|| Inazuma Eleven || Risou no HEROINE (OC)

ตอนที่ 10 : [Chapter Eight]: ไรมง VS มิคาเงะเซ็นโน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 561
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    20 มี.ค. 63


[CHAPTER EIGHT]




บทที่ 8 ไรมง VS มิคาเงะเซ็นโน



***************************************************************


"เอ่อ..รุ่นพี่ซาโยริคะ"


"จ๊ะ?"


"คือว่า..แบบนี้จะดีแน่หรอคะ?"ฮารุนะจังเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาคล้ายเสียงกระซิบ ตัวฉันที่ได้ยินดังนั้นจึงหันกลับไปสบตากับผู้จัดการทีมฟุตบอลทั้งสองที่ยืนอยู่ข้างๆ ทั้งอากิจังและฮารุนะจังมองมาที่ฉันด้วยสายตาไม่มั่นใจนัก พวกเธอเริ่มมีท่าทีแบบนี้ตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าฉันกับนัตจังมาหาถึงที่ห้องชมรมเพื่ออะไร


ฉันยิ้มตอบ"จ้ะ ถ้านัตจังเป็นคนออกปากบอกเองก็แปลว่าเจ้าตัวเขาคงจะคิดมาดีแล้วนั่นแหละนะ"


ถ้าจะถามว่าตอนนี้ฉันและสองสาวผู้จัดการทีมกำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่? คำตอบก็คือ...


เรื่องที่ว่า'ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันกับนัตจังจะมาอยู่ชมรมฟุตบอลในถานะผู้จัดการทีม'ยังไงล่ะคะ^^!


ฉันยิ้มกว้าง มองแผ่นหลังของนัตจังที่ยืนกอดอกรอพวกมาโมจังอยู่ตรงหน้าประตูห้องชมรมด้วยความรู้สึกหลายๆอย่างที่ปะปนกันไป ถามว่าดีใจไหม? ก็..แน่นอนสิคะ ฉันเอ็นดูเด็กๆในชมรมนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร..อยากจะมาป็นผู้จัดการทีมให้พวกเขาตั้งนานแล้ว แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่านัตจังงอน(เพราะช่วงนั้นนัตจังยังเอาแต่พูดเรื่องยุบชมรมอยู่เลย)ก็เลยต้องพยายามอดใจไว้ก่อน


ส่วนความรู้สึกอื่นๆที่ปนมาด้วย..แน่นอนว่าคือความรู้สึกแปลกใจและตกใจ...


มากๆเลยด้วย ฉันจำได้ว่าตัวเองยืนทำอะไรไม่ถูกไปพักหนึ่งเลยตอนที่กลับบ้านมาและเจอนัตจังดักรออยู่ เอ่อ..ไม่ได้ตกใจที่เจอนัตจังหรอกนะ เพราะเด็กคนนั้นชอบแวะมากินข้าวเย็นที่บ้านของฉันจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่สิ่งที่ไม่ปกติก็คือคำพูดประโยคแรกที่เธอพูดออกมาตอนเจอหน้าฉันต่างหาก


'ฉัน..จะไปเป็นผู้จัดการของชมรมฟุตบอล!'


และนั่นก็คือประโยคที่เป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายทุกอย่าง..รวมถึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันต้องมายืนตอบคำถามของผู้จัดการทีมทั้งสองตรงนี้ด้วย...


ครืดดดดดดดดดด


เสียงประตูห้องชมรมที่ถูกเปิดออกดึงความสนใจของฉันให้หันไปมอง และภาพที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าก็คือเหล่าสมาชิกของชมรมฟุตบอลที่เพิ่งมาถึง มาโมจังเป็นคนที่เปิดประตูห้องชมรมเข้ามาเป็นคนแรก..เขายืนนิ่งอยู่สักพักคล้ายกับกำลังสับสนก่อนจะกะพริบตาปริบๆมองหน้าผู้จัดการชมรมทั้งสองของตัวเองสลับกับหน้าของฉันและนัตจังไปมา


"อ้าว นี่พวกเธอ..มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงอ่ะ?"


ด้านหลังของมาโมจังก็คือเด็กคนอื่นๆในชมรมที่เดินตามมาด้วย พวกเขายืนกองๆกันอยู่หน้าห้องโดยที่มีมาโมจังยืนอยู่ตรงกลาง สีหน้าแปลกๆของเด็กพวกนั้นส่งผลให้ฉันหลุดยิ้มแห้งๆออกมาอย่างเสียไม่ได้


ก็นะ..ถึงพวกมาโมจังจะชินกับการที่ฉันแวะมาเยี่ยมเยียนห้องชมรมของพวกเขาบ่อยๆ(พร้อมขนมเล็กๆน้อยๆ)ก็เถอะ แต่ส่วนใหญ่แล้วฉันก็จะมาคนเดียว ไม่ได้พานัตจังมาด้วยเหมือนครั้งนี้ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่พวกเขาจะรู้สึกแปลกใจ


แต่..แค่เห็นฉันกับนัตจังอยู่ที่ห้องชมรมก็แปลกใจกันขนาดนี้แล้ว


พอรู้เหตุผลว่าพวกเรามาทีนี่ทำไม..พวกเขาจะไม่ตกใจจนตะโกนลั่นห้องเลยหรอ?


นัตจังยกยิ้มก่อนจะเอ่ยตอบคำถามของมาโมจังด้วยน้ำเสียงมั่นใจตามนิสัยของเจ้าตัว"ตั้งแต่วันนี้ฉันไรมง นัตสึมิ จะมาเป็นเมเนเจอร์ของชมรมฟุตบอล เข้าใจนะ?"


"...เอ๋?"


"....."


"เอ๋!!!!!?"


นั่นไงล่ะ..สมพรปากจริงๆเลยฉัน^^;;...


ฉันยืนมองสีหน้าตกใจของเด็กๆในชมรมฟุตบอลอย่างรู้สึกเอ็นดู รอยยิ้มบางๆถูกยกขึ้นมาประดับบนใบหน้า ถึงแม้นัตจังพูดจบประโยคนั้นมาได้สักพักแล้วแต่พวกมาโมจังทุกคนก็ยังทำหน้าเหวอไม่หาย


อ้อ..ไม่สิ ไม่ใช่ทุกคน โกเอนจิคุงไม่ได้ทำหน้าเหวอเหมือนกับคนอื่นๆ เขาเพียงแค่ยืนมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาแปลกใจเท่านั้น


ยังเป็นเด็กที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมาทางสีหน้าเหมือนเคย...


แต่ก็สมกับเป็นเขาดี..ล่ะมั้ง?


