คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

[BL] Tale of the Darkness

ตอนที่ 43 : 35th Tale : ตามหาสิ่งที่หายไป [Rewrite]


     อัพเดท 20 ก.พ. 62
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/นิยายวาย
Tags: แฟนตาซี, แวมไพร์, การต่อสู้, BL
ผู้แต่ง : Xeiji / Wu Qi ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Xeiji / Wu Qi
My.iD: https://my.dek-d.com/Seiji_Ed
< Review/Vote > Rating : 95% [ 13 mem(s) ]
This month views : 47 Overall : 40,279
1,061 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1798 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
[BL] Tale of the Darkness ตอนที่ 43 : 35th Tale : ตามหาสิ่งที่หายไป [Rewrite] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 830 , โพส : 19 , Rating : 0% / 8 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


35th Tale : ตามหาสิ่งที่หายไป

 

            พื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าประตูเหล็กปรากฏร่างของชายหนุ่มสองคนอย่างเงียบกริบจึงได้ยินเสียงหอบหายใจของเจ้าของเรือนผมสีอ่อนกว่าอย่างชัดเจน เหงื่อเย็นไหลอาบพวงแก้มซีดจนอีกคนที่คอยพยุงร่างอันอ่อนแรงอดร้อนใจไม่ได้ ฝ่ามือหนาเอื้อมไปแตะหน้าผากอันเย็นเยียบ แล้วใบหน้าคมคายก็ปรากฏสีหน้ากังวลมากกว่าเดิม


            ขอโทษ...


                สิ้นความคิดนั้น เสียงออดประตูก็ดังขึ้นโดยที่ไม่มีใครไปสัมผัสปุ่มออดที่เสาข้างประตูเหล็ก ไม่กี่วินาทีถัดมา ประตูบานสีขาวเบื้องหลังรั้วก็เปิดออก ตามด้วย    ร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่ก้าวออกมา ใบหน้าหวานที่เคยแต้มด้วยรอยยิ้มคล้ายกับการรอคอยใครบางคนได้สิ้นสุดลงพลันเหือดหาย ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเบิกกว้างด้วยความตกใจ


            “เซดริก!


            เสียงหวานอุทานลั่นก่อนจะวิ่งมาเปิดประตูเหล็ก เธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นชายแปลกหน้าผมดำพยุงร่างของเพื่อนผมบลอนด์อยู่ แต่ด้วยความเป็นห่วงร่างที่อ่อนแรงจนแทบยืนไม่ไหวทำให้เธอลืมคิดว่าเขาเป็นใคร


“นายเป็นอะไร?” เมื่อเห็นว่าเซดริกไม่มีแรงแม้แต่จะเอื้อนเอ่ย เอลิซ่าก็หันไปถามชายอีกคน “เกิดอะไรขึ้นกับเขาเหรอคะ?”


            “น่าจะเป็นลม ผมเห็นเขาเกือบล้มอยู่ในเมือง” ครอสตอบเสียงเรียบ และเจือไปด้วยความห่วงใย “ยังดีที่มีสติพอบอกทางมาที่นี่ได้”


            หญิงสาวพยักหน้ารับรัว “ถ้างั้นช่วยพยุงเขาเข้าไปข้างในหน่อยนะคะ” ว่าแล้วมือบางก็หมายจะเข้าไปช่วยพยุงด้วยอีกแรง แต่อะไรบางอย่างกลับทำให้เธอหยุดชะงักอย่างที่เธอก็ไม่เข้าใจ เธอมองร่างสูงผมดำที่พาคนป่วยเข้าไปในบ้าน ความรู้สึกแปลกประหลาดเมื่อครู่ทำให้เธออดขมวดคิ้วด้วยความฉงนไม่ได้


            “เกิดอะไรขึ้นน่ะ!?” เสียงอุทานลั่นดังขึ้นมาจากในบ้านอีกระลอก ทำให้หญิงสาวรีบสลัดความคิดนั้นออกจากหัว และรีบตามเข้าไปอย่างร้อนรน เมื่อเธอไปถึงห้องรับแขก เธอก็เห็นเพื่อนชายอีกสองคนถลันเข้ามาหาเซดริก และชายแปลกหน้าคนนั้น


            “เขาบอกว่าเห็นเซดริกจะเป็นลมในเมือง เลยพามาส่งน่ะ” เอลิซ่ารีบบอกพวกเขาก่อนจะเกิดคำถามตามมามากมายจนไม่อันได้ดูอาการคนป่วย


            “ง...งั้นเหรอ?” เควินตอบรับตะกุกตะกักอย่างตกใจไม่หายก่อนจะหันมาหาชายหนุ่มผมดำ “ขอบคุณมากครับที่ช่วยเพื่อนผมไว้”


            ครอสส่ายหน้าเบา ๆ เป็นเชิงว่าไม่เป็นไรก่อนจะค่อย ๆ พาคนข้างกายไปที่โซฟาตัวที่ใกล้ที่สุด เท่านี้ก็น่าจะไม่เป็นไรแล้ว ดวงตาสีดำเต็มไปด้วยริ้วของความรู้สึกผิดที่เป็นตัวการทำให้อีกฝ่ายอยู่ในสภาพนี้


ดูท่า...ความปรารถนาของเขาไม่อาจเป็นจริงได้เสียแล้ว


“อยู่กับพวกคุณแล้วคงไม่เป็นไร ผมขอตัวก่อนล่ะ” เสียงห้าวเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาอีกสามคนในห้องสะดุ้งเล็กน้อย ราวกับคำพูดนั้นแฝงไว้ด้วยอำนาจบางอย่าง


เควินแอบพิจารณาชายแปลกหน้าเงียบ ๆ รูปลักษณ์ภายนอก รวมไปถึงท่าทางที่แสดงออกดูเต็มไปด้วยความลับ และทรงพลัง บรรยากาศรอบกายเย็นยะเยือกจนสัมผัสได้ ราวกับ...ไม่ใช่บรรยากาศที่มักวนเวียนอยู่รอบกายของมนุษย์


“ข...ขอบคุณอีกครั้งครับ” เขาเอ่ยขึ้นอีกครั้งหลังจากพบว่าอีกฝ่ายกำลังมองหน้าเขาตรง ๆ เช่นกัน


ร่างสูงผมดำไม่พูดอะไรกลับ สายตาหันกลับไปมองร่างที่นั่งอยู่บนเก้าอี้แวบหนึ่งก่อนจะรีบหันกลับมาก่อนที่จะอดใจเอื้อมไปสัมผัสเส้นผมสีบลอนด์นั่นอีกครั้งไม่ได้ ครอสมุนตัวกลับ และเดินไปที่ประตูบ้าน


แต่เขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อรู้สึกถึงแรงบางอย่างที่กระตุกที่ปลายเสื้อ ดวงตาสีดำหันกลับมาอีกครั้งด้วยความแปลกใจ แล้วเขาก็ได้เห็นดวงตาสีฟ้าขุ่นมัวบนใบหน้าซีดเซียวซึ่งพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เขาเห็นแววตาที่ทั้งโหยหา...และสับสนในเวลาเดียวกัน


อย่า....ไป....


