[BL] Tale of the Darkness

ตอนที่ 11 : 10th Tale : คำทำนายที่ไม่คาดคิด [Final]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,878
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

 

 10th Tale : คำทำนายที่ไม่คาดคิด

 

               ร่างบางเพรียวระหงในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีดำเน้นทรวดทรงอรชรยืนนิ่งสงบอยู่เหนือโลงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เรือนผมสีทองยาวสลวยถูกปล่อยเรี่ยแผ่นหลังขณะที่บางส่วนของเส้นผมปอยเล็ก ๆ ข้างหน้าทิ้งตัวระแก้มนวล เพราะใบหน้าของเธอนั้นกำลังก้มมองใบหน้าขาวซีดไร้ชีวิตของชายผู้ที่เป็น ‘ท่านพ่อ’ ของเธอ

               มือเรียวค่อย ๆ ยกขึ้นไปสัมผัสกระจกใส และไล่ไปตามกรอบใบหน้าของผู้เป็นที่รักอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีแดงที่ทอดมองร่างของชราสั่นระริกอย่างร้าวราน

...กี่ครั้งแล้วที่เธอทำได้เพียงแค่จ้องมองผ่านกระจกมนตรา และสัมผัสพื้นผิวแข็งกระด้างอันเย็บเยียบ...

ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นอย่างกลั้นอารมณ์ แววตาสั่นไหวอีกครั้ง และเริ่มรื้นด้วยของเหลวใส ท่านพ่อ เฟรคิดถึงท่านเสียงหวานพึมพำเศร้าสร้อยปานจะขาดใจ

เฟรอยู่นี่เองเหรอ?” น้ำเสียงห้าวที่คุ้นเคยดังขึ้นจากประตูทางเข้าเรียกให้ใบหน้างามหันไปมอง ชายหนุ่มร่างสูงผู้กำลังยืนอยู่ด้วยใบหน้าคมคายที่เปื้อนรอยยิ้มอ่อนโยน

ท่านพี่มีอะไรหรือเปล่าคะ?” หญิงสาวถามขณะปาดน้ำตาที่ปริ่มดวงตาให้หายไปก่อนจะคลี่ยิ้มบาง ๆ

พี่กำลังจะไปในเมืองน่ะ ไปด้วยกันไหม?”

เพียงเท่านั้น ใบหน้างามก็พลันโกรธขึ้งและตวัดขึ้นมองอีกฝ่าย ท่านพี่ยังมีอารมณ์ไปเที่ยวอีกเหรอคะ?” น้ำสียงที่แข็งกร้าวทำให้ผู้เป็นพี่ชายเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะยกมือลูบศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นไหมสีทองราวกับกำลังปลอบโยน

อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ พี่ไม่ได้ไปเดินเล่นหรอกอีกฝ่ายว่า ทำให้  หญิงสาวเลิกคิ้วด้วยความสงสัย “คิดจะทำการใหญ่ต้องห้ามพลาดทุกความเคลื่อนไหว”

ใบหน้างามบูดบึ้งเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าหาเรื่องไปเที่ยว แล้วทิ้งท่านพ่อไว้หรอกนะคะเธอกล่าวหาเสียงประชดประชัน

ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบา ๆ กับความคิดของน้องสาวที่รัก คิดว่าพี่เป็นคนแบบนั้นเหรอ?” เขาย้อนถามอย่างไม่จริงจักนัก เฟรก็รู้ว่าสำหรับพี่ สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้มีเพียงสองเรื่องเท่านั้น คือ น้อง และการส่งดีแฟนธ่อมไปลงนรกเท่านั้น!”

            พลันประกายในตาแข็งกร้าวจนผู้เป็นน้องเผลอสะดุ้งด้วยความตกใจ เธอก้มหน้าต่ำอย่างกลัวเกรงทำให้อีกฝ่ายรั้งเธอมากอดไว้ในอ้อมแขนอย่างปลอบประโลมแม้ว่าดวงตายังคงวาวโรจน์

ตอนนี้เขาเหลือเพียงแค่น้องสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น ดังนั้นเขาจะไม่ยอมเสียใครไปอีกแล้ว และพวกที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตเขาจะไม่ได้อยู่อย่างสงบโดยเฉพาะดีแฟนธ่อมต้องรู้สึกเหมือนอย่างที่เขารู้สึก!!

###

 

               บรรยากาศเงียบงัน และกดดันแปลก ๆ ลอยตัวนิ่งทั่วห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ มีเพียงเสียงส้อมและมีดกระทบกับจานที่ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ราวกับท่วงทำนองแสนน่าเบื่อ ส่วนชายหนุ่มทั้งสองคนที่นั่งประจันหน้ากันต่างก็สนใจแต่กับอาหารเบื้องหน้าตน และหนังสือพิมพ์ในมือ ไม่สบตาอีกฝ่ายแต่อย่างใด จนสาวใช้ร่างเล็กอดรู้สึกอึดอัดแทนไม่ได้

ลูน่าไม่ค่อยชินกับการ ‘เงียบ’ ของผู้เป็นนาย และของอีกคนที่ปกติจะถามนู่นนี่นั่นบ้าง แต่วันนี้กลับไม่พูดอะไรเลย ร่างเล็กแอบหลุกหลิกเล็กน้อย นึกคันปากยิก ๆ อยากถามว่าทะเลาะกันหรือเปล่า?

