|| Inazuma Eleven || Risou no HEROINE (OC)

ตอนที่ 13 : [Chapter Ten]: สปายของเทย์โคคุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    9 ส.ค. 63


[CHAPTER TEN]




บทที่ 10 สปายของเทย์โคคุ



***************************************************************


"อ้ะ! ซาโยริจัง อรุณสวัสดิ์จ้ะ"


"อรุณสวัสดิ์จ้า อากิจัง^^"ฉันตอบรับคำทักทายของอากิจังที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูโรงเรียนด้วยรอยยิ้มกว้าง เร่งฝีเท้าเดินเข้าไปหาเพื่อนสาวที่ยืนรออยู่ตรงหน้าประตูแล้วจึงเดินเข้าโรงเรียนไปพร้อมกัน


ระหว่างทางที่จะเดินเข้าไปในตึกเรียนพวกเราก็สลับกันชวนอีกฝ่ายคุยเล่นไปๆมาๆเพื่อไม่ให้บรรยากาศอึดอัดเกินไป ซึ่งแน่นอนว่าหัวข้อสนทนาส่วนใหญ่ที่พวกเรายกขึ้นมาคุยกันก็หนีไม่พ้นเรื่องของเด็กๆในชมรมฟุตบอล โดยเฉพาะมาโมจัง..เขาน่ะมีวีรกรรมแปลกๆ(ที่กลับดูน่ารักในสายตาของฉัน^^;;)เยอะมากเลย ถ้าเป็นเรื่องของเด็กคนนั้นล่ะก็ต่อให้คุยทั้งวันฉันก็ไม่รู้สึกเบื่อหรอก


"แล้วหลังจากนั้นก็... อ้าว! โดม่อนคุง จะไปไหนหรอ?"


?


ฉันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆบทสนทนาของพวกเราสองคนก็หยุดลงอย่างกะทันหัน ก่อนที่จะหันไปยังทางที่อากิจังกำลังมองอยู่ และภาพที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าก็คือแผ่นหลังของโดม่อนคุงที่กำลังเดินแยกออกไปอีกทางหนึ่งซึ่งไม่ใช่ทางเดินเข้าตึกเรียน


คนถูกทักหยุดชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะเดินต่อแล้วก็ยกมือขึ้นโบกไปมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น"พอดีลืมของไว้ที่ชมรมน่ะ"


ลืมของไว้ที่ห้องชมรม?


ฉันมองตามหลังเด็กผู้ชายตรงหน้าไปพลางขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างนึกสงสัย แปลกจัง..ปกติแล้วคนที่ออกจากห้องชมรมคนสุดท้ายก็คือพวกเราผู้จัดการทีมที่เป็นคนถือกุญแจห้องชมรมนี่นา แล้วเมื่อวานฉันก็เป็นคนที่กลับบ้านเป็นคนสุดท้ายเพราะต้องรอกลับพร้อมกับนัตจังด้วย ถ้ามีใครลืมของเอาไว้ในห้องชมรมฉันก็ต้องเห็นสิ


เอ๊ะ..หรือว่าฉันจะเเผลอมองข้ามไปกันนะ?...


ฉันหันกลับไปมองอากิจังที่ยืนอยู่ข้างๆก่อนจะพบกับแววตาสงสัยของอีกฝ่ายที่มองมาที่ฉันอยู่ก่อนแล้ว ทำให้ฉันรับรู้ได้ทันทีเลยว่าเด็กคนนี้เองกำลังก็สงสัยในคำพูดของโดม่อนคุงอยู่เหมือนกัน


"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันตามไปดูให้เองนะ อากิจังเดินขึ้นห้องเรียนไปก่อนได้เลยจ้ะ"


สุดท้ายแล้ว..เพราะสงสัยในคำพูดของโดม่อนคุงและไม่แน่ใจว่าตัวเองเผลอมองข้ามของที่เขาลืมเอาไว้จริงๆรึเปล่า ฉันก็เลยอาสาเป็นคนตามไปดูด้วยตัวเอง


ฉันส่งยิ้มบางๆให้อากิจังก่อนที่จะโบกมือลาเธอเล็กน้อยแล้วจึงเดินแยกตัวออกมา แอบเห็นลางๆว่าโดม่อนคุงเดินนำฉันอยู่ไม่ไกล แต่ฉันก็ไม่คิดที่จะส่งเสียงเรียกให้เขาหยุดรอ 


มีอะไรบางอย่างแปลกๆ..ลางสังหรณ์ของฉันบอกเอาไว้แบบนั้น...


ฉันชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อยเมื่อเดินตามโดม่อนคุงมาจนถึงห้องชมรมแล้ว และก็เป็นตอนนั้นเองที่สายตาของฉันบังเอิญมองผ่านช่องประตูที่ถูกเปิดแง้มเอาไว้น้อยๆคล้ายกับปิดไม่สนิทเข้าไปเห็นโดม่อนคุงที่กำลังนั่งทำอะไรบางอย่างอยู่ตรงตู้เก็บเอกสารของชมรม


เดี๋ยวนะ แฟ้มที่โดม่อนคุงหยิบออกมานั่นมัน...


...ข้อมูลสมรรถภาพทางร่างกายหลังจากที่เข้าไปฝึกในโรงฝึกอินาบิคาริของเด็กๆในชมรม?


อ่า...


ฉันเดินถอยหลังออกมาจากห้องชมรมเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นนวดขมับของตัวเองเบาๆ แอบรู้สึกเหนื่อยใจเล็กน้อยเมื่อจับต้นชนปลายได้แล้วว่าโดม่อนคุงกำลังทำอะไรอยู่ เฮ้อ..แบบนี้คงหนีไม่พ้นคำสั่งของคุณลุงแน่ๆ


คุณลุงนะคุณลุง ตอนแรกฉันคิดว่าเหตุผลที่คุณลุงส่งโดม่อนคุงเข้ามาในไรมงคือเพื่อให้มาสังเกตุการณ์เหมือนที่คิโดคุงทำในช่วงแรกๆซะอีก แต่..ดูเหมือนฉันจะคิดน้อยเกิดไปสินะ


ฉันยืนนิ่งอยู่กับที่สักพักก่อนที่จะตัดสินใจเอื้อมมือไปเปิดประตู


ครืดดดดด!


เฮือก!?


คนที่นั่งอยู่ในห้องสะดุ้งตัวโยนก่อนที่เขาจะรีบหันมามองทางต้นเสียงซึ่งเป็นจุดที่ฉันยืนอยู่อย่างรวดเร็วจนฉันแอบกลัวว่าเขาจะคอเคล็ด และพอเห็นว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาคือฉัน โดม่อนคุงก็หลุดถอนหายใจออกมาด้วยท่าทางที่เหมือนกับกำลังโล่งอก


"เฮ้อ อะไรกัน..ซาโยริเองหรอ? อย่าทำให้ตกใจสิ"


"ขอโทษจ้ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งเธอหรอกนะ"ฉันยกยิ้มบางก่อนที่จะเดินเข้าไปหาเด็กผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่เร่งรีบ ว่าแต่ว่า..ฉันบอกทุกคนไปแล้วรึยังนะ ว่าโดม่อนคุงรู้เรื่องที่ฉันรู้ว่าเขาเป็นสปายของเทย์โคคุแล้ว?