เสียงในความคิดสะท้อนดังก้อง แต่กลับไร้เป็นคำพูดออกมาจากลำคอ เซดริกกะพริบตาสองสามทีก็เริ่มรู้สึกตัว และปล่อยมือที่จับชายเสื้อของชายหนุ่มที่ช่วยเขาไว้


ทำไม...


ดวงตาทั้งสองสีสบกันนิ่งก่อนที่ดวงตาสีเข้มกว่าจะเป็นฝ่ายเบือนหนี และนั่นทำให้เจ้าของดวงตาสีนั้นไม่เห็นว่าอีกฝ่ายยกมือขึ้นมาเล็กน้อย...ราวกับกำลังไขว่คว้าอะไรบางอย่างที่ไกลเกินเอื้อม


อย่า...ไป...


ตุบ!


เสียงของบางอย่างร่วงลงพื้น เรียกให้สติของทุกคนในห้องกลับคืนสู่ตัว ทั้งวัยรุ่นหนุ่มสาวสามคนที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ ทั้งชายหนุ่มผมดำแปลกหน้าที่จับลูกบิดบานประตูแล้ว ดวงตาสีฟ้ามัวแม้ไม่ได้หันไปมองทางต้นเสียง แต่เสียงของหล่นก็ทำให้เขาหลุดจากห้วงความคิด


เควินเป็นคนแรกที่มีสติพอจะเรียกชื่อหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของบ้าน “คุณน้า?” แล้วดวงตาสีทองก็เบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นถาดอาหารที่มีน้ำหลายแก้ววางอยู่ร่วงลงกับพื้นจนแก้วโปร่งใสแตกกระจาย “เฮ้ย!” แล้วเจ้าตัวก็รีบรุดไปหาน้าสาวที่ดูเหมือนว่าเธอกำลังตระหนกกับอะไรบางอย่าง


“เป็นอะไรรึ...”


“...แฟนธ่อม...”


“ครับ?”


มืออันสั่นเทาของหญิงสาววัยกลางคนชี้ไปข้างหน้า ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจอย่างที่หลานชายไม่เคยเห็นมาก่อน ไหล่ห่อ และสั่นไหวรุนแรงจนเควินต้องเขย่าร่างของเธอเบา ๆ เพื่อเรียกสติของเธอกลับคืนมา


“น้าครับ? เป็นอะไร?” ชายหนุ่มถามอย่างสับสน


“ข...เขา...” เสียงแหบแห้งลอดออกมาจากริมฝีปากบางที่สั่นระริก


“ครับ?” เควินมองตามนิ้วมือของน้าสาวที่ชี้ไปยังทิศทางของประตูบ้าน ปลายนิ้วนั้น...หยุดอยู่ที่แผ่นหลังของชายหนุ่มแปลกหน้าที่เป็นคนพาเพื่อนรักของเขามาส่งที่นี่ คิ้วสีทองขมวดเป็นปมด้วยความสงสัย


หมายถึงเขา?


ร่างสูงผมดำที่ยืนนิ่งเมื่อครู่ค่อย ๆ หันใบหน้ากลับมามอง เสี้ยวหน้าที่มองผ่านไหล่หนาทำให้เควินถึงกับลืมหายใจ นัยน์ตาสีดำสนิท นิ่งสงบ แต่กลับวาวโรจน์ด้วยพลังอำนาจบางอย่างที่สะกดสายตาของเขาไม่ให้หันไปมองทางอื่น คล้ายลำคอตีบตันจนเอื้อนเอ่ยอะไรไม่ได้


“ดี...แฟนธ่อม...” เสียงแหบแห้งกว่าเดิมจากข้างกายเรียกให้เขาได้สติกลับคืนมา และหันไปมองน้าของเขาที่ยังคงมีท่าทีตื่นตกใจ และอกสั่นขวัญแขวนไม่หาย เขาเข้าใจว่าชายแปลกหน้าคนนี้มีอะไรที่แปลก และลึกลับกว่าทุกคนที่เขาเคยเจอ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมน้าของเขาถึงมีท่าทีหวาดกลัวเช่นนี้


ในสายตาของเควินอาจเห็นเพียงแค่นั้น...


แต่ในสายตาของหญิงสาววัยกลางคนผู้เป็นเจ้าของบ้านกลับเห็นต่างออกไป เธอเห็นดวงตาสีแดงก่ำจ้องเขม็งมาที่เธอ ไอสีดำทะมึนแผ่ออกมาจากร่างสูงค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาใกล้ ลำคอที่แห้งผากยิ่งเหมือนมีทรายจุกอยู่ที่หลอดลม เธออยากเบือนหน้าหนี แต่ราวกับไอสีดำนั่นตรึงดวงตาของเธอไม่ให้ขยับไปไหน ความรู้สึกทุกอย่างด้านชา ยกเว้นสัมผัสจากของเหลวเย็นเยียบที่ไหลอาบแก้ม


ถ้ายังอยากมีชีวิต ก็หุบปากซะ!



ลมหายใจกระตุกวูบพร้อมกับขาที่อ่อนยวบลงไปกองกับพื้นเมื่อได้ยินเสียงแหบห้าวและทรงพลังดังก้องในหู “น้าครับ!!” เธอได้ยินเสียงหลานชาย และเพื่อนของเขาอีกสองคนตะโกนเรียกด้วยความตกใจ และรับรู้ได้ถึงแรงเขย่าร่างของเธอ


แต่ท่ามกลางเหตุการณ์ชุลมุนอันน่าพิศวงนั้น ไม่มีใครได้ทันสังเกตสีหน้าอันซีดเซียวของชายหนุ่มผมบลอนด์ที่นั่งอ่อนแรงอยู่บนโซฟา ดวงตาสีฟ้าค่อย ๆ ปรือขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับชื่อ ๆ หนึ่งที่สะท้อนไปมาในความคิด

ดีแฟนธ่อม...



ดี...แฟนธ่อม


“ดีแฟนธ่อม...”


ริมฝีปากไร้สีพึมพำชื่อนั้นออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่ความเจ็บปวดราวกับมีบางอย่างบีบรัดก็แล่นเข้าสู่สมองทันที! “โอ๊ย!!” ร่างสูงดิ้นพราด ๆ บนโซฟาพร้อมกับสองมือที่กุมขมับไว้ เปลือกตาปิดแน่นจนไม่อาจเห็นสิ่งใด รับรู้ได้เพียงความรู้สึกราวกับเข็มหลายพันเล่มทิ่มแทงสมอง


บรรยากาศกดดันเมื่อครู่หายไปทันทีเมื่อเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ครอสถลันจากที่ยืนอยู่มาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าร่างบนโซฟา


เซดริก... เรียกชื่อคนตรงหน้าในความคิดก่อนจะเอื้อมมือไปจับแขนของอีกฝ่าย สัมผัสนั้นเรียกให้เปลือกตาที่ปิดสนิทและรื้นไปด้วยคราบน้ำตาค่อย ๆ ลืมขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่ภาพตรงหน้ากลับพร่าเลือนจนไม่อาจจำได้ว่าใคร...