            แต่สุดท้ายแล้ว...เธอก็เลือกที่จะเงียบเช่นกัน

            เซดดริกใช้มีดหั่นไข่ดาวบนจานขณะเหลือบมองท่าทีของคนตรงข้ามที่ก้มหน้าก้มตาทานอย่างเงียบ ๆ ดวงตาสีฟ้าหลุบลงต่ำอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาไม่รู้ว่าจะเปิดบทสนทนาอย่างไร และเป็นครั้งแรกที่รู้สึกอึดอัดขนาดนี้ อาจจะเป็นเพราะบทสนทนาเมื่อวานก็ได้ เขาค่อนข้างไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงพูดอะไรไปแบบนั้น

มานั่งคิด ๆ ดู...ก็รู้สึกว่ามันน่าอายชะมั

ด้วยเหตุนี้ทำให้คำพูดมันจุกอยู่ในลำคอไปหมด และพาลทำให้กินอะไรไม่ลงไปเสียดื้อ ๆ

ชายหนุ่มจึงวางส้อมและมีด และยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มสองสามอึก เขารู้สึกได้ว่ามีสายตาคมลอบมองแวบหนึ่งก่อนจะหายอย่างรวดเร็วพอกัน

            “นายอยากไปในเมืองไหม?” น้ำเสียงราบเรียบถามขึ้นพร้อม ๆ กับที่เขาลุกจากที่นั่ง

            “ครับ?” เซดดริกเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย

            ชายหนุ่มผมดำวางหนังสือพิมพ์ในมือลงก่อนที่ใบหน้าคมคายจะเงยขึ้น ฉันอนุญาตให้นายออกไปในเมืองได้เขาเอ่ยสั้น ๆ ย้อนคำถาม น้ำเสียงคลับคล้ายคลับคลาว่าห้ามปฏิเสธ

            อีกฝ่ายเอียงใบหน้าเล็กน้อย ในเมือง...เหรอครับ?” เขาถามเบา ๆ ด้วยความแปลกใจ คฤหาสน์หลังนี้อยู่ใกล้เมืองด้วยเหรอ?

            ดวงตาสีแดงหรี่ลงเล็กน้อย คิดว่าที่นี่อยู่ห่างจากตัวเมืองมากหรือไง?” เขาถามราวกับว่าอ่านความคิดของอีกฝ่ายได้ ทำเอาเซดดริกสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มแหย ๆ กลาย ๆ ว่ายอมรับว่าคิดเช่นนั้นจริง

ครอสลอบถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหยิบถุงผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มจากกระเป๋ากางเกง และโยนให้ชายผมบลอนด์ที่รับถุงนั้นไว้ได้พอดิบพอดี และขมวดคิ้วเล็กน้อยแทนคำถาม ติดตัวไว้

            เซดดริกเปิดปากถุงกำมะหยี่ออก แล้วก็พบว่าภายในนั้นมีธนบัตรหลายใบ และเหรียญอีกราว ๆ กำมือหนึ่ง ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างด้วยความตกใจ นี่มัน...เขาครางเบา ๆ เพราะจำนวนเงินมันช่างมากมายเหลือเกิน

สกุลเงินที่อังกฤษกับที่นี่ไม่เหมือนกัน เอาเงินในนั้นไปใช้ก็แล้วกันครอสเอ่ยเรียบ ๆ แต่เฉียบขาดกลายเป็นการบังคับไปโดยปริยาย อีกฝ่ายก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากพยักหน้ารับยอมทำตาม

            ใจดีป๋าสปอร์ตสุด ๆ !!

                ไปรอที่โถง ฉันจะให้เอเกิลไปส่งแวมไพร์หนุ่มสั่งสั้น ๆ ก่อนจะหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ ตอนแรกเซดดริกนึกว่าเขาจะไปด้วย แต่พอคิดไปคิดมา ถ้าเข้าไปในเมืองก็เป็นช่วงกลางวัน แวมไพร์อย่างรายนั้นคงออกไปตะลอน ๆ ใต้แสงอาทิตย์ไม่ได้

แต่...เอเกิลก็เป็นแวมไพร์เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?

เขาไหวไหล่น้อย ๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะหลังจากที่อยู่ที่นี่มาได้ระยะหนึ่ง ทำให้เขารู้ว่าเรื่องบางเรื่องก็ยากเกินกว่ามนุษย์จะเข้าใจ

ขอบคุณครับชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับเก็บถุงเงินเข้ากระเป๋ากางเกงก่อนจะเดินออกจากห้องอาหารไป

            สายตาคมกริบที่นิ่งเฉยลอบมองแผ่นหลังที่หายไปหลังบานประตู แล้วจึงค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลงราวกับใช้ความคิด และปล่อยให้บรรยากาศโดยรอบเงียบไปสักพัก เอเกิลเสียงเรียบเอ่ยขึ้นสั้น ๆ ก่อนที่ร่างของชายชราจะปรากฏตัวจากความว่างเปล่าข้างกายของเขาอย่างเงียบงัน

            “ขอรับนายท่านพ่อบ้านสูงวัยกล่าวอย่างนอบน้อมพร้อมกับโน้มตัวลงเล็กน้อย

            “ได้ยินแล้วสินะ

ขอรับ

            “ถ้างั้นข้าฝากด้วยครอสว่า แม้ดูเหมือนไม่ใส่ใจมากนัก แต่ฟังจากคำพูดแล้วก็บอกได้เลยว่าใส่ใจมากพอควรทีเดียว อันที่จริงเมืองซีบิวก็ไม่เลว

            “รับทราบขอรับนายท่านเอเกิลรับคำสั่งอย่างนอบน้อม เก็บความสงสัยที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดไว้ใต้ท่าทางเคารพได้อย่างแนบเนียน เขาไม่เคยเห็นแวมไพร์หนุ่มผู้นี้ใส่ใจคนอื่นมากขนาดนี้มาก่อน ข้าขอถามอะไรสักข้อได้ไหมขอรับ?”

            แวมไพร์หนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อยแทนการถาม

            “นายท่าน...กำลังทำอะไรอยู่หรือขอรับ?”

            ดวงตาไหววูบต่างจากใบหน้าที่ยังคงไม่แสดงอารมณ์เช่นเดิม แต่พ่อบ้านชราที่ลอบมองเสี้ยวหนึ่งของใบหน้านั้นทราบดีว่าชายหนุ่มไม่ได้ไร้ความรู้สึกเหมือนเช่นอารมณ์ที่แสดงออกมา อาจจะเพียงแค่สับสนไปพักหนึ่งเท่านั้น...

