ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 75 : สุราชั้นเลิศผลึกแข็งค้าง (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    18 มี.ค. 60






เสียงติงตังของพิณดังเสนาะหูคลอเคล้ากับเสียงหิมะกระทบหลังคา เบื้องนอกคือสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่แม้ไร้มู่ตานยังคงมีดอกเหมยผลิบาน แต้มสีแดงบนสีขาวโดดเด่นงามตายิ่งนัก ดลให้ทิวทัศน์เบื้องหน้างดงามราวกับภาพฝัน



ภายในห้องหับโอ่โถงงามวิจิตร มีร่างของบุรุษสองคนนั่งเผชิญหน้า น้ำชาถูกยกออก เหลือเพียงสุรารสดีสองกา เบื้องหน้าคือกระดานหมากสี่เหลี่ยมอันแสนคุ้น หนึ่งหมากดำ อีกฝั่งมากขาว ยังไว้ด้วยบุรุษผู้หนึ่งที่ถูกจับมัดไพล่หลังคุกเข่าอยู่ไม่ไกล โดยที่เบื้องหน้ายังมีกล่องใส่อาหารบรรจุยาสำหรับผู้ป่วย ข้างกายนั้นคงไว้ด้วยองครักษ์รูปร่างกำยำสูงใหญ่ท่าทางหนักแน่นจริงจัง ด้านหลังนั้นยังมีหญิงงามผู้หนึ่งก้มหน้าก้มตาบรรเลงพิณโดยไร้ปากเสียง



กลืนยาลงคอราวกับไร้รสชาติ แท้จริงยานี้ขมนักแต่สิ่งที่พบพานเบื้องหน้ากลับขมยิ่งกว่า ข้าหรุบตาลงเล็กน้อย วางถ้วยยาลงข้างกายเสียหลังดื่มจนหมด พอมีเรี่ยวแรงฟื้นคืนมาบ้างแล้วแต่อย่าได้เอ่ยถึงหลบหนี สภาพเช่นนี้ให้ยกถ้วยยาขึ้นจิบยังเหนื่อยอ่อนเกินกำลัง หากก็ไม่ปรารถนาให้เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ขุ่นคลั่กคู่นั้นป้อนให้แต่อย่างใด



กระชับฝ่ามือที่วางบนหน้าขา ข้าพยายามอย่างยิ่งที่จะสงบใจแม้ทำได้ยากเพียงไหน บัดนี้ในห้วงคิดนั้นอึงอลเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย หนึ่งทั้งโศกเศร้าปนโกรธกริ้ว หนึ่งยังคาดไม่ถึงและรู้สึกสิ้นหวังสุดประมาณ



ป่วยการแล้วที่จะกล่าวถึงเหตุผลใดๆกับหวงไท่หยาง รัชทายาทผู้ปราชญ์เปรื่องสู้อุตส่าห์จัดเตรียมมาถึงเพียงนี้เห็นแล้วข้าก็ทำได้เพียงลอบแค่นยิ้ม บอกตนเองว่าคิดผิดไปที่คาดว่าตนจะสามารถหยุดยั้งเขาไว้ได้บ้าง รอยเลือดที่ข้างแก้มอีกฝ่ายและรอยแผลลนฝ่ามือของข้านี้บ่งบอกให้ทราบว่าสายเกิน ไม่ว่าจะพยายามเยี่ยงไรก็ไม่หยุดยั้งความปรารถนาจากดวงตาคู่นั้นได้อีกแล้ว



ใช้ชีวิตคนในตำหนักตะวันออกมาแลกก็ไม่อาจทำให้หวงไท่หยางได้สติ ใช้ชีวิตขององครักษ์ข้ายิ่งมิอาจทำให้เขายอมลืมตา มาบัดนี้คนก็ยังใช้ลูกไม้เดิม นำตัวเหล่าไท่และองครักษ์ของตนเป็นเดิมพันในการละเล่นพิสดารเช่นนี้ราวกับที่ผ่านมาไม่ได้ให้บทเรียนอันใดเลย



เพราะเหตุใด..เจ้าเคยเอ่ยถามข้านับพันครั้งว่าเพราะเหตุใด ข้าหวงเทียนหยางเองก็อยากถามว่าเพราะตุใด ทำไมหวงไท่หยางจึงอยากทราบถึงเพียงนั้น ทั้งที่เมื่อกล่าวออกไปแล้วจะรานน้ำใจกันเพียงใดก็ยังต้องการทราบ เพราะเหตุใดเล่า เพราะเหตุใด..



ข้าหลับตาลง ขณะที่หมากดำเม็ดแรกถูกวางลงเบื้องหน้า หวงไท่หยางวางหมากด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสุขสันต์ พอใจที่ทุกสิ่งเป็นไปตามต้องการ ขณะที่ข้ารู้สึกวิงเวียนเล็กน้อยจึงเอนตัวพิงพนักแขนที่ถูกนำมาให้ อย่างน้อยข้าก็พอใจที่หวงไท่หยางไม่คิดโอบกอดหรือทำสิ่งใดเกินเลย ทว่าเขาก็เป็นเช่นนี้เรื่อยมา ไม่เคยล่วงเกิน ไม่เคยทำสิ่งใดมากกว่าจับมือถือแขนหรือโอบประคองเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับข้าทุกสิ่งนั้นกลับน่ากลัวอย่างยิ่ง..