ยังหรอ? โอเค..ถ้างั้นขอบอกตอนนี้เลยก็แล้วกันนะคะ^^;;


ฉันเองก็ไม่แน่ใจหรอกว่าโดม่อนคุงรู้ได้ยังไง แต่ถ้าให้เดา..ฉันว่าคนที่บอกเขาก็คงไม่พ้นคิโดคุงนั่นแหละ และด้วยเหตุนั้น..ฉันก็เลยมีโอกาสได้มานั่งจับเข่าคุยกับเขาแบบจริงๆจังๆเป็นครั้งแรก โดม่อนคุงเขาก็เป็นคนดีนะ เขาบอกกับฉันตรงๆเลยว่าตัวเองถูกส่งมาเป็นสปายเพื่อจับตาดูทีมไรมง แล้วก็ยังสัญญากับฉันด้วยว่าเขาจะแค่จับตาดูเท่านั้น จะไม่ขัดขวางการซ้อมหรือทำตัวมีปัญหาเด็ดขาด


ก็เแ็นเด็กที่ตรงไปตรงมาดี


เขาบอกให้ฉันเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ ซึ่งฉันก็ตอบตกลงไปเพราะตั้งใจจะทำแบบนั้นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เรื่องของคนที่เล่นฟุตบอล..ก็ต้องให้คนที่เล่นฟุตบอลด้วยกันเป็นคนจัดการกันเอง ฉันเชื่อว่าถ้าเป็นพวกมาโมจังล่ะก็จะต้องข้ามผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างสบายๆแน่


แต่..ความหมายของคำว่าจับตาดูที่ฉันรู้มันไม่น่าจะใช่สิ่งที่เขาทำอยู่ในตอนนี้นะ...


"...นี่เป็นคำสั่งของคุณลุงอย่างงั้นหรอ?"


โดม่อนคุงหันกลับมามองฉันสลับกับเอกสารที่ตัวเองถืออยู่ในมือก่อนที่จะก้มหน้าลงอย่างช้าๆ สีหน้าของเขาหมองลงเล็กน้อย... ไม่..ไม่ใช่แค่สีหน้า แม้แต่'สี'ของเขาเองก็หมองลงด้วยเหมือนกัน ความรู้สึกของคนเนี่ย..เป็นสิ่งที่พอเรามองเห็นแล้วก็จะรับรู้ถึงความแปรปรวนของมันได้ง่ายมากเลยจริงๆ


"อืม..."


สิ้นเสียงตอบรับของโดม่อนคุง..บรรยากาศรอบๆตัวของพวกเราก็ตกอยู่ในความเงียบ 


ฉันเอนหลังพิงกำแพงห้องชมรมช้าๆ ความรู้สึกหลายอย่างเริ่มปนเปเข้าหากัน เป็นเวลาเดียวกันกับตอนที่ฉํนตกลงสู่ห้วงความคิดของตัวเอง คุณลุงเรย์จิ... เพื่อที่จะเอาชนะไรมง ถึงกับต้องทำเรื่องแบบนี้เลยหรอ? ก็พอจะรู้อยู่หรอกว่าคุณลุงเขามีอดีตที่ไม่ค่อยดีกับไรมง ถึงจะไม่รู้รายละเอียดเพราะไม่เคยมีใครบอกก็เถอะ แต่..ก็ไม่น่าจะถึงกับต้องเล่นสกปรกกันแบบนี้เลยนี่...


ฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองยืนเหม่ออยู่อย่างนั้นไปนานเท่าไหร่ แต่พอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เห็นโดม่อนคุงใส่เอกสารกลับเข้าแฟ้มและนำแฟ้มนั่นเข้าไปวางในตู้ของชมรมเหมือนเดิมแล้ว


...เป็นเด็กดีจังเลยนะ


"นี่..ซาโยริ"


"หืม?"


"ท่านผู้บัญชาการน่ะ..เป็นคนยังไงกันแน่หรอ?"


ฉันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามที่ตัวเองไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากคนตรงหน้า โดม่อนคุงหันกลับมามองฉันทันทีหลังจากที่ถามเสร็จ พวกเราสองคนสบตากันอยู่พักหนึ่งก่อนที่ฉันจะเป็นฝ่ายหลุดถอนหายใจออกมา"ขอตอบตามตรงนะ... ฉันไม่รู้จ้ะ"


ใช่..ฉันไม่รู้...


"ถึงจะมีศักดิ์เป็นหลาน..แต่ก็เป็นแค่หลานในนามเท่านั้น แล้วฉันเองก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกับคุณลุงเรย์จิสักเท่าไหร่ด้วย ถ้าพวกเราไม่ได้บังเอิญเจอกันตอนที่ไรมงกับเทย์โคคุแข่งกันครั้งแรก ฉันก็คงไม่รู้หรอกว่าคุณลุงอยู่ที่นี่"ฉันว่าพร้อมยกยิ้มอ่อนใจ แอบรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ตัวเองไม่รู้อะไรเลยแบบนี้


แต่สิ่งที่ฉันพูดออกไป..ทั้งหมดคือความจริง...


คุณลุงเรย์จิ... ในความทรงจำของฉัน..เขาสนิทกับคุณพ่อบุญธรรมของฉันมาก เมื่อหลายปีก่อนตอนที่คุณพ่อยังมีชีวิตอยู่คุณลุงก็ชอบนั่งเครื่องบินมาเยี่ยมครอบครัวของฉันที่ไทยเป็นประจำ แต่หลังจากที่คุณพ่อเสียไป..คุณลุงก็แทบจะไม่ได้ไปหาพวกเราอีกเลย อ้ะ..แต่ถึงอย่างนั้นก็ดูเหมือนกับว่าคุณลุงยังติดต่อกับพี่เซย์อยู่นะ จำได้ว่ามีอยู่หลายครั้งเหมือนกันที่พี่เขาบอกว่าคุณลุงโทรมาหาแล้วก็ฝากความคิดถึงมาให้


แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่ได้สนิทกับคุณลุงมากถึงขนาดที่จะไปรู้ความคิดของเขาอยู่ดี...


"...ฉันน่ะ..ไม่เคยเข้าใจความคิดของคนคนนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว"


.


.


.


วันต่อมา


"ฮืม~ ฮื้ม~~ ฮืม~"ฉันยกมือขึ้นท้าวคางมองการซ้อมของเด็กๆในชมรมด้วยรอยยิ้มพลางส่งเสียงฮัมเพลงในลำคอไปด้วยอย่างอารมณ์ดี วันนี้ทุกคนก็ยังร่าเริงและขยันซ้อมกันเหมือนเคย โดยเฉพาะเด็กๆปี 1 ที่ช่วงนี้เอาจริงเอาจังกับการซ้อมมากเป็นพิเศษ พวกเขาถึงกับได้ท่าไม้ตายใหม่เพิ่มขึ้นมากันคนละท่าสองท่าเลยนะ!


ไม่ได้อยากจะอวดนะคะ แต่พอเห็นเด็กๆมีพัฒนาการที่ดีแบบนี้แล้วมันก็อดที่จะรู้สึกปลื้มไม่ได้นี่นา^^!


พอเห็นพวกเขาเป็นอย่างนี้แล้วก็รู้สึกโล่งใจนะ ตอนแรกฉันคิดว่ายิ่งใกล้ถึงวันแข่งรอบต่อไปมากขึ้นเท่าไหร่ เด็กพวกนั้นก็จะยิ่งกดดันตัวเองมากขึ้นซะอีก แบบนี้การแข่งรอบชิงชนะเลิศกับเทย์โคคุก็คงไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่..ล่ะมั้ง?


ว่าแต่..พูดถึงเรื่องที่น่าเป็นห่วง...


ฉันเบนสายตาไปมองโดม่อนคุงที่กำลังซ้อมอยู่ในสนามพร้อมๆกับพวกมาโมจังทุกคนอย่างใช้ความคิด สุดท้ายแล้วเด็กคนนั้นก็ไม่ยอมทำตามคำสั่งของคุณลุง ข้อมูลสมรรถภาพร่างกายของพวกมาโมจังจึงยังถูกเก็บเอาไว้อย่างดีไร้การเคลื่อนย้ายหรือรอยขีดข่วนในตู้ห้องชมรม ซึ่งสำหรับพวกเราแล้วนั่นก็ถือเป็นเรื่องที่ดีล่ะนะ


แต่ว่าหลังจากวันนั้น..วันที่ฉันรู้เรื่องคำสั่งของคุณลุงจากโดม่อนคุง เด็กคนนั้นก็มักจะเผลอทำตัวแปลกๆตลอด เหม่อบ้าง เรียกไม่ตอบบ้าง ปลีกตัวออกไปจากสนามระหว่างเวลาทำกิจกรรมชมรมบ้าง ทำเอาอากิจังที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กของเขาเป็นห่วงมากเลย เห็นว่าเคยให้ฮารุนะจังตามไปดูตอนที่โดม่อนคุงแยกตัวออกไประหว่างการซ้อมด้วยนะ แต่ก็ด฿เหมือนว่าว่าจะคลาดกันระหว่างทาง สุดท้ายแล้วอากิจังก็เลยยังไม่รู้ว่าโดม่อนคุงเป็นอะไรกันแน่...


