|| Inazuma Eleven || Risou no HEROINE (OC)

ตอนที่ 8 : [Chapter Six]: บังเอิญ (1/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 761
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    29 ธ.ค. 62


[CHAPTER Six]




บทที่ 6 บังเอิญ (1/2)



***************************************************************


ในที่สุดสวรรค์ของเด็กวัยเรียนทุกคน..หรือก็คือ'วันหยุดสุดสัปดาห์'ก็ได้วนมาถึงอีกครั้ง


เรื่องของฟุตบอลฟรอนเทียร์... การแข่งระหว่างโรงเรียนไรมงและโรงเรียนโนเซย์ได้จบลงไปแล้วตั้งแต่เมื่อประมาณ 3 วันก่อนโดยที่ไรมงของเราเป็นฝ่ายชนะ ถึงแม้ฉันจะไม่ได้ตามไปดูการแข่งด้วยแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ฉันกลายเป็นคนตกข่าวแต่อย่างใด เรื่องนี้คงจะต้องขอบคุณนัตจังที่โทรมาบอกข่าวเรื่องชัยชนะครั้งแรกของพวกมาโมจังให้ฉันรู้ทันทีที่การแข่งจบลงล่ะนะ


เด็กๆในชมรมเองก็ดีใจกันยกใหญ่เลย โดยเฉพาะเด็กๆปีหนึ่ง พวกเขาถึงขั้นมาขอให้ฉันทำขนมไปให้เป็นรางวัลสำหรับชัยชนะครั้งแรกเลยนะ^^


ซึ่ง..แน่นอนว่าฉันก็ได้ตอบตกลงไปเพราะทำใจแข็งปฏิเสธสีหน้าออดอ้อนของเด็กๆไม่ไหว ใครๆก็รู้ ฉันเคยปฏิเสธคำขอเด็กพวกนั้นได้ที่ไหนกัน?


อ้อ แล้วก็ดูเหมือนว่าเด็กๆในชมรมเองก็เริ่มจะรู้ตัวแล้วเหมือนกันนะ..ว่าฉันแพ้ทางลูกอ้อนของพวกเขาน่ะ เพราะฉะนั้นในอนาคตจึงมีแววว่าเด็กพวกนั้นจะมาขอให้ฉันทำขนมให้ทุกครั้งที่ชนะการแข่ง...


ดูเด็กๆทำเข้าสิ... มาขอขนมเป็นรางวัลทุกครั้งแบบนี้..ถ้าน้ำหนักไม่ขึ้นก็ให้มันรู้ไป


แต่ส่วนตัวแล้วฉันก็ไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องนั้นหรอกนะ เพราะเด็กอวบๆก็ดูน่ารักดี^^(?)


แล้วก็..ไม่รู้ว่าฉันคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไปรึเปล่านะ แต่รู้สึกว่าช่วงหลังๆมานี้นัตจังเองก็เริ่มที่จะช่วยพวกมาโมจังแบบตรงๆบ่อยขึ้น ไม่ได้แอบช่วยโดยที่ไม่ให้พวกมาโมจังรู้หรือคอยช่วยในทางอ้อมเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว


ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับทุกฝ่ายนั่นแหละนะ


ฉันยกยิ้มบางๆขึ้นก่อนที่จะหันไปมองปฏิทินตั้งโต๊ะที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเล็กๆข้างหัวเตียง วันนี้เป็นวันเสาร์ แต่ฉันก็ยังตื่นตั้งแต่ 6 โมงตามปกติ..เพราะฉะนั้นวันหยุดของฉันจึงไม่ค่อยแตกต่างจากวันที่ต้องไปโรงเรียนสักเท่าไหร่


หืม? ทำไมฉันถึงต้องตื่นเช้าขนาดนี้น่ะหรอ?


ก็เพราะวันนี้เป็นวันพิเศษยังไงล่ะคะ^^


ฉันรวบผมของตัวเองขึ้นไปมัดไว้เป็นทรงหางม้าแบบลวกๆระหว่างที่ขาทั้งสองข้างกำลังพาตัวเองเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ากระจก เอื้อมมือไปหยิบกิ๊บขึ้นมาติดผมด้านหน้าของตัวเองให้เรียบร้อย มองดูตัวเองในชุดลำลองที่คิดว่าใส่แล้วน่าจะเคลื่อนไหวได้สะดวกที่สุด เสื้อยืดคอกลมสีขาวและกางเกงยีนส์ขาสั้น และเพราะวันนี้อากาศเย็นนิดหน่อย..ฉันจึงตัดสินใจคว้าเอาเสื้อคลุมสีส้มขึ้นมาผูกเอาไว้ที่เอวด้วย เผื่ออยู่ๆรู้สึกหนาวขึ้นมา จะได้เอาขึ้นมาใส่คลุมได้


ทันใดนั้นเองหางตาของฉันเหลือบไปเห็นนาฬกาติดผนังที่ตอนนี้บอกเวลาเกือบๆเจ็ดโมงครึ่ง...


"ออกจากบ้านได้แล้วล่ะมั้ง?"ฉันพูดพึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนที่จะเดินไปคว้ากระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเองขึ้นมาสะพายเอาไว้และเดินออกจากบ้านไปอย่างไม่เร่งรีบ ในหัวก็นึกถึงภาพของปฏิทินบนหัวเตียงที่ันได้ใช้ปากกาแดงเขียนโน๊ตสั้นๆเอาไว้ในช่องวันที่ของวันนี้ว่า...


SALE!


.


.


.


ก็อย่างที่ฉันบอกไปว่าวันนี้เป็นวันพิเศษ...


วันพิเศษที่ใครๆต่างก็เรียกว่า 'สงครามของผู้หญิง'


ฟึ่บ!


"เฮ้อ..."ฉันผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆหลังจากที่พาตัวเองเดินออกมาจากกลุ่มของผู้หญิงที่กำลังยืนรุมกันอยู่ตรงจุดขายของลดราคาได้ ตั้งแต่ที่ฉันเดินทางมาจนถึงห้างแห่งนี้และเข้าร่วมสงครามแย่งชิงสิ่งของที่ลดราคา..เวลาก็ผ่านไปได้ราวๆหนึ่งชั่วโมงแล้ว ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ แค่มาซื้อของลดราคาแท้ๆ..แต่สภาพฉันในตอนนี้กลับไม่ต่างอะไรกับเด็กนักเรียนที่ถูกอาจารย์สั่งทำโทษให้วิ่งรอบสนามฟุตบอลเป็นสิบๆรอบเลย


ฉันยืดตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มมัดผมใหม่ ตอนนี้ข้างๆตัวของฉันมีถุงใส่ของอยู่ประมาณสามถุง..ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดนี่เป็นของลดราคาที่ฉัน(แย่ง)ซื้อมาได้...


เวลาหนึ่งชั่วโมงกับของลดราคาสามถุงใหญ่ นับว่าค่อนข้างคุ้ม..ก็คงจะได้ล่ะมั้ง?


