คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

[BL] Tale of the Darkness

ตอนที่ 18 : 16th Tale : บลูบลัด [Final]


     อัพเดท 9 ก.พ. 62
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/นิยายวาย
Tags: แฟนตาซี, แวมไพร์, การต่อสู้, BL
ผู้แต่ง : Xeiji / Wu Qi ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Xeiji / Wu Qi
My.iD: https://my.dek-d.com/Seiji_Ed
< Review/Vote > Rating : 95% [ 13 mem(s) ]
This month views : 68 Overall : 40,300
1,061 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1799 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
[BL] Tale of the Darkness ตอนที่ 18 : 16th Tale : บลูบลัด [Final] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2112 , โพส : 24 , Rating : 0% / 27 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


16th Tale : บลูบลัด             

 

อะไรนะ? เสียงทุ้มถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด และเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง ดวงตาสีแดงกวาดมองไปรอบห้องที่มืดสลัว โต๊ะไม้ตัวยาววางอยู่กลางห้อง และรายล้อมด้วยร่างในผ้าคลุมสีดำนับสิบ เสี้ยวหนึ่งของใบหน้าซ่อนอยู่ใต้แสงเงาที่พร่ามัว เผยให้เห็นเพียงแค่ริมฝีปากบางอันบึ้งตึง และซีดเซียว

หากแต่มีอีกคนหนึ่งที่ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้แสงเทียนอันริบหรี่ทำให้เห็นนัยน์ตาสีแดงที่พราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ ท่านได้ยินไม่ผิด การประชุมใหญ่ และเร่งด่วนจะมีขึ้นในค่ำนี้ที่คฤหาสน์ ของท่าน ดีแฟนธ่อม เสียงห้าวเอ่ยพร้อมด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ที่ไม่น่าไว้ใจ เผยให้เห็นเขี้ยวเล็ก ๆ สีขาวที่มุมปาก

ครอสหรี่ตาลง ข้าไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามในที่ของข้า เขาเอ่ยเสียงราบเรียบ และเย็นเยียบ ยิ่งคนที่ตอบคำถามเป็นอีกฝ่าย...ที่เขาเกลียดหน้ามากที่สุดแล้ว ยิ่งทำให้น้ำเสียงเย็นชามากกว่าเดิม

ข้ารู้ แต่มติเสียงส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนั้นนี่

นั่นเป็นเพราะเจ้าไม่ใช่หรือไง...เฟลอส เดน เดอแคลร์!

ความคิดที่กราดเกรี้ยว และความเป็นปฏิปักษ์ส่งถึงแวมไพร์ตนนั้นได้เป็นอย่างดีแม้ว่าจะไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาก็ตามที ดวงตาสีแดงทั้งสองคู่สบกันนิ่งราวกับต่างฝ่ายจะฆ่ากันให้ตายด้วยสายตา

เป็นอย่างที่ท่านเฟลอสพูด ท่านครอส เสียงแหบของชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะในตำแหน่งของประธานการประชุมเอ่ยสนับสนุน ดวงตาสีแดงเข้มแต่อิดโรยสว่างวาบในเงามืด การประชุมใหญ่ที่เราจะเรียกแวมไพร์จากทั่วโลกให้มาชุมนุมกันเพื่อปรึกษาหารือเรื่องการจัดการพวกเลือดผสมนั้น จำเป็นต้องใช้สถานที่ที่ใหญ่กว่าที่นี่ และ...แน่นอน น่าเชื่อถือ

การประชุมครั้งนี้สำคัญมาก เพราะจากเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน พวกเลือดผสมออกอาละวาดหนักในแถบประเทศฝรั่งเศสจนมนุษย์ล้มตายไปมาก และทำให้เจ้าพวกนั้นเริ่มสงสัย ดีไม่ดี เหตุการณ์อาจบานปลาย และประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกครั้ง แวมไพร์ที่อยู่ข้าง ๆ กันนั้นว่าอีกแรง

ดังนั้น โรมาเนียที่เป็นศูนย์กลาง และเป็นผู้เรียกประชุมไม่ควรทำเรื่องเสียหน้า เช่นการจัดที่ประชุมอย่างไม่สมเกียรติ

คฤหาสน์ของตระกูลท่านก็ใหญ่โต หรูหรา และสวยงามนั้นเหมาะสมมากที่สุด อีกเสียงหนึ่งสนับสนุน และชื่อเสียงของตระกูลดีแฟนธ่อมของท่านนั้นมีชื่อเสียงที่สุดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ข้าจะแปลกใจมากหากมีแวมไพร์ตนใดปฏิเสธการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมครั้งนี้

คำพูดชื่นชมนั้นไม่ได้ทำให้ผู้นำตระกูลปลาบปลื้มแต่อย่างใด แต่ในขณะเดียวก็ทำให้อีกคนหงุดหงิด และแค่นหัวเราะในใจอย่างนึกสมเพช

เฮอะ! ตระกูลที่มีชื่อเสียงงั้นเหรอ? น่าขันสิ้นดี...

ความดีความชอบของตระกูลข้ามันกลายเป็นอดีตไปแล้ว ครอสว่าราบเรียบพลางปรายตามองรอบห้อง และจ้องเขม็งไปที่แวมไพร์หนุ่มอีกตระกูลหนึ่งอย่างเจาะจง ท่านก็คิดเช่นนั้นไม่ใช่หรือ..เฟลอส เดน เดอแคลร์?

เจ้าของนามตวัดสายตามองอย่างไม่พอใจนัก แต่ก็คลี่ยิ้มอย่างเสแสร้งให้ ไม่รู้สินะ... เขาเริ่มก่อนจะเท้าข้อศอกกับโต๊ะด้วยท่าทีสบาย ๆ ...แต่เท่าที่ข้ารู้      ทุกคนเขาเห็นด้วยกับความคิดนี้นี่ หรือไม่ใช่?

ท่านควรเลิกอ่านใจคนอื่นเสียทีนะ แวมไพร์ตนหนึ่งเอ่ยเสียงเย็นด้วยความไม่พอใจ

เฟลอสเสยเส้นผมสีทองแซมเงินของตนขึ้นอย่างไว้ท่า ขออภัย แบบว่า...ข้าอดไม่ได้น่ะ เขาพูดทีเล่นทีจริง ยิ่งเห็นท่านผู้นำตระกูลผู้ยิ่งใหญ่ปฏิเสธเช่นนี้มันทำให้ข้า... เขาหยุดชั่วครู่พร้อมกับดวงตาสีแดงที่สว่างวาบชึ้นครู่หนึ่ง

สะอิดสะเอียน

...อยากหาข้อสนับสนุนมาช่วยพวกท่านก็เท่านั้นเอง

แวมไพร์หนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำยาวเริ่มแผ่รังสีทะมึนด้วยความไม่พอใจ เขารู้ดีว่าชายหนุ่มคนนี้ต้องวางแผนอะไรไว้แน่ และที่สำคัญคือ...

หมอนี่รู้เรื่องเซดดริก แบบนี้ไม่ดีแน่...

ว่าอย่างไรท่านครอส? เสียงอีกเสียงหนึ่งจากอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะถาม เรียกให้เจ้าของชื่อหันขวับไปมองจนคนถามอดสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจไม่ได้

เพราะไม่ว่าใครก็กลัวสายตาที่คมกริบนั่น...

ดวงตาสีแดงหรี่ลงอย่างครุ่นคิดก่อนจะลอบมองผู้นำตระกูลฝ่ายอริที่ฉีกยิ้มเยี่ยงผู้มีชัยจนน่าหมั่นไส้ ในเมื่อเป็นมติของที่ประชุม...เขาก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ตกลง เขาเอ่ยสั้น ๆ แม้สีหน้าจะไม่แสดงอาการใด ๆ แต่ภายในนั้นกลับร้อนรุ่ม และเคร่งเครียด

เขาต้องรีบกลับไป

ไม่อย่างนั้นแล้วทุกอย่างก็จะสายเกินไป...

ถ้าเช่นนั้นข้าต้องขอตัว ครอสพูดก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่ง การเตรียมสถานที่อาจต้องใช้เวลามาก คงจะดูไม่ดีหากผู้เข้าร่วมประชุมต้องไปนั่งรอ

ข้าก็คิดเช่นนั้น ประธานการประชุมเห็นด้วยพร้อมกับผายมือเชื้อเชิญ แล้วพบกัน

แวมไพร์หนุ่มผู้ลุกขึ้นยืนโน้มตัวลงเล็กน้อยพอเป็นมารยาทก่อนที่ร่างนั้นจะหายวับ เหลือเพียงความเงียบงัน และที่นั่งอันว่างเปล่า

ทันทีที่ร่างสูงหายลับไป รอยยิ้มใบหน้าของชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองแซมเงินก็แปรเปลี่ยน เฟลอสแสยะยิ้มที่บูดเบี้ยวด้วยความเกลียดชัง ดวงตาเป็นประกายวาบ และเต็มไปด้วยความเคียดแค้น

กลับไปเตรียมการงั้นเหรอ? เสียงห้าวพึมพำแผ่วเบา ๆ อย่างหยัน ๆ

ข้ารู้ว่าเจ้าจะทำอะไรดีแฟนธ่อม และคืนนี้จะเป็นเพียงแค่การเรียกน้ำย่อยเท่านั้น!