หลับตาลง ข้าคะนึงหาห้วงเวลาที่ตนเองเคยเล่นหมากกับหวงไท่หยาง ในหนึ่งกระดานอันยาวนานของเรานั้นจะมีคนสิ้นชีวิต ข้าคิดถึงโลหิตที่หลั่งลงบนฝ่ามือแล้วกำมือแน่น แต่ยังไม่กลัวเท่าสบตาคู่นั้นแล้วแผ่นหลังหนาวยะเยือกโดยไร้สาเหตุ ข้าทราบดีแก่ใจว่าตนเองมิได้หวาดกลัวความตายหรือหวาดผวากับสิ่งที่หวงไท่หยางทำ ที่ข้ากลัวคือดวงตาคู่นั้น ข้ากลัวเขาที่ตนเองไม่อาจควบคุมได้ หวาดกลัวว่าความลับจะไม่อาจปกปิดไว้ได้อีก



                พิณดีดเพี้ยนไปสายหนึ่งทำให้ข้าหลุดจากภวังค์ คนเล่นคงประหวั่นจนไร้สมาธิกระมังจึงได้พลาดท่าเช่นนี้ ข้าไม่แม้แต่จะปรายตามองไปยังจ้าวลี่เซียนที่ถูกเรียกตัวมาบรรเลงเพลงให้ความสำราญ กับสตรีผู้นี้มีค่าเป็นเพียงเศษกรวดทรายที่ถูกสายน้ำแห่งอำนาจกวาดวนเข้าหาพวกเราทั้งสองเท่านั้น แม่นางจะขวัญกล้าบังอาจถึงขั้นร่วมมือกับตระกูลของตนลงมือลอบสังหารข้า ทว่าที่สุดแล้วมดปลวกก็เพียงถูกเหยียบย่ำ มิอาจสะกิดให้เสามังกรพังทลาย



                แท้จริง..ที่แท้ ข้าทราบมาก่อนแล้ว ทราบล่วงหน้ามาแล้วว่ามีคำสั่งให้ลงมือกับตนเอง ผู้ใดกันแน่ที่ยื่นคมดาบให้พ่อลูกสกุลจ้าวมาลงมือกำจัดจวิ้นอ๋องหวงเทียนหยางให้พ้นทางของตน



                ทราบแล้วว่าผู้บงการคือจื่อจิ้น คือตัวเขานั่นเอง



                “ลี่เซียน” เสียงของหวงไท่หยางดังขึ้นเมื่อข้าวางหมากขาวลงไป ข้าเหลือบมองสีหน้าผู้กล่าวเล็กน้อย มองเห็นเพียงเค้าหน้าคมคายที่ยังยิ้มระรื่นอย่างไม่น่าไว้ใจยิ่ง “วันนี้ข้าให้เจ้ามาบรรเลงพิณให้จวิ้นอ๋องฟังเป็นการขอขมาที่เคยล่วงเกิน แก้ไขความผิดฐานคิดร้าย แพร่พิษวางยาเชื้อพระวงศ์ เผื่อว่าจะช่วยบิดาเจ้าที่บัดนี้คงกำลังถูกคุมตัวไว้ในคุกหลวงได้บ้าง......” เพียงกล่าวถึงที่นี้ ร่างอรชรของจ้าวลี่เซียนก็สั่นระริก ไหล่บางสะท้านไหวและน้ำตาก็พร่างพรูออกมาราวดอกสาลี่ต้องฝน ยิ่งหวงไท่หยางยิ้มแย้มเพียงใดยิ่งมองดูแปลกตา “แล้วเหตุใดจึงสะเพร่า บรรเลงพิณอย่างไรจึงได้ทำสายพิณขาด เจ้าไม่เต็มใจขออภัยท่านอ๋องหรือ”



“ขออภัยเพคะองค์รัชทายาท ขอประทานอภัยเพคะท่านอ๋อง” จ้าวลี่เซียนคุกเข่าหน้าผากจรดพื้น สุ้มเสียงสั่นไหวนั้นเจือสะอื้นอย่างน่าเวทนา “ลี่เซียนไม่ได้ตั้งใจล่วงเกินท่านอ๋องจริงๆ ได้โปรด..ท่านอ๋องได้โปรดไว้ชีวิตลี่เซียน องค์รัชทายาทได้โปรดช่วยเหลือบิดาข้าน้อยด้วย



ข้าจ้องมองสตรีเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเฉยชา หาได้แยแสอันใดแม้นางกำลังร่ำไห้หรือคุกเข่าขอร้อง เพียงคิดว่าคนเราต่อให้เลวร้ายเพียงใดยังรู้จักห่วงชีวิตบิดามารดาหรือคนในครอบครัว สกุลจ้าวแม้จะล่วงเกินข้าไว้แต่อย่างน้อยคนก็ยังเป็นคนอยู่บ้าง หาได้ฝึกวิชาไร้ใจจนบรรลุเฉกเช่นเดียวกับบุรุษบนบัลลังก์ทองผู้นั้น



“ข้าไม่อยากฟังเสียงร่ำไห้คร่ำครวญ นำนางออกไป”



“จื่อซิ่นมิใช่ต้องการชำระความกับนางหรือ?” หวงไท่หยางเอ่ยถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม มือก็วางหมากดำลงอย่างรื่นเริง



ชำระความ? ข้าคิดแล้วนึกขัน เขากระทำราวมิทราบว่าผู้ที่กล่าวว่าจะชำระความคืออาซิ่นมิใช่ข้า การละเล่นเช่นนี้ของหวงไท่หยางสนุกตรงไหนกันหนอ เขาราวกับทำเพื่อข้าแต่ก็มิได้ทำเพื่อข้า หรือคิดว่าเพียงสังหารจ้าวลี่เซียนจะทำให้ข้ายินดี ในสายตาข้าสตรีผู้นี้หาได้มีค่าอันใด หวงไท่หยางกระทำเช่นนี้หาได้ทำเพื่อข้าไม่ เขาเพียงอยากระบายโทสะ เพียงกระทำเพื่อตนเองเท่านั้น..