"คิก..."


ชิ้ง!


ทันใดนั้นเองสายตาทุกคู่ก็ตวัดมามองที่ฉันอย่างพร้อมเพรียง..ทำเอาฉันที่ตอนแรกกำลังเอามือปิดปากพยายามกลั้นเสียงหัวเราะอยู่อดที่จะสะดุ้งไม่ได้


ฉันยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง..และเมื่อตั้งสติได้แล้วก็เอียงคอเล็กน้อยเป็นเชิงถามเจ้าของสายตาทุกคนว่าเกิดอะไรขึ้น? หรือฉันทำอะไรผิดรึเปล่า? ทว่าก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรกลับมา ท้ายที่สุดแล้วฉันก็เลยได้แต่เดาๆเอาเองว่าเมื่อกี้ตัวเองทำอะไรให้พวกเขาไม่พอใจรึเปล่า


ฉันแค่หัวเราะนิดหน่อยเพราะเอ็นดูพวกเขาเท่านั้นเองนะ...


เอ๊ะ..หรือว่าเมื่อกี้ฉันไม่ควรหัวเราะงั้นหรอ?


"รุ่นพี่ซาโยริ..."


"หืม? อ้ะ..ใกล้ไปๆ"ฉันว่าพลางยกมือขึ้นปรามเด็กๆปีหนึ่งในชมรมที่พากันเดินเข้ามายืนกองๆกันอยู่รอบๆตัวฉัน..ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าพวกเขาทำแบบนั้นทำไม ตอนแรกฉันนึกว่าพวกเขาโกรธที่ฉันหัวเราะก็เลยตั้งใจจะขอโทษ แต่พอลองสังเกตุสายตาที่ส่งมาแบบดีๆแล้วถึงได้รู้ว่าพวกเขาไม่ได้รู้สึกไม่พอใจหรือจ้องจะเอาผิดอะไร สิ่งที่ส่งผ่านมาทางแววตานั้นมีเพียงประกายวิบวับๆเหมือนเด็กที่กำลังคาดหวังอะไรบางอย่างอยู่เท่านั้น


คาดหวัง..กับฉันหรอ?


"รุ่นพี่"


"หืม^^;;"


"ถ้าลูกสาวของผู้อำนวยการจะมาเป็นเมเนเจอร์ หรือว่ารุ่นพี่เองก็..."คาเบยาม่าคุงเอ่ยขึ้นและเว้นช่วงไป ทำสีหน้าเหมือนกับไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะเอ่ยถามออกมาดีรึเปล่า


อ๋อ...


ฉันฉีกยิ้มกว้างเมื่อรู้แล้วว่าพวกเขากำลังคาดหวังอะไรอยู่ ดูเหมือนพวกเขาจะเริ่มเดาๆสถานการณ์ได้แล้วว่าถ้านัตจังมาเป็นผู้จัดการ..ตัวฉันเองก็คงไม่ต่างกัน


ฉันไล่สบตาเด็กๆแต่ละคนก่อนจะยกมือขึ้นดีดนิ้วดังเป๊าะ!


"ปิ๊งป่อง! ฮานาบิระ ซาโยริ หลังจากนี้ก็ต้องขอฝากตัวในถานะเมเนเจอร์ด้วยนะจ๊ะ^^"


"จริงๆด้วย!"


"ไชโย!"


ฉันยืนยิ้มมองสมาชิกในชมรมฟุตบอลทุกคนด้วยความเอ็นดู แอบได้ยินเด็กๆปี 1 กระซิบกันว่าพวกเขาอยากให้ฉันมาเป็นผู้จัดการชมรมตั้งนานแล้ว..ประโยคนั้นทำเอาฉันดีใจจนยิ้มไม่หุบ แต่ทว่าประโยคต่อมาก็ทำให้ฉันถูกตบหัวและลูบหลัง... ไม่..ไม่ใช่สิ ต้องเป็นลูบหลังก่อนแล้วค่อยมาตบหัวต่างหาก


'ทีนี้พวกเราก็จะได้กินขนมของรุ่นพี่ซาโยริบ่อยขึ้นแล้วสินะ!'..และนี่ก็คือประโยคเจ้าปัญหาที่ฉันได้ยิน...


ฉันยืนยิ้ม..หากแต่ในใจกำลังยกมือขึ้นซับน้ำตา สรุปแล้วพวกเธอก็ยังเห็นขนมสำคัญกว่าฉันอยู่ดีถูกไหม?


เฮ้อ..แต่เอาเถอะ...


แค่ได้เห็นพวกเขาร่าเริงกันแบบนี้ฉันก็ดีใจแล้วล่ะ^^


.


.


.


หลังจากวันนั้น..ฉันกับนัตจังก็เริ่มงานในถานะผู้จัดการทีมชมรมฟุตบอลอย่างจริงจัง แต่เพราะผู้จัดการของชมรมเรามีจำนวนไม่มาก ทำให้ไม่ต้องแบ่งหน้าที่กันให้วุ่นวาย ใครถนัดทำส่วนไหนก็ทำส่วนนั้นไปก่อน พอเสร็จงานในส่วนของตัวเองแล้วค่อยไปช่วยคนอื่น ช่วยๆกันไปคนละไม้คนละมือ ซึ่งสำหรับฉันแล้ว..ฉันคิดว่าช่วยกันทำงานแบบนี้สนุกกว่าการแบ่งงานกันทำตั้งเยอะเลยนะ^^


พูดถึงนัตจัง..เด็กคนนี้ไม่ค่อยถนัดเรื่องการดูแลคนอื่นสักเท่าไหร่ แต่เธอก็พยายามช่วยเหลือชมรมในแบบของตัวเองเท่าที่จะทำได้ อย่างเช่นเมื่อไม่กี่วันก่อน..ตอนที่พวกเราตามไปดูการซ้อมของพวกมาโมจังที่สนามฟุตบอลริมน้ำ พวกเราสังเกตุเห็นว่าช่วงหลังๆมานี้เริ่มมีคนมาดูการซ้อมเยอะขึ้น..ซึ่งส่วนหญ่แล้วก็น่าจะเป็นคนของโรงเรียนอื่นที่มาเก็บข้อมูลนั่นแหละ


ด้วยความกังวลว่าจะถูกฝ่ายตรงข้ามเก็บข้อมูลของท่าไม้ตายไป ทำให้พวกมาโมจังจำเป็นต้องหยุดพักการซ้อมท่าไม้ตายกันไประยะหนึ่ง ตอนนั้นเองที่นัตจังไปช่วยคุณอาทำงานเกี่ยวกับการปรับปรุงตึกเรียน..แล้วก็ได้ไปเจอโรงฝึกเก่าของอินาสึมะอิเลฟเว่นเข้า


นัตจังคงตั้งใจจะใช้โรงฝึกนี้เป็นที่ฝึกที่ใหม่ของพวกมาโมจัง เด็กคนนั้นก็เลยอุตส่าห์ลงทุนส่งคนมาบำรุงซ่อมแซมสถานที่ให้จนโรงฝึกที่ร้างมานานแล้วสามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง เรียกได้ว่าทุ่มทุนให้แบบสุดตัวเลยจริงๆ


อืมมมมม ถ้าฉันจำไม่ผิด..รู้สึกจะเรียกว่า'โรงฝึกอินาบิคาริ'ล่ะมั้ง?...


