คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

[BL] Tale of the Darkness

ตอนที่ 41 : 33rd Tale : เส้นด้ายที่เลือนลาง [Rewrite] + Update หน้าปก


     อัพเดท 19 ก.พ. 62
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/นิยายวาย
Tags: แฟนตาซี, แวมไพร์, การต่อสู้, BL
ผู้แต่ง : Xeiji / Wu Qi ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Xeiji / Wu Qi
My.iD: https://my.dek-d.com/Seiji_Ed
< Review/Vote > Rating : 95% [ 13 mem(s) ]
This month views : 47 Overall : 40,279
1,061 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1798 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
[BL] Tale of the Darkness ตอนที่ 41 : 33rd Tale : เส้นด้ายที่เลือนลาง [Rewrite] + Update หน้าปก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 743 , โพส : 16 , Rating : 0% / 6 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


33rd Tale : เส้นด้ายที่เลือนลาง

 

            “อาซาฮีทัวร์ทางนี้เลยครับ!


            “ยองฮวาทัวร์ครับ!


            “สุมิตราทัวร์อยู่ทางนี้ค่ะ!


              เสียงร้องเรียกคณะเดินทางท่องเที่ยวให้มารวมกันเป็นกลุ่มดังระงมไปทั่วสนามบินที่ดูแคบไปถนัดตา เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวมหาศาลจากหลากหลายชาติ หากใครมาคนเดียวก็อาจโชคดีไป แต่ถ้าหากมาเป็นหมู่คณะแล้วล่ะก็ ต้องจับตาเพื่อนร่วมทางให้ดี ๆ ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะหลงได้ง่าย ๆ


            กลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งอายุราวยี่สิบต้น ๆ พยายามชะเง้อมองหาทางออกจากสนามบินอย่างเอาเป็นเอาตาย กระเป๋าเดินทางแบบแบคแพคบนหลังพวกเขาช่วยเป็นสิ่งแหวกทางให้พวกเขาได้เป็นอย่างดี คนหนึ่งในกลุ่มที่สูงที่สุดในกลุ่มชะเง้อมองประตูทางออกให้กับเพื่อน ๆ จนในที่สุดดวงตาสีทองก็เป็นประกาย

               

               “เฮ้ย เจอทางออกแล้ว! เลี้ยว ๆ ๆ”

            

          หลังจากเบียดฝูงชนมาเป็นเวลาเกือบสิบห้านาที พวกเขาก็หลุดพ้นออกมาสูดอากาศข้างนอกได้ในที่สุด คนนำทางผมทองพ่นลมหายใจด้วยความ โล่งอกก่อนจะหันกลับไปหาเพื่อนร่วมทางอีกสามคนที่ถอนหายใจเช่นกัน “ให้ตาย ไม่คิดเลยว่า  ช่วงนี้คนจะเยอะขนาดนี้” เขาพูดพลางเช็คโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าเงิน และพาสปอร์ต


            “แกเลือกมาช่วงนี้เองไม่ใช่เรอะเควิน” ชายหนุ่มผิวสีแทนว่า


            “เออจริง ฮ่า ๆ” เควินหัวเราะร่าก่อนจะมองป้ายบอกทางเพื่อหารถพาพวกเขาออกไปจากสนามบินแห่งนี้


“อืม...ญาติฉันบอกว่าจะมารับที่เกทหกล่ะ ตรงนี้เกทสี่...”


            “นู่น ไปทางขวาน่ะ” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้ไปทางขวามือ ใบหน้าสวยสะคราญแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเล็กน้อยพองามยิ้มเล็กน้อย ร่างสูงชะลูดแต่ดูทะมัดทะแมงแบกกระเป๋าแบคแพคใบใหญ่ที่หลังทำให้รู้ว่าเธอไม่ใช่สาวร่างน้อยบอบบาง อันที่จริงเธอค่อนข้างเป็นจุดสนใจตั้งแต่ลงจากเครื่องบินแล้ว...


            “โอ้ ขอบใจเอลิซ่า” เควินยิ้มรับ “เธอเป็นแผนที่ของกลุ่มได้ดีเลยล่ะ!


            เอลิซ่าทำจมูกย่นใส่ก่อนจะถอนหายใจอย่างระอา แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีอะไรบางอย่าง ๆ เย็นมาแตะที่แก้ม เธอหันขวับไปทางขวาทันทีก่อนจะอมยิ้มเล็กน้อย เธอรับขวดน้ำเปล่าเย็นเฉียบมาจากคนที่แกล้งเธอเมื่อครู่ “ขอบใจนะ”


            ชายหนุ่มผมบลอนด์ยิ้มรับอย่างเอ็นดู ใบหน้าคมคายได้รูปรับกับดวงตาสีฟ้าสดใส ผิวขาวละเอียดราวกับไม่เคยออกแดดที่ไหน แต่ความจริงแล้วทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นว่าเล่น แถมเรียกได้ว่าเป็นนักกีฬามือหนึ่งของมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว แน่นอน แฟนคลับก็มากพอตัว ชนิดที่ว่าขยับไปไหน ก็เป็นที่รู้กันหมด


            “หมั่นไส้จริงเว้ย มาเที่ยวกับเพื่อนนะแก ไม่ใช่มาเดท!” เควินที่เดินนำหน้าไปแล้วหันกลับมาแหวใส่อย่างอดไม่ได้พลางยืนชี้หน้าคู่หนุ่มสาวที่ทำตัวน่าอิจฉา


            คนผมบลอนด์กระตุกยิ้มที่มุมปากจาง ๆ “อิจฉาก็บอกมาเถอะ” เขาสวนกลับอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินไล่จนทัน และตีหลังของเพื่อนรักดังป้าบ!


            “ปล่อยมันไปเหอะเซดริก ไอ้คนไม่มีคู่ก็เงี้ย” ชายหนุ่มผิวแทนช่วยเสริมพลางหัวเราะเสียงดัง และก้มตัวไปข้างหน้า หลบหมัดลุ่น ๆ ที่ชกมาได้อย่างทันท่วงที


            “แฟนแกก็ไม่มาเหมือนกันล่ะวะโทมัส” คนโดนรุมทำหน้ามุ่ย


            “เอาน่า ๆ เควิน” เอลิซ่าเดินเข้ามาปลอบพลางตบบ่าเขาเบา ๆ “ดีไม่ดีกลับจากที่นี่ไป อาจจะได้แฟนมาสักคนก็ได้นะ”


            ดวงตาสีทองเบือนมาสบใบหน้าหวานของหญิงสาวพลางยักคิ้วให้ “หรือว่าเธออยากเปลี่ยนใจมาคบกับฉันแทนล่ะ?” สิ้นคำพูดเพียงแค่เสี้ยววินาที เขาก็อุทานลั่นเมื่อสาวเจ้าหยิกเข้าที่ต้นแขนให้เป็นของฝาก “อูย...ล้อเล่นแค่นี้เอง...”


