[BL] Tale of the Darkness

ตอนที่ 14 : 12th Tale : จุดเปลี่ยนของความคิด [Final]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,454
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

12th Tale : จุดเปลี่ยนของความคิด

 

          เสียงน้ำไหลลงอ่างล้างหน้าในห้องน้ำยามเช้าตรู่ดังขึ้นเช่นทุกวัน ร่างสูงยืนเหนืออ่างหินขัดสีเทาขณะก้มหน้าวักน้ำขึ้นล้างโฟมบนใบหน้า ไม่นานนักเขาก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับยกมือขวาขึ้นควานหาผ้าขนหนูผืนเล็กข้างอ่าง ผิวสัมผัสนุ่มของผ้าขน และน้ำเย็น ๆ ช่วยไล่ความง่วงงุนไปได้บ้าง

          ใบหน้าคมคายเงยขึ้นมองกระจกตรงหน้า ดวงดวงตาสีฟ้าที่ดูอิดโรย และอ่อนล้าจ้องตอบกลับมา ขอบใต้ตาดำคล้ำจนเจ้าตัวยังอดตกใจไม่ได้

          โอย...นอนไม่หลับ

          พอยกผ้าขนหนูขึ้นพาดบ่า สายตาก็เหลือบไปเห็นพันแผลสีขาวที่ต้นแขน ตัวต้นเหตุที่ทำให้เขานอนไม่หลับ... แล้วภาพเหตุการณ์เมื่อวานก็หวนกลับมาอีกครั้ง ตั้งแต่เริ่มจนจบ ทำเอาเขารู้สึกร้อนวูบขึ้นที่ใบหน้าเล็กน้อยจนต้องสะบัดหัวไล่ภาพพวกนั้นออกไป

          เซดดริกเดินออกจากห้องน้ำอย่างอ่อนล้าก่อนจะเดินไปนั่งบนขอบเตียง ให้ตาย จะเก็บมาคิดอะไรนักหนาเขาพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง 

แล้วทำไมตอนนั้นถึงใจเต้นแรงขนาดนั้น อีกฝ่ายก็ผู้ชาย!  ชายหนุ่มขยี้เส้นผมสีบลอนด์ของตัวเองจนยุ่งด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

              พอคิดว่าจะต้องเจอหน้าตัวต้นเหตุเช้านี้ ก็ได้แต่ทอดถอนใจ

              เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว เขาก็ออกจากห้องนอนตรงไปสู่ห้องอาหารชั้นล่าง   แสงสว่างเพียงน้อยนิดที่หลุดรอดม่านเมฆบนท้องฟ้าสีครึ้มยามเช้าลอดผ่านกระจกบานใหญ่ตลอดทางเดิน ชายหนุ่มเริ่มชินเสียแล้วกับแสงสว่างน้อยนิดเช่นนี้ และพอคาดเดาเวลาคร่าว ๆ ได้บ้าง อย่างตอนเช้านี้แสงก็จะน้อย ท้องฟ้าครึ้มเล็กน้อย และอากาศไม่ร้อนมาก ส่วนตอนกลางวันก็รู้สึกได้ถึงความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่ลอดผ่านกลุ่มเมฆ และตอนเย็นก็ไม่มีแสงเลย และอากาศก็เย็นลงจนสัมผัสได้

               แต่น่าแปลกที่อากาศเช้านี้เย็นกว่าทุกวัน อาจเป็นเพราะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วก็เป็นได้

               เซดดริกห่อตัวเล็กน้อยพลางลูบแขนที่ขนลุกซู่ รู้งี้ใส่เสื้อทับอีกสักตัวก็ดีหรอกเขาพึมพำเบา ๆ ขณะเดินลงบันไดลงสู่ชั้นล่าง อย่างน้อยตอนนี้เขาก็หวังว่าที่ห้องทานอาหารจะมีเตาผิงอุ่น ๆ และบนโต๊ะมีซุปร้อน ๆ วางอยู่

มือขวาผลักประตูบานใหญ่เบื้องหน้าให้เปิดออก แล้วความอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายเมื่อก้าวเข้าไปในห้องอาหาร เสียงเปรี๊ยะ ๆ จากเตาผิงเตาใหญ่ที่อีกฝั่งหนึ่งของกำแพงทำให้เซดดริกอยากจะถลาเข้าไปเอามืออังไฟให้สมใจ

เซดดริกเดินไปที่โต๊ะทานอาหาร และเลื่อนเก้าอี้ออกมาก่อนจะนั่งลง และมองไปที่หัวโต๊ะ คิ้วสองข้างขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อไม่เห็นร่างของคนที่ควรจะนั่งอยู่ตรงนั้นเมื่อเช่นทุกเช้า