"วะ..ไหวแน่หรอคะเนี่ย?"ฮารุนะจังเอ่ยขึ้นเบาๆเมื่อได้ยินเสียงโหยหวน(?)ดังออกมาจากห้องฝึกทันทีที่ประตูปิดลงโดยที่พวกมาโมจังยังอยู่ข้างใน นัตจังเดินออกไปก่อนแล้ว..เพราะฉะนั้นตอนนี้คนที่ยืนรออยู่ตรงหน้าประตูก็เลยเหลือแค่ฉัน ฮารุนะจัง แล้วก็อากิจัง แค่สามคนเท่านั้น


"คงจะเป็นการฝึกที่หนักน่าดูเลยนะ ข้างในมีอะไรบ้างก็ไม่รู้"อากิจังพูดเสริม


"ฉันว่าเราออกไปเอากล่องปฐมพญาบาลกับข้าวปั้นที่ทำเอาไว้ก่อนหน้านี้มาเตรียมเอาไว้ก่อนเลยดีกว่านะ พอพวกเขาฝึกเสร็จแล้ว..รับรองว่าจะต้องหิวกันมากแน่ๆ"ฉันลองพูดออกความคิดเห็นบ้าง  ซึ่งผู้จัดการทีมอีกสองคนที่เหลือก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว


พอตกลงกันได้เรียบร้อยแล้วพวกเราก็แยกยายกันไปทำหน้าที่ อากิจังไปเอากล่องปฐมพยาบาล ส่วนฉันกับฮารุนะจังก็ไปช่วยกันยกข้าวปั้นจำนวนมากที่ทำเผื่อเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วมาที่โรงฝึก หลังจากนั้นไม่นานประตูเหล็กที่ถูกตั้งเวลาเอาไว้ก็เปิดออก สภาพของสมาชิกแต่ละคนทำให้พวกเราผู้จัดการที่ยืนรออยู่อดที่จะหลุดทำสีหน้าแปลกๆออกมาไม่ได้


ตายแล้ว.. พวกเธอเข้าไปซ้อมฟุตบอลกันไม่ใช่หรอ? ทำไมตอนกลับออกมาถึงได้มีสภาพเหมือนกับคนที่เพิ่งกลับจากค่ายทหารแบบนั้นล่ะ? 


"โห! ตายแล้วๆ ต้องรีบปฐมพญาบาลให้แล้วล่ะค่ะ!"ฮารุนะจังที่ได้สติเป็นคนแรกเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน อากิจังที่ยืนอยู่ข้างๆรีบหยิบกล่องปฐมพยาบาลทีเตรียมเอาไว้แล้วขึ้นมาและวิ่งเข้าไปหาทุกคนทันที โดยที่มีฉันกับฮารุนะจังเดินตามเข้าไปช่วยทีหลัง


เฮ้อ..โชคดีนะที่พวกเราเตรียมกล่องปฐมพยาบาลเอาไว้ก่อนแล้ว ก็เลยไม่ต้องเสียเวลาวิ่งไปหยิบมาอีกรอบ...


ฉันมองเด็กๆตรงหน้าก่อนที่จะหลุดยิ้มบางๆออกมาอย่างเหนื่อยใจ"ยังไงถ้าทำแผลเสร็จแล้วก็ไปล้างมือกันมาให้เรียบร้อยด้วยนะ พวกเราทำข้าวปั้นมาให้..วางอยู่ตรงโน้นแหน่ะ เสร็จแล้วค่อยไปกินกันนะ^^"


"ขอบคุณนะ!"พวกมาโมจังหันมาตอบฉันอย่างพร้อมเพรียง


ฉันมองดวงตาที่เป็นประกายของพวกเขาแล้วจึงยิ้มตอบ เดาถูกจริงๆด้วยแหละว่าถ้าซ้อมเสร็จแล้วพวกเขาจะต้องหิวมากแน่ๆ ยิ่งเป็นคนที่บ้าฟุตบอลถึงขนาดยอมฝึกแบบไม่ลืมหูลืมตาแบบมาโมจังด้วยแล้วก็ยิ่งแล้วใหญ่ บางทีเด็กคนนั้นอาจจะใจจดจ่ออยู่กับการฝึกจนลืมความหิวด้วยซ้ำ กว่าจะรู้ตัวว่ากำลังหิวอยู่ก็ตอนที่ซ้อมเสร็จแล้วนั่นแหละ นิสัยแบบนี้เหมือนน้องชายของฉันไม่มีผิด


อ้อ..ไม่สิ...


มีจุดที่ไม่เหมือนกันอยู่นิดหน่อย..ก็มาโมจังน่ะไม่ได้เป็นเด็กขี้อ้อนเหมือนน้องชายของฉันนี่นะ^^;;


ในช่วงระยะเวลาที่เหลือก่อนการแข่งกับโรงเรียนมิคาเงะเซ็นโน ชมรมฟุตบอลไรมงก็ใช้โรงฝึกอินาบิคาริเป็นสถานที่ฝึกซ้อมตลอด  และบางที..ต่อให้จบการแข่งแล้วก็อาจจะยังต้องใช้โรงฝึกนี้ต่อไป อย่างน้อยก็จนกว่าน้องสาวสุดที่รักของฉันจะเลิกเห่อโรงฝึกใหม่ที่ตัวเองอุตส่าห์ลงทุนจ้างคนมาซ่อมให้น่ะนะ...


ซึ่งหลังจากที่ประตูโรงฝึกถูกเปิดออก พวกมาโมจังก็จะเดินออกมาในสภาพจะตายแหล่ไม่ตายแหล่ทุกครั้ง ลำบากให้พวกเราผู้จัดการต้องวิ่งวุ่นเปลี่ยนอุปกรณ์ในกล่องปฐมพญาบาลเป็นว่าเล่นเพราะของหมดเร็วมาก


บางทีฉันก็แอบคิดนะ..ว่าอุปกรณ์ที่อยู่ข้างในมันมีเอาไว้เพื่อซ้อมฟุตบอลจริงรึเปล่า?...


