[BL] Tale of the Darkness

ตอนที่ 30 : 26th Tale : บางสิ่งที่ไม่อาจขัดขืน [Final]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,797
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

26th Tale : บางสิ่งที่ไม่อาจขัดขืน
 

หนัก...


ความรู้สึกแรกที่ทำให้เปลือกตาค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ ...ท้องฟ้ายามเช้าที่ถึงแม้ไม่มีแสงแต่ก็สว่างมากพอสำหรับโลกของแวมไพร์เริ่มมีผลทำให้เขารู้สึกแสบตาขึ้นมาบ้างเล็กน้อยด้วยความเคยชิน แต่พอได้ลืมตาเต็มที่กลับทำให้ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างด้วยความตกใจ


ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มคนหนึ่งที่หลับสนิทและอยู่ห่างจากใบหน้าของตนเพียงแค่ความกว้างหนึ่งไม้บรรทัดกั้น...ใกล้มากเสียจนแทบจะนับขนตาบนเปลือกตาที่ปิดสนิทนั่นได้


ครอส!!


เมื่อไล่สายตาลงมาเรื่อย ๆ ก็ทำให้เขารู้ว่าที่เขารู้สึกเหมือนมีอะไรทับที่เอวก็คือ ท่อนแขนของอีกฝ่ายนั่นเอง พอตั้งใจจะขยับออก...ก็เกิดเปลี่ยนใจกะทันหัน เพราะกลัวว่าจะไปปลุกให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นมาแล้วยิ่งอยู่ดี ๆ เมื่อจำอะไรได้โดยไม่ได้ตั้งใจ


เมื่อคืน... เซดดริกรู้สึกเหมือนอุณหภูมิในร่างกายจะพุ่งสูงขึ้นกะทันหัน โดยเฉพาะที่ใบหน้าที่ร้อนฉ่า ตอนนี้เขาเองก็ไม่สามารถบรรยายความรู้สึกของตัวเองได้ ไม่รู้ว่าเขิน อายหรือสับสนกันแน่


ชายหนุ่มค่อย ๆ เอื้อมมือขวาเข้าไปใกล้ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ นัยน์ตาสีฟ้าเหม่อมองเปลือกตาที่ปิดสนิทอย่างลืมตัว ขนตายาวจัง...


          หมับ!


          เซดดริกสะดุ้งเฮือกเมื่ออยู่ดี ๆ ข้อมือขวาก็ถูกมือของคนที่คิดว่าหลับอยู่จับไว้แน่นแถมยังรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปใกล้มากกว่าเดิมเสียด้วย ใบหน้าคมคายของคนที่ควรจะหลับอยู่กลับมีรอยยิ้มกริ่มจาง ๆ ประดับไว้ ดวงตาสีแดงทอประกายหยอกล้อเสียจนอีกฝ่ายรู้สึกเสียวสันหลังวาบ


          จะลักหลับหรอ?” เสียงห้าวแหบพร่าเอ่ยทีเล่นทีจริง


          คนถูกหาว่าลักหลับถลึงตาใส่ ใครจะลัก...หลับ?เขาโต้กลับ แต่ด้วยเสียงที่ออกมาแหบกว่าปกติทำให้เขาเผลอลดเสียงลงด้วยความเขิน แล้วยิ่งตอนนี้ใบหน้าของพวกเขาอยู่ใกล้กันมากกว่าเดิมจนริมฝีปากเกือบจะแตะกันอยู่รอมร่อ ทำให้เขาไม่กล้าพูดเสียงดัง คุณตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่?


          ครอสหัวเราะในลำคอเบา ๆ ตั้งแต่ตอนที่นายขยับตัวแล้ว


          ชายหนุ่มผมบลอนด์หน้าตึงขึ้นมาอีกครั้งด้วยความเขินจัดก่อนจะสะบัดมือให้หลุด และพลิกตัวหันหลังให้อย่างรวดเร็ว แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่คนที่แกล้งหลับก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเขินขั้นรุนแรง สังเกตจากใบหูที่ขึ้นสีแดงแปร๊ดเสียขนาดนั้น เห็นแล้วมันชวนให้อยากแกล้งต่อเสียเหลือเกิน...


          เซด...ว่าแล้ว เขาก็ขยับเข้าไปใกล้พร้อมกับวางท่อนแขนลงบนเอวของอีกฝ่ายก่อนจะกระชับร่างที่หันหลังให้แนบตนมากขึ้น ร่างกายโอเคไหม?”