ซุปร้อน ๆ สาม-หรับวันอากาศเย็นค่ะ ท่านเซดดริกเสียงหวานดังขึ้นข้างกายพร้อมกับชามกระเบื้องที่วางลงตรงหน้า ทำเอาเขาสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ

          ขอบคุณครับลูน่าเขาเอ่ยพลางคลี่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหยิบช้อนที่วางอยู่บนโต๊ะมาตักซุปสีขาวข้นโรยด้วยขนมปัง และเบคอนกรอบ ส่วนลูน่าก็ถอยห่างออกไปเพื่อจะรินน้ำให้

          กินเยอะ ๆ นาคะ วันนี้นายท่านไม่ได้มากินด้วยก้อเลยมีอีกเยอะเลย

          ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง ครอสไปไหนเหรอครับ?” แล้วก็หลุดปากถามออกไปโดยไม่ทันได้ห้ามตัวเอง

          เห็นนายท่านบอกว่ามีธุระด่วนนาค่ะ ก็เลยออกไปตั้งแต่ช้าวแล้วลูน่าตอบเสียงหวานพร้อมกับรินน้ำเปล่าลงในแก้วทรงสูง แต่นายท่านก้อบอกว่าอีกว่า ตอนเย็นจะรีบกลับมานาค่ะ

          ก็แล้ว...จะรีบกลับมาทำไมล่ะเซดดริกรำพึงในใจขณะตักซุปข้นเข้าปาก รสชาติอันกลมกล่อมของมันทำให้เขาอดอมยิ้มเล็ก ๆ ด้วยความพอใจไม่ได้

          เดี๋ยวนี้นายท่านเปลี่ยนไปมากเลยล่ะค่ะหญิงสาวเริ่มขณะเดินไปเก็บเหยือกน้ำบนถาดริมผนังด้านหนึ่ง แต่ก่อนนายท่านไม่เคยบอกเลยว่าจะรีบกลับมา ส่วนใหญ่ออกแต่เช้า แล้วกลับมาดึกตลอดแล้วเธอก็เดินมาที่โต๊ะอาหาร และนั่งบนเก้าอี้ตัวข้างกัน

          อ่า...งั้นเหรอครับชายหนุ่มเอ่ยรับเสียงแห้ง ๆ เพราะไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรต่อไปดี ในมือก็คอยตักซุปเข้าปากไปเรื่อย ๆ จนของเหลวสีขาวข้นในชามพร่องไปกว่าครึ่ง

          แต่ก็ดีแล้วล่ะค่ะ แบบนี้ท่านเอเกิลจะได้หายกังวลไปบ้างลูน่าเอ่ยต่อตามประสาคนช่างพูดด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนไปของเจ้านายทำให้เธอมีความสุขขึ้นมาก เวลานายท่านกลับมาดึก ๆ ท่านเอเกิลจะเป็นห่วงมากเลยล่ะค่ะ ฉานเองก็เป็นห่วงมาก...แล้วนายท่านก็ไม่ค่อยพูดถึงงานของนายท่านเท่าไหร่

          เซดดริกลอบมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวที่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง    ลูน่าคงรัก และเคารพครอสมากเลยสินะครับ?” เขาถาม เรียกให้อีกฝ่ายหันมามองพร้อมด้วยรอยยิ้มกว้าง

          ค่ะ เพราะนายท่านคือผู้ที่ให้ชีวิตใหม่กับฉานเธอตอบ และยกมือขึ้นประสานกันที่อก ถ้าไม่มีนายท่าน ก็คงไม่มีลูน่าในคฤหาสน์หลังนี้ร็อกค่ะ ขอแค่ให้นายท่านมีคาม-สุข ฉานก็พร้อมทำทุกอย่างเพื่อนายท่านเลยล่ะค่ะ

          ชายหนุ่มกระตุกยิ้มบาง ๆ ด้วยความเอ็นดู และชื่นชมหญิงสาวตรงหน้า เพราะเขาเองก็ไม่ค่อยได้พบคนที่เคารพรักคนอื่นได้มากขนาดนี้มานานแล้ว ดีจังเลยนะครับ

          ที่จริงแล้ว ฉานควรจะขอบคุณท่านเซดดริกด้วยนาคะลูน่าเอ่ยขึ้นกะทันหัน ทำให้ชายหนุ่มเจ้าของชื่อที่กำลังดื่มน้ำชะงัก

          ขอบคุณผม? เรื่องอะไรเหรอครับ?”

          หญิงสาวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ และมองใบหน้าของอีกฝ่าย เพราะดูเหมือนว่าตั้งแต่ท่านมาอยู่ที่นี่ นายท่านดูมีคาม-สุขขึ้นมากเลยนาค่ะเธอตอบ แม้จะไม่แสดงออกมาชัดเจน แต่ฉานก็ดูออกนะคะว่าเวลานายท่านอยู่กับคุณ สีหน้าดูพ่อน-คลายลงมากเลย”

          เซดดริกกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะหัวเราะ “มีเลือดมาเสิร์ฟถึงที่ ใคร ๆ ก็ผ่อนคลายทั้งนั้นแหละครับเขาเอ่ยทีเล่นทีจริง

          ลูน่าส่ายหน้าดิก ไม่หรอกค่ะ ไม่ใช่แบบนั้นแน่นอนเธอค้าน ฉานอยู่กับนายท่านมานาน...อาจจะน้อยกว่าท่านเอเกิล แต่ว่าฉานก็ดูออกนาคะว่านายท่านมีคาม-สุขจริง ๆ

          มือที่กำลังจะตักซุปอีกคำเข้าปากหยุดชะงัก พลันใบหน้ารู้สึกร้อนขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อนึกถึงใบหน้าคมคายที่แต้มด้วยรอยยิ้มเมื่อครั้งคุยกันในสวน

มีความสุขจริง ๆ...งั้นเหรอ?

.          ..ความดีใจเล็ก ๆ แทรกเข้ามาในจิตใจโดยที่ไม่รู้ตัว...

          ดังนั้นฉานก็เลยอยากให้คุณเซดดริกอยู่ที่นี่ต่อไปเรื่อย ๆ...เสียงหวานเอ่ยต่อ หางเสียงเริ่มเบาลงเมื่อรู้ตัวว่ากำลังขออะไรที่มากเกินไป “...ฉานรู้ว่าเป็นความหวังที่เห็นแก่ตัวมาก แต่...ฉานหวังอย่างนั้นจริง ๆ นาคะ

          เซดดริกวางช้อนลงก่อนจะมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่จ้องตอบกลับมาเช่นกัน แววตาสีชมพูเข้มนั้นแม้จะอ่อนต่อโลก แต่ก็เข้มแข็งและมั่นคงจนคนมองอดใจอ่อนไม่ได้ ผมก็ไปไหนไม่ได้อยู่แล้วนี่ครับ ลูน่าเขาเอ่ยเสียงค่อย และคลี่ยิ้มบาง ๆ เพราะพันธะสัญญา...คุณก็รู้

          ค่ะลูน่าว่า แต่ฉานก็อยากให้ท่านเซดดริกอยู่ที่นี่อย่างมีคาม-สุข

          ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ ขอบคุณครับเขาพูดเสียงเบาก่อนจะหยิบแก้วน้ำเปล่าขึ้นมาดื่มสองสามอึก และวางมันลงที่เดิม งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ

              ค่ะ ถึงเวลาอาหารกลางวันเมื่อหร่าย ฉานจะไปเรียกนาคะหญิงสาวว่า และลุกขึ้นก่อนจะเก็บถ้วยซุปที่ว่างเปล่า ในขณะที่อีกฝ่ายก็เดินจากห้องอาหารไปยังสถานที่เดิมที่มักจะไปขลุกตัวอยู่เสมอ นั่นก็คือห้องสมุด

###

 

          เสียงพลิกหน้ากระดาษดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากแต่ปลายปากกาที่จรดอยู่บนแผ่นกระดาษกลับนิ่งสนิท ไม่ก็ถูกยกขึ้นเคาะโต๊ะสองสามครั้ง แล้วก็นิ่งไปอีก

          เป็นอย่างนี้มาตลอดเกือบชั่วโมงครึ่งที่ผ่านมา... เพราะสมาธิทุกอย่างไม่อยู่ตรงหน้า แต่กลับล่องลอยไปยังภาพเมื่อวาน และบทสนทนาเมื่อครู่ 

 

          แม้จะไม่แสดงออกมาชัดเจน แต่ฉานก็ดูออกนะคะว่าเวลานายท่านอยู่กับท่าน สีหน้าดูพ่อนคลายลงมากเลย

 

          มือที่พลิกหน้ากระดาษหยุดชะงักเมื่อคำพูดลอยเข้ามาในห้วงความคิด

          ใบหน้าคมคายสะบัดไปมาเล็กน้อยเพื่อไล่เสียงนั้นให้ออกไปจากหัวก่อนจะเริ่มขยับมือขวาที่ถือปากกาไว้

 

          ฉานอยู่กับนายท่านมานาน...อาจจะน้อยกว่าท่านเอเกิล แต่ว่าฉานก็ดูออกนาคะว่านายท่านมีคาม-สุขจริง ๆ

 

          อีกประโยคที่ลอยเข้ามาทำให้เซดดริกต้องปล่อยปากกาที่ถืออยู่ มือขวายกขึ้นขยี้เส้นผมสีบลอนด์ของตัวเองด้วยใบหน้าบึ้งตึง และแสดงถึงความไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด

          อะไรวะเนี่ย...เขาพึมพำด้วยความหงุดหงิด “...ไม่มีสมาธิเลยให้ตาย”    เซดดริกเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ และค่อย ๆ หลับตาลง 

          แบบนี้คงอ่านอะไรต่อไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ ระหว่างนั้นก็ยกมือข้างขวาขึ้นบีบขมับทั้งสองข้าง แล้วดวงดวงตาสีฟ้าก็ลืมขึ้นช้า ๆ

แล้ว...จะทำอะไรดีล่ะ?”

