คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

[BL] Tale of the Darkness

ตอนที่ 27 : 23rd Tale : ความปรารถนาที่ไม่อาจเป็นจริง [Final]


     อัพเดท 9 ก.พ. 62
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/นิยายวาย
Tags: แฟนตาซี, แวมไพร์, การต่อสู้, BL
ผู้แต่ง : Xeiji / Wu Qi ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Xeiji / Wu Qi
My.iD: https://my.dek-d.com/Seiji_Ed
< Review/Vote > Rating : 95% [ 13 mem(s) ]
This month views : 53 Overall : 40,285
1,061 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1797 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
[BL] Tale of the Darkness ตอนที่ 27 : 23rd Tale : ความปรารถนาที่ไม่อาจเป็นจริง [Final] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1304 , โพส : 15 , Rating : 0% / 19 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


23rd Tale : ความปรารถนาที่ไม่อาจเป็นจริง

 

“แล้วมาดูกันซิว่า ผู้นำตระกูลดีแฟนธ่อม ผู้นำพวกเลือดบริสุทธิ์ จะเลือกอะไร จะทำเพื่อตัวเอง หรือ เพื่อประชากรแวมไพร์!

 

                เปลือกตาอันหนึกอึ้งปิดทับดวงตาสีแดงเมื่อคำพูดยังคงวนเวียนในความคิด และเล่นซ้ำไปซ้ำมาราวกับปุ่มเล่นถูกกดค้าง สมองเต้นดังตุบ ๆ แข่งกับเสียงสะท้อนจนพาลเอาปวดหัวหนึบ มือแกร่งยกขึ้นนวดขมับของตนเบา ๆ หวังช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด แต่ดูเหมือนว่ามันไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย

            เพื่อประชากรแวมไพร์?...

            มือที่นวดขมับอยู่หยุดชะงักก่อนที่ดวงดวงตาจะค่อย ๆ ลืมขึ้น ร่างสูงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างอ่อนแรง แล้วมือนั้นก็ขยับออกจากใบหน้า และทิ้งมันลงข้างตัว เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่เคร่งเครียด และคิ้วเรียวที่ขมวดเข้าหากันจนแทบจะชิดกัน

            หรือเพื่อตัวเอง?...

                ครอสเหม่อมองเพดานที่คุ้นเคย เขากลับมาที่คฤหาสน์ได้พักใหญ่แล้วหลังจากได้พบกับจัสติน เบสเตอร์รอยด์ ยอมรับว่าตอนแรกตกใจไม่น้อยที่เซดดริกไปอยู่กับพวกนั้น แทนที่จะเป็นคนที่แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าอยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมด

แต่เมื่อทบทวนอีกครั้งก็พบว่า สมกับเป็นหมอนั่นแล้ว เพราะคนอย่างเฟลอสไม่ลงมือแก้แค้นธรรมดา แต่ต้องวางแผนอ้อมโลกทั้งหลายแหล่ก็เพื่อเล่นงานเขาโดยเฉพาะ

สำหรับเฟลอสต้องเล่นเกม ปั่นให้เขาหัวหมุนจนเหนื่อยล้า แล้วจึงลงมือแก้แค้นอย่างโหดเหี้ยม และครั้งนี้ก็เป็นอีกเกมหนึ่งที่หมอนั่นบังคับให้เขาเลือก

                และเรา...จะเลือกทางไหน?

                ร่างสูงพลันลุกขึ้นจากเก้าอี้ และก้าวออกจากห้องอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินไปยังห้องฝั่งตรงข้าม เพียงชั่วอึดใจ รองเท้าบูทก็หยุดอยู่หน้าประตูห้อง ๆ หนึ่ง อะไรบางอย่างผลักดันให้เขาเดินมาที่ห้องนี้...อะไรบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่แน่ใจเลยด้วยซ้ำ มือหนาเอื้อมไปบิดลูกประตู และผลักมันออกช้า ๆ

            ครอสเดินเข้าไป และปิดประตูตามหลังอย่างแผ่วเบาก่อนจะหยุดชะงักเมื่อตระหนักได้ถึงความจริงข้อหนึ่ง

ห้องนี้ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ผ้าม่านที่หน้าต่างยังคงปลิวไสวเล็กน้อยตามแรงลมทุกครั้ง เพราะตำแหน่งที่อยู่ทางพอดี ข้าวของเครื่องใช้ก็ยังคงอยู่ที่เดิม มีเพียงเสื้อผ้าบางตัวที่เพิ่มขึ้นมา

            ทั้ง ๆ ที่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แต่ทำไมเขากลับรู้สึกว่า...มันดูเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูก

            เพียงแค่เพราะเจ้าของห้องหายไป...เท่านั้น?

            ขายาวเริ่มก้าวเดินต่ออย่างเชื่องช้า ทุกก้าวหนักอึ้งราวกับหินหลายสิบตันถ่วงขาไว้ แล้วเขาก็หยุดที่โต๊ะตัวเล็กข้างเตียง หนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่บนนั้น ครอสหยิบมันขึ้นมา และกวาดตามองตัวอักษรบนหน้าปกอย่างรวดเร็ว เพียงแวบเดียวเขาก็จำได้ว่าเป็นหนังสือเล่มที่เจ้าของห้องเคยอ่านพร้อมกับนอนอ่านบนโซฟา

            ใบหน้าคมคายค่อย ๆ หันใบหน้าไปทางโซฟาตัวยาวที่เคยเห็นร่างที่คุ้นเคยนอนเหยียดยาว พร้อมกับหนังสือที่เล่มที่เขาถืออยู่นั้นวางอยู่บนหน้าท้องของคนอ่าน เปลือกตาปิดทับดวงตาสีฟ้าสดใสสนิท  ริมฝีปากบางบนใบหน้าหล่อเหลาอมยิ้มจาง ๆ ราวกับกำลังหลับฝันดี

            ริมฝีปากคู่นั้น...เขายังจำมันได้ดีถึงรสสัมผัสของมัน ชวนให้คะนึงหา และเพิ่มความต้องการให้มากขึ้นอย่างไม่รู้จักจบสิ้น

            ครอสหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะทรุดกายลงบนเตียงนุ่มพร้อมกับวางหนังสือไว้ข้าง ๆ ศอกขวาเท้าเข่าข้างเดียวกันก่อนใบหน้าจะฟุบลงกับฝ่ามือพร้อมกับรอยยิ้มที่คลี่ยิ้มจาง ๆ และเสียงหัวเราะแผ่วเบาราวกับเย้ยหยันตัวเอง

            ทำไมถึงได้กระวนกระวายขนาดนี้?

