ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 76 : กรีดโลหิตหลั่งเลือดมังกร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,792
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    6 เม.ย. 60







“หลินจวินเจ๋อเข้าเฝ้าองค์รัชทายาท ข้ามารับตัวจวิ้นอ๋องกลับวัง!”




เสียงตะโกนของบุรุษผู้โง่งมดังขึ้นเบื้องนอก ร่างสูงใหญ่ใบหน้าแดงก่ำด้วยโทสะถือดาบไว้ในมือมั่น คนสู้อุตส่าห์บุกบั่นเข้ามาในวังตะวันออกทั้งที่ทราบดีถึงโทษทัณฑ์ทั้งหลาย ข้าแม้ร่างกายจะยังมึนชาด้วยฤทธิ์ยายังต้องเบิกตาจ้องมองเขาไม่กระพริบ แม้กลับมาถูกพันธนาการด้วยอ้อมแขนของหวงไท่หยางกลับทำได้เพียงจ้องมองหลินจวินเจ๋อด้วยดวงตาหรี่ปรือและมึนงง ในห้วงคิดนั้นข้ายังอยากเอ่ยถามเขาว่าโง่งมใช่หรือไม่ เสียสติไปหรือไม่ หลินจวินเจ๋อยามนี้ควรรออยู่ที่ประตูหน้าวังหลวง ยืนรอคอยอยู่พร้อมรถม้าของเขา มิใช่เข้ามาในนี้ มิควรถือดาบเข้ามาอย่างยิ่ง



“แม่ทัพหลิน..” น้ำเสียงแม้เรียบเฉย หากความรื่นรมย์ที่เจืออยู่มีหรือข้าไม่อาจรับรู้ ข้าเม้มปากแน่น หัวอกเย็นวาบไม่หายขณะเห็นประกายรื่นรมย์ในแววตาของหวงไท่หยาง แววตาที่เต็มไปด้วยความพอใจเมื่อทุกสิ่งเป็นไปตามที่คิด



มองร่างในอาภรณ์สูงศักดิ์ที่ผละจาก ชายเสื้อคลุมขลิบลายมังกรปักด้ายสีทองกระจ่างสะบัดไหว หวงไท่หยางลุกขึ้นอย่างแช่มช้าพลางก้าวเดินออกไปยังลานเบื้องหน้าด้วยแววตาพึงพอใจอย่างยิ่ง ทางหนึ่งองครักษ์ของวังตะวันออกรั้งร่างหลินจวินเจ๋อไว้ อีกทางแม่ทัพผู้โง่เขลาบุกถือดาบเข้ามาในวังตะวันออกยังคงยืนหยัดไม่ยอมความ แสดงท่าทีมีโทสะยิ่ง



“แม่ทัพหลินมาที่วังตะวันออกด้วยเหตุอันใด?”



“ข้ามาตามตัวจวิ้นอ๋องกลับวัง”



จิกปลายนิ้วลงกับฝ่ามือจนแน่น ข้าพยายามพยุงกายลุกขึ้น ในใจยังหวังจะหยุดยั้งเรื่องราวทุกอย่างก่อนจะเลวร้ายไปมากกว่านี้ ท่ามกลางเรื่องราวที่ไม่อาจควบคุม ในอกกลับเหมือนมีบางสิ่งกำลังร้องร่ำร้อง ร่างทั้งร่างสั่นเกร็งขึ้นชั่วขณะหนึ่งเมื่อมองเห็นเปลวเพลิงในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น ความรู้สึกบางอย่างท้วมท้นเสียจนไม่อาจหยุดได้



ข้าก้มหน้าลง ไม่อาจมองดูหลินจวินเจ๋อ ในห้วงคิดเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจลบ สำหรับข้าผู้เป็นอ๋อง นอกจากราชวงศ์เทียนจิ้นและราชบัลลังก์กับคนของวังจวิ้นอ๋อง นอกจากนั้นไม่ว่าผู้ใดล้วนเหมือนกัน มีประโยชน์ก็ถูกใช้ ไร้ประโยชน์ย่อมถูกขว้างทิ้ง ทุกสิ่งทำเพื่อแว่นแคว้น ข้าไม่เคยคิดว่าจะมีวันใดที่ตนรู้สึกละอายเมื่อได้ลงมือกับผู้อื่นมาก่อน ทว่าตอนนี้กลับไม่ใช่แล้ว..



เสี้ยวหน้าคมคายเต็มไปด้วยความโกรธกริ้วและหมายมาด สีหน้าแววตาของหลินจวินเจ๋อผู้เดินเข้ามาหา แม้ตนทราบดีว่าจะต้องพบเจอสิ่งใดหลังจากนี้ก็ยังไม่หวาดกลัว ทุกการกระทำที่ลงมือด้วยจิตใจของแม่ทัพแดนใต้ทำให้ข้าสูดลมหายใจลึก เดิมทีเป็นหมากที่สักวันคงต้องถูกทิ้งแต่บัดนี้ข้าคงไม่อาจ...



“นายน้อย” เสียงครางแผ่วของเหล่าไท่ดังอยู่ด้านข้างเมื่อข้าทรุดตัวเอนกายลงอีกครั้งด้วยฤทธิ์ยา สีหน้าของบ่าวคนสนิทเต็มไปด้วยความห่วงใย คิดถลาเข้ามาหาแต่ไม่อาจทำได้เพราะถูกคุมตัวอยู่ด้วยฝีมือองครักษ์ของวังตะวันออกที่กระทำราวกับไม่รู้ไม่เห็นถึงสภาพน่าสมเพชของข้าผู้นี้



“ตามตัวกลับวังด้วยเหตุอันใด ข้ากับจวิ้นอ๋องกำลังสนทนากันอยู่”



“ข้าไม่เห็นว่าเป็นการสนทนา”



“เหตุใดจึงไม่เป็นการสนทนา ในเมื่อ--”



เพล้ง!



“ท่านอ๋อง!!