###

 

ร่างสูงก้าวเข้ามาในคฤหาสน์อย่างรวดเร็วพร้อมกับถอดผ้าคลุมสีดำที่เปียกโชก และขะมุกขะมอมออก เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่เปรอะเปื้อนด้วยฝุ่นดินเล็กน้อย ราวกับว่าชายหนุ่มได้เดินทางผ่านหนทางที่แสนยากลำบากมา

เอเกิล! ลูน่า!” เสียงเรียกที่ดังกว่าปกติเรียกให้เจ้าของชื่อทั้งสองปรากฏกายขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขอรับนายท่าน/เจ้าคะนายท่าน เสียงตอบรับเอ่ยขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ใบหน้าของทั้งสองฉายแววสงสัยและประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่เคยเลยที่นายท่านของพวกเขาจะมีท่าทีร้อนรนเช่นนี้ แสดงว่าต้องมีเรื่องด่วนแน่ ๆ แล้วยิ่งสภาพของชายหนุ่มตอนนี้ราวกับว่าไม่ได้กลับมาจากการประชุม

วันนี้จะมีการประชุมใหญ่ที่นี่ และแวมไพร์ทั่วทั้งโลกจะมาพร้อมกันเวลาหนึ่งทุ่มตรง หรือก็คืออีกไม่ถึงสองชั่วโมง ครอสเอ่ยรัวเร็วขณะส่งผ้าคลุมสีดำให้พ่อบ้านชราโดยไม่ปล่อยให้ทั้งสองได้ถามคำถามใด ๆ ลูน่า เจ้าทำความสะอาดห้องใหญ่ที่ชั้นสอง แล้วก็เตรียมอาหารสำหรับห้าสิบที่

ลูน่าสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้รับคำสั่ง ค่ะนายท่าน เธอรับคำ

ต้องขอโทษด้วยที่สั่งกะทันหัน ผู้เป็นเจ้านายพูดด้วยเสียงที่อ่อนลง แต่ช่วยหน่อยนะ

ด้วยความยินดีเจ้าค่ะนายท่าน เสียงหวานเอ่ยรับอย่างแข็งขัน ดวงตา       สีแดงอมชมพูดประกายวาววับด้วยความมั่นใจเมื่อได้รับหน้าที่สำคัญ แล้วร่างบางก็วิ่งหายลับไปทันที ตามด้วยเสียงเปิดประตูบานใหญ่ที่ชั้นสอง

ส่วนเจ้าเอเกิล ข้าอยากให้เจ้าช่วยเตรียมอุปกรณ์ทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการประชุม ครอสสั่งต่อ ดวงตาสีแดงเริ่มฉายแววอ่อนล้าจนพ่อบ้านจับสังเกตได้

นายท่าน...

ข้ากลับมาช้าไป...ขอโทษด้วยจริง ๆ

เอเกิลส่ายหน้าเล็กน้อย ไม่เป็นไรขอรับ เขาเอ่ย แต่ถ้าการประชุมจัดขึ้นที่นี่ แล้วท่านเซดดริก... แล้วเขาก็หยุดพูดเมื่อเห็นสิ่งของในมือของชายหนุ่ม สายสร้อยหนังสีน้ำตาลเข้มโผล่ออกมาจากมือที่กำอยู่ แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว นัยน์ตาสีแดงซีดเบิกขึ้นเล็กน้อย

นี่มัน... เสียงแหบหยุดไปชั่วครู่ก่อนจะมองใบหน้า และเสื้อผ้าที่ขะมุกขะมอมของชายหนุ่ม ...ท่านจึงกลับมาด้วยสภาพเช่นนี้

ก็หวังว่ามันจะได้ผล ครอสพูดเสียงเบา และก้มมองมือของตน ดวงตา     สีแดงไหววูบอย่างมีความหวังก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เซดดริกล่ะ?

อยู่ในห้องขอรับ

ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ย ข้าฝากที่เหลือด้วย

ขอรับ

แล้วร่างสูงก็ผลุนผลันวิ่งขึ้นบันไดไป แวมไพร์ชราได้แต่มองตามเส้นทางที่   ผู้เป็นเจ้านายมุ่งไปอย่างเป็นห่วง...

###

 

เซดดริกทอดกายบนโซฟาตัวยาว มือข้างหนึ่งหนุนศีรษะไว้ ส่วนอีกข้างถือหนังสือปกอ่อนสีดำสนิท ดวงตาสีฟ้าไล่สายตาไปตามตัวหนังสือแต่ละบรรทัดอย่างใจเย็น สายลมอ่อนที่พัดโชยเข้ามาทางหน้าต่างต้องใบหน้าหล่อเหลา และหน้ากระดาษให้ขยับเล็กน้อย

อากาศช่างน่านอนเสียเหลือเกิน...

ที่นอนก็นุ่ม ลมก็เย็นสบายจนหนังตาเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ ...

ก๊อก ก๊อก...

เสียงเคาะประตูเบา ๆ เรียกให้เปลือกตาที่กำลังปิดให้เปิดขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ ชายหนุ่มยันกายขึ้นให้อยู่ในท่านั่งก่อนจะหันไปมองทางประตู        ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วเหรอ? เขารำพึงในใจ และคิดว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นคงจะเป็นลูน่า หรือไม่ก็พ่อบ้านชราเป็นแน่ เขาจึงเอนกายลงนอนอีกครั้ง

เดี๋ยวผมตามไปทีหลังครับ ว่าแล้วก็ยกหนังสือขึ้นปิดหน้าก่อนจะปิดเปลือกตาลง

แต่ประตูก็เปิดออกอย่างแผ่วเบาจนแทบไร้เสียง รองเท้าบูทสีดำก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ และตรงไปที่โซฟาริมห้อง เงาดำที่พาดทับร่างบนเก้าอี้ตัวยาวทำให้คนที่กำลังจะหลับยกมือขึ้นเลื่อนหนังสือลงเล็กน้อย มีอะไรรึเปล่...เฮ้ย!”      เซดดริกอุทานลั่นด้วยความตกใจจนเผลอทำหนังสือหล่นลงพื้นดังปุ้ก! เขารีบยันกายขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าเจ้าของเงาดำนั้นคือใคร

ตกใจอะไร? แวมไพร์หนุ่มถามก่อนจะถอยหลังเล็กน้อยเมื่อคนที่นั่งอยู่ก้มลงเก็บหนังสือที่หล่นพื้น

ตกใจคุณน่ะสิถามได้ เซดดริกบ่นอุบพร้อมกับลุกขึ้นยืนทำให้สังเกตเห็นว่าใบหน้าของอีกฝ่ายเปรอะเปื้อนด้วยคราบสีน้ำตาล คิ้วสีเดียวกับเส้นผมจึงขมวดเล็กน้อย ไปลุยป่ามาหรอ?

ครอสไม่ตอบอะไรก่อนจะทรุดกายลงนั่งบนโซฟา วันนี้จะมีการประชุมใหญ่คืนนี้ เขาเริ่มในขณะที่อีกฝ่ายนั่งลงบนโต๊ะตรงหน้า และอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้แวมไพร์จากทั่วโลกก็จะมารวมกันที่นี่

เพียงแค่นั้นก็ทำให้ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างด้วยความตกใจ เดี๋ยว...เดี๋ยวนะ ที่นี่งั้นเหรอ? ชายหนุ่มผมบลอนด์ถามเสียงเบาหวิว เขารู้สึกเหมือนเลือดในกายค่อย ๆ เย็นเฉียบขึ้นเรื่อย ๆ แวมไพร์จากทั่วโลก...ด้วย...