อีกทั้งผู้ที่คิดสังหารข้า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังสองพ่อลูกสกุลจ้าวก็คือเขา คือหวงไท่หยางเอง แล้วข้าจะคิดแก้แค้นผู้อื่นทำอะไร



เพียงคิดถึงเรื่องราวเหล่านี้ก็รู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาอีกแล้ว ข้าเพียงส่ายหน้าอย่างเงียบงันแล้วคลี่ยิ้ม ทั้งขบขัน ทั้งสลดหดหู่ ในใจหลากรสชาดด้วยมิทราบว่าเหตุใดมาถึงขั้นนี้แล้วยังเสแสร้งแกล้งดัด ทำราวกับเราสองยังเป็นสหายรักผู้ไม่มีวันทรยศต่อกัน



                เจ้าคิดปองร้ายข้า ข้าคิดขัดขวางเจ้า ชกออกไปหมัดหนึ่งยังต้องถูกสะท้อนกลับมาหมัดหนึ่ง ทราบดีมิใช่หรือ หวงไท่หยาง  เราสองล้วนเป็นเหมือนสุราชั้นเลิศผนึกแข็งค้าง แม้รสชาติจะยอดเยี่ยมเพียงไรก็ดื่มกินมิได้ ช้าและเจ้าช้าไปมากแล้วที่จะหวนคืนกลับมาเป็นเช่นเดิม



                “เจ้าไม่มีโทสะต่อนางแล้วหรือ น่าประหลาดใจยิ่ง”



                “แท้จริงผู้ใดมีโทสะต่อนางเจ้าย่อมแจ้งใจดี” ข้ากล่าวพลางยิ้มบาง ที่หวงไท่หยางมีโทสะ ก็เป็นเพราะนางคือบุตรสาวของจ้าวหนิงเฉิงจึงคิดใช่ระบายความขุ่นเคือง หรือมิใช่



                “เช่นนี้หมายถึงเจ้าไม่ถือโทษนางที่กล้าลงมือทำร้ายตนเอง?”



                “องค์รัชทายาทเป็นผู้สั่งการให้ลงมือกับข้าด้วยตนเอง ยังจะถามเพื่ออันใด”



                สิ้นคำนั้นรอยยิ้มของหวงไท่หยางจางออกไป ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นพลันปรากฏระลอกไหว ดูราวกับตกใจและคาดไม่ถึงว่าข้าจะทราบผู้ใดลงมือ



                แปลกใจอันใด ข้าเพียงคลี่ยิ้มน้อยๆให้อีกฝ่าย คนคิดร้ายต่อข้ามีมาก คนไม่อยากให้จวิ้นอ๋องหวงเทียนหยางมีชีวิตอยู่ก็มาก หวงไท่หยางเองนับแต่ข้าออกมาจากวังตะวันออกของเขาเมื่อปีที่แล้วและตบแต่งกับหลินจวินเจ๋อเราสองก็มักเป็นปฏิปักษ์กันอยู่เรื่อย เขาคิดสังหารข้าน่าแปลกที่ใด ตอนนี้ข้าเข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้ง ทราบแล้วว่าบุรุษเบื้องหน้าเองก็ใกล้บรรลุวิชาไร้ใจเช่นกัน



                “เจ้าทราบตั้งแต่เมื่อใด”



                ข้าคลี่ยิ้ม ไม่ตอบคำถาม



                กล่าวถึงเรื่องนี้แล้วกลับเป็นเรื่องน่าสมเพชจนข้ามิกล้าเอ่ยปาก ย้อนคิดถึงเรื่องราวตอนนั้นแล้วช่างน่าขัน ข้าไม่ทราบจะเสียใจ สะเทือนใจไปเพื่ออันใดในเมื่อรู้อยู่แก่ใจว่าเป็นเรื่องธรรมดาของชนชั้นเชื้อพระวงศ์เรา ข้าจวิ้นอ๋องเองก็ควรฝึกฝนตนเองมากกว่านี้จะได้ไม่ใจอ่อนอีก หากข้าสามารถทำใจได้เร็วกว่านี้ วันนั้นคงมิต้องนั่งเสียอกเสียใจดื่มสุราเมามายจนเป็นเหตุให้ตนเองพลาดพลั้งถูกพิษเข้าจริงๆ



                ข้ามองดูหวงไท่หยางที่มีท่าทีชะงักงันขึ้นมาเหมือนคาดไม่ถึง อาการเช่นนั้นกลับทำได้อย่างน่าขันยิ่ง ข้าจ้องมองดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นที่แฝงแววร้าวราน เห็นใบหน้าหล่อเหลาเผือดลง ละครบทนี้ช่างเล่นไปได้อย่างสมจริงยิ่งนัก ท่าทางของเขาดูจะรับมือไม่ถูกจริงๆยามทราบว่าข้ารู้เรื่อง ช่างเก่งกาจ ช่างมากความสามารถสมเป็นองค์รัชทายาทแห่งเทียนจิ้นยิ่งนัก



                “ข้า.....” ข้าอันใด ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะตาย ข้าแค่อยากลองใจผู้อื่น ข้าไม่ได้ลงมือ ข้าอันใดเล่า?