            “สมน้ำหน้า” โทมัสทับถมเพิ่มอย่างสะใจ ก่อนจะรีบเดินนำหน้าไปอย่างรวดเร็วเพื่อหนีลูกเตะจากอดีตประธานชมรมเทควันโด จนเจ้าของลูกเตะแทบหน้าคะมำก่อนจะรีบเดินตามไปอย่างไม่ลดละ


            เซดริกส่ายหัวเล็กน้อยด้วยความระอาใจเมื่อเห็นเพื่อนสองคนที่เพิ่งเรียนจบมาหมาด ๆ ทำตัวอย่างกับเด็กไฮสคูล  ดวงตาสีฟ้ามองไปรอบกายอย่างอดทึ่งไม่ได้กับจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล เขาเองก็รู้ดีว่า ประเทศโรมาเนีย มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวอยู่เนือง ๆ แต่จำนวนที่มากขนาดนี้ก็แอบคาดไม่ถึงเหมือนกัน


            “เซดริก?” เสียงหวานที่เรียกชื่อเขาปลุกหลุดจากภวังค์ความคิด และพบว่าอยู่ดี ๆ เขาก็หยุดเดินไปกะทันหัน ดวงตาสีฟ้ากะพริบปริบ ๆ และมองร่างเพรียวที่มองเขาด้วยความเป็นห่วง


            “ว่าไงเอล?”


            “เป็นอะไรรึเปล่า?” หญิงสาวถามอย่างกังวล มือเรียวแตะใบหน้าของเขา


            ชายหนุ่มคลี่ยิ้มจาง ๆ “ไม่เป็นไรหรอก แค่...คิดอะไรเพลิน ๆ น่ะ” เขาตอบพร้อมกับแตะหลังมือขาวของเธออย่างนุ่มนวล


            “รถมาแล้วนะ ไปกันเถอะ” แล้วเอลิซ่าก็จับมือของเพื่อนชายให้เดินตามเธอไป เพราะถ้าหากไม่ทำแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าคน ๆ นี้จะหยุดเหม่ออีกรึเปล่า ดวงตาสีน้ำเงินสวยลอบมองใบหน้าคมคายที่ดูเขินอายเล็กน้อย ก่อนหน้าที่จะได้สนิทกัน


เซดริกเหม่อบ่อยมาก... ทุกครั้งที่เธอเห็นเขาเวลาที่ไม่ได้ทำอะไร ดวงตาของเขามักมองออกไปที่ไกลแสนไกล ราวกับว่ากำลังคิดถึงอะไรบางอย่างตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว


            และเธอก็ดีใจมากเมื่อในที่สุดดวงตานั้นได้หันมามองเธอ แต่ไม่รู้ทำไมตั้งแต่เอ่ยชื่อ โรมาเนียเขาก็เริ่มกลับมาเหม่อลอยอีกครั้ง


            ...บางทีก็หวังจะรู้ถึงจิตใจของชายคนที่ตัวเองหลงรัก...


            เซดริกมองไปทางทิศที่แผ่นหลังเล็กจูงมือเขาเดินไป รถยนต์กระบะสองประตูสีเงินจอดรออยู่ริมทางเดินเท้า เป็นรถของญาติของเควินที่มารับพวกเขาเพื่อเดินทางไปยังที่พักซึ่งอยู่ในเมืองซีบิว ประเทศโรมาเนีย


            ใช่แล้ว...ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ ประเทศโรมาเนีย


            ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย J อีกสองปีที่เหลือได้จบลงอย่างยากลำบาก และเหน็ดเหนื่อย เพราะเขาต้องตามบทเรียนที่ขาดหายไปถึงหกเดือนเต็ม จะเรียกว่าเขาหัวดีก็ได้ แต่เขาก็ตามทันเพื่อนร่วมรุ่น และจบพร้อมกันในที่สุด


หลังจากเรียนจบได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ เขา เอลิซ่า เควิน และโทมัสตัดสินใจไปท่องเที่ยวสักประเทศหนึ่งในแถบยุโรปก่อนจะเริ่มทำงาน

 


            “ตักตวงความสุขก่อนเริ่มชีวิตทำงานไงเพื่อน”

 


            ตอนแรกก็เถียงกันอยู่นานว่าจะไปที่ไหนดี จนกระทั่งคนเริ่มคิดอย่างเควินก็เสนอที่นี่...ประเทศโรมาเนีย ประเทศที่อยู่ห่างจากอังกฤษประมาณสองพันกว่ากิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางประมาณสามชั่วโมง แถมยังมีญาติของรายนั้นอาศัยอยู่ที่นี่อีกด้วย


            อันที่จริงเหตุผลข้างต้นเป็นเพียงแค่ เหตุผลรองเท่านั้น


            “อื้อหือ...โฆษณาทัวร์ผีดิบเยอะไปหมดเลยแฮะ” โทมัสเอ่ยขณะรถยนต์แล่นเข้าตัวเมืองบูซาเรสท์เพื่อพักทานอาหารกลางวัน เนื่องจากจากสนามบินที่บูซาเรสท์อยู่คนละรัฐกับเมืองซีบิลอยู่ในทรานซิลเวเนีย ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาเดินทางพักหนึ่ง


            “ลองเข้าไปในทรานซิลเวเนียสิเพื่อน รับรองเกลื่อนเมืองกว่านี้แน่” คนต้นคิดเอ่ยอย่างมีเลศนัยขณะมองทิวทัศน์จากหลังรถกระบะอย่างตื่นตาตื่นใจ


            นั่นแหละ... เหตุผลหลัก


            เพราะไอ้คนต้นคิดชอบเรื่องลี้ลับมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยิ่งช่วงสองปีที่ผ่านมานี้อยู่ดี ๆ กระแสผีดิบแวมไพร์ก็บูมขึ้นกะทันหัน โรมาเนียที่มีนักท่องเที่ยวเพราะสนใจเรื่องลี้ลับเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งมีคนแห่แหนไปมากกว่าเดิม  โดยเฉพาะเขตทรานซิลเวเนียซึ่งเป็นสถานที่ที่เป็นต้นกำเนิดของตำนานผีดิบดูดเลือด


เพื่อนอีกสองคนก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ชอบเรื่องลี้ลับ ส่วนเขา...ก็แค่เออออห่อหมกไปตามเรื่อง


แวมไพร์งั้นเหรอ? เซดริกคิดในใจอย่างหน่าย ๆ พลางกัดแฮมเบอร์เกอร์เข้าปาก ไร้สาระชะมัด...


