คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

[AuFic] KHR [D18 8059] It begins with a Lie

ตอนที่ 5 : Chapter IV - A Love Life Talks with bf's ex


     อัพเดท 19 ต.ค. 61
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนฟิคอื่นๆ
Tags: d18, 8059, หวาน, ใส, khr, reborn, รีบอร์น, love, lie, รัก, ขี้จุ๊
ผู้แต่ง : Rokugatsu ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Rokugatsu
My.iD: https://my.dek-d.com/Senji
< Review/Vote > Rating : 40% [ 3 mem(s) ]
This month views : 7 Overall : 2,422
65 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 42 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
[AuFic] KHR [D18 8059] It begins with a Lie ตอนที่ 5 : Chapter IV - A Love Life Talks with bf's ex , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 68 , โพส : 3 , Rating : 0% / 6 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เย็นวันถัดมา

 

                "แล้วเจอกันวันพรุ่งนี้นะ โกคุเดระ" เด็กหนุ่มผมดำผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น 'แฟน' ของเจ้าของนามเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเงินหันมามองอีกฝ่ายก่อนจะถอนหายใจ

 

                "ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมาส่ง" เอ่ยถ้อยคำเดิมกับวันวาน เพียงแต่น้ำเสียงในครานี้กลับแผ่วลง ไม่ดูขี้รำคาญเหมือนครั้งก่อน ยามาโมโตะคลี่ยิ้มกว้าง

 

                "ก็ฉันอยากมาส่งนี่นา... อีกอย่าง แฟนที่ดีก็ควรจะเดินมาส่งแฟนที่บ้านนะ" โกคุเดระหรี่ตามอง 'แฟนหนุ่ม' ของตน

 

                "เหอะ...ทำเป็นพูดว่าแฟนที่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าใจจริงแกอยากมาเจอฮิบาริหรอกนะ แบบว่า เผื่อบังเอิญมาเจออะไรแบบนี้น่ะ" ร่างเล็กเอ่ยน้ำเสียงเป็นเชิงหยอกล้อ แต่ใบหน้าคมกลับเปลี่ยนไป โดยเฉพาะรอยยิ้มที่ค่อยๆจางลง

 

                "อ้าว...ฉันแค่พูดเล่นๆ นี่อย่าบอกนะว่าคิดงั้นจริงน่ะ" นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้างเล็กน้อย ร่างสูงรีบปฏิเสธพัลวัน

 

                "เปล่า ไม่ใช่ ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น"

 

                "ไม่ได้คิด แต่ท่าทางแกมันฟ้องอยู่นะ"

 

                "ฟังฉันก่อนนะ มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดหรอกนะ..." เมื่อได้เห็นสีหน้าที่ดูรู้สึกผิดของอีกฝ่าย เด็กหนุ่มผมเงินก็ถอนหายใจก่อนจะกอดอกไม่พูดอะไร เป็นการบ่งบอกว่ายอมที่จะรับฟังสิ่งที่ร่างสูงพูด

 

                "ฉันยอมรับนะว่า ฉันยังตัดใจจากเคียว--ฮิบาริไม่ได้"

 

                "อ่าฮะ"

 

                "แต่ฉันก็ยอมรับความจริงและพร้อมจะเดินหน้าต่อไป ฉันไม่คิดที่จะกลับไปยังจุดเดิม ฉันอาจจะยังคิดถึงเขาอยู่บ้าง แต่ฉันก็ไม่คิดที่จะกลับไปหาเขาหรอกนะ เพราะงั้น...นายไม่ต้องกังวลไป"

 

                "ใครกังวล? ฉันเปล่ากังวลซะหน่อย อันที่จริงมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันเลยแม้แต่นิดเดียว แกอยากจะทำอะไรก็ตามใจสิ แกก็แค่ยอมแพ้ซะ แล้วจะกลับไปง้อเจ้าฮิบาริก็ได้นะ" จบประโยค โกคุเดระก็เดินสะบัดบ๊อบหันกลับแล้วเดินเข้าบ้านไปทันที ยามาโมโตะรีบเรียกไว้

 

                "เห็นทีคงจะไม่ได้ละล่ะ" สิ้นเสียง คนตัวเล็กชะงักฝีเท้าก่อนจะรีบหันกลับไปมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย

 

                "หมายความว่าไง?" ยามาโมโตะสบตามองโกคุเดระ ก่อนจะเดินเข้ามาหาใกล้ๆ

 

                "ก็หมายความว่า..." ร่างสูงเว้นช่วงอย่างจงใจ บวกกับการที่ดวงตาคู่คมจ้องมองมาตรงๆก็ยิ่งเพิ่มความสงสัย ความประหม่าให้กับโกคุเดระยิ่งขึ้นไปอีก โกคุเดระใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ด้วยเดาท่าทีอีกฝ่ายไม่ออกว่าจะมาไม้ไหนอีก

 

                "ฉันกำลังเป็นฝ่ายได้แต้มนำอยู่น่ะสิ" จบประโยค ร่างเล็กถึงกับขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความงุนงงสุดขีด

 

                "ห๊ะ?"

 

                "ไม่ต้องหาล่ะ งานนี้ฉันกำลังเป็นฝ่ายนำอยู่" ยิ่งคนพูดทำหน้าตาระรื่นก็ยิ่งกวนประสาทเข้าไปใหญ่ โกคุเดระถามเสียงแข็ง

 

                "นำบ้านำบออะไร เมื่อกี๊ยังยอมรับอยู่โต้งๆว่ายังลืมแฟนเก่าไม่ได้ แล้วจะมาบอกว่าตัวเองคะแนนนำอยู่ได้ยังไง บ้าปะเนี่ย สมงสมองไปหมดแล้วสินะเจ้าบ้าเบสบอล"

 

                "เปล่านี่...ฉันก็คิดว่านายเองก็ไม่ได้รังเกียจอะไรฉันเหมือนกัน" ร่างเล็กเลิกคิ้ว มองอีกฝ่าย ยิ้มเยาะ

 

                "อ้อเหรอ...หลงตัวเองจังเลยนะ แกคงคิดว่าแกหล่อมากงั้นสิ? เฮอะ...ไม่ได้ขี้เล็บฉันเลยแท้ๆ"

 

                "ใครว่าล่ะ... นายชอบบอกว่า ไม่อยากให้ฉันมาส่ง บ่อยๆ แต่ทุกครั้งที่นายพูด นายก็ชอบมาพูดเอาหลังจากที่ฉันเดินมาส่งจนถึงบ้านก่อนตลอด" โกคุเดระที่กำลังหัวเราะเย้ยหยันเมื่อครู่ถึงกับต้องหุบยิ้มไปในทันทีด้วยความตกตะลึงกับคำพูดของยามาโมโตะ ...พอนึกย้อนแล้วมันก็จริง ยามาโมโตะชวนเขากลับบ้าน เขาก็ทำท่าฟึดฟัดใส่ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร ยอมปล่อยให้มันเดินกลับบ้านมาด้วยกัน ส่งยันถึงประตูบ้านถึงค่อยพูด ชิบหายละ...นี่เราทำแบบนั้นลงไปจริงๆเหรอเนี่ย!?

 

                "ถึงนายจะบอกว่าไม่ต้องมาส่ง แต่อันที่จริงแล้วนายก็อยากให้ฉันไปส่งอยู่ดีใช่มั้ยล่ะ?" ใบหน้าขาวเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ โกคุเดระถึงกับยืนนิ่งไม่อยู่ พยายามสรรหาคำพูดที่จะมาแก้ต่างให้ตัวเองสารพัด

 

                "คะ...คือ...ฉันแค่ไม่อยากเสียน้ำใจแกเฉยๆหรอกเฟ้ย! ไหนๆแกก็อุตส่าห์เสียสละตัวเองเพื่อมาบริการฉัน ถ้าหากฉันปฏิเสธไปเลย ก็คงจะใจร้ายไปหน่อย แต่ความเป็นจริงแล้ว ฉันไม่ได้อยากให้แกมาส่งฉันเลยสักนิด!" ยามาโมโตะหัวเราะเบาๆ

 

                "โอเคๆ เชื่อก็ได้ว่านายไม่อยากกลับบ้านกับฉัน"

 

                "ใช่ ใครจะไปอยากกลับบ้านกับแกล่ะ ฉันเดินกลับเองได้ ไม่เหงาด้วย"

 

                "ไม่อยากกลับบ้านกับฉันจริงดิ?" มีการหยั่งเชิงถามอีก ร่างเล็กตวาดใส่อย่างหัวเสีย

 

                "เออ! ไม่!"

