The Case of Silvestre คดีฆาตกรรมแห่งซิลเวสเทร

ตอนที่ 1 : ค่ำคืนแห่งซิลเวสเทร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 พ.ย. 63

ตอนที่ 1 : ค่ำคืนแห่งซิลเวสเทร

 

ยามฤดูหนาวมาเยือนนครแห่งซิลเวสเทร กลางวันมักสั้นกว่ากลางคืน ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าและซ่อนตัวอยู่หลังเส้นขอบภูเขาอันตั้งสูงตระหง่าน ระบายสีท้องให้กลายเป็นสีม่วงเข้ม อีกหนึ่งวันกำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า แสงสุดท้ายของวันสาดส่องกระทบหลังคากระเบื้องของอาคารน้อยใหญ่ซึ่งกระจุกอยู่ใจกลางเมือง ในขณะที่ปลายแสงนั้นแตะกระทบหลังคาที่มุงด้วยฟางของบ้านไม้ซึ่งกระจายตัวไปตามแนวกำแพงเมือง

ลมเย็นพัดมาเอื่อย ๆ ปลิดใบไม้สีน้ำตาลอ่อนให้หลุดจากก้านและร่วงลงสู่ผืนดิน กลิ่นหอมจากอาหารปรุงสุกใหม่สำหรับมื้อเย็นเริ่มโชยออกมาจากบ้านแต่ละหลัง ถึงเวลาที่ชาวซิลเวสเทรจะกลับบ้าน พักผ่อน และร่วมกินมื้อเย็นกับครอบครัว

เพียงชั่วอึดใจ ท้องฟ้าค่อยแปรเปลี่ยนสีกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม ดวงอาทิตย์ส่งไม้ต่อให้กับดวงจันทร์ออกมาทักทายเวลายามราตรี หากแต่ซิลเวสเทรไม่เคยหลับใหล ตะเกียงในโรงเตี๊ยมขนาดเล็กและโรงเหล้าชื่อดังถูกจุด ดวงแล้วดวงเล่า เปลวไฟพลิ้วไหวคล้ายหิ่งห้อยยามฤดูร้อน 

ชีวิตยามค่ำคืนของซิลเวสเทรเริ่มต้นขึ้น

เมืองเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความรื่นเริงเหมือนเช่นทุกครั้ง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างที่เป็นมาตลอด แต่มีคนเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่รับรู้ถึงเหตุการณ์นองเลือดเมื่อสองวันที่แล้ว

สโลเธีย โฮล คือหนึ่งในนั้น เขานอนพลิกตัวไปมาบนเตียงที่คุ้นเคย แต่ความนุ่มสบายและอบอุ่นจากฟูกไม่สามารถพาให้เขาหลับใหล และนี่เป็นคืนที่สองแล้วที่เขานอนไม่หลับหลังทราบเหตุฆาตกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อวานซืน คดีนี้อาจเป็นคดีฆาตกรรมทั่วไปที่เขาเพิกเฉยได้ หากเหยื่อไม่ใช่คนที่เขารู้จักเป็นอย่างดี

กัวแมนด์ แลเนจ

เจ้าของตลาดกูร์เมต์ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในซิลเวสเทร เขาถูกพบจมกองเลือดในห้องนอนของตัวเองโดยเด็กรับใช้คนสนิท จากผลการสืบสวน กัวแมนด์เสียชีวิตจากการสูญเสียเลือดจากทวารทั้งเก้า – ดวงตาสองข้าง รูจมูกอีกสอง หูสองข้าง ปาก ทวารหนัก และอวัยวะเพศ ต้นเหตุนั้นมาจากยาพิษที่ทางการยังไม่อาจสืบหาชื่อและที่มาได้ ไม่เพียงเท่านั้น ลิ้นของเขายังถูกเฉือนทิ้ง

สโลเธียไม่อาจห้ามใจไม่หวาดกลัวเมื่อนึกถึงรายงานการชันสูตรพลิกศพ เขาพลิกตัวอีกครั้งเพื่อเอื้อมแขนไปยังลิ้นชักข้างเตียง มือกวาดหาสิ่งของอย่างร้อนรนแม้คร้านเกินกว่าจะขยับกายลุกขึ้น ไม่นานนักเขาก็พบถุงผ้าขนาดเล็กซึ่งบรรจุผงสมุนไพรจำนวนราวหนึ่งฝ่ามือซึ่งได้มาจากพ่อค้ารายหนึ่งในตลาดกูร์เมต์เมื่อเช้านี้ ชายคนนั้นกล่าวว่า เมื่อเผามันในเตาเผากำยาน กลิ่นหอมของมันจะช่วยลดความเครียดและบรรเทาอาการนอนไม่หลับได้

เมื่อเทผงสมุนไพรบนจานเตาเผากำยานและจุดไฟ กลิ่นหอมของดอกไม้และกลิ่นไม้อ่อน ๆ ก็แพร่กระจายไปทั้งห้อง สโลเธียสูดกลิ่นนั้นเข้าเต็มปอดก่อนจะระบายยิ้มออกมา มันช่างผ่อนคลายและน่าอภิรมย์ดังคำโอ้อวด ในไม่ช้า เขาก็เริ่มรู้สึกง่วงงุนจนต้องเอนกายลงนอน เปลือกตาที่หนักอึ้งปรือปิดก่อนที่แผ่นอกขยับขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ในที่สุดกลิ่นหอมนั้นก็พาเขาล่องลอยสู่ห้วงนิทรา

ก๊อก ก๊อก...

