คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

[BL] Tale of the Darkness

ตอนที่ 37 : 31st Tale : Last [Final]


     อัพเดท 10 ก.พ. 62
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/นิยายวาย
Tags: แฟนตาซี, แวมไพร์, การต่อสู้, BL
ผู้แต่ง : Xeiji / Wu Qi ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Xeiji / Wu Qi
My.iD: https://my.dek-d.com/Seiji_Ed
< Review/Vote > Rating : 95% [ 13 mem(s) ]
This month views : 47 Overall : 40,279
1,061 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1798 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
[BL] Tale of the Darkness ตอนที่ 37 : 31st Tale : Last [Final] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 554 , โพส : 8 , Rating : 0% / 3 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


31st Tale : Last

 

            ไร้คำพูด...

            ไร้สรรพเสียงใด ๆ...

            มีเพียงรอยยิ้มสุดท้ายบนใบหน้าอันเศร้าสร้อย และหยาดน้ำใสไหลรินจากหางตาอาบแก้มนวล ร่างบางค่อย ๆ ทรุดลงตรงหน้าชายหนุ่มที่ยืนนิ่งค้างด้วยความตกใจ ดวงตาสีแดงแต่เริ่มไร้ประกายใด ๆ มองใบหน้าของผู้เป็นพี่ชายด้วยความหมายที่เธอรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีวันเข้าใจ

            ในเมื่อในหัวใจของพี่ชาย...

            ...มีเพียงความโกรธแค้นที่ปกคลุมจนหนาทึบ...

                ดวงตาอันอ่อนแรงจะค่อย ๆ หรี่ลงพร้อมกับร่างกายที่โงนเงน และเอนลงไปข้างหน้าตามแรงโน้มถ่วงของโลก แต่ไม่ทันที่ร่างเธอจะร่วงลงพื้น วงแขนแกร่งก็ถลันเข้ามารองรับไว้ได้ทัน

            “เฟร...เฟร” เสียงห้าวพึมพำแผ่วเบาอย่างสั่นเครือขณะพลิกร่างของน้องสาว ดวงตาสีกลมโตที่เคยจ้องมองเขามาตั้งแต่เด็กบัดนี้ปิดสนิท ริมฝีปากบางที่มักส่งรอยยิ้มกว้างอย่างมีความสุขแต่บัดนี้มีความโศกเศร้า...

            ไร้การตอบรับ...

            ไร้การขยับของเปลือกตา และขนตางามงอน...

            “เฟร...ทำไม ทำไมทำแบบนี้?” เฟลอสตั้งคำถามกับน้องสาวที่ไม่มีวันให้คำตอบได้อีกแล้ว...

ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนด้วยของเหลวใสที่ดวงตา มันค่อย ๆ ไหลอาบรินแก้มตอบอย่างเชื่องช้าราวกับตอกย้ำความสูญเสีย มองหน้าพี่สิ ลืมตาขึ้นมา!

                ชายหนุ่มตบหน้านวลของหญิงสาวเบา ๆ สองสามทีอย่างมีความหวัง “ไม่ อย่าทำแบบนี้กับพี่สิเฟร” เขาประคองศีรษะของอีกฝ่ายขึ้นมา หวังเพียงสัญญาณของการมีชีวิต แต่ความรู้สึกชื้นแฉะที่มืออีกข้างสัมผัสได้กลับตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย

            ไม่มีอีกแล้ว...

            “เฟรล่า!!!

            เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังก้องทั่วผืนป่าก่อนที่เจ้าของเสียงนั้นจะกอดร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นน้องสาวไว้แนบอก ใบหน้าคมคายเปื้อนน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ ความจริงแล้วบาดแผลแค่นี้ไม่อาจทำอันตรายแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ได้ แต่มีดที่ปักอยู่ที่ช่วงท้องของเธอเต็มไปด้วยอาคมที่ร่ายโดยครอส ดี     ดีแฟนธ่อม และมนตรานั้นมีไว้เพื่อมุ่งร้ายแวมไพร์โดยเฉพาะ

            ไม่ว่าแวมไพร์ตนไหนโดนคมของมัน...ก็หมดทางรอด

            ภาพอันน่าสังเวชนั้นพลอยทำเอาคนที่อยู่ในเหตุการณ์หดหู่ และโศกเศร้าตามไปด้วยแม้ว่าคนที่จากไปจะอยู่ฝ่ายตรงข้ามก็ตามที เซดดริกกอดแดนที่ยังไม่ได้สติแน่น จะว่าเขาใจร้ายก็ได้ แต่เขาก็แอบดีใจที่คนที่ตายไม่ใช่แวมไพร์ตัวน้อย

            ครอสเองก็อดรู้สึกหดหู่ตามไปด้วยไม่ได้ อย่างน้อยเขาก็หวังว่าอีกฝ่ายจะยอมหยุดเพียงเท่านี้ ชายหนุ่มคลายอ้อมแขน และลุกขึ้นยืนพร้อมกับฉุดให้อีกคนลุกขึ้นตาม แต่การเคลื่อนไหวของพวกเขา กลับทำให้คนที่กำลังโศกเศร้ารู้สึกตัว

            เฟลอสค่อย ๆ วางร่างของน้องสาวลงบนพื้นอย่างแผ่วเบาก่อนที่ตัวเขาจะลุกขึ้นอย่างโซซัดโซเซ และหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มอีกสองคน ใบหน้าของเขาหลุบลงต่ำจนไม่อาจเดาได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

            “พอแค่นี้เถอะ เจ้าเองก็เห็นว่าเพราะความแค้นของเจ้าทำให้คนที่เจ้ารักต้องตาย” ครอสเอ่ยเสียงเรียบ ไร้การคุกคามใด ๆ แม้ว่าในใจอยากจะเอาคืนที่ทำร้ายคนสำคัญของเขาเป็นครั้งที่สอง

แต่เขาก็รู้ว่ามันควรจะหยุดได้แล้ว

            “หุบปาก” เสียงห้ามพึมพำแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน บรรยากาศรอบกายเริ่มเย็นยะเยือกจนคู่สนทนาสัมผัสได้ “หุบปาก...”