 

                "งั้นพรุ่งนี้ก็ปฏิเสธฉันอย่างจริงๆจังๆซะสิ" โกคุเดระชะงักไปเมื่ออีกฝ่ายเล่นแบบนี้ แต่ก็อย่างที่รู้กัน ว่ารายนี้ยอมแพ้ซะที่ไหนล่ะ

 

                "เออ ทำแน่ คอยดูเถอะ" พูดจบก็เดินปึงปังเข้าบ้านไป ส่วนยามาโมโตะมองตามแผ่นหลังอีกฝ่ายพลางหัวเราะเบาๆให้กับความปากแข็งของร่างเล็ก

 

 

 

 

 

 

                "โกคุเดระ กลับบ้านกัน!" หลังจากเหตุการณ์วันวาน ยามาโมโตะดูท่าทางจะยิ้มระรื่นกว่าปกติเมื่อมาชักชวนโกคุเดระให้กลับบ้านด้วยกัน โกคุเดระหันไปมองค้อนด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะตอบโดยไม่สบตา

 

                "...ไม่ล่ะ" ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ๆพลางเอียงหูเข้ามา

 

                "อะไรนะ? ไม่ได้ยินเลย" โกคุเดระเม้มปากแน่นกับท่าทีที่กวนประสาทของอีกฝ่าย ร่างเล็กหันไปจ้องตาตรงๆ

 

                "ฉันบอกว่า ไม่"

 

                "แน่ใจนะ?"

 

                "ก็เออสิวะ!"

 

                "นายจะไม่เหงาแน่นะ?" โกคุเดระชักปรี๊ด โวยวายใหญ่

 

                "เออ!! ไม่เหงาเฟ้ย ฉันจะกลับบ้านคนเดียว ส่วนแก จะไปตายที่ไหนก็ไปเลยไป๊!!" ร่างสูงที่โดนด่ากลับหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ก่อนจะเดินออกไปในที่สุด ทิ้งไว้ให้โกคุเดระยืนฟึดฟัดให้กับความกวนส้นของเจ้าตัว

 

 

 

 

โกคุเดระเดินกลับบ้านท่ามกลางสายลมเย็นๆ และท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม ดวงตาสีมรกตทอดมองบรรยากาศข้างๆด้วยความสบายใจ... ช่างเป็นทิวทัศน์ที่งดงามดีจริงๆ

 

 

ตึกๆๆ

 

 

เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยดังอยู่ข้างหลัง ร่างบางหันกลับไปมองอย่างเอะใจ พลันเบิกตากว้าง

 

                "ไอ้บ้ายามาโมโตะ!?" ใช่แล้ว...เป็นใครไม่ได้นอกจากไอ้คนที่ชวนกลับบ้านแล้วยังชอบกวนประสาทเขาเป็นประจำ เด็กหนุ่มผมดำกำลังเดินหน้ายิ้มระรื่นอยู่ข้างหลังเขาโดยทิ้งห่างไว้พอสมควร

 

                "ไหนแกบอกว่าวันนี้จะไม่เดินกลับบ้านกับฉันไง แล้วอย่ามาอ้างว่าฉันอยากล่ะ เพราะฉันปฏิเสธเสียงแข็งไปแล้วว่าฉันไม่ต้องการให้แกเดินไปส่ง" ยามาโมโตะเดินมาหยุดเมื่ออยู่ในระยะประชิดกับโกคุเดระที่หยุดเดินเพื่อหันมาเอ็ด

 

                "ก็เปล่านี่ ฉันไม่ได้เดินมาส่งนายหรือเดินกลับบ้านเป็นเพื่อนนายซะหน่อย"

 

                "เอ้า แล้วทำไม--"

 

                "ก็นี่มันทางกลับบ้านฉัน บ้านเราอยู่ละแวกเดียวกัน ลืมแล้วเหรอ?" พูดจบก็ยิ้มหวานให้ทีหนึ่งก่อนจะเดินต่อไป ทิ้งให้โกคุเดระยืนหน้าเหวออยู่อย่างนั้น...

 

 

เล่นงี้เลยนะ ไอ้บ้าเบสบอล

 

 

ตัดสินใจเดินกอดอกด้วยความขุ่นเคือง เดินตามยามาโมโตะต้อยๆไป

 

 

เมื่อเดินมาเรื่อยๆจนถึงหน้าบ้านโกคุเดระและฮิบาริ ยามาโมโตะก็หยุดเดินเสียดื้อๆ

 

 

                "เอ้า หยุดเดินทำไมล่ะ?" โกคุเดระที่เดินตามหลังมาเอ่ยถามด้วยความสงสัย ยามาโมโตะยืนนิ่งอย่างใช้ความคิดก่อนจะหันมาหาโกคุเดระ

 

                "โกคุเดระ..."

 

                "อะไร?"

 

                "นาย...เอ่อ..."

 

                "อะไรล่ะ มัวแต่อ้ำๆอึ้งๆอยู่นั่นแหละ"

 

                "คือ...

 

 

วันเสาร์นี้ นายว่างมั้ย?"

 

 

หือ?

 

 

จู่ๆก็ถามแปลกๆ

 

 

หมายความว่ายังไง?

 

 

                "วันเสาร์ฉันมีเรียนเปียโนตอนเช้า แต่เลิกตอนบ่าย จากนั้นก็ว่างอยู่ ทำไม?" ร่างสูงใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ท่าทางพยายามรวบรวมความกล้าก่อนจะพูดออกมา

 

                "งั้น...หลังเลิกเรียน...

 

 

ไปเดทกันมั้ย?"

 

 

...อึ้ง

 

 

โกคุเดระยืนตะลึงไปหลายวินาที

 

 

 

                "หะ...หา!!??" โกคุเดระร้องเสียงหลง ที่เขาตกใจ ไม่ใช่อะไร แต่เขาลืมไปเลยว่าการตกลงคบเป็นแฟนกับมันก็ต้องมีเรื่องเดทด้วย ซึ่งเขาลืมคิดถึงประเด็นนี้ไปสิ้นเชิง ตอนนี้เขาจึงไม่รู้ว่าเขาควรจะตอบอะไรกลับไปดี

 

                "คือ...ฉัน...มีบัตรเบสบอล 2 ใบ ไปดูด้วยกันนะ...แล้วก็...ไปเที่ยวด้วย ก็...เดทนั่นล่ะ" พูดพลางชูตั๋วในมือให้ดู และดูจากท่าทาง น้ำเสียง สีหน้าของหมอนี่แล้ว ก็คงไม่ได้คิดจะกวนประสาทอะไร มันคงอยากหาเพื่อนไปดูน่ะแหละ

 

                "ถะ...ถ้าแค่อยากหาเพื่อนไปดูเบสบอลด้วยกัน แกชวนใครก็ได้นี่ ฉันไม่สนใจเรื่องกีฬาหรอก" พูดจบก็เดินเข้าบ้าน แต่แล้วข้อมือเล็กก็ถูกรั้งไว้

 

                "เดี๋ยวสิ โกคุเดระ...ฉันตั้งใจมาชวนนายโดยเฉพาะเลยนะ" โกคุเดระค่อยๆหันมามองข้อมือของตนที่ถูกมืออุ่นของยามาโมโตะรั้งไว้ก่อนจะเลื่อนขึ้นมามองใบหน้า ดวงตาสีเปลือกไม้ที่มองมาส่งสัญญาณเป็นเชิงขอร้อง อ้อนวอน โกคุเดระค่อยๆหันไปหายามาโมโตะ มือหนานั้นจึงปล่อยมืออีกฝ่ายให้เป็นอิสระ

 

                "ฉันถามหน่อยสิ...แกต้องการจะทำอะไรกันแน่? แกอยากเอาชนะฉัน แกแค่อยากลืมฮิบาริ หรือว่าแก..."

