัวเองไปแล้วเนี่ย

ทุกอย่างเรียบร้อยก็เปิดประตูห้องไอ้คุณเข้ามาอีกครั้ง ปรากฏว่ามัน...ก็ยังคงนอนอยู่

“ไอ้คุณ”

“...”

“ตื่นไอ้สัด กูจะกลับแล้ว”

“...”

เงียบ...

มันนอนหลับลึกมาก

“ไอ้เชี่ยคุณ!

“อืม” คนบนเตียงแค่ส่งเสียงสั้นๆ ในลำคอ คิ้วของมันเริ่มขยับชนกันยุ่ง

ผมพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด เขย่าแล้วเรียกอีกหลายรอบก็ไม่ยอมตื่น ถ้ามันไม่พลิกตัวหนีและส่งเสียงออกมาผมคงนึกว่ามันตายห่านไปแล้ว สุดท้ายเลยได้แต่สรรเสริญแม่งอยู่ในใจเป็นขบวน

ไม่อยากจะเสียเวลากับมันอีก กะว่าจะเรียกแท็กซี่ให้ขับไปส่ง เปิดลิ้นชักหัวเตียงที่เห็นมันเก็บข้าวของส่วนตัวพวกกระเป๋าสตางค์และกุญแจรถไว้ในนั้น ใช้นิ้วเขี่ยๆ หากุญแจบ้าน แต่รื้ออยู่นานก็ไม่เจอ จะให้ปีนรั้ว รั้วบ้านมันก็เตี้ยๆ ซะที่ไหน บ้านใหญ่แบบนี้ไม่รู้ว่ามีสัญญาณกันขโมยติดอยู่รึเปล่า แถมแบบนั้นก็ดูลงทุนเกินกำลังมากไปด้วย สรุปคือ...

กูต้องค้างบ้านไอ้คุณอีกคืน

...เชี่ยเอ๊ย

 

“อ้าว ไอ้โป้ วันนี้มาเร็วจังวะ”

ทันทีที่เห็นหน้า คำทักทายแรกของไอ้พลทำให้ผมต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา “เร็วเชี่ยไร ก็เวลาปกติ”

“แล้วไอ้คุณล่ะ? ไมวันนี้ไม่ได้มาด้วยกัน”

“มันมีงาน”

“อ๋อ...” เห็นสีหน้าเซ็งๆ ของเพื่อนผมก็เบ้ปากอย่างหมั่นไส้

“ให้มันอยู่ตึกคณะตัวเองบ้างเหอะ มาให้เจอหน้าแม่งทุกเช้าพวกมึงไม่เบื่อรึไง”

พอผมว่าอย่างนั้น พวกมันก็หัวเราะ

เช้าๆ ไอ้คุณยังวนเวียนมาที่ตึกศิลปกรรมเหมือนเดิม เมื่อก่อนเจอแค่ที่หน้าอาคาร เดี๋ยวนี้แม่งมันขับเล็กซัสมารอผมที่หอก่อน วันไหนหิวก็ไปกินข้าวแล้วค่อยเข้ามอ สี่ห้าวันมานี้เลยแทบไม่ได้ออกเงินเสียค่าน้ำมันไอ้เซ็กเธาว์สักบาท

ตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ก่อนที่ผมต้องค้างบ้านไอ้คุณเป็นคืนที่สอง ทุกอย่างก็เหมือนเดิมเป๊ะๆ เสื้อที่ผมอุตส่าห์เอาลงเครื่องและตากให้มัน กลายเป็นตัวเองต้องใช้อีกรอบ ไปบ่อยๆ เข้าก็เหมือนไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร นานๆ เข้าก็ชิน อยู่คนละคณะเหมือนกัน แต่ผมเห็นหน้าไอ้คุณบ่อยซะยิ่งกว่าพวกไอ้เชสซะอีก

ส่วนวันนี้ผมมามอเอง เพราะเมื่อวานมันไลน์มาบอกว่ามีงานด่วนตั้งแต่แปดโมงเช้า แต่ผมมีเรียนสิบเอ็ดโมง เลยสบโอกาสบอกมันว่าไม่ต้องมาแล้ว กูจะเอารถกูออกมาขับ ถึงได้ชีวิตประจำวันเดิมๆ กลับมาบ้าง

ผมคุยกับพวกเพื่อนอยู่พักหนึ่งก่อนขึ้นตึก วันนี้เรียนแค่สามชั่วโมงยาวๆ ไม่มีพักเที่ยง พอเลิกปุ๊บผมก็เดินฮัมเพลงอารมณ์ดี อารมณ์จะดีแบบนี้ทุกวันที่เลิกเร็วนั่นแหละ

