ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 8 : ข้าไม่ได้ชมชอบสุรา แต่ข้าชอบจัดการคนเมาสุรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,256
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 336 ครั้ง
    6 พ.ย. 59





มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างจวิ้นอ๋องกับรัชทายาท?




           ข้ามองกระจกที่สะท้อนภาพคนงามตาปริบๆ ใบหน้าของหวงเทียนหยางที่จ้องตอบกลับมามีความงุนงงอยู่ในแววตา ร่างโปร่งระหงที่ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วยังคงสีหน้าแสดงความสงสัย คิ้วเรียวงามขมวดเข้าหากันน้อยๆ ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน ไม่ได้ยิ้มแย้มเช่นเคยเป็นอย่างปรกติ แม้ใบหน้างามสะท้านภพพอหน้านิ่วคิ้วขมวดมาก็แปลกตาน่ามองไม่หยอก ซ้ำแก้มขาวๆและเรียวปากสีอ่อนยัง..ไม่ๆ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาชมโฉม ถ้าข้ายังหาสาเหตุเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ จะงาบรัชทายาท อุ๊บ..หมายถึงจะคุยและเจอรัชทายาทอย่างปกติได้ยังไง



           ละสายตาจากกระจกทองเหลืองแล้วหันมาสนใจมือตัวเอง ฝ่ามือทั้งสองข้าถูกใส่ยาและพันแผลเรียบร้อยแล้วหลังหลับมาจากวังหลวง คิดว่าพอเนียนซบอกล่ำๆของหลินจวินเจ๋อจนพอใจแล้วจะถามให้รู้เรื่องเสียหน่อยแต่อีกฝ่ายกลับไม่พูดไม่จา ทีแบบนี้ล่ะทำเป็นหอยกาบแงะยากไปได้ แถมพอมาถึงก็ส่งข้าไปให้เหล่าไท่ดูแลแล้วเดินหน้าเครียดออกไป เหล่าไท่ยิ่งแล้วใหญ่พอได้ฟังว่าข้าไปเจอรัชทายาทมายิ่งทำหน้าช็อค แล้วจากนั้นก็เรียกหมอมาดูแผลพลางส่งสายตาเป็นกังวลมาไม่หยุดหย่อน สภาพการณ์เหมือนชาวบ้านรู้เรื่องกันหมดแต่ตัวเองไม่รู้อยู่คนเดียวนี่มันช่างบัดซบสิ้นดี               



              “เสี่ยวเฉียว มานี่หน่อย” หันไปร้องเรียกกวางน้อยที่เริ่มรู้ความว่าอย่าขวางทางข้ากับคนงามในกระจก เสี่ยวเฉียวที่ยืนรออยู่ด้านนอกจึงเข้ามาในห้อง ลูกกวางน้อยเดินดุ๊กดิ๊กมาอย่างน่ารักน่ากิน ข้ามองแขนขาวๆที่โผล่พ้นชุดเด็กรับใช้สีฟ้าอ่อนของเขาแล้วยิ้มหวานส่งไปให้



              “ขอรับ ท่านอ๋อง”



             “เสี่ยวเฉียว..ข้ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษา” 



                 ข้ามองกวางน้อยน่ารักน่าจับลงท้อง เจ้าของดวงตากลมโตใสแจ๋วเงยหน้ามาสบตา รอคำสั่งอย่างสัตย์ซื่อแล้วส่งยิ้มพลางครุ่นคิดไปด้วย ในความทรงจำของจวิ้นอ๋อง เสี่ยวเฉียวคือบ่าวรับใช้คนสนิทที่อีกฝ่ายอุปการะมาตั้งแต่ห้าปีก่อน ตอนนี้เสี่ยวเฉียวตัวน้อยอายุสิบหกแล้ว อยู่กันมาหลายปีอีกฝ่ายน่าจะรู้อะไรๆมากพอดู ทั้งลักษณะนิสัยของจวิ้นอ๋อง การทำตัว หรือแม้แต่พฤติกรรม ถ้าข้าพูดอะไรแปลกๆหรือถามเรื่องที่เจ้าตัวควรจะรู้อาจจะโดนสงสัยเอาได้ว่าไส้ในไม่ใช่คนงามคนเดิม “แต่เจ้าต้องสัญญาว่าจะปิดเป็นความลับ”



              “ได้ขอรับท่านอ๋อ ข้าน้อยสาบานด้วยชีวิต”



              “วันนี้ข้าไปพบรัชทายาท” เอ่ยปากก่อนพลางมองสีหน้าอีกฝ่าย ข้าจ้องลูกกวางน้อยผู้ไม่ถนัดโกหกและปิดบังความนัยใดๆตรงหน้า เสี่ยวเฉียวที่แต่เดิมรอฟังด้วยท่าทีกระตือรือล้นกลับเหี่ยวแห้งลงยังกับลูกโป่งโดนเจาะ ใบหน้าเล็กๆพลันขาวซีดทั้งยังเหลือบตามองแผลที่มือข้าอย่างตระหนกไม่น้อย อืม..นี่แสดงว่าขนาดเสี่ยวเฉียวยังพอจะรู้อะไรๆกับเขา “ข้ารู้สึกแปลกๆ..”



              “แปลก? องค์รัชทายาททำอันใดกับท่านอ๋องหรือขอรับ!?” ลูกกวางน้อยตาลุกพอได้ยินข้าพูดแบบนั้นแถมยังเหลียวซ้ายแลขวายังกับเตรียมพุ่งไปบอกเหล่าไท่ เห็นเจ้าตัวทำท่าเหมือนแมวโดนเหยียบหางแล้วข้าก็อยากถอนใจส่งไปให้สักที เด็กน้อยเอ๊ย ทางนั้นน่ะเป็นถึงรัชทายาท พวกเจ้าจะทำอะไรเขาได้



              “ไม่ได้ทำอันใด เพียงแต่สนทนากันเล็กน้อย ข้าแค่รู้สึกแปลกใจ” ข้าจ้องหน้าตาตื่นๆของเสี่ยวเฉียว คิดไปคิดมาแล้วก็ได้แต่เล่นมุกประจำของนิยายแนวข้ามภพข้ามมิติไปแทน “ข้าจำอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ค่อยได้ นึกแล้วมักปวดหัว ทั้งๆที่วาจาของรัชทายาทฟังดูแล้วสนิทสนมกับข้าไม่น้อย”



              “ท่านอ๋องจำไม่ได้เลยหรือขอรับ..”



              “ข้าจำได้เพียงบางส่วน” มองเจ้ากวางน้อยที่กระพริบตาปริบๆท่าทางครุ่นคิดเบื้องหน้าแล้วก็ได้แต่ยิ้มให้เขา “จำได้ว่าเขาเป็นใคร ชื่ออะไร แต่ข้าจำไม่ได้ว่าข้ากับเขามีความสัมพันธ์เช่นใดต่อกัน เสี่ยวเฉียว..เจ้าเองก็อยู่รับใช้ข้ามาหลายปี หลายๆเรื่องคงทราบมาบ้าง เจ้าพอจะบอกให้ข้ารู้ได้ไหมว่าข้ากับรัชทายาทสนิทสนมกันหรือไม่?” 