          ทันทีที่ถามคำถามนั้น ร่างในอ้อมกอดของเขาก็เกร็งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ทำไม?แม้คำตอบจะห้วนสั้น แต่เสียงกลับตะกุกตะกักขัดกับความตั้งใจ


          ก็แค่คิดเล่น ๆ ว่า...อาจจะเป็นครั้งแรกของนายน่ะ


          เซดดริกถึงกับเผลอเอี้ยวหน้ามาตอบด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ถามบ้าอะไร?แต่พอเห็นใบหน้าคมคายที่ยิ้มกริ่มแบบนั้นทำให้เขารู้ว่าพลาดไปเสียแล้ว เพราะมือหนาดันไหล่ของเขาให้ราบไปกับเตียงนอน กลายเป็นว่าตอนนี้เขาต้องนอนหงายเผชิญหน้ากับแวมไพร์หนุ่มที่เหมือนว่านิสัยจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย


          ว่าไง?ดวงตาสีแดงพราวระยับเสียจนอีกฝ่ายอดคิดไม่ได้ว่านี่ใช่ครอสตัวจริงแน่เหรอ? แล้วต่างฝ่ายก็ต่างเงียบไปเหลือเพียงการแข่งจ้องตากันเท่านั้น จนในที่สุด ฝ่ายที่นอนอยู่ก็ต้องยอมแพ้ไป


          แม้แต่กับผู้หญิงก็ยังไม่เคย พอใจยัง!” ด้วยอารามทั้งเขิน ทั้งอาย จะไม่ทำให้ฟิวส์ขาดได้ไง ความจริงถึงไม่ถามอีกฝ่ายก็น่าจะรู้อยู่แล้ว


            ทั้ง ๆ ที่เป็นครั้งแรกก็ไม่บันยะบันยังเลยสักนิด!


            ครอสไม่เอ่ยอะไรนอกจากยิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อได้รู้ว่าตัวเองเป็นคนแรก และเขาปรารถนาจะเป็นคนแรก และคนเดียวตลอดไป


อีกฝ่ายขมวดคิ้วมุ่นอย่างเริ่มไม่สบอารมณ์นัก แล้ว...


ถ้าผู้ชายล่ะก็...ใช่


เซดดริกถึงกับทำตาโต เพราะตั้งใจจะถามกลับให้กระดากอายบ้าง แต่อีกฝ่ายกลับตอบก่อนที่เขาจะถาม แถมยังตอบหน้าตายอีกต่างหาก รู้...


สัญชาตญาณน่ะ


“นี่ขนาดใช้แค่สัญชาติญาณนะ เล่นเอาซะระบม” อีกฝ่ายบ่นอุบ แต่คำพูดค่อนข้างนั่นไม่ทำให้รอยยิ้มของอีกฝ่ายลดลงเลย ยิ้มอะไร?”


รู้ไหมทำไมฉันไม่บอกนายตั้งแต่แรก?” แวมไพร์หนุ่มไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับถามอีกคำถาม ถึงแม้จะไม่ได้บอกว่าถามเรื่องอะไร แต่พวกเขาก็รู้ดี เพราะมีอยู่เรื่องเดียวที่ยังคงคาอยู่ในใจทั้งสองฝ่ายมานาน เซดดริกส่ายหน้าเล็กน้อยแทนคำตอบ ตอนนั้นฉันกลัว...


อีกฝ่ายเลิกคิ้วเล็กน้อย กลัวเหรอ?


“...กลัวว่าถ้าบอกนายไปแล้ว นายจะไม่คุยกับฉันแบบนี้เพราะคิดว่าตัวเองเป็นแค่อาหาร หรือเครื่องมือเท่านั้น...ดวงตาสีแดงไหววูบเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเขาไม่มากนัก ทำให้เห็นว่าในแววตานั้นปรากฏริ้วของความรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย เซดดริกถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มจาง ๆ


รู้ไหม? ถึงคุณไม่บอก ผมก็คิดแบบนั้นนะเขาเอ่ยปนขบขันเล็กน้อย ก็ลองคิดดูสิ อยู่ดี ๆ ผมก็ถูกแวมไพร์ดูดเลือด แถมยังถูกพาตัวมาในอีกโลกที่ไม่รู้จัก แล้วยังเกิดพันธะสัญญาอะไรก็ไม่รู้ที่คุณไม่จำเป็นต้องสร้างมันขึ้นมาด้วยซ้ำ


“...แล้วจะไม่ให้ผมคิดได้ยังไงล่ะ? อย่าลืมสิ ผมเป็นแค่มนุษย์เองนะ ผมไม่เข้าใจอะไรยาก ๆ ของพวกคุณได้ยังไง?”


 ครอสขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับรู้สึกเหมือนถูกด่ากลาย ๆ แต่เมื่อจะเปิดปากพูด มือของอีกฝ่ายก็ยกขึ้นปิดปากของเขาเสียก่อน แต่ตอนนี้จะมาโกรธก็ยังไงอยู่ เพราะสุดท้ายแล้ว ผมก็เป็นฝ่ายเลือกเองว่าจะอยู่ที่นี่ต่ออยู่ดี จริงไหม?”


ดวงตาทั้งสองสีสบกันอีกครั้งก่อนที่ฝ่ายดวงตาสีอ่อนกว่าจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ถ้าเข้าใจแล้ว...ก็ช่วยเลิกคร่อมผมทีเถอะ!” ว่าแล้วก็ใช้มือข้างเดิมดันไหล่ของอีกฝ่ายไปข้าง ๆ หมายจะใช้เป็นหลักยันตัวลุกขึ้น แต่แวมไพร์หนุ่มก็รู้ทัน และจับข้อมือที่ดันตัวเขาไว้


เซดดริกไม่ยอมแพ้ คว้าหมอนหนุนข้าง ๆ มาดันตัวคนที่ยังไม่ยอมเปลี่ยนท่า แต่กลายเป็นว่าอีกฝ่ายยอมถูกดัน และทิ้งตัวลงนอนก่อนจะเป็นฝ่ายออกแรงดึงเขาให้มาแทนที่เสียนี่... ชายหนุ่มผมบลอนด์ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ แต่คนผมดำกลับยิ้มกริ่มเล็กน้อยด้วยความสะใจลึก ๆ


เซดดริกชักรู้สึกไม่ชอบรอยยิ้มแบบนี้ขึ้นมาตงิด ๆ อะไรอีก!