แยกตัวออกไป.. คงไม่ใช่เพราะว่าต้องไปติดต่อคิโดคุงหรอกนะ..ใช่ไหม?


"ซาโยริ"


?


ความคิดของฉันถูกขัดลงด้วยเสียงเรียกที่คุ้นเคย ฉันหันกลับไปมองทางต้นเสียงก่อนจะพบกับนัตจังที่กำลังเดินเข้ามาใกล้


"นัตจัง มีอะไรรึเปล่าจ๊ะ?"


"ฉันจะไปที่ห้องผู้อำนวยการน่ะ จะไปด้วยกันไหม?"นัตจังเอ่ยถามขณะที่เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้ฉันอีกเล็กน้อย ฉันทอดสายตามองไปยังสนามฟุตบอลตรงหน้า พอเห็นว่าการซ้อมของพวกมาโจจังเป็นไปได้อย่างราบรื่น ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร จึงค่อยหันกลับไปพยักหน้าตอบรับน้องสาวพร้อมรอยยิ้ม


"อื้ม ไปสิจ๊ะ^^"


สิ้นคำพูดนั้นฉันก็ลุกขึ้นเดินตามนัตจังออกไปจากสนาม อ้อ..แน่นอนว่าไม่ลืมที่จะหันไปบอกอากิจังกับฮารุนะจังที่ยืนดูการซ้อมอยู่ใกล้ๆด้วยนะ เผื่อมีเรื่องไม่คาดฝันอย่างอุบัติเหตุเกิดขึ้น ทั้งสองคนจะได้รู้ว่าต้องไปตามฉันกับนัตจังที่ไหน


"แล้วช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง เริ่มชินกับชมรมฟุตบอลบ้างแล้วรึยังเอ่ย?"ฉันเอ่ยถามนัตจังเบาๆขณะที่พวกเราสองคนกำลังเดินขึ้นบันไดของตึกเรียน นัตจังที่เดินนำอยู่ข้างหน้าชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อยก่อนจะทำสีหน้าอ่อนใจ


"ต้องอยู่กับคนบ้าฟุตบอลแบบนั้นทุกวัน ไม่ชินก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว"


"คิก.. เด็กๆพวกนั้นออกจะน่ารักนะ"


"เธอก็เอาแต่โอ๋พวกเขาแบบนี้ตลอดนั่นแหละ"นัตจังพูดพึมพำเสียงแผ่ว และยังไม่วายแอบบ่นอุบอิบอีกเล็กน้อยว่าฉันจะทำให้เด็กๆในชมรมเคยตัวจนนิสัยเสีย


ส่วนฉันที่ได้ยินคำบ่นที่ออกแนวน้อยใจของน้องสาวก็ได้แต่อมยิ้มบางๆกับตัวเอง ก็แหม..ช่วยไม่ได้นี่ ก็เด็กๆในชมรมนี้น่ะมีแต่เด็กที่นิสัยน่ารักน่าเอ็นดูทั้งนั้นเลยนี่นา แถมก่อนที่จะทะลุมิติมาที่โลกนี้ฉันก็เป็นลูกคนเดียวด้วย พ่อกับแม่ก็ไม่ค่อยได้เจอหน้ากันสักเท่าไหร่ เคยฝันอยากจะมีพี่น้องหลายๆคนมานานแล้ว


อาจจะเป็นเพราะแบบนั้นล่ะมั้ง..ทำให้พอได้มาเจอกับเด็กนิสัยน่ารักๆแบบพวกมาโมจังเข้าก็เลยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเอ็นดูจนเผลอคอยตามดูแลเหมือนกับว่าเด็กพวกนั้นเป็นน้องแท้ๆของตัวเองน่ะ


ฉันยกยิ้มบางๆขึ้นก่อนจะหันไปแอบมองคนข้างตัวที่ตอนนี้เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นจากเดิมจนเดินนำขึ้นไปอยู่ข้างหน้าอีกครั้ง มิหนำซ้ำเด็กคนนั้นยังยกมือขึ้นกอดอกและหันหน้าหนีไปทางอื่นอีก


ท่าทางงอนหนักมาก...


แหมๆ นัตจังนี่ล่ะก็..ถ้าอยากให้ฉันโอ๋บ้างล่ะก็ลองพูดออกมาตรงๆเลยก็ได้แท้ๆนะ~


กึก!


อ้าว..อยู่ๆก็หยุดเดิน?


"นัตจัง?"


ฉันเอียงคอเล็กน้อย ยืนนิ่งๆมองนัตจังที่ก้มลงไปหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากซอกเล็กๆใต้ประตูห้องผู้อำนวยการ ดูเหมือนจะเป็น..กระดาษ? ไม่สิ ไม่ใช่แค่กระดาษ ดูเหมือนจะเป็นจดหมายมากกว่า


"นะ..นี่มัน!"


เสียงอุทานกับสีหน้าที่เริ่มไม่สู้ดีของนัตจังทำให้ฉันที่ยืนอยู่ใกล้ๆเริ่มขมวดคิ้วบ้าง รับรู้ได้ทันทีจดหมายที่นัตจังถืออยู่จะต้องมีอะไรบางอย่างเขียนเอาไว้แน่ๆ และอะไรบางอย่างที่ว่านั่นก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่ด้วย...


"นัตจัง ส่งมาทางนี้สิ"เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันก็เดินเข้าไปแบมือขอจดหมายฉบับนั้นมาจากนัตจังทันที และเมื่อได้รับจดหมายมาแล้วก็รีบไล่สายตาอ่านตัวหนังสือทุกตัวที่ถูกเขียนเอาไว้อย่างรวดเร็ว ลายมือที่เขียนอยู่ในกระดาษ..ถ้าจำไม่ผิดก็รู้สึกว่าเหมือนจะเคยเห็ที่ไหนมาก่อน ลายมือของโดม่อนคุง? แต่เดี๋ยวก่อน..ตอนนี้นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ


คุณลุง..อีกแล้ว?...


ฉันยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างทำอะไรไม่ถูกหลังจากที่จับใจความของเนื้อหาทั้งหมดในจดหมายได้ สิ่งที่ถูกเขียนอยู่ในนั้นทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกใครบางคนเดินเข้ามาตบจนหน้าชา มือที่ถือจดหมายอยู่เผลอกำแน่นจนขอบกระดาษยับยู่ยี่


แบบนี้มันทำเกินไปแล้ว...


แค่เมื่อวันก่อน..แค่เรื่องที่สั่งให้โดม่อนคุงทำเมื่อวันก่อนมันยังไม่พอใช่ไหม...


"...นัตจัง"


"....."


"กลับไปที่สนามฟุตบอลกับฉันเร็วเข้า"


...มี'ใครบางคน'ตัดสายเบรคของรถบัสที่สมาชิกในชมรมทุกคนจะต้องใช้เดินทางไปแข่ง...


ถึงเรื่องของโดม่อนคุงฉันจะยอมทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นให้เพราะเด็กคนนั้นเองก็ดูเหมือนไม่ได้เต็มใจที่จะทำตามคำสั่งที่ได้รับมาสักเท่าไหร่ แต่ว่า..เรื่องคราวนี้ฉันไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆแน่!


.


.


.