            แบบนี้ไม่ดีแน่ แวมไพร์ผมดำคิดในใจ ก่อนจะหันไปกระซิบกับเซดดริก

“พาแดนหลบไปหลังพุ่มไม้” ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ถึงแม้จะเป็นห่วงมากแค่ไหนแต่ก็มีอีกชีวิตที่ต้องดูแล

            เมื่อเซดดริกหลบฉากไปแล้ว ครอสก็เริ่มระแวดระวังการเคลื่อนไหวของศัตรู แต่เพราะร่างสูงนั้นยืนนิ่งไม่ไหวติง และใบหน้ายังคงมองพื้นดินอยู่เช่นเดิม ทำให้เขาไม่อาจเดาความคิดของอีกฝ่ายได้

            “ครอบครัว...คนสุดท้าย...ของข้า...” เฟลอสยังคงพึมพำต่อไป แต่น้ำเสียงเริ่มกร้าวขึ้น และดังขึ้นเรื่อย ๆ ในจิตใจเริ่มว่างเปล่า แต่กลับมีหมอกหนาทึบเข้ามาเติมเต็มความว่างเปล่านั้น อัดแน่นจนกำลังจะระเบิดออก

            “...ใครก็ตามที่มันทำลาย ข้าจะฆ่าให้หมด!!!

            สิ้นคำพูด ใบหน้าที่หลุบต่ำก็เงยขึ้นอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นดวงตาสีแดงก่ำ และเต็มไปด้วยความโกรธ และเคียดแค้นมากเท่าที่คน ๆ หนึ่งจะรู้สึกได้

เขาพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็วพร้อมกับวาดมือไปบนอากาศข้าง ๆ ทันทีที่เขาถึงตัวอีกฝ่าย ดาบเล่มยาวก็ปรากฏขึ้นในมือ และฟันใส่กึ่งกลางลำตัวของศัตรูโดยไม่ให้ตั้งตัว

            ครอสยกดาบที่ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าขึ้นมากันคมดาบได้อย่างทันท่วงที ดวงตาสีแดงหรี่เล็กอย่างอดทน “คนที่ฆ่าเฟรล่าก็คือเจ้าเองไม่ใช่รึไง! เฟลอส เดน เดอแคลร์!!

            “หุบปาก!! เฟลอสตวาดลั่นก่อนจะผละดาบออก และฟาดใส่อีกครั้งอย่างรวดเร็ว “ถ้าเจ้าไม่เข้ามายุ่งตั้งแต่แรก...เฟรล่าก็ไม่ต้องตาย และใช่...จะไม่มีใครตาย ท่านพ่อของข้าก็จะไม่ตาย!!

            แวมไพร์หนุ่มกัดฟันกรอดเมื่อน้ำหนักดาบที่ฟาดมารุนแรงกว่าทุกครั้ง “สิ่งที่ข้าทำก็เพื่อปกป้องคนที่ข้ารัก” เขาตอบกลับอย่างเยือกเย็น “แล้วเจ้าล่ะ เคยทำตัวเองไหมว่าทำไมเพื่อตัวเอง หรือเฟรล่ากันแน่?” ว่าแล้วเขาก็เป็นฝ่ายผละดาบออกบ้าง ก่อนจะวาดขาเตะสีข้างของอีกฝ่าย

            “ข้าทำเพื่อเฟรล่า!เฟลอสตวาดลั่นพร้อมกับฉากหลบ และหมุนตัวไปข้าง ๆ คู่ต่อสู้ก่อนจะเสือกดาบเข้าแทง “และเพื่อการนั้นแล้ว ข้าก็จะลากเจ้าลงปรโลก!

ทว่าแวมไพร์ผมดำก็หลบดาบนั้นได้อย่างสบาย ๆ และเข้าประชิดตัวพร้อมถองศอกใส่กรามของอีกฝ่ายอย่างแรง ทำเอาคนโดนศอกถึงกับถอยหลังไปหลายก้าวพร้อมกับอาการมึนหัวเล็กน้อย

            ครอสยื่นดาบมาข้างหน้า และชี้ไปที่ศัตรู “ความแค้นครอบงำจิตใจซะแล้วหรือเดอแคลร์?”

            แวมไพร์ผมทองแซมเงินหัวเราะหึในลำคออย่างเหยียดหยามพร้อมกับประกายกร้าวในดวงตา “ความแค้นคือสิ่งที่ข้าอยู่กับมันมาตลอด มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจของข้า และมันจะหายไปก็ต่อเมื่อเจ้าตาย ๆ ไปซะ!

            ถ้าหากละทิ้งสิ่งที่ยืดมั่นตลอดหลายร้อยปี...

            ข้าก็จะไม่เหลืออะไรอีกแล้ว...

                พื้นดินบริเวณที่เฟลอสยืนอยู่เริ่มปรากฏรอยร้าว ก้อนหินก้อนเล็กค่อย ๆ ลอยขึ้นในอากาศอย่างขัดกับกฎแรงโน้มถ่วง  ดาบเล่มยาวเริ่มเปลี่ยนรูปร่างตามอารมณ์ที่แปรปรวนของเจ้าของ เล็บที่กำรอบด้ามดาบงอกยาวขึ้นเรื่อย ๆ และคมกริบยิ่งกว่าอาวุธในมือ ความกดดันเพิ่มขึ้นทีละน้อยจนคู่ต่อสู้รู้สึกได้

ครอสรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่ผิดแผกไปจากที่เคยเห็น แต่ใช่ว่าจะไม่รู้จัก เขาตั้งท่าต่อสู้อย่างไม่ประมาทพร้อมกับกัดฟันกรอดอย่างไม่สบอารมณ์นัก

เพราะคืนนี้คือ คืนเดือนมืด และแวมไพร์ตรงหน้ากำลังอารมณ์แปรปรวน

...เลือดปิศาจกำลังครอบงำสติสัมปชัญญะ...

แบบนี้ไม่ดีแน่ ทันใดนั้น ร่างที่เคยอยู่ระยะไกลก็หายวับไป และมาปรากฏตัวตรงหน้าเขาอย่างคาดไม่ถึง พร้อมกับดาบที่แหวกผ่านอากาศลงมา

เคร้ง!!

คมดาบปะทะกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้พื้นดินใต้เท้าของผู้ตั้งรับกลับปรากฏรอยร้าวลึกแสดงให้เห็นว่าแรงดาบที่ปะทะมานั้นรุนแรงมากกว่าครั้งก่อนมากเพียงใด ดวงตาสีแดงต่างจ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง และกินเลือดกินเนื้อ หากแต่ดวงตาอีกคู่หนึ่งล้อมกรอบด้วยเส้นเลือกที่ปูดโปนจนแทบทะลุผิวหนัง รูม่านลีบเล็กเป็นเส้นเรียวยาว และเขี้ยวที่มุมปากงอกยาวเลยริมฝีปากล่าง

“เจ้าต้องตาย! ดีแฟนธ่อม!! เฟลอสที่ไม่เหลือสติใด ๆ ตวาดลั่นพร้อมกับยกเข่าขึ้นหมายจะกระแทกช่วงท้องของอีกฝ่ายในระยะประชิด หากแต่คู่ต่อสู้นั้นหลบได้อย่างทันท่วงที และหมุนตัวไปด้านหลัง มือข้างซ้ายที่ว่างอยู่เรียกดาบอีกเล่มจากาอากาศมาถือไว้อย่างรวดเร็ว

ครอสไม่อาจประมาทได้แม้แต่วินาทีเดียว แวมไพร์ที่โดนเลือดในกายครอบงำย่อมมีพลังทวีคูณ พลาดเพียงแค่หนึ่งครั้งก็ถือว่าชีวิตหายไปครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว เขาไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า ดาบซ้ายเสือกไปข้างหน้าที่แผ่นหลังของเฟลอส แต่อีกฝ่ายก็ยกดาบผ่านหลังมาสกัดปลายดาบไว้ได้ทันเวลา

            เฟลอสหมุนตัวกลับมาพร้อมกับคมดาบที่เหวี่ยงมาข้างหน้า มันปะทะกับดาบสองเล่มที่ไขว้กันเป็นรูปกากบาทที่รอรับราวกับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า เจ้าของดาบเล่มเดียวไม่เหลือที่ว่างให้หยุดพัก เขาถ่ายน้ำหนักไปที่ดาบมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ครอส  กลับใช้ขาข้างขวาที่ใช้เป็นฐานยันหลังไว้ผลักดาบเดี่ยวออก และตามด้วยการโจมตีของดาบทั้งสองเล่มสลับไปมาอย่างไม่หยุดพัก

            แวมไพร์ผมเงินก็ได้แต่ใช้ดาบเล่มเดียวรับการโจมตี เพราะโดยพื้นฐานแล้ววิชาดาบของครอสนั้นสูงกว่ามาก แต่ตัวเฟลอสก็ไม่ใส่ใจเรื่องนั้น เขารับคม

ดาบที่ฟาดฟันมาได้ทุกกระบวนท่าแม้ตัวเขาต้องถอยร่นไปเรื่อย ๆ

            จนกระทั่งเขาเห็นช่องว่างอันน้อยนิด

            วินาทีที่ดาบข้างซ้ายกำลังจะแหวกผ่านอากาศลงมา ขาข้างขวาก็เหวี่ยงขึ้นสวน กระแทกข้อมือซ้ายทันที ส่งผลให้ดาบซ้ายหลุดจากมือเจ้าของอย่างไม่อาจห้ามได้ เฟลอสแสยะยิ้มกว้างพร้อมกับเหวี่ยงดาบที่เรืองแสงสีแดงเข้าใส่ทันที

            แต่ครอสกลับใช้มือซ้ายนั้นรับคมดาบไว้อย่างไม่กลัวเกรง

            “อะไรที่มีพลังมากกว่าไฟสีแดง เดอแคลร์?” แวมไพร์ผมดำถามเสียงเย็น หากแต่คู่ต่อสู้กลับไม่ตอบคำถามใด ๆ กลับกันดวงตาสีแดงกลับเบิกกว้างด้วยความตกใจ เพราะนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะใช้มือลุ่น ๆ รับแบบนี้

            ไฟสีน้ำเงินยังไงล่ะ!

                พลัน ทั้งดาบและแขนขวาของเฟลอสก็ปรากฏไฟสีน้ำเงินาลุกท่วม! เฟลอสร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เขายกขาขึ้นถีบอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ทำให้แรงบีบที่มือคลายตัว แล้วเขาก็กระโดดถอยหลังทันที ดาบคู่กายหล่นลงพื้นเสียงดังเคร้ง

            ครอสหอบหายใจแผ่วเบา ดวงตาสีแดงลอบมือฝ่ามือที่เลือดไหลอาบ      การใช้มือเปล่ารับดาบที่ลุกไหม้ด้วยเพลิงสีแดงไม่ใช่วิธีการที่ควรนัก แต่ก็เป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่เขาคิดได้ตอนนั้นแม้จะต้องแลกด้วยการบาดเจ็บที่มือก็ตาม

            อย่างน้อยก็ทำให้หมอนั่นบาดเจ็บ

แต่กลายเป็นว่า เมื่อเฟลอสสะบัดแขนที่ลุกไหม้หลายครั้งก่อนที่ไฟจะมอดดับลง มันก็เหลือเพียงแค่ร่องรอยเผาไหม้สีดำสนิทเท่านั้น ดูเหมือนว่าเพราะพลังที่เพิ่มขึ้นในคืนเดือนมืดทำให้บาดแผลไม่ร้ายแรงเท่าที่ควรจะเป็น

            นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ครอสหวังว่าเขาจะถูกครอบงำบ้าง...

            อารมณ์ที่แปรปรวนทำให้แวมไพร์เลือดบริสุทธิ์บ้าคลั่ง เหมือนที่เขาเคยเป็นเมื่อครั้งอยู่คฤหาสน์ เฟลอสเงื่อนไขครบสมบูรณ์เขาจึงตกอยู่ใต้อำนาจของเผ่าพันธุ์โดยไม่อาจขัดขืนได้

            แต่ว่า...ถ้าการที่เข้มแข็งแล้วอาจเผลอทำร้ายคนสำคัญล่ะก็...

