(END)-เพียงรัก - For Love (SingtoKrist)

ตอนที่ 5 : Chapter 5 กับเขา อะไรๆก็ดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,723
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 205 ครั้ง
    23 เม.ย. 61

--Krist--

ชีวิตในไร่ผมผ่านไปเกือบจะอาทิตย์แล้ว ผมได้เรียนรู้อะไร ตั้งหลายอย่าง ตอนนี้ผมต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นแล้ว มีเมนูไข่เจียว และไข่ตุ้น อีกสองเมนูที่ผมทำได้ นี้ผมดีใจสุดเลยๆ ตรงกันข้ามกับคนที่นั่งตรงข้ามผมตอนนี้ ที่มองเมนูบนโต๊ะอาหารเที่ยงแล้วทำหน้ามุ้ย นี้มันไม่รู้หรืออย่างไร ผมใช้เวลาเรียนรู้การทำไข่เจียวและไข่ตุ้นจากป้าแม่บ้าน มาตั้งสามวันเลยนะ กว่าจะทำได้อร่อยขนาดนี้ แล้วมันเป็นคนแรกที่ได้กินกับข้าวฝีมือผม แล้วดูมันนั่งทำหน้า ไอ้เด็กบ้านี้ คนอุส่าห์ตั้งใจทำ 

"กินซะสิ นี้ทำสุดฝีมือเลยนะ นั่งจ้องอยู่นั้นละ ไม่ได้ใส่ยาพิษหรอก" ผมพูดแอบประชดมันออกไป 

"คริส นี้ฉันให้นายไปฝึกทำกับข้าว สามวันได้ แค่เมนูไข่ แค่นี้หรอ" ดูๆมันถามกลับมา ให้ไปฝึกอย่างเดียวเสียที่ไหน มันให้ผมไปล้างจานช่วยแม่บ้านในโรงอาหารด้วย บ้าบอที่สุด ผมทำชามแตกไปสอง สามใบ ทุกคนเลยเกรงใจ ไม่ให้ผมล้างช่วยอีกเลย ให้ผมคอยเช็ดจานมากกว่า แต่นั้นถือเป็นงานหนัก เพราะจานไม่ใช่น้อยๆ ถึงจะทำกันหลายคน แต่มันก็เมื่อยอยู่ดี 

"ไม่ต้องมาปากดี คุณให้ผมไปล้างจานด้วย เหนื่อยๆ แถมเมื่อยอีก ได้แค่นี้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว" ผมบ่นออกไป

"อะไร แค่นี้ทำมาเป็นโวยวาย" มันสวนกลับมา ไอ้เด็กนี้ 

"แค่บ่น เข้าใจไหม  กินๆเข้าไปซะ ไม่งันไม่ทำให้กินอีก" ผมบอกมันออกไป นี้เป็นเกียรติแค่ไหนมันจะรู้ไหม ผมไม่เคยทำกับข้าวให้ใครกินเลยนะตั้งแต่เกิดมาจนเดียวนี้ มันคนแรกเลย ไอ้เด็กดำ ผอมแห้ง ควรจะดีใจ และซาบซึ้งใจ ที่ผมทำให้กิน 

มันค่อยๆตักไข่เจียวเข้าปาก ผมจ้องมันอยู่ แบบรอดูว่ามันจะว่ายังไง จะชมว่าอร่อยหรือไม่อร่อย แต่เปล่าเลย มันกินไปสอง สามคำ สี่คำ ห้าคำ มันก็ไม่พูดอะไรออกมา จนกระทั่งอยู่ๆ มีคนมาเรียกมันหน้าบ้าน 

"สิงคะ สิง อยู่ข้างในไหม" คนมาใหม่ไม่รอให้เดินไปเปิดประตูให้ เธอเดินมาพร้อมส่งยิ้มให้คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าผม 

"สิง  ฟ้าเอากับข้าวมาให้ สิงยังไม่กินใช่ไหม" เธอพูดออกมา 

"อ้าว ฟ้า หิ้วมาทำไม เราเกรงใจแย่" สิงโตพูดออกมา น้ำเสียงนี้คนละโทนที่ใช้กับผมเลย อะไรจะสุภาพปานนั้น ชิ