หลังจากนั้นไม่นานทั้งฉันและนัตจังก็เดินมาถึงสนามฟุตบอลที่มีพวกมาโฒจังทุกคนกำลังซ้อมกันอยู่ พวกเราทั้งสองคนหันมาพยักหน้าให้กันเล็กน้อยแล้วจึงเดินเข้าไปหาคนคนหนึ่งที่กำลังยืนดูการซ้อมของพวกมาโมจังอยู่ตรงมุมหนึ่งของสนาม ก่อนที่นัตจังจะเป็นคนเอ่ยเรียกให้คนคนนั้นหันมามอง


"คุณครูฟุยุไค"


ใช่..เขาคนนั้นคือคุณครูฟุยุไค คุณครูคนนี้เองก็เป็นคนของเทย์โคคุที่ถูกคุณลุงเรย์จิส่งมาเหมือนกัน


..ส่งมาตั้งแต่แรกเลยด้วย คุณครูคนนี้ถูกส่งเข้ามาอยู่ในไรมงก่อนที่ฉันจะมาซะอีก


ความรู้ใหม่ที่ฉันเพิ่งได้รู้จากเนื้อหาที่ถูกเขียนเอาไว้ในจดหมายทำให้ฉันเริ่มรู็สึก... อ่า ไม่รู้สิ..ฉันควรจะอธิบายความรู้สึกแบบนี้ว่ายังไงดีนะ?


ฉันเองก็เพิ่งจะรู้ตัว..ว่าตัวเองถูกคุณลุงปิดหูปิดตามาตลอด เพิ่งจะรู้ตัวว่าคุณลุงไม่เคยบอกอะไรฉันเลย ทั้งเรื่องของแผนการต่างๆที่คุณลุงวางไว้ เรื่งของโดม่อนคุง เรื่องของครูฟุยุไค คุณลุงไม่เคยบอกอะไรฉันเลย...


"ครับ อะไรหรอครับ?"


เสียงตอบรับของคุณครูฟุยุไคเรียกสติของฉันให้กลับมาสู้ความเป็นจริง ฉันเงยหน้ามองโค้ชในนามของชมรมฟุตบอลด้วยรอยยิ้มที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา ความเคารพของฉันที่มีต่อคนคนนี้ลดลงไปจนเหลือศูนย์ทันทีที่ฉันรู้ว่าเขาเป็นคนตัดสายเบรคของรถบัส


นัตจังยกยิ้ม"พวกเรามีเรื่องจะให้ช่วยน่ะค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะได้รึเปล่า?"


"ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธคำขอจากพวกคุณหนูหรอกครับ"


แหม ยอมเข้ามาติดกับกันง่ายๆเลยนะคะ...


"ถ้างั้น..คุณครูช่วยขับรถบัสที่เราจะใช้ตอนเดินทางไปแข่งกับเทย์โคคุออกมาให้หน่อยได้ไหมคะ?"ฉันที่ยืนดูอยู่เงียบๆมาสักพักหนึ่งแล้วพูดขึ้นบ้างในขณะที่นัตจังซึ่งยืนอยู่ข้างๆเองก็ยกมือขึ้นกอดอกและพยักหน้าสนับสนุน"พอดีว่าอีกไม่นานทีมของพวกเราก็จะต้องไปแข่งกับเทย์โคคุแล้ว ฉันเองก็ค่อนข้างจะขี้เป็นห่วง..กลัวว่าวันดีคืนดีเครื่องยนต์อาจจะเสียขึ้นมาแบบกะทันหันจนไปแข่งไม่ได้ ก็เลยอยากจะเช็กสภาพของรถบัสคันนั้นน่ะค่ะ"


ความจริงแล้วฉันก็ไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร..แล้วก็ไม่ได้อยากไปขัดจังหวะการซ้อมของเด็กๆในชมรมด้วย เพราะฉะนั้นฉันถึงได้พูดกับนัตจังตั้งแต่ตอนที่ที่พวกเรายังอยู่ในตึกเรียนแล้วว่าพวกเราจะแยกคุณครูฟุยุไคออกมาจากเด็กๆในชมรมที่กำลังซ้อมกัน แล้วหลังจากนั้นค่อยจัดการกับเขาแบบจริงๆจังๆกันเองอีกที


แต่ดูเหมือนคุณครูฟุยุไคจะไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น เพราะแทนที่เขาจะเงียบและยอมทำตามที่พวกเราพูดแต่โดยดี..เขากลับแสดงอาการตกใจออกมาแบบไม่คิดจะปกปิด อีกทั้งยังหลุดตะโกนเสียงดังลั่นว่า...


"หะ..ห๋า! รถบัสหรอครับ!?"


เท่านั้นแหละค่ะ..เรียกความสนใจของเด็กๆมาได้ทั้งสนามเลย=...=


หลังจากนั้นพวกเราทุกคนในชมรมก็เดินเกาะกลุ่มกันไปที่โรงรถ(ซึ่งผิดแผนของฉันกับนัตจังที่ตั้งใจะว่าจะจบเรื่องนี้กันเองอย่างเงียบๆแบบสุดๆ) และแน่นอนว่าคุณครูฟุยุไคที่ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเองก็ถูกบังคับให้เดินตามมาด้วยเช่นกัน


ระหว่างเดินไปที่โรงรถ ฉันที่บังเอิญหันไปสบตากับโดม่อนคุงพอดียกยิ้มบางๆขึ้นอย่างอ่อนใจ เด็กคนนั้นเริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดีตั้งแต่ตอนที่ครูฟุยุไคตะโกนคำว่ารถบัสขึ้นมาแล้ว ดูเหมือนเขาเองก็กำลังกังวลอยู่พอสมควรเลยเหมือนกัน


เฮ้อ อย่าว่าแต่โดม่อนคุงเลย..แม้แต่ฉันเองก็กังวล คนคนนั้นเป็นลูกน้องของคุณลุงเรย์จิแล้วก็ดูไม่ใช่คนที่ดีสักเท่าไหร่ด้วย ไม่รู้ว่ามีแผนจะทำอะไรตอนความแตกรึเปล่า


แต่..ในเมื่อมันผิดแผนไปตั้งแต่แรกแล้วแบบนี้ พวกเราจะทำอะไรได้ล่ะ?


"ช่วยออกรถมา แล้วก็หยุดเท่านั้นแหละค่ะ"นัตจังเอ่ยย้ำเมื่อเห็นว่าครูฟุยุไคเอาแต่นั่งนิ่งไม่ยอมออกรถสักที ฉันหรี่ตาลงเล็กน้อย จ้องมองไปยังคุณครูที่ปรึกษาของชมรมอย่างกดดันและอยากรู้ว่าเขาจะทำอะไรต่อไปในสถานการณ์แบบนี้ ทำตามคำสั่งของนัตจังแต่โดยดี..หรือจะไม่ทำ? ทุกคนคิดว่ายังไงบ้างคะ?


ใช่ค่ะ สุดท้ายแล้วเขาไม่ทำ... ไม่สิ..ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือทำไม่ได้ต่างหาก


ต่อให้เป็นคุณครูคนนี้ก็ยังรักตัวกลัวตายสินะ...


หลังจากนั้นเรื่องที่คุณครูฟุยุไคตัดสายเบรคของรถบัสถูกประกาศให้ทุกคนรับรู้กันโดยถ้วนหน้า พวกมาโมจังที่เพิ่งรู้เรื่องก็ตกใจกันยกใหญ่ ส่วนคนที่รู้อยู่แล้วอย่างฉันกับโดม่อนคุงก็ได้แต่ยืนมองสถานการณ์ต่อไปอย่างเงียบๆระหว่างที่นัตจังกำลังจัดการเรื่องทั้งหมด


"ครูอย่างคุณน่ะออกไปจากโรงเรียนของฉันเดี๋ยวนี้เลย! คิดซะว่าเป็นคำสั่งของผู้อำนวยการก็แล้วกัน!"