ฉันก็พยายามเลี่ยงแล้ว แต่มันเป็นเสียงส่วนใหญ่เขาถอนหายใจพร้อมกับหยิบของในกระเป๋ากางเกงออกมา และยื่นให้อีกฝ่าย ใส่ซะ

มันเป็นสร้อยคอหนังสีน้ำตาล มีจี้เป็นรูปวงกลมสีเงิน และตรงกลางนั้นเป็นรูปดาวห้าแฉกสีทองขึ้นสนิม ประกายวิบวับดูหม่นหมองแปลก ๆ ในสายตาของเขา สร้อย...เหรอครับ? เขาถามด้วยความสงสัย และชูมันขึ้นในระดับสายตา

สร้อยคอแห่งแอริสซิส ชายหนุ่มผมดำตอบ มันจะช่วยลบกลิ่นมนุษย์ของนายได้

อีกฝ่ายทำตาโตด้วยความอัศจรรย์ใจ มันทำได้จริง ๆ เหรอ? เขาถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

ฉันก็ไม่แน่ใจ ครอสเอ่ยเสียงเรียบ แต่มันก็ทำให้คนถามใจหล่นวูบ มันเป็นสร้อยที่กล่าวขานกันมานานจนไม่รู้ว่ามันทำได้จริงหรือไม่ แต่...มันเป็นที่พึ่งเพียงอย่างเดียวในตอนนี้

เซดดริกถอนหายใจเบา ๆ ช่วยไม่ได้แฮะ แล้วก็ยอมใส่แต่โดยดี แม้จะรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้าง เพราะตั้งแต่เกิดมาเขาเองก็ไม่เคยใส่สร้อยมาก่อน

แล้วฉันคงต้องขอให้นายอยู่แต่ในห้องนี้เผื่อว่าแวมไพร์ตนไหนไม่รักดีเกิดอยากเดินสำรวจ น้ำเสียงจิกกัดทำให้คนฟังได้แต่ยิ้มแห้ง เดาว่าคน ๆ นี้คงไม่ชอบให้ใครมาเดินร่อนไปร่อนมาในคฤหาสน์ของเขาโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นแน่

รับทราบครับผมชายหนุ่มตอบรับอย่างว่าง่าย

แวมไพร์หนุ่มมองอีกฝ่ายที่กำลังพิจารณาสร้อยคอที่ใส่อยู่ ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้นายเหมือนเป็นนักโทษ เขาเอ่ยเสียงเบา เรียกให้เซดดริกเงยหน้าขึ้นมองก่อนที่รอยยิ้มจาง ๆ จะปรากฏขึ้นบนใบหน้า

ไม่เป็นไรครับ ก็มันช่วยไม่ได้นี่ เขาว่าพร้อมกับไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก ผมเองก็ไม่อยากโดนใครงับคอซ้ำเหมือนกัน

ครอสมองหน้าอีกฝ่ายที่ยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดี ทำให้เขาขยับยิ้มเล็กน้อยด้วยความโล่งใจ เพราะอย่างน้อยก็ไม่ได้ทำให้คนตรงหน้านี้อึดอัดใจ ขอบใจ

แขกเริ่มทยอยมากันแล้วขอรับนายท่าน เสียงแหบห้าวของเอเกิลดังขึ้นลอดผ่านประตูเข้ามาเรียกให้ชายหนุ่มเจ้าของคฤหาสน์ลุกขึ้นยืน

ยังไงก็ระวังตัวด้วย แวมไพร์หนุ่มเอ่ย และเดินผ่านอีกคนที่นั่งอยู่ มือกร้านยกขึ้นตบบ่าของอีกฝ่ายเป็นเชิงบอกลาก่อนจะก้าวยาว ๆ ออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วจนเซดดริกพูดอะไรไม่ทัน

ไม่ทันขอบคุณเลย ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเปลี่ยนไปนั่งบนโซฟาแทน สัมผัสเย็น ๆ ของจี้ห้อยคอบริเวณอกทำให้เขาอดก้มลงไปดูอีกครั้งไม่ได้

สร้อยคอแห่งแอริสซิสงั้นเหรอ? ว่าแล้วก็หยิบมันขึ้นมาดูอีกครั้ง ดาวห้าแฉกสีทองขึ้นสนิม...แสดงว่ามันต้องถูกเก็บมาเป็นเวลานาน และไม่ได้รับการดูแลรักษามันถึงได้ขึ้นสนิมเช่นนี้

หรือว่าที่กลับมาในสภาพแบบนั้น...เพราะไปหาไอ้นี่มางั้นเหรอ?

เขารำพึงในใจขณะนึกถึงใบหน้าคมคาย และเสื้อผ้าที่เลอะเปรอะเปื้อนต่างจากทุกครั้ง ต้องทำถึงขนาดนี้เลย? เซดดริกพึมพำเบาหวิว ความรู้สึกตื้นตันใจท่วมท้น เพราะอย่างน้อยก็ไม่ได้เห็นเขาเป็นเพียงแค่อาหารอันโอชะเท่านั้น

...อย่างน้อยก็ไม่ได้เป็นเหมือนแวมไพร์ตนอื่น...

คิดว่างั้นนะ...

รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าก่อนที่เขาจะเอนกายลงนอนบนโซฟาอีกครั้ง หนังสือเล่มเดิมถูกกางออก และพลิกเปิดไปเรื่อย ๆ ตามแต่คนอ่านจะปรารถนา

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปโดยไม่รู้ตัว...

ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก...

เข็มนาฬิกาเดินตามหน้าที่ และส่งเสียงดังเมื่อครบชั่วโมงเรียกให้ดวงตาสีฟ้าเบือนจากตัวหนังสือบนหน้ากระดาษไปมองเวลาบนหน้าปัดก่อนที่เขาจะเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ จะสองชั่วโมงแล้วเหรอเนี่ย? เขาพึมพำ และมองจำนวนหน้าที่เหลือของหนังสือในมือ

อาบน้ำก่อนแล้วค่อยมาอ่านต่อก็แล้วกัน

ว่าแล้วชายหนุ่มก็ยันกายขึ้นพร้อมกับวางหนังสือไว้บนโต๊ะ บิดขี้เกียจเล็กน้อยอย่างเกียจคร้านก่อนจะลุกขึ้น และเดินไปที่ราวแขวนผ้าริมห้องน้ำโดยไม่ลืมหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำติดมือไปด้วย

ซู่...

เสียงน้ำไหลจากก๊อกน้ำลงสู่อ่างอาบน้ำอ่างใหญ่ ร่างสูงถอดเสื้อเชิ้ต และโยนมันลงตะกร้าใส่ผ้าข้างประตู ใบหน้าคมคายเงยหน้ามองกระจกเหนืออ่างล้างมือ เขาเห็นดวงตาสีฟ้าใส และโครงหน้าที่คุ้นเคยจ้องตอบกลับมา ทุกอย่างเหมือนเดิม อาจจะยกเว้นสีผิวที่เหมือนจะสีซีดกว่าเดิม

น่ากลัวแฮะ อย่างกับผีดิบเลย  เขาคิดอย่างขัน ๆ ก่อนจะเปิดก๊อกน้ำ และวักน้ำขึ้นล้างหน้า อาจจะเป็นเพราะไม่โดนแสงมานานแล้วก็ได้มั้ง?

แล้วร่างกายเปลือยเปล่าก็ลงไปแช่อยู่ในน้ำที่อุ่นกำลังพอดี ไอร้อนของน้ำลอยขึ้นสูง ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีชมพูเล็กน้อย

สุขี ๆ เสียงทุ้มพึมพำอย่างเป็นสุขก่อนที่เขาจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ และมุดหัวลงในน้ำ ฟองอากาศผุดขึ้นเหนือผิวน้ำชั่วครู่ และใบหน้าก็โผล่พรวดขึ้นจากน้ำจนเกิดเป็นคลื่นขนาดย่อม ๆ

ปึด...

เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นอย่างแผ่วเบาโดยไม่ที่ชายหนุ่มไม่รู้ตัว เพราะง่วนอยู่กับการปัดเส้นผมสีบลอนด์ที่เปียกลู่ติดใบหน้า เซดดริกนอนลอยคอ และจ้องมองเพดานห้องน้ำอย่างเหม่อลอย

ความเงียบสงบทำให้เขาได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวอันแผ่วเบาของสายน้ำ ดวงตาสีฟ้าพริ้มหลับลงเสียงจากธรรมชาติ และนั่นทำให้เขาได้ยินเสียงบางอย่างตกกระทบพื้นอ่าง

เซดดริกขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยก่อนจะใช้มือคลำ ๆ แล้วก็เขาเจอสิ่งที่หาอยู่ อ้าวเอ๊ะ? แล้วก็คลำบริเวณรอบคอของตน แล้วก็พบว่าสร้อยคอมันหลุดไปจริง ๆ เชือกหนังสีน้ำตาลเปื่อยยุ่ย และจี้อยู่ในมือของเขา

สงสัยเชือกจะเก่ามาก โดนน้ำทียุ่ยเลย

ชายหนุ่มไหวไหล่เล็กน้อยก่อนจะวางมันลงบนพื้นข้างอ่าง เดี๋ยวค่อยซ่อมหลังอาบน้ำเสร็จก็แล้วกัน เขาพึมพำเบา ๆ และผลุบหายไปในผิวน้ำอีกครั้ง

###

 

คิดอะไรของหมอนั่นอยู่นะ? ความคิดที่เต็มไปด้วยความสงสัยของชายคนหนึ่งในเสื้อกั๊กสีน้ำตาลเข้มดังก้องขณะเดินรอบ ๆ คฤหาสน์อันใหญ่โต ร่างใหญ่กำยำก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น ๆ อย่างเชื่องช้า ดวงตาสีแดงมองไปรอบตัวด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย

คฤหาสน์ใหญ่โตแต่เงียบเหงาแบบนี้มันจะมีอะไรได้ไง?