แต่ยังไม่ทันเดินอ้อมไปตรงที่จอดรถด้านหลัง มือถือก็สั่น เห็นชื่อคนโทรมาผมก็กลอกตา

“มีไร”

(รับแล้วพูดจาหวานๆ หน่อย)

“ถ้าฟังแบบนี้ไม่ได้ก็ไม่ต้องโทรมา”

ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ (เลิกแล้วใช่มั้ย)

“มีตารางกูแล้วจะถามทำเพื่อ?” ผมว่าอย่างหมั่นไส้ “เลิกแล้ว”

(กูมีงานต่ออีกนิดหน่อย นอนเล่นรอที่หอก่อน เดี๋ยวไปรับ)

“หะ”

(แค่นี้ก่อนนะคนเก่ง กูคุยกับอาจารย์แป๊บ)

“เดี๋ยวก่อนเลยมึง”

(หืม?)

“รับไปไหนอีก”

(กินข้าวไง) น้ำเสียงที่มันใช้ไม่สูงไม่ต่ำ เหมือนมองสิ่งนั้นเป็นกิจวัตรประจำวันไปจริงๆ แล้ว (ถ้าหิวมากก็หาอะไรรองท้องไปก่อน ไม่เกินสามสิบนาที โอเคนะ?)

สุดท้ายไอ้เดือนมหาลัยมันก็วางสายไป ทิ้งผมไว้กับหน้าที่ยุ่งเหยิงน้อยๆ โคลงศีรษะเบาๆ ให้กับมือถือตัวเอง แต่ยังไม่ทันยัดกลับลงกระเป๋ากางเกง มันก็สั่นเป็นรอบที่สอง แต่หนนี้เป็นไอ้เชส


========================== 50%


“เออ ว่าไง”

(ไอ้โป้!) น้ำเสียงที่ลอดมาตามลำโพงมือถือฟังดูร้อนรน (ไอ้น้องเพชรมีปัญหาแล้วว่ะ!)

ผมหยุดเดิน “อะไรวะ? ปัญหาอะไร ทะเลาะกับไอ้กาจ?”

(ไม่ใช่ มึงเห็นในเฟซบุ๊ครึยัง)

“กูเพิ่งเลิก ยังไม่ได้เล่นมือถือเลย”

(เพื่อนไอ้เด็กคิรินอ่ะดิ กูส่งลิงค์สเตตัสนั้นไปให้มึงในไลน์แล้ว มึงรีบเข้าไปดูเหอะ) ท่าทางเร่งร้อนเคร่งเครียดของไอ้เชสทำให้ผมพลอยเครียดไปด้วย

ทีแรกที่รับสายคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เพราะปกติแล้วเพื่อนผมคนนี้ก็เป็นคนขี้โวยวายอยู่แล้ว แต่พอเจอแบบนี้ก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่ รีบเข้าไปในไลน์แล้วกดเข้าไปดูตามที่เพื่อนส่งมาให้ทันที และสิ่งที่เห็นและได้อ่านตั้งแต่ต้นจนจบก็ทำให้หน้าตัวเองเปลี่ยนไปทันควัน คิ้วขยับชนกันแน่น อารมณ์ทำให้มือบีบโทรศัพท์อย่างแรง

ในเฟซบุ๊คของผู้หญิงปีหนึ่งที่ไอ้เชสส่งมาโพสต์ข้อความต่อว่าไอ้เพชรณภูมิไว้ โกหกว่าไอ้กาจคบอยู่กับคิริน เพื่อนตัวเอง และหาว่าเพชรมันไปแย่งไอ้กาจมา สถานะนั้นถูกคนกดไลค์และเข้ามาออกความเห็นพิมพ์ด่าไอ้เพชรเต็มไปหมด

วินาทีนั้น ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาคือ ...น้องผมอยู่ที่ไหน?

ผมสบถออกมา ยัดกุญแจรถมอเตอร์ไซค์กลับเข้ากระเป๋ากางเกงยีนส์ตามเดิม หันหลังวิ่งเร็วๆ กลับไปที่ตึก รั้งแขนรุ่นน้องคนหนึ่งที่จำได้ว่าเป็นเด็กปีหนึ่งเอาไว้แล้วถามห้องเรียนตอนนี้ของปีหนึ่งเอกออกแบบ พอได้คำตอบมาก็ไม่เสียเวลารอลิฟต์ ใช้บันไดวิ่งไวๆ ขึ้นไปชั้นสี่เพื่อหาตัวไอ้เพชรให้เจอ ยกมือไหว้อาจารย์ขณะเปิดประตูไปถามคนที่นั่งใกล้ๆ

“เพชรกลับไปแล้วค่ะพี่โป้”

“กลับไปแล้ว?”