ถึงแม้ว่าเขาจะเคยทำงานแปลนิยายเกี่ยวกับแวมไพร์มาก่อน แต่ไม่ว่าอย่างไรสำหรับเขา มันก็แค่เรื่องราวที่ริเริ่มขึ้นโดยบราม สโตกเกอร์ เป็นแค่ตัวละครในนวนิยายที่มีภูมิหลังของเรื่องราวในสถานที่ที่มีจริงก็เท่านั้น


ถึงจะน่าสนใจมากแค่ไหน แต่ถ้าพิสูจน์ว่าไม่ได้ว่ามีจริง มันก็แค่เรื่องในจินตนาการ


“ต้องขอโทษด้วยนะที่กลายเป็นว่านายต้องติดมาที่นี่ด้วย” หญิงสาวพูดขึ้น และเป็นอีกครั้งที่เธอเรียกเขาให้หลุดจากภวังค์ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มมองดวงตาสีอ่อนกว่าอย่างรู้สึกผิด “นายไม่ได้สนใจเรื่องลี้ลับใช่ไหมล่ะ?”


เซดริกโบกมือไปมา “ไม่เป็นไร” เขาว่าพร้อมกับหยิบหนังสือนำเที่ยวขึ้นมาโชว์ให้อีกฝ่ายดู ซึ่งในนั้นมีรูปสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่น่าสนใจในทรานซิลเวเนีย “เห็นไหม? มีอีกตั้งหลายที่ที่ให้ไปไม่ใช่แค่ปราสาทแดรกคิวล่านะ”


เอลิซ่าคลี่ยิ้มจาง ๆ แต่ก็ยังมีริ้วแห่งของความรู้สึกผิดอยู่ดีจนมือหนาอดวางบนเส้นผมสีบลอนด์ของเธอ และโคลงไปมา “คิดอะไรมาก มาเที่ยวทั้งทีนะ”


รอยยิ้มซึมเศร้าค่อยกลับมาร่าเริงหน่อย เขากับเอลิซ่ารู้จักกันเมื่อต้นปีที่แล้วในคาบเรียนโบราณคดีเบื้องต้นที่เขาลงเรียนเพื่อเก็บหน่วยกิตที่เหลือ แค่เห็นแวบแรกก็รู้แล้วว่าเธอเป็นที่สนใจมากแค่ไหน ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสคุยกัน


แต่ไป ๆ มา ๆ ก็กลายเป็นว่าคุยกันถูกคอดี แถมคนรอบข้างยังเชียร์ให้เป็นแฟนกันซะอีก...

 

“คนนึงก็สวยระดับนางงาม อีกคนก็หล่อแถมพกดีกรีว่าที่เกียรตินิยมอันดับหนึ่งถึงจะขาดเรียนถึงครึ่งปีก็ตาม... จะหาคู่ไหนที่เพอร์เฟ็คได้ขนาดนี้วะ?”

 

          เสียงแซวทีเล่นทีจริงของเควินดังขึ้นในความคิด ก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหรอก และเขาก็ดูออกว่าอีกฝ่ายก็พอมีใจให้เหมือนกัน แต่ก็พูดไม่ได้เต็มปากว่า ชอบอันที่จริงแล้วเขาเองก็อธิบายความรู้สึกไม่ถูกเช่นกัน เหมือนว่าจะใช่แต่ก็ไม่ใช่


เขาก็เคยภาวนาให้มัน ใช่เพราะอยากตอบแทนความรู้สึกของหญิงสาว แต่พอเอาเข้าจริง...


...กลับกลายเป็นว่ามีอะไรบางอย่างรั้งเขาไว้ทุกครั้ง


บางครั้งยังแอบคิดเลยว่าตัวเองเป็นพวกไม่สนใจผู้หญิงหรือเปล่า


สุดท้ายแล้วก็ปล่อยความคิดให้ค้างอยู่อย่างนั้น แต่การกระทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ ตอนนี้ก็ทำให้คนรอบข้างคิดว่าพวกเขาเป็นแฟนกันไปแล้วเรียบร้อย เซดริกเองก็ขี้เกียจจะแก้ไขความเข้าใจผิด เพราะครั้นจะให้อธิบายความรู้สึกแบบนี้ไปก็รังแต่จะเกิดคำถามตามมามากมาย ก็เลยตัดสินใจปล่อยเลยตามเลย อาจเป็นโชคดีของเขาที่ฝ่ายหญิงอย่างเอลิซ่าไม่ตะขิดตะขวงใจเรื่องนั้น


ขนาดมีผู้หญิงหลายคนมาบอกรัก หรือมาชวนไปเที่ยววันละหลายรอบเธอยังไม่วีนใส่


 

“ก็เพราะฉันรู้ไงว่านายจะปฏิเสธ ใช่ไหมล่ะ?”


 

นั่นคือคำตอบที่เขาได้จากหญิงสาว และเป็นคำตอบที่ถูกต้องเสียด้วย


“นี่...จ้องกันแบบนี้ฉันก็เขินเป็นนะ”


เซดริกกะพริบตาปริบ ๆ เพราะคำพูดนั้นทำให้เขารู้ตัวว่าเขาเผลอมองอีกฝ่ายโดยไม่ขยับตัวเลย เขายกมือขึ้นลูบเส้นผมสีบลอนด์ของตนอย่างเขินอายเล็กน้อย “เอ่อ...โทษที คิด...”


“...อะไรเพลิน ๆ น่ะ” เอลิซ่าต่อประโยคให้เสร็จสรรพอย่างรู้ทัน ก่อนจะหัวเราะคิกคักเบา ๆ “เฮ้อ ตอบเหมือนเดิมตลอดเลยนะ แถมหลัง ๆ มานี้นายคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่เรื่อยเลย”


ชายหนุ่มเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ “จริงดิ?”


“ใช่ ไม่เคยมีใครบอกเหรอว่านายเหม่อบ่อยมากเลยนะ”


ไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย...


“นาย...คิดอะไรอยู่เหรอ? ฉันรู้ได้ไหม?” เสียงหวานถามแบ่งรับแบ่งสู้ ในใจก็แอบกังวลว่าเธอจะยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขามากเกินไปรึเปล่า แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาแทบทำให้เธอมุดดินหนีด้วยความอาย


แรงดีดจากนิ้วที่หน้าผากเบา ๆ  และตามด้วยรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าที่ทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบวาบ “ไปกันเถอะ พวกนั้นเรียกแล้ว” ว่าแล้วเขาก็ยกกระเป๋าขึ้นหลังอีกครั้ง เพราะเควิน และโทมัสกวักมือเรียกให้ไปขึ้นรถแล้ว เอลิซ่าทั้งเขิน ทั้งละอายใจ


“รู้ไหม ความจริงแล้วน่ะ...” คำพูดเกริ่นของเขาเรียกให้คนถามคำถามหันไปมอง “...ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน...”


มันก็แค่เหมือนกับบางอย่างหายไป...


...เมื่อนานมาแล้ว...