ก็ยังโอเคอยู่นะ อย่างน้อยความโหดร้ายของที่นี่ก็ไม่ได้มากเท่ากับความโหดร้ายของประเทศไทย ก่อนที่จะมาเรียนที่นี่..ฉันเองก็เคยเอาความปลอดภัยของตัวเองไปเสี่ยงกับการซื้อของลดราคาอยู่ประมาณ 2-3 ครั้งเหมือนกัน และสิ่งที่ฉันได้รับกลับมาจากการกระทำนั้นก็คือ..รอยฟกช้ำทั่วตัวค่ะ...


แต่ก็... ถึงจะเจ็บตัวนิดๆหน่อยๆ..แต่ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีนะ^^(?)


"ผัก..ผลไม้...ชีส...เครื่องปรุง...."ฉันก้มลงมองสิ่งของต่างๆภายในถุงใส่ของที่ตัวเองถืออยู่พลางเอ่ยพึมพำกับตัวเองไปด้วยว่าซื้ออะไรมาบ้างแล้ว และในขณะที่ฉันกำลังนึกอยู่ว่าตัวเองยังไม่ได้ซื้ออะไรอีกบ้างนั่นเอง..ฉันก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จริงสินะ..จะว่าไปแล้ว...


"...ไข่ไก่"ฉันพูดพึมพำเสียงเบา


รู้สึกว่าไข่ไก่ที่ฉันใช้ตอนสอนนัตจังทำข้าวห่อไข่จะเป็น 4 ฟองสุดท้ายพอดีเลยนี่นา...


ฉันหยิบถุงใส่ของที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาก่อนที่จะเริ่มมองซ้ายมองขวาหาที่ฝากของหรือที่ที่ฉันจะสามารถวางของที่ตัวเองซื้อมาทิ้งเอาไว้ก่อนได้ เพราะว่าการซื้อไข่ไก่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน(?) ถ้าไม่ระวังให้ดี..ไข่ไก่ที่ซื้อมาก็คงจะเละจนเอาไปใช้งานไม่ได้แน่ๆ ฉันจึงจำเป็นที่จะต้องวางของอื่นๆเอาไว้ก่อนเพื่อที่จะได้ไม่เป็นปัญหาตอนที่จะเดินฝ่าฝูงคนเข้าไปซื้อ


แค่เก้าอี้ว่างๆก็ได้..ไม่มีสักที่เลยหรอ?


"สวัสดีครับ"


"....."ถ้าตรงนี้ไม่มีก็คงจะต้องเดินหา...


"สวัสดีครับ สาวน้อยผมสีชมพูคนนั้นน่ะ"


?


เสียงของใครบางคนที่ฉันไม่รู้สึกคุ้นเลยสักนิดดังขึ้นใกล้ๆ ตอนแรกที่เสียงนั้นทักว่าสวัสดีเฉยๆ..ฉันคิดว่าเป็นเสียงของคนอื่นๆที่กำลังคุยกันอยู่ก็เลยไม่ได้สนใจอะไร แต่พอเสียงนั้นเอ่ยทักเป็นครั้งที่สองโดยที่คราวนี้เพิ่มคำว่าสาวน้อยผมสีชมพูขึ้นมาด้วยเท่านั้นแหละ ฉันก็อดที่จะหันกลับไปมองไม่ได้ ก็..สีผมของฉันเองก็เป็นสีชมพูเหมือนกันนี่นะ


"น่ารักจังนะ มาซื้อของหรอครับ?"


ภาพที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของฉันคือเด็กผู้ชายคนหนึ่ง..ที่ดูจากรูปร่างและส่วนสูงแล้วคนจะเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นปี 3 หรือไม่ก็มัธยมปลายปี 1 เขาส่งยิ้มกว้างมาให้ทันทีที่ฉันหันไปมองก่อนที่จะพยักหน้าให้เล็กน้อยเมื่อฉันชี้นิ้วใส่ตัวเองเป็นเชิงถามว่าเขากำลังพูดกับฉันอยู่รึเปล่า 


จ้า...


โอเคค่ะ..ตอนนี้ฉันมั่นใจแล้วว่าเขากำลังพูดกับฉันอยู่จริงๆ


ว่าแต่ว่า..สถานการณ์แบบนี้มันคุ้นๆอยู่นะ...


ถ้าฉันบอกว่ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนจีบอยู่..จะเป็นการคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไปรึเปล่า?...


"สวัสดีค่ะ ใช่ค่ะ..ฉันมาซื้อของ แล้วก็ขอบคุณที่ชมว่าน่ารักนะคะ"ถึงแม้ในใจจะเริ่มเดาประสงค์ของฝ่ายตรงข้ามออกแล้ว แต่ฉันก็ยังเอ่ยตอบกลับไปตามมารยาท และทันทีที่ฉันเอ่ยตอบกลับไป ผู้ชายตรงหน้าก็ยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิมทันที


"มาคนเดียวหรอครับ?"


ถึงแม้คนตรงหน้าจะส่งยิ้มมาให้อย่างเป็นมิตร..แต่จิตใต้สำนึกของฉันกลับร้องห้ามไม่ให้ตอบกลับว่ามาคนเดียวโดยเด็ดขาด


"เปล่าค่ะ ฉันมากับเพื่อน"


"หรอครับ? พอดีว่าผมเห็นคุณยืนอยู่คนเดียวมาตั้งนานแล้ว แถมยังถือของตั้งเยอะ คงจะเมื่อยน่าดู ถ้ายังไงไปหาที่นั่งว่างๆมานั่งคุยกันก่อนดีไหมครับ? อย่งน้อยก็จนกว่าเพื่อนของคุณจะมา"เขาพูดยิ้มๆก่อนที่จะเดินเข้ามาโอบไหล่ฉันแบบถือวิสาสะสุดๆ ฉันเหลือบมองมือของฝ่ายตรงข้ามเล็กน้อยก่อนที่จะลอบถอนหายใจออกมา


โอเค ฉันกำลังโดนจีบอยู่จริงๆ


โดนจีบด้วยวิธีตีเนียน..ซึ่งเป็นวิธีการจีบที่ฉันไม่ชอบแบบสุดๆเลยด้วย


บางครั้งฉันก็อยากให้ลางสังหรณ์ของตัวเองผิดบ้าง...


ฉันเม้มปากเข้าหากันเล็กน้อยอย่างครุ่นคิด ขอยอมรับตามตรงว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันโดนจีบ..ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดีว่าตัวเองควรจะตอบปฎิเสธคนตรงหน้ายังไงให้ไม่มีเรื่อง ฉันไม่รู้จักนิสัยของเขา ถ้าเกิดว่าเขาดันเป็นคนหัวร้อนขึ้นมา..การที่ฉันตอบปฏิเสธออกไปตรงๆอาจจะทำให้มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นได้


หรือจะบอกไปว่ามากับแฟนดี? แต่ถ้าเขาเป็นคนขี้ตื้อ..ยังไงเขาก็คงจะไม่ยอมเชื่อคำพูดของฉันง่ายๆแน่...