            เหตุการณ์ที่เขาเกือบจะฆ่าคนสำคัญที่สุดของชีวิตที่คฤหาสน์หวนกลับมา เขายังจำได้...มือของเขานี่แหละที่บีบลำคอเล็กอย่างไม่ปราณี ใบหน้าคมคายเกือบจะไร้สีเลือดเพราะขาดอากาศหายใจ แล้วยังดวงตาสีฟ้าสดใสที่พร่ามัว และมองเขาอย่างหวาดกลัว

            ข้าก็ไม่ต้องการพลังแบบนั้น!

                “ถึงไม่ถูกครอบงำ ข้าก็ชนะเจ้าได้ เฟลอส” เสียงห้าวพึมพำแผ่วเบาอย่างแน่วแน่ เขาทิ้งดาบที่มือขวา และมันก็หายวับไปในอากาศเพียงแค่กะพริบตา

            ดวงตาสีแดงทั้งสองคู่จ้องเขม็งกันอีกครั้ง ต่างฝ่ายต่างไม่มีอาวุธ ดังนั้นหลังจากนี้เวทมนต์ และการต่อสู้มือเปล่าคือการตัดสินการต่อสู้ของพวกเขา

            ไม่มีฝ่ายใดขยับเขยื้อน...

จนกระทั่งสายลมวูบหนึ่งพัดผ่าน ร่างของพวกเขาก็หายไป!

            ตูม!!

            เสียงระเบิดดังสนั่นจนพื้นดินแตกระแหง และฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ ควันสีเทาลอยตัวหนาจนไม่อาจมองเห็นสิ่งใด ได้ยินเพียงแค่เสียงบางอย่างแหวกผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว และเสียงปะทะกันรัวเร็วของกล้ามเนื้อ ในที่สุด...หมอกควันก็ค่อย ๆ จางหายไป แต่การต่อสู้ของปิศาจสองตัวไม่จางหายไปด้วย และการแลกหมัด และลูกเตะยังคงดำเนินต่อไป แถมยังเร็วขึ้นเรื่อย ๆ

เฟลอสก้มตัวหลบลูกเตะที่หัวได้อย่างฉิวเฉียดก่อนจะวาดเท้าตวัดหมายจะเตะตัดข้อเท้าของอีกฝ่าย แต่ครอสรู้ทัน และกระโดดหลบตีลังกาข้ามหัวไป ทันทีที่ขาของเขาแตะพื้น เถาวัลย์ขนาดใหญ่ก็งอกทะลุพื้นดิน สายเถาวัลย์สีดำทะมึนพุ่งเข้าหมายจะรัดแขนขาของแวมไพร์ผมดำ แต่เป้าหมายก็จัดการเผามันไหม้เพียงแค่กะพริบตา

            เจ้าของเถาวัลย์กระตุกยิ้มที่มุมปากเมื่อเป็นไปตามแผน เถาวัลย์บางเฉียบต้นหนึ่งค่อย ๆ งอกขึ้นจากพื้นดินข้างหลังคู่ต่อสู้อย่างเงียบงัน ก่อนที่มันจะพุ่งทะลุปอดของเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

            แต่ร่างที่ควรจะอยู่ตรงนั้นกลับหายไปทันทีที่โดนเสียบทะลุ!

            “ยิ้มอะไร” เสียงเย็น ๆ ดังขึ้นข้างหลังแวมไพร์ผมทองแซมเงิน ดวงตาสีแดงเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะหมุนตัวกลับมาฟาดสันมือใส่คนข้างหลังอย่างไม่รอช้า แต่ท่อนแขนก็รอรับอยู่แล้ว เฟลอสไม่ปล่อยให้การโจมตีของตัวเองขาดช่วง ท่องคาถาในใจอย่างรวดเร็วก่อนที่มืออีกข้างจะเริ่มมีไอสีขาวลอยขึ้นมา

            “เพราะเจ้าเข้ามาติดกับไงล่ะ!” เขาตะโกนลั่นพร้อมกับส่งหมัดที่เตรียมพร้อมไว้แล้วไปที่ช่วงท้องของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว!

            ตูม!

            ร่างสูงที่โดนพลังอัดใส่ถอยกรูดไปหลายเมตร แขนสองข้างที่ยกขึ้นมาป้องกันเป็นรูปกากบาทได้ทันเวลาปรากฏรอยแผลลึก และเลือดสีแดงไหลทะลักออกมาจากบาดแผลอย่างน่ากลัว ครอสกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ

ไม่นึกเลยว่าจะมีพลังเยอะขนาดนี้

                ในขณะเดียวกันเฟลอสก็หอบหายใจจนตัวโยน พลังที่ใช้ไปเมื่อครู่ส่งผลต่อแขนข้างขวาที่มีรอยไหม้ แม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่รู้สึกเจ็บ แต่ร่างกายกลับเริ่มส่งเสียงแย้ง น่าเศร้าที่ตอนนี้ตัวแวมไพร์หนุ่มไม่รับรู้ถึงขีดจำกัดของตัวเองอีกแล้ว เพราะในความคิดตอนนี้มีเพียงแค่ความต้องการแก้แค้นเท่านั้น

            ...มีเพียงความโกรธแค้นเท่านั้นที่ขับเคลื่อนร่างกาย...

            “ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็จะลากเจ้าลงไปนรกกับข้าด้วย!” เขาตะโกนก้องก่อนจะพุ่งเข้าใส่ร่างที่บาดเจ็บอย่างไม่รอช้า แต่เขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อภาพตรงหน้ากลับพร่ามัวด้วยหมอกควันสีเทา

            มนตราพรางตัว...

เกินความคาดหมายที่คนอย่างครอส ดี ดีแฟนธ่อมจะเลือกใช้มนต์บทนี้เพื่อซ่อนตัว

            เฟลอสกัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิด “โผล่หัวออกมาดีแฟนธ่อม!!!” เขาตวาดลั่นอย่างหัวเสียพร้อมกับมองซ้ายมองขวา ขาทั้งสองข้างค่อย ๆ เดินไปข้างหน้าอย่างระแวดระวังจนกระทั่งได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวทางซ้ายมือ เขาก็กระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินตามเสียงไปสู่พงป่ารกชัฏอย่างเงียบเชียบ

            เมื่อรู้ตัวอีกทีแวมไพร์หนุ่มก็พบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางความมืดมิดกว่าเดิม ดวงตาสีแดงกวาดมองไปรอบตัว แต่ภาพที่เห็นก็มีเพียงแค่เงาของต้นไม้ใหญ่ และหูก็ไมได้ยินเสียงใด ๆ แม้แต่เสียงลมพัดก็ไม่มีเช่นกัน

อยู่ที่ไหน...อยู่ที่ไหน!?