              “ข้าน้อย เอ่อ....เอ่อ...” เสี่ยวเฉียวพอได้ยินคำถามของข้าก็ก้มหน้าต่ำพูดจากุกกัก เห็นท่าทีนั้นแล้วไม่ต้องตะแคงหัวคิดยังรู้ว่ามีอะไรแหงๆ “ท่านอ๋องไม่สบายหรือขอรับ จำอะไรไม่ได้เช่นนี้ให้ท่านหมอมาตรวจดูดีหรือไม่  ทิ้งไว้อาจจะเจ็บป่วยหนักขึ้น..”



              “เสี่ยวเฉียว” ข้ายิ้ม เอื้อมมือไปกดไหล่บอบบางที่กำลังสั่นไหวอย่างรวดเร็ว เห็นท่าทีแบบกระต่ายน้อยขี้ตื่นก็น่ารักอยู่หรอก แต่ตอนนี้เรื่องที่อยากรู้สำคัญกว่า “เรื่องอื่นๆข้าจำได้ดี ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล ข้าเพียงแต่จำเรื่องของรัชทายาทไม่ได้ ถ้าเจ้ารู้อะไร จงพูดออกมา”



              “..ท่านอ๋อง”



              “หรือเจ้าจะให้ข้าโง่งมอยู่แบบนี้ หากรัชทายาทเรียกตัวข้าไปอีกมิแย่หรือ” ข้ากล่าวแล้วทอดถอนใจทำท่าคิดหนักอย่างน่าสงสารแล้วรำพึงรำพันไปด้วย “ที่ข้าบอกให้เจ้าปิดเป็นความลับก็ด้วยไม่อยากให้ผู้คนรู้ ตั้งแต่คืนนั้นที่ท่านพี่กล่าวว่าจะรับแม่นางจ้าวเป็นอนุข้าก็ดื่มกินเมามาย หากผู้คนทราบว่าข้าเสียอกเสียใจจนเลอะเลือนจำไม่ได้ วังจวิ้นอ๋องของเราต้องถูกหัวเราะเยาะ ซ้ำข้าที่ถูกกล่าวถึงว่าเป็นท่านอ๋องวิปลาส คงโดนหัวร่อซ้ำว่าสติฟั่นเฟือง เจ้าอยากให้เรื่องราวใหญ่โตขึ้นถึงเพียงนั้นหรือเสี่ยวเฉียว”



             ฝ่ามือขาวยกขึ้นกุมขมับตัวเองด้วยความเคร่งเครียด เงาร่างงดงามที่เคยนั่งอยู่บนเก้าอี้มุกอย่างองอาจกลับทรุดลงอย่างโศกศัลย์ คนงามราวกับมีความโศกเศร้าและเคร่งเครียดแผ่ออกมาจากร่าง ใบหน้างามซุกอยู่ที่ฝ่ามือ ท่าทีราวกับกำลังกลั้นน้ำตามิให้รินไหล ท่าบีบน้ำตาโศกาโศกีนี่รับรองว่าต้องโจมตีกวางน้อยได้ราบคาบแน่ๆ  



             แอบปรายตามองไปยังกวางน้อยที่นิ่งอึ้งจ้องมองข้าอย่างคาดไม่ถึง ที่ผ่านมาเสี่ยวเฉียวพบเจอแต่เจ้านายตนเองที่โศกเศร้าแต่ฝืนเข้มแข็งเก็บความในใจ แม้จะแอบร้องไห้ปาดน้ำตาก็ยังไม่ออกปากปรับทุกข์กับใคร พอได้ยินเจ้านายอ้าปากบอกเล่าความทุกข์ใจมีหรือจะไม่สะท้าน ข้าก้มหน้าทำสลดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนอีกอึดใจจะสูดหายใจลึกๆแล้วปั้นหน้ายิ้ม เหมือนคนหลุดปากระบายแล้วเพิ่งนึกได้ว่าไม่ควร งัดเอาท่าทีทั้งฝืนเข้มแข็งของสาวงามที่ทลายกำแพงในใจหนุ่มๆพังยับ มาใช้กับหนุ่มน้อยคนนี้ มีรึจะเหลือ



              “ท่านอ๋องอย่าได้โศกเศร้าไปเลย” เสี่ยวเฉียวปลอบข้าเสียงเบา นัยน์ตากลมโตดุจลูกกวางเหมือนมีสีแดงเรื่อ โถๆ เห็นความจริงใจใสซื่อของเขาแล้วข้าล่ะทั้งเอ็นดูและอยากดูเอ็น..อะแฮ่ม หมายถึงเอ็นดูมากจริงๆ



              “..ช่วงนี้ข้าเพียงแต่มีเรื่องให้คิดจึงเผลอให้เจ้าเห็นความอ่อนแอแล้ว” ยิ้มเซียวๆเข้าให้เสียหน่อยพลางทอดถอนใจ “เอาเถอะ..เรื่องนี้ ถ้าไม่มีคนพูด ข้าคงได้แต่สงสัยไปเท่านั้น ไม่เป็นไร”



              “ท่านอ๋อง เสี่ยวเฉียวไม่ได้คิดปิดบังท่านอ๋อง” ลูกกวางน้อยกล่าวประเด็นที่ข้าอยากรู้ขึ้นมาในที่สุดขณะอีกฝ่ายคุกเข่ากำมือแน่น “เพียงแต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท่านลุงเหล่าไท่ให้ข้าน้อยสาบานว่าจะไม่กล่าวถึงอีก เรื่องวังตะวันออกกับวังจวิ้นอ๋อง..ไม่อาจ..ไม่อาจเอ่ยปากได้”



             “แม้แต่กับข้า?” นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ขนาดเจ้าตัวยังไม่มีสิทธิ์รู้เลยรึ?



