[BL] Tale of the Darkness

ตอนที่ 3 : 2nd Tale : เมื่อพบกันอีกครั้ง [Rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,969
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    6 ก.พ. 62

2nd Tale : เมื่อพบกันอีกครั้ง

 

            ในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ดูโอ่โถงด้วยเครื่องเรือนโบราณมีราคา ผนังหิน    สีเทาหม่นโดยรอบช่วยขับให้ห้องนี้มีมนต์ขลังและมนต์เสน่ห์ของยุคโบราณ พื้นสีเดียวกับผนังรองรับเตียงนอนคิงไซส์สี่เสาที่ไร้ร่องรอยการใช้งานราวกับเจ้าของหาเคยได้สัมผัสห้วงนิทรา และตั้งอยู่ริมหน้าต่างที่ล้อมกรอบสองข้างด้วยผ้าม่านสีน้ำเงินเข้ม

ทุกอย่างในห้องนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเจ้าของเป็นชายหนุ่มที่ดูอายุยี่สิบเศษ ๆ เท่านั้น

เงาดำทอดยาวบนพื้นข้างตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ ร่างสูงของชายคนหนึ่งกำลังสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวบริสุทธิ์ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะก้มลงสำรวจการแต่งกายของตน 

เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยดีแล้ว จึงค่อยเอื้อมมือไปปลดโค้ทยาวสีดำที่แขวนอยู่ข้างตู้มาถือไว้ก่อนจะปิดบานประตูอย่างเบามือ

            ก๊อก ก๊อก...

            เสียงเคาะประตูแผ่วเบา แต่กลับได้ยินชัดเจนในบรรยากาศที่เงียบสงัด และมืดสลัวเพราะปราศจากแสงไฟจากโคมไฟติดผนัง กระผมเองขอรับนายท่านเสียงแหบอันคุ้นเคยของชายชราดังตามมาติด ๆ กัน

            “เข้ามาได้เสียงห้าวของเจ้าของห้องอนุญาต แล้วบานประตูขนาดใหญ่ก็เปิดออกก่อนที่ร่างของชายชราในชุดพ่อบ้านเต็มยศจะก้าวมาในห้อง

ใบหน้าแต่งแต้มด้วยริ้วรอยตามวัยมองร่างของเจ้านายที่แต่งตัวพร้อมออกไปข้างนอก ข้าขออนุญาตพูดอะไรสักหน่อยได้ไหมขอรับ?”

            อีกฝ่ายเลิกคิ้วน้อย ๆ อะไร?”

            “ข้าคิดว่านายท่านไม่จำเป็นต้องไปถึงอังกฤษก็ได้ขอรับ ให้คนที่ประจำอยู่ที่นั่นตรวจสอบเองน่าจะสะดวกกว่าพ่อบ้านชราเอ่ย โรมาเนียกับอังกฤษไม่ใช่ใกล้ ๆ นะขอรับ

            “ขืนให้พวกนั้นทำ ข้าว่าจะทำให้เกิดเรื่องเสียเปล่า ๆชายหนุ่มตอบก่อนจะเอื้อมมือไปมัดเรือนผมยาวสีดำโดยทิ้งปอยให้ระใบหน้าเล็กน้อย

            “แต่นายท่านเป็นถึง...

            “ข้าไม่อยากให้ใครหน้าไหนมาพูดว่า เพราะตระกูลทำให้ข้าไม่ต้องทำอะไรผู้เป็นเจ้านายเอ่ยขัด และเดินเข้าไปใกล้บ่าวผู้สูงวัยกว่า ไม่เป็นไรเอเกิล ข้าเต็มใจ

ดวงตาสีแดงซีดสบกับดวงตาสีแดงฉานของอีกฝ่ายอย่างชั่งใจ จนในที่สุดก็ต้องเป็นฝ่ายจำยอม ก็ได้ขอรับเอเกิลยอมและหลีกทางให้ชายหนุ่ม

             “ฝากที่นี่ด้วยนะอีกฝ่ายเอ่ยก่อนจะกระตุกยิ้มบาง ๆ ที่หาดูได้ยาก ยิ่งขับให้ใบหน้าหล่อเหลายิ่งกว่ารูปสลักใด ๆ

ขอรับพ่อบ้านชราคำนับอย่างนอบน้อมในขณะที่ผู้เป็นเจ้านายเดินผ่านไป

ร่างสูงก้าวขายาวไปเรื่อย ๆ ตามทางเดินที่มืดสลัวก่อนจะหยุดอยู่หน้าต่างบานใหญ่บานหนึ่ง ดวงตาสีแดงคมกริบผินมองไปที่ดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวบนท้องฟ้าสีหม่นยามราตรีภายนอกคฤหาสน์

            ...อังกฤษ...

ประเทศที่ไปเยือนบ่อยครั้งยามดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า

ทุกครั้งที่ต้องเดินทางไปเป็นเพราะหน้าที่ที่ไม่มีวันจบสิ้นจนนึกเบื่อหน่าย แต่ครั้งนี้กลับมีบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกต่างออกไป

            อยากพบ...ใครสักคน?