ครอสไม่ตอบอะไรก่อนจะเอื้อมมือมาจับที่ท้ายทอยของอีกฝ่าย และออกแรงกดให้โน้มลงมา แต่อีกฝ่ายรู้ทัน และใช้หมอนใบเดิมกระแทกที่ใบหน้าคมคายนั่นอย่างไม่ออมแรง ทำให้คนที่ไม่ทันตั้งตัวเผลอปล่อยทั้งข้อมือ และมือที่จับที่ท้ายทอยอยู่ ส่วนคนประทุษร้ายก็ก้มลงหยิบกางเกงบนพื้นข้างเตียงขึ้นมาใส่อย่างรวดเร็ว


ผมไปอาบน้ำก่อนล่ะว่าแล้ว เจ้าตัวก็ปรี่เข้าไปในห้องน้ำ และล็อคประตูตามหลังทันที


ครอสหยิบหมอนที่ปิดหน้าตัวเองไว้ออกก่อนจะมองไปที่ห้องน้ำ และอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงล็อคประตูตามมา ชายหนุ่มยันกายขึ้น และพิงที่พนักหัวเตียง ดวงตาหรี่ลงเมื่อกลิ่นหอมจาง ๆ ของคนที่อยู่ห้องน้ำยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก


เมื่อได้อยู่คนเดียวถึงได้มีโอกาสได้คิดอะไรหลายอย่าง ๆ


ผิวกายขาวละเอียด เส้นผมสีบลอนด์ ริมฝีปากบางแต่หอมหวาน ร่างที่เสียดสีกันและเสียงครางแผ่วเบาข้างหูทำให้เขาไม่อาจหยุดยั้งตัวเองได้ ภายในที่อุ่นร้อนที่ได้สัมผัสไม่ต่างอะไรจากสิ่งมอมเมาให้ถอนตัวไม่ได้ และยิ่งนึกถึงรอยช้ำ สีเข้มไว้ผิวกายขาวแล้ว...ยิ่งทำให้เขาอยากทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ชายหนุ่มผม  บลอนด์ลืมสัมผัสอันน่ารังเกียจของหมอนั่น และนึกถึงเขา...แค่เพียงคนเดียว


ไม่ได้เป็นเพียงแค่อารมณ์ และความใคร่... เขาเชื่อว่าอย่างนั้น


ถ้าอย่างนั้นแล้ว...มันคืออะไร?


...ความรัก...งั้นเหรอ?


ครอสขมวดคิ้วมุ่น มันง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ? ตลอดระยะเวลาสองพันกว่าปีที่ผ่านมา จริงอยู่ว่าเขาเคยได้รับความรักจากผู้ที่เป็นบิดามารดา รวมถึงความรักความเคารพจากบ่าวรับใช้ทั้งสอง และคนในสภา


แต่ ‘ความรัก’ ระหว่างคนสองคนนั้น...เขาไม่เคยคิด และเห็นความสำคัญของมันด้วยซ้ำ


เพราะที่ผ่านมา ทุกสิ่งทุกอย่างเขาอุทิศให้กับการแก้แค้น แม้จะมีแวมไพร์สาวหน้าตาสวยสะคราญ รูปร่างยั่วยวน หรือมาจากตระกูลดีแค่ไหน เขาก็แค่ปล่อยให้เป็นความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน


ถ้าเช่นนั้นแล้วครั้งนี้ล่ะ? มันคือ ‘ความรัก’ หรือเปล่า?


แวมไพร์หนุ่มมองไปที่ห้องน้ำก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบกางเกงของตัวเองขึ้นมาใส่ และเดินตรงไปที่ประตูห้องน้ำ


อยากเห็นรอยยิ้ม อยากได้ยินเสียง อยากให้อยู่ข้าง ๆ...และอยากปกป้อง

ถ้าความรู้สึกเหล่านั้นสามารถเรียกได้ว่าเป็น ‘ความรัก’ ล่ะก็...