เมื่อไม่ได้รับคำตอบใด ๆ กลับมา เอเกิลจึงโน้มตัวลงเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวลา ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวขอรับแล้วร่างของแวมไพร์สูงวัยก็เดินตามชายหนุ่มผมบลอนด์ไปยังห้องโถง ทิ้งไว้เพียงแค่หมอกควันแห่งคำถามที่ยังคงวนเวียนอยู่รอบกายของอีกคน

           ครอสปิดเปลือกตาลงชั่วครู่พร้อมกับความรู้สึกปวดหัวหนึบ ๆ อีกครั้ง มือแกร่งยกขึ้นบีบขมับตนเบา ๆ เพื่อบรรเทาอาการที่เดี๋ยวชักเริ่มเป็นบ่อยครั้งขึ้น

เขาให้เซดดริกลงไปในเมืองได้ ก็เพราะว่าต้องการไถ่โทษที่เมื่อวานทำให้อีกฝ่ายเสียความรู้สึก เขาลองมาคิด ๆ ดู...ที่พูดไปนั้นก็ค่อนข้างจะแรงไป

            ชายหนุ่มลืมไปว่าอีกฝ่ายนั้น...เป็นมนุษย์

เป็นมนุษย์ที่เขาเพิ่งบอกไปว่าเกลียดนักเกลียดหนา...

ตอนนี้ไป ๆ มา ๆ เขาชักสงสัยแล้วว่าที่ปล่อยให้อีกฝ่ายไปเที่ยวได้ เป็นเพราะต้องการขอโทษอย่างเดียวจริง ๆ หรือเปล่า อย่างน้อยก็หวังให้มันเป็นเหตุผลที่แท้จริง

            ...ไม่ได้เป็นเพียงข้ออ้างที่ทำให้เขาหลอกตัวเองว่าไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดีต่อเขา...

###

 

เซดดริกยืนพิงราวบันไดขณะโยนถุงเงินในมือขึ้นลงด้วยท่าทีสบาย ๆ น้ำหนักเงินในถุงก็มากโขชนิดที่เขาไม่นึกว่าจะมีโอกาสได้สัมผัสมัน เมื่อถุงกำมะหยี่ตกลงมาบนฝ่ามืออีกครั้งเขาก็ยกมันขึ้นมาพินิจในระดับสายตาก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางใช้ความคิด

ฉันจะเอาแกไปทำอะไรดี?” เขาพึมพำเสียงแผ่วเบา

            จะว่าไปแล้ว ชายหนุ่มก็ไม่เคยเดินทางไปนอกประเทศ เขาเคยวาดฝันจะเดินทางทั่วยุโรป ท่องเที่ยว และถ่ายรูปไปเรื่อย และประเทศโรมาเนียก็เป็นหนึ่งในเส้นทางที่เขาหมายตาไว้ แต่แน่นอน...ความฝันนั้นก็พลันล้มเลิกไปในเวลาไม่นานนัก เนื่องด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงเกินตัว

แต่พอมีโอกาสได้มาที่ที่อยากมา ก็ดันนึกไม่ออกเสียนี่ว่าจะไปทำอะไร เที่ยวที่ไหนบ้าง

            เดินมั่ว ๆ ไปก็แล้วกัน เซดดริกคิดในใจอย่างปลงตกก่อนจะเก็บถุงเงินเข้ากระเป๋ากางเกง พอดีกับที่พ่อบ้านชราเดินลงมาจากบันได และก้าวเข้ามาประชิดโดยที่ชายหนุ่มไม่ทันได้ตั้งตัว

            “ท่านเซดดริกขอรับเสียงแหบห้าวที่ดังขึ้นข้างกายกะทันหันทำเอาเจ้าของชื่อสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ แต่พอเห็นว่าเป็นใครเขาก็ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกด้วยความโล่งอก

            “อย่าเล่นแบบนี้สิครับเอเกิลชายหนุ่มว่าเสียงเบางึมงำในลำคอ

เอเกิลคลี่ยิ้มบาง ๆ ด้วยความเอ็นดู กระผมเห็นท่านทำหน้าเครียด ๆ น่ะขอรับเขาตอบ ท่านเซดดริกพร้อมหรือยังขอรับ?”

            อีกฝ่ายเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัยก่อนจะนึกออก อ๋อ ๆ พร้อมครับพร้อมเขาตอบรับ แต่แล้วก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ แล้ว...เราจะไปยังไงกันเหรอครับ?”

            พ่อบ้านชรายิ้มเล็กน้อยอย่างมีเลศนัย หายตัวไปครับเขาตอบ

            “อ๋อ หายตั...เซดดริกรับคำรับรู้ก่อนที่ดวงตาสีฟ้าจะเบิกกว้างด้วยความตกใจ อะไรนะ!!!?

            เอเกิลไม่ตอบอะไรนอกจากยิ้มให้ใบหน้าเหลอหลาของอีกฝ่ายด้วยความขบขัน “แต่เราต้องออกจากเขตรั้วของคฤหาสน์ไปก่อน เพราะภายในรั้วคฤหาสน์แห่งนี้เป็นอาณาเขตต่อต้านการหายตัวน่ะครับ” พ่อบ้านชราว่าต่อก่อนจะเดินนำออกจากประตูคฤหาสน์ไป

            ชายหนุ่มที่ยังคงตกตะลึงไม่หายก็ได้แต่เดินตามไปโดยพยายามกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ เมื่อก้าวออกจากประตูรั้วอันหรูหราของคฤหาสดีแฟนธ่อมแล้ว     เอเกิลก็ยื่นท่อนแขนข้างขวาของตนให้อีกฝ่ายที่ยังคงทำหน้าตื่น จับแขนของกระผมไว้ให้ดีนะขอรับเขาเอ่ย ด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นเล็กน้อยทำให้คนที่ตกใจไม่หายยังพอมีสติทำตามที่คนอื่นบอกได้ทัน

เอาจริงเหรอครับ?เสียงทุ้มพึมพำเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่นเล็กน้อยแม้จะจับแขนของชายชราไว้จนเป็นรอยยับก็ตาม