                กลิ่นจาง ๆ ที่คุ้นเคยลอยมาเตะจมูกทำให้จิตใจที่ว้าวุ่น และสับสน...ยิ่งทำให้อยากเจอ อยากสัมผัส อยากเห็นรอยยิ้มที่จริงใจ และดวงตาคู่นั้น สายสัมพันธ์ที่ไม่อาจมองเห็นก่อตัวขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรเขาก็ไม่รู้? ไม่ใช่เพราะพันธะสัญญา ไม่ใช่เพราะตัวเขาเป็นแวมไพร์ และอีกฝ่ายเป็นมนุษย์คู่พันธะเพียงเท่านั้น

            เพียงแค่ได้พบพานไม่กี่เดือน....

            เพียงแค่อีกฝ่ายหายไปไม่ถึงวัน...

            เป็นเพียงแค่มนุษย์คนหนึ่งที่สักวันต้องจากเขาไปอยู่ดี...

            ...เพียงแค่นั้น แต่ทำไม....

            ...ข้าถึงได้คิดถึงเจ้าขนาดนี้?

                ทำไมถึงปล่อยให้ชายหนุ่มคนนั้นเข้ามามีตัวตนในชีวิตเขามากขึ้นเรื่อย ๆ มากจนไม่เกือบลืมชีวิตที่เคยอยู่คนเดียวมาตลอด และกลายเป็นของสำคัญที่อยากจะถนอมไว้ให้มากที่สุดโดยไม่รู้ตัว

                นึกแล้วก็แค้นใจตัวเองไม่หายที่ไม่สามารถปกป้องได้ ทั้ง ๆ ที่สัญญากับตัวเองไว้แล้วแท้ ๆ แล้ว

ทำไมถึงอยากปกป้อง? ทำไมถึงสัญญากับตัวเองไว้แบบนั้น?

สัญญานั้นไม่ต่างอะไรจากโซ่ตรวนที่รั้งกาย และจิตใจให้ปฏิบัติตามคำมั่น ยิ่งถ่วงให้ร่างกายเคลื่อนไหวช้าลงจนอาจส่งผลร้ายตัวเขาได้

            มนุษย์น่ะเพียงชั่วอึดใจก็ร่วงโรยหายไป ไม่ต่างจากใบไม้ที่ร่วงหล่นจากกิ่งไม้ ไม่จำเป็นต้องปกป้อง ไม่จำเป็นต้องใส่ใจอะไรทั้งนั้น เพราะไม่นานก็จะหายไปจากโลกนี้อยู่ดีโดยไม่ต้องพยายามช่วยอะไรเลยสักนิด

            ดวงตาสีแดงหลุบลงต่ำก่อนจะมองไปอีกมือหนึ่งที่วางอยู่บนเข่าอีกข้าง เขายกมือข้างนั้นขึ้นมา และจ้องฝ่ามือที่ขาวซีดด้วยสายตาครุ่นคิด 

เขาไม่อาจหนีความจริงไปได้ เขาไม่อาจลืมสถานะของความเป็นแวมไพร์ตน สุดท้ายของตระกูลดีแฟนธ่อม ตระกูลซึ่งเป็นผู้นำโลกของแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ที่นับวันจะมีจำนวนน้อยลงทุกที ๆ

            บนบ่าของเขามีสิ่งที่เรียกว่า หน้าที่ ที่ต้องคอยรับผิดชอบ และมีคนข้างหลังที่ต้องดูแล น้ำหนักของคำ ๆ นั้นมันหนักเกินกว่าจะทำเมินเฉย และทำเป็นไม่ใส่ใจไม่ได้

            เขาไม่สามารถโยนมันทิ้ง และทำเป็นลืม ๆ ไปไม่ได้...

            เขาไม่อาจทำได้ และไม่มีวันทำ

            สมองเครียดขึง...ทั้งหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ และคน ๆ นั้นที่เขาไม่อาจสลัดทิ้งไปได้ ทั้งสองอย่างล้วนสำคัญ...สำคัญเกินกว่าจะให้เลือก

            เพราะแบบนี้สินะ...หมอนั่นถึงเลือกวิธีนี้

ครอสแทบไม่ต้องเสียเวลานึกภาพใบหน้าของแวมไพร์หนุ่มผมทองแซมเงินที่กำลังเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างสบายใจ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของผู้ชนะ

                แต่ว่า...

            นัยน์ตาสีแดงไหววูบเล็กน้อยเมื่อรู้สึกได้ถึงสัญญาณบางอย่างที่เขากำลังเฝ้ารอให้เกิดขึ้น แล้วใบหน้าคมคายก็กระตุกยิ้มบาง ๆ พร้อมแววตาที่พราวระยับ ในเมื่อสำคัญทั้งสองอย่าง...

            ก็เลือกมันทั้งสองอย่างเสียเลยสิ!

###

           

ร่างโปร่งนั่งพิงกำแพงที่แทบหาความเนียนนุ่มน่าสัมผัสไม่ได้ พื้นหินก็แข็งกระด้าง และขรุขระทิ่มขาตลอดเวลา แต่ถึงกระนั้น...คนที่ถูกขัง และล่ามโซ่ไว้ก็ยังคงหลับได้ แถมยังหลับสนิทราวกับว่าคุกแห่งนี้ไม่ต่างจากอะไรห้องนอนห้องหนึ่งที่ออกจะ...ไม่สะดวกสบายเท่าไหร่นักก็ตามที

            แกร๊ก...