ข้า...ก็คงจะ ‘รัก’ เจ้าจริง ๆ ...เซดดริก

###

 

ชายหนุ่มผมบลอนด์ร่างสูงยืนพิงประตูนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาเหม่อมองลงพื้นพร้อมด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ความรู้สึกหลากหลายประดังประเดเข้ามาจนรู้สึกเหมือนหัวสมองจะระเบิดให้ได้ ให้ตายสิเขาพึมพำแผ่วเบากับตัวเองก่อนจะเดินไปที่อ่างล้างหน้า หน้าเบ้เล็กน้อยเมื่อเพิ่งรู้สึกปวดหนึบแถวขา และสะโพก


              เขาเงยหน้ามองกระจก และเห็นใบหน้าซีด แต่เป็นสีชมพูระเรื่อของชายหนุ่มคนหนึ่งมองกลับมา นี่เราหน้าแดงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยคิดได้แบบนั้นไม่ทันไร ดวงตาสีฟ้าก็เห็นร่างกายท่อนบนอันเปลือยเปล่าของตัวเอง


               ผิวกายเต็มไปด้วยรอยช้ำสีชมพูเข้ม และชัดเสียจนนึกภาพสาเหตุของรอยเหล่านี้ได้โดยแทบไม่ต้องจินตนากา ใบหน้ายิ่งขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ความรู้สึกร้อนผ่าว และเขินจัดจนแทบอยากจะมุดดินหนีให้เสียรู้แล้วรู้รอด


อาบช้าแบบนี้จะให้ฉันเข้าไปอาบให้ไหม?” เสียงห้าวที่ดังลอดประตูเข้ามาทำเอาเซดดริกถึงกับสะดุ้งโหยงสุดตัวด้วยความตกใจ ใบหน้าที่แดงแปร๊ดจนตัวเองยังตกใจหันขวับไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว


            “อย่าแม้แต่จะคิดเชียวนะ!”


เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจากอีกด้านของประตู ลงไปกินข้าวเช้าด้วยล่ะแล้วเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น และตามด้วยเสียงปิดตามมา


เซดดริกลอบถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะขยับร่างกายที่ปวดท่อนล่างไปที่อ่างอาบน้ำ ในใจนึกก่นด่าคนที่ไม่ออมแรงเลยแม้แต่น้อย ตอนเช้าก็ยังดูมีแรงเหลือด้วยซ้ำ


น่าหมั่นไส้เป็นบ้า

###

 

อรุณสวัสดิ่ค่ะท่านเซดดริก เสียงเจื้อยแจ้วของสาวใช้ร่างเล็กเอ่ยขึ้นทันทีที่ร่างสูงของชายหนุ่มผมบลอนด์ก้าวเข้ามาในห้องอาหาร เธออยู่ในเครื่องแบบสาวใช้เช่นเคย ในมือของเธอมีถาดวางเหยือกแก้วใส่ของเหลวสีขาวขุ่นวางอยู่


อรุณสวัสดิ์ครับลูน่าเซดดริกตอบกลับด้วยรอยยิ้ม และเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม ก่อนที่หญิงสาวจะเดินมารินนมลงแก้วเบื้องหน้าของเขาให้ ขอบคุณครับเขาเอ่ยก่อนจะหยิบแก้วขึ้นดื่ม และเอื้อมมือไปคว้าแซนด์วิชมากัดคำหนึ่ง


รู้สึกดีขึ้นบ้างหมายคะ?”


ชายหนุ่มกลืนแซนวิชคำแรกลงคอก่อนจะหันมาตอบ ดีขึ้นเยอะเลยล่ะ ขอบคุณสำหรับโกโก้นะครับแม้จะตอบไปอย่างนั้น...แต่เขาก็รู้สึกผิดเล็กน้อยที่ไม่ได้ดื่มโกโก้เลยสักอึก


ประตูห้องทานอาหารเปิดออกอีกครั้ง ตามด้วยร่างสูงของเจ้าของคฤหาสน์เดินเข้ามาในเสื้อเชิ้ตสีดำ และกางเกงมีเดียวกัน เซดดริกที่เผลอเงยหน้าไปสบตากับดวงตาสีแดงเพียงแวบเดียว รีบหันมาก้มหน้าก้มตากินแซนด์วิชในมือต่อไป


เพราะถ้าขืนมองนานกว่านี้ใบหน้าของเขาคงได้แดงก่ำขึ้นมาอีกรอบแน่


อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะนายท่านลูน่าพูดก่อนจะเดินไปรินกาแฟใส่แก้วเบื้องหน้าผู้เป็นเจ้านายที่ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ตัวประจำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


              ครอสพยักหน้ารับเล็กน้อย และเหลือบไปมองชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว และกำลังหยิบแซนด์วิชชิ้นที่สองเข้าปาก วันนี้ใส่ผ้าพันคอด้วยเหรอ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แววตากลับสั่นระริกด้วยความขบขัน


              อีกฝ่ายหันมาย่นจมูกใส่ก่อนจะกระชับผ้าพันคอเล็กน้อย ก็เพราะใครล่ะ?” เขาแค่นเสียงตอบพร้อมกับตวัดมองอย่างไม่สบอารมณ์นัก 

               

              แวมไพร์หนุ่มหัวเราะในลำคออย่างแผ่วเบาก่อนจะหยิบหนังสือพิมพ์บนโต๊ะขึ้นมาอ่านพร้อมกับจิบกาแฟไปด้วย


ลูน่าที่เดินไปหยิบเหยือกน้ำเปล่า และรินใส่แก้วให้ชายหนุ่มทั้งสองทำหน้างุนงงเล็กน้อยกับบทสนทนาของทั้งสอง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร


เช้านี้ฉันต้องรีบไปที่สภา คิดว่าพวกนั้นคงได้ข่าวเรื่องเบสเตอรอยด์แล้วว่าแล้วเขาก็หยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง และโยนให้อีกฝ่ายที่รับไว้ได้พอดี เขาถือมันไว้ที่ระดับสายตา


ดวงตาสีฟ้าฉายแววฉงน มีดพก?” จะว่ามีดพกก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะมันมีขนาดเล็กประมาณมีดของสวิสฯได้ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือเล็กกว่ามีดพกที่เขาเคยมี ด้ามจับเป็นสีแดงเลือดหมู และมีลายเพ้นท์เป็นรูปดาวห้าฉากสีดำ แต่มองยังไง ๆ ก็หาตัวมีดไม่เจอ


ฉันลงอาคมไว้ ดังนั้นมันพอจะป้องกันเวทมนต์ที่ไม่หวังดีได้ ครอสอธิบายก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่ง และเดินมาที่เก้าอี้ของอีกฝ่าย ร่างสูงก้มตัวลงเล็กน้อย และเอื้อมมือไปจับหลังมือข้างที่ถือมีดไว้ พอจะใช้ก็สะบัดเบา ๆ แบบนี้แล้วก็ออกแรงบังคับให้มือข้างนั้นสะบัดเล็กน้อย คมมีดปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าและเชื่อมกับด้ามมีดอย่างอัศจรรย์


          แต่คนที่กำลังได้รับการสอนเกือบไม่ได้ฟังคำอธิบายที่อยู่ข้างหูเลย เพราะเส้นผมสีดำของคนสอนไหลลงมาสัมผัสไหล่ของเขา ทำให้รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายอยู่ใกล้มากแค่ไหน


          เข้าใจแล้วครับเขาตอบเสียงตะกุกตะกักพร้อมกับดึงมือให้หลุดจากการเกาะกุม รู้สึกเหมือนหน้าจะร้อนวูบวาบเล็กน้อย “แล้วให้ผมเก็บไว้เหรอ?”


ร่างสูงอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นเสี้ยวล่างของใบหน้า และใบหูที่ออกสีแดง ระเรื่อ ใช่เขาตอบสั้น ๆ ก็จะเปลี่ยนมายืนพิงข้าง ๆ เก้าอี้ ถึงนายจะอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ แต่ก็ไม่แน่ว่าหมอนั่นมันจะหาทางเข้ามาอีกเมื่อไหร่


          เซดดริกพิจารณามีดพกในมือขณะพยายามสงบสติอารมณ์ให้ก้อนเนื้อที่อกซ้ายเต้นช้าลงบ้าง ไม่นานนักเขาก็คลี่ยิ้มออกมาจาง ๆ ขอบคุณครับเขาพูดก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋ากางเกง


ดวงตาสีแดงมองกริยาของอีกฝ่ายเงียบ ๆ ด้วยสายตาที่อ่านความคิดไม่ออก เซดดริกเขาเอ่ยเสียงแผ่วเบา เรียกให้เจ้าของชื่อเผลอหันมาตามเสียงเรียก แล้วเขาก็เอื้อมมือไปคว้าศีรษะสีบลอนด์ให้เข้ามาใกล้ และก้มใบหน้าลงประทับรอยสัมผัสที่หน้าผากอย่างแผ่วเบา และรวดเร็วจนอีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว และได้แต่นิ่งค้างด้วยความตกใจ


เอ่อ...


ฉันหวังว่านายจะไม่ได้ใช้มีดเล่มนี้ด้วยซ้ำเสียงห้าวว่าต่อด้วยเสียงเบาราวกับกระซิบ


ทำไมล่ะครับ? ได้มาแล้วไม่ได้ใช้ก็เสียของแย่สิเซดดริกเอ่ยติดตลกกลบความเขิน เขาได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับ เพราะทำอะไรไม่ถูก


ถ้านายใช้ มันก็หมายความว่านายตกอยู่ในอันตรายแวมไพร์หนุ่มตอบกลับทันทีอย่างไม่ลังเล ดวงตาสีแดงที่หลุบต่ำลงมองใบหน้าที่ก้มลงจนผมปิดบังสีหน้าเกือบทั้งหมดของอีกฝ่าย


เขาคงจะรู้สึกแย่มากกว่าเดิม ถ้าหากคน ๆ นี้ต้องเป็นอะไรไปอีก เพียงเพราะเขาเป็นสาเหตุ


เซดดริกทำหน้ามุ่ยก่อนจะออกแรงผลักคนตัวสูงกว่า และเงยหน้ามองใบหน้าคมคายตรง ๆ อย่าทำเหมือนผมเป็นคนอ่อนแอนักสิเขาพูดก่อนจะขยับยิ้มจาง ๆ ผมดีใจนะที่คุณเป็นห่วง แต่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ผมดูแลตัวเองได้


และที่สำคัญ...ชายหนุ่มผมบลอนด์เว้นชั่วครู่ก่อนจะยกมือขึ้น และใช้สันหมัดแตะเบา ๆ ที่แผงอกของอีกฝ่าย “...ผมเป็น ‘ผู้ชาย’ หรอกนะ อย่าทำเหมือนว่าผมอ่อนแอไปหน่อยเลย


ร่างสูงเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบา ๆ นั่นสินะเขาเองก็เคยเห็นคนตรงหน้าออกลวดลายต่อสู้มาแล้ว


แต่...ไม่ใช่กับปิศาจจอมเจ้าเล่ห์อย่างเฟลอส เดน เดอแคลร์ นั่นแหละที่ทำให้เขาเป็นห่วง


รีบไปไม่ใช่เหรอครับ?” คนที่นั่งอยู่ขัดขึ้น และชี้ไปที่ประตูห้องอาหาร นู่น ประตูครับ หรือคุณไม่ต้องใช้?”