เสียงตะโกนด้วยความตกใจของเหล่าไท่ทำให้ข้าเพียงยิ้มเย็น ข้าไม่อยากเห็นแววตาอันตระหนกของอีกฝ่ายนัก แต่ทว่าก็ไม่อาจปล่อยให้ไท่หยางคุยกับหลินจวินเจ๋อต่อไปได้ ข้าต้องหยุดยั้งเรื่องเหล่านี้ให้ทัน ฉะนั้นจะเป็นไรเล่าหากต้องเจ็บตัวสักนิด..



โลหิตสีแดงเข้มหลั่งรินจากปลายนิ้วขาว ถ้วยน้ำชาชุดโปรดของไท่หยางถูกข้าทำลายเสียแล้ว เสียงตะโกนนั้นของเหล่าไท่ช่วยให้บุรุษทั้งสองคนเบื้องนอกหันกลับมาให้ความสนใจ ข้าเห็นแววตาแฝงความตกใจของไท่หยางแล้วยิ้มเย็น เพียงแค่ถูกข้าที่โดนวางยาจนไม่อาจขยับตัวได้ตามใจขว้างปาทำลายของรักจะโกรธเคืองไปไย คนมิใช่พยายามยั่วยุ ต้องการให้ข้ามีโทสะมาตลอดหรอกหรือ



“ลี่เซียน เช็ดเลือดให้ท่านอ๋อง”



เพราะไม่อาจเดินเข้ามา หวงไท่หยางจึงสั่งอนุภรรยาของตนที่นั่งตัวสั่นไม่กล้าเคลื่อนไหวอยู่มุมห้อง ข้ามองเห็นนางสะดุ้งแล้วค่อยๆลุกขึ้นอย่างหวาดกลัวพลางก้าวเข้ามาช้าๆ แต่ก่อนจะมาถึงข้ากลับสะบัดมือ เหยียดรอยยิ้มเยาะเบาบาง



“ไม่ขอลำบากแม่นางลี่เซียน ให้ทำแผลแล้วข้ากลัวว่าในร่างจะมีพิษเพิ่มอีก”



“จื่อซิ่นช่างเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยนัก” หวงไท่หยางหรี่ตาลงเนิบช้า เขาจ้องมองข้าตาไม่กระพริบ



“องค์รัชทายาททราบดีว่าข้าเป็นคนเช่นไร” ข้ากล่าวอย่างท้าทายพลางจ้องมองดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน



“ไปเก็บเศษถ้วยเสีย”



ผ่านไปชั่วขณะหวงไท่หยางก็กล่าว ใช้ให้องครักษ์นายหนึ่งเดินเข้ามาจัดการถ้วยชาและหยดเลือดจากมือข้าโดยไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย ข้ามองดูสีหน้าและแววตาของเขาไปจนอีกฝ่ายหันไปคุยกับหลินจวินเจ๋อ ครู่หนึ่งเผลอกำมือแน่น เม้มริมฝีปากเมื่อได้ยินเสียงตะโกนด้วยความไม่พอใจของแม่ทัพแดนใต้แทรกเข้ามาไม่หยุด



ข้าจ้องมองใบหน้าอันสงบนิ่งขององครักษ์ผู้หนึ่งที่ก้มตัวอยู่เหนือตนเอง เฝ้าบอกให้หวงเทียนหยางตัวข้าเองใจเย็นอย่างยิ่ง..



“รอยแผลเป็นอย่างไรบ้างเล่า จื่อซิ่น?” น้ำเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นประชิดเสี้ยวหน้าทำให้ข้าชะงัก ลืมตาขึ้นและปรายตามองไปยังเจ้าของแววตาเย็นเยือกอย่างเงียบงัน  หลังจากผ่านไปอึดใจหนึ่งแล้วบุรุษผู้กุมชุยชนะในกระดานหมากนี้ไว้ในมือก็เดินหลับมา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มอันเป็นบ่อลึกของหวงไท่หยางเต็มไปด้วยแววมาดร้าย ยิ่งเห็นท่าทีของข้าคนกลับหัวเราะขัน



“องค์รัชทายาท ได้โปรดปล่อยตัวจวิ้นอ๋อง!!



เสียงตะโกนของหลินจวินเจ๋อดังขึ้นเบื้องหลัง ข้ามองเห็นร่างในชุดขุนนางนั้นถูกองครักษ์หลายนายล้อมเอาไว้ พลันก็รู้สึกแสบแปลบที่ฝ่ามือมากขึ้นไปอีก “ข้าสบายดี”



“ข้าหลินจวินเจ๋อผู้เป็นสามีของจวิ้นอ๋อง ขอร้องเรียนให้ท่านปล่อยภรรยาของข้าซะ!



“จับตัวไว้”



ไม่ทันที่บทสนทนาจะถูกต่อ และท่ามกลางเสียงตะโกนด้วยโทสะของหลินจวินเจ๋อข้ายังได้ยินเสียงหัวเราะของหวงไท่หยางดังข้างหู ร่างของข้าถูกรั้งให้ยืนขึ้นขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับกระชาก ยิ่งได้เห็นท่าทีไม่พอใจของแม่ทัพแดนใต้ข้ากลับมองเห็นว่าหวงไท่หยางพอใจมากขึ้น ดังนั้นฝ่ามือที่กระชับกอดเอวไว้จึงมิใช่เรื่องแปลก ทุกสิ่งล้วนเป็นการดิ้นรนที่เปล่าประโยชน์เมื่อเรื่องราวทั้งหมดกลับกลายเป็นเช่นนี้ เราต่างตกหลุมพรางแล้ว แม้หลินจวินเจ๋อตะโกนเรียกร้องเช่นไรมีแต่เพิ่มความบันเทิงให้คนผู้นี้เท่านั้น ยิ่งหยามหมิ่นมากเท่าไหร่ขาที่จมลงไปในแม่น้ำยมโลกก็จะลึกขึ้นเสียจนไม่อาจหนีพ้น