            เขาส่ายหน้าเบา ๆ และนึกก่นด่าตนเอง เอาอีกแล้ว ไม่มีเหตุผลใดต้องไปคิดถึง ชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งช่างสั้นนักหากเทียบกับอายุขัยของเขา อีกไม่นานก็ร่วงโรย และชายผมบลอนด์คนนั้นก็คงไม่ต่างอะไรกัน

            ชายหนุ่มพยายามไล่ความคิดนั้นออกไปจากหัวหลังจากนึกปลอบด้วยถ้อยคำเดิม ๆ ไปคราวนี้คงไม่เจอ แล้วเขาก็ปล่อยความคิดนั้นให้ลอยเคว้งในอากาศ เหลือไว้เพียงเสียงบางอย่างกระพือผ่านสายลม และเสียงกระซิบของใครคนหนึ่งที่ล่องลอยมา

                ...ฟันเฟืองแห่งโชคชะตากำลังเริ่มต้นขึ้น”...

###

             

เหลืออีกแค่สองหน้า ชายหนุ่มในเสื้อยืดคอวีสีขาวเอ่ยขึ้นเบา ๆ พลางยืดแขน และบิดตัวไปมาเพื่อคลายความเมื่อยล้าหลังจากนั่งอยู่ในท่าเดิมมาเกือบห้าชั่วโมงเต็ม ๆ ดวงตาสีฟ้าหยีลงเล็กน้อยเมื่อปากเผยอหาวหวอดก่อนจะมองกองกระดาษสีขาวบนโต๊ะตรงหน้า และกระตุกยิ้มบาง ๆ ด้วยความภาคภูมิใจ

ว่าแล้วก็หยิบเอกสารปึกหนาสุดขึ้นมา และเปิดไล่ไปทีละหน้าเรื่อย ๆ แบบนี้คงเสร็จทันกำหนดของอาจารย์เขาพึมพำเบา ๆ

            โครก...

เสียงครวญครางของกระเพาะดังขึ้นมาได้จังหวะพอดิบพอดี ทำเอาเซดดริกอดหัวเราะแห้ง ๆ ไม่ได้ อีกมือหนึ่งที่ว่างลูบท้องของตนไปมาพลางนึกถึงเวลาที่ผ่านมา จะว่าไปก็ยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยนี่นา เมื่อนึกถึงข้าวเย็นก็ทำให้เขาเหลือบมองนิ้วกลางของมือขวาที่มีพลาสเตอร์ปิดรอบนิ้วข้อบน

            เพราะอยากช่วยจึงเสนอตัวไปหาเจ้าของห้องเช่าที่ห้องครัวตอนเย็น  เจ้าของห้องเช่าเป็นสาวสวยถึงอายุอานามจะปาไปเลขสามหลักสิบแล้วก็ตาม เธอก็ใจดีให้เขาได้หั่นแครอทหนึ่งหัว แต่ก็ทำอีท่าไหนไม่รู้...แทนที่คมมีดจะลงบนผักสีส้ม กลับมาเฉือนนิ้วของเขาซะงั้น

            ทำให้เซดดริกเข็ดขยาดกับการเข้าครัวไปเลยทีเดียว

            เขาลองขยับนิ้วดู ยังรู้สึกเจ็บหน่อย ๆ เจ้าของห้องเช่าก็บอกว่าอย่าเพิ่งขยับมาก เพราะแผลลึกพอดู ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ อย่างปลง ๆ 

เสียงนาฬิกาติดผนังตีบอกเวลาสองทุ่มทำให้เขาตัดสินใจออกไปหาอะไรลงท้องข้างนอก เมื่อคิดได้ดังนั้นก็ดันตัวออกห่างจากโต๊ะ และลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปคว้าเสื้อกันหนาวสีน้ำเงินเข้มที่หน้าตู้เสื้อผ้า และสวมมันทับเสื้อคอวีที่ใส่อยู่ เขาเอื้อมไปหยิบกระเป๋าเงิน และกุญแจห้องที่อยู่วางอยู่บนเตียงใส่กระเป๋ากางเกงอย่างไม่รีรอ

            “จะออกไปไหนเหรอจ๊ะเซด?” ทันทีที่ก้าวออกจากห้องก็เจอเจ้าของห้องเช่าสาวที่เดินขึ้นมาพร้อมกับถาดอาหารสีเงินในมือ

            “ผมกะว่าจะไปหาอะไรกินข้างนอกน่ะครับเซดดริกตอบพร้อมกับสาวเท้าเข้าไปหา

            “ฉันมีขนมอยู่ในครัวอยู่ เธอจะกินก็ได้นะจ๊ะอีกฝ่ายบอกเสียงหวาน และ ฉีกยิ้มตามนิสัยของเจ้าตัว

            ชายหนุ่มถึงกับทำหน้าไม่ถูกเมื่อได้ยินคำว่า ‘ห้องครัว’ เลยทีเดียว เอ่อ    ไม่เป็นไรครับเขาตอบพลางแสร้งหัวเราะ และโบกมือซ้ายไปมาเพื่อบอกใบ้อะไรบางอย่าง อีกอย่างผมคงขยาดห้องครัวไปอีกนานเลยทีเดียว

            หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ ขนาดนั้นเชียว ยังไงก็อย่าลืมทายาตามที่ฉันบอกนะเธอเอ่ยเตือนสติ และมองไปที่ พลาสเตอร์ที่นิ้วกลางซ้าย

            “ครับผม ขอบคุณมากครับเซดดริกยิ้มรับ ว่าแต่ถาดอาหารนี่เอาไปให้ใครเหรอครับ?