และในขณะที่ฉันกำลังยืนใช้ความคิดอยู่นั่นเอง มือของผู้ชายคนนั้นที่วางอยู่บนไหล่ของฉันก็ออกแรงดึงให้ฉันเดินตามเขาไป ฉันเงยหน้าขึ้นมองฝ่ายตรงข้ามพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกไม่ค่อยชอบใจกับการกระทำของคนคนนี้สักเท่าไหร่


เฮ้อ ฉันถอนหายใจก็แล้ว..ทำสีหน้าไม่พอใจก็แล้ว...


แต่ผู้ชายคนนี้เขาจะไม่รู้ตัวเลยใช่ไหม..ว่าฉันรู้สึกลำบากใจและไม่ชอบสิ่งที่เขากำลังทำอยู่...


ฉันส่ายหน้าไปมาเบาๆอย่างอ่อนใจก่อนที่จะยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาอย่างตั้งใจจะปัดมือของเขาออก และหลังจากนั้นจะได้บอกปฏิเสธไปแบบดีๆ แต่ว่า...


หมับ!


มือที่กำลังโอบไหล่ฉันอยู่นั้นกลับถูกใครบางคนดึงออกไปก่อนที่ฉันจะได้เป็นคนลงมือเอง ร่างของเด็กผู้ชาย..เอ่อ ที่เข้ามาจีบฉันโดยที่ฉันยังไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อถูกดึงตัวออกไป เป็นเวลาเดียวกันกับตอนที่เสียงของใครอีกคนดังขึ้นจากที่ใกล้ๆ


"ปล่อยมือซะ ไม่เห็นหรอว่าเธอไม่ชอบ"


เสียงนี้...


ฉันหันกลับไปมองตามเสียงที่ตัวเองรู้สึกคุ้นเคยก่อนที่จะเป็นอันต้องหยุดชะงักไปเมื่อมองเห็นว่าคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยคือใครกันแน่


นั่นมัน...


"...โกเอนจิคุง?"





*****[50 เปอร์เซ็นต์]*****


.


.


.


.


.


.


[ต่อตรงนี้ค่ะ]





ฉันกะพริบตาปริบๆมองเด็กหนุ่มผิวแทนที่ดึงแขนของ..ใครอีกคนหนึ่งที่ฉันยังไม่รู้จักชื่อ(?)ออกไปแล้วจึงเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างฉันกับคนคนนั้นเอาไว้ ด้วยส่วนสูงของฉันกับโกเอนจิคุงที่ไม่ได้ห่างกันมากนัก..ทำให้ตัวฉันที่ยืนอยู่ด้านหลังถูกบังจนไม่สามารถมองเห็นสีหน้าของเขาได้เลย


ตอนนี้สิ่งที่ฉันมองเห็นมีเพียงอย่างเดียว..คือมือของโกเอนจิคุงที่ออกแรงบีบแขนของฝ่ายตรงข้ามจนแขนเสื้อของผู้ชายคนนั้นยับไปหมด และถ้าลองสังเกตุดูดีๆก็จะเห็นได้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นเริ่มนื่วหน้าใส่เราแล้วด้วย


ฉันยืนนิ่งมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างเงียบๆด้วยความที่กลัวว่าหากพูดแทรกอะไรเข้าไปจะยิ่งกลายเป็นการสร้างเรื่องวุ่นวาย เด็กหนุ่มที่ถูกจับแขนอยู่จ้องหน้าโกเอนจิคุงกลับอยู่สักพักก่อนที่จะเหลือบมองมาที่ฉันที่ยืนอยู่ด้านหลัง เขามองเราสองคนสลับกันไปมาเล็กน้อยก่อนที่จะดึงมือของตัวเองกลับไปด้วยท่าทางหัวเสีย


"อะไร? มีแฟนแล้วก็ไม่บอกแต่แรก"


!?


"โทษทีแล้วกัน"


"อ้ะ! ดะ..เดี๋ยว..."


คนคนนั้นยกมือขึ้นข้างหนึ่งขึ้นมาเป็นเชิงขอโทษแบบไม่จริงจังนักก่อนที่จะเดินหลบฉากออกไปอย่างรวดเร็ว ฉันที่เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าอีกฝ่ายพูดอะไรออกมาก็พยายามจะรั้งเอาไว้เพื่อแก้ความเข้าใจผิด แต่..พอรู้สึกตัวอีกทีเขาก็เดินเข้าไปในกลุ่มคนที่มาซื้อของลดราคาซะแล้ว


คือ..อยากจะบอกว่าไม่ได้เป็นแฟนกัน... แต่คงไม่ทันแล้ว...


ฉันไม่ใช่แฟนของโกเอนจิคุงนะ...


เด็กคนนี้น่ะเป็นสมาชิกในชมรม..เป็นน้องชายคนหนึ่งของฉันต่างหากล่ะ!


"ปล่อยไปเถอะ"โกเอนจิคุงที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ด้านหน้าของฉันเอ่ยขึ้นโดยที่ไม่หันกลับมามอง สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ฝูงชนที่เด็กผู้ชายคนนั้นเพิ่งจะเดินปะปนเข้าไป"ให้หมอนั่นเข้าใจแบบนั้นไปน่าจะดีกว่า"


"งั้นหรอ?..."


ความจริงแล้วมันก็เป็นเรื่องดีสำหรับพวกเราที่ผู้ชายคนนั้นยอมถอยกลับไปอย่าง่ายดายโดยไม่คิดจะหาเรื่องต่อ แต่..เรื่องที่เขาเข้าใจผิดไปนี่จะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดี..อันนี้ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน...


แต่เอาเถอะนะ ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็ดีแล้วล่ะ


"ไม่เป็นไรนะ?"


"เอ้ะ? อ๋อ..จ้ะ ฉันไม่เป็นไร ว่าแต่บังเอิญจังเลยนะที่มาเจอกันที่นี่"ฉันหันกลับมาส่งยิ้มแห้งๆให้โกเอนจิคุงที่หันกลับมามองหน้าฉันแล้ว ใบหน้าของเขาเรียบนิ่งไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมามากมายซึ่งมันก็เป็นสีหน้าปกติของเขานั่นแหละนะ แต่ถ้าลองสังเกตุดูให้ดีๆ..จะเห็นว่าคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันมากกว่าปกติเล็กน้อย... เล็กน้อยจริๆงนะ เล็กน้อยแบบที่ว่าถ้าไม่สังเกตุให้ดีๆก็จะมองไม่เห็นความแตกต่างเลยล่ะ


เขาทำสีหน้าเหมือนกับที่น้องชายบุญธรรมของฉันชอบทำตอนที่ฉันกำลังมีปัญหาเลย...