###

 

แสงแดดยามสายกระทบเสี้ยวใบหน้าคมคายที่ออกมายืนริมระเบียงชั้นสองของบ้านพัก อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมถึงตื่นเร็วขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานกว่าจะถึงที่พักในเมืองซีบิวก็ปาไปสองทุ่มกว่าแล้ว แม้ว่าเวลานั้นยังเห็นแสงสว่างบนท้องฟ้า เพราะโรมาเนียนั้นดวงอาทิตย์ตกดินตอนเวลาประมาณสามทุ่ม ดังนั้นนักศึกษาจบใหม่จากอังกฤษจึงไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ที่ยังเห็นผู้คนอยู่บ้าน แต่ว่าพวกเขาก็เหนื่อยล้าเกินกว่าจะไปเดินเล่นในยามนี้


ทันทีที่หัวถึงหมอน เขากับเควินก็หลับปุ๋ยทันที ส่วนโทมัส กับเอลิซ่าค่อนข้างรู้สึกแปลกที่ และกว่าจะหลับได้ก็ปาไปเกือบสองชั่วโมง


จะว่าไป เขาก็หลับสนิททันทีราวกับไม่แปลกที่ เขาก็แปลกใจตัวเองเช่นกัน ความรู้สึกลึก ๆ เหมือนคุ้นเคยกับเมืองนี้อย่างประหลาด ราวกับว่าเคยมาเยือนแล้วอย่างไรอย่างนั้น เซดริกส่ายหน้าเพื่อไล่ความคิดนั้นออกไป


“จะเคยมาได้ไงล่ะ...”


“ตื่นเร็วชะมัด”


เสียงที่ยังงัวเงียดังขึ้นข้างหลัง เรียกให้เขาหันหลังกลับไปมอง ก็เห็นร่างของเพื่อนรักผมทองที่ถือถ้วยกาแฟสองถ้วยในมือ แม้ใบหน้าจะยังดูง่วงงุน แต่เหมือนว่าร่างกายจะบอกให้เขาลุกจากที่นอนได้แล้ว


“นั่นสิ งงตัวเองเหมือนกัน” เซดริกยักไหล่ก่อนจะรับกาแฟมาจากอีกฝ่าย “ขอบใจมากสำหรับที่พัก”


เควินโบกมือไปมา “ช่างเหอะ นาน ๆ ทีจะได้มาเที่ยว” เขาตอบก่อนจะดื่มกาแฟไปอึกหนึ่ง “ถือซะว่าเป็นรางวัลให้พ่อหนุ่มเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และแฟนสาวไง ฮ่า ๆ”


“บอกกี่รอบแล้วว่าไม่ใช่...” ชายหนุ่มผมบลอนด์เอ่ยอย่างปลง ๆ


“ไม่ใช่ก็เหมือนใช่แล้วล่ะ” เจ้าของบ้านแซวอย่างอารมณ์ดีขณะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ และวางกาแฟในมือลงบนโต๊ะที่วางอยู่ข้างกัน “ทำไมแกยังไม่ขอคบอีกวะ?”


เซดริกเอนตัวพิงรั้วไม้ก่อนจะมองของเหลวสีน้ำตาลเข้มในถ้วยสีขาว “ไม่รู้สิ มันเหมือนกับ...”


...ลึก ๆ ข้างในมีอะไรห้ามไว้


เควินมองเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่หมอนี่กลับมาจากการหายตัวไปถึงครึ่งปี เขาก็มีความรู้สึกว่าเพื่อนคนนี้เปลี่ยนไป

ผิวขาวซีดราวกับไม่เคยถูกแสงแดด ยิ่งช่วงแรก ๆ นี่แทบโดนแสงอาทิตย์ไม่ได้ จนอดคิดไม่ได้ว่าร่างกายคงจะอ่อนปวกเปียก เพราะขาดการออกกำลังกาย  ที่ไหนได้...กลับแข็งแรงกว่าเดิม


แล้วยังความรู้ด้านภาษาละตินที่หาคนชำนาญได้ยากอีก


ไปทำอะไรมานะ?


และสิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ อาการเหม่อลอย


ตอนแรกเขาดีใจแทบแย่เมื่อเอลิซ่าเข้ามาในชีวิตของเพื่อนคนนี้ เพราะอย่างน้อยเธอก็ทำให้อาการเหม่อลอยหายไปบ้าง แต่ดูเหมือนว่าอาการนั้นกลับมาอีกครั้งเหมือนเช่นตอนนี้


“มีอะไรก็เล่าให้ฟังได้นะ เห็นแกเหม่อบ่อย ๆ แบบนี้แล้วเป็นห่วงว่ะ”


เซดริกอมยิ้มเล็กน้อย “แกพูดเหมือนเอลิซ่าเลย” เขาว่าทีเล่นทีจริงก่อนจะดื่มกาแฟอีกอึกหนึ่ง “ว่าแต่วันนี้จะไปไหนล่ะ? เห็นว่าน้าของแกไม่ว่างนี่?”


“อ๋อ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง น้าเขาช่วยหาคนไว้ให้แล้วล่ะ”


###

 

เซดริกทำหน้าไม่ถูก...


เมื่อคนที่เพื่อนรักพูดถึงไม่ได้เป็นแค่ไกด์ไม่ได้ทำแค่หน้าที่นำเที่ยวเท่านั้น แต่ยังชวนเขาคุยบ่อย ๆ แถมยังเข้าใกล้บ่อยมากกว่าเพื่อนเขาคนไหนอีกด้วย เขามองชายหนุ่มผมตัดสั้นสีน้ำตาลที่กำลังพยายามอธิบายเมืองซีบิวให้เขาฟังอย่างจริงจังเกินกว่าเหตุ


“เมืองซีบิวนี่นะคะได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของโรมาเนียเลยล่ะค่ะ มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมยุโรปอันยาวนาน...” เสียงอธิบายสะดีดสะดิ้งเป็นสิ่งช่วยยืนยันความเป็นชายแต่ใจเป็นหญิงได้อย่างชัดเจน


คือ...เรื่องแค่นี้ก็รู้น่า


เขาคิดอย่างหน่ายใจ เสียงหัวเราะคิกคักจากเพื่อนอีกสามคนทำให้เขาชักอยากหันไปตบให้สักป้าบสองป้าบ เออดี ไม่ช่วยแถมยังหัวเราะกันอีกนะ ดูเหมือนว่าเพื่อนผิวสีแทนพอจะจับความจากสายตาที่ส่งไปให้ได้ เพราะเขาพยามกลืนลูกหัวเราะลงลำคอ และถามคำถามไกด์สาว

“แล้วแม่น้ำสายนั้นล่ะครับ?” ถามพร้อมกับชี้ไปที่แม่น้ำซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พวกเขายืนอยู่นัก


“อ๋อ นั่นคือแม่น้ำซีบินค่ะ เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านย่านเขตเมืองเก่า ซึ่งก็คือเมืองที่พวกเราอยู่ตอนนี้ค่ะ” ชายหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มหวานเลี่ยน เขาชี้ไปตามอาคารต่าง ๆ ที่มีสองชั้น และหลังคาสูงซึ่งตั้งอยู่ตามทางเดินที่พวกเขาเดินผ่าน “อาคารพวกนี้ออกแบบให้เป็นแบบชนบทค่ะ จะได้คงกลิ่นอายของวัฒนธรรมเก่าแก่ของยุโรปไว้”