ครอสดีดหน้าผากคนไล่อย่างนึกขำ เพราะไม่ต้องบอกก็รู้ว่า คนตรงหน้าไล่ให้ไปไว ๆ เพราะเขินมากแค่ไหน ดูจากใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีจาง ๆ ก็เดาได้ไม่ยาก ระวังตัวด้วยล่ะ


         “ครับ ๆ คุณพ่ออีกฝ่ายตอบกลับด้วยรอยยิ้มล้อเลียนพร้อมกับตะเบ๊ะท่า และโดยไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากบางเฉียบก็ประทับลงบนริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบาและรวดเร็ว


               ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างด้วยความตกใจ ในขณะที่คนฉวยโอกาสไม่เอ่ยอะไรนอกจากอมยิ้มเล็กน้อย และเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้อีกคนในห้องนิ่งค้างอยู่แบบนั้น...


ทันที่ประตูห้องปิดลง เซดดริกถึงเพิ่งได้รู้สึกตัว มืออันสั่นเทาค่อย ๆ ยกขึ้นลูบริมฝีปากอย่างแผ่วเบา หน้าร้อนวูบวาบ...แน่ใจเลยว่าหากมีกระจกตอนนี้ เขาคงได้เห็นใบหน้าที่แดงก่ำของตัวเองเป็นแน่


เสียงหัวใจเต้นถี่รัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก...


ไม่ใช่ว่าไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้กับใครมาก่อนนะ...


            แต่ครั้งนี้มันเอ่อล้นมากกว่าทุกครั้ง...


ท่านเซดดริกขอรับเสียงแหบห้าวที่คุ้นเคยของแวมไพร์ชราดังขึ้นกะทันหัน ทำเอาเซดดริกสะดุ้งโหยงสุดตัวด้วยความตกใจ เขาสะบัดไปมาสองสามครั้งเพื่อไล่ความคิดนั้นออกจากหัวไปก่อนจะหันไปมองทางต้นเสียง


อ้าว เอเกิล อรุณสวัสดิ์ครับ


อรุณสวัสดิ์ขอรับเอเกิลตอบกลับด้วยรอยยิ้มก่อนจะเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อสังเกตอะไรได้ ไม่สบายรึเปล่าขอรับ หน้าของท่านดูแดงกว่าปกติ...


ชายหนุ่มฉีกหัวเราะแห้ง ๆ เปล่าครับ สงสัยอากาศจะเย็นกว่าปกติน่ะเขาตอบพร้อมกับเกาศีรษะแก้เขิน ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ จริงสิเอเกิล วันนี้ผมขอเข้าเมืองนะครับ


ดวงตาสีแดงซีดกะพริบปริบ ๆ ด้วยความแปลกใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลำบากใจ ในเมืองหรือขอรับ? แต่ว่า...


            “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมดูแลตัวเองได้เซดดริกขัดก่อนจะลุกขึ้นไปหาพ่อบ้านชรา ถ้าครอสจะว่าคุณ เดี๋ยวผมจะบอกเองครับว่าผมตัดสินใจเอง


เอเกิลมองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่าย เห็นแววตาสีฟ้าใสที่ซื่อตรง และมั่นคงรวมถึงรั้นหน่อย ๆ จนไม่อาจจะปฏิเสธได้ เขาถอนหายใจเบา ๆ อย่างยอมแพ้ ก็ได้ขอรับ ท่านเซดดริกจะไปเลยไหมขอรับ?


ชายหนุ่มผมบลอนด์ยิ้มกว้าง ขอบคุณมากครับ ไปเลยก็ดีเขาตอบก่อนจะกระชับผ้าพันคอเล็กน้อย ผมจะได้มีเวลาคิดอะไร ๆ คนเดียวเยอะขึ้น


ใช่...หลายเรื่องเลยทีเดียวล่ะ

###

 

อากาศยามเช้าในเมืองซีบิวเย็นสบาย และบรรยากาศอันเงียบสงบ แม้จะเริ่มมีผู้คนออกมาจับจ่ายใช้สอย และเริ่มต้นวันทำงาน แต่ก็ถือว่าเงียบกว่าลอนดอนมากนัก


ชายหนุ่มร่างสูงในแจกเกตสีดำ และผ้าพันคอสีน้ำตาลเข้มเดินอย่างเชื่องช้าไปตามถนน เส้นผมสีบลอนด์ใต้หมวกไหมพรมสีน้ำตาลสว่างช่วยขับใบหน้าคมให้มีเสน่ห์มากกว่าเดิม จึงไม่แปลกที่หญิงสาวหลายคนจะเหลียวหลังมอง