"ขอโทษด้วยนะคะ ไม่ทราบว่า สิงมีแขก" เธอเอ่ยขอโทษออกมา นี้เธอตาถั่ว หรือมองแค่คนตรงหน้าถึงพึ่งกำลังเห็นผม 

"ฟ้า นี้ คริส พี่ชายเราเอง" สิงแนะนำผมให้เธอได้รู้จัก  เธอยกมือไหว้ผมแบบกุลศตรีไทย ผู้หญิงตัวเล็กๆ ตากลมโต ผมสีน้ำผึ้ง คมเข้มเป็นเอกลักษณ์ของสาวใต้ 

"สวัสดีคะ พี่คริส ยินดีที่รู้จักนะคะ" สิงไม่เคยเล่าให้ฟังเลยมามีพี่ชาย เธอพูดออกมา ผมยิ้มแห้งๆให้เธอไป ไม่ตอบ คำถามอะไร 

"แล้วนี้ ทานข้าวกันยังคะ ฟ้าทำกับข้าวมาเยอะแยะเลย ขอโปรดสิงทั้งนั้นเลย " เธอกล่าวออกมา ดูจากนอกโลกยังรู้เลยว่าเธอคิดยังไงกับคนตรงหน้า

"เดี๋ยวฟ้าเอาไปจัดใส่จานให้นะคะ จะได้ทานด้วยกัน" ว่าแล้วเธอก็จัดการทุกอย่าง อย่างคล่องแคล้ว ไม่นานอาหาร สี่ ห้าอย่างของถูกนำมาวางที่โต๊ะ อืมม ม กลิ่นหอมน่ากิน กลัวไข่เจียวกัลไข่ตุ้นผมเป็นไหนๆ จากนั้นเราก็นั่งทานกันเงียบๆ แต่ไม่นาน ฟ้าก้ถามผมขึ้น

"พี่คริสมาเที่ยวหรือคะ ให้ฟ้าเป็นคนนำเที่ยวไหม เธอถามออกมา 

อ่อ พี่มา ดูงานและช่วยงานสิงนะ ไม่ได้มาเที่ยวหรอก" ผมตอบออกไป 

"สิง อย่างนี้สิงก็คงจะมีเวลาว่างบ้าง ไว้ฟ้าจะชวนไปทานข้าวในเมืองนะ" เธอกล่าวออกมาพร้อมยิ้มหวานให้คนตรงหน้าผม 

"ได้สิ ถ้าสิงว่างนะ แล้วนี้กลับมาจากกรุงเทพตั้งแต่เมื่อไหร่" สิงถามเธอออกไป 

"กลับมาตอนเช้านี้เอง กลับมาถึงปุปก็รีบทำอาหารมาให้สิงนี้ไง" เธอตอบออกมา ที่แท้ก็มาอ่อยผู้ชายถึงบ้าน ท่าทางไอ้เด็กบ้านี้ก็ไม้ค่อยจะรู้เรื่องเลย 

"ฟ้ามาที่นี้บ่อยหรอครับ" ผมเอ่ยถามออกไป 

"ก็ไม่บ่อยหรอกคะ อาทิตย์ละครั้งเองคะ สิงเขาไม่ค่อยว่างให้ฟ้าเจอเท่าไหร่  บ้างทีมาก็ไม่เจอ" เธอตอบกลับมา 

"ฟ้า เธอเป็นเพื่อนผมเอง" คนตรงหน้ากล่าวออกมาและมองหน้าผม ผมอยากจะทำหน้าทำตาใส่ ประมาณว่า กูไม่ได้ถาม ไม่ได้อยากรู้ แต่ก็ต้องรักษาหน้าตัวเอง ใช่ว่าอยู่กันสองคนที่ไหน 

"ครับ แล้วฟ้า บ้านอยู่แถวไหนละ" ผมถามออกไป  

"บ้านฟ้าอยู่ในเมืองคะ" เธอตอบและยิ้มกลับมา ก่อนที่ทุกคนจะลงมือทานอาหารกันต่อ ผมเอื้อมมือไปหยิบจานไข่เจียวและไข่ตุ้น จะเอาไปเททิ้ง เพราะดูแล้วคงไม่มีใครกิน นอกจากผมที่กินเอง และตอนนี้ผมก็อิ่มแล้ว 