“อ๋อ คุณนายเมอร์รี่ที่ชั้นสามไม่สบายน่ะ ฉันก็เลยทำข้าวต้มไปให้

            ชายหนุ่มนึกชื่นชมในความมีน้ำใจของหญิงสาวตรงหน้า ถึงแม้เธอจะเป็นเพียงแค่เจ้าของห้องเช่าเล็ก ๆ แต่ก็ยังคอยดูแลเหล่าผู้เช่าห้องราวกับเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

            เพราะเหตุนี้ทำให้เขาปฏิเสธจะรับการช่วยเหลือจากทางมหาวิทยาลัยในเรื่องการหาห้องพัก

            “ขอให้คุณนายเมอร์รี่หายไว ๆ นะครับ ผมขอตัวก่อนล่ะว่าแล้ว เขาก็เดินลงบันไดโดยมีเสียงบอกลาของเจ้าของห้องเช่าสาวตามหลังไป

ทันทีที่เปิดประตูออกไปข้างนอกเขาก็ต้องห่อตัวด้วยความหนาวเมื่อลมเย็น พัดมาวูบหนึ่งโดยไม่ทันตั้งตัว อูย หนาวเซดดริกครางเบา ๆ ก่อนจะพ่นลมหายใจ  สีขาวขุ่นออกมาก่อนจะรีบก้าวยาว ๆ ไปตามทางเดินริมถนน

            ร่างสูงเดินผ่านผู้คนมากหน้าหลายตาที่ใส่เสื้อหนาจนตัวพอง และป้ายรถเมล์ที่มีคนอยู่บางตา เสียงรถโดยสารประจำทางที่จอดเทียบป้ายเรียกให้ดวงตา    สีฟ้าเหลือบไปมอง ภาพเมื่อไม่กี่วันก่อนกลับเข้ามาในความคิดอีกครั้ง

             ...ดวงตาสีดำคมกริบของชายคนนั้น...

จะว่าไปตั้งแต่วันนั้นก็ไม่เจออีกเลยแฮะ แต่เมื่อกลับมาคิดอีกที ถ้าได้เจออีกนี่สิแปลก ลอนดอนก็ใช่ว่าจะเล็ก การจะได้เจอคน ๆ นั้นอีกครั้งคงเป็น เรื่องยาก และถ้าหากได้พบอีกจริง ๆ คงต้องบอกว่า เป็นเรื่องบังเอิญมากถึงมากที่สุดเลยทีเดียว

             “แต่สมัยนี้ยังมีผู้ชายไว้ผมยาวขนาดนั้นอีกด้วยเหรอ?” เซดดริกพึมพำเมื่อนึกถึงเส้นผมสีดำยาวสลวย เขาเคยมองว่าชายคนใดไว้ผมยาวมักจะเป็นพวกมีอารมณ์ศิลปิน แบบติสท์ ๆ ทำนองนั้น แต่คน ๆ นั้นกลับไม่ใช่

             บรรยากาศรอบตัวของเขามันดูลึกลับเกินกว่าพวกศิลปิน

             แล้วความคิดบางอย่างก็ทำเอาชายหนุ่มสะดุ้ง แอบขนลุกเมื่ออยู่ดี ๆ ก็มานึกสนใจคนเพศเดียวกัน เขาสะบัดหัวเบา ๆ เพื่อไล่ความคิดแปลก ๆ ออกจากหัวขณะก้าวขาให้เร็วกว่าเดิมเมื่อเริ่มรู้สึกว่าขาเริ่มชาเพราะความหนาวเหน็บ และกระเพาะเจ้ากรรมเริ่มส่งเสียงครวญครางอีกรอบ

แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นแผ่นหลังของใครคนหนึ่ง...

เดี่ยวครับคุณ!

###

 

ร่างสูงของชายหนุ่มในโค้ทยาวสีดำเดินไปตามทางเดินข้างถนนอย่างไม่เร่งรีบ แม้จะไม่ได้ตั้งใจจะเป็นจุดสนใจ แต่ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตร และเรือนผมยาวสีดำที่มัดรวบสูงอันแปลกตาทำให้หญิงสาว และชายหนุ่มมองตามไปโดยไม่รู้ตัว แต่คนโดนจ้องก็หาได้สนใจกับสายตาเหล่านั้นราวกับมันเป็นเพียงแค่ฝุ่นริมทางเท่านั้น

มือหนาซุกลงในกระเป๋าเสื้อโค้ทก่อนจะรู้สึกถึงของแปลกปลอมบางอย่าง เขาหยุดเดิน และหยิบมันขึ้นมาดู แล้วก็พบว่าเป็นเศษกระดาษเล็ก ๆ ที่เขียนด้วยลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อย

...โค้ทตัวนี้ใส่แล้วอุ่นดีไหมเจ้าคะนายท่านลูน่า...

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเก็บมันเข้าที่เดิม ก็ไม่เลวนะ  เขารำพึงในใจและก้าวเท้าเดินต่อ แต่ไม่ทันไรก็ต้องหยุดชะงัก...

 “เดี๋ยวครับคุณ!” น้ำเสียงที่เหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนสักแห่งดังขึ้นจากข้างหลังเรียกให้เขาหันหลังกลับไปดู แล้วก็พบว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งที่คุ้นหน้าคุ้นตายืนอยู่

ผมสีบลอนด์ และดวงตาสีฟ้าบนใบหน้าหล่อเหลาติดหวานเล็กน้อยมีหรือที่เขาจะลืม?

ดวงตาสีดำกระตุกเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ภาพเหตุการณ์เมื่อวันวานหวนกลับมาในความคิดอีกครั้ง บังเอิญ...งั้นเหรอ?

 ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีอ่อนสาวเท้าเร็ว ๆ เข้ามาใกล้ด้วยท่าทางดีใจระคนแปลกใจเล็กน้อย ใช่จริง ๆ ด้วย บังเอิญจังเลยนะครับเขาเอ่ยเสียงใส

บังเอิญมากจนน่าตกใจ แต่ถึงจะคิดเช่นนั้น สีหน้าของเขาก็ไม่เปลี่ยนไปแต่อย่างใด

เซดดริกแทบหุบยิ้มเมื่ออีกฝ่ายนิ่งเงียบเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่ก็เดาเอาจากท่าทางที่ไม่โต้ตอบกลับว่าชายตรงหน้าน่าจะจำเขาได้อยู่บ้าง อ่า ตอนนี้คุณพอจะมีเวลาไหมครับ?” ในที่สุดก็ต้องยอมเปลี่ยนเรื่องไปโดยปริยายเมื่อนึกเรื่องบางอย่างออกได้

ก็ไม่เชิงคำตอบสั้น ๆ ง่ายได้ใจความที่ส่งมายิ่งทำเอาคนถามรู้สึกว่าตัวเองคุยกับหุ่นยนต์เข้าไปทุกที

ถ้าอย่างนั้นผมขอเลี้ยงเครื่องดื่มคุณสักแก้วนะ

ชายหนุ่มผมดำเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ ทำอีกฝ่ายต้องรีบแจง คือผมอยากขอบคุณคุณจริง ๆ น่ะครับเซดดริกอธิบาย อีกอย่างดูเหมือนคุณไม่ค่อยคุ้นเคยกับที่นี่เท่าไหร่ ก็เลยอยากจะแนะนำร้านดี ๆ สักร้านน่ะครับ เผื่อว่าวันไหนคุณอยากหาร้านนั่งเล่น จะได้ไม่ต้องลำบากเดินหา

“...”

“คือผมแค่อยากตอบแทนคุณน่ะ”

“...”

เขาก็เลยตัดสินใจว่าความเงียบเป็นการตกลงก็แล้วกัน แล้วร่างในเสื้อกันหนาวสีน้ำเงินเข้มก็ออกเดินนำไปโดยมีชายหนุ่มร่างสูงเดินตามไปห่าง ๆ

ยังแปลกใจตัวเองเลยว่าทำไมถึงเดินตามไป เขาจะเดินหนีหายไปเลย หรือว่าปฏิเสธไปก็ได้

แต่ทำไม... ชายหนุ่มผมดำตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้งเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่เคยนับ และทุกครั้งก็ยังหาคำตอบไม่ได้สักทีจนน่าหงุดหงิด

เซดดริกลอบมองคนข้างที่เดินตามมาเงียบ ๆ นึกโล่งใจที่อีกฝ่ายตามมา ตอนแรกคิดว่าเขาจะเดินหนีหายไปเสียดื้อ ๆ เหมือนครั้งก่อนเสียอีก เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ ไม่อยากเชื่อว่าจะบังเอิญได้ขนาดนี้

ก็ใครจะนึกเล่าว่าคิดอยู่ดี ๆ ก็มาเจอกันเสียได้

ในที่สุดเขา และชายแปลกหน้าก็มาหยุดอยู่หน้าร้านคอฟฟี่ช็อปเล็ก ๆ ที่อยู่ใต้อาคารสูงหลังหนึ่ง หน้าร้านได้รับการตกแต่งเป็นสวนเล็กน่ารัก มีพุ่มไม้ขนาดเล็กปลูกอยู่สองข้างทางเดินที่นำไปสู่ประตูไม้สีขาว เหนือบานประตูมีตัวอักษรสีทองสลักอยู่บนป้ายไม้สีน้ำตาลเข้ม

...Masterpiece...

เซดดริกเดินนำเข้าไปในร้าน ผลักประตูไม้สีขาวเข้าไปก่อนจะเกิดเสียงกริ๊งเบา ๆ ของกระดิ่ง บรรยากาศดูอบอุ่น และสบายตาด้วยโทนสีน้ำตาลอ่อนและสีขาว ชายหนุ่มเดินเข้าไปที่โต๊ะประจำของเขาซึ่งอยู่ริมผนังกระจกใส จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ภายนอกร้านได้

            “เชิญครับเขาเอ่ยพร้อมกับผายมือไปทางเก้าอี้ตัวยาวตัวตรงข้ามก่อนจะทรุดตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้ตัวโปรด เพราะอากาศที่อบอุ่นภายในร้านทำให้เขาต้องถอดเสื้อกันหนาวสีน้ำเงินเข้มออก และพาดไว้กับพนักเก้าอี้ตัวยาว

            ชายหนุ่มร่างสูงที่เดินตามก็ทำแบบเดียวกัน ใบหน้าคมคายยังคงเรียบเฉย ดูไม่ตื่นเต้นกับอะไรจนทำเอาคนพามาใจแป้วเล็ก ๆ เพราะมั่นใจเกินครึ่งว่าที่นี่น่าจะ  ทำให้อีกฝ่ายมีปฏิกิริยาอะไรบ้าง

            “ยินดีต้อนรับจ๊ะเซด

เซดดริกหันไปทางต้นเสียงก็เห็นร่างบางของพนักงานสาวในเครื่องแบบ        สีน้ำตาลอ่อน และผ้ากันเปื้อนผืนเล็กสีขาว สวัสดียามค่ำเจนเขาตอบกลับ และคลี่ยิ้มบาง ๆ เช่นเคย

วันนี้มาซะดึกเชียวนะพนักงานสาวเจ้าของชื่อล้ออย่างสนิทสนม แสดงให้เห็นว่าชายหนุ่มเป็นขาประจำของที่นี่ เหมือนเดิมรึเปล่า?”