            แต่ถึงจะหลับสนิทแค่ไหน เสียงเหล็กกระทบกันยามเปิดประตูก็ทำให้เขาตื่นจากห้วงนิทราได้ไม่ยาก ดวงตาสีฟ้ากะพริบถี่ ๆ หลายครั้งพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน อันที่จริงก็มีอยู่คนเดียวที่เข้ามาได้

นั่นก็คือ จัสติน เบสเตอรอยด์

            เซดดริกทำหน้ายู่เล็กน้อยก่อนจะขยับกายให้นั่งอยู่ในท่าตรง และเริ่มเล่นเกมจ้องตากับดวงตาอีกคู่อย่างไม่ยอมแพ้แม้ว่าจะเพิ่งตื่นก็ตามที ใบหน้าคมคายไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ เช่นเดียวกับที่ใบหน้ากร้านก็เรียบเฉยเช่นกัน จนกระทั่งฝ่ายที่เข้ามาจะฝ่ายเริ่มบทสนทนา

            “ที่แบบนี้ยังจะหลับได้นะ” น้ำเสียงทุ้มจิกกัด แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยี่หระกลับกระตุกยิ้มกวนอารมณ์ไปให้อย่างไม่กลัวเกรง

            “เก็บแรงไว้เผื่อไว้เตะปากคนแถวนี้” ชายหนุ่มว่าพลางยักคิ้วให้ แล้วก็ได้รับใบหน้าถมึงทึงเป็นการตอบแทน แต่เพียงแค่ชั่ววินาทีเท่านั้นก่อนที่จัสตินจะคลี่ยิ้ม

            “วันนี้ฉันไปพบใครคนหนึ่งมา...” เขาเกริ่น และหยุดค้างไว้พร้อมกับลอบมองการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของอีกฝ่าย “...หน้าตาตื่นมาเชียวจนฉันแทบไม่นึกว่าจะเป็นคน ๆ เดียวกับคนที่เงียบขรึม และนิ่งเฉยคนนั้น”

            เซดดริกเลิกคิ้วขึ้น “หน้าที่นายเหรอที่ต้องมารายงานให้ฉันฟัง?” เพราะถูกปลุกให้ตื่น แถมยังสายตาที่มองมาราวกับหยั่งเชิงนั้นทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ปากก็เลยคันยิบ ๆ สวนกลับไปอย่างกวนอารมณ์ แม้อาจต้องโดนกำปั้นหรือลูกเตะเป็นของตอบแทนก็ตามทีเถอะ

            แต่อีกฝ่ายก็ไม่เอ่ยอะไรโต้ตอบแม้ว่าแววตาไหววูบเล็กน้อยเมื่อโดนสวนกลับอย่างไม่กลัวเกรง “ไม่อยากรู้เหรอว่าฉันไปเจอใครมา?” เขาถามพร้อมกับเลิกคิ้วก่อนจะกระตุกยิ้ม และเอ่ยต่อโดยไม่รอ “ครอส ดี ดีแฟนธ่อม ไงล่ะ”

            หางตากระตุกเล็กน้อยในขณะที่พยายามเก็บอารมณ์ไว้แทบเป็นแทบตาย ใบหน้าคมคายแสร้งกะพริบตาปริบ ๆ ราวกับสงสัยเสียเต็มประดา “แล้ว...?”

            “ข้อเสนอไงล่ะ ข้อเสนอ...หึ ๆ” จัสตินว่าพร้อมกับหัวเราะหึในลำคอ “ระหว่างหมอนั่นรอด แต่แกตาย หรือ...แกรอดแต่มันตาย!

            ใบหน้าที่เคยผ่อนคลายพลันเครียดขมึง คิ้วเรียวกดลงต่ำพร้อมกับแววตาที่มุ่งร้าย ริมฝีปากปิดสนิทแต่ฟันขบกันแน่นอย่างระงับอารมณ์

“...” เซดดริกเลือกที่จะไม่เอ่ยอะไร เพราะไม่แน่ใจว่าถ้าพูดอะไรออกไปแล้ว น้ำเสียงของตนจะเป็นอย่างไร หรือจะสามารถระงับอารมณ์ได้หรือไม่

            ในสถานการณ์ตอนนี้หากแสดงความโกรธเกรี้ยวออกไปแล้วล่ะก็...เขาต้องฝ่ายแพ้ในสงครามน้ำลายนี้เป็นแน่

            “หืม? เป็นอะไร?” ร่างกำยำถามเสียงยานคางอย่างเหยียดหยามพร้อมกับยกมือขึ้นจับกรามของคนที่ถูกล่ามโซ่ไว้ และออกแรงบีบแน่นจนใบหน้าคมคายเริ่ม  บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด “ถึงกับเงียบเลยเหรอ?”

            ชายหนุ่มผมบลอนด์ยกมือทั้งสองที่ถูกโซ่ล่ามไว้กระแทกข้อศอกของอีกฝ่ายก่อนจะสะบัดหน้าหนีเมื่อรู้สึกว่าแรงบีบที่กรามลดลงแล้ว “แล้วไงต่อ?” เขาถาม     เสียงเบาแต่เต็มไปด้วยโทสะ “เรื่องแค่นี้ก็ทำให้นายคิดว่าจะชนะแล้วงั้นสิ?”

            “แน่นอน” จัสตินกระหยิ่มยิ้มย่องแม้จะรู้สึกปวดหนึบที่ข้อศอกที่โดนกระแทกเมื่อครู่ก็ตาม “มันน่าสนุกดีนะที่จะได้เห็นคุณผู้นำผู้เก่งกาจ ต้องคิดไม่ตกไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรดี”

            “...”

            “ถ้าเลือกจะรักษาชีวิตตัวเองไว้ แกก็จะตายซึ่งก็จะเป็นบาดแผลในใจมันไปชั่วชีวิต... หรือถ้าเลือกให้แกมีชีวิตอยู่ มันก็ต้องตาย ซึ่งแน่ล่ะ การตายของมันส่งผลถึงความมั่นคงของโลกแวมไพร์อย่างแน่นอน” เขาหัวเราะร่าพร้อมกับลุกขึ้นยืน “และจะเป็นช่องทางให้ฉันโต้กลับ!