ขอรับพ่อบ้านรับคำพร้อมกับอมยิ้มน้อย ๆ หลับตาด้วยก็ดีนะขอรับจะได้ไม่เผลอกัดลิ้นตัวเอง

ใบหน้าคมคายพยักหน้ารับตื่น ๆ และหลับตาแต่โดยดี ริมฝีปากเม้แน่นจนเป็นเส้นตรงจนคนมองอดมองด้วยความเอ็นดูไม่ได้ จากนั้นเอเกิลพึมพำบริกรรมคาถาอย่างแผ่วเบาและรวดเร็ว ดวงตาสีแดงซีดพลันสว่างวูบหนึ่งก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะหายไปอย่างรวดเร็ว

ความรู้สึกดิ่งวูบในช่องท้องทำเอาเซดดริกรู้สึกเหมือนเครื่องในจะขย้อนออกมาทางลำคอ แม้จะหลับตาอยู่แต่ก็พอเดาได้ว่ารอบกายเขานั้นมืดมิด และกำลังหมุนอย่างรวดเร็ว มือที่จับแขนของพ่อบ้านไว้ยิ่งจับแน่นขึ้นเมื่อมีสายลมวูบหนึ่งตีใบหน้าอย่างแรงจนชาวาบ

พลัน ทุกอย่างก็สงบลง และฝ่าเท้าก็สัมผัสได้ถึงพื้นแข็ง ๆ ที่มั่นคง

ลืมตาได้แล้วล่ะขอรับเสียงแหบห้าวที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างกายก่อนที่ดวงตา  สีฟ้าจะค่อย ๆ ลืมขึ้นช้า ๆ และกระพริบปริบ ๆ เมื่อต้องแสงสว่างเพียงเล็กน้อยที่ลอดผ่านช่องว่างขนาดเล็กเหนือศีรษะ เขาเงยหน้าขึ้นไปมอง และเห็นท้องฟ้าสีฟ้าผ่านทางช่องว่างระหว่างตึกสองตึก

เซดดริกขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะก้มใบหน้าลง และมองรอบกาย ทั้งมืดและแคบ แวมไพร์ชราพอเดาท่าทางของอีกฝ่ายได้จึงเริ่มอธิบาย พวกเราอยู่ในซอกตึกขอรับเขาว่าก่อนจะถอยหลังเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงไอร้อนของดวงอาทิตย์ หากเป็นบริเวณอื่น กระผมเกรงว่าจะไม่สามารถส่งท่านเซดดริกได้ขอรับ

ชายหนุ่มเอียงคอหน่อย ๆ ด้วยความฉงน เมื่อเห็นว่าร่างของชายชราหลบเข้ามุมมืดจนแทบไม่เห็นใบหน้าก็เข้าใจ นั่นสินะ...แวมไพร์ไม่ถูกกับแสงแดด

ผม...ทำให้คุณลำบากหรือเปล่า? แบบว่าให้ผมเดินมาเองก็ได้นะเขาถามเสียงเบาอย่างรู้สึกผิด ตอนนี้ก็เป็นเวลาประมาณเก้าโมงกว่า ๆ ถือว่าเริ่มมีแดดแล้ว และแน่นอน...มันไม่เป็นมิตรต่อปิศาจยามราตรีเช่นร่างเบื้องหน้าเขาเป็นต้น

ไม่หรอกขอรับท่านเซดดริก ถึงจะอยู่ในระยะที่เดินได้ แต่นายท่านสั่งให้กระผมพาท่านมาอยู่ดีขอรับน้ำเสียงอ่อนโยนจากใบหน้าในความมืดทำให้อีกฝ่ายพอเบาใจลงบ้าง แต่ก็อดเกรงใจไม่ได้อยู่ดี

ว่าแต่ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหนเหรอครับ?”

เมืองซีบิวขอรับ

เพียงเท่านั้น เขาก็ทำตาโตด้วยความดีใจ จริงเหรอครับ?” เซดดริกถามด้วยความตื่นเต้น เพราะเขาเคยได้ยินชื่อเสียงของเมืองแห่งนี้มาบ้าง ทำให้เขาอยากมาเที่ยวที่นี่สักครั้ง และความฝันในอดีตก็พลันเป็นจริงโดยไม่คาดคิด!

ขอรับเอเกิลตอบรับด้วยความขบขันไม่ได้ เมื่อถึงเวลาห้าโมงเย็น ขอให้ท่านเซดดริกมารอกระผมที่นี่นะขอรับ กระผมจะได้พาท่านกลับคฤหาสน์

ชายหนุ่มพยักหน้ารับน้อย ๆ ได้ครับเอเกิล ขอบคุณมากครับที่มาส่งเขาเอ่ยก่อนที่ร่างในความมืดนั้นจะหายไปเพียงแค่กระพริบตาทำเอาเขาอดขนลุกไม่ได้ ยังไง ๆ ก็ยังไม่ชิน...

ร่างสูงก้าวออกจากช่องว่างเล็กน้อยระหว่างตึกสูงก่อนจะต้องหรี่ตาลงเพราะต้องแสงแดดจ้า จะว่าไป เราก็ไม่ได้เจอแดดนานแล้วแฮะ ใบหน้าคมคายเงยหน้าขึ้นราวกับว่าต้องการรับไอแดดที่ไม่ได้สัมผัสมานานแสนนาน เขากระตุกยิ้มเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจก่อนจะก้มหน้าลงเช่นเดิม และตัดสินใจออกเดินเมืองเก่าแห่งทรานซิลเวเนีย...ซีบิว

เมืองซีบิวเป็นเมืองที่อยู่ในเขตภูมิภาคทรานซิลเวเนีย และได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของประเทศโรมาเนีย มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยว และสัมผัสถึงวัฒนธรรมอันยาวนานของเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมยุโรป

แสดงว่าคฤหาสน์ของครอสต้องอยู่ในทรานซิลเวเนียแน่ ๆ

ตามตำนานแดรกคิวล่าเป๊ะ...เสียงทุ้มพึมพำแผ่วเบาขณะเดินไปตามทางเดินที่ปูด้วยตัวหนอนสีเทาเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่วางต่อกันอย่างเป็นระเบียบสวยงาม ดวงตาสีฟ้าจับจ้องที่ตัวอาคารแต่ละหลังซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นแบบชนบทที่เป็นบ้านสองชั้น และมีหลังคาสูง

อืม...ย่านเขตเมืองเก่าสินะเซดดริกรำพันกับตัวเอง เพราะเขาเห็นแม่น้ำสายหนึ่งไม่ไกลจากที่เขาอยู่นัก ซึ่งน่าจะเป็นแม่น้ำซีบินเพราะย่านเขตเมืองเก่านี้ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำแห่งนี้

กลิ่นอายของวัฒนธรรมที่เก่าแก่ของยุโรปทำให้ชายหนุ่มพลันต้องมนต์สะกด ดังนั้น เขาจึงไม่แปลกใจเลยว่าเมืองซีบิวจะได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมยุโรปคู่กับเมืองลักเซมเบิร์ก และยังได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารชื่อดังให้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่งดงามที่สุดของยุโรปอีกด้วย

วันนี้อาจจะเป็นโชคดีของเขาที่อากาศไม่ร้อนนัก มีลมพัดมาอ่อน ๆ แม้ว่าแดดจะแรงก็ตามที เซดดริกเดินผ่านผู้คนมากหน้าหลายตา ทั้งคนที่คาดว่าจะเป็นชาวพื้นเมือง และนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด อาจเพราะนานแล้วที่เขาไม่ได้เจอมนุษย์เลยสักคน

อันที่จริง ที่เขามีชีวิตอยู่ท่ามกลางเหล่าแวมไพร์ได้...ช่างเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจจริง ๆ

ก็ยังดีที่ยังอยู่ครบสามสิบสอง...แม้ปากจะบ่นไปอย่างนั้น แต่เขาก็ไม่คิดว่าแวมไพร์ทั้งสามตนที่ตนอาศัยอยู่ด้วยนั้นน่ากลัวเลย กลับกันชายหนุ่มยังเผลอคิดไปว่าพวกเขาเปรียบเสมือนครอบครัวด้วยซ้ำ

ร่างสูงเดินตามถนนไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รีบร้อน แต่ก็เพราะใบหน้าที่เด่นสะดุดตามาแต่ไหนแต่ไร ทำให้การเดินไปไหนมาไหนนั้นช่างน่าอึดอัด เพราะมีสายตาคอยจ้องมองด้วยความสนใจ และอยากรู้อยากเห็นจากทั้งชายและหญิง

มันก็อาจจะเป็นเรื่องดีที่ทำให้เขาได้ซื้อน้ำ และอาหารในราคาพิเศษ แต่ว่าพอโดนจ้องบ่อย ๆ นาน ๆ แบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

เซดดริกถอนหายใจยาวด้วยความหนักใจขณะกระดกน้ำจากกระป๋องลงคอ มองอย่างกับไม่เคยเห็นคนแม้ปากจะพึมพำบ่นสักเพียงใด แต่เมื่อมีหญิงสาวที่เดินผ่านมาส่งยิ้มมาให้เล็กน้อย เขาก็เผลอยิ้มตอบไปโดยไม่รู้ตัว

ชายหนุ่มถือคติไว้ว่า ใครดีมาก็ดีตอบ ใครร้ายมาก็ร้ายกลับ เพราะฉะนั้นอีกฝ่ายก็แค่ส่งยิ้มให้ เขาก็ควรจะยิ้มตอบกลับไปเช่นกันนี่นา?

 

เพราะงี้ไง นายถึงได้มีแต่สาวติดตรึมน่ะ!”

 

เสียงที่ไม่ได้ยินมานานของเพื่อนรักผู้ไม่ได้พบเจอมาร่วมเดือนดังขึ้นในความคิด เรียกรอยยิ้มให้ผุดขึ้นบนใบหน้าคมคาย แต่ก็พลันเลือนหายไปทันที

จะว่าไป หมอนั่นจะเป็นยังไงบ้างนะ?

...จะโกรธหรือเปล่าที่เขาหายตัวมาแบบนี้...

            แล้วจะมีใครเป็นห่วงเขาบ้างรึเปล่านะ?

กึก...

พลัน ความรู้สึกแปลกประหลาดก็พัดวูบเข้าใส่ทำเอาขนคอลุกชัน ร่างสูงหยุดนิ่งงันพร้อมกับหัวใจที่เต้นระรัว ความรู้สึกแบบนี้...เขาไม่รู้จัก แต่มันกลับทำให้ทั้งร่างกายเป็นอัมพาตไปได้ ดวงตาสีฟ้าค่อย ๆ กวาดมองรอบตัวอย่างระแวดระวังพร้อมกับใบหน้าที่ปรากฏริ้วรอยเคร่งเครียด

อะไร?

แล้วเขาก็เห็นที่มาของรังสีแปลกประหลาด เพิงเล็ก ๆ หลังหนึ่งตั้งอยู่ริมถนน เพิงนั้นประดับด้วยผ้าต่วนสีดำและสีขาว ประดับด้วยลูกปัดสีทองและเงินเป็นแถบยาว มีม่านที่ทำจากเชือกร้อยลูกปัดหลายเส้นร้อยเรียงยาวแทนประตู ข้างหน้าเพิงนั้นมีตุ๊กตาหินรูปนกฮูกตัวเล็กวางอยู่คล้ายกับยามเฝ้าประตู ถ้าเขาไม่สังเกตดี ๆ ก็จะไม่ทันมองเห็นป้ายชื่อที่อยู่วางอยู่เหนือหัวนกฮูกตัวนั้น

“ทำนายโชคชะตา...?”

หมอดู...งั้นเหรอ?