             “นี่เป็นราชโองการขอรับ อีกทั้งยามนั้น รัชทายาทและท่านอ๋องก็เห็นด้วย เสี่ยวเฉียวมิอาจบอกได้จริงๆ” ลูกกวางน้อยกล่าวด้วยน้ำตาคลอๆ ท่าทางนั้นคงสงสารข้าจับจิต ส่วนข้าก็นิ่งเอ๋อกับข้อมูลใหม่ 



              “ท่านอ๋อง..เสี่ยวเฉียวขอบังอาจกล่าวสักคำ เรื่องบางเรื่องจำไม่ได้อาจดีกว่า ท่านอ๋องและรัชทายาท..พวกท่านทั้งสอง รวมถึงวังจวิ้นอ๋องและวังตะวันออกจะไม่ติดต่อกันโดยไม่จำเป็น ในหนึ่งปีนอกจากงานพิธี อนุญาตให้พบหน้ากันเพียงสามครั้ง นี่เป็นสิ่งที่เสี่ยวเฉียวสามารถบอกได้ ท่านอ๋องขอรับ จนบัดนี้เมื่อพบองค์รัชทายาทร่างกายของท่านอ๋องยังคงมีบาดแผลอยู่ ได้โปรดเชื่อที่ผู้น้อยกล่าว อย่าได้ข้องแวะกับท่านผู้นั้นอีกเลย”






            หวงไท่หยาง ราชโอรสองค์โตของฮ่องเต้หวงจื่อหาน เกิดจากมารดาที่เป็นสนมชั้นเฟย ดำรงตำแหน่งรัชทายาทของแคว้น หลังฮ่องเต้หวงจื่อหานสิ้นพระชนม์เมื่ออายุหกสิบสี่ชันษาก็ขึ้นสืบราชบัลลังก์ต่อ ใช้ชื่อว่ารัชสมัยหวงไท่ ตลอดการปกครองสามสิบแปดปีบ้านเมืองดำเนินไปได้ด้วยดี ชายแดนมั่นคงไม่มีศึกสงคราม เป็นรัชสมัยที่สงบสุขยุคหนึ่ง..



              กระจกทองเหลืองใบใหญ่ยังคงสะท้อนภาพบุรุษผู้ราวกับเทพเซียน ใบหน้างดงามเหนือหญิงชาย คิ้วพาดเฉียงราวกับปลายดาบ จมูกโด่งสันเชิดน้อยๆ ริมฝีปากแดงเรื่องราวกับผลอิงเถา เครื่องหน้าที่สมส่วนผสานกับดวงตางดงามราวกับดวงดาราและขนตางอนงามราวปีกผีเสื้อกระพือไหว ร่างเงาของคนงามไม่ว่ามองอย่างไรก็งดงาม หากบัดนี้ข้าเหลียงจื่อซิ่นกลับมองเงาของหวงเทียนหยางด้วยหัวใจอันหนักอึ้ง



             ราชโองการจากฮ่องเต้ สองตำหนักห้ามติดต่อ คนพบกันได้ปีหนึ่งไม่เกินสามครั้ง ร่างกายที่เกิดปฏิกริยาแปลกๆเมื่อได้เจอกัน..



             นี่มันลาสบอส!




             รู้สึกเหมือนเล่นเกมออนไลน์แล้วเจอดันเจี้ยนลับแถมด้วยบอสลับอีกทีของอีกที เรื่องราวระดับประเทศผสมตำนานรักดอกเหมยและอะไรสักอย่างที่มีกลิ่นเอสเอ็มแปลกๆโชยฉุนกึก ที่ผ่านมาข้าก็สงสัยว่าตัวเองมาที่นี่ได้อย่างไรและมาทำอะไร หรือว่านี่จะคือคำตอบ หวงไท่หยางคือบอสที่จะต้องปราบงั้นหรือ? แต่กับข้าที่เป็นผู้เล่นชั้นธรรมดามีแค่ความสามารถในการตกผู้ชายเป็นทักษะพิเศษนี่น่ะนะจะทำอะไรเขาได้ แถมในหนังสือประวัติศาสตร์ยังบอกว่าอีกฝ่ายได้นั่งบัลลังก์ ทางที่ดีข้าว่าตัวเองไม่ควรหาเหาใส่หัว



        สอยมาเป็นกิ๊กให้ได้สิปลอดภัยกว่า!



             เหมือนเห็นแสงแห่งธรรมสาดลงมาเบื้องหน้า เมฆหมอกแห่งความงวยงงถูกปัดเป่าหาย อะไรจะแปลกๆก็ช่างมัน ใครจะบอกว่าไม่ควรก็อย่าได้ไปสน รัชทายาทเองก็ดูสนอกสนใจจวิ้นอ๋องเป็นที่สุด ข้าได้เปรียบที่รู้ประวัติศาสตร์ซ้ำอะไรที่อาซิ่นคนนี้ถนัดไปมากกว่าสอยหนุ่มๆเป็นไม่มี แค่นี้ปัญหาทุกอย่างก็ถูกกำจัด เลิฟแอนด์พีซ เมคเลิฟนอทวอร์ ใช่ แบบนี้ล่ะดีที่สุด!



              คิดอยากจะเฮ อยากจะยิ้มแฉ่งแล้วปัดทุกอย่างออกจากสมอง ใช้ตรรกะของอาซิ่นผู้นี้ทำลายหนทางหายนะทุกสิ่ง แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงนั่งมุมปากกระตุกอยู่หน้ากระจก มองคนงามที่ทำหน้าแปลกๆแล้วได้แต่ถอนใจ  นึกไปถึงเรื่องราวของหวงไท่หยางที่อ่านผ่านตาในหนังสือประวัติศาสตร์สมัยมัธยมปลาย แคะสมองแงะเอาความจำออกมาทบทวนครั้งแล้วครั้งเล่าก็นึกเชื่อมโยงกษัตริย์ที่ปกครองบ้านเมืองอย่างสงบสุขมาหลายสิบปีกับกลิ่นตุๆนี่ไม่ออกสักนิด



              นักประวัติศาสตร์แม่มหลอกลวง..






           เชิญกระบี่ร่ำสุราตามล่าฝัน เห็นเงาจันทร์ที่กลางจอกกระฉอกไหว ควงกระบี่จี้ขอบฟ้าเหว่ว้าไกล คล้ายไม้ใบหลุดจากขั้ว เห็นตัวตน 




              เหยื่อรายต่อมาถัดจากเสี่ยวเฉียวคือหลินจวินเจ๋อ



              หลังประสบความล้มเหลวในการเค้นหาข้อมูลต่อ ไม่ว่าจะซักไซ้ถามยังไงเจ้ากวางน้อยเสี่ยวเฉียวก็ไม่กล้าเอ่ยปากอะไรมากกว่านั้น ข้าจึงได้แต่พกเอาความหวังมาหาสามีอันเป็นที่รักยิ่ง เรียกข้ารับใช้ตั้งโต๊ะมื้อเย็นลานด้านหน้าตำหนัก พร้อมด้วยอุปกรณ์เปิดปากคนเช่นสุรารสดีหลากชนิด มีเหล้าเฝินจิ่วและอู่เหลียงเย่ที่ท่านแม่ทัพแดนใต้นิยมชมชอบเป็นพิเศษหลอกล่อเสร็จสรรพ ให้มันรู้ไปว่าคนอดร่ำสุรายาเมามาเกือบสองอาทิตย์จะทนได้ ข้านั่งรอเขาอยู่พลางคลึกจองสุราเจี้ยนหนานชุนที่ส่งกลิ่นหอมยวนใจ นึกถึงบทกวีชื่อดังของหลี่ไป๋อย่างครึ้มอกครึ้มใจเป็นที่สุด



              “เจ้าคิดดื่มสุรา?” หลินจวินเจ๋อกลับมาแล้วและยังคงมาทานมื้อเย็นที่ตำหนักกลางเช่นเดิม ข้าพยักหน้าให้เขา มองตาเจ้าปีศาจสุราที่จ้องขวดเหล้าเฝินจิ่วแล้วหัวเราะ