"จะไล่ออกหรอ? ก็ได้ ฉันก็เบื่อที่จะเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนนี้เต็มทนแล้วล่ะนะ"ครูฟุยุไคเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน เขากวาดสายตามองสมาชิกทุกคนในทีมเล็กน้อยก่อนจะไปหยุดที่โดม่อนคุงที่ยืนอยู่ข้างหลัง"แต่ว่า..สปายที่ลอบเข้ามาในโรงเรียนไรมงน่ะไม่ได้มีแค่ฉันหรอกนะ"


!?


คำพูดของครูฟุยุไคทำเอาฉันเผลอเบิกตากว้างอย่างตกใจ คนคนนี้..หรือว่าจะ...


"เนอะ โดม่อนคุง"ครูฟุยุไคพูดชื่อของโดม่อนคุงออกมาแบบเสียงดังฟังชัดโดยที่ฉันที่ยืนอยู่ใกล้ๆห้ามเอาไว้ไม่ทัน และดูเหมือนว่าครูฟุยุไคจะยังไม่ยอมหยุดแค่นี้ เพราะหลังจากที่โยนระเบิดลูกใหญ่ไปให้โดม่อนคุงแล้วเขาก็ยังหันมามองฉันต่อด้วยสีหน้าแบบเดียวกัน"แล้วก็..คุณหนูซาโยริด้วยนะครับ ถ้าจะว่ากันตามตรง คนที่มีศักดิ์เป็นหลานของท่านผู้นั้นอย่างคุณหนูน่าจะเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากที่สุดเลยนี่นะ"


ฉันหรี่ตามองผู้ใหญ่ตรงหน้านิ่งๆ ไม่ได้เอ่ยตอบอะไรกลับไปแม้แต่คำเดียว ความจริงก็แอบทำใจเอาไว้แล้วเหมือนกันว่าถ้าคนคนนี้ดึงโดม่อนคุงเข้ามาได้ เขาก็ต้องดึงฉันเข้ามาได้เหมือนกัน


"ระ..รุ่นพี่ซาโยริ"


?


ฉันหันกลับไปมองตามเสียงเรียกก่อนจะเป็นอันต้องหยุดชะงักไปเมื่อเห็นสายตาของเด็กๆในชมรมแต่ละคนที่กำลังมองมา ฉับพลันความรู้สึกแปลกๆก็ค่อยๆก่อตัวขึ้น..เป็นเวลาเดียวกันกับตอนที่รอยยิ้มของฉันเลือนหายออกไปจากใบหน้า


...ตั้งแต่รู้จักกันมา..เป็นครั้งแรกเลยที่ถูกพวกเขามองด้วยสายตาที่เหมือนกับกำลังผิดหวังในตัวฉันแบบนี้...


ผิดหวัง... คำสั้นๆเพียงคำเดียวแต่กลับทำให้ฉันรู้สึกหน้าชายิ่งกว่าตอนที่รู้เรื่องแผนตัดเบรครถบัสซะอีก


ฉันละสายตาจากทุกคนอย่างช้าๆก่อนที่จะก้มหน้าลงมองพื้นโดยอัตโนมัติ ความรูสึกอึดอัดในอกที่เพิ่มขึ้นแบบพรวดพราดหลังจากที่ได้สบตากับเด็กๆในชมรมทุกคนทำให้ฉันรู้สึกแย่จนพูดอะไรไม่ออก


อืม..จะว่ายังไงดีล่ะ...


เจ็บเหมือนกันนะเนี่ย...


"อย่าพูดบ้าๆสิ!"


ฉันสะดุ้งเล็กน้อยกับเสียงตะโกนแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของกัปตันชมรม พอหันไปมองก็เห็นตัวมาโมจังผู้ที่เป็นเจ้าของเสียงกำลังกึ่งลากกึ่งจูงโดม่อนคุงให้เดินมาหาฉัน โดม่อนคุง(ที่ถูกลากมา)หันมามองฉันพร้อมเครื่องหมายคำถามบนใบหน้า แต่ยังไม่ทันที่เราจะได้คุยอะไรกันมาโมจังก็ตะโกนลั่น"พวกเราน่ะเล่นฟุตบอลด้วยกันมาตั้งขนาดนี้ อยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้ เราต้องเชื่อใจเพื่อนของตัวเองสิ!"


มาโมจัง...


"ฉันน่ะเชื่อใจทั้งสองคนนะ ซาโยริ โดม่อน"มาโมจังหันกลับมาส่งยิ้มให้ฉันกับโดม่อนคุงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ฉันมองรอยยิ้มของเด็กหนุ่มที่ตัวเองเอ็นดูตรงหน้าแล้วก็อดที่จะยอมรับไม่ได้ว่ารอยยิ้มร่าเริงของเขาทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นจริงๆ


และมันคงจะดีกว่านี้มาก..ถ้าหากเขายิ้มแบบนั้นให้ฉันในสถานการณ์อื่นที่ดีกว่านี้...


"....."


"...เอนโด ครูฟุยุไคพูดถูกแล้วล่ะ"


ฉันหันไปมองคนข้างตัวอย่างตกใจ โดม่อนคุงเหลือบตามองมาที่ฉันแวบหนึ่งก่อนที่จะหันกลับไปหาทุกคนอีกครั้ง แม้จะไม่แน่ใจว่าเด็กคนนี้ตั้งใจจะทำอะไร..แต่ท่าทางของเขาที่ดูไม่ค่อยสู้ดีนักทำให้ฉันทนยืนดูอยู่เฉยๆไม่ได้


ถึงโดม่อนคุงจะมาจากเทย์โคคุจริงๆแต่เขาก็เป็นเด็กดี เขาจงใจขัดคำสั่งของคุณลุง ไม่ส่งข้อมูลของเด็กๆในชมรมเราไปที่เทย์โคคุ และเรื่องการตัดสายเบรคของรถบัส..คนที่เขียนจดหมายเตือนและเอาไปวางไว้ที่ใต้ประตูห้องผู้อำนวยการก็คือโดม่อนคุงนี่แหละ


"ไม่---"


"ฉันยอมรับนะว่าตัวเองเป็นสปายจากเทย์โคคุจริงๆ แต่ว่า..ซาโยริน่ะไม่เกี่ยวนะ!"


ฉันที่ตอนแรกกำลังจะช่วยอธิบายเป็นอันต้องหุบปากฉับ


เอ๋?


"ซาโยริแค่มีความเกี่ยวข้องกับผู้บัญชาการเท่านั้น แต่ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่นิดเดียว เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันถูกส่งมาเรียนที่นี่ในถานะสปายของเทย์โคคุน่ะ!"


"....."


"...ขอโทษนะ"โดม่อนคุงพูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนที่จะหันหลังกลับแล้ววิ่งออกไป แล้วจึงตามด้วยมาโมจังที่เป็ห่วงจนต้องรีบวิ่งตามไปด้วยอีกคน


สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นทำให้บรรยากาศรอบๆตัวพวกเราที่ตอนแรกก็ไม่ได้ดีอยู่แล้วยิ่งแย่ลงไปอีก


ฉันมองตามแผ่นหลังของเด็กผู้ชายทั้งสองคนไปอย่างรู้สึกเป็นห่วง ตอนนั้นเองที่ฉันรู้สึกได้ถึงแรงกระตุกเบาๆที่ชายเสื้อ พอหันกลับไปมองก็เห็นนัตจังที่กำลังยืนจับเสื้อของฉันอยู่ด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก และด้านหลังของเธอก็คือสมาชิกคนอื่นๆในชมรมที่กำลังยืนมองมาที่ฉันเป็นตาเดียวกัน...


"...ซาโยริ"


ฉันค่อยๆหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าปอดอย่างช้าๆอย่างพยายามจะปรับอารมณ์ของตัวเองก่อนจะหันกลับไปส่งรอยยิ้มให้เด็กๆทุกคนอย่างเช่นทุกครั้ง


...ทั้งที่ความจริงแล้วตัวฉันในตอนนี้ไม่ได้อยากยิ้มเลยสักนิด


"...เราเปลี่ยนที่คุยกันหน่อยดีไหม? แล้วก็..ใครก็ได้ช่วยไปตามโดม่อนคุงกลับมาด้วยนะ ฉันจะได้อธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟังทีเดียวเลย"


.