ชายหนุ่มแค่นหัวเราะอย่างนึกขัน และนึกไปถึงชายอีกคนเจ้าของเรือนผมสีทองแซมเงินที่ชูขวดแก้วเล็ก ๆ ซึ่งภายในมีของเหลวสีแดงข้นบรรจุอยู่เต็ม ข้อเสนอมันช่างยั่วยวนจนเขาตกปากรับคำไปจนได้

เดินไปรอบ ๆ คฤหาสน์ในระหว่างมีการประชุมแล้วจะได้ดูดเลือดมนุษย์งั้นหรอ? เสียงห้าวพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง คิดอีกทีอีกฝ่ายก็มีแต่เสียเปรียบ แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็ไม่เคยเข้าใจความคิดของหมอนั่นเลย เพราะมันช่างเจ้าเล่ห์ และเชื่อไม่ได้

แม้ว่าเขาจะหวั่น ๆ อยู่บ้างว่าหากเจ้าของคฤหาสน์รู้ว่ามีคนมาเดินยุ่มย่ามในที่ส่วนตัวแล้วล่ะก็ เขาก็คงไม่รอด เพราะไม่ว่าใครก็รู้ว่าชายหนุ่มผู้นำตระกูลดีแฟนธ่อมไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัว และสถานที่ที่ครอบครองอยู่

และทุกคนก็พร้อมจะหลีกเหลี่ยงที่จะมีเรื่องกับชายคนนั้น แต่เลือดสด ๆ ของมนุษย์เนี่ย...มันช่างล่อตาล่อใจเสียเหลือเกิน

 

ข้ารับรองว่า หากเจ้ายอมรับข้อเสนอของข้า เจ้าอาจจะได้รับอะไรที่มันมีค่ามากกว่าเลือดนี่...แน่นอน

 

ถ้าไม่คุ้มล่ะก็ น่าดูเชียวเจ้าเฟลอส ชายหนุ่มพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์นักขณะเดินมาถึงบันไดขึ้นไปชั้นสาม แต่แล้วขายาวก็หยุดชะงักเมื่อกลิ่นบางอย่างลอยมาแตะจมูก เพียงแค่นั้นดวงตาสีแดงก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ

นี่มัน...

หากเป็นแวมไพร์แล้วล่ะก็ หากไม่รู้ว่ากลิ่นนี้คืออะไร คงเสียชาติเกิดแย่ เพราะมันคือกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารอันโอชะที่ปลุกสัญชาติญาณในกายให้พลุกพล่าน

ดวงตาสว่างวาบ และประกายวาววับราวกับเด็กได้เจอของเล่นที่ถูกใจ รอยยิ้มแสยะผุดขึ้นบนใบหน้า เผยให้เห็นเขี้ยวที่มุมปาก และเริ่มงอกยาวขึ้นจนพ้นริมฝีปากล่าง

คอยข้าก่อนเถอะ เจ้ามนุษย์!!

###

 

ประตูห้องน้ำเปิดออกก่อนที่ร่างในเสื้อคลุมอาบน้ำสีฟ้าอ่อนจะก้าวออกมา มือข้างหนึ่งกำลังเช็ดเส้นผมสีบลอนด์ของตัวเองด้วยผ้าขนหนูผืนเล็กสีขาว ส่วนมือ อีกข้างก็ถือสายสร้อยสีน้ำตาลไว้ ใบหน้าคมคายที่ซ่อนอยู่ใต้เรือนผมมี  หยดน้ำเกาะเล็กน้อยจนต้องยกแขนเสื้อขึ้นเช็ด

รีบซ่อมดีกว่าแฮะ...

ว่าแล้ว เซดดริกก็เดินไปที่โต๊ะกระจก เปิดลิ้นชัก และควานหาเชือกเส้นอื่นด้วยความหวังว่าจะนำมาเป็นสร้อยคอแทนเส้นเก่าที่เปื่อยยุ่ยไปเรียบร้อย และในที่สุดเขาก็เจอเชือกสีดำความยาวกำลังพอเหมาะอยู่ในซอกหลืบของลิ้นชัก

ว่าแล้วเขาก็จัดการเปลี่ยนสายร้อยโดยไม่ทันได้สังเกตเงาดำที่ลอดผ่านช่องว่างอันเล็กน้อยของประตูห้องเข้ามาอย่างเงียบกริบ เงานั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้   แผ่นหลังที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะกระจก และเริ่มกลายเป็นรูปเป็นร่าง

มองดูแล้ว...คล้ายกับบุรุษเพศคนหนึ่ง

เซดดริกขยับยิ้มเล็กน้อยเมื่อจัดการร้อยจี้เข้ากับเชือกเส้นใหม่ได้แล้ว แล้วก็เงยหน้าขึ้นมองกระจก แต่แล้วดวงตาสีฟ้าก็เบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นเงาดำปรากฏอยู่ในเงาสะท้อน

เฮ้ย!” เขาอุทานลั่นก่อนจะหันขวับไปพร้อมกับมือที่กำหมัดแน่นหมายจะชกผู้บุกรุก

ปึ้ก!

แต่ทว่าผู้บุกรุกกลับเร็วกว่า เขารับหมัดนั้นได้และจับมันบิดไปข้างหลังคน        จู่โจม และจับมืออีกข้างที่เหวี่ยงตามมาติด ๆ ไว้แน่นอย่างรู้ทัน

อุก... เซดดริกใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดเมื่อแขนถูกจับบิดผิดท่า และผิวหนังโดนเล็บจิกลึกจนแขนแทบชา

ส่วนหนึ่งของเงาดำกลายเป็นใบหน้ากร้านสีซีดซึ่งล้อมกรอบด้วยเรือนผม      สีน้ำตาลเข้ากับสีเสื้อกั๊กของชายคนหนึ่ง ดวงตาสีแดงสว่างวาบด้วยดีใจพร้อมกับ        ริมฝีปากที่แสยะยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวสีขาวที่มุมปาก

ดวงตาสีฟ้าเบิกโพลงด้วยความตกใจ แวมไพร์!!! แล้วทั้งร่างก็ขนลุกซู่เมื่อรู้สึกถึงบางอย่างที่ชื้นแฉะสัมผัสที่ลำคอจนน่าสะอิดสะเอียน

อา...มนุษย์ เสียงห้าวพึมพำด้วยความพอใจขณะสูดกลิ่นอันโอชะเข้าเต็มปาก ช่างหอมนัก

เซดดริกพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ แต่ดูเหมือนว่ายิ่งดิ้น เล็บก็ยิ่งจิกลงไปลึกกว่าเดิม มันจะไม่แปลกใจเลยว่าถ้าเลือดมันจะทะลักออกมา ปล่อย จึงได้แต่คำรามในลำคอ และตั้งคำถามในใจ

หมอนี่มันรู้ได้ไง?

ปล่อยให้โง่สิ แวมไพร์หัวเราะเบา ๆ ว่าแต่ว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?

แล้วทำไมตอนแรกไม่มีใครรู้เลย? แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นจี้ห้อยคอรูปดาวห้าแฉกสีทองสนิมและล้อมด้วยวงกลมที่ตกอยู่บนพื้น เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ

หือ? สร้อยคอแห่งแอริสซิส หรือว่า...ใครให้ไอ้นี่กับเจ้ามา มนุษย์?

ไปตายซะ อีกฝ่ายคำรามตอบด้วยความหงุดหงิด เพราะทำอย่างไรก็ไม่อาจดิ้นให้หลุดได้ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้คนถามอารมณ์เสียแต่อย่างใด

ไม่ตอบข้าก็รู้ หึหึ ชายหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลเอ่ยอย่างรู้ทัน แต่ว่า...เจ้าสำคัญถึงขนาดต้องลงทุนไปหาในป่าดำต้องสาปเลยเรอะ?

ป่าดำต้องสาป? คนฟังเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย แต่แล้วเขาก็สะดุ้งเฮือกเมื่อเล็บคมกรีดลงที่ลำคอขาวจนเลือดสีแดงสดไหลซิบ ๆ

เลวร้าย เลวร้าย เลวร้าย!! ชายหนุ่มคิดอย่างตื่นตระหนกขณะพยายามสะบัดให้หลุดจากพันธนาการ

แวมไพร์จ้องมองเล็บของตนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มเหี้ยม ไหนดูซิว่าเลือดของเจ้ามันอร่อยแค่ไหน ว่าแล้วเขาก็แลบลิ้นลิ้มรสชาติอันเลิศรส พลันดวงตา      สีแดงก็เบิกโพลง และใบหน้ากร้านก็เพ่งมองชายหนุ่มผมบลอนด์อีกครั้ง ฮ่า ๆ ๆ!!”