อ่าฮะ ขอเพิ่มพายแอปเปิลด้วยนะเซดดริกตอบสั้น ๆ ก่อนจะหันไปถามชายอีกคนที่มาด้วยกันซึ่งกำลังนั่งอ่านเมนูอย่างเงียบ ๆ แล้วคุณล่ะครับ?”

“...”

            เช่นเคย...อีกฝ่ายก็ไม่ตอบเหมือนทุกครั้งจนชายหนุ่มผมบลอนด์ต้อง     ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ดวงตาสีฟ้าหรี่ลงพิจารณาลักษณะท่าทางของฝ่ายตรงข้ามก่อนจะหันไปสั่งกับเจน อีกที่เอาเป็นอเมริกาโน่ร้อน แล้วก็คุ้กกี้เนยก็แล้วกัน

            เจนจดรายการอาหารลงในกระดาษบนคลิปบอร์ดแผ่นเล็กอยู่ครู่หนึ่ง โอเค รอแป๊ปนึงนะเธอเอ่ย และลอบมองชายหนุ่มผมสีดำแวบหนึ่งก่อนจะ รีบเดินไปที่เคาน์เตอร์อย่างรวดเร็ว

            เซดดริกมองตามพนักงานสาวไปพลางอมยิ้มด้วยความขบขัน ดูเหมือนว่าสาวเจ้าจะหลงเสน่ห์ชายตรงหน้าเขาไปเรียบร้อยแล้ว

ทำไมสั่งอเมริกาโน่ให้ฉัน?” ในที่สุดอีกฝ่ายก็เปิดปากพูด ทำเอา              เซดดริกอยากจะจุดพลุฉลองเสียจริง ๆ

            เขาคลี่ยิ้มบางก่อนจะเอาศอกเท้าโต๊ะ ผมเดาจากท่าทางของคุณน่ะ      เขาตอบ ดวงตาสีฟ้าจ้องมองใบหน้าคมคาย และไล่ไปที่เสื้อผ้าที่สวมใส่ และโค้ทสีดำ คุณดูเงียบขรึม สุขุม ไม่ค่อยพูด และการแต่งตัวโทนสีเข้ม...ผมก็เลยเดาว่าคุณน่าจะชอบกาแฟดำน่ะครับ

            อีกฝ่ายเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเล็กน้อยราวกับจะถามว่า ‘ตำราจากสำนักไหน?’

            “คิดเองเออเองทั้งนั้นแหละครับคุณ เซดดริกตอบพลางหัวเราะเบา ๆ เพราะพอเดาท่าทางได้ ดูเหมือนว่าพอได้คุยบ่อย ๆ ก็พอจะเข้าใจท่าทางของคนพูดน้อยได้บ้าง “จริงสิ คุณชื่ออะไรเหรอ? ผมเซดดริก...เซดดริก เอเลนอฟ

            ด้วยความที่เคยชินว่าจะถามชื่อใคร ก็ต้องเป็นฝ่ายบอกชื่อของตัวเองก่อนแม้ว่าอีกฝ่ายจะยังไม่ได้ถามก็ตาม

            ดวงตาสีดำคมกริบตวัดมอง และพิจารณาท่าทางของชายตรงหน้า เขาไม่เคยบอกชื่อใครมาก่อนโดยเฉพาะคนที่ไม่คุ้นเคย โดยเฉพาะกับ ‘มนุษย์’ โดยไม่จำเป็น แต่...

ครอสเขาตอบสั้น ๆ

            “ยินดีที่ได้รู้จักครับ ครอสว่าแล้วเซดดริกก็ยื่นมือขวาไปข้างหน้า

            ครอสมองมือข้างนั้นชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือออกไปจับตามมารยาท แต่วินาทีที่มือสัมผัสกันนั้น เขารู้สึกถึงอะไรบางอย่างจนต้องชักมือกลับมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีดำก้มดูที่มือของตน แล้วก็เห็นคราบของเหลวสีแดงเข้มติดอยู่ที่นิ้วกลาง

            “มีอะไรรึเปล่าครับ?” ชายหนุ่มผมบลอนด์ถามด้วยความตกใจเมื่ออีกฝ่ายชักมือกลับอย่างรวดเร็ว

            “เลือดออกครอสตอบเสียงเบา ทำให้คนเลือดออกต้องรีบก้มมองดูมือของตัวเอง ก็พบว่าที่พลาสเตอร์ปิดแผลนั้นมีเลือดซึมเล็กน้อย

สงสัยว่าขยับนิ้วมากไปแฮะ...

อ๋อ เมื่อตอนเย็นผมมีดบาดน่ะครับ แผลยังหายไม่สนิทดีเท่าไหร่เขาตอบก่อนจะหยิบทิชชู่บนโต๊ะ และส่งให้อีกฝ่าย

            ชายหนุ่มผมดำรับมันไว้ และเช็ดคราบสีแดงออก กลิ่นคาวเหล็กเพียงเล็กน้อยทำเอาดวงตาสีดำยิ่งหรี่ลงอย่างครุ่นคิดก่อนจะผินมองเจ้าของเลือดที่รับถ้วยกาแฟ และจานขนมจากเจน

                คน ๆ นี้...