สโลเธียสะดุ้งสุดตัวราวกับเสียงเคาะปลุกเขาให้ตื่น อย่างน้อยเขาก็เชื่อเช่นนั้น หากแต่หมอกหนาที่ล้อมกายทำให้เขาไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองตื่นหรือหลับอยู่ แต่เขามั่นใจว่าตัวเองเอนกายลงบนฟูกแล้วก็ตามที เพราะฉะนั้นนี่ต้องเป็นความฝันอย่างไม่ต้องสงสัย ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินมันอีกครั้ง

ก๊อก ก๊อก...

เขามองรอบกายอย่างไร้ทิศทาง หากแต่มองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากหมอกสีขาวขุ่น

ก๊อก!

สโลเธียสะดุ้งจนตัวสั่น หมุนตัวไปอีกทางเมื่อเสียงเคาะนั้นดังยิ่งกว่าครั้งไหน แล้วเขาก็เห็น...ใครคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ใครคนนั้นที่ไม่สมควรมาอยู่ที่นี่ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความกลัวยามยืนนิ่งงันหากแต่ตัวสั่น

“เป็นไปไม่ได้” เขาพึมพำกับตัวเอง ทันใดนั้น เขาก็เผลอกลั้นหายใจเมื่อชายคนนั้นขยับกายเล็กน้อย ราวกับว่ากำลังจะออกเดิน สโลเธียไม่รีรออีกต่อไป เขาวิ่งหนีไปยังทิศทางตรงกันข้ามให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาไม่สามารถทนอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป

และเขาขี้ขลาดเกินกว่าจะเผชิญหน้ากับความจริง

ทันใดนั้น เชือกเส้นหนึ่งก็ปรากฎตัวขึ้นจากความว่างเปล่า มันกะทันหันเสียจนสโลเธียไม่ลังเลที่จะคว้ามันไว้ และออกแรงดึงตัวเองขึ้นไปโดยไม่หันไปมองข้างหลัง ทว่า เมื่อรู้สึกตัวอีกที เชือกปริศนาเส้นนี้กลับไม่ได้อยู่ในมือ แต่ปรากฏอยู่รอบคอ กระตุกรั้งขึ้นพร้อมบีบรัดหลอดลมแน่นจนลมหายใจกระตุก กายที่ดิ้นพล่านถูกดึงขึ้นสูง ท่อนขาเตะสลับในอากาศอย่างรุนแรงขณะที่มือพยายามรั้งเชือกที่กำลังช่วงชิงลมหายใจ

แต่น่าเศร้าที่แม้ว่าจะพยายามกอบโกยอากาศเข้าปอดมากเพียงใด สติสัมปชัญญะกลับเริ่มพร่าเบลอ “ช่วย...ช่วย...ด้...” เขาพยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ทันได้เอ่ยจบคำสุดท้าย ลิ้นกลับถูกดึงออกมาอย่างแรง สิ่งที่ได้ยินจึงมีแค่เสียงที่ฟังไม่ได้ศัพท์ในลำคอ 

พลัน ความเจ็บปวดแสนสาหัสจากโคนลิ้นพุ่งเข้าสู่สมอง ฉีกทึ้งสติของเขาเป็นชิ้น ๆ รสชาติของเลือดท่วมปากขณะที่เขากรีดร้องดังลั่นด้วยความเจ็บปวด แต่เสียงกรีดร้องนั้นกลับฟังดูอู้อี้จับใจความไม่ได้ นั่นเป็นเพราะว่าในยามนี้เขาไม่มีลิ้นอีกต่อไปแล้ว

แต่สโลเธียไม่อาจรับรู้ได้เลยว่า ในขณะที่เขาดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดนั้น มีใครอีกคนหนึ่งเฝ้ามองอยู่อย่างสงบ

ลิ้นที่ถูกตัดขาดถูกโยนลงบนเตียงซึ่งชุ่มโชกไปด้วยเลือด มันวางอยู่ตรงนั้น...ใต้เท้าที่เตะไปมาในอากาศที่ในไม่ช้าเริ่มแผ่วลง แผ่วลง...

แล้วขาทั้งสองข้างก็หยุดขยับในที่สุด

.

.

To be Continued

.

#คดีฆาตกรรมซิลเวสเทร

Xeiji

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น