ดวงใจพระปิตุลา 一心皇叔

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    18 มี.ค. 60




 

แคว้นเทียนฉง ปีที่สิบแปดในรัชกาลเหยีวนผิง



ฤดูชุนเทียนอากาศเย็นสบายหากค่ำคืนนี้กลับดูเหน็บหนาวนัก ท้องนภาดำสนิทหม่นครึ้มด้วยเมฆหมอกบดบังดวงจันทร์ไร้ซึ่งแสงดาวพราวพร่าง แม้ดึกดื่นหลายชีวิตในคืนนี้กลับไม่ได้เข้าสู่ห้วงนิทรารมย์อันแสนหวานด้วยหน้ากำแพงวังอ๋องปรากฏร่างผู้คนพลุกพล่าน กองทหารนับพันล้อมรอบเคหาสถ์อันปลูกสร้างงามวิจิตรราวกับภาพฝันไว้อย่างแน่นหนาราวกับมิยอมให้มีเงาใดเล็ดรอดจากการจับตา เสียงโห่ร้องของผู้คนยังดังสลับกับเสียงกระทบกันของอาวุธ แสงไฟจากคบเพลิงสว่างจ้าราวกับกลางวันสะท้อนคมดาบ หยดเลือดหลั่งริน ศีรษะปลิดปลิว ซากศพกองทับถมจนมีอาจทราบจำนวนแน่ชัด



เหตุการณ์นี้ ในภายหลังถูกเรียกว่าการปราบกบฏเกาหยางอ๋อง



เรื่องราวบังเกิดขึ้นหลังจักรพรรดิเซี่ยหลิวตี้สิ้นพระชนม์ด้วยโรคร้าย องค์รัชทายาทหวางเซี่ยเสียนก็ประกาศราชโองการแต่งตั้งขึ้นครองตำแหน่งจักรพรรดิตามธรรมเนียม หากเพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้นเกาหยางอ๋องผู้มีศักดิ์เป็นพระปิตุลาก็จับดาบลุกฮือก่อกบฏ การปราบปรามเป็นไปอย่างรวดเร็วจนในที่สุดก็ประชิดวังเกาหยางได้ในค่ำคืนนี้



ท่ามกลางสุ้มเสียงจากการปะทะและธนูไฟที่ถูกยิงจากกำแพงวังลงมาไม่ขาดสาย การตอบโต้ของผู้ที่ใกล้จะพ่ายแพ้ยังคงปรากฏดั่งจะบอกว่ามิยอมท้อถอย ความพยายามอันไร้ค่านี้ทำให้ร่างในชุดเกราะเพียงแค่ยิ้ม แม่ทัพในเกราะใหญ่องอาจผู้คุมกองทหารอยู่หลังม้าจ้องมองประตูที่ปิดสนิทเบื้องหน้า กระทำเพียงยกมือสั่งการบานประตูใหญ่ก็ถูกทหารราบกระแทกจนเปิดออกแล้วคลื่นมนุษย์ก็กรูกันเข้าไป...



เสียงหอกดาบยังคงปะทะกันกึกก้องบ่งบอกว่าไม่มีผู้ใดคิดยอมแพ้ ทว่าผู้คนที่อยู่ในที่มั่นวังอ๋องไหนเลยจะหาญสู้กองทหารนับพันที่รายล้อม ไม่ว่ามากฝีมือเพียงไรไม่นานก็ถูกรุมจนตกตาย ต่างกระทำได้เพียงถอยร่นเข้าไปในกำแพงวังอย่างเอะอะอลหม่าน ยิ่งขวัญกำลังใจฝ่ายตรงข้ามลดลงเพียงใดผู้บุกรุกยิ่งคงความฮึกเหิม สุ้มเสียงปลุกระดมสั่งการซ้ำของแม่ทัพผู้บัญชาการทำให้เหล่าทหารต่างกรูกันเข้าไปภายในวังอย่างฮึกเหิมยิ่ง เป็นเหตุให้ไม่นานความพ่ายแพ้ก็ปรากฏชัด



เมื่อกำลังพลถอยร่นใกล้จะพ่ายแพ้ ไม่นานก็แว่วเสียงบ่าวไพร่กรีดร้องขอความเมตตาด้วยสมรภูมินี้คือวังอ๋อง ร่างของข้ารับใช้ในวังบ้างถูกจับกุมออกมาทั้งที่ใบหน้าและศรีษะเปื้อนคราบเลือด บ้างก็กำลังร่ำไห้คุกเข่าขอร้องความเมตตาไม่หยุด ทว่าก็หาได้รับความสนใจจากผู้บัญชาการบนหลังม้าไม่ มีเพียงดวงตาที่ทอแววพึงพอใจมองดูสถานการณ์รอบๆเท่านั้น  เหตุการณ์ปราบกบฏเกาหยางอ๋องในต้นรัชกาลของจักรพรรดิเซี่ยเสียนตี้ใกล้จะจบลงแล้ว