 

                "หรือว่า...ฉันจะชอบนาย...เข้าจริงๆ?" ยามาโมโตะตอบแทนคำพูดของโกคุเดระที่เว้นว่างไว้ ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อยกับคำพูดที่ตรงไปตรงมาของร่างสูง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

 

                "ก็ประมาณนั้น...หรือว่าแกแค่อยากจะชนะในเกมนี้" ใบหน้าคมที่มักมีรอยยิ้มฉายชัดเป็นเอกลักษณ์อยู่บนใบหน้า บัดนี้กลับเต็มไปด้วยอารมณ์ยุ่งเหยิง สีหน้าของยามาโมโตะบ่งบอกชัดว่าไม่ค่อยพอใจนัก

 

                "ทำไมนายต้องมองว่าทุกอย่างมันเป็นแค่เกมด้วยล่ะ ฉันก็เคยบอกไปแล้วนี่ว่าฉันเองก็อยากจะรู้จักตัวตนของนายจริงๆ ไม่ใช่แค่อยากจะเอาชนะนายเพียงเพราะจะได้เป็นผู้ชนะในเกม หรือว่านายเองก็แค่อยากจะชนะในเกมนี้โดยไม่คิดจะเรียนรู้ฉันไปด้วย?"

 

                "ใช่..." โกคุเดระตอบออกไปทันที ทำเอาร่างสูงถึงกับชะงักไป ใบหน้าคมแสดงออกถึงความตกตะลึงอย่างไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธออกมาทันควัน ทางด้านโกคุเดระเองพอรู้ว่าตัวเองตอบออกไปเช่นนั้นก็รู้สึกผิดขึ้นมาเล็กๆ แต่นาทีนี้เขากลับเลือกที่จะนิ่งเงียบ แล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นแทน

 

                "แกก็น่าจะรู้...ว่าฉันไม่เชื่อเรื่องความรักอะไรนั่น อีกอย่าง เราก็เพิ่งคบกันได้ไม่นานด้วย แกคงจะไม่ได้ชอบฉันเข้าจริงๆหรอกนะ?" แววตาของร่างสูงแสดงความน้อยใจออกมาเล็กๆ

 

                "ในตอนนี้มันคงเร็วไปที่จะพูดว่าฉันชอบนาย หรือฉันรักนาย..." ดวงตาสีมรกตทอดมองวิวทางอื่น แต่ใบหูกลับตั้งใจฟังคำพูดอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

 

                "แต่สิ่งที่ฉันรู้สึกได้ในตอนนี้ก็คือ...ความคิดถึงที่มีต่อฮิบาริ มันลดน้อยลงไปมาก มากซะจนฉันยังแปลกใจตัวเอง" แววตาของร่างเล็กเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงไม่คิดจะหันมาสบมองกับสายตาอีกคู่อยู่ดี

 

                "สิ่งที่ฉันรับรู้ได้ในตอนนี้ก็คือ...ในหัวของฉัน มันเริ่มมีนายเข้ามา มากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ... ทั้งๆที่ แต่ก่อนฉันไม่เคยมองนายแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ" คราวนี้ ใบหน้าขาวหันขวับมาสบมองอีกฝ่ายทันที โกคุเดระอึ้งไป คิดไม่ถึงกับคำพูดของยามาโมโตะ ไม่อยากจะเชื่อ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายก็พูดด้วยน้ำเสียงและแววตาที่ดูจริงจังขนาดนั้น ...นี่ มันพูดจริงงั้นเหรอ?

 

                "เอาเถอะ...ถึงนายจะมองว่ามันเป็นแค่เกมก็ไม่เป็นไร ยังไงเราก็ต้องเล่นเกมกันต่อ" ยามาโมโตะเดินเข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะยื่นตั๋วเบสบอล 1 ใบให้

 

                "ยิ่งนายคิดว่ามันเป็นแค่เกม นายก็ยิ่งต้องไปกับฉัน แล้วเราจะได้รู้กัน ว่าฉันจะทำให้นายหวั่นไหวกับฉันได้รึเปล่า และฉันจะไม่หยุด จนกว่าเราคนใดคนหนึ่งจะยอมแพ้ไป" โกคุเดระมองตั๋วในมือสลับกับใบหน้าของยามาโมโตะ ก่อนจะตัดสินใจดึงตั๋วมา ริมฝีปากบางยิ้มแสยะออกมา

 

                "หึ...ก็ได้ ก็แค่เดทสินะ" ร่างเล็กส่งยิ้มอย่างมั่นใจว่าตนจะเป็นผู้ชนะ

 

                "ยังไงซะ...กติกาของเราก็คือ ถ้าฉันตกหลุมรักแกก็คือแพ้ งั้นฉันก็จะยอมเล่นตามเกมของแก แล้วแสดงให้เห็นว่า ฉันไม่มีทางหลงรักแกได้หรอก" ยามาโมโตะคลี่ยิ้มบางๆ

 

                "ดีใจทีเห็นนายดูมุ่งมั่นนะ แต่ฉันก็มั่นใจว่าฉันจะต้องทำให้นายหลงรักฉันได้อย่างแน่นอน" โกคุเดระยิ้มมุมปาก พลางชูตั๋วในมือให้ดู

 

                "แต่...รสนิยมแกนี่แย่มากเลยนะ แกชวนคนอย่างฉันไปดูเบสบอลงี่เง่าของแกเนี่ยนะ? ขนาดแกซ้อมเบสบอลทุกวันฉันยังไม่เคยคิดจะไปดูเลย รู้อยู่อย่างเดียวว่าแกบ้าเบสบอลมากกกก และแกเป็นคนตีลูก" เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำได้ฟังก็หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

 

                "งั้นต่อจากนี้นายคงจะต้องสนใจแล้วล่ะ เพราะถึงยังไงซะ นายก็ได้ชื่อว่าเป็นแฟนฉัน ที่สำคัญนะ...ฉันก็อยากให้นายได้เห็น ว่าตอนตีลูก ฉันน่ะดูเท่ขนาดไหน" ร่างเล็กเบะปากด้วยความหมั่นไส้

 

                "แหวะ หลงตัวเองชะมัดเลยนะแกนี่ ไม่เข้าใจเล้ยว่าคนอย่างแกมีดีอะไร สาวๆถึงได้ชอบนัก... เอาเข้าจริงฉันเองก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมสาวๆถึงได้ชอบฉันนัก ทั้งๆที่ฉันก็ไม่ใช่ผู้ชายแสนดีอะไรเลย เจ้าฮิบารินั่นอีก เฮ้อ..."

 

                "หึๆ..."

 

                "หัวเราะอะไร?" ร่างเล็กถามร่างสูงที่จู่ๆก็หัวเราะออกมา

 

                "ฉันก็แค่...รู้สึกว่าฉันชอบมุมนี้ของนายน่ะ"

 

                "หา?"

 

                "ไม่รู้สิ...ฉันแค่คิดว่า มัน...น่ารักดีน่ะ" เมื่อได้ยินคำว่า 'น่ารัก' โกคุเดระเบิกตากว้าง โวยเสียงแข็ง

 

                "อย่ามาเรียกฉันว่า 'น่ารัก' นะ! ฉันไม่ใช่ผู้หญิง ไม่ต้องการคำชมแบบนั้นหรอกเฟ้ย!" พอเห็นอีกฝ่ายดูหัวเสีย เด็กหนุ่มผมดำก็ยกมือขึ้นปรามให้ใจเย็นลง

 

                "โทษทีๆ ฉันแค่...ไม่รู้จะใช้คำไหนดีน่ะ ฉันก็แค่พูดตามที่คิด ก็เท่านั้น"

 

                "เออๆ รีบๆกลับไปได้แล้ว ปวดขี้!" พูดตัดบทแล้วก็รีบเผ่นเข้าบ้านไปดื้อๆ ทิ้งให้เด็กหนุ่มร่างสูงยืนมองตามด้วยความตกตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆให้กับมุมทะเล้นของร่างเล็ก

 

 

 

ทางด้านโกคุเดระ เมื่อได้เข้าบ้าน เจ้าตัวก็รีบวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนก่อนจะชะงักเมื่อเห็นเจ้าของห้องตัวจริงนั่งอยู่

 

                "อ้าว กลับมาแล้วเหรอ?" ฮิบาริถามเสียงนิ่ง โกคุเดระไม่ตอบ แต่โยนกระเป๋าลงเตียงแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำแล้วปิดประตูปัง! ทันที

 

                "เอ้า...อะไรของมัน?" เด็กหนุ่มผมดำผู้เป็นเจ้าของบ้านมองตามด้วยความงุนงง ก่อนจะตะโกนไล่หลังไป

 

                "ถ้าจะฉี่ ก็ใช้โถฉี่ซะ ไม่ก็ยกฝาขึ้น แล้วกดชักโครกด้วย ไม่งั้นฉันจะฟ้องแม่" ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก...เด็กหนุ่มร่างบางส่ายหน้าเบาๆก่อนจะนั่งเขียนการบ้านของตนต่อไป เป็นการบ้านวิชาภาษาอังกฤษที่ตนเองเกลียดสุดๆอีกต่างหาก... ลำพังก็เกลียดวิชานี้อยู่แล้ว ยังต้องมาเจอกับอาจารย์แบบนี้อีก ฮึ่ม!