              “คืนนี้พระจันทร์งดงาม เหมาะแก่การร่ำสุรายิ่งนัก” ข้าสบตาเขาซึ่งมีท่าทีครุ่นคิดและผายมือไปทางเก้าอี้ “ท่านพี่ เชิญ”



             หลินจวินเจ๋อมีท่าทีแปลกใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกข้าชักชวนให้ดื่มสุราด้วยกัน  ไม่แปลกที่เขาจะคาดไม่ถึงเพราะที่ผ่านมาจวิ้นอ๋องไม่ได้แสดงตัวเป็นนักเลงสุราเลยสักนิด ยิ่งชวนคนมาร่ำสุรากันนี่ก็ยากเข้าไปใหญ่ คนงามของข้าวันๆเอาแต่คร่ำเคร่งเรื่องดูแลกิจการร้านค้าภายในจวน ไม่ก็น้ำตานองใส่การปฏิบัติตัวอย่างเย็นชาของท่านแม่ทัพแดนใต้ เพิ่งจะได้หยิบสุรามากรอกปากรู้ตัวอีกทีร่างวิญญาณก็ออกจากร่างเสียแล้ว



             คิดไปถึงต้นเหตุที่ทำให้คนงามต้องครอมใจดื่มเหล้าเมามายจนจากโลกใบนี้ก่อนวัยอันควรข้าก็ทำตาขุ่นใส่เขาเสียหน่อย หลินจวินเจ๋อผู้กำลังคีบเนื้อเป็ดตุ๋นน้ำแดงมีหรือจะทราบว่าข้าตาขวางใส่ตัวเองเรื่องอะไร เจ้าลูกเต่าอัพเกรดพุ้ยข้าวใส่ปากจนพอใจแล้วจึงวางตะเกียบ จ้องมองมาอย่างเคร่งขรึม



              “เจ้าเหมือนมีอะไรในใจ”



              “ไม่มีอะไรหรอก..” ข้าตอบเสียงแผ่วเบาพลางคีบพุงปลาใส่ถ้วยข้าวของตนและแสร้งสรุปตาต่ำเสียหน่อย ไม่บ่อยนักหรอกที่เขาจะถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ข้าทราบดีว่าเป็นเพราะเกิดเรื่องแปลกๆในวันนี้จึงได้ใส่ใจมากขึ้น แล้วข้าจะปล่อยโอกาสนี้ไปได้ยังไง



               “เรื่องราวผ่านไปแล้ว อย่าได้คิดมากนัก” นี่ก็ชอบเหลือเกินพูดอะไรที่ข้าไม่รู้เรื่อง ท่านแม่ทัพแดนใต้ทานข้าวจนหมดชามที่สองของตัวเองแล้วจึงหันไปล้างมือและบ้วนปาก เขาวางท่าเหมือนผู้ปกครองที่กำลังสั่งสอนบุตรหลาน เห็นแล้วข้าจึงแสร้งนิ่งเงียบหดหู่ ทำเหมือนนึกเรื่องสะเทือนใจออกเสียที



               “ท่านอ๋อง..อึ่ก เทียนหยาง เจ้าควร...”



               “เรียกข้าอาซิ่น” ข้าเงยหน้ามองเขาและใช่ดวงตาคู่งามของหวงเทียนหยางให้เป็นประโยชน์ แก้วตาใสๆสองข้างฉาบไปด้วยแววอ้อนวอนเจือร้องขอ เรียกท่านอ๋องหรือเรียกชื่อมันดูห่างเหินเกินไปสำหรับการล้วงความลับในคืนนี้ จะให้อีกฝ่ายเรียกข้าฮูหยินนั่นยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ ข้าจึงคิดตีเนียนให้เรียกตามที่ตัวเองต้องการซะเลย



               “อาซิ่น” ท่านแม่ทัพแดนใต้ถอนใจ เขายอมแต่โดยดี หึ ดูท่าวันนี้เจ้าลูกเสือนี่จะถูกเรื่องของข้ากับรัชทายาททำให้ใจอ่อนลงหลายขุม ดวงตาคู่คมตวัดมองฝ่ามือที่พันไว้ด้วยผ้าพันแผลของข้าอยู่อึดใจ “วันนี้พวกเราพลาดเองที่ไม่ตรวจสอบให้ดีก่อน จึงตกหลุมพรางของรัชทายาท แต่เขาไม่กล้าทำอันใดมากหรอก เจ้าอย่าได้กังวล”



               “ข้าไม่ได้กังวลว่าเขาจะทำอะไรข้า ท่านพี่” ตรงข้าม ข้ากำลังอยากรู้ว่าเขาเคยทำอะไรไว้ต่างหาก คิดแล้วก็รินเหล้าอู่เหลียงเย่ให้อีกฝ่ายลองลิ้ม กลิ่นหอมแรงไม่แพ้ดีกรีกระจายไปทั่ว ข้ายิ้มปะเหลาะ หวังให้อีกฝ่ายพับเร็วๆจะได้คุยอะไรกันง่ายๆ “เชิญดื่ม”



               “ดีแล้ว อยู่ในที่รโหฐาน ซ้ำผู้คนออกมากมาย องค์รัชทายาทย่อมต้องระวังตัว”



               “แต่ข้าไม่เข้าใจ” มองหลินจวินเจ๋อยกสุราหมดจอกแล้วก็รินไปให้อีก ทำสีหน้าคร่ำเคร่งเสมือนทราบดีว่ากำลังหมายถึงเรื่องอะไร “เขาถึงกับกล้าใช้ราชโองการของฝ่าบาทมาเรียกข้าเชียวหรือ”



               “เรื่องนี้ฝ่าบาทไยไม่ทราบ แต่ก็อนุญาตให้ทำ” น้ำเสียงคนพูดฟังดูคับอกคับใจไม่น้อย ใบหน้าคมคายนั้นเริ่มบูดบึ้ง “ข้านึกว่าเจ้าถูกเรียกพบด้วยเรื่องสถานการณ์ชายแดน ไหนเลยจะทราบว่าไปอยู่ที่ตำหนักรัชทายาท ครั้งนี้เขาพูดอะไรกับเจ้า?”



               “...แค่เรื่องตระกูลจ้าว” ข้าตอบเสียงแผ่ว เหลือบมองสีหน้าหลินจวินเจ๋อขณะรินเหล้าให้อย่างคล่องมือ



               “ตระกูลจ้าวทำไม?”