“ดูสิ” ด้วยข้าหลับตาลงแล้วปลายนิ้วเย็นเยียบจึงเชยคางให้หันไปมองภาพเบื้องหน้าอีกครั้ง ภาพนั้นทำให้ข้ายิ่งรู้สึกว่าพื้นที่ยืนอยู่กำลังสั่นไหว หลังคำสั่งอันเยือกเย็นของหวงไท่หยางทุกอย่างก็ถูกจัดการอย่างรวดเร็ว เสียงตะโกนของหลินจวินเจ๋อหายไปแล้วเนื่องจากต้องรับมือกับคนที่กรูกันเข้าหา แต่สุดท้ายให้เก่งอย่างไรก็แพ้คนมาก ที่สุดแม่ทัพแดนใต้ก็ถูกเหล่าองครักษ์ของวังตะวันออกซึ่งไม่ว่าอย่างไรก็มีจำนวนมากกว่ากุมตัวไว้ ร่างสูงใหญ่ถูกจับไพล่หลัง คุกเข่าลงบนลานหินที่บัดนี้มีแต่หิมะขาวโพลนถมทับ ปากไม่อาจกล่าวคำใดได้อีกเพราะถูกผ้าอุดไว้ คนได้แต่เงยหน้ามองมาด้วยแววตาวาวโรจน์และเต็มไปด้วยความชิงชัง



“นั่นน่ะหรือคนที่เจ้าเลือก..ดูสภาพน่าสมเพชเช่นนั้นมีอันใดดี ดูสิจื่อซิ่น นั่นคือมดปลวกตัวหนึ่ง แม้พยายามดิ้นรนหรือต่อให้ไม่ยินยอมเพียงไรก็ยังต้องก้มหน้ายอมแพ้ มีค่าอันใดให้ต้องซาบซึ้งใส่ใจ” ฟังวาจาที่ได้ยินมาหลายครั้งต่อหลายครั้งผ่านหู ข้ามองรอยยิ้มของหวงไท่หยางด้วยหัวอกที่เย็นชืดและชาหนึบ เขาสนุกสนานยิ่ง พอใจยิ่ง ทั้งที่ข้าไม่เคยพอใจเลยสักนิด ที่อยู่เบื้องหน้าคือหลินจวินเจ๋อ ที่อยู่เบื้องหลังคือเหล่าไท่ที่ยังไม่ได้รับอิสระ กระทั่งข้าเองท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ท่านหนึ่งกลับไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เรื่องราวตอนนี้ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก



“ที่ผ่านมาแม้เจ้าคลุกคลีเกี่ยวข้องกับเจ้าคนชั้นต่ำนี้ข้าก็ทำหลับตาไปข้างหนึ่ง แต่จากนี้คงไม่ได้เสียแล้ว จื่อซิ่น..ข้าเป็นคนเช่นไรเจ้าย่อมทราบดี หวงไท่หยางผู้นี้ไม่ว่าสิ่งใดที่ขัดขวางนัยน์ตาล้วนต้องนำออก นี่เป็นทางเลือกของเจ้าแล้วว่าปรารถนาจะเป็นจวิ้นอ๋องเช่นนี้ หรือคิดตกลงโคลนตมร่วมกับบุรุษโง่เง่าผู้หนึ่ง” กล่าวแล้วเจ้าของวาจานั้นจึงปรายตามองไปยังมือของข้าซึ่งซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อ “กระทั่งเมื่อครู่ก็ถึงกับควบคุมตนเองไม่ได้ หรือเจ้ากำลังเพียรทำให้ข้าเห็นว่าเป็นคนคลั่งรัก?”



“....” ข้าฟังคำกล่าวจนจบนั้นแล้วกระทำเพียงแค่นยิ้ม ไม่ตอบคำ



“พวกเราราชวงศ์เทียนจิ้น มีหน้าที่ทำเพื่อแว่นแคว้น สิ่งนี้จื่อซิ่นเองก็ทราบมาแต่แรกมิใช่หรือ เหตุใดจึงยังดื้อรั้นไม่ยอมความ” หวงไท่หยางออกแรงผลักและประคองลากข้าให้เดินไปตามไปด้วยท่วงท่าราวกับสามีกำลังประคองภรรยาอันเป็นที่รักเข้าห้องหอ สีหน้าเปี่ยมสุขเหลือล้นและรอยยิ้มสดใสนั้นช่างแตกต่างกับบรรยากาศรอบกายเสียจนข้ารู้สึกเจ็บปวดในหัวอก ครั้นเมื่อมาถึงประตูที่กั้นระหว่างลานหินเบื้องหน้าและเขตตำหนักใหญ่ หวงไท่หยางก็ผายมือออกราวกับเชื้อเชิญข้าชมดูหลินจวินเจ๋อถูกดาบพาดคออยู่ในสภาพที่สามารถตกตายได้ทุกเมื่อ



“เจ้าดู คนผู้นี้บุกรุกตำหนักตะวันออก ด่าทอดูหมิ่นเหยียดหยามรัชทายาทของแว่นแคว้น ซ้ำยังคิดปองร้ายข้า แม่ทัพผู้นี้น่ะหรือคู่ควรให้เจ้าอยู่กับเขา มองดูสิ จื่อซิ่น..สภาพอันน่าเวทนาเช่นนี้ ในฐานะอ๋องคนหนึ่งเจ้าว่าดีหรือไม่หากจำกำจัดทิ้งเสีย”



“ข้าไม่เคยทราบว่าองค์รัชทายาทของเทียนจิ้นสามารถสังหารขุนนางได้ตามใจ” ข้ากำมือแน่นพลางสูดลมหายใจลึก..