 

 

ก่อนหน้านั้น

 

                'การบ้านที่ฉันให้ไปวันนี้ ตั้งใจทำให้ดีๆล่ะ อย่าเขียนอะไรกวนประสาทฉันมาแบบคราวที่แล้วอีก' ชายหนุ่มผู้เป็นอาจารย์ประจำวิชาย้ำเสียงหนักแน่น ฮิบาริเลิกคิ้ว

 

                'คราวที่แล้ว? พูดถึงอะไรเหรอครับ อาจารย์?' ทำเป็นพูดเสียงสูง แถมยังใช้คำสุภาพอีกต่างหาก ดีโน่มองเด็กหนุ่มผ่านเลนส์ใส คลี่ยิ้มมุมปากอย่างรู้เจตนาอีกฝ่าย

 

                'ก็คราวที่แล้ว...นายเล่นวาดรูปฉัน แล้วเขียนกำกับด้วยภาษาอังกฤษที่ผิดไวยากรณ์ แถมยังสะกดผิดอีกต่างหากว่า 'ผมเป็นคนต่างชาติและผมก็โง่มากๆ' อย่างน้อยๆ จะเล่นงานฉันทั้งที ก็น่าจะทำอะไรที่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่านี้นะ นี่เล่นยังกับเด็ก แล้วก็ จะกวนฉันทั้งทีก็ช่วยเขียนให้มันถูกหลักไวยากรณ์และสะกดให้มันถูกๆหน่อยสิ ...นายอยากให้ฉันเชิญผู้ปกครองมั้ย เคียวยะ?'

 

                'คิดว่าฉันจะกลัวเหรอ? ฉันไม่ได้เขียนระบุชื่อซะหน่อยว่าเป็นใคร แถมฉันก็ไม่ได้เขียนลงสมุดด้วย แต่แนบเศษกระดาษไปด้วยต่างหากล่ะ จะเอาผิดฉันยังไงเหรอ?' ดีโน่ก้มหน้ามองพื้นพลางกอดอก แต่รอยยิ้มยังคงไม่เลือนหายไปจากใบหน้าคมนั้น

 

                'รู้อะไรมั้ยเคียวยะ...คนเราน่ะ ทำผิดพลาดก็ต้องเรียนรู้เป็นบทเรียน ไม่ใช่ทำความผิดซ้ำๆ' พลัน ชายหนุ่มก็คลายอ้อมแขนของตนก่อนจะชูให้ดู เนตรสีรัตติกาลเบิกกว้างกับสิ่งที่ได้เห็น

 

                'แก...'

 

                'จุ๊ๆๆ...พูดจาไม่สุภาพกับอาจารย์เลยน้า เคียวยะ นายคงไม่อยากให้พ่อแม่รู้ใช่มั้ยว่านายทำตัวแบบไหนกับอาจารย์น่ะ' ใช่แล้ว...ดีโน่ชูมือถือเครื่องเดิมให้เห็นกราฟเสียงที่เขากำลังบันทึกอยู่ เด็กหนุ่มร่างเล็กกำหมัดแน่นอย่างเจ็บใจ... นี่เขาประมาทดีโน่ไปได้ยังไงกันนะ?

 

                'แกต้องการให้ฉันทำอะไร?'

 

                'ไม่ต้องการอะไรมาก...แค่ตั้งใจทำแบบฝึกหัดมาส่งก็พอ ไม่ต้องเล่นตุกติก อย่าลอกเพื่อน ถ้านายอยากให้ฉันช่วยน่ะนะ'

 

                'ฉันไม่เคยตอบตกลงว่าอยากได้รับความช่วยเหลือจากแก'

 

                'แต่ฉันว่านายต้องการนะ' พูดพลางชูมือถือให้ดูอีกครั้ง เนตรสีรัตติกาลวาวโรจน์อีกครั้ง ได้แต่เจ็บใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ร่างเล็กเดินผลุนผลันออกไปจากห้องพักครู ก่อนจะเดินออกไป ฮิบาริจับประตูไว้ แล้วหันกลับมามองอย่างคาดโทษ

 

                'คอยดูนะ ฉันจะหาจุดอ่อนแกให้เจอ แล้วเล่นงานแกให้จงได้ คาวัลโลเน่'

 

                'เรียกฉันว่า ดีโน่ ก็พอ' ฮิบาริมองค้อนแว้บหนึ่งก่อนจะรีบเดินออกไป ดีโน่ยิ้มบางๆ พลางส่ายหัวเบาๆ

 

                'ดื้อจริงๆเลยนะ'

 

 

กลับมาปัจจุบัน

 

                "โอ๊ย...ประโยคนี้มันต้องเติมอะไรฟะ? ยากชิบ!" เด็กหนุ่มได้แต่สบถคนเดียวอย่างหัวเสีย แต่แล้วก็นึกอะไรออก หมอนั่นเป็นลูกครึ่งนี่นา ก่อนจะตัดสินใจไปเคาะประตูห้องน้ำ

 

                "นี่ เจ้าสัตว์กินพืช เดี๋ยวออกมาแล้วมาช่วยดูการบ้านให้ฉันหน่อยได้มั้ย?"

 

                "อย่ามายุ่งกับฉัน!!!" อีกฝ่ายตะโกนลั่นกลับมา ทำเอาคนที่อยู่ข้างนอกถึงกับงุนงง

 

                "เป็นอะไรของแก? ขี้ไม่ออกรึไง"

 

                "ไม่ใช่เฟ้ย!!" สิ้นเสียง เจ้าตัวก็เปิดประตูออกมาเผชิญหน้ากับคนเคาะ โกคุเดระมองฮิบาริอย่างใช้ความคิด ก่อนจะเข้าไปคว้าข้อมืออีกฝ่ายแล้วลากมานั่งที่เตียง

 

ตุ้บ!

 

 

                "อะไรของแกหา? ลากฉันมาทำไม" เด็กหนุ่มผมดำถามขึ้นด้วยความสงสัย โกคุเดระเดินมานั่งข้างๆ ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วหันมาถาม

 

                "ฮิบาริ ฉันมีเรื่องจะถามแก"

 

                "อะไร?" เด็กหนุ่มผมเงินสูดหายใจเข้าลึกๆอีกรอบ

 

                "สมัยที่คบกับยามาโมโตะ มันจีบแกยังไง?" ฮิบาริย่นคิ้วด้วยความงุนงงกับคำถามที่ได้รับ

 

                "ทำไมจู่ๆก็อยากรู้? สนใจมันเหรอ?"

 

                "เปล่า...คือ... ความจริงแล้ว ฉันเพิ่งคบกับมันน่ะ"

 

                "หา?" ฮิบาริอุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง


                "จะตกใจทำไม ก็เคยบอกไปแล้วนิ"


                "จำไม่เห็นจะได้เลย..." ทันใดนั้น ดวงตาสีรัตติกาลก็วาวโรจน์ขึ้นมา เด็กหนุ่มผมดำมองอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา  ริมฝีปากค่อยๆเผยอยิ้มน้อยๆอย่างพิจารณา

 

                "ว้าว...โกคุเดระ ไม่ยักกะรู้ว่าแกกับฉันมีรสนิยมเหมือนกันด้วย"

 

                "ไม่ใช่เฟ้ย คือ...เออ เรื่องมันซับซ้อนน่ะ ช่างมันเถอะ ตอบฉันมาเถอะน่า" เด็กหนุ่มเรือนผมสีเงินอยากปฏิเสธใจจะขาด แต่ก็ขี้เกียจมานั่งอธิบายให้มากความ รวบรัดตัดเข้าประเด็นไปเลย ผู้เป็นเจ้าของห้องนิ่งไปอย่างใช้ความคิด

 

                "อืม...จะเรียกว่าจีบดีมั้ย มันก็แค่มาบอกชอบฉัน แล้วฉันก็ตกลงคบเลยน่ะ"

 

                "แค่เนียะ?" โกคุเดระขึ้นเสียงเล็กน้อยอย่างผิดหวังกับคำตอบ

 

                "เออ ก็แค่เนียะแหละ ก็ความจริงมันมีแค่นี้ จะให้เล่าอะไรมากกว่านี้ล่ะ?"