.


.


หลังจากนั้นไม่นานพวกเราทุกคน(รวมถึงโดม่อนคุงที่อากิจังวิ่งไปตามกลับมา)ก็เคลื่อนย้ายตัวเองกลับมาอยู่ในห้องชมรมอีกครั้ง ทว่าคราวนี้บรรยากาศภายในห้องกลับเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง


ฉันกวาดสายตามองไปรอบๆครั้งหนึ่งก่อนจะปั้นหน้ายิ้ม"ขอโทษนะจ๊ะ คงจะสับสนกันสินะ มีเรื่องที่อยากจะถามอยู่เยอะเลยใช่รึเปล่า? ใครอยากรู้เรื่องอะไรก็ถามมาได้เลยนะ ฉันจะตอบให้ทุกคำถามเลย"


แต่เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มอธิบายตั้งแต่ตรงไหนดี สุดท้ายแล้วฉันก็เลยตัดสินใจเปิดโอกาสให้เด็กๆถามคำถามที่ตัวเองสงสัยออกมา พวกเขาอยากรู้เรื่องไหนฉันก็จะอธิบายเรื่องนั้น จะได้เคลียร์ให้จบเป็นเรื่องๆไป


"เธอ..เป็นหลานของคาเงยาม่าจริงๆหรอ?"คาเซมารุคุงเป็นคนแรกที่เอ่ยปากถาม


ฉันพยักหน้ารับตามตรง ไม่คิดที่จะแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น"อื้ม แต่ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดหรอกนะ เป็นหลานบุญธรรมน่ะ"


"ระหว่างเรื่องที่ครูฟุยุไคพูดกับเรื่องที่โดม่อนพูด..อันไหนคือความจริงอย่างงั้นหรอ?"


เรื่องที่ครูฟุยุไคพูกกับเรื่องที่โดม่อนคุงพูด? อ๋อ..คงเป็นเรื่องที่ครูฟุยุไคบอกว่าฉันเกี่ยวข้องกับแผนการของคุณลุงเรย์จิ แต่โดม่อนคุงบอกว่าไม่เกี่ยวสินะ


"ความจริงหรอ? นั่นสินะ... ถ้าจะให้พูดก็..ถูกครึ่งไม่ถูกครึ่งทั้งคู่ล่ะมั้ง?"ฉันยกมือขึ้นแตะปลายคางของตัวเองเบาๆอย่างใช้ความคิด"ก็... ครูฟุยุไคพูดถูกเรื่องที่ฉันเป็นหลานของคุณลุงเรย์จิ แต่เรื่องที่เขาบอกว่าฉันเกี่ยวข้องกับแผนการของคุณลุงมากที่สุด..อันนี้ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะฉันเองก็เพิ่งจะรู้เรื่องแผนตัดสายเบรครถบัสพร้อมๆกับนัตจังวันนี้นี่แหละ"


"....."


"ส่วนเรื่องที่โดม่อนคุงพูด..เขาพูดเรื่องจริงตรงที่ฉันไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเรื่องแผนการของคุณลุง แต่ว่า..เขาโกหกเรื่องที่ฉันไม่รู้ว่าเขามาจากเทย์โคคุ"


บางที..เด็กคนนั้นอาจจะพยายามปกป้องฉันอยู่ล่ะมั้ง?...


"ถ้างั้นเธอก็รู้เรื่องที่โดม่อนเป็นสปายของเทย์โคคุมาตั้งแต่แรกแล้วงั้นหรอ?"


"เปล่าหรอกจ้ะ เพิ่งมารู้ทีหลังน่ะ ประมาณช่วง 2-3 วันหลังจากที่โดม่อนคุงย้ายเข้ามาได้ล่ะมั้ง? ฉันรู้สึกว่ามันแปลกๆที่มีนักเรียนใหม่ย้ายเข้ามาช่วงกลางเทอมก็เลยลองตรวจสอบดูน่ะจ้ะ"ฉันเอ่ยตอบพลางปรายตาไปมองเด็กหนุ่มที่เป็นบุคคลในหัวข้อสนทนา โดม่อนคุงที่หันมาสบตากับฉันพอดีก็ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างออกมา แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เปลี่ยนใจไม่พูด


ความจริงแล้วเรื่องที่โดม่อนคุงถูกส่งมาที่ไรมงในถานะสปายของเทย์โคคุนั้นเป็นความลับที่ฉันไม่สมควรรู้ ช่วงแรกๆที่ย้ายมาเขาก็ชอบเผลอทำตัวแปลกๆต่อหน้าฉันอยู่บ่อยๆเพราะถูกกำชับมาว่าห้ามบอกเรื่องนี้ให้ฉันรู้เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็..นั่นแหละค่ะ ความลับไม่มีในโลก ฉันจับตาดูเด็กคนนี้ไปเรื่อยๆจนได้รู้ความจริงตอนที่เห็นเขาติดต่อกับคิโดคุง


ก็ถึงได้บอกไงล่ะ..ว่าฉันถูกคุณลุงปิดหูปิดตามาตั้งแต่แรก...


"ส่วนเหตุผลที่ฉันไม่บอกพวกเธอ... นั่นสินะ..คงเป็นเพราะว่าโดม่อนคุงเองก็ชอบฟุตบอลมากเหมือนกับพวกเธอล่ะมั้ง? แถมมาโมจังเองก็ดูดีใจที่ชมรมของเรามีสมาชิกเพิ่มขึ้นด้วย ฉันก็เลยคิดว่าคงไม่เป็นไร"


"....."


"อีกอย่างหนึ่งมาโมจังเองก็เคยพูดอยู่บ่อยๆไม่ใช่หรอ?..ว่า'คนที่รักฟุตบอลไม่มีทางเป็นคนไม่ดีหรอก'น่ะ"


สิ้นคำพูดของฉัน..บรรยากาศภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งเพราะไม่มีใครถามอะไรต่อ ฉันอาศัยจังหวะนี้เงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองสีหน้าท่าทางของเด็กๆในชมรมอย่างเงียบๆ สำหรับชมรมฟุตบอลของเราที่มีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นเด็กนิสัยร่าเริง..การที่พวกเราทุกคนมายืนรวมกันอยู่ในห้องชมรมโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยนั้นถือว่าเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมาก แล้วก็เป็นสถานการณ์ที่ฉันไม่เคยรู้สึกว่าอยากให้มันเกิดขึ้นเลยแม้แต่ครั้งเดียวด้วย...


แต่ตอนนี้มันกำลังเกิดขึ้น..เพราะฉัน...


"ฉันเข้าใจถ้าพวกเธอจะโกรฉัน แต่ว่าเรื่องของโดม่อนคุงน่ะ..อย่าไปโกรธเขาเลยนะ เพราะฉันคิดว่าเขาเองก็ไม่ได้อยากทำตามคำสั่งของคุณลุงเรย์จิสักเท่าไหร่หรอก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เขียนจดหมายเตือนแล้วเอาไปวางไว้ตรงประตูห้องผู้อำนวยการแน่ๆ"ฉันว่าพลางหันไปสบตากับนัตจัง ซึ่งดูเหมือนเด็กคนนั้นจะรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ เธอหยิบจดหมายที่เราเจอที่ใต้ประตูของห้องผู้อำนวยการออกมาและเปิดมันให้ทุกคนได้เห็นลายมือของโดม่อนคุงที่เขียนอยู่ข้างใน


"โดม่อนคุงเขาทำเพื่อพวกเธอจริงๆนะ"


"....."