“ค่ะ กลับไปตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว”

นาทีแรกที่ฟังทำให้ผมนิ่งไป ไม่สนใจสายตาข้องใจของเพื่อนร่วมชั้นไอ้เพชรมัน ตอนเดินกลับออกมาถึงรู้ตัวว่ามือถือยังต่อสายไอ้เชสอยู่ เลยรีบว่า “ไอ้เชส เดี๋ยวกูโทรหาไอ้เพชรแป๊บ”

(ไม่ต้องหรอก น้องมันไม่รับ)

“...”

(ไอ้กาจก็โทรไปแล้ว ไม่ได้ปิดเครื่อง แต่ไม่มีคนรับ ตอนนี้ไอ้กาจไปที่ตึกนิเทศแล้ว มันคงจะแวะไปที่ตึกสินกำด้วย ตอนนี้ไอ้เพชรไม่อยู่มอเหรอวะ) เสียงไอ้เชสยังเครียดอยู่ แต่ไม่ได้ร้อนรนกระวนกระวายเท่าช่วงแรกที่โทรหาผมแล้ว

กลายเป็นผมแทนที่รู้สึกร้อนรน

“อืม กูมาหามันที่ห้องเรียน เพื่อนบอกว่ากลับไปตั้งแต่เที่ยง”

(ไอ้กาจคงนึกว่าน้องมันไม่ไปตั้งแต่เช้า ไอ้เหรียญก็ไม่เจอไอ้น้องเพชร)

“กูจะไปตึกนิเทศ”

แต่คำพูดของผมกลับถูกเสียงไอ้น็อตค้านขึ้นมา ถึงได้รู้ว่าตอนนี้ไอ้เชสมันอยู่กับพวกเพื่อน และเปิดลำโพงเอาไว้ นอกจากอธิบายเหตุผล บอกให้ผมใจเย็นลงแล้ว มันยังตำหนิมาอีกหลายประโยค

ฟังคำพูดของมัน ผมก็ก้าวขาไม่ออก หยุดนิ่งอยู่ตรงระเบียงทางเดินชั้นสี่ของตึกสูง

“เรื่องนี้กูผิดเอง ไอ้เพชรณภูมิมันไม่ได้แย่งไอ้กาจมาจากใครทั้งนั้น ที่มันทำแบบนั้นเพราะกู”

(ผิดมากกว่าคือกูเอง คนออกไอเดียเรื่องนี้คือกู กูแค่ฝากให้ไอ้โป้มันเอาไปสั่งน้องในฐานะเฮ้ดว้าก ถ้ามึงจะบ่นไอ้โป้นะไอ้น็อต มึงมาบ่นกูแทนเหอะ กูจะไม่เถียงสักคำเลยรอบนี้)

(ผิดที่พวกมึงสองตัวนั่นแหละ ไม่ต้องแข่งกันรับผิด) ได้ยินเสียงไอ้น็อตถอนหายใจแว่วๆ มา (ตอนนี้เรื่องเพชรให้ไอ้กาจมันจัดการไปก่อน พวกมึงไม่ต้องทำให้เรื่องมันยิ่งเป็นปัญหา รอฟังข่าวเงียบๆ พอ)

สุดท้ายไอ้น็อตก็บอกให้เราวางสายไปก่อน

ผมยังร้อนรนอยู่ ในความร้อนรนนั้นสุมอัดแน่นไปด้วยความคิดหลากหลายไปหมด ความผิดพลาด อยากขอโทษ กังวล อยากได้ข่าว แล้วก็... โมโห

เป็นห่วงความรู้สึกไอ้เพชรณภูมิมากที่สุดเลย ไม่มีใครรู้ว่าเพชรเข้าหาไอ้กาจเพราะคำสั่งลงโทษโดดรับน้องที่ผมมอบให้ ทุกคนเลยไปรุมว่าน้องมันแบบนั้น ถึงไอ้น็อตจะบอกให้ผมอยู่เฉยๆ ไปก่อน แต่กับเรื่องนี้ยังไงซะผมเองก็ต้องรับผิดชอบ อย่างน้อยคือการพิมพ์บอกความจริง รวมทั้งฝากให้ไอ้เปปช่วยแชร์ออกไปกว้างๆ

ใจจริงผมแม่งอยากจะวิ่งไปตึกคณะนิเทศที่อยู่ข้างๆ แล้วเรียกตัวคนที่ทำเรื่องปัญญาอ่อนนี่ออกมาตอนนี้เลยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเด็กคิรินนั่น ดูซีรีส์เกาหลีมากไปเหรอ หรืออยากให้คนในมอมีเรื่องซุบซิบเล่น ถ้ามันจะไม่เป็นปัญหาเพิ่มก็อยากจะต่อยแรงๆ แทนไอ้เพชรสักที ใครจะว่ารังแกอีกฝ่ายก็ช่าง จะทำอะไรก็ต้องเตรียมรับผลที่จะได้กลับไปไว้ด้วย

ถ้าสุดท้ายไม่ยอมขอโทษไม่ยอมจบ ผมจะขอไอ้กาจจัดการเอง

“แม่งเอ๊ย...”