คู่ต่อสู้ของเขาใช้ประโยชน์จากเงาต้นไม้ และความมืดยามราตรี ลบร่องรอยของตัวเองจนหมดสิ้น และปล่อยให้ร่างกายกลมกลืนไปกับความมืดมิด

            ความมืดมิดมาพร้อมกับความเยือกเย็น...

            เฟลอสที่ขาดสติไป ก็ขาดความเยือกเย็นไปเช่นกัน...ถ้าหากเขามีสมาธิมากกว่านี้ เขาก็คงจะรู้ว่าคนที่ตามหาอยู่นั้นอยู่หลังต้นไม้เบื้องหน้านี่เอง

            แวมไพร์หนุ่มผู้ซ่อนตัวอยู่ลอบมองจากข้างหลังลำต้นของไม้ใหญ่ ดวงตา    สีแดงหรี่เล็กลงอย่างครุ่นคิด และระแวดระวัง เขาเห็นร่างคู่ต่อสู้เดินเข้ามาใกล้พื้นที่ที่เขาหมายตาไว้

อีกแค่นิดเดียว...

ความเจ็บปวดแปลบ ๆ ที่แขนทั้งสองข้างทำเอาเขาเกือบเสียสมาธิอยู่หลายครั้ง ดวงตาเหล่กลับมามองบาดแผลที่ตอนนี้เริ่มสมานตัว แต่ก็ห่างไกลจากคำว่าหายดีอยู่มากโข

            แกร่บ...

            มาแล้ว!

                ทันทีที่เฟลอสเหยียบลงพื้นดินเบื้องหน้าต้นไม้คู่อริซ่อนตัวอยู่ แสงสีทองสว่างก็สว่างวาบจากใต้เท้าของแวมไพร์ผู้ติดกับ ดวงตาสีแดงเบิกกว้างด้วย         ความตกใจ ก่อนที่จะรู้สึกถึงบางอย่างที่ชอนไชเข้ามาจากใต้ฝ่าเท้า และไต่ขึ้นมาตามขาจนกระทั่งมาถึงลำตัวที่ไม่อาจขยับได้ ทันทีบางอย่างนั้นเอื้อมมาถึงตำแหน่งหัวใจ เฟลอสก็กรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

                “อ้ากกกก!!

            เหมือนตัวจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ เหมือนร่างกายจะเผาไหม้กลายเป็นเถ้าธุลี ราวกับว่าดวงอาทิตย์ทั้งดวงแผดเผามาที่ร่างของเขาเพียงแค่คนเดียว

            เวทย์แห่งแสง!!

                ท่ามกลางสายตาที่พร่ามัว เขาก็เห็นร่างสูงทะมึนก้าวออกมาจากหลังต้นไม้เบื้องหน้า ทั้งสองมือที่อยู่ข้างตัวเรืองแสงสีทองสว่างเช่นเดียวกับวงแหวนเวทย์ใต้เท้าของแวมไพร์ผู้ถูกพันธนาการ

            “เวทย์แห่งแสง...ปิศาจอย่างเจ้าใช้..แสง..เนี่ยนะ หึ” เฟลอสสบถด้วยเสียงที่ขาดห้วง พยายามขยับกายให้หลุดพ้นจากเส้นสายสีทองที่รัดร่างกายไว้ แต่ก็ไร้ผล...มนตราบทนี้แข็งแกร่งเกินไป

            ยกเว้นแต่ว่าคนร่ายจะเสียสมาธิ...

            “...” ครอสไม่เอ่ยอะไรนอกจากยื่นมือทั้งสองข้างขึ้นมาเบื้องหน้า เขากำมือทั้งสองราวกับว่ากำลังหยิบอะไรบางอย่างจากอากาศที่ว่างเปล่า พลัน สายสีทองอีกหลายเส้นก็พุ่งขึ้นมาจากวงแหวนเวทย์ เมื่อเขาเคลื่อนมือเข้าหากัน สายเหล่านี้ก็ขยายขนาดและตรงเข้ารัดแขน และขาของคู่ต่อสู้อย่างไม่ปราณี

            “อั่ก!” เฟลอสถึงกับกระอักเลือดออกมา ไม่อาจเปล่งเสียงร้องออกมาได้ เพราะความเจ็บปวดนั้นมากมายเกินกว่าจะกรีดร้องออกมาเป็นเสียง แผ่นอกขยับขึ้นลงรัวเร็วเพื่อรับออกซิเจนเข้ามาในร่างกาย แต่ยิ่งหายใจก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น

            หนอย...

                แต่วินาทีนั้นเอง ดวงตาของเขาก็จับสังเกตอะไรบางอย่างได้... สีหน้าที่เหมือนกับอดกลั้นอะไรบางอย่างไว้ และมือทั้งสองข้างก็เริ่มสั่น และบาดแผลที่แขนก็เริ่มมีเลือดซึมอีกครั้ง

            หึ สุดท้ายแล้วปิศาจก็คือปิศาจวันยังค่ำ

                ไม่ว่าอย่างไร ก็พ่ายแพ้ต่อแสงสว่าง แม้ผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งมากแค่ไหน...

            เฟลอสค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ และรอคอยช่วงจังหวะที่สายพลังอ่อนแรงลงแม้ว่าเขาต้องทนกับความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงเข้ามาอย่างไม่ขาดสายก็ตาม แต่เขาเชื่อว่าสิ่งที่ตามมาต้องคุ้มค่าแน่นอน

            และแล้ววินาทีที่รอคอยก็มาถึง...

            เมื่อบาดแผลที่แขนของครอสแย่ลงเรื่อย ๆ และเวทย์แห่งแสงก็เริ่มย้อนกลับมาทำร้ายตัวผู้ใช้ แวมไพร์ผู้ถูกพันธนาการก็ฉวยโอกาสฝืนออกแรงให้แขนทั้งสองข้างขยับ

            บ้าชะมัด!

                ครอสกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ เหงื่อเย็น ๆ ไหลอาบใบหน้า ความเจ็บปวดที่แขน และมือเริ่มทิ่มแทงร่างกายจนเกือบเผลอคลายวงเวทย์ ยิ่งเห็นร่างที่ควรจะอยู่นิ่ง ๆ เริ่มขยับตัวได้ เขาก็รู้ว่าวงแหวนเวทย์เริ่มเสื่อมพลังลง

            หมอนั่น...รู้ ถ้าหากเขาอยู่ในสภาพร่างกายที่พร้อมมากกว่านี้ และอีกฝ่ายไม่ถูกครอบงำในคืนเดือนมืดเช่นคืนนี้ เขามั่นใจว่าเขาสามารถเอาชนะได้อย่างไม่ยากเย็น แต่บาดแผลที่แขนกอปรกับพลังที่เพิ่มขึ้นของคู่ต่อสู้ทำให้เขาเริ่มเสียเปรียบ

            เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ...

            เสียงบางอย่างแผ่วเบาค่อย ๆ ดังขึ้นจากเส้นสายสีทองที่พันธนาการร่างของแวมไพร์ผมทอง เฟลอสเลิกใส่ใจความเจ็บปวดที่บีบรัดชวนกระอัก และปล่อยแรงทั้งหมดที่มีเพื่อฉีกกระชากสิ่งที่รัดรอบกายโดยไม่สนว่าผิวกายจะเกิดรอยแผลลึกมากแค่ไหนก็ตาม “ข้า...ต้องชนะ...”

เจ้าของวงแหวนเวทย์เม้มปากแน่นเมื่อเห็นรอยแตกร้าวของมนตรา พยายามใส่พลังทั้งหมดที่มีเข้าไปเสริมส่วนที่ถูกทำลาย แต่ก็เหมือนใส่น้ำเข้าไปในถังที่มีรูรั่ว และสิ่งที่รั่วไหลออกมาก็ทำให้อวัยวะภายในของผู้ใช้บอบช้ำ เลือดเริ่มไหลออกมาจากมุมปากบางเฉียบ เวทย์แห่งแสงทำร้ายร่างกายของอมนุษย์มากกว่าที่คิด

“ข้า...จะต้องชนะ!!!

ตูม!!

เสียงระเบิดกัมปนามดังลั่นพร้อมกับแสงสีทองสว่างก็หายวับไป แทนที่ด้วยควันหนาสีดำทะมึนลอยตัวขึ้นสูงจนไม่อาจเห็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังควันนั้นได้

ครอสทรุดฮวบลงกับพื้น และไออย่างหนัก เลือดสีแดงเข้มหยดเป็นวง เห็นได้ชัดว่าภายในของเขาบอบช้ำมากแค่ไหน ลมหายใจหอบรัวเร็วด้วยความเหน็ดเหนื่อย และเจ็บปวด บาดแผลที่แขนทั้งสองข้างซึ่งห้อยตกลงข้างตัวเหวอะหวะจนน่ากลัว แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่อาจละการป้องกันได้ ดวงตาสีแดงหรี่เล็ก และพยายามมองทะลุควันที่ล้อมรอบกาย

พรึ่บ!

แล้วเขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง

อะไรบางอย่าง...ที่มีขนาดใหญ่ และพร้อมโบกพัดอากาศให้สั่นไหว ได้ยินเพียงแค่นั้น แวมไพร์หนุ่มก็กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างรู้ทัน

เอาอย่างนั้นก็ได้...เฟลอส เดน เดอแคลร์!

###

           

            ตูม!!

                เสียงระเบิดที่ดังขึ้นอีกครั้งหลังจากแวมไพร์ทั้งสองหายเข้าไปในม่านหมอกควันหลังการต่อสู้ด้วยเวทมนต์ ทำให้ชายหนุ่มผมบลอนด์อดสะดุ้งด้วยความตกใจไม่ได้ ดวงตาสีฟ้ามองเข้าไปในป่าลึกที่เป็นต้นเสียงระเบิดเมื่อครู่อย่างเป็นกังวล “จะเป็นยังไงบ้างนะ...” เขาพึมพำอย่างแผ่วเบาก่อนจะหันกลับมามองร่างเล็กของแวมไพร์น้อยที่ยังคงสลบไสลไม่ได้สติมาพักใหญ่แล้ว ผิวกายละเอียดของเด็กน้อยเต็มไปด้วยรอยช้ำ และบาดแผลจากการถูกทำร้าย

            ทำไมเด็กคนนี้ต้องมาโดนลูกหลงด้วยนะ...

                เช่นเดียวกับตัวเขา ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ท่ามกลางการต่อสู้ที่รุนแรงแบบนี้ด้วยนะ โชคชะตา?

ไม่ใช่หรอก เราเลือกเองต่างหาก

เลือกเอง เจ็บตัวเองด้วยซ้ำไป...

            แย่ชะมัด...

                เซดดริกรำพึงในใจ แวมไพร์หนุ่มผมดำ และคู่ต่อสู้ของเขาหายเข้าไปในป่าได้นานสองนานแล้ว จนบัดนี้ก็ยังไม่กลับออกมา สิ่งที่รับรู้ก็มีเพียงแค่เสียงระเบิดกึกก้องเท่านั้น

            ...การรอคอยแบบนี้แย่ชะมัด...

                ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดร้าว แม้เขาจะมั่นใจว่าคนที่เขาเป็นห่วงจะเป็นฝ่ายชนะ แต่เมื่อเห็นคู่ต่อสู้ที่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อที่จะชนะแล้ว เขาก็เริ่มไม่แน่ใจ

            ถ้าหาก...แพ้ล่ะ?

            เซดดริกกำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกผิดอันท่วมท้น รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นตัวถ่วง ถ้าเขาไม่ดื้อดึงตามมาตั้งแต่แรก บางที...