แล้วเขาก็ระเบิดหัวเราะดังลั่นจนอีกฝ่ายขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่เหนืออื่นใดนั้น...มันน่าหงุดหงิดที่ไม่อาจสู้แรงได้เลย

สุดยอด สุดยอด สุดยอด!!” เสียงห้าวพึมพำราวกับคนคลั่งพร้อมกับแววตาที่ประกายวาววับ นี่มันสุดยอด!!!”

นี่มันเยี่ยมกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก...เฟลอส!!!

เซดดริกเหลือบมองอีกฝ่ายที่ราวกับเสียสติไปแล้ว อะไรของมัน? แต่ไม่ทันได้คิดอะไรต่อจากนั้น ความเจ็บปวดก็แล่นจี๊ดสู่สมองจนเผลอร้องครางเสียงเบาเมื่อแวมไพร์แปลกหน้าบีบแขนของเขาแน่นกว่าเดิมจนแทบได้ยินเสียงกระดูกร้าว

ถึงจะน่าเสียดายไปนิดที่ทำพันธะสัญญาไปแล้ว แต่ว่าทำกับใครกัน? เสียงห้าวเอ่ยพลางมองเสี้ยวหนึ่งของใบหน้าทิ่บิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด ดวงตาสีแดงหรี่เล็กลงอย่างครุ่นคิดก่อนจะกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ดีแฟนธ่อม?

“ปล่อย!

“แต่ถึงเจ้าไม่บอกข้าก็รู้ แวมไพร์หนุ่มหัวเราะในลำคอ เจ้านั่นมีของดีขนาดนี้แต่ไม่บอกใครเลยเรอะ

เซดดริกเลิกคิ้วด้วยความสงสัย ของดี?

นี่เจ้าไม่รู้หรอกเรอะว่าตัวเองน่ะพิเศษแค่ไหน? อีกฝ่ายถามอย่างแปลกใจก่อนจะแสยะยิ้ม และโน้มใบหน้าไปกระซิบอีกครั้ง บลูบลัดไงล่ะ?

เมื่อเห็นว่าเงียบไป เขาก็ได้คำตอบได้อย่างไม่ยากเย็น บลูบลัด คือคำที่ใช้เรียกมนุษย์ที่มีเลือดอันเป็นคุณสมบัติพิเศษ เขาเริ่ม รักษาได้ทุกบาดแผลแม้ว่าจะร้ายแรงขนาดไหนก็ตาม ทำได้แม้แต่การฟื้นคืนพลังชีวิต หรือแม้แต่ชุบชีวิตของแวมไพร์ได้ ไม่ว่าแวมไพร์ตนไหนเมื่อเกิดมาแล้วก็อยากได้ลิ้มรสสักครั้ง”

“แต่พวกนี้น่ะสักร้อยหรือพันปีถึงจะปรากฏตัว หรือพูดง่าย ๆ เจ้าน่ะ...ของหายากเชียวล่ะ!!”

เซดดริกนิ่งค้างด้วยความตกใจ แล้วคำทำนายของหมอดูชราก็หวนกลับมาในความคิดอีกครั้ง

 

เพราะเจ้ามีอย่างที่แปลกออกไป ใช่...พิเศษกว่าใครจนทำให้ตัวเจ้านั้นถูกดึงไปพัวพันกับความขัดแย้งโดยที่ไม่รู้ตัว

 

นี่น่ะหรือคือสิ่งที่เขาเป็น...

 

“เพราะว่านายเป็น...”

นั่นคือสิ่งที่แวมไพร์หนุ่มเจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้จะบอกเขางั้นเหรอ?

ครอสเก็บไว้คนเดียวแบบนี้มันขี้โกงชัด ๆ เสียงห้าวพึมพำเบา ๆ อย่างไม่พอใจนัก ก็แหงล่ะ ของมีค่าแบบนี้ใครก็อยากเก็บไว้คนเดียว

หุบปาก!!” เซดดริกตะโกนสวนกลับลั่นอย่างเผลอตัวทำเอาอีกฝ่ายเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ แต่ไม่นานนักใบหน้ากร้านนั่นก็แสยะยิ้มกว้าง

ไม่เชื่อหรอมนุษย์? เขานึกขัน งั้นจงรู้ไว้ซะ แวมไพร์ยังไงก็เป็นแวมไพร์วันยังค่ำ แม้ว่าแวมไพร์ตนนั้นจะเป็นชนชั้นสูงมากแค่ไหน ได้กลิ่นเลือดก็อดไม่ได้ เมื่อได้อาหารชั้นเลิศมาไว้ในมือใคร ๆ ก็อยากเก็บไว้ ยิ่งอย่างเจ้าด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง หายากยิ่งกว่าสร้อยคอแห่งแอริสซิส หรือสมบัติโบราณอื่น ๆ เสียอีก

พูดมาก เสียงทุ้มพึมพำแผ่วเบาราวกับพยายามตอกย้ำความเชื่อมั่นของตัวเอง แกไม่รู้จักเขา...

อย่างน้อยข้าก็เชื่อว่าข้ารู้จักเขามากกว่าเจ้า แวมไพร์เอ่ยเสียงเหี้ยม และขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ราวกับจะให้ทุกถ้อยคำฝังลงในความคิดของอีกฝ่าย

การที่ดีแฟนธ่อมยังไม่ฆ่าเจ้า ไม่ดูดเลือดให้ตายเหมือนเหยื่อรายอื่น ๆ แถมยังยอมให้เกิดพันธะสัญญาอันแสนน่ารำคาญนั่น...ก็เพราะว่าจะได้เก็บเจ้าไว้กับตัวได้ตลอดไงล่ะ!!”

ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อคำพูดนั้นจี้ใจดำในสิ่งที่เขาเก็บไว้ลึกที่สุด เขาปฏิเสธมันมาตลอด คิดมาเสมอว่าตัวเองอาจจะคิดมากไปเอง แต่พอถูกพูดแสกหน้าแบบนี้ สิ่งที่พยายามปฏิเสธมาตลอดนั้นเริ่มไหลทะลัก

ภาพอดีตภาพแล้วภาพเล่าผุดขึ้นอย่างรวดเร็ว และชัดเจนราวกับว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

ภาพที่ร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีดำกำลังทำแผลให้ปรากฏขึ้นในความคิด

ภาพที่ครอสเล่าอดีตให้เขาฟังในสวนหน้าคฤหาสน์น้ำหนักของดาบ และความสุขในการประดาบครั้งแรกในชีวิต...

และสัมผัสอันอ่อนโยน และนุ่มนวลในคืนเดือนมืด...

ราวกับบรรยากาศรอบข้างมืดมิด และหนาวเย็น กำแพงแห่งความเชื่อมั่นเกิดรอยร้าว และเถาวัลย์แห่งความปวดร้าวค่อย ๆ เติมเต็มช่องว่างนั้น และสร้างรอยร้าวให้มากกว่าเดิม

หากสะกิดเพียงนิดเดียว...มันคงพังทลาย

แวมไพร์แปลกหน้าหัวเราะในลำคอเบา ๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งงัน มือกร้านค่อย ๆ ลูบลำคออย่างแผ่วเบาก่อนจะขยับเสื้อคลุมบริเวณหัวไหล่นั้นให้ขยับเล็กน้อย เผยให้เห็นซอกคอขาวที่มีรอยแผลเป็นสองจุดจาง ๆ ดวงตาสีแดงวาวโรจน์ด้วย         ความปลาบปลื้มดีใจ ริมฝีปากแสยะยิ้มกว้าง

ไม่ว่าใครจะเป็นคู่พันธะสัญญาก็เถอะ แต่ข้าคนนี้ขอรับเลือดไปล่ะ!!

ปัง!!