“โทษกบฏเช่นนี้ย่อมได้รับการยกเว้น” หวงไท่หยางคลี่รอยยิ้มเบิกบานอย่างยิ่งก่อนจะเอื้อมมือเช็ดเกล็ดหิมะที่ปลิวต้องเรือนผมของข้าอย่างแผ่วเบา “ที่เขาเป็นเช่นนี้ เพราะความดึงดันของเจ้านั่นเอง”



ข้านิ่งฟังเสียงกระซิบแผ่วเบา คล้ายจะหวานหากมองรอยยิ้มผู้กล่าว แต่ขมยิ่งนักกับความนัยที่โถมซ้ำและทุบดวงใจจนแหลกยับอีกครา ข้าจ้องมองสบตาเขา ที่สุดแล้ววางแผนมากมายก็เพื่อการนี้ ข้ารู้จักและทราบดีว่าหวงไท่หยางเป็นคนเช่นไรเฉกเดียวกับที่อีกฝ่ายรู้จักข้า เขาพยายามมากมายเช่นนี้ก็ด้วยความต้องการที่ไม่อาจเป็นจริง วิปริตบิดเบี้ยวเช่นนี้ก็เพราะคนผู้หนึ่งที่ไม่อาจตอบรับ บุรุษผู้นี้ไม่อาจทนหากมีสิ่งใดขวางในตา ไม่ว่าต้องใช้วิธีใดเพื่อทำลายสิ่งนั้นคนก็ยอมลงมือ



ข้ารู้จักหวงไท่หยางมานับแต่ลืมตาแล้วข้อนี้ไหนเลยจะไม่มองเห็นและประจักษ์อย่างลึกล้ำ ตอนนี้ก็เป็นหวงไท่หยางเองพยายามทำทุกสิ่งเพื่อกำจัดหลินจวินเจ๋อออก ต้องการมากเสียจนไม่สนว่าคนจะมีประโยชน์หรือความสามารถใดแก่แว่นแคว้น สำหรับรัชทายาทแล้วแม่ทัพสามารถมีใหม่ได้แต่ศัตรูและผู้ที่ตนชิงชังนั้นไม่อาจปล่อยให้ลอยนวลไปได้นาน



รัชทายาทของเทียนจิ้นสมควรเป็นเช่นนี้หรือ หวงไท่หยางสมควรแล้วหรือที่จะทุ่มเททำทุกอย่างขนาดนี้ มันน่ากลัวเกินไปแล้วเขาทราบหรือไม่ หวงไท่หยางไม่ควรปล่อยให้ตนมีจุดอ่อน เกล็ดย้อนมังกรตนนี้ไม่ควรเป็นข้า ไฉนเขาจึงไม่ยอมเข้าใจ



ข่มความรู้สึกบางสิ่งในใจแล้วจึงสังเกตรอบข้างอีกครั้ง บัดนี้ทางรอดของข้ามีแต่ก็คล้ายไม่มีเหลือด้วยเรื่องราวเลวร้ายเสียจนไม่อาจเลวร้ายไปมากกว่านี้ได้อีก ข้าจ้องมองหลินจวินเจ๋อที่ยังดิ้นรนอยากลุกด้วยแววตาสับสน ขณะที่อ้อมกอดของหวงไท่หยางกระชับแน่น คนไม่พอใจอย่างยิ่งที่ข้าไม่ยอมเอ่ยปากและกระทำเพียงจ้องใบหน้าผู้อื่นอยู่อย่างนั้นราวกับยั่วโทสะ นี่คือการยั่วโทสะ ข้าทราบดีว่าทำให้เขามีโทสะ..และข้าต้องการให้หวงไท่หยางมีโทสะเช่นกัน



“ขอรัชทายาทโปรดปล่อยตัวสามีข้าด้วย”



“จื่อซิ่น”



ข้าขยับริมฝีปาก คลี่ยิ้มอย่างงดงามเมื่อได้ยินน้ำคำเย็นเยียบหากแววตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองด้วยแม้ทำถึงขั้นนี้แล้วเขาก็ไม่อาจบังคับข้าได้..ข้ามองเห็นความโกรธเคืองขุ่นใจในแววตาของหวงไท่หยางอย่างชัดเจน แต่โกรธแล้วอย่างไร มีโทสะแล้วอย่างไร สิ่งใดที่หวงเทียนหยางผู้นี้ตั้งมั่นแล้วไม่มีวันสั่นคลอนเขาเองก็ทราบ แม้บีบบังคับข้าอย่างไรหากไม่ปรารถนา ข้ายอมตาย ข้ายอมสละ แต่ไม่ยอมสยบ!



“เช่นนั้นคงไม่จำเป็นต้องพูดสิ่งใดอีกแล้ว”



เสียงสะบัดอาภรณ์ลากผ่าน ประกายโลหะวาววับ ข้อมือที่ยังดูไร้เรี่ยวแรงถูกยกขึ้นอย่างรวดเร็วเกินใครจะทันรู้ตัวแล้วคมมีดก็ทาบลงบนลำคออันสูงส่งของบุตรมังกรหวงไท่หยางอย่างไม่ลังเล โดยเจ้าของมีดนั้นคือจวิ้นอ๋องผู้อยู่ในอ้อมแขนด้วยท่าทีอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรง และเป็นคนเดียวกับที่ถูกกล่าวขานว่าสนิทชิดเชื้อกันอย่างยิ่ง



ชั่วขณะที่ทุกอย่างเงียบงันไร้สรรพเสียง กระทั่งหิมะที่ตกลงบนหลังคายังดังชัด ไม่มีแม้กระทั่งผู้คนกล้าหายใจแรงหากทำได้เพียงเบิกตาจ้องมองภาพเบื้องหน้าราวกับไม่เชื่อสายตาเป็นที่สุด ผู้คนในตำหนักรัชทายาทไม่ว่าผู้ใดก็ไม่คิดว่าจะมีคนขวัญกล้าไม่กลัวตายคิดลงมือกับหวงไท่หยาง หรือต่อให้มีคนผู้นั้นก็ควรเป็นมือสังหารมิใช่ท่านอ๋องผู้หนึ่ง ทว่าไม่มีก็มีแล้ว ที่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้นแล้ว คมมีดในมือจวิ้นอ๋องแม้เป็นมีดสั้นขนาดเล็กแต่ยังมองออกว่าใช้งานได้ดีอย่างยิ่ง ซ้ำที่น่ากลัวและคมปลาบยิ่งกว่าโลหะใดคือแววตาของหวงเทียนหยาง ดวงตาของข้าเองที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหารอย่างไม่มีปิดบัง



นี่เป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ของข้าแล้ว...