เปลือกตาปิดลงอีกครั้ง...พร้อมกับมือที่ทิ้งลงข้างตัว และใบหน้าฟุบลงกับพนักเก้าอี้โซฟา


“เซดริก!” โทมัสอุทานลั่นด้วยความตกใจ และกำลังจะพุ่งเข้าไปหา แต่กลับต้องหยุดชะงักกะทันหันเมื่อเห็นชายแปลกหน้าช้อนแขนไปใต้ร่างที่หมดสติของเพื่อนผมบลอนด์ เขากำลังจะเอ่ยปากเรียก แต่กลับมีบางอย่างจุกอยู่ที่ลำคอ


แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง....


ครอสมองชายหนุ่มสองคน และหญิงสาวอีกสองคนที่ร่วงลงไปกองกับพื้นด้วยเวทมนต์นิทราง่าย ๆ ก่อนจะตวัดสายตามองร่างในอ้อมแขนที่หมดสติไป เพราะทนความเจ็บปวดไม่ไหว ดวงตาสีดำไหววูบด้วยประกายสีแดงเข้มอย่างปวดร้าว และรู้สึกผิด


สุดท้ายแล้ว...เขาก็ยังทำร้ายคนที่เขารักมากที่สุด


แวมไพร์หนุ่มก้าวเท้าไปข้างหน้าแผล็วเดียว ทั้งเขา และคนในอ้อมแขนก็หายวับไปจากตรงนั้น และไปปรากฏที่ห้องนอนห้องหนึ่งที่ชั้นสองของตัวบ้าน วงแขนแข็งแรงค่อย ๆ วางร่างที่ไร้เรี่ยวแรงลงบนเตียงนุ่ม สองมือเลื่อนผ้าห่มสีขาวสะอาดมาคลุมตัวอีกฝ่ายจนถึงไหล่


ครอสทิ้งตัวลงนั่งริมเตียงอย่างเงียบกริบก่อนจะทอดสายตามองคนใต้ผ้าห่มอีกครั้ง ใบหน้าที่เขาแสนคิดถึง...หลับสนิทไม่รู้เรื่องราวใด ๆ สีหน้าซีดเซียวจนแทบไร้สีเลือดทำให้เขาเป็นกังวลไม่น้อย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี สายลมอ่อน ๆ ยามเช้าจนเกือบสายพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้เข้ามา


มือหนาปัดเส้นผมสีบลอนด์ที่ปรกใบหน้าออกอย่างอ่อนโยน “ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีวันไหนเลยที่ข้าไม่คิดถึงเจ้า...” เสียงห้าวพึมพำกับตัวเองอย่างแผ่วเบาพร้อมกับลูบเส้นผมสีอ่อน “...อยากเจอ อยากคุย อยากอยู่กับเจ้าจนกว่าเวลาของโลกนี้จะหมดไป” มือแกร่งเลื่อนมาแตะแก้มที่เย็นเยียบ


“ปรารถนาให้เจ้าอยู่เคียงข้าง...”


...แต่มันคงเป็นไปไม่ได้...


“ทั้งดวงตา เส้นผม ใบหน้า น้ำเสียง และทุกอย่าง...ข้าหวังจะได้ครอบครอง”


แต่ก็ไม่อาจทำได้...

 


“ต่อให้ แสงสว่างเข้ามาพรากนายไปจากความมืด ...ความมืดนี่แหละที่จะแย่งนายกลับมา...”

 


คำพูดของเขาเองที่เอ่ยกับคนตรงหน้ายิ่งบีบรัดหัวใจ ยิ่งรู้สึกผิดมากกว่าเดิมเมื่อไม่อาจทำตามคำพูดไว้ได้ แม้ตัวเขาจะมีพลังที่แทบเรียกได้ว่าไร้ขีดจำกัดก็ไม่อาจต้านทานพลังอำนาจของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ของเจเนซิสได้


ดวงตาสีดำค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดง แต่ไม่สดเท่าที่เคยเป็น มันกลับกลายเป็นสีแดงเข้ม และขุ่นมัว...สะท้อนสภาพจิตใจของเจ้าของที่ตอนนี้ปวดร้าวจนแทบทนไม่ไหว เส้นผมสีดำสั้นค่อย ๆ ยาวขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเรี่ยแผ่นหลัง ใบหน้าคมคายยิ่งงดงามราวกับรูปสลักมากกว่าเดิม


ศีรษะที่ปกคลุมด้วยสีบลอนด์ขยับเข้าหาฝ่ามือหนาโดยไม่รู้ตัว ทำให้ริมฝีปากที่เม้มแน่นเมื่อครู่ค่อยคลี่ยิ้มบาง ๆ อย่างเอ็นดูแม้ประกายในดวงตายังคงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า “ข้าหวังให้เจ้าได้ยินสิ่งที่ข้าพูดเหลือเกิน” เขาพึมพำแผ่วเบาก่อนจะค่อย ๆ โน้มใบหน้าลง ริมฝีปากเย็นแตะที่หน้าผากที่ชื้นด้วยเหงื่อของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา


อยากให้เจ้าได้ยิน...


ไล่พรมจูบลงมาถึงสันจมูก


ได้ยินเสียงของข้าว่า...


แล้วประทับสัมผัสที่ริมฝีบางที่นิ่งสนิทอย่างอ่อนโยน และเนิ่นนาน


ข้ารักเจ้ามากแค่ไหน...


ถอนจุมพิต และหน้าผากชนหน้าผาก นิ่งงันอยู่อย่างนั้นพักหนึ่งก่อนที่ครอสจะชักใบหน้ากลับมา นัยน์ตาทอดมองสีหน้าที่เริ่มมีสีเลือดกลับคืนมาอย่างรักใคร่ และโหยหา ก่อนจะรู้สึกได้ถึงความร้อนวาบที่ดวงตา แวมไพร์หนุ่มขยับยิ้มเล็กน้อยอย่างนึกขบขันปนเศร้าใจ


            นึกว่าน้ำตาจะเหือดแห้งไปเสียแล้ว....


                ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกับเครื่องแต่งกายที่เปลี่ยนแปลงไป ผ้าคลุมยาวสีดำสนิทปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า และคลุมไหล่หนาทั้งสองข้าง และข้อเท้าของชายหนุ่ม ดวงตาสีแดงมองร่างที่ยังคงหลับใหลอีกครั้ง จดจำทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้มากที่สุด


            หลังจากนั้นเพียงแค่กะพริบตา พื้นที่ตรงนั้น...ก็ว่างเปล่า


###

 

            แผ่นหลังสัมผัสเตียงหนานุ่ม ใบหน้าเงยขึ้นไปมองเมื่อสังเกตเห็นเงาทาบทับ เขาเห็นร่างสูงของชายคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างกายแต่กลับไม่เห็นใบหน้าของ  คน ๆ นั้นทั้ง ๆ ที่เขาคิดว่าเงยหน้าขึ้นไปมองแล้ว


“เพราะว่าตอนนี้ทั้งหมด...มันมาอยู่ที่นี่ไงล่ะ” ร่างสูงนั้นค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้อีกจนอยู่ในระยะที่แขนเอื้อมถึงได้ “ทั้งหมดของฉัน...ให้นาย”


รู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกเล็กน้อย แถมยังร้อนวูบวาบราวกับจับไข้ คำพูดที่ได้ยินนั้นทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นรัวเร็ว ความรู้สึกอุ่นวาบถาโถมเข้ามาในจิตใจราวกับคำพูดที่ได้ยินนั้นส่งผ่านทางอากาศเข้าสู่ผิวหนังได้ “ทุกอย่างเป็นของนายคนเดียว...ทั้งเวลา ทั้งชีวิต...ตลอดไป”


ตลอดไปน่ะ...มันแสนสั้นนะครับ” เขาได้ยินเสียงตัวเองเอ่ยก่อนจะยกมืออีกข้างหนึ่งสัมผัสใบหน้าคมคายที่ห่างออกไปไม่มากนัก แต่ถึงกระนั้น...ก็ยังไม่เห็นใบหน้าของคน ๆ นั้น ทำไมถึงมองไม่เห็น? ทั้ง ๆ ที่อยู่ใกล้แค่นี้แท้ ๆ ?


“ผมยังไม่อยากพูดถึงอนาคตหรอกนะ เพราะ ตอนนี้มีค่ากับผมมากกว่าตั้งเยอะ” ตัวเขาคลี่ยิ้มจาง ๆ “ผมไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัส ความมืดเลย...แต่เพิ่งรู้นะครับว่าผมกับมันน่ะ ห่างกันแค่นี้เอง”


“และตอนนี้ ความมืดก็อยู่กับนาย” เขาได้ยินเสียงห้าวว่าแผ่วเบาก่อนจะค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงมา “ต่อให้ แสงสว่างเข้ามาพรากนายไปจากความมืด…      ความมืดนี่แหละที่จะแย่งนายกลับมา...”


คน ๆ นั้นเข้ามาใกล้มากจนสัมผัสได้ไอร้อนจากร่างกาย แต่สิ่งที่สะท้อนในดวงตาของเขา มีแต่ภาพที่พร่ามัวเสียจนไม่อาจรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่น้ำเสียงที่โสตประสาทได้ยินนั้นกลับสลักลึกลงในจิตใจโดยไม่รู้ตัว


“...เพราะความมืดจะอยู่เคียงข้างนายเสมอ”


                ใบหน้านั้นเลื่อนเข้ามาใกล้กว่าเดิม แม้ไม่เห็นโครงหน้า แต่สัมผัสหนัก ๆ ที่ริมฝีปากทำให้เขาคล้อยตาม และ...


            สายลมเย็นพัดหวิวต้องใบหน้าจนสะดุ้งตื่นจากนิทรา เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อย ๆ ลืมขึ้นอย่างเชื่องช้าเผยให้เห็นดวงตาสีฟ้าใสที่มองไปยังเพดาน ร่างสูงนอนนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่งราวกับตกอยู่ในภวังค์ความคิด มือขวาเลื่อนมาสัมผัสริมฝีปากอย่างเหม่อลอย


            ฝัน...งั้นเหรอ?


                เป็นฝันที่ชัดเจนกว่าครั้งไหน ราวกับว่าเหตุการณ์ในฝันนั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ นิ้วมือไล้ไปมาที่กลีบปากอย่างเชื่องช้า แต่ทำไมตรงนี้ถึงอุ่น? เซดริกสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อนึกขึ้นได้ว่า อีกคนในฝันนั้นไม่ใช่ผู้หญิง แต่หากเป็นบุรุษเพศ


“กับ...ผู้ชายเนี่ยนะ?” ชายหนุ่มเริ่มชักไม่มั่นใจในตัวเองเสียแล้วว่าทำไมถึงฝันอะไรแบบนั้นไปได้กันนะ? แต่ส่วนลึกภายในความคิดกลับไม่ต่อต้าน กลับพยายามเรียกร้องเสียด้วยซ้ำไป


ร่างสูงผมบลอนด์ไม่ขยับกายไปพักใหญ่ก่อนจะถอนหายใจอย่างปลงตก ตัดสินใจปล่อยความคิดนั้นให้หลุดลอยไป เขาดันกายให้ลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าคมคายมองไปรอบกายด้วยความฉงนเล็กน้อย “ห้องเรานี่นา? กลับมานี่ได้ไงน่ะ?” เสียงทุ้มพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง เขาจำได้ว่าเมื่อเช้าออกไปเดินเล่นในเมือง แล้วเจอกับ


            ผู้ชายคนนั้น...


                คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันขณะใช้ความคิด “เสียง...” เสียงในความฝัน กับเสียงของชายคนนั้นที่เขาเจอในเมืองคล้ายกันมาก คล้ายกันมากเสียจนเขานึกว่าเป็นเสียงของคน ๆ เดียวกัน รวมไปถึงบรรยากาศรอบกายที่สัมผัสได้ไม่ต่างจากคนในฝัน


            แม้ไม่เห็นใบหน้า แต่กลับโหยหา...


            และคิดถึง...


                เซดริกหัวเราะเบา ๆ ให้กับความคิดของตัวเอง “ไปกันใหญ่แล้ว...” แม้จะพูดแบบนั้น แต่ความคิดกลับสวนทาง ชายหนุ่มเริ่มทนไม่ไหวกับความสับสน และความขัดแย้งในตัวเอง ดวงตาสีฟ้าหันไปมองนาฬิกาตั้งโต๊ะที่หัวเตียงชั่วครู่


            “สองทุ่ม...”