ดวงตาคมปลาบกวาดตามองหาเชลยที่ถูกจับกุม พบเพียงไพร่ทาสแต่ยังมิได้ตัวบุคคลสำคัญจึงออกคำสั่งให้ทำการค้นหาต่อ พลันไม่นานเสียงเอะอะก็ดังมาอีกระลอกตามด้วยเสียงกู่ร้องมีชัยของผู้ชนะราวกับจับนักโทษคนสำคัญได้ ดวงตาของเจิ้งฉีรุ่ยสว่างวาบ แม่ทัพอุดรผู้คุมกองทหารและนำทัพเข้าจัดการกบฏยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ผู้ใต้บัญชาเงียบเสียงและสั่งการให้นำตัวกบฏที่เป็นผู้นำขอเหตุการณ์ครั้งนี้มาเบื้องหน้า



กำลังหันไปหาทหารคนสนิท คิดสั่งการให้ไปแจ้งแก่นายตนว่าจับตัวคนผู้นั้นได้แล้ว หากฝีเท้าม้าพันธ์ดีดังขึ้นเบาๆเบื้องหลัง เสียงถวายพระพรเป็นระลอกนั้นทำให้ร่างของแม่ทัพวัยกลางคนต้องขยับม้าและหันไปถวายความเคารพแก่องค์เหนือหัวผู้อยู่บนหลังอาชาสีดำสนิท ในใจนึกครุ่นคิดว่าเหตุใดโอรสสวรรค์ผู้ควรประทับอยู่ในตำหนักหมื่นห้องจึงเสด็จมาร่วมสมรภูมิได้ กระนั้นก็มิเอ่ยคำใด เพียงลอบมองร่างสูงศักดิ์องอาจที่เปี่ยมด้วยรัศมีแห่งเจ้าแผ่นดิน แลเห็นพระพักตร์ที่ยังคงกลิ่นอายแห่งวัยเยาว์ขององค์จักรพรรดิเซี่ยเสียนตี้เคร่งขรึมยิ่งนักจึงละสายตาออก มองไปยังเบื้องหน้าเช่นเดียวกับดวงเนตรคมปลาบซึ่งจ้องมองไปยังประตูที่ถูกเปิดออก แล้วร่างของนักโทษผู้นั้นก็ถูกจับมัดมือไพล่หลัง กระชากตัวให้คุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว



           พระขนงเข้มจัดขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นปลายดาบพาดบนลำคอบุรุษเบื้องหน้า



           "วางดาบ อย่าได้เสียมารยาทต่อพระปิตุลา"



สิ้นคำดาบใหญ่ที่พาดลำคอถูกนำออกเหลือเพียงเชือกที่มัดแขนสองข้างไพล่หลัง กบฏซึ่งถูกเรียกว่าพระปิตุลาในอาภรณ์สีเข้มผู้นั้นยังคงนิ่งเงียบท่ามกลางการถูกทอดทัศนาด้วยดวงเนตรอันเต็มไปด้วยอำนาจของผู้ครองแผ่นดินเทียนฉง อึดใจหนึ่งที่ไร้วาจาไร้สรรพสำเนียง มีเพียงเสียงสะอื้นร่ำไห้แว่วลอยมาตามสายลม



พลันร่างโปร่งที่คุกเข่าก้มศีรษะกลับค่อยเงยหน้าขึ้นมาสบเนตรคมช้าๆ ในความเงียบงันมีเพียงดวงตาเข้มจัดดั่งน้ำหมึกลึกล้ำไร้ก้นบึ้งแลสบ ครู่หนึ่งที่เมฆหมอกหม่นครึ้มจางหาย เผยแสงจันทร์ฉายกระทบวงหน้างามล้ำ ปรากฏเส้นผมสีดำสนิทราวกับเส้นไหมแม้ยุ่งเหยิงก็มิอาจลดทอนสง่าราศีของบุรุษเบื้องหน้า เช่นเดียวกับอาภรณ์ที่สวมใส่แม้จะเรียบง่ายซ้ำรุ่ยร่ายไม่น่าดูกลับยังคงความงดงามไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ครู่หนึ่งทุกดวงตาที่เฝ้ามองต่างได้ตระหนัก เจ้าของร่างนี้นั้นแม้จะคุกเข่าลงแสดงความจำนน ทว่าก็มิอาจลดทอนความสูงศักดิ์ของอีกฝ่ายได้เพียงเสี้ยว