.


.


.


"โห..นี่น่ะหรอสนามฟุตบอลของโรงเรียนนี้น่ะ"


เสียงของใครคนหนึ่งในชมรมดังขึ้นทันทีที่พวกเราเดินทางมาถึงโรงเรียนมิคาเงะเซ็นโนและได้เห็นสนามฟุตบอลของโรงเรียน


เด็กๆทุกคนต่างมองไปรอบๆอย่างตื่นเต้นเพราะเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นคา ซึ่งแน่นอนว่าตัวฉันเองก็ด้วย ฉันมองไปรอบๆสนามฟุตบอลที่ว่าก่อนจะเผลอหลุดยิ้มแห้งๆออกมา..ในใจเริ่มนึกอยากจะพูดประโยคเดียวกันกับคำถามของเด็กในชมรมเมื่อกี้ออกมาอีกครั้งว่าที่นี่ใช่สนามฟุตบอลของโรงเรียนจริงหรอ?


ถ้าพวกเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อแข่งฟุตบอลล่ะก็..ฉันคงคิดว่าเรากำลงจะได้มาถ่ายทำรายการโทรทัศน์หรือถ่ายละครอะไรสักอย่างซะอีก...


เสาอากาศจะเยอะไปไหนคะ?


พวกเราทุกคนเดินลงมาที่สนาม มาโมจังยังมั่นใจว่าพวกเราจะต้องชนะ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะเคยดวลนอกรอบกับคนของมิคาเงะเซ็นโนแล้วแพ้กลับมาก็ตาม..แต่นั่นมันก็เป็นเรื่องก่อนที่พวกเขาจะได้เข้าไปฝึกในโรงฝึกอินาบิคาริ


วิธีการเล่นของทีมมิคาเงะเซ็นโน..จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าเป็นการเล่นแบบไหนกันแน่ ตอนที่ดวลกับพวกมาโมจังที่นามฟุตบอลริมน้ำฉันเองก็ไม่ได้อยู่ดูด้วยเพราะต้องไปช่วยนัตจังเคลียร์เรื่องโรงฝึกอินาบิคาริ ดังนั้นเรื่องที่ฉันรู้มาก็เลยมีแค่เรื่องผิวเผินที่เด็กๆปี 1 มาฟ้อง(?)ว่าถูกท้าดวลแล้วก็แพ้กลับมาเท่านั้น


อ้อ..แล้วก็ยังมีเรื่องที่คนของฝ่ายนั้นใช้ท่าอัคคีสลาตันของโกเอนจิคุงได้ด้วย ข้อนี้คือข้อที่ฉันตกใจที่สุดเลย


หลังจากนี้เป็นต้นไปฉันคงจะช่วยพวกเขาได้น้อยลงเพราะจำเนื้อเรื่องในอนิเมะตอนต่อจากนี้ไม่ได้แล้ว สุดท้ายแล้วก็ได้แต่หวังว่าเด็กๆทุกคนจะผ่านอุปสรรคต่างๆไปได้ด้วยดีล่ะนะ...


ปรี๊ดดดดดดดดดด!


เสียงนกหวีดบอกเริ่มการแข่งขันดังขึ้น..เป็นเวลาเดียวกันกับตอนที่คนของฝั่งเราเริ่มเขี่ยบอล...


กองหน้าของไรมงเป็นฝ่ายบุกขึ้นไปก่อน แต่ยังไม่ทนที่จะได้ยิงประตูก็ถูกคนของทีมฝั่งตรงข้ามดักทางเอาไว้ได้ราวกับรู้อยู่แล้วว่าวิธีการเล่นของพวกเราเป็นแบบไหน ท่าไม้ตายของโซเมโอกะคุงเองก็ใช้ไม่ได้ผล ผู้รักษาประตูของมิคาเงะเซ็นโนสามารถรับลูกยิงเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย


นี่น่ะหรอ..ซอคเกอร์ไซบอร์ก?...


ปรี๊ดดดดด!


[มิคาเงะเซ็นโนนำไปก่อนหนึ่งแต้มคร้าบบบบบ!]


ไม่นานเกินรอเด็กๆของทีมฝั่งตรงข้ามก็ทำคะแนนนำไปก่อน หลังจากที่ได้คะแนนแต้มแรกไปแล้วทีมมิคาเงะเซ็นโนก็เริ่มส่งลูกให้กันไปๆมาๆแบบไม่แคร์สื่อ เอาแต่ป้องกนอย่างเดียว ไม่ได้คิดที่จะเข้ามาทำคะแนนเพิ่ม พวกเขาเล่นแบบนั้นไปจนจบครึ่งแรกเลย ดูเหมือนเด็กพวกนั้นตั้งใจจะถ่วงเวลาแล้วก็ป้องกันไม่ให้พวกเราทำคะแนนตีเสมออย่างงั้นสินะ


เป็นการเล่นที่ดูแล้วน่าหงุดหงิดอะไรแบบนี้?


"ทำยังไงดี..ถูกทำประตูนำไปก่อนซะแล้ว"


"...ท่าไม้ตายของพวกเราเองก็ถูกสะกัดเอาไว้ได้หมด"


ฮารุนะจังกับอากิจังที่นั่งอยู่ข้างๆฉันพึมพำขึ้นอย่างเป็นกังวล..ซึ่งสองข้อนี้ฉันเองก็เห็นด้วย สิ่งที่ทั้งสองคนพูดออกมานั้นถูกต้องทุกอย่าง ตอนนี้พวกมาโมจังกำลังลำบากเพราะถูกอีกฝ่ายเดาทางได้หมด ทีมมิคาเงะเซ้โน..เป็นทีมประเภทที่เด็กๆของเราเสียเปรียบจริงๆนั่นแหละ


"ไม่เป็นไรหรอก"...แต่ดูเหมือนในพวกเราผู้จัดการจะมีใครคนหนึ่งที่ไม่ได้คิดแบบนั้น...