               “ท่านพี่ทราบดีว่าอำมาตย์จ้าวคือคนของรัชทายาท”ข้ายกมุมปาก แสร้งยิ้มเยาะก่อนจะผ่อนลมหายใจ ทำท่าปลงตก “ไม่มีอันใดหรอก ท่านพี่ อำมาตย์จ้าวแค่ขอให้รัชทายาทกล่าวเตือนข้า อย่าได้ทำลายชื่อเสียงตระกูลเขาเท่านั้น”



               เคร้ง



               เสียงวางจอกชาค่อนข้างดังซ้ำถ้วยตะเกียบที่ถูกลูกหลงจนกลิ้นตกมาจากเรี่ยวแรงของหลินจวินเจ๋อ ยังดีที่ข้าถือขวดสุราไว้ในมือมันเลยไม่ตกแตกไปอีกอัน เจ้าหมอนี่มันตัวบ้าพลังของแท้ๆ ไม่รู้เป็นอะไรถึงได้ทำเสียงเอะอะ ข้ามองเขาที่นิ่งไปอึดใจใหญ่ หน้าตาปานเทพเจ้าสงครามนั้นนิ่งสนิทแต่ร่างกลับแผ่กลิ่นอายน่ากลัวบางอย่างออกมา กำลังบูดบึ้งอารมณ์เสียแน่ๆ ข้อนี้ข้าแน่ใจ แต่ความโกรธครั้งนี้ของเขาดูแปลก..แปลกไปจากปกติ



               “อย่าได้กังวล ข้าจะไม่ให้เจ้าต้องมารับเคราะห์อีกแล้ว”



                รับเคราะห์ รับเคราะห์อะไร?



               มองหลินจวินเจ๋อที่หยิบเหล้าเฝินจิ่วมารินให้ตัวเองเพราะข้ามัวแต่อึ้ง เขากรอกสุราเข้าปากสามจอดติดกันแบบไม่บันยะบันยังแล้วถอนหายใจอีกคำรบหนึ่ง จากนั้นกลิ่นอายที่ทำให้บรรยากาศหนักอึ้งจึงจางหาย นี่มันเรื่องอะไรกัน สิ่งที่เขาทำเป็นวรยุทธ์หรือกำลังภายในเหมือนนิยายของโกวเล้งเหรอ รึว่าเป็นเรื่องแฟนตาซีอะไรกันแน่ถึงได้แผ่ออร่าพวยพุ่งซะขนาดนี้ แล้วยังคำพูดประโยคนั้นอีก อะไรคือรับเคราะห์ ขุนนางตบตีกันไม่เรียกว่ารับเคราะห์หรอก ตอนแรกข้ายังคิดว่าเขาจะบอก สมควรแล้ว ใครให้ไปกวนใจท่านอำมาตย์จ้าวว่าที่พ่อตาข้าและรังแกคนรักข้า อะไรแบบนั้นเสียอีก แต่กลับบอกว่าที่ตาเฒ่านั่นแล่นไปฟ้องรัชทายาทให้เขามาเตือนข้าคือการต้องรับเคราะห์



                 เดี๋ยวนะ..ไม่สิ



               ชักจะจับอะไรได้แล้วจากคำพูดอีกฝ่ายและเรื่องที่ออกจากปากของเสี่ยวเฉียว ในสมมุติฐานที่ว่าหวงไท่หยางกับหวงเทียนหยางมีอะไรบางอย่างต่อกันซึ่งเป็นสาเหตุให้ถูกห้ามพบเจอเป็นการส่วนตัว อาจจะเป็นการถูกทำร้ายร่างกาย ทำร้ายจิตใจ คุกคามทางเทศ Sexual Harassment  หรืออะไรก็ตาม แต่อะไรบางอย่างนั่นทำให้ร่างกายของจวิ้นอ๋องเกิดปฏิกริยาความเครียดแปลกๆเมื่อเข้าใกล้อีกฝ่าย แล้วก่อนหน้านี้ข้าไปจัดการคุณหนูจ้าว ต่อจากนั้นเสนาบดีจ้าวซึ่งเป็นคนของรัชทายาทก็...



                 บัด-ซบ



            แม้จะบ่นบ่อยแล้วก็จะบ่นอีก ที่แท้รับเคราะห์ของหลินจวินเจ๋อคือเรื่องแบบนี้เองหรือ เข้าใจแล้วว่าทำไมหลินจวินเจ๋อถึงได้โกรธ ถ้าข้าไม่ไปจัดการคุณหนูจ้าว ตาแก่เสนาบดีนั่นก็คงไม่ไปฟ้อง ถ้าเขาไม่ไปฟ้องรัชทายาทก็จะไม่เรียกข้าเข้าไปหา ถ้าคนรู้กันอยู่ว่าจวิ้นอ๋องกับรัชทายาทเป็นของแสลงไม่ถูกกันก็ยังลากไป ฮึ่ม ตาเฒ่านี่วอนซะแล้ว



               เดิมทีเรื่องของเรื่องก็เป็นประเด็นชู้สาวงั้นรึ เพราะจวนจวิ้นอ๋องกับจวนเสนาบดีกำลังมีประเด็นเรื่องหลินจวินเจ๋อจะแต่งเมียน้อยเข้าบ้านอยู่ พอข้าแทรกมือเข้าไปทำให้หลินจวินเจ๋อเกิดมีสำนึกเร่งด่วนเรื่องหนี้ที่ติดค้างและต้องจ่าย จึงต้องเลื่อนและหยุดเรื่องการตบแต่งออกไป ข้าคิดว่าคนตรงแบบเขาคงจะเล่าต้นสายปลายเหตุให้คุณหนูจ้าวคนนั้นฟังหมดแล้ว แต่แทนที่จะเข้าใจก็มาป่าวร้องว่างข้ากลั่นแกล้ง พอข้าสวนกลับยังลากหวงไท่หยางมาอีกคน พวกนี้มันว่างมากอยากโดนข้าเตะก้นใช่ไหม



              พอคิดว่าตัวเองโดนรังแกข้าก็ชักอารมณ์เสีย ตอนนี้ขอพักเรื่องรัชทายาทกับจวิ้นอ๋องไว้ก่อนเลยเพราะมีคนน่าตายยิ่งกว่า ความรู้สึกเหมือนตัวเองโดนแกล้งนี่มันไม่น่าพอใจเอาซะเลย รู้ทั้งรู้ว่าคนงามมีเรื่องกับรัชทายาทก็ยังหยิบรัชทายาทมาต่อกร รู้แล้วว่าแต่งงานมาเป็นปีทำไมหลินจวินเจ๋อกับแม่คุณหนูจ้าวถึงยังรักมั่นกันอยู่ ที่แท้คนเป็นพ่อก็ร้ายแบบนี้..ข้าหน้าเปลี่ยนสีเมื่อนึกว่าหากเป็นหวงเทียนหยางตัวจริงต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้จะเป็นอย่างไร คนงามที่แม้วิญญาณจะไม่อยู่แต่ร่างกายยังต่อต้านการอยู่ใกล้หวงไท่หยาง ถ้าหากเป็นเขา..



             “อาซิ่น...”