ประตูห้องเปิดออกอย่างรวดเร็ว ทำให้เขี้ยวที่กำลังจะฝังลงลำคอหยุดชะงัก ใบหน้ากร้านหันขวับไปมอง แล้วก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าใครเข้ามา ค...!!” ไม่ทันจะได้เอ่ยคำใด ใบหน้าของเขาก็ถูกพลังบางอย่างที่มองไม่เห็นอัดกระแทกจนร่างทั้งร่างลอยละลิ่วไปกระแทกผนังห้องอย่างแรงจนภาพแขวนร่วงลงมา

สติสัมปชัญญะหลุดหายไปก่อนที่ร่างนั้นจะร่วงลงมากองกับพื้น แต่ยังไม่จบแค่นั้น สายพลังสีขาวขุ่นเคลื่อนที่จากนิ้วเรียวของแวมไพร์หนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำไปคลุมรอบศีรษะของแวมไพร์ผู้กล้าลองดี ไม่นานนักเส้นพลังสีขาวขุ่นก็หายไปพร้อมกับร่างที่ไม่ได้สติจะกระตุกเล็กน้อย และแน่นิ่งไป

มันคือมนต์ลบความทรงจำ เมื่อชายคนนี้ฟื้นขึ้นมา ก็จะจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย หรือหากจะพยายามรื้อฟื้นความจำ เซลล์สมองของคนผู้นั้นก็จะฝ่อ และสุดท้ายก็จะตายไปในที่สุด

ครอสก้าวยาว ๆ เข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว และสำรวจสภาพภายนอกของร่างกำยำที่หมดสติไป เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหมดสติไปแล้วจริง ๆ เขาก็หันขวับมาหาเจ้าของห้องอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าคมคายบัดนี้เรียบเฉยยิ่งกว่าคราใด หากแต่ดวงตาสีแดงกลับวาวโรจน์ และเต็มไปด้วยความโกรธถึงขีดสุด เขาก้มลงหยิบสร้อยคอแห่งแอริสซิสขึ้นมาก่อนจะสวมมันให้เซดดริกที่ทรุดลงกับพื้น

ทำไมไม่ใส่สร้อย!” เสียงห้าวตวาดลั่นพร้อมกับฉุดร่างของอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น อยากตายนักหรือไง?

ดวงตาสีฟ้าที่เคยมีแต่ความตกตะลึงแปรเปลี่ยนกลายเป็นความโกรธเกรี้ยว งั้นก็ไม่ต้องมายุ่ง!!” เขาตวาดกลับพร้อมกับปัดมือที่ดึงเขาขึ้นก่อนจะลุกขึ้นยืน

อะไรนะ?

บลูบลัด... เพียงแค่คำเดียว ทำให้ร่างที่สูงกว่าชะงักกึก...นั่นคือสิ่งที่ผมเป็นใช่ไหมล่ะ?

นี่นาย...

เลือดของผมมีค่า...คุณจึงไม่ฆ่าผมตั้งแต่แรก เซดดริกพูดต่อโดยไม่ให้อีกฝ่ายพูดแทรก ใบหน้าหลุบลงต่ำ น้ำเสียงเบาหวิวจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ สุดท้ายแล้วผมเองก็เป็นแค่อาหาร...

ในใจเริ่มสับสน ปวดร้าว และเจ็บปวดผสมปนเปกันไปจนอกแทบระเบิด

อยากปฏิเสธ...อยากเชื่อต่อไปว่า เขาไม่ได้มีค่าเพียงแค่นั้น...

อยากหยุดคิด อยากหยุดพูด...

...แต่กลับทำไม่ได้...

ถ้านายมีค่าแค่นั้นจริง ฉันจะไปดั้นด้นหาสร้อยคอแห่งแอริสซิสทำไม?

เพื่อความปลอดภัยของผม เพื่อไม่ให้ใครแย่งไป ไม่ใช่เหรอ? ชายหนุ่มผมบลอนด์สวนกลับเสียงเบาก่อนที่ใบหน้าจะเงยขึ้น เผยให้เห็นแววตาที่สั่นระริก หรือดีไม่ดี อาจจะเพื่อไม่ให้เดอแคลร์รู้ว่าคุณมี ของดีอยู่ในมือก็ได้

ครอสชะงักไปอีกครั้ง ไม่อาจหาคำพูดใด ๆ มาแย้งได้ เพราะใช่ตอนแรกนั้น เขาเห็นชายตรงหน้าเป็นเพียงแค่ อาหาร...เป็นเพียงแค่ เครื่องมือในสถานการณ์ตอนนี้เท่านั้น

แต่ว่าตอนนี้น่ะ...

“ข้าเคยคิด” เขาตัดสินใจเปิดปากบอก พยายามนึกหาถ้อยคำที่จะไม่ทำให้อีกฝ่ายอารมณ์เตลิดเปิดเปิงไปมากกว่านี้ “แต่ตอนนี้ข้า...”

“แล้วตอนนี้คุณเห็นผมเป็นอะไร” เซดดริกถามสวนทันที เงยหน้าขึ้นมองช้า ๆ ขณะพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อตั้งสติ และเพื่อเปิดใจฟังคำแก้ตัว

ขอแค่เขาพูดมาเท่านั้น

“...”

“คุณเห็นผมเป็นอะไรกันแน่?”

ใบหน้าคมคายได้แต่เบือนหน้าหนีกลบเกลื่อนความรู้สึกผิด ไม่สบตากับอีกฝ่ายที่ใกล้จะทรุดลงอีกครั้งอยู่รอมร่อ ข้าไม่รู้

เพราะเขาเองก็ไม่สามารถตอบได้เช่นกัน

เซดดริกเม้มปากแน่นเมื่อไร้คำตอบ “ก็ได้” เขาพ่นลมหายใจออกช้า ๆ  ก่อนจะกลืนก้อนสะอื้นลงคอ “ถ้าอย่างนั้นคุณคิดจะบอกผมเมื่อไหร่?” เขาเปลี่ยนคำถามด้วยเสียงเบาหวิว

“...”

แวบหนึ่งที่เขาเห็นแววตาลังเลในดวงตาสีแดงคู่นั้น เพราะการที่ไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับตัวเอง คลื่นความน้อยใจจึงเริ่มลามเลียและเกาะกุมใจจนตัดการรับรู้เหตุผลทุกอย่างไปจนหมดสิ้น

“คุณลากผมเข้าสู่โลกนี้โดยที่ผมทำอะไรไม่ได้เลย จนผมคิดว่าผมแม่งซวยว่ะที่ต้องมาใช้ชีวิตท่ามกลางแวมไพร์แบบนี้” เขาหัวเราะแต่น้ำเสียงเหมือนกำลังนึกสมเพชตัวเอง “จนผมรู้สึกว่าที่นี่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร และผมเริ่มเชื่อว่าคุณไม่เหมือนกับแวมไพร์ตนไหน

“...”

แต่สุดท้ายคุณมันก็ไร้หัวใจอยู่ดี!!”

เพียงเท่านั้น ความอดทนก็ขาดสะบั้น

เซดดริก!!” ด้วยแรงโทสะ ครอสพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงแค่หนึ่งไม้บรรทัดกั้น ทำให้ดวงตาทั้งสองคู่สบกันตรง ๆ

ไม่มีใครหลบสายตาใคร แต่เพราะเช่นนั้นทำให้เจ้าของดวงตาสีเข้มกว่าเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ และลึก ๆ ลงไปนั้นเขาเห็นริ้วความเศร้าสร้อย และผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด

หัวใจหล่นวูบ...

ทำไม...ถึงไม่บอกผมตั้งแรก? น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยถาม เพราะเจ้าตัวพยายามกลั้นของเหลวใสไม่ให้ไหลลงมา ทั้ง ๆ ที่กระบอกตารู้สึกร้อนผ่าวราวกับถูกเผาไหม้ “ทั้ง ๆ ที่คุณบอกเองได้แท้ ๆ แต่ทำไมต้องให้ผมรู้จากคนอื่นด้วย?”

“เซดดริก”

แวมไพร์หนุ่มนิ่งค้าง มือที่กำรอบเสื้อของอีกฝ่ายสั่นระริกจนไม่อาจควบคุมได้ ใบหน้าที่เคยเรียบเฉย แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความปวดร้าว และโกรธ...โกรธตัวเองที่ไม่กล้าพอจะเอ่ยคำตอบ

เพราะกลัวว่าหากบอกไปแล้วจะเป็นเช่นนี้...

ความเงียบนั้นคล้ายบอกเล่าแทนคำตอบ เซดดริกยกยิ้มหยันให้กับความเงียบนั้น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองที่ถูกโหมกระหน่ำตีจนดังชัดในบรรยากาศที่เงียบสงัด...ไม่ต่างอะไรจากครอสที่รู้สึกปวดหนึบข้างในอย่างที่ไม่เคยรู้สึก

จนในที่สุดคนที่มีชนักติดหลังก็คลายแรงที่มือ และเบือนหน้าหนีสายตาที่จ้องมอง

ร่างสูงหันหลังกลับ และก้าวออกจากห้องไปโดยไม่ลืมพาร่างของแวมไพร์ที่สลบไสลไปด้วย เขาไม่อาจทนอยู่ต่อไปได้...