          ดูทีวี?

          ที่นี่มีทีวีรึเปล่านะ?” เขาถามตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเด้งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ความทรงจำเมื่อครั้งแรกที่ได้เดินรอบคฤหาสน์แห่งนี้หวนกลับมา ชายหนุ่มจำได้ว่าพ่อบ้านชราพาเดินรอบคฤหาสน์ และที่ชั้นหนึ่งทางปีกซ้ายก็มีห้องนั่งเล่นอยู่ และถ้าจำไม่ผิด...ห้องนั้นมีทีวีจอแอลซีดีติดผนังอยู่หนึ่งเครื่อง

          ลืมไปได้ไงนะ ว่าแล้วเซดดริกก็จัดการเก็บของบนโต๊ะให้เป็นระเบียบก่อนจะคว้าเสื้อไหมพรมที่ลูน่าหยิบมาให้มาสวมไว้ เพราะอากาศข้างนอกเย็นกว่าในห้องสมุดพอสมควร

          ขายาว ๆ ก้าวลงบันไดอย่างรวดเร็ว เพราะหวังจะหนีอากาศหนาวไปผิงไฟอุ่น ๆ หน้าเตาผิงในห้องนั่งเล่น เมื่อไปถึงที่หมาย เขาก็พบว่าเตาผิงนั้นมีคนจุดไฟไว้เรียบร้อยแล้ว รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายทันที พอก้าวเข้าไปใกล้ก็รู้สึกได้ถึงไออุ่นของไฟที่ถวิลหา

          เซดดริกเดินไปที่โซฟาตัวยาวก่อนจะทิ้งตัวลงสัมผัสความนุ่มของที่นั่งแสนสบาย ส่วนมือก็เอื้อมไปหยิบรีโมทสีดำจากโต๊ะตัวเล็กข้างหน้ามาถือไว้ ดวงตาสีฟ้าปราดมองปุ่มบนอุปกรณ์ในมือก่อนจะกดปุ่มเปิด ภาพคมชัดบนจอแอลซีดีปรากฏขึ้นพร้อมเสียง

          แต่พอเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง...นิ้วก็ยังคงกดเปลี่ยนช่องไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีจุดหมาย ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย... เซดดริกบ่นในใจพร้อมกับอ้าปากหาวหวอด ๆ ส่วนหลังก็เริ่มเอนลงต่ำเรื่อย ๆ จนเกือบจะราบกับที่นั่ง

          ตอนนี้หน้าจอโทรทัศน์เป็นรายการนำเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ ในกรุงลอนดอน ดวงตาที่เริ่มปรือลงด้วยความง่วงงุนจึงเปิดเต็มที่อีกครั้ง

          เมืองที่แสนคิดถึง...บ้านเกิดที่เหมือนห่างหายไปนานแสนนาน

          ชายหนุ่มมองภาพที่ปรากฏบนจอด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย และอดแปลกใจไม่ได้ว่าเขาจากที่นั่นมาเป็นเดือนแล้ว แต่กลับรู้สึกว่าเวลาช่างผ่านมานานเป็นปี เมื่อได้เห็นภาพของเมืองที่คุ้นตา ความรู้สึกถวิลหาก็เข้าจู่โจม

          จะว่าไปแล้ว...พวกเควินจะเป็นยังไงบ้างนะ?

          ภาพของชายหนุ่มผมทองผู้เป็นเพื่อนรักปรากฏขึ้นในความคิด และเพื่อน ๆ อีกหลายคน รวมถึงอาจารย์ผู้เป็นแรงบันดาลใจของเขา พวกนั้นจะรู้ไหมนะว่าเขาหายไปไหน?

          แล้วดวงตาสีฟ้าก็บังเอิญไปเห็นป้ายประกาศเล็ก ๆ ที่ติดอยู่ที่เสาซึ่งพิธีกรสาวประจำรายการยืนอยู่ข้าง ๆ แม้จะเห็นไม่ชัดเจน แต่มองแวบเดียวก็รู้

          นั่นเป็นรูปของเขาเอง!!