            ทางเดียวที่จะไขคำตอบทั้งหมด คือต้องไปที่นั่นสินะ


                ร่างสูงก้าวลงจากเตียง รู้สึกเบาโหวงอย่างแปลกประหลาด แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ดีเสียอีกที่ไม่มีอาการปวดหัวแล้ว เซดริกเดินไปหยิบเสื้อคลุมสีครีมออกมาจากตู้เสื้อผ้าก่อนจะสวมมันหน้ากระจกที่เขาเห็นใบหน้าคมคาย แต่อิดโรยของตัวเองจ้องกลับมา “ดูแย่ชะมัดเลยแฮะ” เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พร้อมกับถอนหายใจเบา ๆ


            เขาเดินลงบันไดมาชั้นล่าง และเห็นเพื่อนร่วมทางของเขาทั้งสามคนกำลังนั่งดูโทรทัศน์กันอยู่ ริมฝีปากสีชมพูซีดกระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางอันสนุกสนานของพวกเขา ตั้งใจจะก้าวเท้าเข้าหา แต่แล้วก็หยุดชะงักกะทันหัน เพราะความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน


            เพราะที่ผ่านมาเขาอยู่กับสามคนนี้มาโดยตลอด และพวกเขาก็เป็นคนเข้าหาทุกครั้ง ทำให้เซดริกไม่ได้ทันได้รู้สึกถึงเส้นแบ่งอันเลือนรางจนแทบจางหายไปกับอากาศระหว่างตัวเขา และเพื่อนรักทั้งสามคน


            อาจเป็นเพราะความรู้สึกที่อธิบายสาเหตุไม่ได้เช่นนี้ เซดริกจึงเลือกที่จะหยุดแค่ตรงนั้น ด้วยใจหนึ่งไม่อยากขัดจังหวะ อีกใจกลับรู้สึกว่าเขาต้องไป คนเดียว


            ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะถอยหลังออกจากทางเข้าห้องนั่งเล่นอย่างเงียบกริบ และตรงไปยังประตูบ้านโดยไม่รีรอ แต่ทว่ากลับมีร่างที่คุ้นตาของหญิงสาววัยกลางคนผู้เป็นเจ้าของบ้านแห่งนี้เดินออกมาจากห้องครัว สีหน้าของเธอดูไม่ดีนักจนเขาอดถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงไม่ได้


            “คุณน้าดูไม่ค่อยสบายเลยนะครับ? ไม่หาหมอก่อนดีไหมครับ?”


            อีกฝ่ายส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปขวางทางระหว่างชายหนุ่มผม บลอนด์ และประตูบ้าน ดวงตาของเธอสบกับนัยน์ตาสีฟ้าที่ฉายแววสงสัย “ดึกป่านนี้แล้วเธอจะไปไหนเหรอ?” เสียงแหบพร่าถาม


            เซดริกเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงที่เคยสดใส แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวง “ผม...” แน่นอนว่าเขาเตรียมคำตอบไว้แล้ว “...ว่าจะออกไปเดินเล่นหน่อยน่ะครับ นอนมาทั้งวันรู้สึกตึง ๆ ชอบกล” แล้วก็ระบายยิ้มจาง ๆ ให้เหมือนเช่นทุกครั้ง


            แต่ทว่าน้าสาวยังไม่ขยับเขยื้อนไปจากที่เดิม อีกทั้งสีหน้าก็ดูวิตกกังวลมากกว่าเดิม “จะไปที่นั่นใช่ไหม?” เธอถามเสียงเบา


            “ครับ?”


            “เธอจะไปที่นั่นใช่ไหม?” เสียงที่เข้มขึ้นจนเกือบเป็นตวาดกลาย ๆ ถามห้วนก่อนจะต่อท้ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม “ที่คฤหาสน์หลังนั้น...”


            นัยน์ตาสีฟ้าเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจที่อีกฝ่ายรู้ทัน แต่ไม่ทันที่จะได้ตอบอะไร หญิงวัยกลางคนก็ส่ายใบหน้าที่ซีดเซียวรัวเร็ว “ไม่ได้นะ ห้ามไปเด็ดขาด!” เธอเอ่ยเสียงเฉียบขาดจนเซดริกอดสะดุ้งไม่ได้


            “ทำไม...”


            “เธออาจจะคิดว่าเป็นแค่ข่าวลือโคมลอยไม่มีสาระอะไร แต่ว่า...” น้าสาวกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอขณะที่ดวงตาสีแดงสดคู่นั้นวนกลับมาในความคิด สายตาที่เธอถูกมอง ทั้งเย็นเยียบ ดุดัน และเลือดเย็น...

 

ถ้ายังอยากมีชีวิต ก็หุบปากซะ!

 

            คำพูดนั้นยังคงก้องอยู่ในหู แต่ว่าเธอก็ไม่อาจทนมองให้เพื่อนรักของหลานชายเดินดุ่ม ๆ เข้าหาอันตรายเด็ดขาด! “คฤหาสน์หลังนั้นน่ะ คือคฤหาสน์    แวมไพร์ของแท้เลยนะ!


ในที่สุดเธอก็เอ่ยมันออกมาพร้อมกับเสียงหายใจหอบด้วยความตื่นกลัว ใบหน้าหันรีหันขวางราวกับกลัวว่าจะมีใครแอบฟังอยู่ และเมื่อไม่เห็นใคร เธอก็ตรงเข้ามาจับไหล่หนาของชายหนุ่มไว้แน่น “น้าเคยเห็น...รูป...รูปของผู้ชายคนนั้น!!


            เซดริกนิ่งค้างด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ คุณน้าที่ใจเย็นมาตลอด กลับร้อนรน และหวาดกลัวถึงขนาดนี้ “ค...คุณน้าจะใจเย็น ๆ นะครับ” เขาพยายามกล่อม แต่ดูเหมือนว่ามือที่วางอยู่ไหล่ของเขาบีบแรงมากขึ้น


            “รูปของผู้ชายคนนั้นอยู่ในหนังสือ....”


            “คุณน้าครับ” ในที่สุด...ชายหนุ่มก็หาจังหวะเอ่ยขัดขึ้นได้ มือหนาเอื้อมไปแตะหลังฝ่ามือที่สั่นระริกของหญิงสาววัยกลางคนพร้อมกับระบายยิ้มจาง ๆ บนใบหน้า “ขอบคุณมากครับที่เป็นห่วง แต่ว่า...” เขาค่อย ๆ แกะมือที่จับไหล่ของเขาอยู่มากุมไว้ “...ผมต้องไปจริง ๆ”


            ดวงตาของน้าสาวเบิกโพลง “แต่ แต่...”


            “ผมตามหาบางอย่างมานานแล้วครับ ถ้าที่แห่งนั้นช่วยผมได้...ผมก็จะไปครับ” เซดริกเอ่ยเสียงหนักแน่น แต่อีกฝ่ายก็ยังคงไม่คลายความกังวล “ผมไปไม่นานหรอกครับ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” เขาลูบหลังมือของหญิงสาวเจ้าของบ้านอย่างอ่อนโยนเพื่อไม่ให้เธอคิดมาก


            เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับใด ๆ เขาก็ปล่อยมือของเธอ และส่งยิ้มให้อีกครั้ง “ฝากบอกทุกคนด้วยนะครับ ผมไปก่อนล่ะ” แล้วแผ่นหลังก็หายไปจากประตูบ้าน โดยมีสายตาอันหวาดหวั่น แต่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงมองตามไป


            ทำไมนะ... ลางสังหรณ์บางอย่างกำลังบอกเธออย่างเงียบ ๆ ว่า นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าคมคายนั่น....


            ...จะไม่ได้เห็นแผ่นหลังของชายหนุ่มคนนั้นอีกแล้ว...


###

 

            มาจนได้นะเรา...