"ฟ้า ทำกับข้าวอร่อยจัง ขอบคุณนะ" เสียงคนที่นั่งตรงข้ามผมเอ่ยขอบคุณ 

"ถ้าสิงชอบ ไว้ฟ้าทำมาให้ทานบ่อยๆ" เธอตอบและยิ้มให้กับคนที่ขอบคุณเธอ ผมนั่งบื้อเป็นเหมือนอากาศและส่วนเกิน นอกจากกับข้าวฝีมือผมจะถูกเมินแล้ว ตัวผมก็กำลังจะถูกเมินเช่นเดียวกัน 

"พี่คริส อิ่มแล้วหรอคะ ไม่ต้องเก็บหรอกคะ เดี๋ยงฟ้าจัดการให้" เธอพูดออมา แม่บ้านแม่เรือนจริงๆแม่คุณ ผมเดินออกไป คนตรงหน้ามองผม ด้วยสายตาที่ผมไม่เข้าใจ สงสัย น่าจะบอกให้ผมไปตั้งนาน ไม่เป็นไรใครแคร์ ใครจะรู้สึกอะไร ไม่กินต่อไปก็ไปต้องกิน และจะไม่ทำให้กิน ผมเดินออกจากห้องครัว ขึ้นไปด้านบนห้องนอน ใส่เสื้อคลุมและหยิบหมวกคลุมหน้า และออกไป ปั่นจักรยาน ไปให้พ้นๆบ้านหลังนี้ ไอ้เด็กนั้นจะได้ไม่มองผมด้วยสายตาแบบนั้น ไม่อยู่เป็นก้างก็ได้ 

ผมปั่นจักรยานไปตามถนนผ่านส่วนต่างของไร่ จนไปถึงส่วนของไร่กาแฟผมก็ไม่เคยคิดเคยว่าภาคใต้จะสามารถปลูกกาแฟได้ คิดว่ามีแต่ทางภาคเหนือซะอีกที่ปลูก แต่ภาคใต้ก็มีการปลูกเช่นกัน รองจากยางพารางและปาล์ม ไร่กาแฟ ซึ่งสายพันดังเดิมที่นิยมปลูกคือโรบัสต้า 

มีอาคาร ตกแต่งสวยงาม และโรงเรือนสำหรับแปรรูปกาแฟ แยกออกไปทางด้านหลัง โซนด้านหลัง เป็นไร่กาแฟเรียงต้น เป็นแถว อย่างเป็นระเบียบ  ผมเดินเข้าไปด้านใน ที่ตกแต่งอย่างร่มรื่น กลิ่นกาแฟ หอมกรุ่น น่าลิ้มลอง ผมมองเข้าไป มีเครื่องชงกาแฟทั้งแบบสมัยใหม่และยุคเก่า  สำหรับเทสสินค้าด้วย น่าจะมีคนมาเยี่ยมชมและแวะเวียนมาทานกาแฟสายพันธ์โรบัสตาแบบสดๆกันที่ไร่เลย เพราะมีที่นั่งสำหรับลูกค้า เพราะตรงที่ผมจอดจักรยาน ห่างจากถนนเส้นใหญ่ไม่มากนัก นี้ผมปั่นมาไกลมากเลย 

"น้องคริส มาทำไรครับ" เสียงพี่ปั้นถามผม 

"มาเดินดูงานครับ พี่ปั้นกำลังทำอะไรอยู่ครับ คริสกวนหรือเปล่า" ผมถามออกไปอย่างเกรงใจ 

"ไม่หรอกครับ พี่มาดูงานแทนป่านที่กลับบ้านนะครับ น้องคริสอยากลองเทสเมล็ดกาแฟที่พึ่งคั่วเสร็จใหม่ๆไหมครับ" พี่ปั้นถามผมออกมา 

"ผมลองได้ใช่ไหมพี่" ผมถามออกไปอย่างตื่นเต้น ถึงผมจะเคยมาในส่วนนี้แต่ผมมาทางด้านหลัง เห็นแค่ไร่ ไม่เคยมาส่วนนี้เลย บรรยากาศตกแต่งใด้ดี น่านั่ง มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาชื้อเมล็ดกาแฟที่คั่วเสร็จแล้ว และมานั่งลิ้มลองกาแฟที่นี้ คนเยอะเหมือนกัน   