            “พูดเหมือนว่าเขาจะเลือกให้ฉันรอดอย่างนั้นแหละ” เซดดริกกระตุกยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าเบา ๆ อย่างนึกสมเพช “นายคิดว่าเขาจะเลือกแบบนั้น?”

ก็พอรู้อยู่หรอกว่าทางเลือกนี้มีความเป็นไปได้น้อย

“คนอย่างเขาน่ะคิดถึงหน้าที่ของตัวเองก่อนอยู่แล้ว เขาไม่มีทางทิ้งหน้าที่ของตัวเองเพียงเพื่อ...” แล้วเสียงก็ขาดหายไป เขากลืนก้อนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอเมื่อต้องพูดสิ่งที่ขัดความคิดในส่วนลึกของจิตใจ “...ปล่อยให้ฉันรอดหรอก”

                “เทียบกับโลกทั้งใบของเขา เทียบกับเผ่าพันธุ์ของเขาแล้วน่ะ...ฉันไม่มีความสำคัญพอที่จะแลกกับสิ่งที่สำคัญกว่าแบบนั้นหรอก”

                พูดเองเจ็บเองแท้ ๆ ในอกรู้สึกเจ็บแปลบราวกับเข็มนับพันทิ่มแทง และหัวใจถูกเฉือนให้เป็นแผลฉกรรจ์

ยอมรับได้ไหม? ยอมรับได้...เพราะแวมไพร์หนุ่มตนนั้นเป็นถึงแวมไพร์ตนสุดท้ายแห่งตระกูลที่เก่าแก่ และสูงส่งในโลกของแวมไพร์ และมีหน้าที่มากมายให้รับผิดชอบ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาต้องคิดถึง ต้องจัดการให้เรียบร้อยให้สมกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา

ไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะมาสนใจมนุษย์ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่โชคชะตาเล่นตลก ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะถูกเลือก

เพราะฉะนั้นหากอีกฝ่ายตัดสินใจให้ตัวเองรอด แล้วปล่อยให้เขาตาย...เขาก็ไม่โกรธ

...ควรจะยอมรับแบบนี้ได้...

แต่ในส่วนลึกของจิตใจ ก้นบึ้งของหัวใจนั้นกลับอยากปฏิเสธ และตะโกนกู่ร้องปฏิเสธว่า...เขาอยากให้ในสายตาของแวมไพร์ตนนั้นมีเขาอยู่ อยากอยู่แบบนี้ เขาอยากอยู่ที่นี่

อยากให้ตัวเองมีความสำคัญมากพอที่จะทำให้อีกฝ่ายเลือกเขา

รอยยิ้มสิ้นหวังระบายจาง ๆ บนใบหน้าที่เรียบเฉย นึกอยากชกตัวเองที่กล้าคิดความคิดที่เห็นแก่ตัวเช่นนั้น เพราะไม่มีทางที่ครอส ดี ดีแฟนธ่อมจะให้ความสำคัญกับเขาถึงขนาดนั้น

...ก็แค่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ เท่านั้น...

“เดี๋ยวก็รู้” จัสตินพ่นลมหายใจแรง ๆ เพราะชัยชนะที่เห็นอยู่รำไรทำให้ไม่ทันได้สังเกตความเปลี่ยนแปลงในแววตาที่ไหววูบ และปวดร้าวมากเพียงใด อาจจะเป็นโชคดีของอีกฝ่ายก็เป็นได้ “รอให้ถึงคืนนี้ก่อนเถอะ หึ ๆ”

“อา...นั่นสินะ คืนนี้...”

ร่างของทั้งสองสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจเมื่อเสียงที่คุ้นเคยของใครบางคนดังขึ้นข้างหลัง เรียกให้ดวงตาทั้งสองคู่หันไปมองอย่างรวดเร็ว

ร่างสูงของชายหนุ่มคนหนึ่งในเสื้อคลุมสีดำจรดเท้า ดวงตาสีแดงทอประกายบนใบหน้าคมคายที่ล้อมกรอบด้วยเส้นผมสีทองแซมเงิน ริมฝีปากเหยียดยิ้ม...ที่ไม่อาจเดาอารมณ์ได้ แต่กลับรู้สึกได้ถึงความชั่วร้ายจากรอยยิ้มนั่น

“เฟลอส?” เซดดริกอุทานเสียงเบาด้วยความแปลกใจที่จู่ ๆ ชายอีกคนก็ปรากฏตัว แม้ว่าพอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเกี่ยวข้องกับแผนการทั้งหมด แต่ก็ไม่คิดว่าจะปรากฏให้เห็นตอนนี้ และที่สำคัญ...เขาไม่ไว้ใจรอยยิ้มนั้นแม้แต่น้อย

คิดจะทำอะไรอีก?

“มาพอดีเลยเฟลอส” ชายหนุ่มร่างกำยิ้มกว้างพร้อมกับสืบเท้าเข้าไปใกล้ “ข้าจับตัวหมอนี่มาได้แล้ว และยื่นข้อเสนอให้เจ้านั่นเรียบร้อย” เขารายงานด้วยความเปรมปรีดิ์โดยไม่ทันได้สังเกตแววตาที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปทีละน้อยของอีกฝ่าย “เพียงแค่รอให้ถึงคืนนี้เท่านั้น ทุกอย่างที่ข้าทำมาก็จะสำเร็จ!

เฟลอสยังคงเหยียดยิ้มเช่นเดิม “ใช่ มันกำลังจะสำเร็จ” เขาเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับมองใบหน้ากร้าน “ดีจริง ๆ ที่เจ้าอุตส่าห์พาเซดดริกมาให้ข้าถึงที่”

“หือ?” อีกฝ่ายเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ “หมายความว่าอะไร?”