เชิญเลยครับ ผมรับประกันเลยว่ากาแฟ และขนมของที่นี่อร่อยที่สุดในย่านนี้แล้วเซดดริกอาสาเป็นโฆษณาให้ร้านโดยไม่คิดเงินหน้าระรื่นจึงไม่ทันสังเกตสีหน้าของอีกฝ่าย

            ครอสเก็บความสงสัยนั้นไว้ก่อนจะยกถ้วยสีขาวขนาดเล็กพอดีมือขึ้นจิบ ใบหน้าคมคายกระตุกเล็กน้อยด้วยความพอใจเล็ก ๆ

            ชายหนุ่มผมบลอนด์ที่กำลังตักพายเข้าปากอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นปฏิกิริยาเพียงเล็กน้อยของคนตรงหน้า อร่อยใช่ไหมล่ะ?” เขาลองถามดูขณะวางช้อนลงบนจานใบเล็ก

ก็...ดีอีกฝ่ายตอบเรียบ ๆ แม้ว่าความรู้สึกอยากจะบอกว่า อร่อยมาก ๆ ก็ตาม แต่ก็เลือกที่จะแสดงออกทางสีหน้าแทนคำพูดตามนิสัย

            เซดดริกอมยิ้ม และไม่พูดอะไรต่อนอกจากลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ อย่างน้อยตอนนี้กระเพาะของเขาก็ได้รับการเยียวยาแล้ว เช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่ดื่มกาแฟอย่างเงียบ ๆ โดยไม่สนใจคุ้กกี้เลยสักนิด

            ทั้งสองยอมรับว่าช่วงเวลาตอนนี้มีช่างสงบ และน่าอภิรมย์จริง ๆ

เซดเสียงหวานหยดย้อยดังขึ้นทำเอาเจ้าของชื่อกำลังดื่มกาแฟแทบสำลัก

...แต่เวลาแห่งความสงบมักอยู่ได้ไม่นาน...

เซดดริกรีบวางถ้วยกาแฟลง แต่ไม่ทันจะได้หันไปมองทางต้นเสียง เขาก็ถูกน้ำหนักกดทับจนนอนราบไปกับที่นั่งโดยมีร่างบางเพรียวระหงในชุดเกาะอกสีขาวและสกินนี่ยีนส์คร่อมทับอยู่ข้างบน

            ซ...ซิลเวียเซดดริกพูดกระท่อนกระแท่น และมองใบหน้างดงามที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างพอดี ยกเว้นก็แต่ริมฝีปากสีแดงจัดเท่านั้น

            ฉันโทรหาคุณตั้งหลายครั้ง แต่คุณก็ปิดเครื่องตลอดเลยนะหญิงสาวเจ้าของนามเอ่ยอย่างตัดพ้อ ส่วนอีกมือหนึ่งก็เลื่อนไปจิ้มแก้มของฝ่ายชาย

            คือผม...ชายหนุ่มพูดตะกุกตะกัก พยายามไม่เลื่อนสายตาลงต่ำไปมากกว่าใบหน้าของอีกฝ่าย เพราะถ้ามองต่ำลงไปสติคงได้กระเจิดกระเจิงไปหมด เพราะหน้าอกหน้าใจของสาวเจ้านั่นแหละ

            ถึงใคร ๆ จะว่าเราเป็นคนเก็บตัว...แต่ยังไงเขาก็เป็นผู้ชายอยู่ดี!

เซดดริกเม้มปากแน่นอย่างระงับอารมณ์ก่อนจะใช้แรงยกตัวเองขึ้น และผลักซิลเวียให้ลุกจากตัวเขา อย่างน้อยระยะนี้ก็ค่อยปลอดภัยหน่อย คือผมมีงานด่วนน่ะ   ก็เลยยังไม่อยากรับสายใคร

            หญิงสาวใบหน้างอง้ำเล็กน้อย แต่ว่าก็เห็นคุณออกมานั่งจิบกาแฟสบายใจเลยนี่คะ?” เธอว่า และกระเถิบตัวเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม

            ผมออกมาพักผ่อนสักหน่อยน่ะ เดี๋ยวก็กลับแล้วชายหนุ่มตอบ และขยับตัวหนี แต่ไม่วายสาวเจ้าก็ขยับตามมาก่อนจะรู้สึกตัวว่ายังมีใครอีกคนหนึ่งนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย ดวงตาสีน้ำเงินหันไปมองชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาเจ้าของเรือนผมสีดำที่มองมานิ่ง ๆ

            มองแวบแรกทำเอาเธอลืมหายใจไปเลย แต่สเป็คของเธอน่ะไม่ใช่แบบนั้น แต่เป็นคนที่นั่งข้าง ๆ เธอมากกว่า

            นี่ใครคะ?” ซิลเวียถามขณะเลื่อนมือไปเกาะเกี่ยวแขนคนข้างกาย

            ในที่สุด เซดดริกก็ค้นพบความหวังจาง ๆ ที่จะให้ผู้หญิงคนนี้กลับไป เพื่อนของผมเองครับ เราเจอกันโดยบังเอิญระหว่างที่ผมเดินเล่นอยู่เขาตอบก่อนจะหันมามองหน้าของหญิงสาว หวังว่าคุณคงจะปล่อยให้ผมได้ใช้เวลากับเพื่อนของผมนะ

            ยอมทีเหอะ ไม่ก็ไปเปลี่ยนใจไปวอแวกับหมอนั่นเลยก็ได้นะ! แล้วก็ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปให้คนตรงหน้า