ต้องการให้หลินจวินเจ๋อต้องโทษกบฏฐานถือดาบบุกเข้าวังตะวันออก แล้วข้าเล่า?


อยากให้หลินจวินเจ๋อต้องตายเพราะการบุกมาช่วยข้า แล้วยามนี้เล่า?


คิดวางแผนมาตลอดหวังให้คนตกหลุมพราง แล้วหากหลุมนั้นมีข้าตกลงไปด้วย หวงไท่หยางจะทำเช่นไร?



“ข้าขอกล่าวอีกครั้ง องค์รัชทายาทโปรดปล่อยข้าและคนของข้าออกจากวังตะวันออกด้วย”



 ข้าจ้องมองแววตาตะลึงลานของหวงไท่หยางอย่างเงียบงันไม่กล่าวคำ เขาคงไม่คิดว่าข้าจะเป็นฝ่ายหันอาวุธเข้าทำร้าย ที่ผ่านมาแม้หวงไท่หยางจะกลั่นแกล้งบีบคั้นเพียงไรหากไม่นิ่งข้าก็เพียงยิ้มเฉยเสีย กระทั่งการแตะต้องทำร้ายร่างกายก่อนหน้าก็เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เราทั้งคู่เติบโตขึ้นมาด้วยกันอย่างเคารพเข้าใจกันอย่างยิ่ง ทว่ามันก็แค่เรื่องที่ผ่านมาแล้ว ดังนั้นที่ข้าทำจึงมีเพียงกล่าวถึงความต้องการของตนเองและรอคอยคำตอบอย่างไม่ยอมแพ้



ข้าคิดอยากได้ยินเสียงเอะอะหรืออาการแสดงความไม่พอใจ แต่หากแสดงออกมานั่นย่อมไม่ใช่หวงไท่หยาง แต่หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความเงียบงันนั้นข้ากลับรู้สึกว่าอ้อมแขนที่พยุงร่างของตนไว้ถูกกอดลึกกระชับแน่นขึ้นอย่างชัดเจน กอดแน่นขึ้น รั้งเอาไว้อย่างชัดเจนขึ้น และปฏิเสธให้ข้าได้ทราบอย่างรวดเร็ว การดึงดันนี้คือสิ่งที่เขาตัดสินใจอย่างนั้นหรือ..ข้ามองดูแววตาที่กลับแปรเปลี่ยนมานิ่งสงบแต่เจือพายุร้าย ไม่ได้กระทำสิ่งใดไปมากกว่ากระชับมีดสั้นในมือและเตรียมกดใบมีดลงไปอย่างไม่ลังเลหากอีกฝ่ายส่ายหน้า



“เจ้าดวงตามืดบอดไปแล้วจริงๆ” โลหิตที่บาดผิวจากเศษถ้วยชาหลั่งรินอาบใบมีดอย่างน่ากลัวขณะที่เสียงหัวเราะแผ่วเบาของรัชทายาทดังขึ้นเมื่อความเงียบงันผ่านพ้น คำพูดราวกับไม่เชื่อว่าเป็นเพราะหลินจวินเจ๋อข้าจึงกล้าทำกระทั่งหันคมมีดใส่



ข้าเองก็อยากถามว่าผู้ใดแววตามืดบอด เป็นข้า เป็นเขา หรือเป็นเราทั้งคู่?



ข้าหาได้ทำเพื่อหลินจวินเจ๋อ เราทั้งสองทราบดี แต่หากหวงไท่หยางคิดประชดประชันหรือเข้าใจไปเช่นนี้ข้าก็พอใจ ให้เขาคิดว่าคนผู้นี้สำคัญกับข้าอย่างยิ่งไปเถิด ให้เชื่อว่าข้ารักหลินจวินเจ๋อมากอย่างที่ข้าต้องการมาตลอดได้ยิ่งดี หากเขาเชื่อได้สนิทใจเท่าไหร่จะดียิ่งขึ้นเท่านั้น



“หากไท่หยางเข้าใจแล้วก็หยุดเถิด” ข้ากล่าวออกไปแผ่วเบา



“หึ”



มองเห็นเพียงเสี้ยวหน้าเจือความขมครู่หนึ่งขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้าประชิดและจุมพิตข้าอย่างรุนแรง



ข้าสะท้านเฮือกด้วยความคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะจู่โจมมาอย่างไม่ทันตั้งตัวทั้งที่มีมีดของข้าทาบอยู่บนลำคอ เมื่อคืนถึงมีดข้าก็รีบผ่อนแรงทันทีด้วยกลัวว่าอาจทำให้อีกฝ่ายเกิดแผลใหญ่ เพราะแรงกดที่คลายออกนั้นเองทำให้ข้าได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอหนา ครู่หนึ่งที่ทุกอย่างเบื้องหน้าดูจะถูกลบเลือนหายไปด้วยการรุกรานนี้ ข้าทราบดีว่าหัวใจที่เต้นแรงราวกับจะแตกดับของตนเองมาจากผู้ใด ครู่หนึ่งที่ปรารถนาจะโยนทุกอย่างทิ้งไปแล้วกระโจนเข้าหาอ้อมแขนอีกฝ่าย แต่มันก็เป็นเพียงครู่เดียวเท่านั้น ผ่านไปเพียงอึดใจอ้อมแขนที่กอดรัดและริมฝีปากที่ยังไม่ยอมผละออกง่ายๆราวกับจะบดขยี้ข้าให้แหลกยับในมือนี้เองก็ทำให้ข้าต้องดิ้นรนอย่างรุนแรง



ข้าไม่อาจ..ไม่อาจกระทำ..