ยิ่งอยู่ต่อไปก็ยิ่งปวดร้าว และเกลียด...ตัวเองที่ทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดถึงขนาดนี้

เสียงประตูห้องปิดลงพร้อมกับความเงียบที่มาเยือนอีกครั้ง น้ำตาที่กลั้นมาตลอดเริ่มไหลอาบแก้มจากดวงตาสีฟ้าที่ไหววูบอย่างปวดร้าวถึงที่สุด

ทำไม... เขาพาร่างที่ไร้ความรู้สึกไปที่เตียงก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม

ทั้งร่างกาย และจิตใจชาวูบ...

แต่ความรู้สึกไม่หายไปด้วย กลับจู่โจม และบีบรัดหัวใจให้บิดเป็นเกลียวจนเจ้าของอยากจะกู่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

ใบหน้าคมคายที่ล้อมด้วยเรือนผมสีดำปรากฏขึ้นในความคิดอีกครั้ง ทำไมถึงไม่พูดอะไรเลยล่ะ? ยิ่งนึกถึงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงมากเท่านั้น

ความอบอุ่น ความอ่อนโยนที่เคยมอบให้...ตอนนี้ราวกับความร้อนที่แผดเผาจิตใจให้มอดไหม้ และกลายเป็นผุยผง

สัมผัสที่ริมฝีปาก และอ้อมแขนที่เคยโอบกอด...ตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากเถาวัลย์ที่เต็มไปด้วยลวดหนาม

แล้วฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดสะบั้น...ทำนบกั้นน้ำพังทลายพร้อมกับกำแพงแห่งความเชื่อใจที่พังทลายลงเช่นกัน เซดดริกยกมือข้างหนึ่งขึ้นปิดดวงตาก่อนที่น้ำตาจะไหลอาบแก้มอีกครั้งพร้อมกับเสียงร้องไห้อันแผ่วเบา

รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า แวมไพร์ก็เป็นเช่นนี้...รู้อยู่แล้วแท้ ๆ ...

แล้วทำไม...เราถึงเจ็บปวดขนาดนี้ล่ะ?

###

 

ร่างสูงที่อยู่อีกฟากยืนพิงประตูด้วยท่าทีเหม่อลอย เสียงร่ำไห้อันแผ่วเบาต้องโสตประสาทที่ดันมาทำงานได้ดีเลิศตอนนี้ เขาอยากจะเข้าไปปลอบประโลมเสียเหลือเกิน วินาทีที่ได้เห็นน้ำตา และใบหน้าที่ปวดร้าวนั่น...ทำให้หัวใจเขาหล่นวูบ และชาวาบ

นี่เราทำอะไรลงไป...

ตั้งใจว่าจะปกป้อง...แต่กลับทำให้เจ็บปวด

โธ่เว้ย ครอสกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ใจหนึ่งอยากจะเข้าไปหาคนในห้องอีกรอบ และคุยกันให้รู้เรื่อง แต่อีกความคิดหนึ่งฉุดรั้งไว้

ก็สมควรแล้วนี่...มันควรเป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว

ความเห็นใจ ความผูกพัน...ความสัมพันธ์แบบนั้นน่ะ มันช่างเปราะบาง และไม่สมควรมีตั้งแต่แรก

...เพราะยิ่งมีมากเท่าใด ก็ยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น...

ชายหนุ่มขยับยิ้มจาง ๆ อย่างเศร้าสร้อย ดวงตาสีแดงสั่นไหวด้วยความปวดร้าวเมื่อตระหนักได้ถึงความจริงที่เขาเกือบลืมไปแล้ว

...มนุษย์กับแวมไพร์น่ะ อยู่ด้วยกันไม่ได้หรอก...



To be continued.... 




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
[BL] Tale of the Darkness ตอนที่ 18 : 16th Tale : บลูบลัด [Final] , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2112 , โพส : 24 , Rating : 0% / 27 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 24 : ความคิดเห็นที่ 831
ดราม่า น้ำตาไหลค่ะ เจ็บและจุกเลย
PS.  \" This world would be a much better place if we all believe that men are brothers under the skin. โลกเราจะดีกว่านี้มาก ถ้าพวกเราทุกคนคิดว่าทุกคนเป็นพี่น้องกัน ภายใต้คุณสมบัติพื้นฐานเดียวกัน \"
Name : Fronztear < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fronztear [ IP : 118.172.154.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 กรกฎาคม 2557 / 21:50
# 23 : ความคิดเห็นที่ 808
เหอๆ แกชั่วมาก เดอแคร์ จะรอจุดจบของแกนะ #
PS.  Yo! ค่ะ มินนา 555
Name : braben < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ braben [ IP : 182.52.55.202 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 กรกฎาคม 2557 / 14:22
# 22 : ความคิดเห็นที่ 663
เซดเจ็บไง เจ็บตาม
PS.  รัก D18 6927 10069 0027 8059 G27 69F XS BF แค่นั้นละที่อยากบอก
Name : Angelprimo < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Angelprimo [ IP : 110.49.250.151 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 พฤศจิกายน 2555 / 19:43
# 21 : ความคิดเห็นที่ 632
บรรยากาศแบบนี้ไม่ชอบเลยอ่ะ TT^TT
PS.  คยูมินน่ารักที่สุด
Name : เนอเวย์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เนอเวย์ [ IP : 223.204.194.109 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 ตุลาคม 2555 / 08:41
# 20 : ความคิดเห็นที่ 421
 ทำอะไรไม่ได้ 

ครอสก็น้ะ .... 
Name : Doll_lucky < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Doll_lucky [ IP : 182.53.208.62 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 เมษายน 2555 / 19:03
# 19 : ความคิดเห็นที่ 392

ครอสเอ๊ยยยยยยยทำไมไม่พูดดดด


PS.  That's Like
Name : I'm Rainchan < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ I'm Rainchan [ IP : 113.53.187.42 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 เมษายน 2555 / 22:18
# 18 : ความคิดเห็นที่ 374
ครอสเอ้ยยยยย  มานิ่งอะไรเอาตอนนี้
นายเอกเลยซดมาม่าเลยทีเดียว  
งื้อออออออออ  ไม่เอาจบดราม่าได้มั้ยคะไรต์เตอร์
Name : กริฟฟินไร้เงา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ กริฟฟินไร้เงา [ IP : 125.25.98.137 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 มีนาคม 2555 / 18:12
# 17 : ความคิดเห็นที่ 358
สงสาร ครอสอ่ะ
T^T
PS.  รัก เธอ ประเทศไทย
Name : DolF < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ DolF [ IP : 161.200.212.56 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2555 / 19:00
# 16 : ความคิดเห็นที่ 352

..สร้อยอะไรละลายได้?=_=;;

..แล้วทำไมผลกลายเป็นอย่างนั้นละเฮัย!!!...อย่าทะเลาะกันเพราะความเข้าใจผิดน้าาาา.(อยากฆ่าเจ้านั่นจัง- -+)

Name : นักอ่าน...lnwcool < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นักอ่าน...lnwcool [ IP : 182.53.149.54 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มีนาคม 2555 / 13:06
# 15 : ความคิดเห็นที่ 346
เอ่อ .... เป็นเพราะผมเป็นคนที่คิดอะไรก็พูดออกไปเลยหรือเปล่านะ ...

ผมไม่เคยเข้าใจฟิคดราม่าเลยครับ ...  ไอกลัวว่าจะเสียไปเลยไม่กล้าพูด

หรือไอพวกคิดทุกอย่างเป็นแง่ลบอย่างร้ายกาจ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ทำไม่เคลียซักอย่าง

แล้วดันสะเออะมานั่งคิดเองเออเองว่าที่ตัวเองทำไปคือการทำให้อีกฝ่าย?

หรือพวกทำอะไรร้ายๆลงไป แล้วก็ไม่ยอมพูดอธิบายอะไรเลย  เพราะคิดว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์???

มนุษย์ทุกคนอยากให้อธิบายอยู่แล้วครับ  ต่อให้มันทำตัวสะดีดสะดิ้นวีดว้ายว่าไม่อยากฟัง แต่ลึกๆแล้วมันตอแหลทั้งนั้นแหละ -*-

เป็นผมจะตะโกนใส่หน้าแม่มเลยว่าเรื่องจริงเป็นยังไง ถ้าได้พูดไปแล้วมันยังไม่ยอมรับฟัง นั่นก็เรื่องของมันแล้ว

ปล. ผมชอบวายแฟนตาซี  แต่เกลียดดราม่าเข้าไส้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!   
ไม่ใช่ว่าไรเตอร์แต่งไม่ดีนะครับ  มันเป็นปัญหาที่ตัวผมเองที่โค ตะ ระ เกลียดดราม่า เกลียดแบบทำใจอ่านไม่ได้
เพราะมันไร้สาระมากในสายตาผม ...  เข้าใจว่าสำหรับคนอื่น การพูดในสิ่งที่คิดอาจจะยากมาก

แต่สำหรับผมแล้ว ถ้าสิ่งที่พูดไม่ใช่สิ่งที่ผิด ไม่ได้ตอแหล ซื่อตรงต่อความคิดตัวเอง และไม่ได้ผิดกาละเทศะ ผมก็จะพูด ผมเกลียดคนที่ไม่ยอมพูดในสิ่งที่ควรจะพูด เอาแต่อึกๆอักๆจนเกิดความเสียหาย  อะไรที่ควรจะพูดออกมาเร็วๆก็เสือ.....กไม่พูด  แย่ที่สุดเลย

ต่อให้พูดออกมาแล้วใครจะเขม่นผมยังไงผมไม่สน ถ้าสิ่งที่ผมพูดไม่ใช่สิ่งที่ผิด แค่ฝ่ายที่รับฟังมันรับความจริงไม่ได้ จนไม่อยากรู้ ไม่อยากให้ผมพูดออกมา ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาอ้างได้ รับฟังความจริงไปซะ อย่ามาทำตัวกระแดะ!!!