“ก็...” แวมไพร์หนุ่มเว้นช่วงเล็กน้อยพร้อมกับถอนหายใจเบา ๆ “...ขอบคุณที่ทำให้ข้าไม่ต้องเปลืองแรงไงล่ะ เจ้าโง่!

ฉึก!!

สิ้นคำ ดวงตาสีแดงอมชมพูก็เบิกโพลงด้วยความตกใจพร้อมกับร่างที่สั่นกระตุก ใบหน้าค่อย ๆ ก้มลงมองกายของตนที่บัดนี้ถูกฝ่ามือที่คมกริบของผู้ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นพันธมิตรแทงทะลุหน้าอกจากข้างหน้าจนถึงแผ่นหลัง เลือดข้นสีแดงเข้มเริ่มไหลออกจากปากแผล

จัสตินค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของผู้ที่ทำร้ายตนด้วยความตกใจถึงขีดสุด “น...นี่เจ้า...”

เฟลอสกระตุกยิ้มเหี้ยมพร้อมกับส่งสายตาสมเพช “หืม? เจ้าคิดว่าการที่ฆ่าล้างพวกเลือดบริสุทธิ์  และมนุษย์จะทำให้เลือดผสมอย่างเจ้ากลายเป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ได้จริง ๆ เหรอ?” เขาถามหยั่งเชิงก่อนจะค่อย ๆ ขยับมือออกอย่างเชื่องช้า แต่ยังไม่ดึงมือออกมารวดเดียว หากกลับเอื้อมไปจับหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอกของอีกฝ่าย ทำเอาเจ้าของร่างถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจระคนหวาดผวา

“เชื่อเรื่องโง่เง่าพันธุ์นี้ด้วยสินะ ไม่ไหว ๆ พวกเลือดผสมนี่โง่เสียเหลือเกิน”

มืออีกข้างกระชากใบหน้าที่ซีดเผือดให้เงยขึ้นมองอย่างแรง และไร้         ความปราณี แม้จัสตินอยากจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเพียงใด แต่สัมผัสเย็นเยียบที่ก้อนเนื้อด้านซ้ายทำเอาประสาทสัมผัสทุกอย่างหยุดะงัก มีเพียงความรู้สึกที่    กู่ร้องอยู่ในลำคอเท่านั้น

ไม่ว่าจะทำยังไง พวกเจ้าก็ไม่มีทางกลายเป็นเลือดบริสุทธิ์ไปได้หรอก! เชิญงมงายอยู่ในความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ไปตลอดกาลเถอะ!!

ดวงตาสีแดงอมชมพูเบิกโพลง และนิ่งค้างเมื่อคำพูดฝังลึกลงในจิตใจ ก่อนที่จะอ้าปากกว้างเมื่ออีกฝ่ายใช้นิ้วโป้งกดแรง ๆ ที่ก้อนเนื้อที่อยู่ในอุ้งมือทีหนึ่ง

พลัน เกิดรูเล็ก ๆ ที่ผนังของหัวใจ และเลือดก็ค่อย ๆ ไหลออกจากบาดแผลอย่างเชื่องช้า ปล่อยให้เวลาแห่งชีวิตหมดลงอย่างช้า ๆ ให้จิตใจที่ครอบงำด้วยความหวาดกลัว และความเจ็บปวดที่คืบคลานเข้ามาใกล้โดยไม่อาจวิ่งหนีได้

อยากตะโกนร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ไม่อาจทำได้...ทำได้เพียงแค่อยู่นิ่ง ๆ และนอนรอความตายอย่างทรมาน

แต่ถึงกระนั้น ราวกับการทนมานยังไม่จบสิ้นลง เมื่อดวงตาสีแดงประกายเหี้ยมพร้อมกับมือที่ปล่อยจากหัวใจ และกระชากมือออกมาอย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างทั้งร่างกระตุกเฮือกก่อนจะค่อย ๆ ร่วงลงไปกองพื้น เลือดสีแดงข้นคลั่กไหลทะลักจากปากแผลจนรอบกายกลายเป็นแอ่งเลือดขนาดย่อม ส่งกลิ่นเหม็นคาวเหล็กตลบอบอวลไปทั่วห้องขัง

เฟลอสหรี่ตามองร่างที่นอนจมกองเลือดอย่างเหยียดหยาม สมเพช และจงเกลียดจงชังอย่างถึงที่สุด “นอนรอความตายไปแบบนั้นแหละ เจ้าโง่” เสียงทุ้มกระซิบ

เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของชายหนุ่มผมบลอนด์ที่นั่งตัวแข็งทื่อ ดวงตาสีฟ้าเบิกโพลงด้วยความตกใจ และหวาดกลัวจนถึงขีดสุด เขาเพิ่งเห็นคนถูกฆ่าอย่างโหดร้ายที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาต่อหน้าตา และคนฆ่านั้น...ยังคงยืนนิ่ง และไม่มี    สีหน้าสมนึกผิดใด ๆ เลยแม้แต่น้อย

ภาพของแวมไพร์ร่างสูงที่ยืนเหนือกองเลือดทำให้เขาขนลุกเกรียว นี่คือภาพลักษณ์ของปิศาจผู้โหดเหี้ยม และเลือดเย็นอย่างแท้จริง!

กลิ่นคาวเลือดที่ฉุนกึกทำให้เขาได้สติ และลอบมองไปนอกห้องขังเมื่อนึกขึ้นได้ว่าปกติมีคนเฝ้าตลอดเวลา แต่แล้วก็เห็นร่างของคนเฝ้าประตูที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไม่มีทางลุกขึ้นแจ้งข่าวการลอบสังหารผู้นำของพวกเขาอย่างแน่นอน

กึก...

เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นเบื้องหน้าเรียกให้เซดดริกหันมามอง เงาที่ทาบทับเหนือศีรษะทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจเมื่อเห็นเงาทะมึนพร้อมกับดวงตาสีแดงที่สว่างวาบในความมืด ม่านตาลีบเรียวเล็กอย่างน่ากลัว แล้วยิ่งดวงตานั้นขยับมาใกล้ทำให้เขายิ่งตัวแข็งทื่อ แต่สัญชาติญาณก็บอกให้เขาเคลื่อนกายหลบ แต่ทว่ามือแกร่งกลับล็อคตัวเขาไว้แน่นเสียจนเจ็บแปลบ

ไม่มีทางเลือกใดนอกจากต้องจ้องดวงตาสีแดงที่น่าหวาดกลัวนั่น...

เฟลอสกระตุกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ และกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู “เอาล่ะ...ถึงเวลาแก้แค้นของจริงแล้ว”

ได้ยินเพียงแค่นั้น สติของเซดดริกก็ดับวูบโดยสมบูรณ์ พร้อมกับร่างสูงในผ้าคลุมสีดำที่หายไปจากตรงนั้น ไร้ร่องรอยใด ๆ ของการมาเยือน...

เหลือเพียงแต่ร่างที่นอนรอความตายจมอยู่ในกองเลือดเท่านั้น...

###

 

ลมเย็นพัดโบกพร้อมกับร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีดำ และกางเกงดำปรากฏขึ้นตัวจากความว่างเปล่า บูทสีเดียวกันแตะลงบนพื้นหญ้าอย่างเงียบกริบ เส้นผมสีดำพลิ้วไหวเล็กน้อยตามสายลมที่พัดผ่านก่อนที่มันจะหยุดนิ่งเมื่อดวงตาสีแดงหรี่เล็กลงยามมองสถานที่เบื้องหน้าตน

วิหารร้างแบบโรมันที่ไม่ต่างจากซากปรักหักพังเท่าไรนักตั้งเด่นตระหง่านท่ามกลางแมกไม้สีเขียวหนา และรกชัฏ โดยรอบนั้นไม่มีสิ่งใดนอกเหนือไปจากวัชพืช และต้นหญ้าใบยาว แต่ก็มีร่องรอยการเดินเข้าออกบ้างประปรายราวกับล่อลวงให้หลงคิดว่าไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นี่

แต่จะว่ากันตามจริงแล้ว ถ้าไม่ใช่คนที่เวทมนต์ก็จะไม่มีโอกาสได้เห็นที่นี่ เพราะสถานที่มีการวางข่ายมนตราป้องกันไว้เป็นอย่างดี

การข่ายมนตราที่ว่านี้เองที่เป็นสิ่งที่ทำให้ครอสตามรอยมาเจอสถานที่รวมตัวของแวมไพร์เลือดผสม

ช่วงเวลาที่ได้พบจัสติน เบสเตอรอยด์ และตอนที่เขาใช้เวทมนต์กดอีกฝ่ายกับกำแพงนั้นไม่ได้เป็นเพียงการทำตามอารมณ์ที่พุ่งแค่ชั่ววูบเท่านั้น แต่ก็เพื่อสร้างร่องรอย และร่ายเวทมนต์ติดตามง่าย ๆ ให้ติดตัวไป เวทมนต์นี้ถูกทำลายได้ง่ายหากสัมผัสโดนเวทมนต์ที่แข็งแกร่งกว่า

ดังนั้นเมื่อใดที่จัสตินก้าวเข้าไปในเขตที่พักพิงซึ่งคาดว่าน่าจะมีการวางข่ายมนตราเอาไว้ เมื่อนั้นสัญญาณก็จะขาดหาย

และเป็นโอกาสให้เขาตามมาเจอจนได้...

แม้จะหุนหันพลันแล่นไปหน่อยที่บุกมาคนเดียว แต่เขาเองก็ยังไม่อยากเสี่ยงให้ทางสภาล่วงรู้ถึงการมีตัวตนของเซดดริก เพราะเขายังไม่แน่ใจเฟลอสจะมีแผนการใดอีก ถ้าหากเขาพาทหารของสภามาด้วยแล้วล่ะก็ มีโอกาสเสี่ยงที่จะได้พบเขาคนนั้น

แต่ถึงจะบุกมาคนเดียวเช่นนี้...ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

ครอสตัดสินใจก้าวเข้าไปในข่ายมนตรา สัมผัสได้ถึงเวทมนต์ที่แข็งแกร่งซึ่งตามปกติแล้วจะส่งสัญญาณให้ผู้ที่อยู่ภายในข่ายมนตรารับรู้ว่ามีคนล่วงล้ำเข้ามา และออกมาต้อนรับอย่างแน่นอน แต่นี่อะไร...เขาเดินเข้ามาใกล้เสียจนจะถึงตัววิหารอยู่แล้ว กลับไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เลย

หรือเราจะถูกหลอกอีก?

ครอสส่ายหัวให้กับความคิดนั้น เพราะหลักฐานทุกอย่างมันชัดเจนเกินกว่าจะให้เชื่อว่าถูกหลอก.. ถ้าอย่างนั้นแล้วเพราะอะไรกันที่ทำให้การเฝ้าระวังหละหลวมถึงเพียงนี้?

แล้วขาที่ก้าวอยู่ก็หยุดชะงักเมื่อได้กลิ่นที่หยั่งรากลงในสัญชาตญาณ ดวงตาสีแดงเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปตามทิศของกลิ่นนั้นทันทีอย่างรวดเร็ว แม้จะรู้ว่านี่ไม่ใช่กลิ่นเลือดของคนที่เขาตามหาอยู่ แต่ก็ไม่อาจลดความกังวลไปได้

ขอให้ทันทีเถอะ!