แหม..หรือว่ากำลังเป็นห่วงกันอยู่หรอ?


น่ารักจัง^^


"ขอบคุณมากนะจ๊ะ ที่มาช่วย ถ้าไม่ได้โกเอนจิคุงล่ะก็ฉันคงลำบากแย่เลย"ฉันว่าพลางส่งยิ้มบางๆให้เขาเป็นการขอบคุณ ทันใดนั้นเองสายตาก็เหลือบไปเห็นถุงใส่ของถุงหนึ่งที่อยู่ในมือของเขา ถึงมันจะเป็นของที่ไม่ได้มีป้ายลดราคาติดเอาไว้แต่แค่มองก็รู้แล้วว่าเป็นถุงพลาสตืกของห้างแห่งนี้แน่นอน


หรือว่า...


"มาซื้อของหรอ?"


"อา..."


"แหม..หายากนะเนี่ย"ฉันหลุดพึมพำออกมาเบาๆอย่างอดไม่ได้ เด็กผู้ชายที่ออกมาซื้อของเองเนี่ย..สำหรับคนไทยแล้วเป็นเรื่องที่หาได้ยากเหมือนกันนะ ส่วนเรื่องตัวอย่างน่ะไม่ต้องไปมองหาที่ไหนไกลเลย..ดูเอาจากคนใกล้ตัวเอาก็ได้


และถ้าจะถามว่าตัวอย่างที่ฉันพูดหมายถึงใครล่ะก็ ฉันขอตอบเลยนะคะ..ว่าพวกเขาก็คือพี่น้องบุญธรรมของฉันทั้งสามคนของฉันนี่แหละ โอกาสที่พวกเขาจะออกมาซื้อของกันเองแบบนี้น่ะมีน้อยมากจนแทบจะนับครั้งได้เลย


เอาจริงๆเลยก็คือถ้าฉันไม่ยื่นคำขาดว่าถ้าไม่ซื้อของมาก็ไม่มีข้าวกิน(เพราะไม่มีวัตถุดิบ)ล่ะก็..พวกเขาก็คงไม่มีทางอาสาทำอะไรแบบนี้แน่ๆ


"คิก..."


"มีอะไรรึเปล่า?"โกเอนจิคุงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงถามเมื่ออยู่ๆฉันก็หลุดหัวเราะออกมา ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับเด็กหนุ่มตรงหน้าเล็กน้อยหลังจากที่รู้สึกตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไปก่อนที่จะส่ายหน้าไปมาเบาๆ


"เปล่าจ้ะ ก็แค่คิดว่าโกเอนจิคุงน่ะเป็นเด็กดีจังเลยนะ..ก็แค่นั้นเอง"


อันนี้พูดจากใจเลยนะ


เด็กดีแบบโกเอนจิคุงเนี่ย..จะไปหาได้จากที่ไหนอีก...


"ว่าแต่..."


[ไข่ลดราคาค่าาา! ทั้งไข่ไก่และไข่เป็ด เหลืออีกไม่ถึงยี่สิบแพ็คแล้วนะคะ! ช้า-หมด-อด! ใครยังไม่ได้ซื้ออย่าชะล่าใจ ช้าเพียงหนึ่งวินาทีจะเสียดายไปทั้งอาทิตย์เลยนะคะ!]


กึก!


สิ้นเสียงประกาศ..เสียงกรีดร้องของสมาคมแม่บ้านที่ยังไม่ได้ซื้อไข่ก็ดังขึ้นตอบรับเป็นลูกคู่ทันที ตัวฉันที่ได้ยินเสียงประกาศนั้นเองก็เผลอหยุดชะงักไปด้วยอย่างไม่รู้ตัว..คำพูดที่กำลังจะหลุดออกจากปากถูกกลืนลงคอไปแบบฉับพลัน พอหันกลับไปมองที่ด้านหลังก็เห็นกลุ่มคนหลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งกรูเข้าไปที่ซุ้มขายไข่ราวกับผึ้งแตกรังจนผู้คนรอบๆต้องรีบหลีกทางให้


จริงสิ..จะว่าไปแล้วตอนก่อนเกิดเรื่อง ฉันเองก็กำลังจะไปซื้ไข่ไก่อยู่เหมือนกันนี่นะ...


ฉันยกยิ้มบางๆขึ้นก่อนที่จะวางถุงใส่ของทั้งสามถุงที่ตัวเองถืออยู่ลงกับพื้นเบาๆ เรื่องแบบนี้น่ะ...


"โกเอนจิคุง"


ถ้าคิดว่าฉันจะยอมยืนดูอยู่เฉยๆล่ะก็...


"ฝากของหน่อยนะ!"


ก็อย่ามาเรียกฉันว่าผู้หญิงเลย!


.


.


.


"ขอโทษนะจ๊ะ ที่อยู่ๆก็วางของทิ้งเอาไว้แล้วก็บอกให้เธอมายืนเฝ้าแบบนี้น่ะ"


ฉันว่าพลางก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างรู้สึกผิดที่อยู่ๆก็โยนภาระไปให้ฝ่ายตรงข้าม ที่จริงแล้วความคิดเรื่องที่จะให้เขามายืนเฝ้าของให้น่ะไม่เคยมีอยู่ในหัวเลยสักนิดเพราะนอกจากมันจะเป็นการบังคับเขาแบบกลายๆแล้วก็ยังเป็นการรบกวนแบบสุดๆไปเลยอีกด้วย


แต่ ณ ตอนนั้น..ความคิดทุกอย่างกลับถูกคำว่า'ไข่ลดราคาที่เหลืออยู่ไม่ถึงยี่สิบแพ็ค'กลบไปหมดเลยเนี่ยสิ...


"ขอโทษจริงๆนะ"ฉันเอ่ยคำขอโทษออกมาอีกครั้ง..ซึ่งมันเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้เหมือนกัน


"ไม่เป็นไรหรอก มันไม่ได้ลำบากขนาดนั้น"


โถ... โกเอนจิคุง..ทำไมเธอถึงได้เป็นเด็กดีขนาดนี้นะ...


ฉันยิ้มบางๆออกมาอย่างอ่อนใจแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปอีกเพราะไม่รู้ตัวเองควรจะต่อบทสนทนานี้ต่อไปยังไงดี พอลองสังเกตุดูสีหน้าของฝ่ายตรงข้ามที่ดูสบายๆเหมือนกับว่าเขาจะไม่ได้ติดใจอะไรกับเรื่องนี้เลยจริงๆ..ฉันก็ยิ่งรู้สึกอยากตบหน้าตัวเอง


ถ้าเด็กคนนี้เป็นน้องชายของฉันล่ะก็..ป่านนี้คงจะงอนแล้วก็บอกให้ฉันง้อด้วยการพาไปเลี้ยงขนม...