ปล2.ขอโทษที่มาระบายเอาในนี้ แต่ผมเกลียดฟิคดราม่าตรงนี้ อ่านแล้วมันขึ้น!!  เอาแต่เงียบกันอยู่นั่นแหละ การพูดคือการสื่อสารขั้นพื้นฐานของมนุษย์เพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน   เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วเวลามีเรื่องเข้าใจผิดกันแต่ดันไม่พูดกัน จะเกิดมาเป็นคนไปทำไม??  ไปเกิดเป็นสัตว์ที่ไม่จำเป็นต้องสื่อสารกันด้วยภาษามนุษย์จะง่ายกว่ามั้ยครับ? เฮอะ... 

ขอพูดย้ำอีกนิด  ผมไม่ได้ว่าเรื่องนี้นะ ... แค่ระบายจากหลายๆเรื่อง ฮา..   ส่วนตัวแล้วชอบนายเอกเรื่องนี้ นิสัยค่อนข้างสุขุมมีหัวคิด   ปัญหาอยู่ที่พระเอก ...  ถ้าไม่คิดจะพูดก็แปลงร่างเป็นค้างคาวหนีไปเลยไป๊~  น่ารำคาญจริงๆ มีอะไรก็พูดออกมาเซ่!!!
(อินจัดดดด) ว๊ากกกก  

แก้ไขเพิ่มเติม ...   ทำไมนายเอกถึงหลงเชื่อคนอื่นได้ง่ายขนาดนั้น?? ใครก็ไม่รู้มาพูดถึงคนที่เรารู้จักพอสมควรก็เชื่อซะงั้น???
มันเหมือนกับ มีคนแปลกหน้าคนหนึ่ง อยู่ๆก็เดินมาบอกว่ารูมเมทเรามันขโมยเงินเราไปสามพัน แล้วเราก็ดันเชื่อเป็นตุเป็นตะไปคาดคั้นเอากับรูมเมทว่าเอ็งขโมยเงินตูไปจริงๆใช่มั้ย??!!! (ทั้งๆที่ไม่มีหลักฐานอะไร แค่เชื่อไอคนแปลกหน้ามันมาบอกเราว่างี้)

มันดูทุเรศมากครับ ไปเชื่อใครก็ไม่รู้มากกว่าเพื่อนตัวเอง 

ถ้าเป็นผมจะไม่โวยวายเด็ดขาด แต่จะดูก่อนว่าเงินหายไปจริงมั้ย? หายไปตอนไหน? แล้วไอนั่นมันใคร? มารู้ได้ไงว่าเงินกุหาย? (สำคัญสุดๆ ทำไมมันถึงรู้?) แล้วถ้ารู้ว่ามันเป็นใคร ทำไมมันมารู้ได้ จากนั้นถึงมานั่งดูความเป็นไปได้ว่า เพื่อนเราจะขโมยจริงเหรอ? ถ้าไม่มีหลักฐาน ผมก็จะไปถามเพื่อนตรงๆหรือตามสืบดูสักพักว่าเป็นไปได้ไหม?  ถ้าน่าจะเป็นเรื่องจริง มีหลักฐาน ผมถึงจะไปนั่งคาดคั้นเอาความจริงจากเพื่อนนะครับ ว่า "ทำไม" ถึงขโมยเงินผม?

ในตอนนี้ นายเอกเราทำข้ามขั้นหมดเลย ....

แค่มีคนมาพูดก็เชื่อเหรอ?  ไม่ได้ผ่านกระบวนการความคิดเสียด้วยซ้ำนะนั่น   แถมในใจตะโกนว่า ไม่จริง ไม่จริง!!!   แต่พี่แกก็เล่นเชื่อไปแล้วเกือบร้อยเปอเซ็นว่าเป็นเรื่องจริง - -*

แล้วจะมาร้องว่าไม่จริงหาแป๊ะอะไร  !!  น่าโมโหจริงๆเลย  ฮึ่ย..

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2555 / 13:02

PS.  Born to be .. My love >> l Yaoi l Final Fantasy & Square Enix !!
Name : RoZenKrueZ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ RoZenKrueZ [ IP : 124.121.237.250 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:49
# 14 : ความคิดเห็นที่ 338
ดราม่า!~
PS.  #Yu Ha Min Jung d0 LUCIEN FC!
Name : Slave < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Slave [ IP : 223.206.186.1 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มกราคม 2555 / 23:22
# 13 : ความคิดเห็นที่ 329

น่าสงสาร   อยู่ดงแวมไพร์   แย่งฆ่าชิงนายเอกของรีดเดอร์ พอดีเรอะ

Name : arthen < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ arthen [ IP : 125.27.3.86 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มกราคม 2555 / 23:42
# 12 : ความคิดเห็นที่ 320
ครอสจ๋า...อย่าทำท่านเซดร้องไห้ซิ.......
มาต่อเร็ว ๆ นะเจ้าคะ...
Name : Yร้าย [ IP : 125.26.161.149 ]

วันที่: 12 ธันวาคม 2554 / 02:19
# 11 : ความคิดเห็นที่ 317
ไม่น้า อย่าปล่อยเซดริกไปเลย
อยู่ด้วยกันเถอะ ปรับความเข้าใจกันซะ
น่าอ่านต่อมากๆ สู้ๆนะคะ^^
Name : blanchet [ IP : 58.8.17.131 ]

วันที่: 9 ธันวาคม 2554 / 21:26
ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
# 9 : ความคิดเห็นที่ 315
ตอนนี้ดราม่าจังเลยTT
สู้ๆนะคะ
Name : S___P [ IP : 125.26.8.81 ]

วันที่: 7 ธันวาคม 2554 / 20:19
# 8 : ความคิดเห็นที่ 314
กลับมาเคลียร์ให้เข้าใจกันก่อนดิ เล่นแบบเนี้ยชาติไหนจะเข้าใจกันฟระ TT
Name : anaz [ IP : 223.207.80.162 ]

วันที่: 6 ธันวาคม 2554 / 20:44
# 7 : ความคิดเห็นที่ 313
อัพด่วนเลยค่ะ
Name : vampirezaza < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ vampirezaza [ IP : 124.120.46.202 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 ธันวาคม 2554 / 17:56
# 6 : ความคิดเห็นที่ 310
 อัพๆๆๆๆ
PS.  I am OTAKU! I Love Cosplay! ......................
Name : Ika Analis Sarasa < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ika Analis Sarasa [ IP : 171.4.227.32 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 พฤศจิกายน 2554 / 15:58
# 5 : ความคิดเห็นที่ 309
อย่าทำนายเอกข้าพเจ้าน๊า.....
Name : Yร้าย [ IP : 125.26.162.194 ]

วันที่: 26 พฤศจิกายน 2554 / 20:09
# 4 : ความคิดเห็นที่ 308
 สนุกมาก
Name : ข้าผู้อยู่ในเงามืด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ข้าผู้อยู่ในเงามืด [ IP : 223.205.12.41 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 พฤศจิกายน 2554 / 14:42
# 3 : ความคิดเห็นที่ 307
-w- ขอให้รอดไปได้เต๊อะ~
Name : d.fan [ IP : 49.49.83.23 ]

วันที่: 23 พฤศจิกายน 2554 / 23:34
# 2 : ความคิดเห็นที่ 306
 อย่าให้เซดดริกเป็นอะไรไปนะ
PS.  เป็นกำลังใจให้ทุกคน
Name : ขอเชิญสู่ความตาย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ขอเชิญสู่ความตาย [ IP : 61.90.94.152 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 พฤศจิกายน 2554 / 09:40
# 1 : ความคิดเห็นที่ 305
:) นายเอกของเค้าคงรอดน่ะ -3-* สุ้ๆค้าาา
PS.  Ao No Exorcist ...THIS IS LOVE Okumura RIN & YUKIO :)))) BLUE
Name : LK'z My LIFE < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LK'z My LIFE [ IP : 124.120.10.171 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 พฤศจิกายน 2554 / 07:06
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android