เสียงถอนหายใจของตัวเองดังก้องอยู่ในหู

ผมเดินลงมาจากอาคาร แม้กระทั่งตอนขึ้นคร่อมเบาะรถมอเตอร์ไซค์ก็นิ่งอยู่อย่างนั้นหลายนาทีกว่าจะตัดสินใจขับออกจากมอ อยากเลี้ยวไปดูไอ้เพชรที่คอนโดฯ หลังมอ แต่สุดท้ายก็ตัดใจกลับมาที่หอตัวเอง

ถึงห้องแล้วอารมณ์ผมก็ยังไม่คลาย ไม่คลายง่ายๆ แน่ถ้ายังไม่มีใครส่งอะไรมาบอกเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นเลยทักไลน์รวมทั้งโทรไปหาไอ้เพชรด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่มีอะไรตอบกลับเหมือนเดิม

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“...”

เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังชัดในตอนที่บรรยากาศกำลังเคร่งเครียด

ผมสะดุ้งเบาๆ จำต้องลุกขึ้นเดินไปหมุนลูกบิด ร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหน้ามีรอยยิ้มคุ้นเคยแต้มริมฝีปาก ไอ้คุณขยับเหมือนจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่แล้วพอมันเห็นหน้าผมก็หุบยิ้มทันควัน

“โป้ มีอะไร?”

“...”

มันเดินเข้ามา วาดแขนดึงผมไปใกล้แล้วปิดประตูด้วยตัวเอง “ทำไมทำหน้าแบบนั้น”

“...” ผมมองหน้ามัน

อารมณ์ยังไม่คงที่เท่าไหร่นัก ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงไล่ตะเพิดมันไปไกลๆ หูไกลๆ ตาแล้ว แต่ตอนนี้ทำแค่ดึงมือมันออก

“กล้าถาม เด็กมึงนั่นแหละ”

“อ้อ” คิ้วเข้มของไอ้คุณคลายลงทันที พูดแค่นี้มันก็รู้แล้วว่าเรื่องอะไร ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก เพราะว่าสเตตัสของไอ้เด็กเพื่อนคิรินคนนั้นคนทั้งมอก็น่าจะรู้เรื่องกันหมดแล้วนั่นแหละ “กูนึกว่ามึงเป็นอะไร เรื่องของคนอื่นหรอกเหรอ”

“เออ เรื่องของคนอื่นเพราะมันไม่เกี่ยวกับมึง แต่คิรินมันเป็นเด็กมึง” หน้าผมยุ่งเหยิง น้ำเสียงที่ใช้ห้วนแต่ไม่ได้กระโชกโฮกฮากเพราะตัวเองก็รู้ว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับไอ้คุณจริงๆ แต่อดจะพูดเหน็บมันออกไปแบบนั้นไม่ได้ เรื่องนี้นอกจากตัวผมที่เป็นคนผิดแล้ว เด็กคิรินและเพื่อนที่โพสต์สเตตัสนั่นก็ผิดเหมือนกัน

มันเป็นธรรมดาที่ผมจะนึกเคืองคนที่มีความสัมพันธ์ดีๆ กับเด็กคิรินไปด้วย

“ใจเย็นเสือน้อย ที่กูพูดไม่ได้หมายความว่าไม่ใส่ใจ กูแค่โล่งใจที่มึงไม่ได้เป็นคนเจอปัญหาเองเฉยๆ”

“...”

“มานั่งนี่มา อย่าทำหน้าบูด”

โทนเสียงของไอ้คุณฟังดูนุ่มกว่าทุกที มันขยับมาวางแขนไว้ตรงเอวผมเหมือนเดิม รั้งให้ไปนั่งบนพื้นพิงเตียงไม้หลังใหญ่ไว้ ข้างๆ เป็นโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กที่ระเกะระกะไปด้วยกระดาษบรีฟชิ้นงานเก่าๆ

มันนั่งชันเข่าข้างหนึ่งลงข้างๆ ขณะนั้นมีแต่เสียงพัดลมตั้งพื้นตัวเล็กทำงาน ไม่รอไอ้คุณพูด ผมก็ถามก่อน

“มึงเพิ่งกลับจากมอนี่ เด็กมึงมีทีท่าไงบ้างล่ะ”

“เด็กกู? เด็กกูนี่ใคร?”