นี่คือเกาหยางอ๋อง พระปิตุลาขององค์จักรพรรดิรัชกาลปัจจุบัน บุรุษผู้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นอัจฉริยะในรอบร้อยปีของแว่นแคว้นและถูกขนานนามว่าบัณฑิตหวาง อดีตองค์ชายหกในปฐมจักรพรรดิโฮ่วกวัง พระนาม หวาง เซี่ยซิน



นามลือเลื่องของกบฏผู้หนึ่งที่จับดาบต่อต้านโอรสสวรรค์องค์ปัจจุบันเมื่อองค์จักรพรรดิเซี่ยหลิวตี้ผู้เป็นเชษฐาล่วงลับดังก้องในใจทุกคน พระองค์ซึ่งเป็นที่กล่าวกันว่าทั้งฉลาดเฉลียวเก่งกาจและสง่างามยิ่งนัก ทั้งยังทรงสนิทสนมกับจักรพรรดิเซี่ยเสียนตี้ในยามที่พระองค์ดำรงตำแหน่งองค์ชายเป็นที่ยิ่ง พระองค์เป็นดั่งความหวังเรืองรองในใจประชาว่าจะทรงเป็นกำลังสำคัญของแว่นแคว้นในอนาคต ทั้งยังเป็นผู้คอยสนับสนุนและค้ำชูราชวงศ์ ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าพระองค์จะทรงลุกขึ้นมาต่อต้านหลานชายที่สนิทชิดเชื้อเลยแม้แต่นิด



ทว่าที่เกิดขึ้นคือเกิดขึ้นแล้ว แม้เรื่องราวงดงามที่ผ่านมาจะชวนทอดถอนใจให้ระลึก แม้เคยเป็นมิตรเพียงใดแต่ความกระหายในราชบัลลังก์นับว่ามากยิ่งกว่า ดังนั้นอาหลานจึงจับดาบประหัตประหารต่อสู้ แย่งชิงอำนาจในนามองค์ราชันย์ผู้สามารถบันดาลฟ้าฝนได้ตามใจ



"ถวายบังคมฝ่าบาท" อึดใจหนึ่งที่ผู้คนต่างนิ่งงันมิอาจเอ่ยคำ ร่างของนักโทษผู้ถูกพันธนาการก็พลันกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา สงบนิ่ง ร่างนั้นค้อมศีรษะลงเล็กน้อยอย่างสง่างามก่อนจะเงยขึ้น วงพักตร์งามคลี่ยิ้มช้าๆ ดวงตาสีน้ำหมึกไร้รอยประหวั่น ทรงกระทำราวกับหาได้ทราบถึงสถานการณ์ของฝ่ายตน และกำลังคุกถวายบังคมในท้องพระโรงก็มิปาน



ดวงเนตรคมปลาบขององค์จักรพรรดิเซี่ยเซียนตี้หรี่เล็กลงและเจือกระแสครุ่นคิด ทรงจับจ้องรอยยิ้มเบาบางราวกับหมอกยามสายของพระปิตุลาเบื้องหน้า หัตถ์อันสูงค่าเอื้อมไปยังดาบคู่ใจแล้วกุมมันไว้



"ท่านมีสิ่งใดจะกล่าวกับเราหรือไม่?"



"......"  คำตอบมีเพียงรอยยิ้มจางปรากฏบนพักตร์กระจ่างตา ไร้คำร้องขอ ไร้การอ้อนวอน มีเพียงสีหน้าสงบนิ่งรอรับทุกสิ่ง หาได้เอ่ยคำแต่คนก็ราวกับได้เอ่ยปากบอกบางสิ่งไปแล้วด้วยกริยานั้น ทำให้ร่างของจักรพรรดิองค์ใหม่แห่งแคว้นเทียนฉงสะท้านเฮือกขึ้นหนึ่งราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้าพระอุระ ฝ่ามือแกร่งที่จับดาบอยู่เกร็งเขม็ง ชั่วหนึ่งขณะหนึ่งที่ขุนพลรอบกายต่างคาดว่าจะทรงชักพระแสงดาบออกมาประหัตประหารกบฏผู้บังอาจนี้ให้สิ้น ทว่าหากเพียงสายลมผ่านพัดก็ทรงละมือออก



ดวงตาคู่งามนั้นคล้ายก่อความผิดหวังอยู่บ้างที่พระแสงดาบนั้นมิได้ถูกชักขึ้นมาเพื่อปลิดชีพตน แต่เมื่อมองเห็นรอยสรวลจางบนใบหน้าคมคายขององค์จักรพรรดิ ดวงตาอันสงบนิ่งกลับก่อระลอกริ้ว คล้ายกำลังหวาดเกรงบางสิ่ง..