มีดในมือแม้ไม่อยากทำร้ายก็ต้องกดแน่นอีก ข้าขบริมฝีปากของหวงไท่หยางอย่างไม่ยอมความขณะที่อ้อมแขนอีกฝ่ายผละออกไปในที่สุด ข้ารู้สึกดั่งเราสองคนเป็นคนเสียสติ ผู้หนึ่งผมเผ้ายุ่งเหยิงถือมีดข่มขู่อีกคนเล่าแววตาบ้าคลั่งราวกับท้าทายให้ลงมือมาได้ รสเลือดที่ริมฝีปากทำให้ข้าทราบว่าหวงไท่หยางเองก็เหลือจะทน แววตาที่ปั่นปวนราวกับระลอกคลื่นสาดซัดไม่หยุดบอกข้ามาเช่นเดียวกับรอยแผลบนลำคอหนาที่เสียดแทงหัวอก



กำมือแน่นไม่ให้ตนเองโยนอาวุธทิ้งแม้จะรู้สึกใจหายวาบยามเห็นโลหิตหลั่งริน คนตายคนเจ็บหาใช่เรื่องที่ข้าจะตกใจแต่เพราะคนผู้นั้นคือหวงไท่หยางที่ข้าไม่เคยคิดว่าจะต้องลงมือทำร้าย ข้าเองก็ไม่อยากทำแบบนี้ ทว่ามีทางเลือกอื่นหรือ อีกฝ่ายบีบคั้นจนต้องลงมือแล้วจะนิ่งเฉยได้อย่างไร หากขอร้องแล้วเขาพยักหน้าข้าจะปาถ้วยชาทำตัวมีโทสะเพียงเพื่อเรียกความสนใจหรือ หากไท่หยางไม่บังคับข้าจะลอบชิงมีดสั้นจากองครักษ์ของเขาผู้นั้นหรือ หากข้าสามารถทำสิ่งอื่นได้ข้าจะกล้าหันมีดใส่ราชวงศ์เทียนจิ้นที่ตนเองสาบานว่าจะปกป้องรึ ถ้าเพียงแต่เขาหยุด..ข้าจะต้องหันปลายดาบทำร้ายทั้งที่ตนเองไม่อยากทำแม้แต่นิดหรือไร ข้าจะทำให้เขาต้องหลั่งเลือดเพราะความเอาแต่ใจของเราทั้งคู่ได้ลงคอหรือ



                ทำร้ายตนเองไม่ได้ หวงไท่หยางไม่ยอมรับ แม้กระทั่งข้าก็ไม่อาจจับตนเองใช้ข่มขู่อีกฝ่าย ดังนั้นจึงได้แต่กดปลายมีดกระชับลำคอแกร่ง เลือกจะเสือกมีดเข้าหาบุรุษผู้นี้ที่ตนคิดภักดีจะทำทุกสิ่งมาถวายให้และไม่เคยคิดทำร้ายให้เลือดตกสักครั้งด้วยดวงใจที่ฝาดขมทุกข์ทรมาน..



ความปวดปร่าแล่นวาบในใจทำให้ฝ่ามือยิ่งสั่นไหว ข้าต้องสูดหายใจลึกระงับอารมณ์ไม่ให้พลุ้งพล่าน ได้แต่กระซิบบอกตนเองให้ควบคุมสติ ป่านนี้แล้วจะมามัวอาวรณ์อาลัยสิ่งใดอีก คนเราหากร่วมทางไม่ได้มีแต่ต้องเผชิญหน้าหรือหันหนี ทั้งที่รู้ว่าไม่อาจอยู่ร่วมกันได้แล้วเหตุใดหวงไท่หยางไม่หยุดเล่า ที่ผ่านมาข้าพยายามหลบเลี่ยงเขามาตลอดแต่จนแล้วจนรอดคนก็ไม่คิดจะปล่อย วันนี้เขาเอาหลินจวินเจ๋อมาขู่ เอาเหล่าไท่มาขู่ วันหน้าข้าไม่ทราบว่าอีกฝ่ายจะทำเรื่องสะเทือนฟ้าสะเทือนดินอันใดได้อีก ซ้ำหากไม่รีบหนีตนเองก็อาจหนีไม่พ้นไปตลอดกาลซึ่งข้าไม่อาจยอมได้



“เจ้ารักมันจริงๆรึ?” ชั่วขณะที่ความคิดจดจ่อมุ่งมั่นกับเป้าหมาย ข้าได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาหากเจือแววขมปร่าจางๆ..



ข้าหลับตาลง กดปลายมีดลงมากขึ้นเพื่อหยุดหัวใจที่สั่นไหว “องค์รัชทายาทโปรดปล่อยพวกเราไป”



“จื่อซิ่น”



“ข้าจำต้องกลับวังแล้ว”



“เจ้าเลือกเช่นนี้หรือ?”



ปลายมีดในมือสั่น หากข้ายังไม่ยอมลืมตาราวกับหวาดกลัวบางสิ่ง บางครั้งอาจกำลังหวาดกลัวว่าเมื่อลืมตาขึ้นตนเองจะเปลี่ยนใจ



“ได้โปรดเถิดพะยะค่ะ”



ข้าลืมตาขึ้นแล้วและมองดูโลหิตมังกรหลั่งรินผสมกับหยาดเลือดสีเข้มของตนเองที่ปลายมีดพลางคลี่ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่ทราบว่ามันเจือด้วยความรู้สึกเช่นไร หัวอกที่สั่นระรัวอย่างไม่อาจระงับนั้นเย็นเฉียบไม่ต่างกับผืนหิมะสีขาว ยามได้ยินข้ากล่าวขอร้องตนด้วยถ้อยคำที่ไม่เคยเอ่ย แววตาที่เต็มไปด้วยพายุโทสะของหวงไท่หยางกลับสะท้อนความเจ็บปวดออกมาเหลือล้น ภาพนั้นตรึงแนบติดอยู่กับหัวใจของข้า แล้วอ้อมแขนที่เคยกอดข้าเอาไว้ก็ผละออกอย่างรวดเร็วเสียจนแข้งขาที่ไม่มีแรงนั้นแทบยืนไม่อยู่



“ท่านอ๋อง”



อ้อมแขนที่มีกลิ่นหิมะเจือความเย็นเยียบคอยรองรับ ข้ากระพริบตามองหลินจวินเจ๋อซึ่งถูกปล่อยตัวกระโจนมารับร่างของตนไว้ด้วยแววตาบางอย่าง พลันก็รู้สึกเจ็บที่ฝ่ามือรุนแรงเสียจนต้องปล่อยมีดให้ตกลงไปและซุกอยู่ในอ้อมแขนของแม่ทัพแดนใต้อย่างเงียบงันไร้ถ้อยคำ



มีดสั้นเล่มนั้นกระเด้งกระดอนตกลงไปถึงพื้นหิมะขาว เลือดในมือข้า เลือดที่ลำคอของเขาผสมเป็นหยุดเดียวกับแล้วสาดกระเซ็นลงไป หนทางเดียวที่หวงไท่หยางกับหวงเทียนหยางจะอยู่ร่วมกันได้เคยมีแต่ถูกทำลายลงไปแล้ว..