          ป้ายประกาศตามหาคนขนาดประมาณเอสี่เขียนด้วยตัวอักษรสีแดง และดำเหนือรูปถ่ายของเขา ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความบังเอิญอย่างเหลือเชื่อที่รายการที่ฉายอยู่ขณะนี้เป็นรายงานข่าวประจำชั่วโมง และข้าง ๆ พิธีกรสาวคนนั้นก็ปรากฏรูปภาพคน ๆ หนึ่งที่คุ้นตา

จนขณะนี้ ‘เซดดริก เอเลนอฟ’  นักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัย J ได้หายตัวจากที่พักไปเกือบหนึ่งเดือนแล้วน้ำเสียงหวานแต่จริงจังของผู้ประกาศข่าวดังขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ และมหาวิทยาลัยยังคงพยายามตามหาร่องรอยของนักศึกษาหนุ่มผู้นี้ แต่ยังคงไม่คืบหน้า จนเป็นที่สงสัยแล้วว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่

เพียงแค่นั้นทั่วทั้งร่างก็ชาวาบ และนิ่งงัน สมองและความคิดเหมือนกับว่างเปล่าไปชั่วขณะ คฤหาสน์แห่งนี้สะดวกสบาย และให้ความรู้สึกอบอุ่นไม่ต่างจากบ้านเท่าใดนัก ทำให้เซดดริกเกือบลืมไปว่าเขาหายไปจากลอนดอนกะทันหัน ไม่มีแม้แต่ข้อความบอก เสื้อผ้า และข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างยังคงอยู่ที่บ้านเช่าครบถ้วน      ทุกอย่าง จึงไม่แปลกถ้าทุกคนจะตกใจกับการหายตัวไปของเขา

เซดดริกเม้มปากเน้นจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายได้หลั่งไหลไปทั่วร่าง 

เราต้องกลับไป!!

###

 

          ท่านเซดดริกเป็นอะไรก็ไม่รู้เจ้าค่ะ” เสียงหวานบ่นเบา ๆ ขณะเดินเข้ามาในครัวพร้อมถาดอาหารสีเงินที่มีอาหารซึ่งไม่ถูกแตะต้องเลยวางอยู่ พ่อบ้านชราที่กำลังเก็บจานอยู่จึงหันมามอง

“ทำไมเหรอ?” เขาถามขณะวางจานใบสุดท้ายบนชั้นวาง

ลูน่าถอนหายใจยาว และวางถาดอาหารลงบนโต๊ะกลางห้อง “ไม่ยอมกินอาหารเลย เอาแต่อยู่ในห้องสมุดทั้งวัน” เธอตอบขณะยกอาหารออกจากถาดอย่างเชื่องช้า

ปกติแล้วท่านเซดดริกก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้วนี่” เอเกิลเอ่ยยิ้ม ๆ พร้อมกับปิดประตูตู้เก็บชามเบา ๆ

แต่ไม่ได้เป็นถึงขนาดนี้นี่เจ้าคะ” หญิงสาวตอบก่อนจะหันหลังพิงเคาน์เตอร์ติดผนัง มือทั้งสองเท้าหินอ่อนข้างหลัง และถอนหายใจอีกครั้ง “ดูเหมือนว่ากำลังหาอะไรอยู่ด้วยล่ะเจ้าค่ะ

แล้วจู่ ๆ ร่างของคนที่เพิ่งถูกกล่าวถึงก็โผล่มากะทันหัน พร้อมกับมือแกร่งที่คว้าขนมปังบนจานมาอย่างรวดเร็ว “ผมไม่ทานอาหารเย็นนะครับ” พูดจบปุ๊บ ร่างสูงก็ผลุนผลันหายไปปั๊บ จนคนในห้องได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ และมองตามหลังไปด้วยความงุนงง

หากแต่ชายชรากลับมองตามด้วยสายตาครุ่นคิด...

###

 

          เขากำลังถูกดึงเข้าไปในความมืด กลิ่นเหม็นคาวของเหล็กโชยมาต้องจมูกจนปวดหัว “เหม็น..” เสียงอู้อี้พึมพำอย่างไม่ชอบใจ ดวงตาพยายามกวาดสายตามองหาว่ากลิ่นนั้นมาจากตรงไหน

          แต่แล้วเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นว่าเบื้องหน้าของเขาก็กองเลือดขนาดใหญ่ที่ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ สีแดงเข้ม และข้นคลั่กทำให้เขาอยากจะอาเจียนออกมา

           เซดดริกหันหลังกลับทันที แต่ไม่ทันได้ออกวิ่ง ขาของเขาก็ถูกดูดลงไปในกองเลือดนั้น!!!

                “ไม่!!!