"มาลองสิครับ นี้เป็นเครื่องบดแบบเก่าหน่อย แต่รับประกันความหอมกรุ่นของกาแฟสายพันธ์โรบัสต้าที่เราปลูกเลยนะครับ" พี่ปั่นพูดขึ้น พรางใช้มือค่อยหมุนตามเข็มนาฬิกา กับเครื่องบนกาแฟหน้าตาแปลก ตัวทำจากไม้ มีลิ้นชักคล้ายตู้เก็บของ สำหรับรองรับกาแฟที่บดแล้ว ด้านบนของไม้จะถูกเจาะเป็นวงกลมมีโลหะทรงเหมือนระฆังวางทับกับวงกลมพอดีและถูกเชื่อมติดกัน ด้านบนเป็นไม้ สำหรับหมุน เพื่อทำการบดกาแฟ 

ผมค่อยหมุนตามที่พี่ปั่นบอก ไม่นานก็ได้กาแฟที่บดออกมา กลิ่นหอมน่าดู 

"บดเสร็จแล้ว เราต้องทำยังไงต่อครับ" ผมถามพี่ปั่นออกไป พี่เขายิ้มให้ก่อนจะอธิบายให้ผมฟัง ผมฟังอย่างตั้งใจ
 เพราะผมก็ดื่มกาแฟมากเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยจะได้ทำเองแบบนี้เลย ผมเลยตื่นเต้นเป็นพิเศษ รู้งี้ผมมาส่วนนี้ตั้งนานแล้ว ไอ้เด็กนั้นก็ไม่เห็นจะพามา ชิ พาผมไปแต่ ไร่ยางพารางและโรงงานแปรรูปยาง ที่กลิ่นไม่ค่อยจะชวนพิรมณ์สักเท่าไหร่ 

"การชง มีสองแบบนะครับที่คอกาแฟนิยม คือจะมีแบบ ดริฟ (Drip) ซึ่งแบบนี้จะเป็นที่นิยมในกลุ่มฮิปเอตร์ที่รักในรสชาติกาแฟ เป็นการค่อยๆรินน้ำร้อนลงบนเมล็ดกาแฟที่บดแล้วผ่านกระดาษกรอง เพื่อให้ผ่านไปยังแก้วกาแฟที่อยู่ด้านล่างนะครับน้องคริส" 

พี่ปั่นอธิบายและสาธิตวิธีการทำให้ผมดู และให้ผมทำตาม โดยค่อยรินน้ำร้อนผ่านกาแฟที่บดแล้ว กลิ่นหอมฟุ่งของกาแฟหอมอบอวนน่าลิ้มลองมาก 

"การชงแบบนี้นะครับน้องคริส  จะใช้เมล็ดกาแฟที่คั่วค่อนข้างอ่อน จะทำให้รสชาติเปรี้ยวแบบน้ำผลไม้และหวานเมื่อกลืนลงคอ น้องคริสลองชิมดูสิครับ แล้วจะรู้" ผมฟังและ ลองชิมกาแฟที่ผมชงเองบดเองกับมือถ้วยแรก ด้วยความภูมิใจ รสชาดเป็นเหมือนที่พี่ปั่นบอกเอาไว้เลย 

"จริงๆด้วยครับ ดีจัง" ผมชิมและยิ้มออกมา 

"นอกจากนี้นะครับน้องคริสการชงกาแฟที่ผ่านกระดาากรองจะกรองเอาไขมันออกไป ทำให้น้ำกาแฟที่ได้มีความคลีน ทานแล้วไม่อ้วนด้วยครับ" พี่ปั่นพูดและยิ้มออกมา 

"ว้าว ววๆๆ ความรู้ใหม่เลยครับ ดีจัง แล้ว มีแบบอื่นอีกไหมครับ" ผมถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น 

"ก็มีแบบอัดความดันครับ เป็นการชงกาแฟแบบตั้งเตา และรอให้น้ำเดือดเพื่อดันน้ำผ่านเมล็ดกาแฟที่บดและออกมาเป็นน้ำกาแฟที่ด้านในกาครับ" 