ผมขมวดคิ้ว “กูถามจริงจัง กวนตีนทำไม”

“เลิกเรียกคนอื่นว่าเด็กกูก่อน แล้วกูจะตอบ” สีหน้าท่าทางของมันดูจริงจังไม่แพ้กัน แต่ผมไม่มีอารมณ์ไปใส่ใจเท่าไหร่นักเพราะตอนนี้เป็นกังวลเรื่องอื่นมากกว่า

“เออ เด็กคิรินนั่นน่ะ เป็นยังไง”

“ไม่รู้ ไม่ได้เจอ กูคุยงานแล้วก็เข้าออกห้องพักครูตั้งแต่เช้าแล้ว”

“นี่มึงกำลังกวนกูจริง...”

“แต่นิชาบอกว่าเห็นคิรินมุงคุยกับเพื่อนคนอื่นอยู่ใต้ตึก อาจจะเป็นเรื่องน้องเพชร”

“...”

คุยกับคนอื่น? นี่เป็นข่าวเดียวเลยที่ผมเพิ่งจะได้รู้ “เด็กเหี้ยนั่น มึงรู้มั้ยว่ามันโกหก”

“รู้”

สีหน้าผมดีขึ้น “อ้อ มันเคยเป็นเด็กมึงนี่นะ จะรู้ว่าจริงๆ แล้วเด็กนั่นไม่เคยคบกับไอ้กาจก็ไม่แปล... อื้อ!

พูดอยู่ดีๆ จู่ๆ แขนไอ้คุณซึ่งคล้องอยู่ตรงไหล่ก็ขยับ ใช้ฝ่ามือหนาๆ จับคางผมล็อคให้หันเข้าหาตัวเอง ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว มันก็ก้มลงมาใช้ฟันงับริมฝีปากล่างของผม

ตาผมเบิกกว้าง ยกสองมือไปผลักมันให้ถอยห่างออกไปทันที

“เชี่ยคุณ มึงทำเหี้ยไรเนี่ย”

ไอ้คุณไม่ได้ยิ้ม คราวนี้สีหน้าราบเรียบกับนัยน์ตาดุๆ ถูกส่งมาให้ “คำก็เด็กกูสองคำก็เด็กกู ฟังแล้วหงุดหงิด”

“ก็มันเป็นเด็กมึงจริงๆ จะมาหงุดหงิดทำไม แม่งเอ๊ย” ผมสบถ เม้มปากแล้วขยับลิ้นเลียจุดที่โดนกัดเพราะรู้สึกชาแปล๊บๆ จะยกมือขึ้นไปแตะดูว่าเลือดออกรึเปล่า ข้อมือข้างนั้นก็ถูกจับเอาไว้ก่อน

สีหน้ามันอ่อนลง นัยน์ตาของคนข้างๆ เคลื่อนต่ำลงมาที่ริมฝีปาก

“เจ็บเหรอ”

“ก็เจ็บดิวะ!

“...”

มันไม่พูดอะไร เอื้อมมืออีกข้างมาใกล้ริมฝีปากผม แตะลูบลงไปเบาๆ แต่ผมก็รีบใช้อีกมือของตัวเองจับข้อมือมันเอาไว้ก่อน ตอนนี้เลยกลายเป็นผมกับมันผลัดกันจับข้อมือฝ่ายตรงข้ามเอาไว้คนละข้าง

ตาจ้องหน้าหล่อๆ แต่น่าถีบนั่นเขม็ง

“มึงจะทำอะไร”

ไอ้คุณก็ยังไม่ตอบ จ้องกันนิ่งเกือบนาที สุดท้ายเมื่อมือรู้สึกว่าแรงของอีกฝ่ายผ่อนลง ผมเลยเลือกจะค่อยๆ ปล่อยข้อมือมัน ขณะที่บิดข้อมือตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุมบ้าง ซึ่งไอ้คุณก็ไม่ได้หาเรื่องอะไรอีก

มันพ่นลมหายใจเบาๆ “โป้ เรื่องคิรินมึงเข้าใจกูผิดอยู่”

“...”

“กูไม่เคยคบกับคิริน”

“หะ?” คิ้วผมเลิกขึ้นทันที แต่ต่อมาก็เบ้ปาก “มุกอะไร มึงไม่รู้จักเพจมอเหรอ ในนั้นมีรูปนะ เผื่อไม่รู้”

ถึงตอนนี้มันจะไม่ได้คบกับใครอยู่ และไม่ได้มีรูปคู่ไปไหนมาไหนกับผู้หญิงผู้ชายคนอื่นอีกเลย แต่มันก็เปลี่ยนแปลงเรื่องที่ว่าเมื่อก่อนมันเคยคุยและควงอยู่กับเด็กคิรินไม่ได้อยู่ดี

“มีรูป แต่กูก็ไม่เคยบอกนี่ว่าคบกับคิรินอยู่” มันมองหน้าผม “รูปที่คนอื่นถ่ายเอาไปลงก็พูดไปเอง ที่กูไม่ได้ออกไปบอกแก้เพราะเห็นว่ามันไม่ได้สำคัญ”

“...”