เซดดริกเริ่มชินกับสายตาแบบนี้บ้างแล้ว...แต่ก็อดอึดอัดใจไม่ได้


เฮ้อ....เอาเถอะ


เขาเดินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเจอม้านั่งยาวสาธารณะตัวหนึ่งก่อนจะตัดสินใจทรุดกายนั่งลง เขาเอนกายพิงพนัก และถอนหายใจเบา ๆ


ถ้าอยู่ในคฤหาสน์...บางทีก็ทำให้ว้าวุ่นใจได้เหมือนกัน


ยิ่งถ้าเป็นเรื่องนี้ด้วยแล้ว...


นัยน์ตาสีฟ้าเหม่อมองท้องฟ้าโปร่ง แววตาหม่นลงเล็กน้อย แม้จะผ่านมาแล้วหลายชั่วโมง แต่สัมผัส และร่องรอยยังคงหลงเหลืออยู่ มันร้อนผ่าวทุกครั้งที่นึกถึง และแม้จะหลับตาก็ยังคงจำได้...ราวกับใครอีกคนนั้นนั่งอยู่ข้าง ๆ


และคน ๆ นั้นก็เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เขาตัดสินใจจะอยู่ที่นี่ต่อไป แม้ว่ามันต้องแลกด้วยการไม่ได้กลับไม่ได้กลับไปบ้านเกิดเป็นครั้งที่สอง


ถ้าถามว่าเขาคิดถึงลอนดอนไหม?


คิดถึงมาก


แล้วเสียใจไหมที่เลือกที่จะอยู่ที่นี่?


เซดดริกค่อย ๆ หลับตาลงก่อนจะคลี่ยิ้มจาง ๆ เขาไม่เคยเสียใจเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาเป็นคน ‘เลือก’ เอง ทั้ง ๆ ที่มีโอกาสได้กลับบ้าน แต่เขาก็ทิ้งทางเลือกนั้นไป และเลือกที่จะอยู่ตรงนี้


ตอนนั้นก็ยังไม่เข้าใจตัวเองว่า ‘ทำไม’ ถึงได้เลือกแบบนี้ แต่...


คิดว่าตอนนี้รู้แล้วล่ะ...ถึงจะยังไม่แน่ใจก็ตาม


ภายในต่างจากภายนอกที่เงียบขรึม และเย็นชา... การกระทำทุกอย่างบอกเขาได้เป็นอย่างดีว่า อีกฝ่ายนั้นมีนิสัยอย่างไร ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการได้อยู่ใกล้ชิดกัน หรือเพราะพันธะสัญญาอะไรนั่นหรือเปล่าที่ทำให้เขารู้สึกผูกพัน


เมื่อลองมาคิดอีกที...รู้สึกผูกพันตั้งแต่แรกพบเสียด้วยซ้ำไป


เซดดริกหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง ไม่เคยเลยที่จะเชื่อเรื่องพรหมลิขิต หรือโชคชะตา แต่คราวนี้เขากลับอยากลองเชื่อว่าเป็นเพราะ ‘โชคชะตา’  ที่ทำให้เขาได้เจอกับอีกฝ่าย


...ครอส ดี ดีแฟนธ่อม...


แม้จะไม่อยากเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อสินะ...แต่ทำไงได้ล่ะ?


ก็ ‘รัก’ ไปแล้วนี่นา


ชายหนุ่มค่อย ๆ ลืมตาขึ้น และหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าชีวิตนี้จะรักผู้ชายจริง ๆ 


เขาเคยนึกสงสัยใครหลายคนที่มีคนรักเป็นเพศเดียวกัน แต่ตอนนี้...ก็หมดข้อข้องใจ


ไม่มีเหตุผล...


ไม่มีคำอธิบาย...


เพียงแค่ ‘ความรู้สึก’ ที่เติมเต็มหัวใจ และช่องว่างที่ขาดหายไปก็เท่านั้น


เซดดริกก้มหน้าลงมองมือของตัวเอง อยากอยู่ด้วยกันตลอดไป...เสียงทุ้มพึมพำแผ่วเบาพร้อมกับระบายยิ้มจาง ๆ แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็ค่อย ๆ หายไป เมื่อความคิดหนึ่งแย้งขึ้นมา


จะเป็นไปได้ยังไง?


           ในเมื่ออีกฝ่ายคือ ‘แวมไพร์...