###

 

ภายในวิหารโกลาหลราวกับเกิดจลาจล แวมไพร์เลือดผสมทุกตนวิ่งพล่านไปทั่วด้วยความตกใจและตระหนก ทำให้ไม่มีใครแม้แต่จะสังเกตว่ามีร่างสูงของชายหนุ่มอีกคนที่ไม่เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาปะปนมาอยู่ในหมู่พวกเขาเลยแม้แต่น้อย นั่นทำให้เขาอดขมวดคิ้วด้วยความสงสัยไม่ได้

ครอสเดินเบียดไปทางที่มีแวมไพร์อยู่หนาแน่นที่สุดอย่างไม่ลังเล เพราะ   ทิศนั้นเป็นทางที่เขาได้กลิ่นเลือดชัดเจนมากที่สุด ยิ่งเข้าไปใกล้ใบหน้าคมคายก็ยิ่งเครียดขมึง กลิ่นเลือดฉุนกึกต้องจมูก ทำให้ต้องระงับสัญชาตญาณดิบที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในให้สงบอย่างยากลำบาก

จนในที่สุดเขาก็ฝ่าฝูงคนมาได้อย่างไม่ลำบากยากเย็นนัก และพบว่าเบื้องหน้าของเขานั้นคือ ห้องขังขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ที่ทำให้เขาตกใจมากที่สุด คือ ร่างของชายร่างกำยำคนหนึ่งที่นอนจมกองเลือดโดยมีแวมไพร์อีกตนที่เขาคาดเดาว่าเป็นแพทย์ประจำที่นี่

แวมไพร์หนุ่มจำขนาดร่างกาย และเส้นผมสีน้ำเงินเข้มนั้นได้แม้ว่าทั้งหมดเกือบจะถูกย้อมด้วยสีแดงเข้มหมดแล้วก็ตาม

“เบสเตอรอยด์!!” ร่างสูงพุ่งเข้าไปภายในห้องขังอย่างรวดเร็ว และทรุดกายลงข้าง ๆ ร่างที่ชีวิตใกล้หมดลงทุกที

จัสตินที่มีคนจับให้นอนหงายค่อย ๆ เปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งอย่างเชื่องช้า ภาพที่พร่ามัวค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นทีละน้อย ทำให้เห็นใบหน้าของศัตรูที่กลายเป็นผู้ที่ เคยเป็นศัตรู...

“ดีแฟนธ่อม...” เสียงห้าวเรียกแผ่วเบาเสียจนแทบเป็นเสียงกระซิบ

“นี่มันอะไร?” อีกฝ่ายถามก่อนจะมองไปรอบห้องขัง เขาเห็นโซ่สองเส้นหล่นอยู่ที่ริมกำแพง ได้กลิ่นจาง ๆ แม้ว่าจะถูกกลบด้วยกลิ่นคาวเลือดเสียไปจนเกือบหมด ดวงตาสีแดงหรี่เล็กลงอย่างครุ่นคิด

เซดดริกเคยอยู่ที่นี่ แล้วไปไหนแล้วล่ะ!!

“เฟลอส...” เสียงแผ่วเบาตอบความคิดของเขา เรียกให้แวมไพร์หนุ่มหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว

“ว่าไงนะ!!

“ไอ้เฟลอสมันหลอกเราดีแฟนธ่อม” ชายร่างผอมเล็กที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คนบาดเจ็บตอบแทน แม้ใบหน้าจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารังเกียจอีกฝ่ยมากแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะเข้ามาโจมตีแต่อย่างใด “ทุกอย่าง... ทุก ๆ อย่างที่เราทำมาไม่มีค่าอะไรเลย...”

ครอสนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยอะไร หรือถ้าจะพูดให้ถูก...ไม่ใช่ในเวลานี้ที่จะมาปลอบใจ และไม่ใช่หน้าที่อะไรของเขาด้วยเช่นกัน ดวงตาสีแดงเริ่มประกายกร้าว ความโกรธเริ่มปะทุขึ้นในใจเงียบ ๆ

“เดี๋ยว...” ก่อนที่ร่างสูงจะผุดลุกขึ้น เสียงเรียกอันเหนื่อยอ่อนก็ฉุดให้เขาชะงักกึก “..ทุกอย่า...ง จะจบ...ลง วัน..นี้ ไม่มีแล้ว...การต่อสู้ จบ...” ครอสมองใบหน้าที่ซีดเผือดและดวงตาที่ใกล้ปิดเต็มที

เขาเงียบ...และรอให้อีกฝ่ายพูดให้จบ เพราะเขารู้ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ชายคนนี้จะได้พูด

“...ถ้าสำคัญจริง ๆ...ก็อย่าปล่อยให้เขา...เป็น..อะไร...เหมือน..ข้...า”

แล้วเสียงก็เงียบไป...ตลอดกาล

ครู่หนึ่งแวมไพร์หนุ่มถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย เขาไม่รู้แน่ชัดหรอกว่าอดีตของจัสติน เบสเตอรอยด์เป็นมายังไง แต่คำพูดสุดท้ายนั้นทำให้เขาพอเดาเค้าลางอะไรได้จาง ๆ แต่ก็เท่านั้น...มันไม่ได้สำคัญอะไรกับเขามากมายเลย

แต่มันก็จุดประกายบางอย่างในจิตใจ...

มือแกร่งเอื้อมไปแตะเปลือกตาที่เปิดอยู่เล็กน้อยให้ปิดสนิท “ขอราตรีจงโอบอุ้มเจ้า จัสติน เบสเตอรอยด์” คำพูดนั้นเรียบง่าย และถูกเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์ใด ๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความจริงใจมากพอที่จะทำให้แวมไพร์เลือดผสมตนอื่นนิ่งเงียบ และไม่ขยับใด ๆ ไปพักหนึ่ง

แล้วครอสก็ผุดลุกขึ้น และเดินผ่านพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว และไม่ใส่ใจ เพราะสิ่งที่เขาใส่ใจมีเพียงอย่างเดียวในตอนนี้

เพราะเขาสำคัญ...ข้าจะไม่ปล่อยให้เขาเป็นอะไร!!!