เซดริกปล่อยให้เสียงนั้นทะลุหูซ้ายออกหูขวาไป เพราะเรื่องพวกนั้นเขารู้ดีอยู่แล้ว ในหนังสือนำเที่ยวก็มีเขียนอยู่บ่อยไป แต่สิ่งที่ทำให้เขาสลัดออกจากความคิดไม่ได้เลยตั้งแต่ออกจากบ้านพัก และมาเดินในเมือง ก็คือ ทิวทัศน์ และตึกรามบ้านช่องช่างคุ้นตาเสียเหลือเกิน  ราวกับว่าเขาเคยมาเดินเล่นในเมืองนี้มาแล้ว


ทั้ง ๆ ที่เขามั่นใจว่าไม่เคยมาที่โรมาเนียมาก่อนเลยแท้ ๆ


“นั่น...ใช่คฤหาสน์รึเปล่าคะ?” เสียงหวานที่คุ้นเคยถาม เรียกให้ชายหนุ่มผมบลอนด์หันไปมอง เอลิซ่าชี้ไปทางภูเขาลูกหนึ่งที่มียอดหลังคาโผล่มาให้เห็นประมาณสองในสาม รูปแบบของหลังคาคล้ายกับการออกแบบในสมัยโรมันซึ่งค่อนข้างแตกต่างกับบ้านเรือนแถวนี้


“ใช่ค่ะ” ไกด์หนุ่มตอบอย่างไม่เต็มเสียงนัก “เป็นคฤหาสน์เก่าแก่ของเมืองนี้มาหลายร้อยปีแล้ว ไม่สิ อาจจะถึงพันปีเลยก็ได้ แล้วก็...”


อีกครั้งที่คำอธิบายนั้นลอยผ่านหูไป...


คุ้นเหลือเกิน ทำไมกันนะ...  


ดวงตาสีฟ้าเหม่อมองหลังคาของคฤหาสน์ที่ไกลลิบ ราวกับว่ามีมนต์สะกดบางอย่างที่ทำให้เขาไม่อาจละสายตาไปได้ สิ่งก่อสร้างนั้นแม้จะอยู่ไกลขึ้นไปบนภูเขา แต่เหมือนกับว่าอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม เพียงแค่ก้าวเท้าออกไปก็จะยืนอยู่หน้าธรณีประตูแล้ว


เงา? เซดริกเห็นเงาสีดำจาง ๆ ปรากฏขึ้นเหนือหลังคาของคฤหาสน์หลังนั้น คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความแปลกใจ ก็ไกลขนาดนั้นเขาจะเห็นอะไรได้อย่างไร? แล้วเขาก็แทบผงะถอยหลังเมื่อสัมผัสได้ว่า มีอะไรบางอย่าง...หรือสายตาของใครสักคนจ้องมองมาที่เขาไม่กะพริบ

อะไรน่ะ?


พลัน อาการปวดจี๊ดที่สมองก็เข้าโจมตี ร่างสูงยกมือขึ้นกุมศีรษะด้วยความตกใจ อาการปวดหัวแบบนี้หายสนิทเมื่อสองปีที่แล้วนี่นา! ยิ่งจ้องคฤหาสน์หลังนั้นมากเท่าไหร่ อาการปวดหัวก็ยิ่งเพิ่มขึ้นจนเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว


“โอ๊ย!” เขาอุทานเบา ๆ แต่ดังพอจะเรียกให้เพื่อนร่วมทางอีกสาม และไกด์อีกหนึ่งหันมามองด้วยความตกใจ


“เซดริก!” เสียงเรียกชื่อเขา...จากใครสักคนดังขึ้น แต่อาการปวดหัวแทบระเบิดเหมือนมีมือมาบีบรัดก็ทำให้ความคิดทุกอย่างขาวโพลน หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบหลุดจากอก ภาพตรงหน้าเริ่มซ้อนทับกันจนแยกใครเป็นใครไม่ออก


...เซด...


เสียงห้าวของใครบางคนที่เหมือนจะไม่คุ้นหู แต่ก็คุ้นเคยดังขึ้นจากที่ไกลแสนไกล ใครน่ะ? ความสงสัยก่อตัวขึ้น แต่ภาพทุกอย่างที่เห็น...เสียงทุกเสียงที่ได้ยินก็เริ่มเลือนหาย และสิ่งสุดท้ายที่เห็น คือ เงาดำเลือนรางของใครคนหนึ่งที่พยายามจะเข้ามาใกล้

แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง...


###

 

            “ลาก่อน...”

 

            แพขนตาบางเริ่มขยับ และค่อย ๆ เคลื่อนขึ้นข้างบนเมื่อเปลือกตาที่ปิดสนิทพยายามลืมขึ้นต่อสู้กับอาการปวดหัวที่รุมเร้า ใบหน้าคมคายเหยเกเล็กน้อยเมื่อได้เจอะเจอกับโรคเก่าที่ไม่ได้เจอมาราวสองปี แขนข้างขวาค่อย ๆ ยันตัวให้มาอยู่ในท่านั่งในขณะที่มือซ้ายกุมศีรษะที่เต้นตุ้บ ๆ เสียงทุ้มครางเบา ๆ เมื่อไม่ได้เจ็บแค่ที่ศีรษะเท่านั้น...แต่เป็นที่หน้าท้องด้วย


            ทำไมเจ็บแผลที่ท้องด้วยล่ะ?


                “ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงหวานที่ฟังดูงัวเงียดังขึ้นข้าง ๆ ทำให้เขาเพิ่งได้สังเกตว่าร่างบางของหญิงสาวผมบลอนด์ฟุบอยู่ข้างเตียง ดวงตาสีน้ำเงินดูอ่อนล้า แต่กลับมาสดใสเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่หมดสติลืมตาขึ้นแล้ว “เป็นไงบ้าง?”


            “ฉัน...มาอยู่นี่ได้ไง?” เขาถามเสียงค่อยขณะมองไปรอบตัวอย่างงงงวย เพราะพบว่าตอนนี้ตัวเองกลับมาอยู่ที่บ้านพักของเคลวินแล้ว


            เอลิซ่าลุกขึ้นไปหยิบน้ำเย็นจากข้างเตียงมาให้ชายหนุ่มก่อนตอบ “อยู่ดี ๆ นายก็เป็นลมน่ะ” เธอบอกขณะมองอีกฝ่ายรับแก้วน้ำไปถือไว้ “ปวดหัวเหรอ?”


            “อืม” คนเป็นลมตอบรับอย่างเขินอาย เป็นผู้ชายทั้งแท่ง แต่ดันมาเป็นลมต่อหน้าผู้หญิงแบบนี้... จะไม่ให้อายได้ยังไงล่ะ?