"พวกเขาผ่านการฝึกที่โรงฝึกอินาบิคาริแล้ว มีพัฒนาการขึ้นมากทีเดียว"นัตจัง..น้องสาวสุดที่รักของฉันพูดขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เจ้าตัวดูจะมั่นใจมากว่าพวกมาโมจังจะชนะการแข่งในครั้งนี้เพราะการฝึกที่โรงฝึกอินาบิคาริ


"แต่..นัตจัง"ฉันยกยิ้มเจื่อนๆ ยกมือขึ้นโบกไปมาเบาๆเป็นการขัดคำพูดของอีกฝ่าย นัตจังเห็นแบบนั้นก็เลยหันมามองพร้อมขมวดคิ้วอย่างสงสัย และเพราะไม่รู้ว่าจะอธิบายให้นัตจังฟังยังไงดี..พวกเราผู้จัดการอีกสามคนที่เหลือก็เลยได้แต่หันมามองหน้ากันเองด้วยรอยยิ้มแห้งๆ


อากิจังที่นั่งอยู่ด้วยหัวเราะฝืดๆก่อนจะเอ่ยตอบ"ที่นั่นไม่ได้ฝึกอะไรเกี่ยวกับฟุตบอลเลยนะคะ"


ใช่จ้ะ..ตามนั้นเลยจ้ะ^^;;...


"อ้าว..งั้นหรอกหรอ?"นัตจังอุทานกับตัวองเบาๆ"..หรือว่าที่ลงทุนไปจะสูญเปล่า?"


ฉันยิ้มบางมองน้องสาวที่เบนหน้าไปทางอื่น คงเพราะเป็นงานแรกที่ตัวเองลงทุนช่วย(แบบสุดๆ)ด้วยล่ะมั้ง..เด็กคนนั้นก็เลยคาดหวังกับผลลัพท์ที่จะได้เอาไว้สูงมาก


ว่าแต่...


"แล้วพวกมาโมจังล่ะ?"


"เข้าไปข้างในตึกน่ะค่ะ คงจะไปเข้าห้องน้ำล่ะมั้งคะ"ฮารุนะจังเอ่ยตอบ"แต่ก็เข้าไปนานแล้วเหมือนกันนะคะ"


"ถ้าอย่างงั้นเดี๋ยวฉันจะไปดูให้นะ"ฉันส่งยิ้มให้ผู้จัดการทีมอีกสามคนที่เหลือก่อนที่จะเดินแยกออกมาเพื่อที่จะเข้าไปดูพวกมาโมจังในตึก จำได้ว่าเด็กๆของมิคาเงะเซ็นโนเองก็เข้ามาในตึกเหมือนกัน คงไม่ใช่ว่าพวกเขาไปมีเรื่องกันที่หน้าห้องน้ำหรอกใช่ไหม?


"คิดว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่คำนวนเอาไว้หรอ!?"


กึก!


เท้าทั้งสองข้างของฉันหยุดชะงักลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากทางเดินข้างหน้า ฉันยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะโคลงศีรษะไปข้างๆเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด


เสียงนั้นมัน..เสียงของมาโมจังนี่?...


น้ำเสียงของเขาที่ดังกว่าปกติทำให้ฉันเขมวดคิ้วยุ่ง หรือว่าเด็กพวกนั้นจะกำลังมีเรื่องกันอยู่จริงๆ? 


ไวกว่าความคิด ฉันรีบก้าวเท้าเดินตรงไปยังทางต้นเสียงทันที และภาพที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าก็คือแผ่นหลังของเด็กๆในชมรมฟุตบอลไรมงที่กำลังยืนเผชิญหน้าอยู่กับคนของทีมมิคาเงะเซ็นโน ฉันมองไม่เห็นหน้าของพวกมาโมจังเพราะยืนอยู่ด้านหลัง..ถึงอย่างนั้นก็พอจะเดาเอาจากน้ำเสียงของเขาได้ว่าไม่ได้กำลังยืนส่งยิ้มให้กันอยู่แน่ๆ


พวกเธอเนี่ยนะ..ยังแข่งไม่ทันเสร็จก็หาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวกันแล้วหรอ?


ถ้ามีเรื่องกันจนถูกสั่งงดการแข่งนะ กลับไปฉันจะจับตีมือรายคนเลยจริงๆด้วย


"ของแบบนั้นน่ะมันจะรู้ได้ยังไง เทพีแห่งชัยชนะจะยิ้มให้กับคนที่เชื่อมั่นในชัยชนะเท่านั้น!"


ฝีเท้าของฉันค่อยๆชะลอตัวลงเมื่อเข้าไปใกล้พวกเขามากขึ้นจนเห็นสถานการณ์ตรงหน้าแบบชัดๆ ภาพที่เห็นทำให้ฉันโล่งใจไปได้เปราะหนึ่ง ถึงน้ำเสียงของมาโมจังจะดูหงุดหงิด แต่เขาก็ไม่ได้มีท่าทางอยากหาเรื่องฝ่ายตรงข้ามขนาดนั้น..และเด็กคนอื่นๆเองก็เหมือนกัน


แปลว่าแค่เถียงกันเฉยๆสินะ...


"เรื่องที่ไม่มีข้อมูลไม่มีทางเกิดขึ้นได้"


แต่ยังไงก็ต้องห้าม


"เธอคิดแบบนั้นหรอ?"ฉันเอ่ยขัดบทสนทนาตรงหน้าเอาไว้เมื่อเห็นว่ามาโมจังทำท่าทางคล้ายกับว่ากำลังจะเถียงหลับ ก้าวเท้าเดินเข้าไปวางมือลงบนไหล่ของกัปตันชมรมฟุตบอลไรมงเบาๆและส่งยิ้มให้เมื่อเขาหันกลับมามอง


"ซาโยริ?"


"กลับไปที่สนามได้แล้วจ้ะ พวกอากิจังรออยู่นะ"ฉันว่าพร้อมรอยยิ้ม


"แต่..."


"เถียงกันแบบนี้ไม่ดีนะ ถ้ายังดื้ออยู่..ขนมส่วนของอาทิตย์นี้-จะ-ถูก-งด-นะ-จ๊ะ^^"


สิ้นคำพูดนั้น เด็กๆปีหนึ่งในชมรมที่ตอนแรกเหมือนจะยังไม่อยากกลับออกไปที่สนามเหมือนกันก็แปรพรรคกลับมาเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย พุ่งเข้ามาช่วยกันลากมาโมจังและรุ่นพี่คนอื่นๆออกไปอย่างรวดเร็ว ฉันมองการกระทำนั้นด้วยความพอใจ ไม่คิดเลยว่าจะสามารถเอาขนมของตัวเองมาใช้เป็นข้ออ้างให้เด็กๆเชื่อฟังได้แบบนี้


มีวิธีทำให้เด็กพวกนั้นอยู่กับร่องกับรอยแล้วสิ^^


"พวกเธอเองก็ด้วยนะ ทำธุระเสร็แล้วก็รีบๆกลับขึ้นไปล่ะ"ฉันหันกลับไปพูดกับคนของมิคาเงะเซ็นโนก่อนที่จะหันหลังกลับ..เตรียมเดินตามพวกมาโมจังออกไปที่สนาม แต่ตอนนั้นเองที่ฉันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้


จริงสินะ...