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
[BL] Tale of the Darkness ตอนที่ 27 : 23rd Tale : ความปรารถนาที่ไม่อาจเป็นจริง [Final] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1304 , โพส : 15 , Rating : 0% / 19 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 15 : ความคิดเห็นที่ 839
ไปช่วยเซดมาให้ได้นะ ครอส
PS.  \" This world would be a much better place if we all believe that men are brothers under the skin. โลกเราจะดีกว่านี้มาก ถ้าพวกเราทุกคนคิดว่าทุกคนเป็นพี่น้องกัน ภายใต้คุณสมบัติพื้นฐานเดียวกัน \"
Name : Fronztear < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fronztear [ IP : 118.172.154.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 กรกฎาคม 2557 / 22:46
# 14 : ความคิดเห็นที่ 757
หนุกคร่าาาาาา><
PS.  ...บางที่คนที่ดูบ้าๆก็ไม่ได้บ้าเหมือนอย่างที่ทุกคนคิด...
Name : Present < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Present [ IP : 27.55.171.246 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2557 / 11:24
# 13 : ความคิดเห็นที่ 671
อย่าให้เซดต้องมีจุดจบเหมิอนรัลเลย สงสารจัสตินมากมาย
PS.  รัก D18 6927 10069 0027 8059 G27 69F XS BF แค่นั้นละที่อยากบอก
Name : Angelprimo < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Angelprimo [ IP : 110.49.250.151 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 พฤศจิกายน 2555 / 20:39
# 12 : ความคิดเห็นที่ 638
จัสตินนายน่าสงสารมากอ่ะ *เศร้า*
เฮ้อ..ถูกหักหลังมันน่าเศร้า
ครอสตามไปเร็วๆนะ
PS.  คยูมินน่ารักที่สุด
Name : เนอเวย์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เนอเวย์ [ IP : 49.48.13.51 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 ตุลาคม 2555 / 10:54
# 11 : ความคิดเห็นที่ 558
อังกฤษคราวนี้สวยมากกก*0* อ๊าาา~~>< 5555+
ถ้าจะเปลี่ยนก็แค่ทำให้มันหนักแน่นขึ้น แล้วก็ Although ใช้แค่บรรทัดเดียวก็ได้จ้า~
sacrafice มันคือเสียสละอยู่แล้ว ไม่ต้องมีMyself ก็ได้=w=

Although how much I've tried..

How much I've sacraficed..

What I want...

is never come true...

ติดตามค่า เร็วๆน้า ลุ้นๆๆๆ=[]=
Name : rin [ IP : 110.77.168.62 ]

วันที่: 4 สิงหาคม 2555 / 18:04
# 10 : ความคิดเห็นที่ 556
ไปตามกลับมาให้ได้!
PS.  คนไทยรอ 3G เเต่เอลฟ์รอ 3K
Name : topnenark < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ topnenark [ IP : 223.204.161.66 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 สิงหาคม 2555 / 19:35
# 9 : ความคิดเห็นที่ 555
ยิ่งอ่านเนื้อเรีองยิ่งเข้มข้น....ชอบมากค่ะ
Name : nonglovenana < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nonglovenana [ IP : 110.49.240.126 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 สิงหาคม 2555 / 00:54
# 8 : ความคิดเห็นที่ 554
ไรเตอร์เดาถูก
แอบปลื้มเฟลอสอยู่นิดๆเหมือนกัน อิอิ
เฟลอสอย่ารุนแรงกับเซดดริกน้า
PS.  ไม่พูด.......... ไม่แสดงว่าไม่เสียใจ ไม่เป็นไร......... ไม่ได้แปลว่าไม่รู้สึก
Name : เจ้าหญิงแห่งสงคราม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าหญิงแห่งสงคราม [ IP : 223.206.24.135 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 สิงหาคม 2555 / 12:06
# 7 : ความคิดเห็นที่ 553
มองภาพออกเลยนะนี่...อ่า....เบสเตอรอยด์...ขอราตรีจงโอบอุ้มเจ้า....
ตามไปบอกประโยคนี้กับเฟลอสได้แล้วท่าครอสที่รัก...
Name : Yร้าย [ IP : 1.4.193.181 ]

วันที่: 1 สิงหาคม 2555 / 22:04
# 6 : ความคิดเห็นที่ 552
ฉากที่จัสตินโดนจิ้มหัวใจเเบว่ามันสุดยอดมากเลยอ่ะ
หนุกมากค่ะ^^
Name : S___P [ IP : 125.26.15.153 ]

วันที่: 1 สิงหาคม 2555 / 17:39
# 5 : ความคิดเห็นที่ 548
สนุกมากค่า จะรอตอนต่อไปนะค่ะ
Name : killer [ IP : 110.171.66.249 ]

วันที่: 31 กรกฎาคม 2555 / 22:10
# 4 : ความคิดเห็นที่ 547
เบื่อหมอนี่เต็มที...จะร้ายไปไหน??=_=

อยากฆ่าแกนักบังอาจทำให้เซดจังหวาดหวั่น!><
Name : นักอ่าน...lnwcool < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นักอ่าน...lnwcool [ IP : 171.4.132.171 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 กรกฎาคม 2555 / 21:23
# 3 : ความคิดเห็นที่ 546
แล้วเซดริกจะเป็นยังไงต่อไปอ่า
PS.  ..คิคิ..
Name : ....DisPlay.... < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ....DisPlay.... [ IP : 182.52.181.24 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 กรกฎาคม 2555 / 20:29
# 2 : ความคิดเห็นที่ 545
ฮืออ คุณครอสเกือบมาทันแล้วเชียว เสียดาย
ตามไปจัดการเฟลอสแล้วช่วยเซดด่วนนนน
สู้ๆนะคะ สนุกมากกกก
ปล.สงสารจัสตินอ่ะ
Name : Blanchet [ IP : 58.8.135.94 ]

วันที่: 31 กรกฎาคม 2555 / 16:31
# 1 : ความคิดเห็นที่ 544
สงสัยว่าจะเป็นเราหรือเปล่าหว่า  คนที่ 200 ที่ว่า  มาล่าแต่ตามติดนะเออ
เพี้ยง  ขอให้แวมไพร์ลูกผสมเปลี่ยนใจมาช่วยพระเอกด้วยเหอะ
Name : iForGive < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ iForGive [ IP : 202.29.14.249 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 กรกฎาคม 2555 / 16:31
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android