อ้ะ..จริงสิ! ใช้วิธีนี้ก็ได้นี่นา


"โกเอนจิคุง เธอ..เอ่อ มีธุระอะไรที่ต้องรีบไปทำต่อจากนี้รึเปล่า?"ฉันรีบเอ่ยถามเด็กตรงหน้าทันทีที่มีความคิดอะไรบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว ถึงแม้จะไม่แน่ใจว่าวิธีนี้จะใช้กับโกเอนจิคุงได้ผลรึเปล่าก็เถอะนะ


โกเอนจิคุงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่ได้ยินคำถามของฉัน เขานิ่งไปสักพักก่อนที่จะเอ่ยตอบ"...ไม่มีนะ"


"จริงหรอ ถ้างั้นเธอช่วยไปที่นั่นกับฉันหน่อยได้ไหม?"ฉันเอ่ยพูดพลางชี้นิ้วไปยังร้านคาเฟ่ร้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ด้านหลัง  ส่งผลให้โกเอนจิคุงต้องมองตามไป คาเฟ่ร้านที่ฉันชี้ไปนั้นเป็นคาเฟ่เล็กๆที่ภายในตัวร้านถูกตกแต่งด้วยฟอร์นิเจอร์โทนสีขาวและสีเนื้อทำให้บรรยากาศดูไม่กดดันและเป็นกันเองมากกว่าที่คิด บรรยากาศที่ไม่ได้หวานแหววเกินไปทำให้แม้จะเป็นเด็กผู้ชายก็สามารถเข้าไปนั่งเล่นได้โดตที่ไม่ตะขิดตะขวงใจ


"นะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเองนะ แทนคำขอบคุณเรื่องที่เธอช่วยดูของให้ฉันไงล่ะ^^"ฉันว่าพลางส่งยิ้มกว้างให้โกเอนจิคุงอีกครั้ง ในใจก็แอบกังวลเล็กน้อยว่าเขาจะตอบปฏิเสธกลับมารึเปล่าเพราะดูจากท่าทางแล้วโกเอนจิคุงคงไม่ใช่คนประเภทที่ชอบเข้าไปนั่งพักผ่อนหย่อนใจในร้านคาเฟ่แน่ๆ


และเพราะมัวแต่กังวลอยู่นั่นเอง..ทำให้ฉันไม่ได้สังเกตุเห็นมุมปากของอีกฝ่ายที่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็กๆ


โกเอนจิคุงเดินเข้ามาใกล้ก่อนที่จะเอื้อมมือมาคว้าถุงใส่ของของทั้งสามถุงของฉันที่วางอยู่ตรงพื้นขึ้นไปถือเอง เขาเงยหน้ามองฉันที่กำลังจะเอ่ยปากห้ามด้วยรอยยิ้มจางๆขณะเอ่ยพูด


"ไปสิ ฉันถือของให้"


ฉันอยากมีน้องชายแบบนี้!


ฉันส่งรอยยิ้มบางๆให้โกเอนจิคุงก่อนที่จะเดินนำเขาไปยังร้านคาเฟ่ พวกเราสองคนเดินไปคุยไปอย่างไม่เร่งรีบ และระหว่างทางฉันเองก็พยายามบอกโกเอนจิคุงว่าฉํนสามารถถือของพวกนั้นเองได้..แต่เขาก็ยังยืนยันว่าจะช่วยถือให้อยู่อย่างนั้นจนฉันกลายเป็นฝ่ายที่ต้องยกธงขาวยอมแพ้ทั้งๆที่ความจริงแล้วก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่


ก็ปกติแล้วพี่ต้องเป็นคนถือของให้น้องไม่ใช่หรอ?


"ยินดีต้อนรับค่ะ! อุ๊ย!..ซาโยริจังนี่นา"


พนักงานสาวในชุดยูนิฟอร์มที่เรียบร้อยไปทุกระเบียบนิ้วของร้านคาเฟ่เอ่ยต้อนรับลูกค้าตามปกติก่อนที่เธอคนนั้นจะแสดงสีหน้าตกใจออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าลูกค้าคนใหม่ที่เดินมาคือฉัน


ฉันยิ้มกว้างให้หญิงสาวตรงหน้าอย่างเป็นกันเอง"สวัสดีค่ะ คุณคาเอเดะ"


ความจริงแล้วคาเฟ่ร้านนี้เป็นร้านประจำของฉันเอง ฉันเริ่มมาใช้บริการคาเฟ่ร้านนี้ตั้งแต่..ช่วงแรกๆที่มาเรียนที่นี่เลยล่ะ และเพราะขนมของที่นี่อร่อยมาก พนักงานบริการดี พร้อมด้วยมีบรรยากาศที่เป็นการเอง ทำให้ฉันรู้สึกประทับใจจนอดไม่ได้ที่จะแวะเวียนมาอุดหนุนบ่อยๆ


อ้อ..แล้วก็เหนือสิ่งอื่นใด เหตุผลอันดับหนึ่งเลยที่ทำให้ฉันชอบคาเฟ่ร้านนี้ก็คือนมปั่นเมล่อนของที่นี่อร่อยมาก!


"เดี๋ยวเถอะ..บอกแล้วไงว่าให้เรียกพี่"คุณคาเอเดะเอ่ยขึ้นอย่างไม่ถือตัว เธอส่งยิ้มให้ฉันก่อนที่จะเบนสายตาไปมองโกเอนจิคุงที่ยืนอยู่ข้างๆ เสร็จแล้วเธอจึงหันกลับมาหาฉันอีกครั้งพร้อมรอยยิ้ม..ที่คราวนี้เหมือนจะเป็นยิ้มแซว"ไม่ยอมบอกกันก่อนเลยนะว่าจะแวะมา แแถมยังมากับแฟนซะด้วย จะพาแฟนมาอวดคนโสดรึยังไงกันจ๊ะ?"


!?


"ไม่ใช่แล้วค่ะ โกเอนจิคุงน่ะเป็นรุ่นน---"ฉันที่กำลังจะเอ่ยแก้ความเข้าใจผิดจำต้องหยุดชะงักไปเมื่อรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลงจะเรียกโกเอนจิคุงว่ารุ่นน้อง ถึงอายุ(ร่างกาย)ของเราสองคนจะต่างกันหนึ่งปี..แต่ตอนนี้พวกเรากำลังเรียนอยู่ชั้นเดียวกันนี่นา ถ้าอยู่ๆฉันไปเรียกเขาว่ารุ่นน้อง เขาจะต้องร้สึกแปลกๆแน่


"เป็นเพื่อนที่โรงเรียนน่ะค่ะ"ว่าแล้วก็เปลี่ยนคำพูดใหม่ ฉันเอ่ยขึ้นพลางส่งยิ้มจางๆไปให้คุณถาเอเดะที่ทำหน้าเหมือนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง


เชื่อฉันเถอะค่ะ..คุณคาเอเดะ...


วันนี้มีคนเข้าใจผิดเรื่องของฉันกับโกเอนจิคุงตั้งสองคนแล้วนะคะ...