              สนใจเหรอคะ?” อยู่ ๆ ก็มีเสียงหวานดังขึ้นข้างกายทำเอาเขาสะดุ้งโหยง พอหันไปทางต้นเสียงก็ผงะด้วยความตกใจ เพราะใบหน้าเรียวสวยคมเข้มของ     หญิงสาวคนหนึ่งอยู่ห่างไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือกั้น ท่าทางของเขาทำให้สาวเจ้ากระตุกยิ้มบาง ๆ ด้วยความขบขัน

            “ป...เปล่าครับเซดดริกตอบตะกุกตะกัก ใบหน้าคมคายขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างบางสวมชุดคล้ายหญิงชาวยิบซีที่มีเพียงเกาะอกสีม่วง และผ้าผืนยาวสีเดียวกันที่คลุมบริเวณสะโพก และท่อนขา ยังโชคดีที่เธอมีผ้าผืนบางแถบยาวคลุมบริเวณหัวไหล่ และท่อนแขน

แต่ท่าทางของคุณมันตรงข้ามกันเลยนะคะเสียงหวานสดใสเอ่ยต่อไป ดวงตาสีเทากลมโตแต่งแต้มด้วยอายไลน์เนอร์สีดำคมกริบทำให้เธอดูมีเสน่ห์ ยิ่งจมูกโด่งสวย และริมฝีปากอิ่มเอิบ ยิ่งทำให้ไม่อาจละสายตาไปได้

คือผม...เดี๋ยว คุณใช้ภาษาอังกฤษเหรอ?” ว่าจะหาข้อแก้ตัว แต่เขาก็สะกิดใจขึ้นมา เพราะเธอคนนี้พูดด้วยภาษาบ้านเกิดเขาซึ่งไม่ค่อยมีใครใช้นักในประเทศนี้ เนื่องจากมีภาษาโรมาเนียเป็นภาษาราชการอยู่แล้ว

ด้วยเหตุนี้ตั้งแต่ที่เขามาถึงเมืองซีบิว ทุกคนที่เข้าหาเขาก็พ่นภาษาโรมาเนียใส่แทบทุกคน จนเขาแทบอยากจะเอาป้าย ‘English please!!’ แปะไว้ที่หน้าให้มันรู้แล้วรู้รอด

            หญิงสาวระบายยิ้มจาง ๆ ฉันไม่ใช่คนโรมาเนียค่ะเธอตอบเสียงฉะฉานก่อนจะคว้าแขนของชายหนุ่มที่ไม่ทันตั้งตัวให้ตามตนไป เข้ามาข้างในก่อนสิคะ

            เซดดริกถึงกับหน้าเหวอเมื่ออยู่ดี ๆ ก็โดนลากไปทางร้านหมอดูที่เขาเห็นเมื่อครู่ เดี๋ยว...เดี๋ยวสิครับคุณ ผมไม่ได้อยาก...ไม่ทันได้พูดจบอีกฝ่ายก็พาเขาผ่านม่านลูกปัดเข้ามาภายในตัวร้านเสียแล้ว

            บรรยากาศข้างในตลบอบอวลด้วยกลิ่นของเทียนหอมที่มากเกินไปจนแสบจมูก มีโต๊ะกลมหนึ่งตัว และเก้าอี้อีกสองวางอยู่กลางห้อง รอบ ๆ ห้องนั้นไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากผืนผ้าสีขาวสะอาดตา...อย่างน้อยเขาก็เดาว่าเป็นสีขาวเพราะแสงไฟมัว ๆ จากโคมไฟห้อยเพดานเป็นสีเหลืองอมส้ม ทำให้ผ้าที่เห็นเป็นสีส้มอ่อน ๆ ได้วย

            “ขอโทษด้วยครับ คือผมไม่ได้อยากดูดวงเมื่อตั้งสติได้ เซดดริกก็รีบปฏิเสธทันที และตั้งท่าจะเดินออกไป

            สาวยิปซีปล่อยแขนอีกฝ่ายแต่โดยดีก่อนจะหันมา คุณแน่ใจเหรอคะเธอถามพร้อมกับกระตุกยิ้ม ฉันรู้นะคะว่าคุณมีเรื่องอยากรู้มากมายเลยทีเดียว

            ชายหนุ่มหันขวับมาทันที นี่คุณ...

            หญิงสาวไม่ตอบอะไรนอกจากเลื่อนเก้าอี้ และผายมือให้อีกฝ่ายนั่งลง     ชายหนุ่มมองร่างบางอย่างไม่วางใจนัก แต่สุดท้ายแล้ว บางอย่างในตัวของเธอ อาจจะเป็นดวงตาสีเทาคู่นั้นที่ทำให้เขายอมนั่งลงแต่โดยดี

            บางที....เธออาจจะช่วยตอบคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจก็เป็นได้

รอสักครู่นะคะว่าแล้ว เธอก็หายเข้าไปหลังม่านผ้า ทิ้งให้ชายหนุ่มผู้โดนล่อลวงมานั่งงง ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็มีเพียงสังเกตสภาพแวดล้อม

            อย่างกับอยู่ในหนังเลยแฮะ...

 ว่าไงพ่อหนุ่มเสียงแหบแห้งดังขึ้นในความเงียบทำให้เขารีบหันไปมอง ดวงตาสีฟ้านิ่งค้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นหญิงชราอายุราว ๆ แปดสิบปีในชุดรุ่มร่าม สีน้ำตาลอ่อนเดินออกมาจากม่านผ้า ใบหน้าสีซีด และเหี่ยวย่นจนเกือบปิดทับดวงตาที่ปิดสนิท ยามเธอก้าวอย่างเชื่องช้า ก็เกิดเสียงกริ๊งของกระดิ่งแผ่วเบา ข้าง ๆ หญิงชรานั้นมีร่างบางที่หายไปเมื่อครู่ช่วยพยุงมา

“...” เซดดริกไม่อาจพูดสิ่งใดออกไปได้ เพราะเหมือนมีบางอย่างกำลังกดทับเส้นเสียง ความรู้สึกที่สัมผัสได้ตอนนี้คือสิ่งที่เขารู้สึกตอนอยู่นอกเพิง