“คิรินเป็นหลานรหัสของเพื่อนกู”

“หลานรหัส? เด็กนั่นกับมึงอยู่คนละเอกกัน หลานรหัสสายพันธุ์ใหม่เหรอ”

เห็นผมหน้ายุ่ง ไอ้คุณก็เหมือนจะหลุดยิ้ม แต่ก่อนที่ผมจะอารมณ์ขุ่นมันก็ยกยิ้วโป้งมาแปะตรงหว่างคิ้วผม “มึงก็บอกไม่ใช่เหรอว่าเพื่อนกูเยอะ กูมีเพื่อนคนหนึ่งที่เรียนอยู่เอกนั้น แต่มันซิ่วไปมหาลัยอื่น พอดีกับเด็กที่เป็นหลานรหัสกูเขาถอนเปลี่ยนไปเข้าเรียนที่อื่น เลยฝากกูดูแลก็แค่นั้น ชีท หรือว่าหนังสือเก่าๆ กูก็เป็นคนรับฝากเอามาให้”

“ฝากดูแล? แล้วทำไมต้องเป็นมึง เพื่อนคนอื่นของเพื่อนมึงไม่มีรึไง พี่รหัสเด็กนั่นอีก”

ไอ้คุณพยักหน้า “มี แต่กูเป็นเพื่อนกับมันมาตั้งแต่ตอนมอต้น จะฝากเพื่อนคนอื่นดูแล เขาก็มีหลานรหัสกันอยู่แล้ว ส่วนปีสองพี่รหัส รายนั้นมันไม่ค่อยสนใจเรียนเท่าไหร่ มามอยังแทบนับวันได้ ทุกทีที่เจอคิริน กูก็คุยเหมือนเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง พาไปกินข้าว เทคแคร์เท่าที่เป็นหลานรหัส ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น”

“...”

“ไม่เชื่อมึงก็ลองถามพวกไอ้ดริวดู รึจะไลน์หาเพื่อนกูคนนั้นก็ได้นะ”

พูดมาถึงตอนนี้ ไอ้คุณก็ยังคงสบตาผมไม่ละไปไหน สีหน้าท่าทางจริงจังเหมือนจะสื่อให้รู้ว่าไม่ได้โกหก ฟังแล้วผมก็เคลื่อนสายตามองสบด้วย จ้องให้ลึกเข้าไปถึงข้างใน

“แล้วที่เด็กคิรินนั่นทำให้คนอื่นคิดว่าตัวเองคุยกับมึงอยู่นี่หมายความว่าไง?”

ได้ยินผมถามแบบนี้ คนตรงหน้าก็ชะงักไปนิดหนึ่ง มันเอียงคอน้อยๆ เหมือนไตร่ตรอง “อยู่ที่นิสัยของคิรินมากกว่า กูไม่ได้ใส่ใจตรงนั้นมากเท่าไหร่”

“อ้อ?” ผมแค่นเสียงเบาๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าอะไรเป็นอะไร

ไม่ใช่แค่ผม ไอ้คุณเองก็น่าจะรู้ แต่มันไม่พูดก็แค่นั้น

เดาจากนิสัยของเด็กนั่น เท่าที่เห็นเองและจากที่ไอ้เชสเล่า เด็กคิรินคนนั้นชอบที่ตัวเองเป็นจุดสนใจ มีคนเก็บภาพไปลงในเพจกับคนนั้นคนนี้ที่หน้าตาดี ไอ้กาจ ไอ้คุณ หรือคนอื่นๆ เพราะฉะนั้นถึงได้ไม่ตอบรับไอ้กาจสักที สุดท้ายแล้วเด็กนั่นไม่ได้ชอบใครเลย แค่ชอบเรียกร้องความสนใจก็แค่นั้น

ส่วนไอ้คุณ เชี่ยนี่เป็นประเภทไม่ได้ปฏิเสธคนที่เข้าหาอย่างที่รู้ๆ กัน ถึงจะไม่ได้คุยกันเชิงชู้สาว แต่นิสัยสบายๆ ของมันก็คงทำให้หลายๆ คนคิดไปว่าสองคนนี้กำลังสนใจกันอยู่

“ไม่ต้องหงุดหงิดแล้วนะ”

ผมเหม่อไปครู่หนึ่ง ได้ยินเสียงทุ้มลอยเข้าหูมาแค่แว่วๆ “อะไรของมึง?”