             “ข้าไม่ยกโทษให้พวกเขา!” ก่อนจะรู้ตัว ข้าก็คำรามออกมาพร้อมกับจ้องหลินจวินเจ๋อเขม็ง บอกแล้วว่าอะไรจะรังแกก็รังแกได้ยกเว้นแต่คนงามของข้า ข้าไม่เจ็บไม่คันเรื่องอดีตที่ผ่านมาของหวงเทียนหยางหรอก ยังไงนี่ก็คือเหลียงจื่อซิ่นไม่ใช่จวิ้นอ๋อง แต่เรื่องเดียวที่ไม่อาจยอมได้คือคนที่คิดรังแกเขาอีก มองมือที่เป็นแผลของคนงามแล้วข้ายิ่งเจ็บใจ งานนี้ข้าจะเตะพวกมันให้คลานลงบนพื้น ถ้าทำไม่ได้อย่ามาเรียกข้าท่านอาซิ่น!



             “ข้ารู้..ข้าขอโทษ ฮูหยิน” จะมาเรียกฮูหยินทำไมตอนนี้  ข้ามองสามีตัวดีที่สีหน้าฉายความรู้สึกผิดอย่างชัดเจนแล้วทำตาเขียว เขาเอื้อมมือมาคิดจะตบบ่าหรือทำอะไรสักอย่างแต่ข้าก็ฮึดฮัดใส่ ไอ้ลูกเต่า!เรื่องนี้ก็เป็นเพราะเจ้าด้วย อย่าคิดว่าเรียกฮูหยินแล้วข้าจะยอมยกโทษให้! แต่ทำไมหัวใจของคนงามถึงได้เต้นอีกแล้ว มันน่าตีจริงๆ



             “ข้าจะไปพูดคุยกับท่านเสนาบดีจ้าวเอง จะไม่ให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นอีก เจ้าวางใจเถอะ”



             “ไม่ใช่ว่าไปคุยแล้วจะเรียกรัชทายาทมาหาข้าอีกหรือ ท่านพี่” ข้าออกปากแขวะเขาไปอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หลินจวินเจ๋อจะทำตาปรอยใส่ข้าก็ไม่สน ยังไงเขาก็รักคุณหนูจ้าวคนนั้น ต่อให้รักความเป็นธรรมแล้วยังไง สุดท้ายก็คงแพ้ความรักอยู่ดี



              “อาซิ่น ข้าไม่คิดทำเช่นนั้น และจะไม่ยกโทษให้คนที่ทำเช่นนั้น เจ้าอย่าได้แคลงใจไปเลย” 



              ชายหนุ่มเบื้องหน้าดูจะรู้ความคิดของข้าเรื่องเขาและสกุลจ้าวเป็นอย่างดี หลินจวินเจ๋อชักมือที่ยื่นมาอย่างครึ่งๆกลางๆกลับไปกุมจอกสุรา แต่ดวงตาของเขายังจ้องมองมาที่ข้า นัยน์ตาคมวาวเปล่งประกายจริงจังและยึดมั่นเช่นเดียวกับนิสัยอันซื่อตรง ข้าจ้องมองเขา ขณะที่ความโกรธกรุ่นในหัวใจทุเลาลงช้าๆ ในหัวคิดไปถึงท่าทีตอนที่ทราบว่าข้าพบกับรัชทายาท...ดูเหมือนหลินจวินเจ๋อจะทราบความนัยสำคัญระหว่างจวิ้นอ๋องและหวงไท่หยาง และดูเหมือนว่าเขาจะไม่ชอบให้ข้าและรัชทายาทเจอกันเอามากๆ



              “เรื่องนี้ถือว่าเกิดจากข้าเช่นกัน...ทำอย่างไรจึงจะไถ่โทษได้ เจ้าบอกมาเถอะ” 



                สิ่งที่รอคอยมาถึงแล้ว  “ดื่มสุราสามขวดตรงหน้าท่านให้หมด”



                “อะไรนะ” หลินจวินเจ๋อดูมีท่าทีงวยงงปนตกใจนิดๆ



                “ข้าบอกว่า ถ้าท่านพี่อยากขออภัย ก็จงดื่มสุราทั้งสามขวดตรงหน้าท่าน” ข้ายิ้มน้อยๆ ชี้นิ้วไปยังสุรารสร้อนแรงสามขวดเบื้องหน้า เหล้าเฝินจิ่วกลิ่นหอมจรุงใจรสชาติกลมกล่อม อู่เหลียงเย่หอมแรงรสเปรี้ยวดีกรีร้อนแรง ทั้งหมดสามขวดที่ข้าเตรียมไว้มอมเหล้าท่านแม่ทัพให้เมาพับและคายสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ออกมา



                “นี่ออกจะเยอะไปหรือไม่..” หลินจวินเจ๋อกลืนน้ำลายช้าๆ ต่อให้เป็นคอสุราก็คงเมาพับกันไปข้าง



                “หรือท่านอยากให้ข้าโกรธ” ข้ามองเขาแล้วยิ้มหวาน รอยยิ้มหวานเป็นพิเศษนี้แน่นอนว่าได้รับการตราคุณภาพไว้ในใจอีกฝ่ายว่าเป็นอันตรายชนิดหนึ่ง ดังนั้นหลินจวินเจ๋อจึงได้แต่เอื้อมมือไปยังขวดดินเผา เห็นดังนั้นข้าจึงชูเหล้าเจี้ยนหนานชุนในมือให้อีกฝ่ายดู



                “อย่าได้กังวล ท่านพี่ ข้าเองก็จะดื่ม วันนี้ไม่เมาไม่เลิกรา”



                “ได้ ไม่เมาไม่เลิกรา”



                ท่านแม่ทัพแดนใต้ยิ้ม ก่อนจะเอื้อมเริ่มกรอกเหล้าขวดแรกเข้าปาก ข้ายกจอกสุราในมือขึ้น ปากก็ยิ้มเอ่ยสรรเสริญเขา ในใจตอนนี้มีแผนการณ์แงะเอาความลับออกมาจากปากของเขารออยู่ ส่วนเรื่องเหล้านี่น่ะหรือ ท่านอาซิ่นที่เที่ยวกลางคืนจนชินมีเรอะจะคออ่อน ต่อให้เหล้าจีนรสชาติร้อนแรงแค่ไหนก็ยังสิวๆ



               ข้าจิบสุราในจอก ลิ้มรสหวานและกลิ่นหอมอันรุนแรงที่อวลในปาก ตามองหลินจวินเจ๋อที่กรอกสุราเข้าปากจอกแล้วจอกเล่า ข้าร่ายกวีโง่ๆที่เคยได้ยินออกมาสองสามบทเป็นการสรรเสริญเขา ท่ามกลางแสงจันทร์นวลกระจ่างตา ได้กินเหล้าพักผ่อนหย่อนใจในบรรยากาศเช่นนี้ก็ดีไม่หยอก



               แต่เหล้านี่ดีกรีแรงไม่น้อยเลย จิบไปสองจอกก็ชักมึนๆหัว ก่อนจะเมาร่วงไปจริงๆข้าควรหยุด เขามองหลินจวินเจ๋อขยับตัวเซไปเซมา เห็นได้ชัดว่าเมาเปราะแล้วก็ยิ้ม ส่วนข้าเองยังต้องถามเรื่องที่อยากรู้ อีกจอกเดียวก็ควรพอ