ร่างสูงเด้งตัวขึ้นจากที่นอนอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีฟ้าบนใบหน้าคมคายเบิกโพลงด้วยความตกใจขณะที่เหงื่อกาฬไหลอาบใบหน้า และทั้งร่างให้เปียกชุ่มทั้ง ๆ ที่คืนนี้อากาศไม่ร้อนเลยแม้แต่น้อย หน้าอกกระเพื่อมรัวเร็วพร้อมกับเสียงหอบหายใจราวกับผ่านการวิ่งมาหลายชั่วโมง  

ไม่นานนักเขาก็ตระหนักได้ว่า มันเป็นเพียงแค่ฝันเท่านั้น

เซดดริกยกมือขึ้นเสยเส้นผมสีตกลงมาปรกใบหน้าก่อนจะยกเข่าขึ้นข้างหนึ่ง และวางข้อศอกบนนั้น 

ก็แค่ฝันร้ายเท่านั้นแหละน่า... เขาปลอบตัวเองในใจ ก่อนจะที่หันไปมองกองหนังสือข้างหัวเตียงกองโต

ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มบนสุดมาถือไว้ ปกแข็งสีทองสนิมมีตัวอักษรสีเงินนูนขึ้นมาจากหน้าปกอ่านได้ว่า ‘Vampires and Human’ 

หรือว่าจะเป็นเพราะเราอ่านเยอะไปนะ...?” เขาพึมพำเบา ๆ พลางนึกทบทวนว่าวันนี้เขาขลุกตัวอยู่ในห้องสมุดนานเท่าไหร่ ตั้งแต่หลังจากที่เขาเห็นรายงานข่าวในโทรทัศน์ เขาก็ตรงไปที่ห้องสมุดอย่างรวดเร็ว และควานหาหนังสือทุกเล่มที่น่าจะช่วยให้เขากลับบ้านได้

มันต้องมีสักทางสิน่าที่ไม่ต้องให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตาย แล้วพันธะสัญญาถึงจะหายไปน่ะ!

แต่จนแล้วจนรอด...ก็หาไม่เจอสักเล่ม

เซดดริกถอนหายใจยาวก่อนจะวางหนังสือลงข้างตัว และลุกขึ้นจากเตียง แสงจันทร์ภายนอกที่ลอดผ่านเข้ามาในห้องทาหน้าต่าง และลมเย็นไร้กลิ่นคาวเช่นในความฝันก็พัดต้องใบหน้าที่อิดโรย ทำให้เขานึกอยากลงไปเดินเล่นยืดเส้นยืดสายที่สวนข้างล่างสักพัก

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็คว้าเสื้อคลุมที่แขวนอยู่ข้างตู้เสื้อผ้ามาสวมไว้ และเดินออกจากห้องไป

สวนหน้าคฤหาสน์ในยามค่ำคืนดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบจากตอนกลางวัน ดอกไม้ที่บานยามดึกเบ่งบานเต็มที่ และส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วบริเวณ น้ำค้างบนกลีบดอกไม้สีสันต่าง ๆ กระทบแสงเพ็ญจนเป็นประกายระยิบระยับอันน่าหลงใหล ใบไม้บนไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ขยับเล็กน้อย และบางใบก็หลุดออกจากกิ่งตามแรงลมที่พัดมา

เซดดริกเดินอย่างเชื่องช้าไปตามทางเดินพร้อมกับสูดกลิ่นสดชื่นยามค่ำคืนให้ชุ่มปอด “อากาศดีจริง ๆ” เขารำพึงเบา ๆ 

แต่แล้วเขาก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างเดินเข้ามาใกล้ เมื่อหันไปดูก็พบว่าเป็นร่างของพ่อบ้านชราในเครื่องแบบที่คุ้นเคย เซดดริกจึงค่อยโล่งอก “เอเกิลนี่เอง” เขาว่าพร้อมกับคลี่ยิ้มบาง ๆ และเดินเข้าไปหา “มาเดินเล่นหรอครับ?”

เอเกิลยิ้มบาง ๆ อย่างอ่อนโยน “เปล่าขอรับ” เขาตอบ “กระผมมาหาท่านขอรับ ท่านเซดดริก

ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย “มาหาผมเหรอ?”