"แล้วก็ฉันจะไม่บังคับให้พวกเธอเชื่อคำพูดของฉันหรอกนะ พวกเธออยากจะเชื่อใคร..มันก็เป็นสิทธิ์ของพวกเธอ"ฉันว่าพลางพยายามปั้นยิ้มส่งให้เด็กๆตรงหน้า ถึงฉันจะไม่รู้เรื่องแผนของคุณลุงเรย์จิจริงๆ แต่ฉันก็มีส่วนผิดตรงที่ปิดบังสถานะของตัวเองความลับเหมือนกัน


แล้วคุณลุงเรย์จิในมุมมองของเด็กพวกนี้ก็ดูจะไม่ใช่คนที่ดีสักเท่าไหร่ด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเด็กๆพวกนี้จะโกรธ..หรือไม่ไว้ใจฉันแล้ว ฉันก็...


"ฉันเชื่อเธอ"


!?


ฉันที่กำลังพยายามทำใจยอมรับความจริงที่ว่าตัวเองคงจะถูกเด็กๆในชมรมโกรธแล้วแน่ๆถึงกับสะดุ้งกับเสียงของใครบางคนที่ดังขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย พอดึงสติกลับมาได้ก็รีบหันหน้าไปมองสมาชิกคนหนึ่งในชมรมที่เป็นเจ้าของเสียงเมื่อครู่..


เขาคนนั้นยกยิ้มจางๆขึ้นขณะที่พวกเราสบตากัน"ถ้าพวกเราเชื่อใจเธอไม่ได้ พวกเราก็คงเชื่อใจใครไม่ได้แล้วล่ะ"


โกเอนจิคุง...


คำพูดของเขาทำให้อารมณ์ของฉันที่เริ่มจะฟุ้งซ่านเริ่มสงบลง ฉันสบตาเด็กหนุ่มผู้ซึ่งเป็นเอสสไตรเกอร์ของทีมด้วยแววตาที่อ่อนลงเล็กน้อย ...ไม่ใช่แค่คำพูด แม้แต่แววตาของเขาเองก็สื่อความหมายแบบเดียวกันกับสิ่งที่เขาพูดออกมาเหมือนกัน


ฉันมองรอยยิ้มจางๆของคนตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มุมปากทั้งสองข้างจะค่อยๆยกขึ้นเป็นรอยยิ้มโล่งใจ หลังจากที่เกิดเรื่องของครูฟุยุไคที่โรงรถ..นี่เป็นรอยยิ้มแรกที่ฉันไม่ได้ฝืน


"...ขอบคุณนะ"


"ใช่แล้วล่ะ!"มาโมจัง(ที่เห็นว่าในที่สุดก็มีคนคิดแบบเดียวกับตัวเองแล้ว)เอ่ยสนับสนุนอย่างเสียงดังฟังชัด"โกเอนจิพูดถูกแล้ว ซาโยริกับโดม่อนน่ะไม่มีทางเป็นคนไม่ดีหรอก!"


"นั่นสินะ"นัตจังที่ยืนอยู่ข้างๆฉันเอ่ยขึ้นบ้าง เด็กคนนั้นมองหน้าฉันเล็กก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกเหมือนทุกที"ถึงจะไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ก็เถอะ แต่ซาโยริน่ะโอ๋พวกนายมากกว่าฉันซะอีก ถ้าไม่มีซาโยริล่ะก็ป่านนี้ชมรมฟุตบอลของพวกนายอาจจะถูกยุบไปแล้วก็ได้นะ"


เด็กคนนี้..ยังนอยด์เรื่องโอ๋ใครมากกว่าอยู่อีกหรอ!?


หมับ!


ฉันหันกลับไปมองก่อนจะพบกับคาเซมารุคุงที่ยืนอยู่ข้างๆและกำลังส่งยิ้มมาให้"เลิกทำท่าซึมๆแบบนั้นได้แล้วน่า ถึงจะยังสับสนอยู่นิดหน่อย แต่พวกเราต้องเชื่อเธอแน่นอนอยู่แล้วสิ"


ฉันกะพริบตาปริบๆมองเด็กผู้ชายที่เป็นคนพูดประโยคเมื่อครู่ออกมาก่อนที่จะยกมือขึ้นจับใบหน้าของตัวเองเบาๆ นี่ฉันกำลังทำหน้าซึมอยู่งั้นหรอ?


ไม่รู้ตัวเลย..ทั้งๆที่ฉันคิดว่าพยายามเก็บสีหน้าของตัวเองเอาไว้ได้ดีแล้วแท้ๆ...


"ใครจะไปเชื่อครูฟุยุไคกัน คนแบบนั้นน่ะไม่ไม่เคยทำอะไรเพื่อพวกเรามาตั้งแต่แรกแล้วนี่"


"ทั้งๆที่ตัวเองเป็นโค้ชของชมรมเรามาตั้งแต่แรกแท้ๆ..แต่กลับไม่เคยมาดูการซ้อมเลย ในทางกลับกันซาโยริที่ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นผู้จัดการชมรมกลับมาดูพวกเราซ้อมทุกวัน ช่วยคิโนะขนขวดน้ำกับผ้าขนหนู แถมยังทำขนมมาให้อีกแหน่ะ"


"โดม่อนก็ด้วย ถึงจะเข้ามาในถานะสปายของเทย์โคคุแต่ำวกเราก็ซ้อมด้วยกันตลอด แล้วหมอนั่นก็มาช่วยพวกเราแข่งฟุตบอลฟรอนเทียร์ด้วย"


"ใช่ๆ เพราะมีโดม่อนอยู่ก็เลยช่วยพวกเราได้เยอะเลยเนอะ"


"ลองเปรียบเทียบดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่าพวกเราควรเชื่อใคร"


ฉันยืนนิ่ง มองใบหน้ายิ้มแย้มสนุกสนานของเด็กๆในชมรมที่กำลังเปลี่ยนบทสนทนาไปคุยกันเรื่องสีหน้าของคุณครูฟุยุไคตอนที่ถูกถูกสั่งให้ขับรถบัสออกมาจากโรงจอดรถกันอย่างสนุกปากก่อนจะกะพริบตาปริบๆ ตอนนั้นเองที่บรรยากาศในห้องชมรมกำลังค่อยๆเปลี่ยนไปอีกครั้ง บรรยากาศเงียบๆที่ค่อนไปทางอึดอัดมากกว่าความสงบค่อยๆจางหายไป และในทางกลับกัน..บรรยากาศที่ดูวุ่นวายและสนุกสนานตามแบบฉบับของชมรมฟุตบอลไรมงก็ค่อยๆกลับเข้ามาแทนที่


มันก็น่าดีใจอยู่หรอก แต่ว่าเด็กพวกนี้..เปลี่ยนอารมณ์กันได้เร็วเกินไปรึเปล่านะ?


"พวกเธอ..ไม่โกรธฉันหรอ?"ฉันอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม เด็กๆในชมรมที่ได้ยินดังนั้นก็หันไปมองหน้ากันก่อนที่คาเซมารุคุง(ผู้ที่กลายเป็นหน่วยกล้าตายประจำชมรมไปแล้ว)จะเป็นตัวแทนพูดออกมาอีกครั้ง"เอาจริงๆก็ไม่ได้โกรธอะไรขนาดนั้นหรอก แต่..ก็แค่คิดว่าเธอน่าจะบอกพวกเราตั้งแต่แรกน่ะ"


"ขอโทษนะจ๊ะ แต่พอดีฉันหาโอกาสเหมาะๆไม่ได้น่ะ"ฉันยิ้มอ่อน มองใบหน้าของเด็กๆแต่ละคนในทีมด้วยแววตาที่อ่อนลงไปจากเดิมอีกระดับหนึ่ง


ไม่หรอก นอกจากหาจังหวะบอกไม่ได้แล้วก็ยังมีเหตุผลที่ทำให้ฉันไม่อยากบอกความจริงเรื่องที่ฉันเป็นหลานของคุณลุงเรย์จิให้ทุกคนรู้อยู่อีกหนึ่งอย่าง...


เหตุผลนั้น..คงเป็นความรู้สึกกลัวล่ะมั้ง?...