            โชคดีที่ครอสพอจะเดาความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ ผมมีเรื่องจะคุยกับเขา เขาเอ่ยเสียงเรียบทำเอาเซดดริกอยากจะกระโดดกอดคอเขาจริง ๆ

            ซิลเวียชั่งใจเล็กน้อย ก็ได้ค่ะ แต่ว่า...พูดไม่ทันจบ เธอก็เอื้อมอีกมือหนึ่งไปรั้งคอของชายหนุ่มที่ไม่ทันระวังตัวเพราะดีใจกับคำตอบให้โน้มลงมา ก่อนที่เธอจะแนบริมฝีปากของเธอกับของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างด้วยความตกใจ เขาพยายามรั้งคอตัวเองกลับ แต่ไหงตอนนี้หญิงสาวกลับมีแรงมากกว่าเขาจึงต้องพยายามดันตัวเธอออกอย่างยากลำบาก จนในที่สุดเธอก็ถอนริมฝีปากออก และโน้มใบหน้าฝากรอยจุมพิตที่    แก้มขวาของอีกฝ่ายเบา ๆ 

“...คุณต้องโทรหาฉันนะคะ

            ...เซดดริกถึงกับทำอะไรไม่ถูก ซิลเวียฉีกยิ้มหวานจัดก่อนจะลุกขึ้น และเดินออกจากร้านไปอย่างมีความสุข

            แม้เจ้าหล่อนจะจากไปแล้ว แต่เขาก็ยังตกตะลึงไม่หาย ถึงจะไม่เคยมีแฟน แต่ก็มีผู้หญิงหลายคนเข้าหาเขา และแต่ละคนก็เรียบร้อยน่ารัก ไม่ใช่จู่โจมจนเขาไม่ได้ตั้งตัวแบบนี้!

            จนกระทั่งเขารู้สึกถึงการมีอยู่ของชายอีกคนที่จัดการกับอเมริกาโน่ของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใบหน้าหล่อเหลารู้สึกร้อนฉ่านิด ๆ เมื่อต้องให้คนที่เพิ่งรู้จักกันเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่

เอ่อ...คือ...พยายามจะสรรหาคำมาอธิบาย แต่ก็นึกไม่ออกสักคำ

            ครอสไม่เอ่ยอะไรนอกจากหยิบทิชชู่บนโต๊ะ และยื่นให้คนที่กำลังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ และเหล่มองไปที่ข้างแก้มของเขาผู้หญิงคนนั้นคงชอบนายมากเสียงห้าวหลังจากที่อีกฝ่ายรับทิชชู่แผ่นนั้นไปเช็ดรอยลิปสติกสีแดงที่แก้ม

            แต่ผมไม่ได้ชอบเธอเซดดริกพูดอย่างหมดแรง ผมเจอซิลเวียตอนเพื่อนผมชวนไปเที่ยวที่ผับ ตอนนั้นเธอกำลังจะถูกลวนลามก็เลยเข้าไปช่วย จากนั้นมาเธอก็ติดผมอย่างกับตังเม รู้แม้กระทั่งเบอร์โทรศัพท์ของผมทั้ง ๆ ที่ผมก็ไม่เคยให้

            เธอคนนั้นคงเต็มใจถูกลวนลามครอสคาดเดา ดูจากท่าทางของหญิงสาวคนนั้นแล้ว...คงร้ายน่าดู

            อีกฝ่ายถอนหายใจเบา ๆ ก็ประมาณนั้นแหละครับ ผมเองก็คงซื่อเกินไปเขายอมรับโดยดุษณี “เมื่อกี้ต้องขอบคุณมากเลยนะครับที่ช่วยพูด ไม่งั้นผมเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงเหมือนกัน

ชายหนุ่มผมดำโบกมือไปมาทำนองว่าไม่เป็นไร ท่าทางนั้นทำให้เซดดริกอมยิ้มเพราะอย่างน้อยก็ไม่ได้มีความเงียบเป็นคำตอบเช่นทุกครั้ง

ครอสชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มของอีกฝ่าย เพิ่งรู้ตัวว่าเผยท่าทีของตัวเองออกไป ทั้ง ๆ ที่เพิ่งได้เจอกันแท้ ๆ แต่เขากลับผ่อนคลายมากกว่าที่ควรเป็น 

คิ้วเรียวขมวดมุ่นหน่อย ๆ อย่างไม่สบอารมณ์

นายท่านขอรับ มีเรื่องด่วน

เสียงกระซิบอันแผ่วเบาดังขึ้นในความคิดทำให้ชายหนุ่มหลุดจากห้วงภวังค์ ดวงตาสีดำหรี่เล็กลงอย่างครุ่นคิด

ดูท่าต้องรีบกลับไปเสียแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็เอ่ยขึ้น

ฉันต้องกลับแล้ว

เซดดริกสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออยู่ ๆ อีกฝ่ายก็พูด อ่า...ครับเขาตอบรับอย่างงง ๆ ชายหนุ่มผมดำจึงลุกขึ้น และรีบผลุนผลันออกจากร้านไปโดยมีสายตาของอีกคนในร้านมองตามไปด้วยความสงสัย

อะไรของเขานะ...