            หญิงชราผู้นี้....ดูลึกลับ

            “อ้าว ๆ เงียบไปเลยเสียงเดิมเอื้อนเอ่ยอย่างขบขันขณะทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ส่วนหญิงสาวอีกคนก็ยืนอยู่ข้าง ๆ คล้ายกับผู้พิทักษ์ แบบนี้ไม่บอกก็รู้ว่าคนตรงหน้าเขาคือ หมอดู เจ้าของเพิงแห่งนี้

            “เอ่อ...คือ...เขายอมรับล่ะว่า อับจนด้วยคำพูดจริง ๆ

            “อยากรู้อะไรงั้นหรือพ่อหนุ่มแม่หมอถามน้ำเสียงนิ่งผิดกับเมื่อครู่ทำเอาอีกฝ่ายนั่งตัวเกร็งขึ้นมาทันที

            น่าแปลกที่เมื่อครู่เขามีเรื่องอยากถามมากมาย แต่ตอนนี้กลับนึกอะไรไม่ออก เซดดริกกลืนก้อนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอก่อนจะจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น

ดวงตาของอีกฝ่ายนั้นปิดสนิท แต่เขากลับรู้สึกว่าถูกมองจนทะลุปรุโปร่งราวกับว่าผิวกายเป็นเพียงแค่ผืนผ้าบาง ๆ ที่มองทะลุผ่านได้โดยง่าย...

คือ ผม...ไม่รู้เสียงทุ้มตอบแผ่วเบาก่อนจะหลุบใบหน้าลงต่ำ

            “งั้นยื่นมือมาหมอดูชราเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลังทำให้ชายหนุ่มไม่อาจขัดได้ เขาค่อย ๆ ยื่นมือขวาให้อีกฝ่ายโดยไม่มองหน้าทำให้ไม่เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันทีที่เห็นลายขีดเขียนของธรรมชาติบนฝ่ามือของเขาเพียงแค่แวบเดียวก็ตาม

ใบหน้าเหี่ยวย่นของหญิงชราที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทำให้หญิงสาว      ข้างกายท้วงขึ้นมาด้วยความห่วงใย ยายคะ...

            แต่ที่อีกฝ่ายทำ มีแค่ยกมือขึ้นห้ามก่อนที่เธอจะเอ่ย ดวงชะตาของพ่อหนุ่มช่างน่าสับสนนัก...เมื่อเธอหยุดไปชั่วครู่ ใบหน้าคมคายที่ก้มอยู่ก็เงยขึ้นมาพร้อมกับด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย “...อนาคตของเจ้าเห็นไม่ชัด ไม่รู้ว่าจะไปในทิศทางใด

               แล้วเสียงของนางก็เริ่มสั่นเครือราวกับหวาดกลัวบางอย่าง เจ้า...เกี่ยวข้อง และผูกพันกับบางอย่างที่ลึกลับโดยไม่อาจตัดขาดได้ ใช่...เพราะเจ้ามีอย่างที่แปลกออกไป ใช่...พิเศษกว่าใครจนทำให้ตัวเจ้านั้นถูกดึงไปพัวพันกับความขัดแย้งโดยที่ไม่รู้ตัว ใช่...ใช่...

เสียงที่สั่นเครือเริ่มกลายเป็นพร่ำเพ้ออย่างไร้จุดหมาย ถ้อยคำที่เอ่ยซ้ำไป   ซ้ำมาค่อย ๆ แผ่วเบาลงเรื่อย ๆ แม้ว่าใบหน้าของหญิงชราจะดูแข็งกร้าวขึ้นจนน่ากลัว

            ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เขาตกใจไม่ใช่สีหน้าของหมอดูชรา แต่หากเป็นคำพูดที่นางเอ่ยออกมา...

            ...ราวกับว่านางมองเห็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด...

            เป็นไปไม่ได้หรอกนา!

            “ผม...ผมขอตัวก่อนนะครับเซดดริกเอ่ยเสียงเบาก่อนจะลุกขึ้น และตรงไปที่ม่านลูกปัดอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขาขอเพียงแค่ออกไปจากเพิงนี้ให้เร็วที่สุด

           “เดี๋ยวค่ะคุณเสียงเรียกของหญิงสาวทำให้เขาหยุดกะทันหัน แต่ไม่แม้จะหันกลับไปมอง ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้ว่าอะไร

           “ไม่ใช่แค่ชะตาของคุณที่ยังไม่แน่นอน...แต่รวมถึงความรักของคุณด้วยค่ะยิปซีสาวพูดอย่างรวดเร็วแต่ชัดถ้อยชัดคำ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายหันมามองแต่อย่างใด

ขอโทษด้วยครับ พอดีผมยังไม่สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่เซดดริกตอบอย่างตัดเยื่อใย และเอื้อมมือไปปัดม่านลูกปัดให้เปิดออก

มีทางสองทางให้คุณเลือกแต่หญิงสาวก็ไม่สนใจ เธอก้าวเข้ามาใกล้แผ่นหลังของอีกฝ่ายอย่างเชื่องช้า เสียงกระพรวนที่ข้อเท้าที่ไม่ได้สังเกตตั้งแต่แรกดังขึ้นแผ่วเบาพร้อมแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้ชายหนุ่มต้องผินใบหน้ากลับมามอง

อยู่...หรือไป แต่ไม่ว่าทางไหน ก็เจ็บปวดไม่แพ้กันเธอเอ่ยต่อ ใบหน้างดงามของหญิงผู้ทำนายจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าที่ไหววูบ

            ไม่รู้เพราะเหตุใด ภาพชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของเรือนผมยาวสีดำกลับปรากฏเด่นชัดในความคิด...