            “ดีขึ้นหรือยัง?” หญิงสาวถามด้วยความเป็นห่วง “ฉันรู้มาว่านายหายป่วยมานานแล้วนี่นา”


            “ใช่” เซดริกตอบก่อนจะคืนแก้วน้ำที่พร่องไปเล็กน้อย “ไม่เข้าใจเหมือนกัน เฮ้อ น่าอายชะมัด”


            เอลิซ่าอมยิ้มเล็กน้อย ในอกที่หนักอึ้งพลันเบาโหวงอย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายคงไม่รู้หรอกว่าตอนที่เขาเป็นลมไปนั้น ใบหน้าของเขาไร้สีเลือดมากเพียงใด ตอนที่พามาถึงที่นี่ก็มีเหงื่อเย็นไหลอาบทั้งตัวทั้ง ๆ ที่อากาศก็ไม่ได้ร้อนมากขนาดนั้น และยังมีท่าทางปวดบริเวณลำตัวอีกด้วย


พอหมอมาถึงเพื่อตรวจดูอาการ แวบหนึ่งที่เธอแอบเห็นแผลเป็นน่ากลัวที่กลางลำตัว ราวกับว่าโดนอะไรแทงทะลุมาก่อน


บางทีก็อดสงสัยว่าไม่ได้ สองปีครึ่งก่อนนู้นที่คน ๆ นี้หายตัวไป...เกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่?


“ยิ้มอะไรน่ะ?” เสียงทุ้มถามขึ้น ซึ่งแทบทำให้เธออุทานด้วยความตกใจ “แค่นี้ฉันก็อายจะแย่...”


“อ้าว ฟื้นแล้วเหรอเพื่อน?” เสียงเจ้าของบ้านดังขึ้นก่อนจะได้ยืนเสียงประตูเปิดเสียอีก เมื่อทั้งคู่หันไปมอง ก็เห็นชายหนุ่มผมทองพร้อมกับถาดอาหารในมือ และเพื่อนผิวแทนอีกคนเดินเข้ามา “น้าฉันทำซุปใสมาให้น่ะ คิดว่ากินอะไรย่อยง่าย ๆ ร้อน ๆ น่าจะเหมาะกับคนเพิ่งฟื้น”


เซดริกยิ้มนิด ๆ “ขอบใจ” เขาว่าแม้ว่าจะไม่รู้สึกหิวเลยก็ตาม “โทษที เลยทำให้พวกแกหมดสนุกเลย”


โทมัสโบกมือไปมา “ช่างเถอะ อุบัติเหตุนี่” เขาตอบก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาริมผนัง “ว่าแต่แกเถอะ ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงได้ปวดหัวขึ้นมาอีกล่ะ?”

คนถูกถามสีหน้าสลดลงเล็กน้อย “ฉันก็ไม่รู้...” เขาตอบพลางนึกย้อนไปถึงตอนที่พวกเขาอยู่ในเมือง และมองไปคฤหาสน์เก่าแก่หลังนั้น “...เหมือนจะเป็นตอนที่มองไปที่นั่” แล้วดวงตาสีฟ้าก็หรี่ลงอย่างครุ่นคิด “คฤหาสน์นั่นเป็นของใครน่ะ?”


“ไม่มีใครรู้ ป้ายหน้าคฤหาสน์ก็จางไปมากจนแทบอ่านไม่ออกเลยล่ะ รู้แค่ว่าขึ้นด้วยตัว ‘D’ เท่านั้นเอง ที่มาที่ไปก็ไม่รู้แน่ชัด ก็เรียกได้ว่าเป็นตำนานเก่า ๆ ของเมืองน่ะนะ” เคลวินตอบหลังจากที่วางถาดอาหารลงบนโต๊ะเล็กข้าง ๆ เตียง “เห็นไกด์คนนั้นว่าเป็นคฤหาสน์เก่าแก่มาก ๆ อายุเกือบพันปีได้มั้ง”


“แกไม่รู้สึกคุ้น ๆ กับรูปร่างของคฤหาสน์หลังนั้นบ้างเลยเหรอวะ?” ชายหนุ่มผิวแทนถาม ทำเอาเซดริกแอบสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็รู้ดีว่าคุ้นในความหมายของเขากับของโทมัสนั้นแตกต่างกันเลยเลือกที่จะส่ายหน้าเป็นคำตอบ “มันเป็นคฤหาสน์ที่ลงข่าวกันทั่วเน็ตไง ว่าเป็นคฤหาสน์ของแวมไพร์น่ะ”


“หา?”


“ฉันเองก็เพิ่งรู้ตอนที่กลับมาที่พัก และไกด์บอกนี่แหละ” เอลิซ่าเสริม “เห็นว่ากันว่าสองปีมาแล้วที่ทุก ๆ คืนเดือนมืดจะได้ยินเสียงโหยหวนดังออกมาจากคฤหาสน์หลังนั้น จนกลายเป็นข่าวลือกันไปทั่วว่าเป็นเสียงของ แวมไพร์ที่ถูกจองจำทำให้ไม่ได้ออกมาล่าเหยื่อ”


“บ้างก็ว่าเพราะเป็นคืนที่ไม่มีแสงจันทร์ เลือดของปิศาจเลยมีพลังแก่กล้าจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ด้วย” เจ้าของที่พักเสริมพลางกอดอกอย่างครุ่นคิด “แต่มันก็น่าคิดนะ ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงมีข่าวลือนี้ออกมาเมื่อสองปีที่แล้ว ทั้ง ๆ ที่หลาย ๆ คนนี่รออยากให้มีหลักฐานการมีอยู่ของแวมไพร์จะเป็นจะตายมาตั้งหลายร้อยปี”


เคลวินหยุดพูดไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจด้วยความเสียดาย “เฮ้อ เสียดายว่ะ พวกเราไม่ได้มาช่วงทีเป็นคืนเดือนมืด ฉันเองก็อยากได้รู้ว่าไอ้ข่าวลือพวกนั้นมันจริง หรือเรื่องหลอกเด็ก”


“หึ ฉันเพิ่งรู้ว่าแกอยากโดนดูดเลือดนะ” โทมัสแซวอย่างอารมณ์ดีพลางหัวเราะในลำคอ


“ถ้าเป็นผู้หญิงนี่ไม่แน่นะ แต่ถ้าเป็นผู้ชายนี่...ก็ขอคิดอีกทีละกัน ฮ่า ๆ”


แม้เพื่อนทั้งสองคนกำลังหัวเราะร่า และเพื่อนสาวก็ดูท่าจะอารมณ์ดีไปด้วย แต่เขากลับรู้สึกสะกิดใจอย่างประหลาด เงาดำจาง ๆ ที่เซดริกเห็น และเสียงเรียกชื่อเขาอย่างแผ่วเบาไม่อาจเลือนหายไปจากความคิดง่าย ๆ ที่สำคัญเสียงที่เรียกชื่อเขา กับเสียงในความฝันที่แทบจะลืมไปแล้ว...กลับเหมือนกันจนน่าตกใจ


หรือจะเป็นคนเดียวกัน?