มันกลับมายิ้ม เอื้อมมือจับแขนผม เลื่อนฝ่ามือร้อนๆ ไปจนถึงข้อมือแล้วใช้ปลายนิ้วคลึงอย่างกับจะให้ผ่อนคลาย ผมก้มมองเล็กน้อย ปัดออกแล้วถามต่อ “นี่มึงยังดูแลเด็กคิรินนั่นอยู่มั้ย?”

ตอนนี้ไอ้เพชรณภูมิมีปัญหาเพราะเด็กนั่น ถ้าเกิดว่าผม...

“กูให้เพื่อนเอกนั้นจัดการแทนมาสักพักแล้ว”

“อ้อ”

“ช่วงนี้กูไม่ได้ว่างดูแลใคร ไม่ได้คุยกับใครเลย ยกเว้นคนเดียว...”

“...”

“โป้ มึงก็น่าจะรู้นะว่าใคร”

“...” สบดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น ผมก็นิ่งไป

แค่ชั่ววินาทีเดียวก็เคลื่อนสายตาออกจากใบหน้าคนพูดไปทางปลายเท้าตัวเอง มองเห็นว่าเรานั่งใกล้ขาแทบชิดกัน ริมฝีปากขยับจะเอ่ยบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เลือกจะเอ่ยสิ่งที่กำลังติดอยู่ในใจออกไปแทน

“กู... รู้สึกไม่ดีเรื่องไอ้เพชร”

ไอ้คุณชะงักเล็กน้อย เหมือนไม่คิดว่าจู่ๆ ผมจะพูดแบบนี้อออกมา แต่ก็พยักหน้า

“ไม่รู้น้องมันแม่งกำลังคิดมากอยู่มั้ย กูติดต่อมันไม่ได้”

คนข้างๆ วาดมือมาโอบไหล่ “มึงเคยบอกว่ากูว่าไอ้กาจฉลาดนี่ น้องเพชรมีเพื่อนมึงดูแลอยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอก”

“...”

“ถ้าน้องเพชรคิดมากแล้ว มึงก็ไม่ต้องคิดมากอีกคน”

ผมไม่ชอบให้ใครมาแตะหัว แต่รอบนี้ไม่ได้ปัดมือฝ่ามือหนาอุ่นๆ ข้างเดิมซึ่งขยับมาสัมผัสเบาๆ บริเวณหลังศีรษะออก ไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่แม้กระทั่งตอบกลับ และอาจเพราะผมเงียบกว่าทุกที ไอ้คุณเลยพูดขึ้นมาอีกครั้ง

“อย่าทำหน้าซึมสิ ดูซื่อบื้อหมดแล้ว เดี๋ยวไม่น่ารักนะ”

“สัด”

ดีอยู่แป๊บๆ ก็แม่งกวนตีนอีกละ

เสียงหัวเราะดังขึ้นมาเบาๆ “อืม มึงต้องดุเหมือนเสือแบบนี้นี่แหละ”

“...”

หนนี้ผมเอื้อมมือไปปัดมือมันออกทันที


======================= 100%

บ้านมีเนื้อกวางชั้นดีกับที่นอนสุดหรูมั้ยคะ ถ้าไม่มี เสือก็จิเฉไฉแบบนี้ต่อไป 5555


ปล. ช่วงนี้เปลี่ยนเวลาลงเป็นราวๆ นี้ไปก่อนนะคะ เป็นก่อนเวลาหายไปพิมพ์ต้นฉบับปัจจุบัน


แฮชแท็ก #เหนือคุณเท่ากับแฟน

วาฬกลิ้ง

FB > https://www.facebook.com/rosewankling/

TW > https://twitter.com/rose_wankling


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.769K ครั้ง

6,629 ความคิดเห็น

  1. #6604 เล็กน้ำตก-// (@nattabow) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 20:33
    ชอบเคะแบบนี้จริงๆ 555555555
    #6604
    0
  2. #6561 HaeMay (@HaeMay) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 22:14
    กัดปากเลยนะคุณ กรี้ดดด
    #6561
    0
  3. #6558 The paradizy (@phattarasuchanat) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 21:42
    เรียกเสือน้อยก็ไม่ท้วง แกยอมเค้านานแล้วนังโป้
    #6558
    0
  4. #6510 รักไรท์ทุคน (@pichayapa-sk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 21:39
    อยากเห็นน้องเปนแมวแร้ว มาเมี้ยวๆน้วยๆงี้555555
    #6510
    0
  5. #6504 polar Co., Ltd. (@ohuii) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 20:46