"อ้าว งั้นหรอกหรอ ก็เห็นใส่ชุดสีเหมือนกันมาอย่างกับเป็นชุดคู่..พี่ก็เลยนึกว่าเป็นแฟนกันซะอีก"


!?


สิ้นคำพูดนั้น..ทั้งฉันและโกเอนจิคุงต่างก็หันกลับมามองกันและกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ฉันก้มลงมองชุดที่คนข้างตัวใส่มาก่อนที่จะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจ ชุดที่ฉันใส่มาวันนี้เป็นเสื้อสีขาว กางเกงยีนส์ขาสั้น แล้วนอกจากนั้นก็ยังมีเสื้อคลุมสีส้มที่ฉันผูกเอาไว้ที่เอว ส่วนทางโกเอนจิคุง..เขาใส่ชุดไปรเวทเดียวกันกับชุดที่เขาเคยใส่ตอนที่เราเจอกันครั้งแรกที่สนามฟุตบลริมน้ำ..ซึ่งก็คือเสื้อแขนยาวมีฮู๊ดสีขาวที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อคลุมสีส้ม ส่วนกางเกงที่เขาใส่นั้นเป็นกางเกงขายาวสีเข้มที่ดูเข้ากันกับเสื้อที่เขาใส่เป็นอย่างดี


อ่า เหมือนกันจริงๆด้วยสิ..ถึงจะไม่ได้เหมือนกันทั้งหมดแต่ก็นับว่าคล้ายกันอยู่พอสมควร...


หรือว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้ใครต่อใครต่างก็มองว่าพวกเราทั้งสองคนเป็นแฟนกัน?...


ทำไมฉันถึงไม่สังเกตุเห็นกันนะ...


ฉันหันกลับไปมองคุณคาเอเดะก่อนที่จะพบกับรอยยิ้มแซวที่ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าตามความขี้เล่นของเจ้าตัว ซึ่งฉันก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากการส่งยิ้มแห้งๆตอบกลับ


"...บังเอิญน่ะค่ะ^^;"พร้อมทั้งเอ่ยแก้ตัวกลับไปด้วย...


บังเอิญ..เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้คงจะเหมาะกับคำนี้ที่สุดแล้วจริงๆ...


.


.


.


หลังจากที่ฉันและคุณคาเอเดะพูดคุยทักทายกันเล็กน้อยแบบพอเป็นพิธี..เธอก็เดินนำฉันกับโกเอนจิคุงเข้ามานั่งตรงโต๊ะที่ว่าง ถึงคุณคาเอเดะจะส่งเมนูมาให้ทันทีที่พวกเรามาถึงโต๊ะก็เถอะ แต่กว่าฉันจะตัดสินใจเลือกของหวานเพียง 1 ชิ้นจากเมนูทั้งหมดเกือบๆ 20 ชิ้นได้นี่ก็กินเวลาไปมากพอสมควรเลยเหมือนกัน


ทำเอาฉันรู้สึกผิดกับโโกเอนจิคุงเลย..เพราะด้วยความที่เขาไม่ใช่คนที่เรื่องมากเรื่องของหวานทำให้เขาเลือกเมนูได้ทันทีแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยด้วยซ้ำ


เขาเลือกเมนูที่เป็นช็อคโกแลตทั้งของหวานแล้วก็เครื่องดื่มเลยล่ะ เด็กผู้ชายเขาชอบช็อคโกแลตกันสินะ?


"เธอมาร้านนี้บ่อยหรอ?"


?


เสียงเปิดบทสนทนาของโกเอนจิคุงเรียกสติของฉันให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ฉันเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของฝ่ายตรงข้ามที่ยังคงเรียบนิ่งเช่นเคยก่อนที่จะเอ่ยตอบ


"จ้ะ ก็..มาอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งได้ล่ะมั้ง หรือถ้ามีเวลาว่างก็อาขจะมาบ่อยกว่านี้"ฉันว่าพลางส่งยิ้มให้เขา โกเอนจิคุงไม่ได้ตอบอะไรกลับมาอีก เขาเพียงแค่พยักหน้ารับคำพูดของฉันเท่านั้น ดูจากท่าทางแล้ว..เหมือนกับว่าเขาไม่ค่อยถนัดเรื่องชวนคนอื่นคุยสักเท่าไหร่


ฉันมองโกเอนจิคุงขณะที่มุมปากกำลังยกยิ้มอย่างเอ็นดู"นมปั่นเมล่อนร้านนี้น่ะอร่อยมากเลยนะ"


แล้วก็ชวนเขาคุยต่อนิดๆหน่อยๆเพื่อไม่ให้บรรยากาศรอบๆดูน่าอึดอัดจนเกินไป


โกเอนจิคุงที่ได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นสบตาฉันพร้อมรอยยิ้มบางๆที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า"เธอชอบนมปั่นเมล่อนสินะ"


"อื้ม ชอบมากเลยล่ะ"ฉันยิ้มกว้าง แต่ยังไม่ทันที่จะได้ชวนคุยอะไรต่อฉันก็จำต้องเอียงคออย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าโกเอนจิคุงในตอนนี้เลิกสบตาฉันแล้ว และสายตาของเขาก็กำลังมองเลยตัวฉันไปยังอะไรบางอย่างที่อยู่ด้านหลัง..แถมยังเป็นแววตาที่ดูแล้วไม่ค่อยเป็นมิตรเหมือนกำลังไม่พอใจอยู่ซะด้วยสิ


ฉันกะพริบตาปริบๆอย่างไม่เข้าใจในการกระทำของคนตรงหน้า แต่ในเมื่อสงสัยไปก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา..ฉันจึงตัดสินใจหันกลับไปมองข้างหลังของตัวเองตามสายตาของโกเอนจิคุงที่มองไปบ้าง และภาพที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าก็คือเด็กผู้ชายกลุ่มหนึ่งที่กำลังนั่งมองมาที่โต๊ะของฉันกับโกเอนจิคุง ซึ่งพอฉันหันกลับไปมอง..คนกลุ่มนั้นก็ทำท่าทางเลิ่กลั่กก่อนที่จะรีบหันหน้ากลับไปอย่างรวดเร็ว


"....."


อะไรของเด็กพวกนั้นกันนะ?


ฉันนึกในใจอย่างสงสัยปนไม่เข้าใจในการกระทำของเด็กกลุ่มนั้นก่อนที่ฉันจะเลิกสนใจและหันกลับมาหาโกเอนจิคุงที่ตอนนี้กลับมาทำสีหน้านิ่งๆตามปกติแล้ว และแน่นอนว่าฉันก็อดไม่ได้ที่จะต้องถามเขาถึงเรื่องที่เกิดขึ้น


"มีอะไรรึเปล่า?"