              “ท่านพี่คนดี” ข้ายิ้มหวานถามเขาพลางรินเหล้าลงในจอกของตัวเอง “นี่ท่านกังวล กลัวข้าไปเจอรัชทายาท ท่านกลัวอะไรล่ะ”



              “กลัวอะไรเรอะ” หลินจวินเจ๋อขมวดคิ้ว คนเมากลิ่นเหล้าหึ่งมองข้าแล้วโบกไม้โบกมือไปด้วย “ต่อให้เรื่องนี้จะเกิดขึ้นเพราะอะไรข้าก็ไม่ให้อภัยคนที่ทำให้เจ้าต้องเจอเขาจริงๆ ครั้งนี้ท่านอำมาตย์ทำเกินไปแล้ว รัชทายาทน่ะห่มเหงเจ้าถึงเพียงนั้น”



             “เขาข่มเหงอะไรข้าล่ะ” ไอ้คำนี้ความหมายยังกว้างเกินไป ข้ายกจอกสุราขึ้นมาเสมอริมฝีปาก หรี่ตามองเตรียมเงี่ยหูฟังไปด้วย



             “ข่มเหงอะไรรึ ก็เขา!---



            กลิ่นเหล้าอวลอยู่ในโพร่งปากขณะที่โลกกำลังหมุน สติสุดท้ายที่เห็นหลังจากสุราเข้าปากคือสีหน้ากรุ่นโกรธของหวงเทียนหยาง เขาอ้าปากพูดอะไรด้วยท่าทีคับแค้นเห็นอกเห็นใจข้าเสียเต็มประดา แต่ในหูข้ามีแต่เสียงอื้ออึงและโลกเบื้องหน้าที่ดับวูบไป



              อาซิ่นคนนี้คอแข็งมาก ใช่แล้ว แต่ข้าลืมคิดไปว่าตอนนี้อยู่ในร่างหวงเทียนหยางที่คออ่อนชิบ!





              น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆ ข้ามีแต่คำนี้วนอยู่ในหัวเมื่อลืมตาขึ้นมาพร้อมได้สติอีกครั้ง ในหัวยังปวดตุบๆเพราะอาการเมาค้างแถมกลิ่นเหล้าหึ่ง เปิดตามาก็เจอเพดานเตียงที่แสนคุ้นตาชวนให้เจ็บใจชะมัด บ้าจริงๆพลาดครั้งนี้จะมีตอนไหนให้จัดการอีก ทั้งๆที่จะได้รู้ความจริงจากปากหลินจวินเจ๋อแล้วแท้ๆ ดันมาพลาดซะได้



               ตุบ



             เพราะหงุดหงิดจึงดิ้นพล่าน แต่สิ่งที่แขนข้าฟาดป่ายลงไปพบกลับไม่ใช่อาณาเขตเตียงอันหรูหรา บางอย่างที่อุ่นๆ แถมสะท้อนขึ้นลงนั่นคุ้นแสนคุ้นจนต้องหันไปมอง และภาพเบื้องหน้าก็ไม่ผิดไปจากที่คิด หลินจวินเจ๋อสามีที่รักซึ่งเคยสาบานว่าจะไม่นอนร่วมเตียงเมื่อครั้งเข้าหอตอนนี้กำลังเมาหลับคอพับคออ่อนอยู่ข้างตัวข้านี่เอง



             เหมือนนึกอะไรดีๆแทนที่โอกาสซึ่งเสียไปได้แล้วข้าจึงยิ้มกว้าง ลุกขึ้นอย่างช้าๆ กวาดตามองรอบห้องนอนอันกว้างใหญ่และเงียบสงบของตนเองก็พบว่าไม่มีใครอยู่ ความทรงจำสุดท้ายที่มีก่อนเมาพับคือกำลังคุยกับอีกฝ่าย ดังนั้นไม่ว่าคนที่ลากข้าเข้ามาจะเป็นหลินจวินเจ๋อหรือบ่าวรับใช้ ถือว่าทำได้ดีมากที่จัดโอกาสอันงามมอบให้กับข้า



              สำรวจตัวเองพบว่าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายยังอยู่ครบแม้เหม็นกลิ่นเหล้าและเทอะทะไปบ้างแต่ก็ยังพอไหว ไม่มีร่องรอยการถูกลวนลามล่วงละเมิดใดๆบนร่างกายของข้าร่วมถึงท่านแม่ทัพแดนใต้ที่นอนอยู่ข้างตัว หลินจวินเจ๋อพูดว่าอะไรนะ..เขาจะไปคุยกับเสนาบดีจ้าวใช่หรือไม่ ต่อให้อีกฝ่ายดื่มสุราแสดงความจริงใจ แต่ให้มีอะไรๆมากกว่านั้นยืนยันความมั่นใจของข้าหน่อยก็น่าจะดี



              เสื้อคลุมสีแดงเลือดนกถูกถอดออกแล้วโยนลงบนพื้น อีกตัวคือเสื้อนอกสีน้ำตาลอ่อนจนเหลือเพียงชุดนอนสีขาว จากนั้นจึงหันไปลอกคราบสามีสุดหล่อที่นอนเมาไม่รู้เรื่อง ถอดชุดที่อีกฝ่ายสวมออกทีละชั้นจนเหลือเพียงกางเกงตัวเดียว ข้ามองหุ่นเขาตาเป็นประกาย..จุ๊ๆ นี่สมกับเป็นหุ่นนักรบโดยแท้ ผิวสีทองแดงเป็นประกายท่ามกลางแสงเทียนสลัวภายในห้อง เนื้อตัวหนั่นแน่นเต็มไปด้วยมัดกล้ามชวนให้ลูบไล้ แผ่นอกกว้างบึกบึน ช่วงเอวสอบเพียว ช่วงล่าง..อะแฮ่ม ก็น่าสนใจดี



              ยกมือถอดปิ่นปักผมของตัวเองออกจากศีรษะพลางโยนลงแถวๆพื้นแล้วยีผมให้ยุ่งเล็กน้อย จัดการเส้นผมของท่านแม่ทัพให้อยู่ในสภาพไม่ต่างกันแล้วเอนตัวลงนอนซบอกล่ำๆแก้หนาว ตอนนี้ยังเป็นเวลาค่ำคืนอากาศจึงเย็นยะเยือกไม่น้อย แต่ข้ากลับเตะผ้าห่มออกไปอยู่ตรงปลายเท้าให้เนื้อห่มเนื้อแทนที่ เพราะคลายสายรัดบั้นเอวออกแล้วเวลาใช้ขาเกี่ยวก่ายอีกฝ่ายภาพที่ออกมาจึงเป็นงานศิลปะอีโรติกขนานหนึ่ง  ข้าเอนหน้าซบแผ่นอกกว้าง มือว่างอยู่ก็ไล้ปลายนิ้วไปตามรอยแผลเป็นที่ปรากฏบนร่างอีกฝ่าย และพยายามห้ามตัวเองอย่างหนักไม่ให้ล้วงมือลงไปในกางเกงนอน ได้แต่คลายปมมันออกให้หลวมลงแล้วชักมือออกแต่โดยดี



             “ฮื่ม...”