            ร่างสูงในเสื้อคลุมสีครีม และกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงินเข้มหยุดอยู่หน้ารั้วเหล็กที่วางตัวเป็นแนวยาวหลายเมตรที่สุดปลายถนนสายหนึ่ง รั้วนี้สร้างขึ้นเมื่อสองปีที่ผ่านมาเมื่อเกิดข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วว่า พื้นที่หลังรั้วแนวนี้เป็นที่อยู่ของแวมไพร์นักล่าแห่งรัตติกาลนิยายปรัมปรา และต้นเหตุของข่าวลือที่ว่านั้น ก็คือ...


            นัยน์ตาสีฟ้าทอดมองไปยังหลังคาของคฤหาสน์ที่โผล่ออกมาเหนือแมกไม้บนเขา


            คฤหาสน์หลังนั้นสินะ


                เซดริกหยุดมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะเบา ๆ ให้กับตัวเอง “แค่เพราะเสียงของคน ๆ นั้น กับข่าวลือบ้า ๆ เนี่ยนะ?”


ที่ทำให้เราต้องดั้นด้นมาในตอนกลางคืนแบบนี้?


                ถึงแม้จะยังตั้งคำถามกับตัวเอง เขากลับรู้สึกว่า คำตอบที่หามานาน...กำลังรอเขาอยู่ที่นี่ ที่คฤหาสน์ท่ามกลางแมกไม้นั่น ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหันซ้ายรีขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น เขาก็ไม่รอช้า ปีนข้ามรั้วเหล็กไปยังพื้นที่ข้างหลังทันที โชคดีที่รั้วแนวนี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อกันขโมย ทำให้การปีนข้ามไม่ยากเย็นนัก


            รองเท้าผ้าใบคู่เก่งแตะพื้นหญ้านิ่มสีเขียวอย่างเงียบกริบก่อนขาที่งออยู่จะยืดขึ้น พร้อมกับดวงตาสีฟ้าใสที่มองไปรอบกายอย่างประหลาดใจเล็กน้อย  มีทางเดินทำไว้ด้วยแฮะ?  เขาเห็นเส้นทางเล็ก ๆ ที่ตรงไปยังยอดเขาราวกับว่ามีใครเคยเดินผ่านทางนี้ และทำเส้นทางไว้  


            แต่เซดริกก็ไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะคิดว่าอาจจะกลุ่มคนที่หลงเชื่อข่าวลือนั่น และพยายามลักลอบเข้ามาก็เป็นได้ เชื่อเรื่องไม่เป็นเรื่อง เขาคิดพลางถอนหายใจอย่างปลง ๆ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีทางเดินให้เดินล่ะนะ


                แล้วร่างสูงก็เดินไปตามทางเบื้องหน้า ไม่นานนักความมืดก็โรยตัวลงมามากว่าเดิม ทำให้บรรยากาศรอบกายเริ่มทะมึนจนแทบมองไม่เห็นต้นไม้รอบข้าง สภาพแวดล้อมเช่นนี้คงจะไม่แปลกถ้าจะมีใครหวาดกลัว และตัดสินใจออกห่างจากบรรยากาศแบบนี้ให้ไวที่สุด แต่ชายหนุ่มผมบลอนด์ผู้บุกรุกพื้นที่กลับรู้สึกต่างออกไป แม้จะไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร แต่เขาก็บอกได้ว่า...


            ป่าแห่งนี้ ทางเดินนี้ ไม่น่ากลัวเลยแม้แต่น้อย...


            ...ปลอดภัยกว่าที่ใด...


            เซดริกกะพริบตาปริบ ๆ ให้กับความคิดของตัวเอง “ปลอดภัย...งั้นเหรอ?” เขาพึมพำเบา ๆ ตลกน่า... ดวงตาสีฟ้ามองตัวคฤหาสน์ที่เริ่มปรากฏให้เห็นในครรลองสายตาพลางใช้ความคิด ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่เขารู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้มีคนคอยดูแล ปกป้อง และคุ้มครองตลอดเวลา


            เอาเถอะ...เข้าไปถึงเดี๋ยวก็คงรู้


            ทั้งคำถามต่าง ๆ ทั้งความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก และเสียงในความฝันนั่นหวังว่าจะได้รับคำตอบที่ไร้คนตอบมานาน จะได้ปลดความคิดอันหนักอึ้งออกจากสมองเสียที


            และในที่สุด เขาก็มายืนอยู่หน้ารั้วหินที่วางตัวเป็นแนวยาว เบื้องหลังแนวรั้วนั้นมีคฤหาสน์ที่คำว่า ใหญ่โต ยังน้อยไป แม้จะไม่มีแสงจากดวงอาทิตย์แล้ว แต่แสงจากดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวก็เพียงพอที่จะทำให้เห็นโครงสร้างยุโรปแท้อันสง่างาม ราวกับมีมนต์ขลังสะกดดวงตาสีฟ้าให้ไม่อาจละสายตาไปได้


            เซดริกตบหน้าตัวเองเบา ๆ สองสามทีเพื่อเรียกสติกลับคืนมา


เขายื่นมือไปลองผลักรั้วเหล็ก แล้วก็แปลกใจเล็กน้อยที่มันไม่ได้ลงกลอนไว้ เขาจึงผลักมันให้เปิดกว้างมากขึ้น และก้าวเข้าไปในเขตตัวคฤหาสน์ เขาเดินผ่านสวนหย่อมที่เรียกได้ว่าขนาดใหญ่กว่าห้องพักของเขาอยู่ขนาบตัวคฤหาสน์ พุ่มไม้ทั้งหนา และบางวางตัวเรียงเป็นทางเดินดูแปลกตา ต้นไม้น้อยใหญ่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบจนไม่น่าเชื่อว่ามีอายุเกือบพันปีแล้ว


            จนอดคิดไม่ได้ว่า ที่นี่ยังมีคน อาศัยอยู่จริง ๆ...


                ...แล้ว ใครกันล่ะ?


            คิดแบบนั้นเลยอดขนแขนลุกชันไม่ได้ แล้วเขาก็พบว่าตัวเองมาถึงประตูทางเข้าตัวคฤหาสน์แล้ว เมื่อมาอยู่ใกล้ขนาดนี้ทำให้เขาค้นพบว่ามันช่างสง่างาม และมโหฬารเหลือเกิน


            เหมือนคฤหาสน์แวมไพร์จริง ๆ มิน่าคนถึงได้ลือกันนัก


            ดวงตาสีฟ้าจับจ้องไปที่บานประตูไม้สีน้ำตาลเข้ม แล้วเลื่อนไปที่ลูกบิดประตูทองเหลืองตรงหน้า ทุกอย่างอยู่หลังประตูบานนี้ มืออันสั่นเทาค่อย ๆ ยกขึ้นเพื่อจับลูกบิดประตู แต่ไม่ทันได้สัมผัสมัน บานประตูก็ผลักตัวเองออก เผยให้เห็นช่องว่างอันน้อยนิดระหว่างตัวเขา กับภายในคฤหาสน์


            เซดริกชะงักไปเล็กน้อย เพราะราวกับสถานที่แห่งนี้กำลัง เชื้อเชิญเขาให้เข้าไปข้างในอย่างไรอย่างนั้น ริมฝีปากบางเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง พร้อมไหม? เขาได้ยินเสียงของเขาถามตัวเอง


            ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และปล่อยออกช้า ๆ พร้อม...