อ้าว เพื่อนกลับไปแล้วเหรอ?” เจนที่เดินมาที่โต๊ะพอดีถามเมื่อเห็นว่าที่นั่งตรงข้ามลูกค้าประจำว่างเปล่า

              “อ้อ อื้ม

              ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ทั้ง ๆ ที่ไม่เห็นแผ่นหลังกว้างนั่นแล้ว แต่เขากลับมีความรู้สึกว่า...

              ...อาจจะได้พบกันอีกครั้ง...

 


To be continued....



รีไรท์ครั้งสุดท้าย เตรียมเปิด Pre-Order ค่า

คิดว่ารายละเอียดน่าจะได้ลงภายในสัปดาห์นี้ล่ะค่ะ 

ฝากติดตามกันด้วยน้าาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,070 ความคิดเห็น

  1. #1039 bluetomorrow999 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 16:31
    ฟินอ่ะ อ่านไปได้เรื่อย ลุ้นเวลาอยู่ด้วยกัน
    #1,039
    0
  2. #876 slot (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2557 / 15:28
    อยากให้ความคิดของเซดเป็นจริง

    กระโดดกอด

    อิอิ
    #876
    0
  3. #816 Fronztear (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2557 / 20:02
    ครอสเย็นชามากนะ สักพักคงโดนความอบอุ่นของเซดละลาย >/////< เขินจัง
    #816
    0
  4. #787 ReD BoW (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 17:02
    เราชอบสำนวนและภาษาที่ใช้อ่า
    #787
    0
  5. #752 Present (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 10:50
    ตำราบายมายเซลฟ์555+
    #752
    0
  6. #723 ½ ' K E t. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 18:43
    น่ารักมากเลยค่ะ
    #723
    0
  7. #649 Angelprimo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 / 21:38
    สนุกอ่า
    #649
    0
  8. #618 เนอเวย์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2555 / 20:33
    เซดคุงโดนชิงจูบไปซะแล้ว T^T
    #618
    0
  9. #599 Vine (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กันยายน 2555 / 16:16
    ว้าวั

    น่ารก
    #599
    0
  10. #527 rin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2555 / 21:03
    Sometimes fate plays jokes with our lives.



    Join the pararell paths together...



    ไม่โกรธเราน้าาา แต่อังกฤษที่คุณเซเขียนมัน... มันจั๊กเดียมอ่ะค่ะ(. .)



    ถ้าโกรธเราจะไม่ขอแก้แล้ว ขอโทษน้า
    #527
    0
  11. #488 HanChul Forever (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2555 / 22:40
     ชอบค่ะ สนุกมาก^^
    #488
    0
  12. #455 ppprae (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2555 / 02:18
    เราชอบมาก อ่านแล้วภาษาสวยดี

    อธิบายฉาก ก็ละเอียด เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์นะคะ
    #455
    0
  13. #426 รัตติกาลลมหนาว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 20:53
     นึกว่าครอสจาหึง=w=
    #426
    0
  14. #406 yen0 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 เมษายน 2555 / 00:38
     หลงคำเดียวหลงรักเข้าเต็มๆ
    #406
    0
  15. #401 Doll_lucky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2555 / 23:23
     ไว้รอครอสมาแก้พิษให้น้ะ เซดดด
    #401
    0
  16. #360 กริฟฟินไร้เงา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มีนาคม 2555 / 13:18
     เย้ยยย มาจูบเซดเค้าได้ไงอ่ะ
    ต่อหน้าครอสด้วย ย้ายยยยยยยยย ไม่ย๊อมไม่ยอม!!!
    เซดน่ารักเกิ๊น 55
    #360
    0
  17. #288 ดั้งเเหมบ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 / 11:41
    แมนมากมาย
    แมนทั้งคู่เลยยยยย><
    ทำไมคนขโมยจูบเซดจังไม่ใช่ท่านครอสล่ะไรท์
    แอบเสียดาย  ฮา~
    ตอนแรกนึกว่าท่านครอสจะมีอาการหิวเลือดซะอีก
    หิๆ
    #288
    0
  18. #281 zd-knight (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 / 19:07
    หนุกๆ ติดตามๆ
    #281
    0
  19. #260 ริน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2554 / 22:50
    พึ่งเข้ามาอ่านแต่ก็เริ่มหลงรักเรื่องนี้เข้าซะแล้ว...น่าลุ้นน่าติดตามมากเลยค่ะ...ว่าแล้วก็ไปอ่านตอนต่อไปก่อนนะคะ
    #260
    0
  20. #237 S___P (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2554 / 15:41
    ชอบเเนวนี้ที่สุดเลย

    น่ารักจังวุ้ย>
    #237
    0
  21. #225 cartooncartoon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2554 / 22:16
    โดนใจมาก
    #225
    0
  22. #179 Qbec. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2554 / 22:55
     โอ๊ย!!!!

    น่ารักมิใช่เล่นๆ><

    ชอบครอสกับเซด

    ยอมรับเลยว่าที่คลิ๊กเข้ามานี่เป็นเพราะคำว่าYaoi หึหึ-.,-

    ได้มาอ่านก็รู้สึกเลย น่าร๊ากอ่า>[]<
    #179
    0
  23. #148 kwan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2554 / 16:33
    ใช่คงต้องใช่เวลาสินะค่ะ



    แต่เราว่าอีกคงไม่นาหรอก



    #148
    0
  24. #139 zzz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2554 / 21:11
    อ่านลื่นสุดๆ ^_^
    #139
    0
  25. #132 ปอม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2554 / 10:14
    หนุกค่ะ

    อ่านไหลลื่นดี

    ทำให้อยากอ่านต่อเรื่อยๆ
    #132
    0