           เสียงครางเบาๆในลำคอของหลินจวินเจ๋อทำให้ข้าแอบสะดุ้ง นึกว่าความจะแตกเสียแล้วแต่สิ่งที่พบคือสองแขนรั้งเอาตัวข้าไปกอดแน่นขึ้นซ้ำซุกหน้าลงกับไหล่ ดูเหมือนท่านแม่ทัพแดนใต้จะขี้หนาวเป็นพิเศษเลยต้องห่มเนื้อกันให้ชิดใกล้มากกว่าเดิม ไรหนวดจางๆของอีกฝ่ายไถข้างแก้มชวนให้รู้สึกจั๊กจี้นิดๆ ถือว่าทำได้ดีมาก..ข้ามุดลงไปกัดอกกว้างนั่นแล้วยิ้มหวาน แม้ได้กลิ่นเหล้าผสมกลิ่นเหงื่อจากอีกฝ่ายก็ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นกลิ่นของชายหนุ่มมาดแมนก็แล้วกัน



              สภาพชายหนุ่มสองคนกอดก่ายกันบนเตียงที่เหมือนผ่านสงครามมา พรุ่งนี้ตื่นเช้าหลินจวินเจ๋อจะทำหน้ายังไงนะ หึ สามีที่รัก ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ยกโทษให้!





++++++++++++++++++++++++



รังแกใครไม่ว่าอย่ามารังแกคนงามของอาซิ่น //ขอมอบคำนี้ให้ท่านแม่ทัพ เสียตัว(?)แล้วจากนี้ก็ทำตัวดีๆนะคะ 


ส่วนตอนนี้ ด้วยนิสัยรักความเป็นธรรม ท่านแม่ทัพโกรธก็เลยโกรธตาเสนาบดีจ้าวที่ให้รัชทายาทมาจัดการจวิ้นอ๋องจริงๆ คิดว่าไม่เป็นธรรมเลยรังแกกันเกินไปทั้งๆที่รู้อยู่ว่าจวิ้นอ๋องกับรัชทายาทมีประเด็นต่อกัน พี่แกเลยอารมณ์ขึ้นแบบหล่อๆ ก่อนจะตกม้าตายตอนท้าย55  


ตอนนี้ยาวไปนิดเลยเพิ่งได้มาอัพ และเตรียมฌาปนกิจท่านเสนาบดีจ้าวล่วงหน้าเลย

 ส่วนเรื่องขององค์รัชทายาท โปรดติดตามตอนต่อไปเจ้าค่ะ


ปล. ประวัติศาสตร์ต่างๆในเรื่องถือว่าเมคขึ้นมาไม่มีอยู่จริงนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 336 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13739 Jupitersadd (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 17:20
    อาซิ่นสุดท้ายไม่รู้สักทีว่าคนงามของตัวเองโดนอะไรกันแน่แง
    #13,739
    0
  2. #13633 DARA T. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:02
    แม่ ทำไมไม่ทำจริงๆแม่!
    #13,633
    0
  3. #13534 ununchuahong (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 12:50
    ร้ายนักนะท่านอ๋อง5555
    #13,534
    0
  4. #13481 Parkjimin19 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 01:27
    โอ๊ยย ขำ555555 แต่ตกลงน้องโดนข่มขืนหรอ?หรือยังไง งืออออ
    #13,481
    0
  5. #13458 Vagabond Picha (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 13:52
    เค้าส่งเสริมช่วยกันดี ชอบๆ
    #13,458
    0
  6. #13449 Vagabond Picha (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 08:58
    เกิดไรขึ้นนนน
    #13,449
    0
  7. #13396 ploybrf2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 20:21
    ชอบถถถ สงสารเต่าน้อยตื่นมาจะเป็นไง
    #13,396
    0
  8. #13334 พญานก T^T (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:34
    เต่าน้อยยยยย เสน็จแน่5555 // หัวเราะชั่วร้าย
    #13,334
    0
  9. #13276 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 03:08
    กลิ่นsmของรัชทายาทและน้องซิ่นแรงมากๆ ไม่ไหวแล้ว อ่อก
    #13,276
    0
  10. #13209 pick-17 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 14:09
    ใช้ประโยชน์จากทุกสถานการณ
    #13,209
    0
  11. #12778 มูตี้ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 22:12
    ^_____^
    #12,778
    0
  12. #12732 PrincesSFungi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 04:11
    โห ทีมรัชทายาทสุดอ่ะ ชอบแรงๆ55555555555
    #12,732
    0
  13. #12236 ningthanaporn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 21:04
    ฮาเรมจะเป็นใครก็ได้แต่ไม่อยากให้เป็นรัชทายาทเลย
    #12,236
    0
  14. #10548 Nutthi Bun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:30
    โอ้ยยยย ใจจะขาด คืออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอาซิ่น รีบไปอ่านต่อดีกว่า 555
    #10,548
    0
  15. #8345 softyyy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 23:36
    ขอบคุณมากค่ะ
    #8,345
    0
  16. #8329 MatteMe (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 22:05
    ชอบมากค่ะ เขียนแบบนี้ได้ยังไงอ่ะ สำนวนภาษาก็ดี เนื้อเรื่องก็น่าติดตาม คาแรคเตอร์ท่านอ๋องกับท่านแม่ทัพยิ่งชอบ อ่านแล้วคิดถึงคู่เจียเอ๋อกับอี้เอิน >////<
    #8,329
    0
  17. #8325 cchoti (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 21:36
    ยอมแล้ววววววววว ยอมใจ55555
    #8,325
    0
  18. #6693 THELEnin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 16:27
    ยอมใจอาซิ่น
    #6,693
    0
  19. #6653 spong.ka (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 12:24
    ลุ้นปมรัชทายาทมากค่ะ มันซุกอะไรไว้ในรายโองการกันแน่
    #6,653
    0
  20. #6356 Notty Kero (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 19:47
    ตกลงมันมีเรื่องอะไรกันค้างงงง
    #6,356
    0
  21. #6183 Sarun Yok (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 11:30
    กลิ่นsmมาเเรงอ่ะ ก็ยังเชียร์รัชทายาทอยู่ดี ถถถถถ
    #6,183
    0
  22. #6167 Mongmong (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 08:38
    มีความร้ายกาจจจจ
    #6,167
    0
  23. #6035 petchwadee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 19:00
    โอ้นนนนนน ดีงามมมมม 555555
    #6,035
    0
  24. #5917 MindGmini (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 20:13
    โง้ย เกือบจะได้รู้เรื่องแล้วเชียว แต่อาซิ่นก็นะ แสบนะเราาาา55555
    #5,917
    0
  25. #5575 Flint (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 10:07
    เรื่อง อาซิ่น ? จวิ้นจวิ้น แน่ๆ
    #5,575
    0