ท่านเซดดริก...จะกลับอังกฤษจริง ๆ เหรอขอรับ?” คำถามที่เอ่ยออกมานั้น ทำเอาอีกฝ่ายชะงักกึก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า พ่อบ้านผู้นี้คงจะเห็นว่าคนตรงหน้าในห้องนั่งเล่นเมื่อเช้า

เซดดริกหลับตาลงก่อนจะตอบ “ครับ

ท่านเซดดริกอย่ากลับไปเลยขอรับ” เอเกิลเอ่ยด้วยเสียงที่อ่อนลง “นายท่านจะไม่เหลือใครแล้ว

ผมเป็นแค่มนุษย์นะครับเอเกิล แล้วยังเป็นคนนอกด้วย” อีกฝ่ายตอบหลังจากลืมตาขึ้น และมองขึ้นไปบนท้องฟ้า และครอสก็ยังมีคุณกับลูน่าไม่ใช่เหรอครับ? ไม่ได้ไม่เหลือใครเสียหน่อย”

พ่อบ้านชราส่ายหน้าเบา ๆ “ที่กระผมหมายถึง คือคนที่สามารถเข้าใจ    นายท่าน และทำให้นายท่านมีความสุขเวลาอยู่ข้าง ๆ ขอรับ” เขาอธิบาย “ซึ่งกระผมกับลูน่า...ไม่ใช่ขอรับ”

ลมหายใจสะดุดไปครู่หนึ่ง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อใคร่ครวญความหมายในประโยคนั้นของคนเก่าคนแก่ “คนแบบนั้นก็ไม่น่าจะหายากนะครับ คงมีแวมไพร์อีกหลายตระกูลที่อยากยืนอยู่ข้าง ๆ เขา” เซดดริกตอบเสียงเบาหวิว คำพูดนั้นเป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แต่คนพูดกลับรู้สึกเสียเองว่ามันกำลังกรีดหัวใจของเขาเบา ๆ

“ซึ่งผมก็คงไม่ใช่”

เอเกิลมองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มที่ยังคงเงยหน้ามองขึ้นฟ้า “ก็จริงขอรับ แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่น่าจะเข้าใจนายท่านได้มากไปกว่าท่านเซดดริก” เขาว่าต่อก่อนจะขยับเข้ามาใกล้อีกก้าว “แม้แต่ลูน่าก็ดูออกว่านายท่านผ่อนคลายลงมากเมื่อเวลาอยู่กับท่านเซดดริก”

ลมหายใจกระตุกอีกครั้ง เขาจำได้ว่าแวมไพร์สาวตนนั้นก็เคยบอกกับเขาแบบนี้ แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่อาจสลัดภาพของผู้คนที่กำลังตามหาเขาอยู่ที่อังกฤษได้เลย แต่มีคนรอให้ผมกลับไป ผมไม่อยากทำให้พวกเขาเป็นห่วงไปมากกว่านี้”

ท่านเซดดริกอยู่ที่นี่ไม่มีความสุขหรือขอรับ?” พ่อบ้านชราถาม เรียกให้ชายหนุ่มก้มหน้าลงมามองคู่สนทนา ดวงตาสีฟ้าไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อได้ยินคำถามนั้น

มีความสุขสิครับ” 

แต่ถึงจะมีความสุข... 

แต่ที่นี่ไม่ใช่ที่ของผม

“ท่านเซดดริก”

เซดดริกมองดวงตาสีแดงซีดที่เว้าวอนนั้น แต่เขาก็ใจอ่อนไม่ได้ เขา...ต้องรู้จุดยืนของตัวเอง รู้ว่าที่ของตัวเองอยู่ไหน และคน ๆ นั้นก็ต้องรู้เช่นกันว่า โลกของพวกเขานั้นมันแตกต่างกันมากแค่ไหน

“ไม่มีอะไรที่จะทำให้ท่านเปลี่ยนใจได้เลยหรือขอรับ?” เอเกิลยังคงไม่ละความพยายาม แต่ดวงตาสีฟ้าก็ไร้แววลังเล

ชายหนุ่มส่ายหน้าเบา ๆ พร้อมกับคลี่ยิ้มบางอย่างรู้สึกผิด “ขอโทษครับ”

พ่อบ้านชรารู้แน่ชัดแล้วว่าไม่มีอะไรที่จะเปลี่ยนใจคนตรงหน้าได้ สุดท้าย เขาก็ได้แต่ยอมรับการตัดสินใจของอีกฝ่ายแม้ว่าจะไม่เห็นด้วยมากแค่ไหนก็ตาม

ท่านขึ้นไปพักผ่อนเถอะขอรับ เดี๋ยวกระผมจะนำนมอุ่น ๆ ไปให้” เอเกิลว่าพร้อมกับคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน

ขอบคุณครับ

แต่ทั้งสองก็ไม่รู้เลยว่า ในมุมมืดบนชั้นสองของคฤหาสน์ มีสายตาของใครคนหนึ่งจ้องมองมา ใครคนนั้นเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง และได้ยินทุกคำพูดราวกับว่าตัวเองนั้นอยู่ที่สวนด้วย ดวงตาสีแดงหรี่เล็กลงจนแทบกลายเป็นเส้นเรียว ประกายไหววูบที่ปวดร้าวประหลาดปรากฏอยู่ในดวงตาคู่นั้น

ริมฝีปากเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรงราวกับกำลังระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในจิตใจอย่างยากลำบาก

 

“ที่นี่ไม่ใช่ที่ของผม”

 

            ชั่ววูบหนึ่งที่เขาเผลอคิดไปว่า ต้องทำอย่างไรถึงจะทำให้ที่นี่เป็นที่ของพวกเขาทั้งสอง...