                ครู่หนึ่งครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาและผู้คนที่ถูกลากเข้ามาร่วมแผนการ จากความทรงจำของข้าและสิ่งที่มองเห็นยามอยู่ในร่างอาซิ่นผู้นั้นทำให้ข้าเดาออกกว่าแปดส่วนว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร เดิมทีข้าทราบแล้วว่ารัชทายาทคิดยืมมือพ่อลูกตระกูลจ้าวเป็นปรปักษ์ต่อข้าโดยอาศัยเรื่องความสัมพันธ์ที่มีมาแต่เดิมระหว่างหลินจวินเจ๋อและจ้าวลี่เซียน ทำลายชื่อเสียงของวังจวิ้นอ๋อง ทว่าที่คาดไม่ถึงคือเป็นจ้าวหนิงเฉิงและจ้าวลี่เซียนที่ใจร้อนเกินไป ฉวยโอกาสที่หลินจวินเจ๋อดื่มสุราเมามายพลั้งปากพูดจาไม่ดีออกมา นำมาเป็นสาเหตุวางยาข้าในที่สุด



                หวงไท่หยางไม่ได้ลงมือทำ เช่นเดียวกับหลินจวินเจ๋อมิได้ลงมือทำ แต่ข้ามีโทสะต่อหวงไท่หยาง เฉกเช่นเดียวกับอาซิ่นที่มีโทสะต่อหลินจวินเจ๋อผู้นั้น ข้าทราบดีว่าเพราะเหตุใด กับผู้ที่ตนมิได้สนอกสนใจแม้ปองร้ายมาเช่นพ่อลูกสกุลจ้าวก็เพียงคิดหาทางเอาคืน แต่กับผู้ที่ตนมีใจผูกพัน การทราบว่าตนเองถูกอีกฝ่ายทำร้ายเป็นเรื่องยากจะทำใจได้



                ข้าครุ่นคิดถึงคำเตือนของเหล่าไท่ที่เอ่ยกับอาซิ่นในยามนั้นแล้วยิ้ม ที่เคยเสียใจก็เสียใจไปแล้ว ที่เคยพลาดพลั้งเกือบตายก็ผ่านมาแล้ว มายามนี้เห็นหวงไท่หยางกำลังแสดงละครบทนี้ต่อหน้าข้ากลับไม่มีโทสะ เพียงยิ้มแย้มหัวเราะหยันในใจ บอกตนเองว่าต้องฝึกหัดวิชาไร้ใจให้มากขึ้น เขาไร้ใจกับข้า ข้าเองก็ควรไร้ใจกับเขา ท่ามกลางคมอกคมดาบของอำนาจ ข้ามิอาจใจอ่อนได้อีกแล้ว



“ข้าเป็นคนสั่งการเอง” เงียบงันกันไปอึดใจหนึ่งหวงไท่หยางก็คลี่ยิ้มและกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง ฟื้นคืนมาจากท่าทีที่ราวกับคาดไม่ถึงนั้นและลุกขึ้นช้าๆ ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นยืนมองภาพทิวทัศน์เบื้องนอก มือข้างหนึ่งถือเม็ดหมากดำไพล่หลัง ท่าทางราวเอื้อนเอ่ยบทกวีหาได้ยอมรับว่าตนคิดลงมือสังหารข้าแต่อย่างใด



“ข้าสั่งการไปว่าควรเริ่มลงมือแล้ว ยอมรับว่าเดิมทีก็คาดไม่ถึงอยู่บ้างที่คนเหล่านั้นกล้าถึงขั้นวางยาพิษ ดังนั้นข้าจึงมีโทสะ..แต่ฆ่างั้นหรือ กำจัดงั้นหรือ เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้นเล่า ข้าคิดว่าเจ้ารู้ใจข้ายิ่ง แต่เรื่องนี้ถือว่าคาดผิด ข้าจะทำเช่นนั้นกับเจ้าได้เยี่ยงไร จื่อซิ่น..ผู้ใดจะกล้าคิดถึงเพียงนั้น ฆ่าเจ้าให้ตายแล้วก็ต้องหายไป เหตุใดข้าจะต้องทำเช่นนั้น ข้าเพียงอยากเด็ดปีก เด็ดหาง หักแข้งขาเจ้าทีละข้าง ทีละข้าง เพื่อจะได้นำมาไว้ข้างกายอย่างสมบูรณ์”



“...หากสามารถทำได้แล้ว ไม่ว่าคำตอบใดที่ไม่ได้รับก็ย่อมจะได้ และไม่ว่าเจ้าดิ้นรนเพียงใดก็มิอาจหนีออกไป เช่นนี้มิใช่ดีกว่าฆ่าคนหรอกหรือ จะอย่างไรเราก็เป็นญาติสนิทชิดเชื้อ ทั้งยังร่ำเรียนเขียนอ่านด้วยกันมานาน ข้าหรือจะใจโหดทำร้ายเจ้าถึงชีวิตเยี่ยงนั้น อย่าได้กล่าวว่ามีวังจวิ้นอ๋องอยู่ยังดีกว่าไม่มี เจ้าว่าข้าคิดถูกหรือไม่?”



ร่างสูงในอาภรณ์สีมะเกลือสะบัดชายอาภรณ์ครั้งหนึ่งก็ทรุดตัวลงข้างกาย หวงไท่หยางนั่งเบียดประชิด แผ่ไออุ่นมายังร่างของข้า อ้อมแขนพาดวางบนเอวอย่างสุภาพ กระทำราวกับเพื่อคลายความเหน็บหนาวขณะใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มอย่างจริงใจ ใบหน้าหล่อเหลาเอียงมาสบตาในระยะประชิดด้วยรอยยิ้มเจิดจรัสงดงามยิ่งราวกับมิได้กล่าวถึงเรื่องน่ากลัวขึ้นมา



ปลายนิ้วเรียวไล้ข้อมือขาว เคาะเบาๆลงบนหลังมือข้าข้างที่คีบเม็ดหมากแผ่วเบา เพียงสะกิดข้าก็เผลอทำเม็ดหมากหลุดจากมือ หวงไท่หยางหัวเราะแผ่วเบา ดวงตาคู่นั้นแฝงแววเจ้าเล่ห์เจ้ากลไม่น้อย แววตาบางอย่างที่เคยวาบหายไปผุดขึ้นมาอีกครั้งอย่างเงียบงัน รัชทายาทกุมมือข้าไว้แล้วบีบเบาๆ ทำท่าสนิทชิดเชื้อหาได้สนใจสายตาผู้อื่น