                แล้วเขาก็ผลักประตูบานนั้นให้เปิดกว้างกว่าเดิม และก้าวเข้าไปข้างใน



TO BE CONTINUED...


สำหรับตอนอื่น ๆ ที่เซปิดการอ่านไว้ เพราะว่ากำลังทยอยรีไรท์อยู่นะคะ

เมื่อรีไรท์เสร็จแล้วจะเอาลงให้อ่านเหมือนเดิมค่า ^^



เอาหน้าปกมาให้ดูค่ะ ชอบมากๆเลย ><



 ⚠️ วันที่ 21 กุมภานี้ปิดพรีออเดอร์แล้วนะคะ! ⚠️


>>Pre-Order<<

Bloody Bond พันธนาการเขี้ยวราตรี (ชื่อเดิม Tale of the Darkness)

*** วันนี้ - 21 กุมภาพันธ์ ***


sds

ผู้เขียน : Xeiji / อู่ชี่


ภาพปก : Kon


ภาพประกอบ : Mr.x


จำนวนหน้า : 450+


ราคา : 439 บาท


สิ่งที่มีเพิ่มเติมในรูปเล่ม : ตอนพิเศษ และ Uncut


ของแถม : ที่คั่นหนังสือแฮนเมดลายคาแรคเตอร์พระ-นาย (มีจำนวนจำกัด)

sds

สั่งจองได้ที่นี่เลย >> https://goo.gl/forms/pw78JhDWpccygxF62

*** วันนี้ - 21 กุมภาพันธ์ ***


และเจอกันได้ที่งาน Gen Y Trade Area 8 วันที่ 3 มีนาคม บูธ A8 mwix ค่า

sds


sds


มาพูดคุยกันได้ใน

FB : https://www.facebook.com/xeijiandwuqi

หรือ twitter : Seiji_18 (แต่ทวิตเตอร์จะออกแนวบ่นไปเรื่อยเปื่อยมากกว่า5555)

และหวังว่าเราจะได้เจอกันอีกในเรื่องถัดๆ ไปนะคะ :)



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
[BL] Tale of the Darkness ตอนที่ 43 : 35th Tale : ตามหาสิ่งที่หายไป [Rewrite] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 830 , โพส : 19 , Rating : 0% / 8 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 19 : ความคิดเห็นที่ 1025
ฮือ จำกันได้แล้ว เขาจำกันได้แล้ววววว!!! /กรี๊ดบ้านแตก
PS.  อดีตเปลี่ยนไม่ได้...แต่สิ่งที่ทำได้คงมีเพียงทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
Name : รักนี้...สีเลือด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รักนี้...สีเลือด [ IP : 125.27.160.143 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 กันยายน 2560 / 21:35
# 18 : ความคิดเห็นที่ 1008
อยากจะเขียนเป็นพันๆ ขอบคุณที่คนเขียนไม่ใจร้ายเขียนเรื่องนี้ให้เราร้องไห้ไปมากกว่านี้
ซึ้ง.. ในที่สุด เซดก็จำได้ (ถึงบางทีจะง่ายไปหน่อย) 
ขอบคุณที่กลับมาเขียนให้ได้อ่าน ไม่ลืม ไม่ทิ้ง ไม่ให้ค้างคานะค่ะ

นิดนึง คือจะมีตอนที่อ่านผ่านมาแล้วรู้สึกสงสัย
คือ ตอนที่เซดโดนลักพาตัวผ่านรอยแยกมิติ แล้วเอเกิลบอกว่าอาจจะเกิดจากตัวเซดเองไม่ได้ตั้งใจ
ตอนแรกอ่านก็ งง นะว่า คืออะไร แต่คิดว่าเดี๋ยวคงมีเฉลย แต่อ่านมาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เจอ
อยากให้คนเขียนลองทบทวนดูอีกครั้งนะค่ะ เราว่ามันจุดสะดุด

อีกอัน.. กอปร อันนี้คือไรคะ อ่านมาหลายอันล่ะ ไม่เข้าใจจริงๆ

ขอบคุณนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ อย่าหายไปนานนะค่ะ มาอัพต่อเร็วๆ เถอะค่ะ
PS.  ฝากผลงานเรื่อง LoVe StylE--เจ็บแลกรัก [Yaoi]]
Name : เด็กหญิง น่วมเนี่ยม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เด็กหญิง น่วมเนี่ยม [ IP : 103.26.23.211 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2560 / 22:03
# 17 : ความคิดเห็นที่ 962
อ๊ากกกก อ่านไม่ได้ ทำไมลิ้งไม่ขึ้น แงงงงงง สนึกๆ แต่ทำไมอ่านไม่ได้อ่ะ เสียใจ
Name : Gin [ IP : 119.46.95.66 ]