"แล้วมันใช้เมล็ดกาแฟที่บดแบบเดียวกันหรอครับ" ผมถามออกไป ด้วยความสงสัย 

"ไม่เหมือนกันครับ เมล็ดกาแฟที่ใช้บดต้องคั่วนานกว่าแบบแรก และกาแฟที่ได้จากการชงแบบนี้จะเปรี้ยวน้อยกว่าแบบดริฟแต่กลิ่นและรสชาติแบบกาแฟสดจริงๆ น้องคริสลองชิมดูสิครับ"

 พี่ปั่นอธิบายพรางนำกาแฟที่ชงแบบนี้ที่ชงไว้มาให้ชิม เพราะการชงแบบนี้ค่อนข้างใช้เวลา แต่รสชาติกาแฟสดจริงๆ หอมกรุ่นไม่แพ้กัน 

"ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยสอน คริสของเดินดูในส่วนของการคั่วกาแฟบ้างนะครับ" ผมพูดออกไป 

"ได้สิครับ เดินตามสบายเลยนะครับ มีอะไรสงสัยถามทุกคนได้เลย ผมขอตัวไปดูงานทางด้านโน้นก่อน" ว่าแล้วพี่ปั่นก็ยิ้มให้และเดินออกไป 

ผมเดินดูส่วนที่คั่วเมล็ดกาแฟ มีแบบดั่งเดิม ให้ลองคั่วเมล็ดกาแฟด้วยตนเองด้วย อืม เด็กนี้ 
คิดอะไรแบบนี้เป็นด้วยหรอ การบริหารจัดการก็ดี รายได้น่าจะดีไม่แพ้ส่วนอื่นเลย ผมเดินเล่นส่วนต่างๆ

จวบจนตะวันพลบค่ำ ผมปั่นจักรยานเพื่อกลับไปยังบ้านพัก แต่ยังไม่ถึงไหนเลย ฝนฟ้าก็ไม่เข้าข้าง ตอนนี้คนงานก็กลับกันหมดแล้ว ถนนในไร่โล่ง มีจักรยานผมปั่นอยู่คันเดียว ไม่มีที่ให้หลบฝนลย มีแต่ต้นกาแฟ ผมรีบปั่นให้เร็วที่สุด 

แต่ดูเหมือนจะไม่ทัน ฝนเทมาอย่างไม่ขาดสาย และที่ทำให้ผมต้องล้มพับลง เมื่อเสียงฟ้าร้องและฟ้าฝ่า 

"โอ้ย ย ย  บ้าชิบ" ผมอุทานออกมา เพราะตกใจเสียงฟ้าร้องและฟ้าฝ่าทำให้ทำขับจักรลงข้างทางและล้มลง สายฝนที่กระหน่ำลงมา ทำให้ตัวผมเปียกป้อนเป็นลูกหมาตกน้ำ 

ผมพยายามจะลุกขึ้น แต่ขาผมน่าจะแพง เจ็บมาเลย ผมพยายาม เอาตัวเองมานั่งใต้ต้นกาแฟที่สูงไม่มาก ฝนเทกระหน่ำ ท้องฟ้ามืดครึม ผมร้องไหนออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ผมไม่มี แม้แต่แสงไฟ ฝนก็ตก ฟ้าก็ร้อง ใครก็ได้มาช่วยผมที 

"ฮื้อๆ ๆ ๆ ๆ ๆ สิง มาช่วยคริสที" ผมร้องไห้ออกมา เพราะกลัวมาจริงๆ ผมนั่งไม่รู้นานเท่าไหน ตัวผมเปียก จนผมเริ่มสั่นด้วยความหนาว แสงไฟจากรถที่กำลังขับมาทางนี้ทำให้ผมค่อยๆลุกไป  เจ็บขาชะมัด 