“หวังควบคุมข้างั้นหรือ?” ข้าบังคับให้น้ำเสียงสงบราบเรียบไร้อารมณ์ แต่ความพยายามนี้เป็นไปได้ยากนักเพราะใจมิอาจสงบได้ ไม่อาจควบคุมสีหน้าและแววตายามหวงไท่หยางตวัดข้อมือโอบรัด กระชับร่างอันไร้เรี่ยวแรงไปเกยตัก กระทำราวกับเห็นข้าเป็นหญิงคณิกาจนต้องหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอาย



“เดิมทีข้าเองก็มียาแก้พิษ” หวงไท่หยางหัวเราะแผ่วเบา ได้ยินดังนั้นดวงตาของข้าก็กระจางวาบ



“องค์รัชทายาทช่างปรีชายิ่ง”



มิน่าคนจึงพยายามที่จะยกเลิกมิให้ข้าที่ยามนั้นถูกอาซิ่นใช้ร่างกายอยู่ทำข้อตกลงกับองค์ชายเจ็ดแห่งไห่เยี่ยน หวงไท่หยางทราบแล้วว่าข้าถูกยาพิษและยังมียาแก้พิษอยู่กับตัว แต่ด้วยต้องการควบคุมข้ายามนั้นจึงไม่บอกกล่าวและพยายามบีบคั้น วางกลอุบายมิให้จวิ้นอ๋องตกลงกับทางไห่เยี่ยน หวังให้ข้าหมดทางเลือกแล้วจึงจะมาเสนอตัวว่ามียาแก้พิษ เช่นนั้นชีวิตของข้าก็อยู่ในมือของเขา จะถูกวางไปไหนก็ย่อมต้องไปตามใจ คิดให้ทำอะไรก็ต้องทำอย่างไม่อาจเลี่ยง



“จื่อซิ่นชมกันเกินไปแล้ว”



ข้านิ่งเงียบ หลับตาลงไม่กล่าวสิ่งใด ด้วยใบหน้าของหวงไท่หยางอยู่ใกล้เกินไปการจะไม่มองจึงต้องทำเช่นนี้ ข้าพยายามผ่อนคลายอารมณ์ของตนมิให้มีโทสะ ระงับความรู้สึกบางอย่างที่พลุ้งพล่านอยู่ในใจ ใจหนึ่งอยากเงยหน้าขึ้นหัวเราะ อีกใจก็นึกอยากต่อว่าต่อขาน แต่พูดแล้วอย่างไร ไม่พูดแล้วอย่างไร เรื่องราวผ่านมาแล้วไม่อาจเปลี่ยน ที่สุดแล้วสิ่งที่ข้าทำได้คงมีเพียงนิ่งงัน



“เป็นเพราะเจ้าไม่ยอมบอกข้าเอง”



“อึก--!!



โทสะแล่นฉิวขึ้นมาเพียงได้ยินว่าทุกสิ่งเป็นเพราะเรื่องนั้น ใจข้าเต็มไปด้วยความผิดหวังว่าหวงไท่หยางอยากเอาชนะกันถึงเพียงนี้เชียวหรือ เพียงข้าไม่ตอบว่าเหตุใดจึงคิดแต่งงานกับหลินจวินเจ๋อก็ยึดมั่นถึงเพียงนี้ แต่เมื่อลืมตามาคิดกล่าวคำใดกลับเป็นตนเองที่นิ่งอึ้ง ด้วยใบหน้าของหวงไท่หยางขยับมาประชิดอย่างรวดเร็วและฉวยโอกาสจุมพิตอย่างไม่รั้งรอ



รอยจูบนั้นเร่งร้อน เต็มไปด้วยความเอาแต่ใจ เป็นจุมพิตของหวงไท่หยางแน่แท้ แต่ข้าไม่ปล่อยเวลาให้เขาแม้คิดจะคั้นน้ำหวานจากริมฝีปาก จูบนี้แม้เป็นเช่นไรแต่ข้ามิอาจยอมรับ มิอาจยอมได้ แม้หวงไท่หยางไม่ทราบแต่ข้าทราบว่าเรามิอาจกระทำเช่นนี้ รัชทายาทเช่นเขาไม่ควรจุมพิตข้าโดยเฉพาะอยู่ต่อหน้าผู้คน!



“เจ้าไปร่ำเรียนวิชาจากสตรีในห้องหอมาหรือ จึงนิยมหวงตัวซ้ำชอบลงไม้ลงมือเช่นนี้”



“ปล่อยข้า!” ขบกัดริมฝีปากอีกฝ่ายจนเป็นรอยเพื่อแสดงอาการไม่ยอมจำนนหลังถูกยื้อฝ่ามือไว้ไม่ให้สะบัดถูกใบหน้าอีกฝ่าย ข้าถลึงตาใส่หวงไท่หยางอย่างลืมตัว ไม่สนใจแม้ใบหน้าของตนจะร้อนผ่าวอย่างผิดปกติ ข้าเองก็ไม่อยากทำตัวเป็นสตรีเอะอะก็ตบหน้าลงไม้ลงมือเช่นเขาเอ่ยถึง แต่จะให้ทำอย่างไรได้ เรี่ยวแรงที่มียังไม่ฟื้น หากร่างกายไม่อ่อนแอมีหรือจะยินยอมถูกกระทำเช่นสตรีผู้หนึ่ง