"ฉีรุ่ย"



"กระหม่อมรอรับราชโองการ" เจิ้งฉีรุ่ยขยับตัวลงจากม้าอย่างว่องไว เพียงครู่เดียวก็ประสานมือคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าโอรสสวรรค์



"เกาหยางอ๋องก่อกบฏต่อต้านโอรสสวรรค์เป็นโทษหนัก ไพร่พลคนรับใช้ตลอดจนทหารใต้บัญชา ขุนนางที่มีความเกี่ยวข้อง ประหารหมดสิ้นทั้งชั่วโคตรไม่มีงดเว้น" ถ้อยคำหนักแน่นกล่าวชัด กำหนดโทษทัณฑ์สำหรับผู้ที่หาญกล้าท้าทายอำนาจของพระองค์ดังกังวานในค่ำคืนอันเงียบสงบ พักตร์เคร่งขรึมในเกราะใหญ่องอาจนั้นเปี่ยมด้วยอำนาจบารมีที่สำแดงออกมาอย่างเต็มที่ให้เหล่าข้าราชบริพารประจักษ์ และตระหนักว่าอย่าได้มีผู้ใดคิดท้าทายอำนาจของพระองค์



"ปลดเกาหยางอ๋องจากตำแหน่ง เผาวังอ๋องให้สิ้นแล้วนำทรัพย์สมบัติทั้งหลายสร้างเป็นโรงทาน ห้ามผู้คนเอ่ยนามบัณฑิตหวาง ถอดพระยศองค์ชายหกหวางเซี่ยซินเหลือเพียงตำแหน่งพระปิตุลา คุมขังไว้ในวังหลวงชั่วชีวิต!!"



สิ้นโองการรับสั่ง พลันใบหน้าที่นิ่งเฉยราวไม่มีสิ่งใดแผ้วพานของกบฏผู้นั้นก็ปรากฏแววตื่นตะลึง ดวงเนตรงามสีหมึกตวัดขึ้นจ้องมองเจ้าชีวิตด้วยความไม่เข้าใจอย่างยิ่งเช่นเดียวกับผู้คนรอบกาย โทษกบฏนั้นรุนแรงนักไม่ว่าผู้ใดหาญกล้ากระทำล้วนต้องโทษประหารสิ้น ทรงกล่าวประหารผู้ร่วมขบวนการแต่ยังเหลือผู้นำกบฏเช่นนี้หมายความเช่นไร หากคราวนี้ละเว้นจะไม่กลายเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีแก่อาณาประชาราษฏร์หรือ เหล่าขุนพลตระหนักแล้วจึงคิดอ้าปากคัดค้าน หากเพียงขยับกายเจ้าชีวิตก็ปรายตามองอย่างเยือกเย็น เช่นนั้นแล้วจึงพากันก้มหน้า หวางเซี่ยซินผู้เป็นกบฏขยับริมฝีปากคล้ายจะเอ่ยคำแต่ก็ไร้สรรพเสียง เพียงสบเนตรคมที่ทอแววเย็นยะเยียบก็ประจักษ์แล้วว่ารอยแย้มสรวลอันเงียบงันขององค์จักรพรรดิหมายถึงสิ่งใด



วงองค์สูงบนหลังม้าของโอรสสวรรค์ดูสูงส่งงามสง่ายิ่งนักยามพระองค์กระตุกบังเหียน ชักม้าหมุนกายออกห่างจากวังอ๋อง โดยไร้คำพูดใดหวางเซี่ยซินก็ถูกดึงให้ลุกขึ้นแล้วนำตัวขึ้นม้า ร่างโปร่งระหงสดับฟังถ้อยคำสรรเสริญถึงพระเมตตาของกษัตริย์พระองค์ใหม่ คลอเคล้ากับเสียงกรีดร้องวอนขอชีวิตของบ่าวไพร่ตลอดจนผู้ใต้บังคับบัญชา คนควรยินดีที่รอดชีวิตแต่พระองค์กลับรู้สึกสั่นสะท้านทั่วสรรพางค์กาย ยามกีบเท้าม้าเหยาะย่างก้าวราวกับชักจูงนำพาให้ลงไปยังขุมนรกที่ลึกสุดหยั่ง กระทั่งความตายก็มิอาจเทียบ..