วันที่: 11 ตุลาคม 2559 / 11:12
# 16 : ความคิดเห็นที่ 937
อีกตอนเดียวก็จบแล้วว ไรต์อยู่หนายยย
Name : iluminat < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ iluminat [ IP : 125.25.180.243 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:49
# 15 : ความคิดเห็นที่ 935
เห็นเรื่องนี้อัพแล้วแทบร้อง อ๊าาาาาาากกกกก ยังรออยู่เสมอนะคะไรท์ ติดตามมม;;_;; จะสุขหรือเศร้าก็จะรอฉากสุดท้ายค่ะ!!
PS.  ต้องการ วันหยุด ที่ดี
Name : ไก่ฟ้าพระยาลอ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ไก่ฟ้าพระยาลอ [ IP : 125.26.113.168 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ตุลาคม 2558 / 11:05
# 14 : ความคิดเห็นที่ 934
สนุก ชอบ เพิ่งได้มาอ่านชอบมากกก ส่วนตัวชอบแนวนี้นะดร่าม่าแต่ชอบแบบไม่ปัญญาอ่อนเกินไปซึ่งหาคนแต่งให้ถึงอารมณ์น้อยมาก แล้วก็ชอบนายเอกสู้คนด้วยแบบไม่ชอบเอะอะร้องไห้มันขัดๆอ่ะคือผู้ชายมันจะร้องไห้ง่ายขนาดนั้นหรอว่ะอะไรงี้ ซึ่งเรื่องนี้ตอบโจทย์ดีมากก ไรท์มาต่อเร็วๆนะ จะรอ
PS.  วายเท่านั้นที่ครองโลก
Name : BK♥ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ BK♥ [ IP : 27.55.20.154 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กันยายน 2558 / 01:55
# 13 : ความคิดเห็นที่ 933
เย้ๆ!!ไรท์กลับมาอัพ>.< ตอนแรกคิดว่าไรท์ทิ้งเรื่องนี้ซะแล้ว รีบมาอัพต่อน้าาา
PS.  ผมเป็นเด็กใสซื่อนะเออ
Name : Lifeลั้นลา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Lifeลั้นลา [ IP : 122.155.44.163 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 กันยายน 2558 / 21:48
# 12 : ความคิดเห็นที่ 932
เริ่ดมากเลยดีใจสุดๆที่ไรท์กลับมาเรานึกว่าไรท์จะทิ้งเราไปซะแล้ว ขอบคุณนะที่ไม่ทิ้งกันไปไหน
Name : cartooncartoon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cartooncartoon [ IP : 58.11.232.155 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 กันยายน 2558 / 19:17
# 11 : ความคิดเห็นที่ 931
ไรท์กลับมาแล้ววววววสฮืออออออ ชอบเรื่องนี้ที่สุด อ่านที่ไรรู้สึกอบอุ่น55ขอบคุณนะคะที่ยังไม่ทิ้งเรื่องนี้ไปไหน ถึงจะมาช้าหน่อยแต่ก้ดีกว่าไม่มา หวังว่าไรท์จะแต่งเรื่องอื่นด้วยนะคะ
Name : ..BBooKK.. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ..BBooKK.. [ IP : 27.55.13.234 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 กันยายน 2558 / 17:16
# 10 : ความคิดเห็นที่ 930
อัพแล้วววว ตอนเปิดแจ้งเตือนมาเจอนี่ดีใจสุดๆเลยอ่ะ;w; สนุกมากๆเลยค่ะ เราชอบนิยายเรื่องนี้มาก ตอนแรกคิดว่าจะไม่ได้อ่านแล้วนะเนี่ย555
Name : Randel < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Randel [ IP : 58.8.151.12 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 กันยายน 2558 / 17:15
# 9 : ความคิดเห็นที่ 929
เรารอมานานมากกกกก ในที่สุดก็อัพแล้ว ดีใจสุดๆ มาต่อไวๆน้าาาา
Name : rajung rajung < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ rajung rajung [ IP : 58.9.28.73 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 กันยายน 2558 / 12:54
# 8 : ความคิดเห็นที่ 927
ตาไม่ฝาดสินะ โฮ~ ดีใจ T^T รอมานานในที่สุดคุณก็กลับมา (ถึงจะกลับมาพร้อมตอนใกล้จบก็เถอะ) ถ้าจบแล้วเขียนตอนพิเศษไปเรื่อยๆ ได้มั้ยคะ พลีส~
PS.  Memoir [เม็มวา] คือ เรื่องราวที่บันทึกจากความทรงจำ
Name : MeMoIr-Nine9 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MeMoIr-Nine9 [ IP : 125.25.216.252 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 กันยายน 2558 / 08:07
# 7 : ความคิดเห็นที่ 924
อ๊ากกกกกก ดีใจที่กลับมาอัพนะคะ รอเรื่องนี้มาก! แทบจะกล้าพูดเลยว่าถ้าเรื่องนี้ทำเป็นหนังสือ จะยอมซื้อเลยค่ะ

คิดถึงคุณครอส! คิดถึงเซดดริก คิดถึงไรท์เตอร์มากค่ะ >< ตอนหน้าตอนจบแล้วสินะคะ! รออ่านจดจ่อเลย ครั้งแรกกลัวมากว่าไรท์จะไม่กลับมาอัพ แต่ก็พยายามคิดในแง่ดี ยังไงคุณครอสก็ทำเราใจสั่นได้เสมอเลยค่ะ! ถึงจะพูดน้อยแต่การกระทำ ทำได้ฟินมาก เหมือนจะดราม่าที่ว่ายังไงเซดดริกก็ต้องตายจากคุณครอส แต่ถ้าเซดดริกเป็นเหมือนคุณครอสก็จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป >< ขอให้ตอนหน้ามาไวๆแล้วจบแฮปปี้นะคะ รักไรท์มาก
PS.  ฉันไม่เคยกลัวในสิ่งที่ฉันทำ...เพียงแต่ฉันกลัวผลลัพธ์ที่จะตามมา...
Name : MASTER●RITSU● < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MASTER●RITSU● [ IP : 64.233.173.166 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กันยายน 2558 / 22:27
# 6 : ความคิดเห็นที่ 923
Nyaaaaaa~~~~
ไรต์กลับมาแล้ว หายไปนานจนคิดว่า ทิ้งไปแล้วเสียอีก ในที่สุดก็มาแล้ว~~~~
รออะไร!! รีบอ่านสิคร้าาาาาาา
ฟิน~~~~
Name : องค์ซีอิง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ องค์ซีอิง [ IP : 58.8.156.177 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กันยายน 2558 / 22:08
# 5 : ความคิดเห็นที่ 922
กรีดร้องงงงงงงงงง ชั้นไม่ได้ตาฝาดซินะ 555 ดีใจมว๊ากกกกก คนเขียนมาอัพแล้ว T^T ไม่อยากให้จบเลยอ่ะ ฮืออออ
Name : l3lack-lolipopz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ l3lack-lolipopz [ IP : 115.87.211.192 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กันยายน 2558 / 22:01
# 4 : ความคิดเห็นที่ 921
Surpise มากค่ะ โอ๊ยยยย ชอบบบ ดีใจที่กลับมาค่ะ
Name : ยีราฟลงพุง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ยีราฟลงพุง [ IP : 171.96.240.87 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กันยายน 2558 / 21:58
# 3 : ความคิดเห็นที่ 920
ในที่สุดก็มาอัพสักที//เช็ดน้ำตา รอนานมากกกก ดีใจสุดๆ ตอนเห็นรีบกดเข้ามาเลยค่ะ
Name : MY dear < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MY dear [ IP : 171.5.189.29 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กันยายน 2558 / 21:39
# 2 : ความคิดเห็นที่ 919
คิดถึงคนเขียนนนน ฮือออออ เรานังรออ่านอยู่น้าาาาาาาา คิดถึงมากเลยยย ในที่สุดเค้าก็กลับมาสักที
PS.  Huang Zitao is my last.
Name : me too,me tao. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ me too,me tao. [ IP : 202.44.135.34 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กันยายน 2558 / 20:46
# 1 : ความคิดเห็นที่ 918
อัพแล้วๆ ติดตามมากค่ะ คู่นี้น่ารัดมากๆค่ะ ชอบคุณครอสค่ะอนากโดนกัดคอจัง อร้ายยย > <
PS.  อาวุธนั้นไร้ซึ่งดวงตาและจิตใจ....มันไม่มีทางรูว่าฟาดฟันใครหรืสิ่งสำคัญอะไรไปบ้าง....แต่ผู้ที่ถืออาวุธนั้นมีทั้งดวงตาและจิตใจ....เจ้ารู้ว่าเจ้าฟาดฟันใครและรู้สึกอย่างไร....จงฟาดฟันตามความรุ็สึกของเจ้าซ
Name : Princess apple < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Princess apple [ IP : 58.11.49.57 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 กันยายน 2558 / 19:35
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android