“เจ้าทำตัวราวมิเคยถูกบุรุษแตะเนื้อต้องตัว” หวงไท่หยางยิ้มกว้างเสียจนมองเห็นเขี้ยวเล็กๆวาววับ ดวงตาคู่นั้นเป็นประกายชั่วร้ายอย่างปิดไม่มิดยามขยับตัวเข้ามาทาบทับ “กับแม่ทัพแดนใต้ผู้นั้นสนิทสนมกันเพียงไรมีหรือข้าจะไม่เห็น แล้วเหตุใดกับแค่จับต้องเล็กน้อยผู้นี้จึงเหนียมอายไปได้”



“คนผู้นั้นเป็นสามีของข้า ย่อมทำได้”



“หึ” เดิมที กล่าวเรื่องสามีไปก็ด้วยหวังให้หวงไท่หยางรู้ตัวว่ากำลังทำตนไม่เหมาะสม แต่ข้าไม่คิดว่ามันจะกลับเป็นการกระตุ้นวิธีหนึ่ง ข้อมือทั้งสองข้างถูกบีบรัดแน่นขึ้นเสียจนเจ็บขณะร่างของข้าถูกผลักให้นอนหงาย หวงไท่หยางหัวเราะออกมาราวกับรื่นรมย์ หากแววตาคู่นั้นไม่มีแววรื่นเริงยินดีแม้แต่น้อย ตรงข้ามดวงตากลับขุ่นคลั่กและเต็มไปด้วยระลอกคลื่นแห่งโทสะ



“สามี..เป็นสามีของเจ้า จื่อซิ่น ที่สุดแล้วข้ากับเจ้าก็กลับมาสู่คำถามเดิม คำถามที่ข้าไม่เคยได้คำตอบว่าเพราะเหตุใด” แรงกดที่ข้อมือแน่นขึ้นจนข้าเผลอนิ่วหน้า กระนั้นยังจ้องหน้าหวงไท่หยางไม่วางตาด้วยรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล ข้าเห็นแววตาสีน้ำตาลอันไร้ก้นบึ้งวูบไหวคราใดก็รู้สึกไม่ไว้วางใจขึ้นทุกที “ข้าไม่เชื่อ ไม่เคยเชื่อว่าเจ้าจะแต่งกับมันด้วยรัก หลินจวินเจ๋อแม่ทัพโง่เง่าผู้นั้นน่ะหรือคนที่เจ้าอยากอยู่ด้วยชั่วชีวิต ตัวโง่งมที่ตกหลุมพรางข้าครั้งแล้วครั้งเล่าน่ะรึ ไม่มีทาง...ไม่มีทางเป็นไปได้”



“ความรักเกี่ยวอันใดกับความโง่งม” ข้าจ้องตาเขาไม่วางตา พยายามระงับอาการสั่นสะท้านของตนเอง ขยับข้อมือ ดิ้นรนเพื่อหลบหนีจากพันธนาการอย่างไร้กำลังจนนึกหงุดหงิด



“ย่อมไม่เกี่ยว” หวงไท่หยางเงยหน้าขึ้นหัวร่อก่อนจะกลับมาจ้องเขม็ง “แต่สำหรับเจ้า ข้าไม่เชื่อว่าไม่เกี่ยว คนผู้นั้นไม่มีทางครองใจเจ้าได้ ข้ารู้..เจ้ารู้ เราสองรู้จักกันมากี่ปีเล่าจื่อซิ่น แววตาของเจ้าที่มองเขามิได้เหมือนแววตาของคนรักเลย แววตาที่เจ้ามองเขา ไม่เหมือนแววตายามที่เจ้ามองข้าแม้แต่น้อย”



องค์รัชทายาทกล่าวอย่างเยือกเย็นขณะสบตาข้านิ่ง คำพูดนั้นประโยคใดก็ไม่น่ากลัวเท่ากับคำหลัง วาจานั้นทำให้ลมหายใจขาดห้วง ข้ารู้สึกเหมือนถูกดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นจ้องมองจนทะลุ ไม่อาจปกปิด ไม่อาจเสแสร้งหรือทำอันใดได้ ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้ตนเองทำสีหน้าใดออกไป ทราบเพียงว่ามันทำให้หวงไท่หยางยิ้มอย่างพอใจเป็นที่สุด



“เพราะอะไร..พูดสิ จื่อซิ่น พูด..พูด” ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาประชิดแล้วขบกัดริมฝีปากข้าอย่างแรงจนเจ็บ ทุกคำพูด ทุกสิ่งที่กล่าวนั้นหาได้สนใจว่ามีผู้อื่นฟังอยู่หรือแยแสสายตาผู้ใดแม้แต่น้อย ขณะที่ข้าพยายามจ้องตาอีกฝ่ายไม่หลบ ไม่อาจหลบและแสดงความอ่อนแอออกมาเพราะเกรงว่าจะทำให้ตนเองพลาดพลั้ง



ข้าพูดไม่ได้ บอกออกไปไม่ได้ ถ้าข้ากล่าวออกไปทุกอย่างจะพังทลายลงไป ความพยายามที่แล้วมาทุกสิ่งจะล้มเหลว แม้จะอยู่ในสถานการณ์เช่นไรก็ไม่อาจ...