 

                "โห่..." เด็กหนุ่มผมเงินบ่นอุบอิบก่อนจะนิ่งไป เมื่อนึกได้ก็ถามขึ้นอีก

 

                "แล้ว...พวกแกส่วนมากทำอะไรเหรอ?"

 

                "อืม...ก็ ไปเดท ไปเที่ยว กิน เที่ยว เล่น เวลากลับบ้านมันก็จะชอบเดินมาส่ง"

 

                "แล้ว...พวกนายเคย...แบบว่า..." โกคุเดระรู้สึกกระดากปากจะพูด ยิ่งทำให้ฮิบาริสงสัยเข้าไปใหญ่

 

                "อะไรล่ะ?"

 

                "ก็แบบ...จับมือ กอด หรือว่า...จะ...จูบ" แค่นึกภาพตามก็สยองแล้วเมื่อคิดว่ารูมเมทของเขาเคยกิ๊กกับ 'แฟน' ของเขา ซึ่งความจริงแล้วเขาก็ขยาดทั้งคู่ แถมสองคนนี้ก็เป็นผู้ชายอีกต่างหาก และท่าทีที่ดูขยาดของโกคุเดระก็ค่อนข้างจะชัดจนสังเกตเห็นได้ เด็กหนุ่มเรือนผมสีดำสนิทมองอีกฝ่ายอย่างระอาใจ

 

                "ถามบ้าๆ ก็ต้องเคยน่ะสิ" เมื่อได้ยินคำตอบ โกคุเดระถึงกับอ้าปากเหวอ ภาพในหัวผุดขึ้นมา... มันก็ทำให้เขาขนลุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

                "ทำไมต้องทำท่าอย่างนั้นด้วย ก็คนเคยเป็นแฟนกัน มันแปลกตรงไหน?"

 

                "ช่างฉันเหอะน่า...แล้ว...มันเป็นยังไงเหรอ?"

 

                "อะไรเป็นไง จับมือ กอด หรือ จูบ?"

 

                "กะ...ก็ ทั้งหมดน่ะแหละ!"

 

                "อืม...จับมือก็ไม่มีอะไรนะ มันอยากจับฉันก็ให้จับ กอดไม่ค่อยได้กอดหรอก ส่วนจูบ... จะเรียกว่าจูบดีมั้ยนะ แค่เอาปากแตะกันน่ะ"

 

                "เห? หมายความว่าพวกนายไม่เคยจูบกันแบบดูดดื่มเลยงั้นเหรอ?" เด็กหนุ่มเรือนผมสีเงินถึงกับตะลึงเมื่อได้รู้ความจริง ฮิบาริพยักหน้า

 

                "หมอนั่นทำไม่เป็นน่ะ...อันที่จริงแล้ว ฉันเป็นแฟนคนแรกของมันด้วยซ้ำ" ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจยิ่งขึ้นไปอีก ในขณะเดียวกันก็แอบสงสัย...ว่าเจ้าฮิบาริมีดีอะไร ทำไมเจ้าบ้าเบสบอลถึงได้รักนักรักหนา ฉันล่ะไม่เข้าใจรสนิยมแกเลยจริงๆ

 

                "รสนิยมแกนี่โคตรแปลกเลยนะเจ้าบ้าเบสบอล" โกคุเดระพูดกับตัวเองเบาๆ ฮิบาริย่นคิ้วมองอย่างสงสัย แต่ไม่ติดใจอะไร โกคุเดระถามต่อ

 

                "ถ้าอย่างนั้น...มากกว่าจูบล่ะ"

 

                "มากกว่าจูบ? หมายถึงอะไร?"

 

                "ก็...ก็แบบนั้นไง"

 

                "อ๋อ เซ็กซ์น่ะเหรอ?"

 

                "แกอย่าพูดเรื่องแบบนี้ออกมาหน้าตาเฉยอย่างนั้นสิฟะ!?"

 

                "ไม่เห็นจะน่าอายอะไรตรงไหนเลย ก็เรื่องปกติ"

 

                "แล้วเคยป้ะล่ะ?"

 

                "หึ...ขนาดจูบยังไปไม่รอด ก็ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่นแล้วมั้ย?" ก็ถูกของมัน... โกคุเดระได้ฟังคำตอบก็แอบหัวเราะในใจ... ชอบมาพูดหยอด มาทำให้ใจเต้น แต่ความเป็นจริงแล้ว หมอนั่นยังซิงอยู่งั้นเหรอ? ถ้างั้นก็คงไม่ต้องกังวลอะไรสินะ

 

                "ว่าแต่...แกเคยคบใครมาก่อนรึเปล่า?" เด็กหนุ่มผมสีเงินยังคงถามต่อ

 

                "ก็เคยนะ...แต่บอกตามตรงว่าฉันมันเบื่อง่าย แปบๆก็เลิก กับยามาโมโตะถือว่านานละนะ"

 

                "2 อาทิตย์เนี่ยนะ นาน!?" โอ้โห...พ่อหล่อเลือกได้ เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีมรกตเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงปนหมั่นไส้ แหม... คบแฟนหรือเปลี่ยนเสื้อผ้า ถามจริง

 

                "2 สองอาทิตย์กับอีก 4 วันต่างหาก" ผู้ถูกแซะในใจ(?)เถียง ซึ่ง...มันก็ไม่ได้ดีจากเดิมไปเท่าไหร่เล้ย

 

                "งั้นแกน่าจะสอนมันจูบนะ ถ้าแกจะประสบการณ์เยอะขนาดนั้น"

 

                "ก็ไม่นะ...เอาจริงๆฉันก็อยากจะจริงจังกับมันอยู่หรอก มันเป็นคนเดียวที่ฉันยอมให้ถึงขั้นจูบ แต่ก็นั่นแหละ ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ น่าเสียดาย"

 

                "ยามาโมโตะเป็นจูบแรกของแกรึเปล่า?" จบประโยค ฮิบารินิ่งไป ใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกมา

 

                "ใช่... ไม่สิ อันที่จริง ไม่ใช่ คิดว่านะ" พอได้ยินว่า 'ไม่ใช่' โกคุเดระรีบขยับเข้ามาใกล้ๆด้วยดวงตาเป็นประกาย อยากรู้อยากเห็น

 

                "เห? ใครเป็นจูบแรกของแกน่ะ? น่าสนใจจริงๆ เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย?"