+++++++++++++++++++


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13785 nanq (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 16:23
    อาซิ่นบอกๆไปเถอะ ยังไงเขาก็รู้แหละ ถ้าบอกแล้วเลือกยังไงก็อีกเรื่องนึง สงสารไท่หยางนะเนี่ยแบบนี้เพราะพี่น้องกันใช่ป้ะ ไม่อยากเป็นจุดอ่อนให้ไท่หยางเลยต้องถอยออกมา อยากอ่านเรื่องคู่นี้เลยอะจริงๆนะมันแบบรักมากรักจริง ไท่หยางs แหละ 5555
    #13,785
    0
  2. #13762 Y knight (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 10:23
    อ่านกี่รอบก็เจ็บหัวใจ
    #13,762
    0
  3. #13751 กาตุ่ย (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:43

    เอาจริงๆ ท่านอ๋องน่าจะบอกออกไปนะ ไล่คนออกไปแล้วพูดกันให้รู้เรื่องไปเลย อมพะนำไปก็เท่านั้น ฮ่่องเต้ไร้ใจยังไงก็ต้องจัดการอะไรสักอย่างแน่ถ้ารัชทายาทกับท่านอ๋องยังมีสายสัมพันธ์คลุมเครือแบบนีั ทั้งเรื่องนี้ยังเป็นการลากคนอื่นมาพัวพัน คนตายไปยี่สิบคนแล้วไม่รวมคนของรัชทายาทเองอีก ยังจะดึงดันให้มีคนตายเพิ่มเพื่ออะไร ถ้ารูู้ความจริงไม่แน่รัชทายาทอาจจะต้องการเวลาปรับตัว หรือไม่ถ้าจะแตกหักก็คงได้รู้กันไปเลย จวิันอ๋องไม่บ่ายเบี่ยง รัชทายาทไม่วางกับดัก ฮ่องเต้ชัดเจน อาซิ่นอาจจะหลุดไปอยู่ในร่างใครสักคนทีีไม่ใช่ในวังวนของคนเหล่านี้ และท่านแม่ทัพอาจจะเจออาซิ่นที่ไหนสักแห่งแทน

    #13,751
    0
  4. #13721 Amarry (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 01:17
    เรื่องนี้ไม่ควรมีอาซิ่นแต่แรกอ่าเอาจริง พระเอกคือไท่หยาง นายเอกคือเทียนหยาง แต่เพราะรักที่รุนแรงจนน่ากลัวทำให้อีกคนต้องหนีโดนใช้วิธีขี้ขาดอย่างดึงคนไม่เกี่ยวข้องอย่างแม่ทัพมากันพระเอก ทั้งที่แม่ทัพรักมั่นกับลี่เซียนอยู่ก่อนแล้ว สุดท้ายทั้งไท่หยางและเทียนหยางก็ยอมแพ้ให้หัวใจตัวเองเพราะความรัก ก็ได้คู่กันไป ส่วนแม่ทัพก็กลับไปหาลี่เซียนได้