ทรัพย์สินมีค่าถูกขนย้ายออกมาจากวังอ๋อง ไม่พ้นราตรีแสงไฟก็สว่างลุกโชติช่วงรับอรุณรุ่ง วังเกาหยางที่ขึ้นชื่อว่าปลูกสร้างอย่างงดงามวิจิตรนักถูกพระเพลิงผลาญสิ้นจนเหลือแต่ขี้เถ้า นามของบัณฑิตอัจฉริยะหวางเซี่ยซินถูกห้ามมิให้เอ่ยขาน เหลือเพียงนามกบฏเกาหยางอ๋องและซากศพเคล้าโลหิตเจิ่งนองพื้นปฐพี ตำหนักฉูเชิ่งสำหรับคุมขังนักโทษผู้สูงศักดิ์ถูกเร่งก่อสร้างขึ้นมาในรั้วพระราชวัง ไพร่ฟ้าประชาชนต่างสรรเสริญความเมตตาของโอรสสวรรค์ บ้างทอดถอนใจด้วยความระทดระท้อ รำพึงว่าเหตุใดท่านอ๋องผู้ปราดเปรื่องและเป็นที่รักของราษฏรพระองค์นั้นจึงคิดก่อเหตุเช่นนี้ขึ้นมาได้



            วันปีล่วงเลยผ่าน จากรัชกาลเหยีวนผิงเป็นรัชกาลเหรินจง เกิดคลื่นลมระลอกแล้วระลอกเล่า ผู้คนมีอำนาจ ผู้คนสูบเสียอำนาจ ทุกสิ่งผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนใต้ฐานบัลลังก์ของโอรสสวรรค์  ไม่นานนักผู้คนก็ลืมเลือนเรื่องราวของท่านอ๋องผู้หนึ่งไปในที่สุด..




..............



มารีไรท์เรื่องนี้ เรื่องดวงใจพระปิตุลาเป็นเรื่องที่เคยลงในเด็กดีมาแล้วนะคะ แต่ว่าไอดีเก่าไม่ใช่ของวินน์และเข้าไม่ได้แล้ว/ซรับ ดังนั้นตอนนี้มาอยู่ไอดีนี้แล้วจึงนำมาลงใหม่ค่ะ มีการเพิ่มเติมและปรับเปลี่ยนรายละเอียดบ้าง แต่ยังคงความดราม่าเช่นเดิม 


เรื่องนี้เป็นนิยายที่เน้นเรื่องการชิงอำนาจและเรื่องในรั้ววังค่ะ เดินเรื่องด้วยตัวละครสไตล์ชาติคือชีวิต ศักดิ์ศรีไม่อาจละทิ้ง หัวใจช่างแม่งดังนั้นจึงมีแต่บอระเพ็ดเต็มไปหมด 555 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #19 สติไม่น่าเต็ม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 11:51
    ยอมใจกับความสามารถของคนเขียนเลยครับ น่าเสียดายๆ
    #19
    0
  2. #18 ทั่วหล้า (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 02:20
    ภาษาดีมาก เขียนได้ดีสุดๆ น่าเสียดาย จะได้มาอัพต่อไหมนะ
    #18
    0
  3. #17 l'm The FLASH (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 19:58
    รอค่ะ รอ
    #17
    0
  4. #13 Raya (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 02:24
    รอคับ หน่วงเหนี่ยวดุจเคี้ยวบอระเพ็ดนี่แหละ 
    ชอบนักละ
    #13
    0
  5. #12 minizipzap (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 01:36
    เรารอเรื่องนี้นานมากๆๆ อยากให้กลับมาอัพบ่อยๆนะคะ
    #12
    0
  6. #10 AraReJung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 05:58
    มาแล้วววว เรื่องนี้บีบใจแต่ชอบบบ
    #10
    0
  7. #9 Xoxo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 01:47
    รอค่าาาาาา เราตามมาจากไอดีเก่า อิอิ
    #9
    0
  8. #8 Xoxo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 01:46
    รอค่าาาาาา เราตามมาจากไอดีเก่า อิอิ
    #8
    0
  9. #7 NookMeow (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 09:13
    รออ่านต่อค่า
    #7
    0