 

                "จะสนใจทำไม ไหนว่าจะถามแค่เรื่องยามาโมโตะไง เรื่องอื่นมันเรื่องส่วนตัวของฉัน" ผู้ถูกถามเริ่มรำคาญกับความจู้จี้จุกจิกของอีกฝ่าย เจ้าของนัยน์ตาสีมรกตถึงกับย่นคิ้ว ราวกับเด็กที่ไม่ได้อย่างใจ

 

                "เอ้า ทีเรื่องเซ็กซ์ล่ะพูดออกมาหน้าตาเฉย แค่เรื่องจูบ ทำไมต้องอาย"

 

                "ไม่ได้อาย ฉันแค่จำไม่ได้แล้วว่าครั้งแรกคือเมื่อไหร่ ฉันคบมาเยอะ (ถึงจะแค่เล่นๆ ผ่านๆก็เถอะ) เอาจริงๆฉันก็ไม่เคยได้จูบกับใครจริงๆจังๆซะที อย่างมากก็แค่แตะๆหรือบริเวณอื่น เช่น มือ หรือ หน้าผาก ฉันหวงร่างกายตัวเองจะตายนะจะบอกให้" โกคุเดระแอบเบะปากเล็กน้อย แหม...พ่อคนเนื้อหอม เนื้อหอมไปหมด แต่ก่อนรู้สึกหมั่นไส้ เพราะคิดว่าฮิบาริ เคียวยะเป็นคนหยิ่ง พอได้รู้จัก ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันก็พบว่า... มันก็หยิ่งจริงๆนั่นแหละ

 

                "ฉันถามบ้าง แล้วแกล่ะ? แกเคยจูบกับใครรึเปล่า?" หลังจากเป็นฝ่ายถูกถามมานาน คนถูกถามก็ถามกลับบ้าง โกคุเดระเลิกคิ้วก่อนจะส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ

 

                "ไม่อะ ฉันไม่เคยคบใคร ฉันไม่เคยมีความรักมาก่อน จนฉันไม่เชื่อในความรักด้วยซ้ำ ความรักอย่างเดียวที่ฉันเชื่อคือ ความรักของแม่เท่านั้น" ฮิบาริถึงกับหลุดหัวเราะพรืดออกมาเมื่อได้ฟังคำตอบ

 

                "หัวเราะอะไรฟะ!?"

 

                "หึๆๆ เปล่า...ก็แค่คิดว่า แกมันก็ลูกแหง่ติดแม่ดีๆนี่เอง"

 

                "เอ้า ฉันก็แค่รักแม่ของฉันปะวะ ใครจะไปเหมือนแกล่ะ อยากมีแฟนเมื่อไหร่ก็มี อยากเปลี่ยนก็เปลี่ยน เลยรักษาใครไว้ไม่ได้ไง" เด็กหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีรัตติกาลที่กำลังหัวเราะถึงกับหยุดกลางคัน โกคุเดระเองก็ชะงัก เพราะรู้สึกว่าตนจะพูดแรงไปหน่อย แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไร ฮิบาริก็เปลี่ยนเรื่องซะก่อน

 

                "ฉันหมดคำถามแล้ว แกอยากถามอะไรฉันก็ถามมาเถอะ ถ้าฉันอยากตอบฉันก็จะตอบ จะได้ไม่ต้องคาใจ" โกคุเดระเหล่มองอีกฝ่ายก่อนจะถามคำถามถัดไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

 

                "ว่าแต่...รู้ตัวมาตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าชอบผู้ชายเหรอ?" สิ้นเสียง ผู้ถูกถามก็ทอดสายตาเหม่อมองไปข้างหน้าอย่างรำลึกอดีต

 

                "ก็ตั้งแต่...รักแรกล่ะนะ" ผู้ถามคำถามถึงกับตาวาวด้วยความสนใจปนอยากรู้อยากเห็น

 

                "หืมมมม รักแรกของฮิบาริ เคียวยะงั้นเหรอ?? น่าสนใจแฮะ" ฮิบาริหันมาก็พบกับเจ้าหัวเงินที่กำลังจ้องเขาตาเป็นมันอย่างคาดหวังว่าเขาจะเล่าเรื่องให้ฟัง เด็กหนุ่มผมดำทำหน้าดุใส่

 

                "อย่าหวัง ฉันไม่เล่าหรอก"

 

                "เอ้าาา อะไรว้า พูดมาขนาดนี้ก็เล่าหน่อยดิ้" โกคุเดระบ่นอย่างขัดใจเมื่อความอยากรู้ของเขาถึงกับสะดุด ฮิบาริทำเสียงดุ

 

                "นี่ ฉันมีสิทธิ์จะเล่าหรือไม่เล่าก็ได้ แกไม่มีสิทธิ์มาบังคับฉัน แล้วอีกอย่าง ตอนนั้นฉันก็เด็กมากจนจำไม่ค่อยจะได้แล้ว"

 

                "จำไม่ได้ หรือไม่อยากเล่ากันแน่?" ผู้ถามกระทุ้ง จี้ใจดำอีกฝ่าย ส่วนคนถูกถามก็เหล่มองอีกฝ่ายแว้บหนึ่งก่อนจะหันไปทางอื่น น้ำเสียงดุเช่นเดิม

 

                "ถึงจำได้ ฉันก็ไม่เล่า มันก็แค่ความรักของเด็กน้อยที่ไม่ประสีประสา ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก ก็เหมือนพวกเด็กๆที่แอบปลื้มเพื่อนร่วมชั้นอนุบาลนั่นล่ะ" เมื่อจนแล้วจนรอด อีกฝ่ายก็ไม่อยากเล่า คนถามก็ขี้คร้านจะอยากรู้ต่อไป โกคุเดระบ่นอุบอิบ

 

                "ชิ...ไม่อยากรู้แล้วก็ได้ ให้ตายสิ...รู้สึกตอนนี้ตัวเองทำตัวเหมือนเพื่อนนักเรียนหญิงในห้องเข้าไปทุกทีเลยแฮะ โว้ยยยยย ไม่ๆๆ เรียกวิญญาณลูกผู้ชายกลับมาที"

 

                "งั้นมาช่วยฉันทำการบ้านภาษาอังกฤษทีสิ" ฮิบาริได้ที รีบเปลี่ยนกลับมาเรื่องการเรียน โกคุเดระเป็นลูกครึ่ง ยังไงก็น่าจะเก่งภาษาอังกฤษกว่าเขาอยู่แล้ว เด็กหนุ่มผมเงินเจ้าคำถามรับสมุดภาษาอังกฤษของอีกฝ่ายมาดูก่อนจะหยิบแว่นตาขึ้นมาสวม

 

                "ไม่เข้าใจตรงไหนล่ะ?" สองหนุ่มใช้เวลาในการเรียนภาษาอังกฤษไปด้วยกัน โกคุเดระอธิบาย ฮิบาริพยักหน้าเข้าใจ จนเวลาล่วงเลยผ่านไปสักพักหนึ่ง

 

                "นี่ บางทีเราคุยเปิดอกกันแบบนี้มันก็ดีนะ" โกคุเดระถอดแว่นก่อนจะพูดขึ้นมา เขามองหน้าอีกฝ่ายด้วยสีหน้าผ่อนคลายเพราะเขาเองก็ไม่คิดว่าจะมีวันที่มาคุยเปิดอกกับฮิบาริแบบนี้ ทั้งๆที่ปกติเขาคุยกับฮิบาริแทบจะนับคำได้

 

                "หึ...เหตุผลที่ฉันยอมใช้ห้องกับแกก็มีแค่เหตุผลเดียวเท่านั้นแหละ... ถ้าแกจะยอมให้ฉันเล่นกับแมวของแก" โกคุเดระกระตุกยิ้มมุมปาก หัวเราะเบาๆ เจ้าตัวไม่พูดเปล่า ยังเดินเข้าไปลูบหัวเจ้าแมวน้อยที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงของเขาอีกต่างหาก ...ถึงจะโหดกับเพื่อนมนุษย์ยังไง ก็เป็นทาสแมวอยู่ดีสินะ

 

                "แกนี่...มุ้งมิ้งได้ไม่เข้ากะหน้าแกเลยนะ นี่ เวลาเล่นกับแมวฉันก็ระวังๆไว้ล่ะ เดี๋ยวมันจะไปกินนกของแกเข้า นกนั่นชื่ออะไรน้า...?" โกคุเดระหมายถึงนกสีเหลือง ป้อมๆที่อยู่แถวบ้าน ในตอนแรกเป็นนกหลงทาง แต่พอฮิบาริให้อาหารมันบ่อยเข้า มันก็เริ่มบินมาหาฮิบาริบ่อยครั้งขึ้น

 

                "ฮิเบิร์ด"

 

                "เออนั่นแหละ เป็นชื่อที่โคตรจะไร้รสนิยมเลย"

 

                "ไร้รสนิยม? ขอโทษนะ มันเป็นชื่อที่โคตรจะเท่เลยต่างหาก คุซาคาเบะยังบอกเลย" ฮิบาริจ้องอีกฝ่ายเขม็งเมื่อโดนกล่าวหาว่าตั้งชื่อไร้รสนิยม เพราะเขามั่นใจในสกิลการตั้งชื่อของตัวเองม้ากมากกกกก

 

                "คุซาคาเบะเคยขัดใจแกซะที่ไหนล่ะ" โกคุเดระเหน็บ ก็มันจริง...คุซาคาเบะดูแลรับใช้คุณเคียวของเขามาแต่เล็ก เห็นท่าทางประคบประหงม ตามใจเหมือนทาสผู้ซื่อสัตย์ซะขนาดนั้น ลองเถียงเจ้านายดูสิ คงได้เห็นมวย

 

                "จะบอกว่าชื่อ อุริ เป็นชื่อที่มีรสนิยมมากว่างั้น?"