มือขวาเผลอลูบที่ซอกคออีกครั้งพร้อมกับดวงตาสีฟ้าเสมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับหวังว่าจะได้เห็นเงาของคฤหาสน์นั้นลาง ๆ แม้จะแปลกใจไม่น้อยแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันเรียกความรู้สึกที่เขาพยายามซ่อนมันไว้มานานถึงสองปีให้กลับมา


ความโหยหาตามหาสิ่งที่จะมาเติมเต็มช่องว่างที่หายไปของความทรงจำ...


ไม่รู้ทำไม แต่เสียงที่เขาได้ยินนั้น...


...ช่างเป็นคำตอบที่พอเหมาะพอดีกับช่องว่างนั้นเหลือเกิน...


“คุณเป็นใครกันนะ?”


###

 

“เส้นด้าย...ไม่อาจจางหายไปได้เลยนะขอรับ”


“...”


 “ไม่ว่าจะเลือนรางมากแค่ไหน...แต่กระผมยังเห็นมันคล้องอยู่ระหว่างนายท่าน กับเขา...”


ดวงตาสีแดงคมกริบตวัดไปมองคนพูด แต่ทว่าข้างกายกลับมีแต่ความว่างเปล่า... ร่างสูงทะมึนถอนหายใจช้า ๆ ก่อนจะหันกลับมามองกลุ่มเพื่อนสี่คนที่สนทนากันอยู่ แม้ว่าอีกคนหนึ่งจะนั่งเฉย ๆ และเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างก็ตามที


ใบหน้าคมคายนิ่งดั่งรูปสลัก ไร้อารมณ์ใด ๆ หากแต่แววตากำลังครุ่นคิด


วินาทีที่เงาดำนั้นเลือนหายไป ดวงตาสีฟ้าก็หันไปมองราวกับรับรู้การมีตัวตน... แต่ทว่าที่ยอดไม้สูงนอกหน้าต่างนั้นกลับไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิต


พลาดไปเพียงแค่วินาทีเดียว แต่คนที่มองกลับเกิดเสียงร้องในใจโดยไม่รู้ตัวว่า..


...คลาดไปซะแล้ว...



TO BE CONTINUED



มาช่วยกันลุ้นนะคะว่าเซดจะจำได้มั้ย :)


สำหรับตอนอื่น ๆ ที่เซปิดการอ่านไว้ เพราะว่ากำลังทยอยรีไรท์อยู่นะคะ

เมื่อรีไรท์เสร็จแล้วจะเอาลงให้อ่านเหมือนเดิมค่า ^^

sds

เอาหน้าปกมาให้ดูค่ะ ชอบมากๆเลย ><



ตอนนี้ยังเปิดพรีออเดอร์อยู่นะคะ


>>Pre-Order<<

Bloody Bond พันธนาการเขี้ยวราตรี (ชื่อเดิม Tale of the Darkness)

*** วันนี้ - 21 กุมภาพันธ์ ***


sds

ผู้เขียน : Xeiji / อู่ชี่


ภาพปก : Kon


ภาพประกอบ : Mr.x


จำนวนหน้า : 450+


ราคา : 439 บาท


สิ่งที่มีเพิ่มเติมในรูปเล่ม : ตอนพิเศษ และ Uncut


ของแถม : ที่คั่นหนังสือแฮนเมดลายคาแรคเตอร์พระ-นาย (มีจำนวนจำกัด)

sds

สั่งจองได้ที่นี่เลย >> https://goo.gl/forms/pw78JhDWpccygxF62

*** วันนี้ - 21 กุมภาพันธ์ ***


และเจอกันได้ที่งาน Gen Y Trade Area 8 วันที่ 3 มีนาคม บูธ A8 mwix ค่า

sds


sds


มาพูดคุยกันได้ใน

FB : https://www.facebook.com/xeijiandwuqi

หรือ twitter : Seiji_18 (แต่ทวิตเตอร์จะออกแนวบ่นไปเรื่อยเปื่อยมากกว่า5555)

และหวังว่าเราจะได้เจอกันอีกในเรื่องถัดๆ ไปนะคะ :)



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
[BL] Tale of the Darkness ตอนที่ 41 : 33rd Tale : เส้นด้ายที่เลือนลาง [Rewrite] + Update หน้าปก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 743 , โพส : 16 , Rating : 0% / 6 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 16 : ความคิดเห็นที่ 1054
ปกงามมมม แต่รู้สึกตัวฟรอนต์ปกแปลกๆไปหน่อย แอบทำลายความงามภาพเบาๆ งืออออ
PS.  วันใดที่ข้าเลิกเปย์... จงรู้ไว้ข้าไม่ได้หมดรัก..... ข้าหมดตัว
Name : เจ้าหญิงแห่งสงคราม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าหญิงแห่งสงคราม [ IP : 58.9.139.188 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:12
# 15 : ความคิดเห็นที่ 1024
ฮือออ ความหน่วงนี้มันคืออะไร ทรมานน่าดูเลยนะแบบนี้
PS.  อดีตเปลี่ยนไม่ได้...แต่สิ่งที่ทำได้คงมีเพียงทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
Name : รักนี้...สีเลือด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รักนี้...สีเลือด [ IP : 125.27.160.143 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 กันยายน 2560 / 21:29
# 14 : ความคิดเห็นที่ 1006
อ่านมาตั้งนานไม่ได้เม้นเลย

ต้องขอโทษจริงๆ นะค่ะ

แต่แบบว่า มันอ่านเพลินจนหยุดไม่ได้จริงๆ

เกลียดอิตาเฟลอยนั่น อะไรมันจะชั่วได้ปานนั้น เกลียดๆ 

สมควรตายดีแล้ว

แต่ทำไมคนเขียนช่างใจร้าย 

แต่งออกมาแบบนี้ได้ไง 

ฮืออ อ มันเศร้ามากเลย 

เราร้องไห้ไปหลายตอนแล้วหลังจากเซดจำครอสไม่ได

มันจะไม่จบแบบนี้ใช่มั้ย ไม่เอานะ ไม่อยากให้เป็นแบบนี้

เลยสงสารทั้งสองคนมาก

คนหนึ่งมีความทรงจำแต่ไม่สามารถรั้งให้อีกคนอยู่ได้

อีกคนจำไม่ได้แต่ยังรู้สึกโหยหากันอยู่

ฮืออออออออออออออ  ออ 

ขอให้จบดีๆ ด้วยเถอะนะค่ะ
PS.  ฝากผลงานเรื่อง LoVe StylE--เจ็บแลกรัก [Yaoi]]
Name : เด็กหญิง น่วมเนี่ยม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เด็กหญิง น่วมเนี่ยม [ IP : 103.26.23.211 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2560 / 21:39
# 13 : ความคิดเห็นที่ 891
รอน้าาาาาา รอคร่าาาาา รออยู่ๆๆๆๆๆ สู้ๆๆๆนะคร่าาาา

มันต้องไม่จบแบบนี้T^T
Name : นักอ่านคืนสีเงิน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นักอ่านคืนสีเงิน [ IP : 183.89.200.190 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 ตุลาคม 2557 / 23:22
# 12 : ความคิดเห็นที่ 890
แงงงงงงงงงงงงงงงง
สงสารทั้งคู่เลย TTOTT
แบบนี้มันเศร้าเกินไปแล้ว โฮฮฮฮฮฮฮฮ
PS.  ~*Kalo Wanebli , Alice + Zax Raft , Kaoz Romanov , Leonard Ladelure , Victor Krevent , Zilvia Karminot And Leo Francesca 4ever*~ นิยายแฟนตาซีจงเจริญ!!!
Name : ^ice^ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ^ice^ [ IP : 110.168.229.68 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 ตุลาคม 2557 / 20:58
# 11 : ความคิดเห็นที่ 889
พากลับบ้านเลยครอสสส -..-!! 