    หรือๆๆ

    ถ้ามีอาซิ่นเข้ามาตามเนื้อเรื่องจริง บุรุษสองคนต้องหันหน้าตกลงกันอย่างสันติแล้วว่า วันไหนเป็นเทียนหยางอยู่กับไท่หยาง วันไหนเป็นอาซิ่นอยู่กับแม่ทัพ แบบนี้ก็แฮปปี้ได้เหมือนกัน เพียงแค่พวกแกหันหน้าคุยกันสิ ทิ้งศักดิ์ศรีที่จะครอบครองเพียงผู้เดียวไปซะ เพราะร่างกายคนงามก็เป็นของพวกแกสองคนนั่นแหละ ดีจะตาย คนอ่านก็ฟินสุด
    #13,721
    0
  5. #13672 DARA T. (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:18
    บอกแล้ว ความรักของพวกคุณมันจะทำให้พวกเราตายกันหมด รักแบบนี้มันน่ากลัวเกินไป เป็นรักที่น่ากลัวมากๆเลยนะ รักมากจนทำได้ทุกอย่างนี่ยิ่งกว่าอาวุธใดๆ รั้นพอกันทั้งคู่จริงๆ แต่ว่า...ก็เหมาะสม บ้าเอ๊ย! นี่เราหุบยิ้มไม่ได้
    #13,672
    0
  6. #13598 VKK42 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 14:57
    บัดซบ บัดซบ บัดซบ#เหล่าจือ
    #13,598
    0
  7. #13589 namtiplove2547 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 20:07
    ความจริงก็อยากให้พลิกมาเป็นเมียไท่หยางซะนี่
    #13,589
    0
  8. #13460 Cordelia Rose (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 14:52
    สงสารทั้งคู่เลยอะ นี่มัน incest ชัดๆ แต่แบบอยากให้ได้คู่กันอะะะะะ
    งือออออออ ส่งอาซิ่นมาให้ท่านพี่ที อยากให้มาแบบแยกร่างไปเลยงะ
    #13,460
    0
  9. #13376 Plankton J (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:55
    คนบ้าสองคนชอบกัน แต่ทำให้คนอื่นตายห่ากันหมด คอมเมนท์ด้วยความอคติอ่ะบอกตรงๆ
    #13,376
    0
  10. #13146 Park K. (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 18:29
    หน่วงมาก สงสารพวกเค้ามาก รักกันแต่อยู่ด้วยกันไม่ได้ ตอนแรกคิดว่าเป็นแค่ไท่หยางที่อยากแกล้งเฉยๆ ไม่คิดว่าเทียนหยางจะรู้สึกด้วย มันเหมือนที่ไท่หยางเป็นแบบนี้ก็เพราะรักแต่ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็เป็นเพราะความรัก มันเศร้ามากเลยอะ ตาบวมเลยค่ะ ยกนิ้วให้ไรต์เตอร์เลย
    #13,146
    0
  11. #13111 mommommae (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 06:03
    สองคนนี้โคตรทำคนอื่นเดือดร้อน เพลีย
    #13,111
    0
  12. #13050 เมมฟิส (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 18:45
    อยากให้องค์รัชทายาทและจวิ้นอ๋องได้ครองคู่กันมากๆ
    #13,050
    0
  13. #13017 มูตี้ (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 17:59
    ^_____^
    #13,017
    0
  14. #12986 มีความเม่น (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 10:32
    มันเจ็บกระดองใจ
    #12,986
    0
  15. #12841 ploypoiza (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 20:20
    ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะร้องแล้วอ่ะ ไรท์คิดดูเหอะ YoY
    #12,841
    0
  16. #12821 PuingSama (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 13:14
    แงงงงงงงงงงงงงงงง โอ้ยยยยยยยย หน่วงอะไรขนาดนี้
    #12,821
    0
  17. #12659 แบ้กฮายอน (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 19:26
    อะไรจะสาหัสขนาดนั้นอ่ะแก เขาจะได้รักกันจริงๆบ้างมั้ย ฮื่อ สงสารอ่ะ
    #12,659
    0
  18. #12505 noeell (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 22:57
    แกกกกกกก ฉันยกให้เป็นนิยายขึ้นหิ้วเลยจริงๆโอ้ยยความหน่วงนี้
    #12,505
    0
  19. #12426 Ayaaaaaa (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 18:58
    พี่น้องกันรักกันไม่ได้ต่อให้รักมากแค่ไหนก้เปนไปไม่ได้ นอกจากว่าฮองเฮาจะมีชู้อ่ะนะแต่ใครจะยอมบอกเนาะว่าตัวเองมีชู้ เฮ้อออออเศร้า
    #12,426
    0
  20. #12165 gift2&8 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 03:04
    ชอบคู่นี้จัง อยากให้ลงเอยด้วยดี หน่วงมาก แบบรักต้องห้าม ไม่อาจอยู่ด้วยกันได้
    #12,165
    0
  21. #11916 PelviS (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 09:18
    สรุปคือเทียนหยางรักไท่หยางมาตลอด แต่ต้องหลีกเลี่ยงเพราะไม่ให้รัชทายาทเดือดร้อน สงสารท่านแม่ทัพจับใจ...
    #11,916
    0
  22. #11854 Zoul_Zap (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 20:01
    เราชอบคู่ไท่หยางเทียนหยางนะ

    ยังไงดี ทั้งที่มีใจให้กันแต่รักกัน
    ไม่ได้ มันทรมาน บีบหัวใจ
    หน่วงสุดๆอ่ะ

    คนหนึ่งถอยหนี อีกคนพยายามเข้าหา
    คนหนึ่งปากแข็ง
    อีกคนก็ปากหนักไม่แพ้กัน

    ความรักต้องห้าม. ที่ไม่อาจ
    ครองคู่กันได้

    ที่เทียนหยางทำไปก็เพื่อปกป้องไท่หยาง. ทำโดยที่ไท่หยางไม่รู้เจตนา ว่าเพื่อตัวเองเพื่อตัวของ
    ไท่หยางเองทั้งนั้น

    แต่เจ้จะไม่ปลื้ม ก็ตอนที่ทั้งคู่ดึงคนที่ไม่เกี่ยวข้องมาเป็นเครื่องมือประชดประชันความรักของทั้งสองนี่แหละ. ทำคนอื่นวุ่นวายไปหมด
    เฮ้ออออ

    บางทีนะ บางที
    ถ้าลองหยุดคนละก้าว
    แล้วลองเผชิญกับปัญหา
    ตรงหน้ามันอาจจะทำให้
    ้อะไรดีขึ้นก็ได้

    # ไท่เทียน คู่โหดฮาดคอร์

    #11,854
    0
  23. #11653 princeweak2 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 09:21
    น่าสงสารไปทุกคน
    #11,653
    0
  24. #11636 อัลฟินด์ (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 02:40
    เศร้า แสดงว่าจวิ้นอ๋องเองลึกๆก็รักไท่หยางสินะ เฮ้อ ความรักหนอ ;-; เพราะเหตุผลเดียวที่บอกไม่ได้ทำร้ายทุกคน ถ้าเลือกได้ จวิ้นอ๋องคงไม่เลือกทางนี้ แต่ไท่หยางไม่เหลือทางเลือกให้เอง ช้ำไต คู่รักเอสเอ็ม ฮือออออ
    #11,636
    0
  25. #11630 kainuber9 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 01:32
    รักที่ไม่อาจอยู่ด้วยกันได้
    #11,630
    0
  26. #11603 tamora (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 21:39
    เหอๆ พอกัน ท่านอ๋องก็ใช้เจ้าเต่ามาเป็นเบี้ยมากันรัชทายาท สมควรแล้วที่จะโดนวางยาจนโดนอาซิ่นยึดร่างไปพักนึง ส่วนรัชทายาทก็บ้าคลั่งไม่สนชีวิตผู้อื่นที่โดนลากมาเกี่ยวข้อง พอกันจริงๆ อยากให้อาซิ่นมีร่างใหม่แล้วก้หนีไปใช้ชีวิตกับเจ้าเต่าปล่อยสองคนนี้ไว้แบบนี้แหละ พอๆกันจริงๆ นิสัยไม่ดีทั้งคู่เลย
    #11,603
    1
    • #11603-1 mommommae(จากตอนที่ 76)
      16 พฤษภาคม 2560 / 06:04
      เห็นด้วยเลยค่ะ
      #11603-1