            เซดดริกส่ายหน้าเบา ๆ อะไรกันเล่า เขาสบถในใจ แต่แล้วก็สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจเมื่อสัมผัสแผ่วเบาจากฝ่ามือเรียวแตะที่ใบหน้า เขาสบตากับดวงตาสีเทากลมโตที่ปรากฏริ้วแห่งความเจ็บปวดปานจะกรีดร่างให้ขาด

ทำไม?

เลือกให้ดี...นะคะเสียงหวานพึมพำแผ่วเบาก่อนจะลดมือลง และถอยหลังไปหนึ่งก้าว เสียงกระพรวนดังขึ้นอีกคราปลุกให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว

            ชายหนุ่มไม่รู้ว่าจะตอบด้วยถ้อยคำเช่นไร จึงตัดสินใจหันหลัง และก้าวออกไปจากเพิงแห่งการทำนาย คำทำนายเมื่อครู่ทำให้เขาสงสัย เขามีอะไรพิเศษ?

 

แล้วผมล่ะ? ทำไมคุณถึงไม่ฆ่าผมเสียตั้งแต่ตอนนั้น?

 

บทสนทนาที่จบไปนานแล้ว แต่เขายังคงจำได้แม่นยำ ครอสต้องการบอกอะไรกับเรานะ?

กรี๊ดดด!!!”



To be continued....



และนี่คือ  "เมืองซีบิว" ค่ะ น่าเที่ยวมากๆเลย :)
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,070 ความคิดเห็น

  1. #1035 ตีฟอง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 21:30
    ถ้าเจ็บก็เลือกทางอื่น เปิดฮาเร็มกับผองเพื่อนทั้ง4ก็ดี 55555
    #1,035
    0
  2. #824 Fronztear (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2557 / 20:56
    กลับมาเป็นเหมือนเดิมเร็วๆนะ รออยู่. >/////<
    #824
    0
  3. #657 Angelprimo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 / 22:17
    นายลืมไปได้ไงว่าเซดเป็นมนุษย์ =[]=
    #657
    0
  4. #626 เนอเวย์ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2555 / 22:11
    ว้าว อยากไปมั่งจัง *^*
    เซดคุงเลือกดีๆนะ ว่าจะอยู่ หรือ ไป
    #626
    0
  5. #614 FernoiiZ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2555 / 17:13
    หน้ามันเกินจอออกมาอ่า อ่านไม่ถนัดเลย TT มาปรับหน้าให้ใหม่จะได้มั้ยคะ
    #614
    0
  6. #436 รัตติกาลลมหนาว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 21:32
     ตอนนี้หน้ากระดาษอ่านยากจัง=w=
    #436
    0
  7. #435 รัตติกาลลมหนาว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 21:32
     ตอนนี้หน้ากระดาษอ่านยากจัง=w=
    #435
    0
  8. #415 Doll_lucky (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 17:59
     อ่านต่อ ๆ  
    #415
    0
  9. #368 กริฟฟินไร้เงา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มีนาคม 2555 / 23:13
     ย๊ากกกกกกกกกกกกกก  ค้างงงงงงงง
    จิ้มไปอ่านตอนต่อไปอย่างว่อง
    #368
    0
  10. #264 S___P (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 15:34
    It so fun!
    #264
    0
  11. #211 cahcharil (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2554 / 15:33
    ว้าววว เมืองสวยน่าไปจัง

    ถ้ามีคนพาไปอย่างครอส ฮิ้วววววว
    #211
    0
  12. #187 Qbec. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2554 / 00:01
    ฮิๆ=w= 

    ยังไงก็ต้องอยู่ อยู่เเล้วว
    #187
    0
  13. #169 I'm Rainchan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2554 / 21:52

    ค้างงงง มาต่อเร็วๆนะคะ ^^

    #169
    0
  14. #168 Yร้าย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2554 / 22:16
    ท่านเซดดริกต้องเลือกท่านครอส....

    ไรเตอร์ได้โปรดดดดดดดดดดดดดดด...

    เมืองสวยมากเลยนะเจ้าค่ะ..ต้องเก็บเงินไปเที่ยวซะแล้ว..
    #168
    0
  15. #167 mingmingzz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2554 / 16:50
    กำลังเข้มข้นเลยค่ะ
    สนุกมาก
    ลุ้นๆ
    เซดริกดูเหมือนจะเป็นคนพิเศษนะ
    สู้ๆ 
    #167
    0
  16. #166 kwan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2554 / 00:44
    ลุ้นๆๆอ่ะ



    ตื่อนเต้นๆๆๆๆ
    #166
    0
  17. #165 kassa*noritz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 22:27
     ยิ่งอ่านยิ่งลุ้นแฮะ
    ไรเตอร์สู้ๆ
    #165
    0
  18. #164 arthen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 20:21
    รีดเดอร์คืนชีพกลับมาอ่านแล้ว [แวมไพร์อีกคนไง]

    โรมาเนียน่าสนใจพอดูเลย สถาปัตยกรรม สวยดีน่ะ
    #164
    0
  19. #163 Yร้าย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2554 / 23:08
    ไปในเมืองแล้วจะเจออะไรรึเปล่าน๊า..
    #163
    0
  20. #161 kwan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2554 / 23:00
    ตื่นเต้นๆๆๆๆ



    เริ่มหลงรักกันแล้วใช่ไหมค่ะ



    ^^^
    #161
    0
  21. #160 เหมียวเอ๊งจ้า (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2554 / 17:40
     ครอสหลงรักนายเอกแล้วล่ะสิ ><
    #160
    0
  22. #159 Taonoi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2554 / 07:21
    เข้ามาอ่านแต่เช้าและเม้นต์แต่เช้า555 สนุกมากจ่ะ ไรท์สู้ๆนะคะ

    #159
    0
  23. #158 `Queen.17 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2554 / 18:53
    เย้ๆ รออัพจ้า

    ว่าแต่เซดริกจะเจอผู้ชายคนนั้นรึเปล่าอ่ะ >
    #158
    0
  24. #157 ชานัวร์ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2554 / 18:48
    ค่า
    แล้วมาอัพเพิ่มเร็วๆเน้อ~~~
    จะรอน่ะค่ะ^^
    #157
    0