            “งี่เง่า...” ชายหนุ่มเอนหลังพิงต้นไม้พลางมองขึ้นท้องฟ้าสีเข้มอย่างอ่อนแรง แต่แล้วการเคลื่อนไหวบางอย่างบนท้องฟ้าทำให้เขาสะดุ้งสุดตัว และผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ

            เสียงกรีดร้องสูงของสัตว์ดังก้องจนแสบแก้วหูจนเซดดริกต้องยกมือปิดหูตามสัญชาติญาณ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง ดวงตาสีฟ้าก็เบิกกว้าง...ทั้งด้วย     ความตระหนก และตื่นกลัว

สิ่งมีชีวิตมีปีกสีดำขนาดใหญ่สองตัวพุ่งขึ้นจากยอดไม้ และเข้าฟัดโรมรันกันบนท้องฟ้า ปีกสองคู่เหวี่ยงเข้าใส่กันอย่างแรง ขาเล็กแต่เล็บยาวคมกริบต่างจิกเข้าที่ลำตัวของคู่ต่อสู้อย่างไม่ปราณี ใบหน้าเล็ก แต่ดุร้ายแยกเขี้ยวใส่กันก่อนจะพุ่งเข้ากัดกันอย่างลืมความเจ็บปวด

ขาหนึ่งคู่ที่ยืนอยู่บนพื้นดินอดสั่นระริกด้วยความกลัวไม่ได้ มันเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อเห็นการต่อสู้ที่โหดร้าย และป่าเถื่อนของสิ่งมีชีวิตยามราตรีสองตัว

ค้างคาวยักษ์...

ร่างแปลงของแวมไพร์...สิ่งที่ย้ำเตือนว่าโลกเบื้องหน้า ไม่ใช่โลกของเขา หากแต่เป็นโลกของปิศาจผู้โหดร้ายที่เขาไม่อาจล้ำเขตเข้าไป

แต่ความคิดนั้นก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อร่างของค้างคาวยักษ์ตัวหนึ่งถูกปีกสีดำขนาดใหญ่ของอีกฝ่ายกระแทกลำตัว และร่วงลงสู่พื้นดินตามแรงโน้มถ่วงอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ทันทีร่างนั้นจะตกถึงพื้น มันก็กลับตัว และแยกเขี้ยวใส่อีกตัวที่ปัดมันลงมา และกำลังพุ่งลงมาหาราวกับจรวด!

สัตว์ทั้งสองตัวกระแทกกันอย่างจัง ปีกสองคู่ฟัดกันนัวเนียจนลำตัวไถลไปตามพื้น ลมแรงพัดโหมกระหน่ำตามมาด้วยฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณทำให้        เซดดริกต้องรีบหมอบตัวลงกับพื้น ดวงตาหรี่เล็ก และพยายามเพ่งมองสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า

สิ่งที่เห็นอย่างพร่ามัวท่ามกลางม่านฝุ่นนั่น คือเงาสองเงาที่มีปีก และปีกขนาดใหญ่ก็ค่อย ๆ หดเล็กลงกลายเป็นท่อนแขนเรียว ลำตัวสีดำก็กลายเป็นแผ่นหลังกว้างของชายคนหนึ่ง

เห็นเพียงแค่นั้น น้ำหนักที่กดทับอยู่ในอกก็พลันหายไป เซดดริกคลี่ยิ้มด้วยความโล่งใจ

ครอส...

แต่เมื่อม่านควันเริ่มจางหายไป เขาก็พบว่าไม่ได้มีเพียงแค่แวมไพร์หนุ่มผมดำเท่านั้นที่ยืนอยู่ และกลับสู่ร่างเดิม คู่ต่อสู้ก็กลับคืนสู่ร่างเดิมแล้วเช่นกัน และสภาพของทั้งคู่...ทำให้คนมองแทบลืมหายใจ

ผิวหนังบริเวณแขน ขา และลำตัวเหวอะหวะจนแทบเห็นกระดูกใต้กล้ามเนื้อ เลือดไหลอาบจนพื้นใต้เท้าของพวกเขากลายเป็นแอ่งเลือดขนาดย่อม ๆ ไหล่ของทั้งคู่ขยับขึ้นลงรัวเร็ว เพราะการหายใจหอบด้วยความเหนื่อย และเจ็บปวดจนถึงกระดูก

แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีใครยอมล้ม เพราะนั่น...หมายถึง ความตาย...

แม้จะเห็นร่างของคู่ต่อสู้ยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ตรงหน้าอย่างพร่ามัว แต่เฟลอสก็ไม่อาจขยับเขยื้อนได้ แม้จะเป็นโอกาสที่ดีที่จะโจมตี แต่สภาพตอนนี้ของเขา แค่ยืนได้ก็เต็มกลืนแล้ว ใจหนึ่งอยากล้มลงไปให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่อีกใจหนึ่งก็มีศักดิ์ศรีค้ำไว้

ข้าควรจะมีพลังมากกว่ามันสิ ทำไม...ทำไมข้ายังเอาชนะมันไม่ได้!!

เฟลอสกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ทั้ง ๆ ที่มั่นใจว่าหากถึงคืนเดือนมืดแล้ว พลังปิศาจจะเพิ่มขึ้นสูงจนอีกฝ่ายไม่อาจทัดเทียมได้ แต่ดูเหมือนว่าที่เขาคิดจะผิดโดยสิ้นเชิง

ข้า...ต้องชนะ ไม่ว่ายังไงข้าก็ต้องชนะ!!

ราวกับเทพธิดาแห่งความโชคดีจะเข้าข้างเขาในครั้งนี้ เมื่อมือข้างขวาที่ตกลงห้อยข้างตัวไปสัมผัสก้อนอะไรบางอย่างที่กางเกง

อะไรบางอย่างที่ถูกลืม และเป็นตัวกำหนดผลการต่อสู้ในครั้งนี้

แวมไพร์หนุ่มแสยะยิ้มกว้างด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง และแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผาก

บอกแล้วดีแฟนธ่อม...ข้าต้องเป็นผู้ชนะ!!