            ทำอย่างไรให้ ที่นี่เป็นที่ของเซดดริก

 

 To be continued...






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,070 ความคิดเห็น

  1. #1055 นักอ่าน...lnwcool (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:26
    กลับไปทำเรื่องย้ายที่เรียนมาที่โรมาเนียสิ  จะ/ด้อยู่กลับครอสงายยยย
    #1,055
    0
  2. #1036 ตีฟอง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 22:24
    ทุกคนเชียร์ให้อย่าไป...แตรเราเชียร์ให้ไปนะ คนที่นู่นกว่าครึ่งมหาลัยแล้วมั้งที่เป็นห่วง และไม่รู้เป็นตายยังไงอย่างน้อยโผล่หน้าไปบอกว่ายังสบายดี ก็ยังดี
    #1,036
    0
  3. #827 Fronztear (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2557 / 21:11
    อย่าไปเลย สงสารครอสบ้าง
    #827
    0
  4. #659 Angelprimo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2555 / 16:12
    เซด อย่าไป สงสารครอส
    #659
    0
  5. #628 เนอเวย์ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2555 / 22:35
    เซดคุงงงงง ตัดสินใจอีกทีเถอะ!!!
    #628
    0
  6. #506 HanChul Forever (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2555 / 23:55
     อย่าไปนะเซด ไม่อยากให้ไปเลยอ่า
    #506
    0
  7. #450 ppprae (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2555 / 13:37
    แอบสงสารครอส จะโดนทิ้งไม๊เนี่ย >,,
    #450
    0
  8. #441 รัตติกาลลมหนาว (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 21:39
     ไม่อยากให้ไปเลยย
    #441
    0
  9. #417 Doll_lucky (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 18:24
     ต้องไปจริงๆเหรอ 

    ไม่เห็นใจ ครอสบ้างเหรอ 
    #417
    0
  10. #370 กริฟฟินไร้เงา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มีนาคม 2555 / 23:40
     เพราะรักไงคะครอส >0 #370
    0
  11. #266 S___P (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 15:47
    โอ้ครอสTT
    #266
    0
  12. #234 Yร้าย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2554 / 21:22
    สงสารท่านครอสจังเลยอ่ะ...อย่ากลับเลยน๊า...เซดดริกจ๋า....
    #234
    0
  13. #233 เด็กติดเกาะ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2554 / 02:48
    มาอัพไวไวนะค่ะ จะรอค่ะ^^
    #233
    0
  14. #232 cahcharil (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2554 / 21:51
    รีบมาอัพไวไวนะจ๊ะ อยากรุ้จังเซดริกจะได้กลับมั้ยน้ออ
    #232
    0
  15. #228 ilmintli (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2554 / 00:04
    รีบมาอัพไวๆน้า สู้ๆไรเตอร์
    #228
    0
  16. #227 cartooncartoon (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2554 / 23:58
    มาอัพเร็วๆน๊า นุกมากเลยล่ะ
    #227
    0
  17. #223 storm-thunder (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2554 / 19:17
    สนุกมากเลย รีบมาอัพต่ออีกนะ
    #223
    0
  18. #222 Grim (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2554 / 00:33
    แค่แวมไพร์กะมนุษย์นะ ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะต้องแยกเซออกจากครอสน้า TT^TT ยังไงเซก้อย่าไปๆๆๆ

    ป.ล.ตอนพิเศษมาไวไวน้า
    #222
    0
  19. #221 Apart' Kz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2554 / 19:52
    อย่าให้เซดดริก ไปน้ะ สงสารครอสอ่า

    T^T
    #221
    0
  20. #220 กระจั๊วบิน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2554 / 18:57
    =w=ไรเตอร์ส่งตอนต่อไปมาด่วนเลยยย อ้ากกกกค้าง อย่ากลับไปเลยนะ
    ปล.ไรเตอร์์งดการ์ตูนซร้าา
    #220
    0
  21. #219 Alo'ni.ya (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2554 / 17:08
    ว้า.....ไม่อยากให้ไปเลยอ่ะเซดริก กำลังหวานกันเเท้ๆ=.=
    #219
    0
  22. #218 arthen (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2554 / 16:15

    ถึงดองก็รออ่าน   ฮา   เริ่มชอบแล้วสิน่ะ  เมื่อไหร่จะรักเอ่ย

    #218
    0