    เขาว่ากันว่าคนที่ดุ ตอนมีแฟนจะลูกแมวมาก ฮืออออ

    #6504
    0
  6. #6449 AirrUtai (@AirrUtai) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 17:10
    เรียกเสือน้อยไมท้วงสักคำนะคะยอมรับแล้วหราโป้55
    #6449
    0
  7. #6023 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 19:32
    โป้น่ารักน่ารัก
    #6023
    0
  8. #4476 Chompoo_mg (@Chompoo_mg) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 17:11
    โป้น่ารักมากแม่ ฮือ!!!!
    #4476
    0
  9. #4129 Buzzzzzzzzzz (@Buzzzzzzzzzz) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 01:35
    พอเสือเค้าไม่ดุไม่ดื้อก็ดูน่ารักดีเหมือนกันเนอะคุณเนอะ
    #4129
    0
  10. #4093 Strawberrybunny (@strawberrybunny) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 23:10
    เขาเริ่มน่ารักกันเเล้วนะคะคุณ555
    #4093
    0
  11. #3487 M1WMIRACLE (@MiwMiracle) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 13:47
    น่ารักมากกกกก คุณชอบโป้ แง้

    เขินนนน
    #3487
    0
  12. #3306 primtnp23 (@primtnp23) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 09:07
    น่ารักกกก
    #3306
    0
  13. #2912 B O W II E Z (@bowiieez) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 11:08
    จำได้ว่าช่วงนี้สงสารน้องเพชรมาก อยากจะตบๆๆๆนังคิรินให้หน้าเบี้ยว
    #2912
    0
  14. #1944 Odthon (@Odthon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 09:12
    เสือน้อยน่ารักกกก
    #1944
    0
  15. #1890 priyatida_tt (@priyatida_tt) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 23:41

    เสือน้อยจะเริ่มเป็นแมวน้อยแล้วจ้ายอมเค้าแล้วล่าสุด//พี่คุณชัดเจนขนาดนี้งุ้ยๆๆๆๆๆ
    #1890
    0
  16. #1887 Ruruka Buta (@mheeboo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 21:15
    เจอคำผิดเพิ่มจ้า
    - ผมจะพูดแบบนี้อออกมา >> ออกมา (อ อ่างเกินมาตัวนึงจ้า)

    - -เคยบอกว่ากูว่า-กาจฉลาด >> เคยบอกกูว่า

    - ไม่ได้ปัดมือฝ่ามือหนาอุ่นๆ >> ปัดฝ่ามือ
    #1887
    1
  17. #1885 คุณยายหัวใจYoai (@maleeACC) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 16:26
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-09.png โป้ โดนงับปาก ไม ไม่่โหอ่่ะชินปากพี่คุณหรอ?? เด็กคิริน ตัวปัญหาต้องโดนโป้สักที
    #1885
    0
  18. #1884 [เสพศิลป์] (@kaety) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 16:04
    แพ้ทางคุณสุดๆ เสือร้ายหรอ ปลอบด้วยเหมือนจะยอม เสือโวยวาย เนียนไปเรื่องอื่น เสือเศร้า ปลอบใจพร้อมความเป็นผู้ใหญ่. ใครมันร้ายตอบบบบ
    #1884
    0
  19. #1882 kyuom (@omzizi40) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 14:34

    เสือน้อยยยยยย
    #1882
    0
  20. #1877 RJEEP_P (@foxfilix) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 11:12

    งื้ออออ พี่โป้คือเริ่มลดการ์ดตัวเองลงแล้วอะงื้อออออออออ พี่คุณเอาอีกๆรุกอี้ก
    #1877
    0
  21. #1876 Mysterygrey (@Mysterygrey) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 10:35
    โป้ที่จริงเป็นคนตรง แล้วเรียบง่ายนะ มีหน้าเดียว ชอบก็บอกชอบ ไม่ชอบก็ว่าไม่ชอบ ถึงจะปากแข็งเรื่องหัวใจก็น่ารักอยู่ดี
    #1876
    0
  22. #1872 ZEN_1303 (@zen-1303) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 00:20
    รอค่าาาา ชอบบบบ
    #1872
    0
  23. วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 23:50
    พี่คุณคือเทคแคร์เสือน้อยดีมากอ่ะ อ่อนโยนมากๆเลย เห็นพัฒนาการความสัมพันธ์ชัดขึ้นเรื่อยๆ เราชอบที่พี่โป้เหมือนจะหงุดหงิดพี่คุณแต่ก็มีแค่พี่คุณที่รู้ว่าทำยังไงพี่โป้ถึงจะโอเคขึ้น แสนจะน่ารัก
    #1869
    0
  24. #1868 bambam_jtmn (@bambam_jtmn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 23:50
    เริ่มยอมๆเค้าแล้วนะเสือน้อยยยย
    #1868
    0
  25. #1867 Ruruka Buta (@mheeboo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 23:48
    วนมารอตอนใหม่ เจอคำผิดครัช
    - ยกยิ้วโป้งมาแปะตรงหว่างคิ้ว > นิ้วโป้ง
    #1867
    0