"เธอเจอคนแบบนั้นบ่อยหรอ?"โกเอนจิคุงเอ่ยตอบ ฉันหมายถึง..ตอบคำถามด้วยคำถามน่ะนะ...


"หืม?"...คนแบบนั้น?


"คนแบบที่..พยายามจะเข้าหาเธอน่ะ"


"อ๋อ..เหมือนคนที่เจอตอนก่อนหน้านี่น่ะหรอ ก็ไม่บ่อยขนาดนั้นหรอกจ้ะ ถ้าฉันไม่ได้ออกจากบ้านมาคนเดียวเหมือนวันนี้น่ะนะ"ฉันอธิบายพร้อมรอยยิ้ม เพราะปกติแล้วเวลาฉันออกมาข้างนอกก็จะมีนัตจังตามมาด้วยเสมอ และแน่นอนว่าพอมีนัตจังตามมาด้วย..คุณบาโทระที่เป็นพ่อบ้านของนัตจังเองก็จะต้องติดสอยห้อยตามมาเหมือนกัน ดังนั้นการถูกเข้าหาแบบวันนี้จึงเกิดขึ้นไม่บ่อยสักเท่าไหร่


แต่ถ้าฉันออกมาคนเดียวแบบวันนี้..นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะ...


"โกเอนจิคุงน่ะ เข้าชมรมฟุตบอลอย่างเป็นทางการแล้วสินะ ทั้งๆที่เป็นแบบนั้นแท้ๆ..แต่พวกเรากลับไม่ค่อยได้คุยกันเลยเนอะ"ฉันชวนคุยต่อโดยใช้โอกาสนี้เปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปด้วย ส่วนทางโกเอนจิคุงที่ได้ยินแบบนั้นก็นิ่งไปสักพัก..ก่อนที่เขาจะยิ้มบางๆออกมาด้วยท่าทางอ่อนใจ


"เพราะเธอต้องคอยดูแลพวกปีหนึ่งสินะ เจ้าพวกนั้นติดเธอน่าดู"


"เธอคิดแบบหรอ?"ฉันโคลงศีรษะไมาช้าๆอย่างใช้ความคิด ฉันคอยตามดูแลเด็กๆปีหนึ่งในชมรม..นั่นคือเรื่องจริง แต่เรื่องที่เด็กพวกนั้นติดฉันเนี่ย..อันนี้ฉันไม่ค่อยแน่ใจสักเท่าไหร่


แล้วก็ถ้าจะให้พูดเรื่องความสนิทสนม..ฉันคิดว่าเด็กพวกนั้นน่าจะสนิทกับมาโมจังมากกว่า...


ก็แหม..ถึงจะคอยตามดูแลอยู่เพราะเป็นห่วงก็เถอะ แต่ฉันก็ยังไม่ได้เข้าชมรมฟุตบอลแบบเป็นทางการเลยนี่นา


ระหว่างที่พวกเรากำลังคุยกันอยู่นั้นคุณคาเอเดะก็เอาของหวานและเครื่องดื่มที่พวกเราสั่งเอาไว้มาเสิร์ฟที่โต๊ะ ทั้งฉันและโกเอนจิคุงเอ่ยขอบคุณเล็กน้อยตามมารยาทก่อนที่พวกเราจะเริ่มลงมือจัดการกับของหวานตรงหน้าอย่างไม่เร่งรีบ ฉันเอื้อมือไปหยิบนมปั่นเมล่อนที่ตัวเองสั่งเอาไว้ขึ้นมาดื่ม แต่แล้วมือของฉันก็เป็นอันต้องหยุดชะงักเมื่ออยู่ๆฉันก็นึกอะไรบางอย่างออก


"จริงสิ"ฉันพูดเสียงเบาคล้ายกับกำลังพึมพำอยู่กับตัวเองก่อนที่จะหันกลับไปมองโกเอนจิคุงอีกครั้ง"โกเอนจิคุง นอกจากขอบคุณเรื่องที่เธอช่วยดูของให้แล้ว ฉันมีเรื่องที่อยากจะบอกกับเธอหน่อยน่ะ"


?


ฉันยิ้มบาง"ความจริงแล้วฉันคิดว่าจะบอกเรื่องนี้กับเธอถ้าหากว่าเธอยังใจแข็งไม่ยอมเข้าชมรมน่ะ แต่ว่าถึงตอนนี้เธอจะเข้าชมรมมาแล้ว ฉันก็ยังอยากจะบอกอยู่ดี"


โกเอนจิคุงมองหน้าฉันนิ่งคล้ายกับกำลังสนใจเรื่องที่ฉันกำลังพูดอยู่ ฉันที่เห็นแบบนั้นก็อดที่จะยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูไม่ได้ ถึงเด็กคนนี้จะพูดไม่ค่อยเก่ง..แต่ดูจากท่าทางแล้วเขาน่าจะเป็นผู้ฟังที่ดีคนหนึ่งเลยนะ


"ฉันพอจะรู้เรื่องของยูกะจังมาบ้าง..จากนัตจังน่ะนะ เพราะฉะนั้นก็เลยอยากจะให้เธอรับฟังเอาไว้หน่อย ถึงเรื่องของฉันจะแตกต่างจากเรื่องของเธออยู่บ้างก็เถอะนะ"ฉันเอ่ยพูดพลางวางแก้วใส่เครื่องดื่มที่ตัวเองกำลังถืออยู่ลงกับโต๊ะ เรียบเรียงเนื้อหาที่จะพูดอยู่ในหัวสักพักก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาด้วยรอยยิ้มบางๆ


"นี่น่ะ..เป็นมุมมองของคนเป็นน้องสาวนะ"


"เรื่องมีอยู่ว่า..."


[100 เปอร์เซนต์]


 ***************************************************************


[Talk with writer]


08/12/62


มาลงตอนต่อไปให้แล้วนะคะ วันนี้เปลี่ยนจากเรือของคิโดมาเป็นเรือของคนอื่นบ้างเนอะ^^


ตอนนี้อาจจะมึนๆนิดหน่อยเพราะไรท์มึนหัว ไม่ค่อยสบาย ถ้าหากว่ารีดเดอร์อ่านแล้วรู้สึกมึนๆหรืออ่านไม่รู้เรื่องก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ระหว่างที่กำลังแต่งอีก 50 เปอร์เซนต์ที่เหลือ ไรท์ก็จะกลับไปรีไรท์เนื้อหาในตอนนี้ให้ด้วย รอกันหน่อยนะคะ


16/02/62


ครบ 100 เปอร์เซนต์แล้วค่ะ ในที่สุด!