“เจ้ายังคงนิยมดื้อด้านเช่นนี้” หวงไท่หยางหัวเราะเบาๆ ท่าทางอารมณ์ดีนักเมื่อเห็นว่าบีบคั้นเช่นไรข้าก็ไม่ตอบ ซ้ำยังคลอเคลียเฝ้าจูบผู้อื่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่อายยิ่ง “ไม่กล่าวงั้นหรือ..ย่อมได้ เจ้าไม่กล่าวระวังจะสายเกินแก้ หรือหากเจ้าไม่สนใจว่าจะสายไป ข้าก็หาได้เดือดร้อนอันใดที่จะได้ปลุกปล้ำเจ้าต่อหน้าพ่อบ้านผู้นั้นและอนุภรรยาของตน”



เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้นข้างหู ริมฝีปากคลอเคลียจูบเบาๆราวกับรักใคร่ กระทำทั้งหยอกเล่นทั้งกลั่นแกล้งปลุกปั่นให้ต้องอับอาย ข้าทราบดีว่าเขาไม่ได้คิดจะปลึกปล้ำข้าอย่างจริงจัง แต่ดูรอบกายเล่า ทั้งเหล่าไท่ ทั้งองครักษ์ของเขา หรือกระทั่งจ้าวลี่เซียนก็ยังอยู่ตรงนี้ แม้ก้มหัวไม่กล้าเงยหน้าแต่มีหรือจะไม่รู้ว่าข้าอยู่ในสภาพน่าอายเพียงไร แล้วหากเรื่องนี้เล็ดรอดออกไปเข้าหูฮ่องเต้เล่า..



คำพูดของหวงไท่หยางดังใกล้ขึ้นเรื่อยๆขณะที่ข้าได้แต่เบิกตาโพลงจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาในระยะประชิด ริมฝีปากที่ถูกขบกัดจนเจ็บบัดนี้ถูกกัดซ้ำจนได้กลิ่นคาว ท่ามกลางจุมพิตรสชาติประหลาดข้าก็พลันนึกขึ้นได้ถึงเรื่องราวบางอย่างในอดีต ในช่วงเวลาก่อนที่จวิ้นอ๋องคนเก่าจะตายจาก เวลายามบ่ายที่อากาศร้อนอ้าวยิ่งนัก ข้าและหวงไท่หยางหลบหนีพระอาจารย์มาเล่นน้ำอยู่ที่สระบัวเล็กๆหลังตำหนักที่ห่างไกลผู้คน ข้าจำได้ว่าอากาศวันนั้นร้อนอย่างยิ่ง ร้อนเสียจนเราสองกระทำตัวเป็นเด็กน้อยอีกครั้ง ต่างฝ่ายต่างถอดเอาเสื้อผ้าออกแล้วลอยคอเล่นน้ำอย่างสุขใจ ยามนั้นยังเผลอไผลจุมพิตกันครั้งแรกอย่างเด็กคิดริลอง ยังแนบชิดคลอเคลียกันด้วยใจบริสุทธิ์ ในช่วงเวลานั้นเราทั้งสองยังเป็นแค่เด็กผู้หนึ่งเท่านั้น ต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีใครคิดว่าวันเวลาจะทำให้ทุกสิ่งเปลี่ยนไป



ช่างน่าเสียดายที่เวลานั้นไม่หวนคืนมาอีกแล้ว



ข้ากลอกตาปิดรอยชื้น ตัดสินใจหลับตาลงด้วยไม่อาจทนมองตาคู่นั้นได้อีก จูบนี้ก็ช่างเถิด ริมฝีปากเจ็บจนชาหนึบอยู่บ้างแต่ก็ไม่เป็นอะไร ข้าเองก็รู้สึกเหนื่อยอย่างยิ่งแล้ว และไม่อยากดิ้นรนสิ่งใดอีก หากหวงไท่หยางคิดจะบีบคั้นถึงขั้นนั้นจริงๆก็ช่างเถิด เขาเองก็ทราบดีว่าการทำเช่นนี้ไม่ได้อะไรนอกจากความพอใจชั่วครู่และความแตกหักอันยาวนาน



แต่ข้าพูดไม่ได้ ข้าไม่อาจบอกได้ มีสิ่งเดียวจริงๆที่ไม่อาจให้เขา



รู้สึกคลายมีเสียงสูดหายใจลึกด้วยแรงโทสะและแรงบีบที่ข้อมือแน่นขึ้น การกระทำนี้คงไปยั่วโทสะอีกฝ่ายแน่แท้ ดังนั้นข้าจึงรอดูว่าจะได้รับพายุโทสะเช่นไรตอบกลับมา มิคาดว่าอีกอึดใจจะได้ยินเสียงเอะอะบางอย่างที่ด้านนอก มันฟังคล้ายเสียงฝีเท้า เสียงอาวุธกระทบกัน และเสียงของการต่อสู้ซึ่งไม่บังควรเกิดขึ้นที่สุด



ที่นี่คือวังตะวันออก แม้จะเป็นวังที่ประทับของรัชทายาทที่แยกออกมาจากวังหลวงก็ยังถือว่าอยู่ในเขตพระราชฐาน และการถือดาบเข้ามาหรือการต่อสู้ในนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นโทษร้ายแรงอย่างยิ่ง



แรงกดที่ข้อมือหายไปแล้ว ทำให้ข้าลืมตาขึ้น ลางสังหรณ์ร้ายแรงบางอย่างแล่นวาบเข้ามาในใจ ข้ามองเห็นรอยยิ้มอันเต็มไปด้วยความพึงพอใจของหวงไท่หยาง ขณะที่มีเสียงฝีเท้าของทหารรักษาการณ์วังตะวันออกวิ่งหนักๆเข้ามา ข้าผุดลุกขึ้นมองร่างในชุดเกราะที่ประสานมือ ก้มหน้าคุกเข่า กล่าวรายงานเสียงดังฟังชัด



“เรียนองค์รัชทายาท เมื่อครู่แม่ทัพหลินพกดาบเข้ามาร้องขอเข้าเฝ้า เมื่อข้าบอกว่าไม่อนุญาตหากไม่ถูกเรียกเข้าพบก็ต่อสู้กับทหารของเราบุกเข้ามาในวังแล้วพะยะค่ะ!