ฉันหยุดชะงักฝีเท้า"แต่ก่อนหน้านั้น..ฉันขอพูดอะไรสักหน่อย"


ตอนที่เด็กๆมาฟ้องเรื่องถูกท้าดวลที่สนามฟุตบอลริมน้ำ นอกจากเรื่องที่ดวลแพ้แล้ว..ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่พวกเขาเล่าให้ฉันฟังนี่นา...


"อะไร?"


"จุดอ่อนของข้อมูลที่พวกเธอมียังไงล่ะ"ฉันยกยิ้ม


เด็กๆของมิคาเงะเซ็นโนมองหน้าฉันนิ่ง แววตาของพวกเขาคล้ายกับกำลังถามฉันว่า'เธอกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่?' คงเป็นเพราะพวกเขามั่นใจในข้อมูลของตัวเองมากและเชื่อว่ามันไม่มีจุดอ่อน


"จริงอยู่ที่ข้อมูลจะทำให้เราได้เปรียบในสนามแข่ง แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีจุดอ่อน เพราะข้อมูลคือสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา..โดยเฉพาะข้อมูลของมนุษย์"


"....."


"ไม่มีใครที่ไหนยืนอยู่กับที่ตลอดเวลาหรอกนะ มนุษย์น่ะ..ถึงจะเป็นคนที่ห่วยหรืออ่อนแอแค่ไหนก็ย่อมมีการพัฒนา ข้อมูลของไรมงที่พวกเธอมีอยู่ ต่อให้มันจะสมบูรณ์แค่ไหน แต่ถ้ามันเป็นข้อมูลของไรมงในเมื่อวานล่ะก็..."ฉันพูดลากเสียงยาว สบตากลุ่มคนตรงหน้าที่ยังคงยืนจ้องหน้าฉันอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่ได้ละสายตาไปมองที่อื่นเลยแม้แต่วินาทีเดียว"พวกเธอก็ไม่สามารถใช้มันมาล้มพวกเราในวันนี้ได้หรอกนะ"


"....."


"อ้อ อีกอย่างหนึ่ง..เด็กพวกนั้นน่ะยิ่งเป็นพวกที่ชอบทำเรื่องไม่คาดฝัน แล้วก็ชอบพัฒนาตัวเองระหว่างการแข่งซะด้วยสิ^^"


ฉันพูดทิ้งท้าวเอาไว้พร้อมรอยยิ้มก่อนที่จะเดินแยกตัวออกมา ความจริงแล้ว..ฉันก็รู้นะว่าการพูดจุดอ่อนของพวกเขาออกมาต่อหน้ามันไม่ได้ต่างอะไรกับการท้าทายพวกเขาเลย ฉันไม่ได้มีเจตนาจะสร้างศัตรูกับใคร..แต่ฉันก็แค่อยากให้เด็กพวกนั้นเข้าใจว่าการพูดจาดูถูกคนอื่นจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกแย่ยังไงก็เท่านั้นเอง


ถือซะว่าเป็นการเอาคืนที่พวกเธอมาเรียกเด็กๆของฉันว่า'แมลง'ก็แล้วกันนะ...


ไหนๆก็เกริ่นขึ้นมาแล้ว..ก็ขอพูดเอาไว้ตรงนี้เลยแล้วกันว่า เด็กๆของฉัน..ฉันดูแลเองกับมือ...


...ดุได้..ว่าได้..ตักเตือนได้...


...แต่หยามไม่ได้!


.


.


.


ปรี๊ดดดดดดดดดด!


หลังจากที่สมาชิกของทั้งสองทีมกลับมาที่สามได้ไม่นาน..เสียงนกหวีดบอกเวลาการแข่งครึ่งหลังก็ดังขึ้น ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมก่อนจะทอดสายตามองไปยังสนามตรงหน้า ทีมมิคาเงะเซ็นโนยังคงเล่นแบบถ่วงเวลาการแข่งเหมือนเดิม พวกเขาไม่ยอมให้ฝ่ายเราแย่งบอลมาได้ง่ายๆ


สุดท้าย..มาโมจังที่เป็นผู้รักษาประตูก็ทนไม่ไหว วิ่งออกจากประตูมาช่วยสมาชิกคนอื่นๆแย่งบอลท่ามกลางเสียงร้องตะโกนด้วยความตกใจของทุกคน!


[อะ..อะไรกันครับเนี่ย!? ผู้รักษาประตูเอนโดปล่อยประตูทิ้ง!]


ฉันนั่งนิ่งมองมาโมจังที่กำลังแย่งบอลมาจากคนของมิคาเงะเซ็นโนอย่างตกตะลึง... ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกเลย และพอลองเบนสายตากลับไปมองทางฝั่งประตูโกลด์ที่ว่างโล่งอยู่ก็เห็นโดม่อนคุงกำลังยืนโบกมือไปมาด้วยความไม่เข้าใจและใบหน้าที่ซีดลงเล็กน้อยจากอาการเหวอ


ค่ะ..เหวอสิคะ ฉันเองก็เหวอเหมือนกัน...


ขนาดฉันกับสมาชิกคนอื่นๆในชมรมที่รู้อยู่แล้วว่ามาโมจังบ้าฟุตบอลขนาดไหนยังเหวอเลย แล้วโดม่อนคุงที่เพิ่งย้ายโรงเรียนมาจะไม่เหวอได้ยังไงกัน?


"...มาโมจัง"ฉันพูดพึมพำเสียงแผ่วขณะยกมือขึ้นกุมขมับ เด็กคนนั้น..เล่นได้น่าใจหายใจคว่ำอะไรแบบนี้...


แต่..ก็นะ เรียกว่าสมกับเป็นมาโมจังก็คงจะได้ล่ะมั้ง


ข้อมูลของทีมมิคาเงะเซ็นโน..คงถูกทำลายลงภายในชั่วพริบตาเพราะการกระทำนี้แน่ๆ


ฉันหลุดยิ้มบางๆออกมาอย่างเหนื่อยใจโดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่การแข่งขันในสนาม มาโมจังที่แย่งบอลมาได้เพราะอยู่นอกเหนือความคาดหมายของทีมมิคาเงะเซ็นโนวิ่งขึ้นไปยิงประตูด้วยตัวเอง ผู้รักษาประตูของฝั่งตรงข้ามสามารุรับลูกยิงนั้นเอาไว้ได้ก็จริง..แต่เขาก็รับเอาไว้ได้ด้วยสีหน้าที่สับสนและลนลานพอสมควรเลยล่ะ


แน่นอน เพราะมาโมจังทำในสิ่งที่ไม่อยู่ในการคำนวนของพวกเขายังไงล่ะ^^


ฉันเตือนแล้วนะ..ว่าเด็กๆของฉันชอบทำเรื่องไม่คาดฝันระหว่างการแข่งน่ะ...


การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป การเล่นของทีมมิคาเงะเซ็นโนเริ่มรวนตั้งแต่ตอนที่มาโมจังวิ่งขึ้นมา..และจนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังกลับไปเล่นแบบเต็มฟอร์มไม่ได้ อาจเป็นเพราะพวกเขายังช็อคอยู่


...หรือไม่ก็เพราะข้อมูลทุกอย่างรวนไปหมดแล้ว


มาโมจังวิ่งขึ้นมาจากประตูอีกครั้งพร้อมกับตะโกนเรียกให้โกเอนจิคุงวิ่งตามไป ส่วนทางโกเอนจิคุงที่ถูกเรียก..ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่ามาโมจังตั้งใจจะทำอะไรแต่เขาก็ยอมทำตาม พวกเขาทั้งคู่วิ่งขึ้นไปจนถึงหน้าประตูของทีมมิคาเงะเซ็นโนก่อนจะตวัดขาเตะลูกบอลพร้อมๆกันจนเกิดเป็นท่าไม้ตายใหม่!


"เสมอกันแล้ว!"อากิจังกับฮารุนะจังพุ่งเข้ากอดกันโดยมีฉันยืนอยู่ตรงกลางและถูกกอดไปด้วย


"ดูเหมือนการฝึกที่อินาบิคาริจะไม่สูญเปล่านะ"นัตจังยกยิ้ม


การที่ไรมงสามารถตีตื้นขึ้นมาได้ส่งผลให้เด็กๆของมิคาเงะเซ็นโนยิ่งรวนมากขึ้น สาชิกของไรมงมิ่งขึ้นไปเพื่อทำประตูที่สอง และเพราะการรวนที่เกิดขึ้นนี่เองที่ทำให้ผู้รักษาประตูของทีมมิคาเงะเซ็นโนไม่สามารถรับลูกยิงไม้ตายของโกเอนจิคุงกับโซเมโอกะคุงเอาไว้ได้ ทั้งๆที่เขาเคยรับได้แบบสบายๆในครึ่งแรก


ปรี๊ดดดดดดดดดด!


คะแนนของการแข่งขันในตอนนี้กลายเป็น 2-1 โดยที่ไรมงเป็นฝ่ายนำ


เพราะถูกพวกเราทำคะแนนนำไปได้ คนของฝั่งตรงข้ามจึงยิ่งเสียสูญ แต่ยืนนิ่งกันไปได้สักพักพวกเขาก็พากันดึงหูฟังออกและเริ่มแข่งต่อด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน การเล่นที่เป็นระบบจนแทบจะเป็นการเล่นของหุ้นยนต์หายไปแล้ว


ไม่ใช่แค่นั้น..'สี'ของเด็กพวกนั้นเองก็ค่อยๆเปลี่ยนไปทีละนิดด้วยเหมือนกัน...


มาโมจังเนี่ยเป็นคนที่มีอิทธืพลในเรื่องของฟุตบอลจริงๆเลยนะ...


ถึงอิทธิพลทั้งหมดจะเกิดขึ้นเพราะความบ้าฟุตบอลของเขาก็เถอะ^^;;


[มิคาเงะเซ็นโนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ! เปิดฉากสุดท้ายอย่างเคร่งเครียด ผู้รักษาประตูทั้งสองคนไม่มีใครยอมใครเลยครับ!]


ลูกบอลถูกส่งขึ้นไปข้างหน้า โกเอนจิคุงกระโดขึ้นไปเตรียมใช้ท่าอัคคีสลาตันทำประตูเพิ่ม แต่ตอนนั้นเอง..เอสสไตร์เกอร์ก็กรโดดขึ้นมาเตะสวน พวกเขาทั้งสองปะทักันกลางอากาศก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้นจนเกิดเสียงดังถึงขนาดที่ฉํนที่นั่งอยู่ข้างสนามยงได้ยิน


"โกเอนจิคุง!"ฉันหลุดอุทานออกมาอย่างตกใจ เสียงดังขนาดนี้..ต้องกระแทกพื้นแรงมากแน่ๆ


แต่ถึงแม้จะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น..การแข่งขันก็ยังคงดำเนินต่อไป ผู้รักษาประตูของมิคาเงะเซ็นโนที่เป็นคนได้บอลลงทุนวิ่งขึ้นมาจากโกลด์เพื่อทำคะแนนด้วยตัวเอง ลูกบอลถูกยิงตรงมายังประตูของไรมง แต่มาโมจังก็สามารถรับเอาไว้ได้ด้วยท่าหัตถ์เทวะ


ปรี๊ดดดดดดดดดด!


การแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะของไรมง มิคาเงะเซ็นโนเป็นฝ่ายแพ้..ทว่าเสียงเชียร์ของทั้งสองทีมก็ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ


สีหน้าของเด็กๆจากมิคาเงะเซ็นโนเปลี่ยนไปจากตอนแรกอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาเริ่มสนุกกับการเล่นฟุตบอล ไม่ได้เอาแต่ยึดติดกับชัยชนะเพียงอย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว


และไม่ใช่แค่สีหน้าของพวกเขา แม้แต่'สี'ของพวกเขาที่เปลี่ยนไปเองก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นด้วยเหมือนกัน ที่สนามฟุตบอลในตอนนี้..ฉันมองไปแล้วรู้สึกสบายตามากๆเลยล่ะ


ฉันยิ้มบาง"ดีแล้วล่ะนะ..."


หลังจากนี้พวกเขาจะต้องกลายเป็นผู้เล่นที่ดีแน่ๆ...


ครืดดดดด! ครืดดดดด!