หายไปสองอาทิตย์อีกแล้ว... ที่หายไปนี่ก็ไม่ใช่เพราะขี้เกียจอัพหรือตันหรอกนะคะ แต่พอดีว่าไรท์ติดสอบกลางภาคของที่โรงเรียนน่ะค่ะ ก็เลยต้องเอาเวลาไปมุ่งอ่านหนังสือนิดนึงT^T


โอเค คุยเรื่องเรียนพอแล้ว มาคุยเรื่องนิยายกันบ้างดีกว่านะคะ เพราะตอนก่อนๆโกเอนจิดูมีบทน้อยมาก(ก.ไก่ล้านตัว)ทั้งๆที่เขารู้จักน้องก่อนคิโดด้วยซ้ำ ความค่าตัวแพงนี้..ทำให้ไรท์ตัดสินใจจัดหนักจัดเต็มสร้างโมเมนต์ให้ทั้งคู่ไปเต็มๆเลย 2 ตอนค่ะ!(ตอนนี้กับตอนหน้า รออ่านกันด้วยนะคะ^^)


ไม่รู้ว่าไรท์จะแต่งตอนนี้ออกมาแปลกๆรึเปล่านะคะ เพราะโดยส่วนตัวแล้วไม่ถนัดแต่งนิยายที่ตัวละครเป็นคนพูดน้อย คือไรท์ไม่รู้ว่าจะต่อบทสนทนายังไงให้มันดูไม่ติดขัดน่ะค่ะ และขอยอมรับตามตรง..โกเอนจิเป็นคนเดียวในเรื่องเลยที่ไรท์เข้าถึงนิสัยตัวละครไม่ค่อยได้ กว่าจะแต่งตอนนี้ออกมาได้ก็นั่งแก้บทสนทนาของโกเอนจิกับน้องอยู่ตั้งหลายครั้งเลยค่ะ คิดวนไปวนมาหลาบรอบเลยว่าจะใช้คำพูดยังไงให้โกเอนจิดูเป็นโกเอนจิ(?) ไม่ได้ดูหยิ่งหรือซึนเดเระ


ไรท์เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ปลื้มโกเอนจิ ดังนั้นจึงพยายามที่จะแต่งนิยายออกมาให้เขาดูเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ถ้ารีดเดอร์มีคำแนะนำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนิสัยใจคอของโกเอนจิก็สามารถคอมเมนต์มาบอกกันได้นะคะ


ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ^0^


ปล. นิยายตอนนี้เป็นฉบับที่ยังไม่ได้แก้คำผิดค่ะ เพราะฉะนั้นถ้ารีดเดอร์คนไหนอ่านแล้วเจอคำผิดก็สามารถคอมเมนต์บอกไรท์ได้นะคะ จะรีบแก้ไขให้ในทันทีเลยค่ะ


*อย่าลืมคอมเมนต์และเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

76 ความคิดเห็น

  1. #20 หนูบรรลุนิติภาวะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 21:40
    ถึงเวลาที่ต้องกินเด็กแล้วสินะ //วางมือแบบฮิคาริ เก็นโด
    #20
    5
    • #20-3 Secret__HERIONE(จากตอนที่ 8)
      29 ธันวาคม 2562 / 22:08
      ก็ต้องรอดูกันต่อไปนะคะ ว่าว่าที่พระเอกคนไหนจะร้ายกว่ากัน😉
      #20-3
    • #20-5 Secret__HERIONE(จากตอนที่ 8)
      29 ธันวาคม 2562 / 22:15
      ชื่อของเขาคือยอดนักสืบโคนัน!//ผิด ไม่ใช่ละ 555
      #20-5
  2. #19 • penelope ϟ babel 。 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 20:37
    ปักธง ฮึบ ๆ ♡(´˘`*)
    เราก็ปลื้มชูยะคลุงเหมือนกันค่ะ มายเมนเลย !
    สู้ ๆ นะคะ รออ่านเสมอค่ะ !
    #19
    2
    • #19-1 Secret__HERIONE(จากตอนที่ 8)
      29 ธันวาคม 2562 / 20:47
      ขอบคุณค่าาาา
      เราเมนโกเอนจิเหมือนกันเนอะ>... #19-1
    • #19-2 penelope ϟ babel 。(จากตอนที่ 8)
      29 ธันวาคม 2562 / 22:52
      ไม่ลำเอียงเล๊ยยยย
      #19-2
  3. #18 SirinunRaksawan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 14:58
    และแล้วก็ถูกปักธงไปอีก 1 ea!
    #18
    1
    • #18-1 Secret__HERIONE(จากตอนที่ 8)
      29 ธันวาคม 2562 / 19:14
      โกเอนจินี่ยังไงก็หนีการปักธงไม่รอดค่ะ เพราะไรท์ไม่ยอม 555
      #18-1
  4. #17 SirinunRaksawan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 10:04
    ปักธงเลยยยย
    #17
    1
    • #17-1 Secret__HERIONE(จากตอนที่ 8)
      9 ธันวาคม 2562 / 20:28
      อวยเรือคิโดมานาน ตอนนี้เรือโกเอนจิจะเริ่มแล่นแล้วนะคะ^^
      #17-1
  5. #16 อยากกินหมูกระทะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 08:06
    โกเอนจิ!!!
    #16
    3
    • #16-1 Secret__HERIONE(จากตอนที่ 8)
      9 ธันวาคม 2562 / 20:26
      ในที่สุดก็มีบทกับเขาสักที ถ้าออกมาช้ากว่านี้เดี๋ยวรีดเดอร์จะหนีไปขึ้นเรือของคิโดกันหมดเนอะ 555 //โกเอนจิมีความค่าตัวแพง
      #16-1
    • #16-3 Secret__HERIONE(จากตอนที่ 8)
      9 ธันวาคม 2562 / 20:35
      คิดว่านะคะ เพราะไรท์เองก็ปลื้มเด็กๆจากภาค GO อยู่หลายคนเลยเหมือนกัน 555
      แต่ยังไงต้องแต่งภาคนี้ให้จบก่อน... กว่าจะแต่งภาค GO ได้นี่คงต้องรอยาวๆเลยค่ะ^^;;
      #16-3
  6. #15 • penelope ϟ babel 。 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 23:09
    โง้ยย มีแววต้องปักธงชูยะคุงซะแล้ว /////

    ไรท์ดูแลตัวเองด้วยนะคะ ช่วงนี้อากาศก็เย็นด้วย ยังไงก็ขอให้หายไม่สบายไว ๆ นะคะ !
    #15
    3
    • #15-2 penelope ϟ babel 。(จากตอนที่ 8)
      10 ธันวาคม 2562 / 12:42
      ทางนี้เป็นหวัดไปแล้วล่ะค่ะ 5555555
      จะรอฟิคเสมอค่ะ ! เห็นว่าไรท์อยู่ม.6เหมือนกัน ยังไงก็สู้ ๆ กับการสอบเข้ามหาลัยนะ ! <3 อย่าหักโหมตัวเองนะคะ
      #15-2
    • #15-3 Secret__HERIONE(จากตอนที่ 8)
      10 ธันวาคม 2562 / 19:44
      ขอบคุณมากค่าาาา
      ขอให้หายไม่สบายเร็วๆนะคะ สู้ๆเหมือนกันนะ
      #15-3