 

                "จะให้สอนการบ้านต่อมั้ย คุณชาย?" โกคุเดระเปลี่ยนเรื่องโดยการเบนความสนใจกลับมาที่การบ้านของอาจารย์ดีโน่ ฮิบาริเองก็ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงจึงกลับมาตั้งใจฟัง 'อาจารย์' โกคุเดระต่อ

 

 

 

 

                "โอ้โหเฮะ...สุดยอด ถูกหมดเลยนะเนี่ย นี่นายทำเองหมดเลยเหรอ?" ดีโน่ถึงกับทึ่งกับการบ้านของฮิบาริ เด็กหนุ่มยืนยิ้มย่องอย่างสะใจ

 

                "ใช่ เพราะงั้นแกก็เห็นแล้วสินะว่าฉันทำได้ เพราะงั้น...ช่วยเลิกตอแยฉันซะที" ดีโน่มองฮิบารินิ่ง ฮิบาริหันหลังกลับจะเดินออกไป ดีโน่เรียกไว้

 

                "ยังไปไม่ได้" ใบหน้าเปื้อนยิ้มของฮิบาริหม่นลงทันที เด็กหนุ่มร่างบางหันหลับมาด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก

 

                "อะไรอีกล่ะ? ก็ทำเสร็จหมดแล้วไง" ดีโน่สีหน้านิ่งเฉย ในมือถือสมุดการบ้านฮิบาริก่อนจะหันด้านให้อีกฝ่ายดู

 

                "มันถูกหมดก็จริง...แต่บางข้อน่ะผิด ผิดภาษา" นัยน์ตาสีรัตติกาลเบิกกว้าง ร่างเล็กรีบเดินเข้ามาดูใกล้ๆ

 

                "ฉันก็ไม่รู้นะว่าโกคุเดระคุงมึนเองหรือยังไง แต่เขาเผลอเขียนภาษาอิตาลีมาด้วย...ถ้าแปลตามภาษาอิตาลีมันก็ถูก แต่นี่เป็นวิชาภาษาอังกฤษ" ใบหน้าหวานคมถึงกับนิ่วหน้าด้วยความหงุดหงิด เจ็บใจกับความสะเพร่าของติวเตอร์ส่วนตัวที่บ้าน เขาเกือบจะเอาตัวรอดได้อยู่แล้วเชียว!

 

                "ใช่ ฉันรู้ จริงๆต่อให้โกคุเดระคุงไม่เขียนภาษาอิตาลีมา ฉันก็จำได้ว่านี่เป็นลายมือของโกคุเดระคุง" ร่างเล็กเบือนหน้าหนีอย่างไม่สบอารมณ์สุดๆ จากที่ไม่ชอบหน้าอาจารย์คนนี้ ก็ยิ่งไม่ชอบขึ้นไปอีก

 

                "นี่ เคียวยะ นายให้โกคุเดระคุงสอนมันก็ดีอยู่หรอก แต่ทางที่ดีนายควรจะเขียนเองนะ อย่างน้อยๆนายก็จะจำได้มากกว่า"

 

                "เออ เดี๋ยวคราวหน้าเขียนเอง พอใจยัง?" ฮิบาริพูดด้วยน้ำเสียงที่เหวี่ยงแบบสุดๆ เห็นได้ชัดว่าไม่มีความเกรงใจครูบาอาจารย์คนนี้เลยแม้แต่น้อย

 

                "ฉันว่า..." ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะตัวเองเข้ามาหาฮิบาริ เด็กหนุ่มร่างเล็กเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาประชิดก็ถึงกับงุนงงด้วยเดาท่าทางอีกฝ่ายไม่ออก

 

                "หลังเลิกเรียน นายมาหาฉัน แล้วฉันจะติวให้นายเอง"

 

                "ไม่เอา!" เอ่ยปฏิเสธแบบไม่ต้องคิด ฮิบาริเดินก้าวถอยหลังเพราะรู้สึกอึดอัดที่อยู่ใกล้ๆ ดีโน่เลิกคิ้ว ท่าทางไม่รู้สึกเดือดร้อนใดๆ

 

                "นี่เป็นคำสั่ง นายต้องมา"

 

                "แล้วถ้าฉันไม่มา แกจะทำยังไง จะไปตามฉันถึงบ้านเหรอ?" ร่างบางเอ่ยอย่างยียวน ดีโน่ยิ้มบางๆ

 

                "ก็ได้นะ ฉันจะได้ถือโอกาสเปิดคลิปเสียงให้พ่อแม่นายฟังทีเดียวเลย" พอได้ยินหลักฐานการแบล็คเมล์ คนตัวเล็กก็สีหน้าบูดทันที ลืมตลอดว่ามันถือไพ่เหนือกว่าในตานี้

 

                "เออ...ไอ้ครูเฮงซวยชอบข่มขู่นักเรียน ก็ได้ ฉันจะมาก็ได้ แต่อย่าคิดว่าฉันกลัวแกล่ะ ฉันแค่ทำเพื่อพ่อแม่ก็เท่านั้น" พูดจบ ร่างเล็กก็สะบัดบ๊อบเดินปึงปังออกไปอย่างหงุดหงิด ดีโน่มองดูอีกฝ่ายเดินออกไป คลี่ยิ้มน้อยๆ

 

 

 

 

                "ก็มีจุดนี้ล่ะน้า ที่ไม่เคยเปลี่ยน"




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
[AuFic] KHR [D18 8059] It begins with a Lie ตอนที่ 5 : Chapter IV - A Love Life Talks with bf's ex , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 68 , โพส : 3 , Rating : 0% / 6 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 3 : ความคิดเห็นที่ 64
เปิดมาเราสงสารก๊ก ต้องมีจอมเนียนมาคอยตื้อ จะปฎิเสธอะไรเขาก็ดักทางได้หมด การปฎิเสธของนาง=การยอมรับ ณ จุดๆนี้ยังไม่รู้ว่ายามะตัดใจได้แล้วจริงป่าว เลยขอสงสารก๊กก่อน เหมือนใจนางให้ไปครึ่งนึงละ แต่ยามะเหมือนคบแก้เบื่อ (เรามองเนียนในด้านมืดไปปะ55555) ยิ่งยามพท้าทายก๊กมากเท่าไหร่ ยามะยิ่งมีโอกาสชนะ เพราะคนอย่างก๊กไม่มีทางยอมแพ้ หรือไม่ตกลงแข่งขัน โอ้ยยิ่งอ่านยิ่งสงสารก้กจังเยย

ทางด้านฮิบาริ อยากรู้ว่าเคยมีอดีตอะไรกับดีโน่ เกือบรอดแล้วเชียวถ้าครูโง่วไม่ดันฉลาดขึ้นมาซะก่อน เกลียดตอนเขียนด่าดีโน่ด้วยภาษาอังกริดมากๆ ขำ 555555 เกลียดความอัดเสียงของดีโน่ไว้ด้วยอะ อยากเห็นดีโน่ดัดหลังฮิ+ท่านฮิเอาคืนบ้างจังค่ะ
Name : ลิลหรี่ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ลิลหรี่ [ IP : 192.173.128.39 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 ตุลาคม 2561 / 01:19
# 2 : ความคิดเห็นที่ 63
ชอบพาร์ทที่ยามะมาส่งก๊กที่บ้านค่ะ รู้สึกเอ็นดูก๊กกับอยากตีความต้อนก๊กให้จนมุมของยามะ เเต่น้องก๊กก็พลาด(?)จริงๆเเล่ะมั้งคะนั่น เปิดช่องโหว่เอาไว้เบ้อเร่อ จะไปว่ายามะก็ไม่ได้เพราะที่พูดมานี่จริงทุกอย่างเลย ฮืออ ขำเเต่ก็สงสารค่ะ 555 เเต่ก็น่าคิดนะคะ อะไรคือไม่อยากให้เขามาส่งเเต่พอเขามาส่งก็ไม่ว่าอะไร เเถมเพิ่งจะมาทักตอนถึงบ้านเเล้วตลอด 