เด็กๆในชมรมทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ ขอบอกตามตรงเลยว่าฉันเอ็นดูพวกเขามาก..มากราวกับพวกเขาเป็นน้องชายและน้องสาวแท้ๆของตัวเอง เพราะฉะนั้นฉันถึงได้กลัว..ว่าถ้าพวกเขารู้เรื่องที่ฉันเป็นหลานของคุณลุงเรย์จิแล้ว พวกเขาจะทำสีหน้ายังไง จะมีอคติจนพาลไม่ชอบหน้าฉันไปด้วยรึเปล่า


แม้แต่ตอนนี้..ภาพของเด็กๆทุกคนตอนที่รู้ความจริงและมองมาที่ฉันด้วยแววตาผิดหวังก็ยังคงติดอยู่ในหัว เพียงแค่นึกย้อนกลับไปก็รู้สึกปวดหนึบนอก


การถูกใครบางคนที่เราแคร์มากๆมองมาด้วยแววตาแบบนั้น..มันเจ็บกวาที่คิดนะ...


"รุ่นพี่ซาโยริ"


ฉันเงยหน้าขึ้นและหันไปมองทางต้นเสียงทันทีที่หลุดออกจากภวังค์"หืม?"


"โทษฐานที่รุ่นพี่ไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับพวกเราตั้งแต่แรก รุ่นพี่ต้องทำขนมมาให้พวกเราเป็นการไถ่โทษด้วยนะครับ"


หืม?


ฉันกะพริบตาปริบๆมองใบหน้าของเด็กๆแต่ละคนในชมรม(โดยเฉพาะเด็กๆปี 1)ที่กำลังส่งยิ้มกว้างตาเป็นประกายมาให้ก่อนที่จะยกยิ้มอ่อนใจ พอหันกลับไปมองโดม่อนคุงที่ยืนอยู่ใกล้ๆก็พบว่าเขาเองก็กำลังยิ้มอยู่เหมือนกัน ดูเหมือนว่าพอเคลียร์เรื่องของคุณลุงเรย์จิกับเทย์โคคุได้แล้วเขาเองก็รู้สึกดีขึ้นเหมือนกัน เห็นแบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อย


ว่าแต่เด็กๆในชมรมเรานี่..ได้ทีก็รีบพลิกวิกฤตเป็นโอกาสเชียวนะ...


แต่เอาเถอะ...


"จ้าๆ ไว้จะทำมาให้เป็นสองเท่าเลยก็แล้วกันนะ^^"


"เยส!"


ตามใจสักหน่อยก็ไม่เสียหายนี่เนอะ^^



***************************************************************


[Talk with writer]


หลังจากที่หายไปเนิ่นนาน ในที่สุดไรท์กลับมาแล้วค่า! ยังมีใครหลงเหลืออยู่บ้างรึเปล่านะ


ก่อนอื่นเลยก็คงต้องขอกราบขอโทษงามๆที่หายไปหลายเดือนนะคะ ขอโทษจริงๆค่ะ พอดีช่วงนี้ไรท์กำลังอยู่ในช่วงปรับตัวเข้ารั้วมหาลัยค่ะ แล้วไรท์ก็ดันโชคดี๊โชคดีได้เข้ามาหาลัยปีที่มีโควิด ก็เลยมีเรื่องให้ต้องปรับตัวเยอะกว่าปกตินิดหน่อย ขอรีดเดอร์ที่รักโปรดเข้าใจด้วยนะคะ


ในอนิเมะเรื่องนี้ ฟุยุไคเป็นตัวละครที่ไรท์ไม่ชอบที่สุดเลย หน้าตาไม่ดีนี่ไม่ค่อยเท่าไหร่..แต่นิสัยก็ยังไม่ดีอีก อันนี้ไรท์รับไม่ไหวจริงๆค่ั ดูสิ ทำซาโยริของเราลำบากใจได้ขนาดนี้เลย ส่วนโดม่อน รายนี้พยายามปกป้องน้องแบบสุดๆไปเลยค่ะ เพราะฉะนั้นความเป็นเด็กดีของเขาในสายตาซาโยริก็เลยเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าเลย//ไม่ได้ตั้งใจจะเปิดตัวเรือใหม่เพิ่มนะคะ แต่ถ้ารีดเดอร์ชอบ ไรท์ก็ดีใจ^^


ตอนนี้บทของโกเอนจิเองก็ไม่น้อยหน้านะคะ ถึงจะพูดน้อย..แต่แค่คำพูดเดียวก็ทำเอาน้องที่กำลังซึมๆอยู่ถึงกับยิ้มออกเลย ประกาศให้โลกรู้ไปเลยค่ะว่าโกเอนจิคนนี้ไม่ได้มาเล่นๆนะ!


ขอแถมท้ายไว้อีกเรื่องหนึ่ง ไรท์ไม่ค่อยมีประสบการณ์ทางด้านแต่งนิยาย..โดยเฉพาะแนวดราม่า นิยายเรื่องนี้นี่เป็นนิยายเรื่องแรก ตอนนี้ก็เป็นตอนดราม่า(เล็กๆ)ตอนแรก ถ้าถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครออกไปได้ไม่ดีก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ 


ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ^0^


ปล. นิยายตอนนี้เป็นฉบับที่ยังไม่ได้แก้คำผิดค่ะ เพราะฉะนั้นถ้ารีดเดอร์คนไหนอ่านแล้วเจอคำผิดก็สามารถคอมเมนต์บอกไรท์ได้นะคะ จะรีบแก้ไขให้ในทันทีเลยค่ะ


ปล2. ช่วงที่แต่งนิยายตอนนี้เป็นช่วงที่ไรท์ห่างหายจากการแต่งนิยายไปนาน ก็เลยอาจจะแต่งออกมาได้มึนๆหน่อย ยังไงก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ


*อย่าลืมคอมเมนต์และเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ*


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

76 ความคิดเห็น

  1. #66 ✦ Hey Babel (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 19:41
    กี๊ดดด คูมไรท์กลับมาแล้วว ;____;
    #66
    1
  2. #65 ✦ Hey Babel (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 19:41
    กี๊ดดด คูมไรท์กลับมาแล้วว ;____;
    #65
    0
  3. #64 ✦ Hey Babel (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 19:41
    กี๊ดดด คูมไรท์กลับมาแล้วว ;____;
    #64
    0
  4. #63 Katherine4 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 17:20

    ไรท์คิดว่าหายไปไหนซะแล้ว ในเมื่อกลับมาแล้วก็สู้ๆแต่งต่อด้วยนะคะ

    #63
    1
    • #63-1 Secret__HERIONE(จากตอนที่ 13)
      10 สิงหาคม 2563 / 17:35
      แน่นอนค่า ขอบคุณที่ยังรออยู่นะคะ
      #63-1
  5. #62 Lauu_ren (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 13:43
    กรี๊ดดดดด!!!! คูมไรท์กลับมาแย้ววว เราแวะเวียนมาตลอดเยย ตอนนี้พี่โกเอนจิคะแนนนำลิ่วววววว //แยกร่างโดดลงเรือชูยะ

    เราชอบเรื่องๆนี้มากๆเลย พยายามเข้านะคะคูมไรท์!!!
    #62
    1
    • #62-1 Secret__HERIONE(จากตอนที่ 13)
      10 สิงหาคม 2563 / 15:03
      ขอบคุณมากค่าาาาา รีดเดอร์ดีใจที่ไรท์กลับมา ไรท์ก็ดีใจที่ยังมีรีดเดอร์รออ่านอยู่เหมือนกันค่ะ!//กอด
      #62-1
  6. #61 jas292549 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 00:43
    ไรท์ยังอยู่เย้ๆๆๆๆ
    #61
    1
  7. #60 Black_Rose1610 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 00:11

    กรี๊ดดด คูมไรท์คะ! เรารอมาตลอดเลยT^T ดีใจที่กลับมานะคะ
    #60
    1
  8. #59 princess_rain (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 23:54
    สู้ๆนะคะะะ
    #59
    1