TO BE CONTINUED





>>Pre-Order<<

Bloody Bond พันธนาการเขี้ยวราตรี (ชื่อเดิม Tale of the Darkness)

*** วันนี้ - 21 กุมภาพันธ์ ***



ผู้เขียน : Xeiji / อู่ชี่

ภาพปก : Kon

ภาพประกอบ : Mr.x

จำนวนหน้า : 450+

ราคา : 439 บาท

สิ่งที่มีเพิ่มเติมในรูปเล่ม : ตอนพิเศษ และ Uncut

ของแถม : ที่คั่นหนังสือแฮนเมดลายคาแรคเตอร์พระ-นาย (มีจำนวนจำกัด)

*** เดี๋ยวจะมาอัพเดทให้ดูนะคะ ***



แง้มภาพปกให้ดูกันก่อน เพราะว่ายังไม่เสร็จดีค่า 

sds


สั่งจองได้ที่นี่เลย >> https://goo.gl/forms/pw78JhDWpccygxF62

*** วันนี้ - 21 กุมภาพันธ์ ***


+++++++++++++++++++++


ตอนที่ปิดการอ่าน คือเรากำลังรีไรท์และทยอยลงค่า เปิดให้อ่านแน่นอน ^^ 

หลังจากนี้เราจะเปิดให้อ่านทุกตอนระยะหนึ่งก่อนจะปิดบางตอนนะคะ


+++++++++++++


ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ทำนิยายเรื่องนี้ออกมาเป็นหนังสือซักทีหลังจากผ่านมาหลายปี

ก่อนอื่นอย่าเพิ่งงงกับชื่อเล่มนะคะ เพราะเราเปลี่ยนชื่อเรื่องให้เข้ากับตัวนิยายมากขึ้นค่ะ 


สุดท้ายนี้ ขอบคุณทุกคนมากๆเลยนะคะ

ถ้ายังไงยังคงมาพูดคุยกันได้ใน

FB : https://www.facebook.com/xeijiandwuqi

หรือ twitter : Seiji_18 (แต่ทวิตเตอร์จะออกแนวบ่นไปเรื่อยเปื่อยมากกว่า5555)


และหวังว่าเราจะได้เจอกันอีกในเรื่องถัดๆไปนะคะ :)




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
[BL] Tale of the Darkness ตอนที่ 37 : 31st Tale : Last [Final] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 554 , โพส : 8 , Rating : 0% / 3 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 8 : ความคิดเห็นที่ 849
ใครจะชนะ
PS.  \" This world would be a much better place if we all believe that men are brothers under the skin. โลกเราจะดีกว่านี้มาก ถ้าพวกเราทุกคนคิดว่าทุกคนเป็นพี่น้องกัน ภายใต้คุณสมบัติพื้นฐานเดียวกัน \"
Name : Fronztear < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fronztear [ IP : 118.172.154.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 กรกฎาคม 2557 / 00:31
# 7 : ความคิดเห็นที่ 784
มาเร็วๆๆๆๆน้าาาาา ขอจบแบบhappy end ได้ไหม แบบเซดเป็นอมตะไรเงี้ย ปล.ไม่อยากให้เฟลอสตายด้วยอะ ให้คู่กะเคลวิน(ภาค2)
Name : sailomdaodri < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sailomdaodri [ IP : 58.11.48.88 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มิถุนายน 2557 / 20:31
# 6 : ความคิดเห็นที่ 783
มีไม้ตายอะไรย๊า!?
PS.  ตราบใดที่ยูแจซอกยังไม่ตาย...ไม่ได้เห็นตัวจริงของซงจีฮโย...ไม่ได้จับกล้ามของคิมจงกุก...รันนิ่งแมนยังไม่สูญสลาย...คิมดงจุนคนนี้จะไม่ยอมตายเด็ดขาด!!!(คิมดงจุนชื่อเกาหลีของตัวเองน่ะแฮะๆ=..=;)
Name : คิมดงจุน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คิมดงจุน [ IP : 115.67.165.249 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มิถุนายน 2557 / 12:02
# 5 : ความคิดเห็นที่ 782
ง่ะ หวังว่า เซดดริกคงไม่โดนลูกหลงถูกลบความจำน้า หรือคุณครอสจะโดน อย่าน้าๆๆๆๆๆๆ
Name : ameiza [ IP : 14.207.194.59 ]

วันที่: 27 มิถุนายน 2557 / 08:24
# 4 : ความคิดเห็นที่ 781
กรี๊ดดดดดดดดดดดด มาแล้ววววววววววววว ดีใจๆๆๆๆ มาบ่อยๆๆๆๆน้าาาา ไม่อยากให้เฟลอสตายเลย อยากให้คู่กับเคลวินนนนน มาต่อไวๆๆๆๆมีคนรออยู่
Name : sailomdaodri < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sailomdaodri [ IP : 110.168.140.237 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มิถุนายน 2557 / 22:37
# 3 : ความคิดเห็นที่ 780
เกิดอะไรขึ้นนนน!!! O_O!!
PS.  ตราบใดที่ยูแจซอกยังไม่ตาย...ไม่ได้เห็นตัวจริงของซงจีฮโย...ไม่ได้จับกล้ามของคิมจงกุก...รันนิ่งแมนยังไม่สูญสลาย...คิมดงจุนคนนี้จะไม่ยอมตายเด็ดขาด!!!(คิมดงจุนชื่อเกาหลีของตัวเองน่ะแฮะๆ=..=;)
Name : คิมดงจุน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คิมดงจุน [ IP : 115.67.135.168 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มิถุนายน 2557 / 18:05
# 2 : ความคิดเห็นที่ 779
ดีใจจุงเบยในที่สุดก็มาแล้ว.....แต่ว่า
ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
มาต่อไวๆนะ
Name : สุนี < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สุนี [ IP : 114.33.76.168 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มิถุนายน 2557 / 17:55
# 1 : ความคิดเห็นที่ 778
เฟลอสสสสสสสสส!!! //กรีดร้อง // แกมันบ้าจนเสียสติไปแล้ว ความแค้นบังตาแกจนแกต่างหากที่ฆ่าครอบครัวตัวเอง!!
PS.  ฉันไม่เคยกลัวในสิ่งที่ฉันทำ...เพียงแต่ฉันกลัวผลลัพธ์ที่จะตามมา...
Name : ♤Chole♤ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ♤Chole♤ [ IP : 49.230.121.207 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 มิถุนายน 2557 / 16:58
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android