"โอ้ย ย  ย เจ็บๆๆ" ผมอุทานออกมา ก่อนน้ำตาจะไหลรินแข่งกับสายฝนที่กระหน่ำลงมา 

คนตัวผอม มาจอดรถด้านหน้าผม ก่อนจะรีบลงจากรถมาเมื่อมองเห็นสภาพผมในตอนนี้ ผมมองคนที่เดินมาหาผมจนเกือบจะวิ่ง ร่มอะไรก็ไม่กางมา ทำไมมันต้องยอมเปียก แต่ผมไม่มีเวลามาคิดอะไร ผมกลัวมาก เลย 

"ผมโผไปกอดคนตรงหน้า" ร้องไห้ออกมา 

"ฮื้อๆๆๆ ๆ สิง สิง คริสกลัว" ผมกอดเขาและร้องออกมา 

"ขึ้นรถนะคริส" เสียงเขาอ่อนมากกว่าทุกครั้งที่เราพูดกัน ผมก้าวได้แค่ก้าวเดี๋ยวก็ร้องออกมา 

"โอ้ย ย ย" 

"คริส เป็นอะไร เจ็บขาหรอฎ คนตรงหน้าถามออกมา ก่อนจะไม่รอฟังคำตอบจากผม เขาช้อนตัวผมอุ้มและเดินไปขึ้นรถ ผมยังคงร้องไห้อยู่ ก่อนที่จะนั่งรถกลับมาที่บ้าน โดยที่คนที่ขับรถไม่พูดอะไรกับผมสักคำ นอกจากหน้านิ่ง และสายตาดุๆ และยังมีสายตาที่ผมอ่านไม่ออกอะไรนั้นอีก ผมต้องโดนมันด่าแน่ๆเลย ไอ้เด็กบ้า กว่าจะมาเจอผม ผมต้องอยู่คนเดียว ฝนก็ตกกระหน่ำ นานๆก็นาน ไหนจะฟ้าร้อง ฟ้าฝ่าอีก ไหนจะมืด ไหนจะเปียก ไหนจะหนาวอีก

 ผมนั่งสั่นอยูาบนรถ จนคนที่ขับจอดรถและหยิบผ้าขนหนูที่อยู่เบาะหลังมาให้ ผมรับมาคลุมกันหนาว ก่อนเขาจะขับรถออกไป เนื่องจากขับรถได้ไม่เร็วมาก กว่าจะมาถึงบ้านก็เกือบยี่สิบนาที คนตรงหน้าดับเครื่อง และลงจากรถ เสียงปิดประตูดัง ปัง ตามแรงอารมณ์ดีนะประตูไม่พัง ผมนั่งตัวสั่น ที่สั่นไม่ได้เพราะกลัวมันหรอกนะ ผมหนาว หนาวจริงๆ 



ไรท์ ; อัพนิยายแล้วนะคะ  มาลุ้นว่าตอนหน้า คริสจะเจอหน้าหัวเขาเหวี่ยงหรือเปล่า ตกลงนี้คริสแค่หนาว ไม่ได้กลัว สิงเนอะ 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 205 ครั้ง

292 ความคิดเห็น

  1. #277 PraewShiny (@PraewShiny) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:48
    ตามนั้น

    สิงไม่เรียกพี่อ่ะถูกแล้ว เพราะพี่เด๊กเด็ก เด็กดื้อด้วย
    #277
    0
  2. #247 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 05:38
    คริสนิสัยยังเป็นเด็กน้อยอยู่เลย แต่ดีมากพยายมเรียนรู้ ยังกบัวฟ้ากลัวฝนเหมือนเดิม จะโดนดุหรือเปล่า.
    #247
    0
  3. #206 mooky9924 (@mooky9924) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 16:57
    คริสจะป่วยอีกแล้วมั้งนี่
    #206
    0
  4. วันที่ 28 เมษายน 2561 / 00:47
    ขอบอกอีกครั้งนะคะไรท์ว่าฟิคน่ารักมากๆๆๆชอบมากค่ะใสใสน่ารัก^^
    #18
    1
    • #18-1 Semi-Nano (@Semi-Nano) (จากตอนที่ 5)
      29 เมษายน 2561 / 10:28
      ขอบคุณมากๆนะคะ ^__^
      #18-1
  5. #9 Atchyfone (@Atchyfone) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 23:18
    คริสเริ่มรู้สึกแล้วล่ะสิ น่าน้อยใจเป็นบ้า
    #9
    0