เรื่องเเฟนเก่านี่เข้าใจทั้งมุมก๊กทั้งมุมยามะนะคะ เเต่ด้วยสถานะกับมีเกมที่ตกลงกันไว้พ่วงมาด้วยนี่อดคิดไม่ได้ จะให้ลืมทันทีก็คงจะไม่ได้ เเต่จากมุมของก๊กนี่อีกฝ่ายยังลืมคนเก่าไม่ได้เเต่มาทำดีกับตัวเองจะให้ไว้ใจก็ยังไงๆเนอะคะ เเถมน้องก๊กดันยึดมั่นถือมั่นว่าตัวเองต้องชนะเเน่ๆอีก ฝ่ายยามะก็ร้าย เอาจุดที่เขาอยากจะชนะเกมมาเล่นให้เขายอมไปเดตกับตัวเอง

เเต่ดูเหมือนยามะจะไม่ได้มองว่าเป็นเกมเเล้วเเล่ะค่ะ เหลือเเต่ฝั่งก๊กเเล้วว่าจะยอมรับเเละเปิดใจเมื่อไหร่ 555

พาร์ทตอนคุณฮิกับก๊กคุยกันนี่ให้อารมณ์เหมือนเด็กผู้หญิงในห้องคุยกันเรื่องรักเเรกจริงๆนะคะ โอ๊ย ฮือ 555 เอ็นดูความจี้ถามคุณฮิไม่หยุดของก๊กเเล้วคุณฮิก็ขิง(?)ใส่ เเต่ตอนที่สอนหนังสือให้ก็ดูสมเป็นพี่น้องกันดีค่ะ ส่วนตัวเเล้วมีครส.ว่าคุณฮิในฟิคดูผ่อนคลายกว่าในเรื่องหลักมากๆ น่าจะเพราะไม่มีมาเฟียมาเอี่ยว เลยไม่จำเป็นต้องขย้ำใครเขาเท่าไหร่ ฮืออ 555

ส่วนเรื่องรักเเรกนี่ท่าทางคุณฮิจะไม่ค่อยอยากนึกถึงเท่าไหร่เลยค่ะ เเต่ดูคุณเสี่ยยังจำได้อยู่ถึงได้กลับมา เเล้วก็คอยตอเเย(?) อยู่ข้างๆเขา ถึงจะมาในรูปเเบบอาจารย์ที่เอาความลับของนักเรียนมาข่มขู่ก็เถอะ /เเต่คุณฮิก็ทำผิดจริงๆนี่เนอะ
ที่เหลืออีกจุดนี่คงลุ้นเรื่องที่คุณฮิจะจำได้เมื่อไหร่เเล้วละมั้งคะเนี่ย ถึงจะไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีมรสุมอะไรพัดเข้ามาหรือเปล่าก็ตาม 555



PS.  การที่เราจะเอื้อมมือเพื่อคว้าสิ่งๆหนึ่งไว้นั้นไม่ใช่เรื่องที่ยาก...เพราะเรื่องที่ยากสำหรับเรา เเท้จริงเเล้วก็คือ เรามีความกล้ามากพอหรือเปล่าที่จะคว้าสิ่งๆนั้นไว้ก่อนที่จะสูญเสียมันไป <( \' ^ \' )&
Name : ai_san < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ai_san [ IP : 171.97.222.13 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 ตุลาคม 2561 / 23:00
# 1 : ความคิดเห็นที่ 62
สรุปดีโน่กับฮิเคยมีซัมติงกันจริง ๆ ด้วยสินะ และการที่ดีโน่ไม่ปล่อยฮิบาริไปง่าย ๆ มันต้องมาด้วยเหตุผลบางอย่างที่มากกว่าเรื่องของการลงโทษหรือติวเข้มที่เอามาอ้างแน่เลย นี่ชอบคาแร็กเตอร์ของฮิบาริกับโกคุเทระเรื่องนี้นะ ดูเข้าขากันดี เวลามีบทสนทนาด้วยกัน สัมผัสได้ถึงสายสัมพันธ์ของพี่น้อง เป็นอีกมุมหนึ่งของฮิบาริที่คนเขียนดึงออกมาได้น่าสนใจ จะว่าเป็นความเย็นชาในอีกรูปแบบหนึ่งก็ได้ เย็นชาที่ไม่ได้แปลว่าหยิ่ง พูดน้อยเสมอไป แต่เป็นความทะนงตนและกล้าเล่าเรื่องออกมาได้อย่างตรง ๆ มากกว่า เราชอบตรงส่วนนี้นะ แต่เรายังมองทางของคู่d18 ได้ไม่เยอะเท่าไหร่ เพราะตอนนี้เหมือนจะหนักไปทาง 8059 ก่อนเนอะ จะรอดูไปก่อน


ส่วนตัวของโกคุเทระ เราชอบที่เขาเป็นคนขี้โวยวายก็จริง แต่จริง ๆ ก็มีความเป็นสาวน้อยวัยแรกแย้มอยู่ไม่น้อย ชอบที่เป็นมือใหม่กับเรื่องความรัก ดูมันเข้ากับคนแบบโกคุดี ยิ่งเวลายามะเซาะทีละนิดละหน่อยนีแบบ เชียร์ให้ก๊กละลายไปเลย เอ็นดูนั่นล่ะ

แต่ยังไม่รู้ที่ยามาโมโตะพูดจะเชื่อใจได้หรือเปล่า เพราะเพิ่งจะคบกันมาได้ไม่นานจริง ๆ ตรงส่วนที่บอกว่าความรู้สึกที่มีต่อฮิบาริมันลดน้อยลง ตรงนี้เป็นไปได้ เพราะความรู้สึกมันเปลี่ยนได้ตลอด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเริ่มหันมารักโกคุเทระได้เลยนี่เนอะ? ของแบบนี้ขึ้นอยู่กับเวลาและอีกหลายปัจจัยมาก ความรู้สึกเปลี่ยนง่าย แต่ความผูกพันเนี่ยต้องใช้เวลานะ กลัววันหนึ่งยามาโตะเกิดกลับมารักฮิบาริขึ้นมา โกคุเทระจะถูกทิ้งหรือเปล่า นี่เลยแบบอยู่ข้างก๊กมากกว่า อยากให้น้องได้เจอกับความรักดี ๆ เลยอยากให้ความสัมพันธ์มันเป็นไปแบบค่อยเป็นค่อยไป หรืออย่างน้อยตอนนี้อยากให้ทั้งคู่หลุดจากบ่วงของเกมก่อน เลิกคิดว่านี่เป็นเกม แต่เป็นความรู้สึกจากใจจริง

แต่ก๊กก็สบายใจได้อย่างล่ะว่าในระยะเวลาที่ยามะคบกับฮินั้นมันสั้นมาก จนไม่ได้ถึงขั้นไปไกลมาก ก็โล่งใจได้แล้วล่ะนะว่าไม่อีกนานตัวเองน่าจะก้าวนำความสัมพันธ์ของสองคนนั้นได้ อย่างน้อย ๆ ตอนนี้ก็คิดว่าอีกไม่นานเรื่องเดทน่าจะนำละ และเรื่องจูบ!? หรือเปล่า นี่คิดไปก่อนแล้วววว 55555 ส่วนเรื่องมากกว่านี้ต้องรอดูกันไป ~ จะรอดูต่อไปว่าทั้งคู่จะพัฒนาความสัมพันธ์ไปทางไหน
Name : ` i's_2na;antberry★ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ` i's_2na;antberry★ [ IP : 110.168.14.9 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 ตุลาคม 2561 / 18:13
  • ความคิดเห็นที่ 62-1 (จากตอนที่ 5)
    เอาจริงๆคือแต่ง 8059 เป็นคู่หลักมากกว่าอะ 555 จะพยายามบาลานซ์กันนะ
    PS.  ย“A Jediย’s strength flows from the Force. But beware of the dark sideย” --Yoda
    Name : Rokugatsu Giugno < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Rokugatsu Giugno [ IP : 180.183.97.107 ]
    ส่งข้อความลับ
    วันที่:7 ตุลาคม 2561 / 21:31
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android