แรงสั่นเบาๆในกระเป๋ากระโปรงทำให้ความคิดของฉันหยุดชะงักลง ฉันหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูก่อนจะพบกับข้อความใหม่ที่เพิ่งจะถูกส่งเข้ามาในเครื่อง


'รู้สึกว่าความบ้าจะชนะข้อมูลสินะ'


ฉันหลุดขำออกมาเบาๆกับข้อความที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ ไล่สายตาอ่านทวนข้อความสั้นๆที่ว่าอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะพิมพ์ตอบกลับไปและปิดหน้าจอโทรศัพท์ลง


'ก็เลยบอกไปแล้วนี่จ๊ะ..ว่าคนที่จะแข่งกับพวกเธอในรอบชิงชนะเลิศ ก็คือพวกเราไรมง'


ส่งข้อความมาหากันทันทีที่การแข่งจบแบบนี้หมายความว่าเขาเองก็คอยสังเกตุดูการแข่งขันครั้งนี้อยู่เหมือนกันสินะ ทั้งๆที่ตอนแรกดูเหมือนจะไม่สนใจแท้ๆ


แต่เอาเถอะ..คิโดคุงก็เป็นคนแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่นา เป็นเด็กที่เข้าใจยากจริงๆเลยนะ



***************************************************************


[Talk with writer]


20/03/63


สวัสดีค่ะ! ยังมีใครรอนิยายเรื่องนี้อยู่รึเปล่าTT


ก่อนอื่นเลย..ต้องกราบขอโทษรีดเดอร์ทุกท่านที่หายไปนาน(มาก)นะคะ พอดีไรท์ติดสอบหลายๆอย่าง ทั้ง gat/pat o-net แล้วก็ 9 วิชาสามัญ ก็เลยต้องแบ่งเวลาไปอ่านหนังสือก่อน แต่ว่าตอนนี้ก็สอบเสร็จหมดแล้วค่ะ(ส่วนเรื่องคะแนนก็..ปล่อยมันไป อย่าถามถึงมันเลยเนอะ เพราะไรท์เขียนอะไรลงไปในกระดาษคำตอบบ้าง..ไรท์ก็จำไม่ได้TT)


กลับมาพูดถึงเรื่องนิยายกันดีกว่า วันนี้ก็กลับมาอัพให้แล้วนะคะ^^ มาลงให้แบบเต็มๆทั้งตอนเลย ทดแทนช่วงที่หายหน้าหายตาไปนาน ถ้ารีดเดอร์คนไหนยังอยู่ก็เม้นแสดงตัวกันหน่อยนะคะ คิดถึงน๊าาาา


สุดท้าย..ช่วงนี้โควิด 19 กำลังระบาด อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ


ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ^0^


ปล. นิยายตอนนี้เป็นฉบับที่ยังไม่ได้แก้คำผิดค่ะ เพราะฉะนั้นถ้ารีดเดอร์คนไหนอ่านแล้วเจอคำผิดก็สามารถคอมเมนต์บอกไรท์ได้นะคะ จะรีบแก้ไขให้ในทันทีเลยค่ะ


*อย่าลืมคอมเมนต์และเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

76 ความคิดเห็น

  1. #44 Rothy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 14:47

    มุแง้ ไม่ได้เข้ามานานเพราะห่างหายจากโปรเจคและไฟนอลตัวร้าย ฮือออ เมื่อไหร่จะหลุดพ้นจากวงจรนี้ อยากปิดเทอมมมมม (;-;

    ดีใจจังเลยค่ะที่ไรท์กลับมาอัพ เพราะทางนี้เกาะรอทุกๆตอนเสมอมา (แม้ช่วงนี้จะห่างหายไปก็ตาม) เย้ๆ ><


    งื้อออออ ซาโยริจังอย่าน้อยใจเลยน้าาาา ทำขนมเก่งแถมอร่อยก็งี้แหละ มีแต่คนอยากกิน 555 (เราก็อยากกิน// มองด้วยสายตาคาดหวัง)

    แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือยอมในความดุได้ ตักเตือนได้ แต่หยามไม่ได้จริงๆค่ะ น่ารักกกกก

    #44
    1
    • #44-1 Secret__HERIONE(จากตอนที่ 10)
      27 มีนาคม 2563 / 14:54
      555 ช่วงที่ยุ่งๆก็จะแบ่งเวลาเข้ามายากหน่อยเนอะ เข้าใจความรู้สึกค่ะ เพราะทางนี้เองก็เพิ่งมีเวลาแวะเข้ามาหลังจากที่ห่างหายไปนานเหมือนกัน^^;;

      ขอบคุณที่ติดตามมาตลอดนะคะ สู้ไปด้วยกันน๊าาา
      #44-1
  2. #33 Akachin2442 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 00:22
    สนุกมากเลยค่ะไรท์ เขียนดีมากเลยยยย นี้คือลุ้นว่าพี่ๆกับไคจังของซายูริจะมาญี่ปุ่นมั้ยมาเถอะน่าาาา ไคจังจะได้อ้อนพี่ซายูริด้วยย
    #33
    1
    • #33-1 Secret__HERIONE(จากตอนที่ 10)
      24 มีนาคม 2563 / 21:17
      ขอบคุณค่ะ ดีใจที่ชอบนะคะ

      ที่จริงแล้วไรท์ก็มีแอบคิดเรื่องบทของพี่ๆกับคุณน้องชายอยู่บ้างเหมือนกันค่ะ แต่ทั้งสามคนจะได้มาญี่ปุ่นรึเปล่า..อันนี้ก็ต้องรอติดตามกันต่อไปนะคะ^^//ขายของสุด555
      #33-1
  3. #32 Sari-Sama (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 19:52
    รอไรท์อยู่เสมอค่ะ~~ สู้ๆนะคะ ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ
    ปล.แหน่ะๆมีแอบส่งข้อความหากันด้วยนะ😂
    #32
    1
    • #32-1 Secret__HERIONE(จากตอนที่ 10)
      22 มีนาคม 2563 / 20:55
      5555 สงสัยคิโดคงจะกลัวบทหายล่ะมั้งคะ แบบว่า..ไหนๆสองตอนที่แล้วก็ยกให้โกเอนจิไปแล้ว ตอนนี้ก็เลยขอนิดนึง อย่างน้อยก็ขอโผล่มาแค่ข้อความก็ยังดี😅

      ขอบคุณที่ยังรอกันอยู่นะคะ ติดตามตอนต่อไปด้วยน๊าาาา
      #32-1
  4. #31 ยูกิโกะ. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 15:54
    เรายังรออยู่ค่าา เย้ ไรท์กลับมาแล้ววว สู้ๆนะคะ ยังไงๆเราก็เป็นกำลังใจให้เสมอน้าาา~❤
    #31
    1
  5. #30 Threestars (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 11:32
    รออยู่ค่า~เป็นกำลังใจให้สู้ๆนะคะไรท์~
    #30
    1
  6. #29 SirinunRaksawan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 07:56

    คิดถึงไรท์มากๆค่ะ รักนะจุ๊บๆ💕
    #29
    1