แววตาสีฟ้าไหววูบอีกครั้งก่อนเขาจะล้วงเอาสร้อยคอแห่งแอริสซิสมาวางไว้บนมือ มันคือสิ่งที่ทำให้เขายังคงมีชีวิตอยู่ได้แม้จะอยู่ท่ามกลางหมู่แวมไพร์ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขาตระหนักได้ถึงความแตกต่างที่ไม่อาจปฏิเสธได้


เพราะเขาเป็นมนุษย์...ถึงต้องสวมสร้อยเส้นนี้ไว้


เสียงหัวเราะคิกคักของหญิงสาวคนหนึ่งดังผ่านเขาไป เรียกให้ใบหน้าที่ก้มอยู่เงยขึ้น และมองไปทางต้นเสียงที่ผ่านหน้าเขาไป คู่รักชายหญิงคู่หนึ่งเดินคล้องแขนไปด้วยกันอย่างมีความสุข เสียงหัวเราะของหญิงสาว เรียกรอยยิ้มให้ปรากฏบนใบหน้าของฝ่ายชาย


เซดดริกแค่นเสียงหัวเราะเบา ๆ นึกสมเพชตัวเองขึ้นมาตงิด ๆ แค่รักกับผู้ชายด้วยกันมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่นี่...อีกฝ่ายก็ไม่ใช่มนุษย์อีกด้วย


ทำไมโชคชะตาถึงเล่นตลกแบบนี้นะ...


แม้จะรักมากแค่ไหน...


แม้จะอยากอยู่ด้วยกันไปตลอดมากแค่ไหน...


แต่สุดท้ายแล้ว... ‘ความแตกต่าง’ ก็มาเป็นตัวคั่นกลาง และ มี ‘เวลา’ มาทำให้พรากให้จากกัน...  


TO BE CONTINUED


เย็นนี้เปิด pre-order แล้วนะคะ ฝากติดตามกันด้วยน้า 


Xeiji

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,070 ความคิดเห็น

  1. #1065 ซีเอชโอเอ็มพียู..yy.. (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 00:04
    เซดออกมาทำไม จะเจอไรอีกมั้ยเนี่ย โอยยย กลัว
    #1,065
    0
  2. #842 Fronztear (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2557 / 23:37
    หวานปนเศร้า
    #842
    0
  3. #675 entirom (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2555 / 15:24
    เซตคุงน่ารักอ่ะ
    #675
    0
  4. #674 Angelprimo (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2555 / 21:09
    น่ารักมากแต่ทำไมตอนสุดท้ายพูดซะดราม่า
    #674
    0
  5. #641 เนอเวย์ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2555 / 11:56
    น่ารักเกินไปแล้วววว >////<
    เซดคุงอย่าคิดมาก อยู่กับปัจจุบันดีที่สุด
    #641
    0
  6. #612 topnenark (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2555 / 17:48
    เซดอย่าดราม่าดิ   T^T
    #612
    0
  7. #611 S___P (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2555 / 14:21
    เศร้าหน่อยๆ ชอบเเนวนี้จังสงสารเซดคุง

    สู้ๆค่ะ
    #611
    0
  8. #610 Blanchet (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2555 / 09:13
    สงสารเซดอ่ะ ตอนแรกก็หวานอยู่แต่ตอนนี้เริ่มเศร้าแล้วอ่า

    สมกับชื่อตอนrealizeมาก เจ็บแทนเซดดริกเลยอ่ะT.T

    แต่ว่าออกมาเดินแบบนี้ ไม่ใช่จะเจอใครอีกนะ เสียวเลยอ่ะ

    สู้ๆนะคะ

    #610
    0
  9. #609 Blanchet (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2555 / 09:13
    สงสารเซดอ่ะ ตอนแรกก็หวานอยู่แต่ตอนนี้เริ่มเศร้าแล้วอ่า

    สมกับชื่อตอนrealizeมาก เจ็บแทนเซดดริกเลยอ่ะT.T

    แต่ว่าออกมาเดินแบบนี้ ไม่ใช่จะเจอใครอีกนะ เสียวเลยอ่ะ

    สู้ๆนะคะ

    #609
    0
  10. #608 นักอ่าน...lnwcool (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2555 / 00:21
    อืม...ตอนนี้จะว่าดูมีความสุขที่สุดและออกจะเศร้าตอนท้ายนะ... 'เวลา' ถ้าต้องการมักจะมีสิ่ง'แลกเปลี่ยน' เพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน... แล้วไรเตอร์จะใหเซจังกับครอสอยู่ด้วยกันตลอดไปไหมนะ?...ดูจากเรื่องแล้วคงใกล้จบ(มั้ง)ยังไม่อยากให้จบเท่าไร= =
    #608
    0
  11. #607 realland (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2555 / 00:15
    อยากให้หวานๆๆกันแบบนี้ตลอดไปเลย
    #607
    0
  12. #606 iluminat (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2555 / 23:50
    สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยที่ไม่เคยเม้นเลย เพราะกะว่าจะรออ่านให้หมดตอนที่มีก่อน อีกเหตุผลคืออ่านในมือถือด้วยมันก็เลยยากต่อการพิมพ์ค่ะ เลยเพิ่งจะได้เม้น อยากบอกว่าชอบนิยายเรื่องนี้มากค่ะทั้งเนื้อเรื่งและลักษณะการบรรยาย ถึงขนาดอ่าน รวดเดียวตั้งแต่ตอนแรกถึงตอนนี้แหละค่ะ ประมาณว่าอ่านแล้วหยุดไม่ได้ มันติดลม จนตอนนี้ตาลายแล้วค่ะ 555 ยังไงก็อัพเร็วๆนะคะ จะติดตามต่อไปค่ะ
    #606
    0