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 ตุลาคม 2557 / 19:45

PS.  Ever Lasting FriendS` Love Super Junior! 13+2 Hyukjae 97Line [R: 1827]
Name : KongKwanZz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KongKwanZz [ IP : 125.26.254.60 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 ตุลาคม 2557 / 19:44
# 10 : ความคิดเห็นที่ 888
อยากให้จำได้เร็วๆจัง
Name : pppp [ IP : 27.55.15.145 ]

วันที่: 3 ตุลาคม 2557 / 08:08
# 9 : ความคิดเห็นที่ 887
ไม่เข้าใจตัวเองเลย เวลานิยายจะจบแบบhappy endingเราจะพยายามมโน+ลุ้นให้จบแบบbad ending เวลานิยาย bad ending จะพยายามคิดแบบจบ happy ending ขวางโลกฉิบเลยเรา เรื่องนี้เราลุ้นhappy endingนา
Name : องค์ซีอิง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ องค์ซีอิง [ IP : 1.46.201.149 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 ตุลาคม 2557 / 15:38
# 8 : ความคิดเห็นที่ 886
จะจำกันได้แล้วใจไหมจะจำกันได้แล้วสินะ ฮือออออออออออออจำกันได้ซะทีสิสงสารคนอ่านหน่อย//ผิดๆ สงสารคุณครอสถึงแม้เซดอยากจะจำเท่าไหร่แต่ก้จำไม่ได้ผิดกับครอสที่ทำใจให้ลืมเซดไม่ได้
Name : ..BBooKK.. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ..BBooKK.. [ IP : 1.2.183.219 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 ตุลาคม 2557 / 13:45
# 7 : ความคิดเห็นที่ 885
เซดดดดด!!! ยิ่งทำให้เซดจำได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้นแต่จะย้อนกลับไปก็ไม่ได้เพราะเซดคงสนใจครอส จำครอสในฐานะคนรู้จักผ่านๆแล้วละ
PS.  ฉันไม่เคยกลัวในสิ่งที่ฉันทำ...เพียงแต่ฉันกลัวผลลัพธ์ที่จะตามมา...
Name : MASTER●LucisChol● < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MASTER●LucisChol● [ IP : 49.230.208.92 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 ตุลาคม 2557 / 08:27
# 6 : ความคิดเห็นที่ 883
อยากจะกลับไปโบกเฟลอสอีกซักที
PS.  ขอให้เทพเจ้าแห่งแสงสว่างจงคุ้มครองเจ้า
Name : killer of wind < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ killer of wind [ IP : 182.53.148.72 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 กันยายน 2557 / 00:09
# 5 : ความคิดเห็นที่ 881
อยากให้จำได้เร็วๆจัง
Name : pppp [ IP : 27.55.198.54 ]

วันที่: 29 กันยายน 2557 / 20:08
# 4 : ความคิดเห็นที่ 880
ฮือออออ มนตราจงหายไป ความทรงจำจงกลับมาาาา TT
PS.  Ever Lasting FriendS` Love Super Junior! 13+2 Hyukjae 97Line [R: 1827]
Name : KongKwanZz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KongKwanZz [ IP : 125.26.249.20 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 กันยายน 2557 / 09:19
# 3 : ความคิดเห็นที่ 879
อยากนึกออก แต่ยังไงก็นึกไม่ออก...
อยากไปเจอ แต่อีกฝ่ายจะเจ็บปวด...
แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
สงสารทั้งคู่เลย T-T
เรื่องมันเศร้า งื้อ อยากตามไปกระซวกเฟลอสอีกหลายๆที
PS.  ~*Kalo Wanebli , Alice + Zax Raft , Kaoz Romanov , Leonard Ladelure , Victor Krevent , Zilvia Karminot And Leo Francesca 4ever*~ นิยายแฟนตาซีจงเจริญ!!!
Name : ^ice^ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ^ice^ [ IP : 110.168.229.105 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กันยายน 2557 / 22:09
# 2 : ความคิดเห็นที่ 878
โอ๊ยยยยยยยยย เจ็บปวดแทน ทั้งๆที่ ทั้งคู่ได้เจอกันแล้วแต่ก็ไม่สามารถจะจำอะไรได้เลย อีกไม่นานหรอก...เซดจะต้องจำครอสได้แน่ๆ เส้นด้ายแดงที่มันเลืองรางนั้นน่ะ...ยังไงมันก็จะอยู่ไม่มีวันสลายไปแน่ๆ
PS.  ฉันไม่เคยกลัวในสิ่งที่ฉันทำ...เพียงแต่ฉันกลัวผลลัพธ์ที่จะตามมา...
Name : MASTER●LucisChol● < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MASTER●LucisChol● [ IP : 49.230.130.166 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กันยายน 2557 / 18:05
# 1 : ความคิดเห็นที่ 877
ฮือออออออ...เรื่องมันเศร้าาาาา
ทำไม...ทำไมจำไม่ได้ซะทีอ่าา คนสำคัญนะเซดดดดด พยายามนึกหน่อย
รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของตัวละครเลยค่ะ ฝ่ายหนึ่งอยากเจอ...แต่นึกไม่ออก
อีกฝ่ายก็อยากออกไปให้เจอ...แต่ก็ทำไม่ได้ โอยยยยยย

รอติดตามต่อไป อย่าเศร้าไปกว่านี้เลยนะ สงสารเซดดดดด T_T

***เพิ่งเข้ามาติดตามได้ประมาณสามอาทิตย์ อ่านตั้งแต่ตอนแรกรวดเดียวจนถึงตอนที่ 40
พอมีตอนที่ 41 มาอัพเดตเลยมาเม้นให้ค่ะ ต้องขอโทดไรท์ด้วยที่ไม่ได้เม้นมาก่อนหน้านี้ แต่ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะ ^^
PS.  • • Love looks not with eyes, but with the mind • • ...♥
Name : P_2one < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ P_2one [ IP : 210.246.159.241 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กันยายน 2557 / 11:44
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android