“บุกรุกเขตพระราชฐาน ถือดาบเข้าวังตะวันออก เช่นนี้ถือว่ามีโทษใดนะจื่อซิ่น” ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจแล้วจึงหันมามองข้าช้าๆ สบตาอย่างรื่นรมย์เป็นที่สุดพลางกดรอยยิ้มลึกที่มุมปาก



“ข้าบอกเจ้าแล้ว ไม่ยอมพูด ระวังจะสายเกินแก้”



เสียงฝีเท้าดังตึงขึ้นมาพร้อมกับร่างของหลินจวินเจ๋อที่เห็นมาแต่ไกล ข้ามองร่างสูงใหญ่ในชุดขุนนางบู๊ของอีกฝ่าย เย็นวาบไปตั้งแต่หัวจรดเท้ายามเห็นรอยยิ้มพึงใจของหวงไท่หยางและท่าทางหุนหันเต็มไปด้วยความเร่งร้อนของแม่ทัพแดนใต้ คนยังถือดายใหญ่เอาไว้ รอบกายคือทหารของวังตะวันออกที่ดูอย่างไรก็ทราบได้ว่าเจ้านายกำชับกำชามาล่วงหน้าว่าอย่าได้ต่อตีรุนแรง



“หลินจวินเจ๋อเข้าเฝ้าองค์รัชทายาท ข้ามารับตัวจวิ้นอ๋องกลับวัง!



น้ำเสียงกังวานหนักแน่นของแม่ทัพแดนใต้ดังชัดเจน ร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งด้วยท่าทีพร้อมเผชิญหน้าแม้วาจาจะเต็มไปด้วยมารยาท ข้ามองดูหลินจวินเจ๋อแล้วตัวสั่นเยือก ไม่ต่างจากเหล่าไท่ซึ่งส่งเสียงครางเบาๆในลำคอ เราสองต่างทราบดีว่าถึงขั้นนี้แล้วจะเกิดสิ่งใดขึ้น



บุกรุก ถือดาบเข้าวังตะวันออกมีโทษใด ต่อสู้กับทหารของรัชทายาทมีโทษใด ถึงขั้นถือดาบมาเบื้องหน้าองค์รัชทายาทแล้วต่อให้จะบอกว่ามารับตัวจวิ้นอ๋องแล้วฟังขึ้นหรือ ปองร้ายรัชทายาทไม่ต่างอันใดกับปองร้ายฮ่องเต้ ไม่ว่าเป็นผู้ใด ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่เพียงไหนเจอข้อหานี้ต่างก็หนีไม่พ้น..



“เจ้าไม่ยอมพูดเสียที ให้ข้าบังคับต่อไปก็เท่านั้น จวิ้นอ๋องไม่พูดไปตลอดชีวิตก็ไม่เป็นไร เจ้าจะแต่งงานกับคนผู้นี้ด้วยสาเหตุใด หนีข้าทำไม ข้าไม่เอาคำตอบก็ได้...”



“เอาชีวิตหลินจวินเจ๋อได้เป็นพอ”



บุกรุกเข้าวังตะวันออก ปองร้ายรัชทายาท ถือเป็นกบฏ โทษประหารไม่มีงดเว้น



แท้จริงแล้วหมากที่วางไว้ไม่ได้มีเพียงแค่ข้า หวงไท่หยางมิได้หมายแค่คิดลากจวิ้นอ๋องมาวังตะวันออก วางยากักตัว หรือแม้กระทั่งเรื่องเล่นหมากรุกเดิมพันชีวิตเหล่าไท่ก็เป็นเพียงเรื่องแหกตา แท้จริงแล้วเป้าหมายคือหลินจวินเจ๋อ คือการใช้ข้าเป็นเหยื่อล่อให้แม่ทัพแดนใต้ตกหลุมพรางในที่สุดนั่นเอง...



                หวงไท่หยางต้องการฆ่าหลินจวินเจ๋อ



                ต่อให้ข้าไม่ยอมเอ่ยปากบอกว่ารักเขาชั่วชีวิต ก็ขอแค่ข้าไม่มีใครอยู่ข้างกาย แค่สามารถเด็ดแข้งขา เด็ดปีกหาง สามารถบงการจวิ้นอ๋องไปได้ตลอดชีวิตก็พอ



                เพราะเหตุนี้ข้าจึงกลัว ความรักของเขาเหลือเกิน...




------------------



มาแล้ว ตอนที่แล้วเห็นวิเคราะห์กันหนักมากก /พนมมือเลยค่ะ55


อันนี้มาเฉลยแล้ว ขอเป็นข้อๆเลยก็คือ



-          เรื่องเริ่มมาจากจวิ้นอ๋องจะแต่งงานกับหลินจวินเจ๋อเพราะหลอนเรื่องรัชทายาทไม่ไหวแล้ว แต่ไท่หยางไม่พอใจ เลยมีการลากตัวไปก่อนแต่ง แต่สุดท้ายก็ขวางไม่ได้ จวิ้นอ๋องเลยได้แต่งงาน + ได้ราชโองการจากฝ่าบาทด้วยว่าไม่มีอะไรห้ามติดต่อกัน

-          หลังจากนั้นก็มีการกระทบกระทั่งกันเบาๆหลายรอบ แต่เนื่องจากจวิ้นอ๋องเลือกใช้กลยุทธ์หมอบ(?) คือแสร้งอ่อนแอ พอแต่งงานแล้วยอมคน ยอมโดนรังแก เลยไม่ได้ปะทะกันตรงๆมากนัก

-          ไท่หยางมอบหมายหน้าที่แทะ(?)จวิ้นอ๋องให้สกุลจ้าว เป็นที่มาของการทำให้ชื่อเสียงเสียๆของจวิ้นอ๋องแพร่หลาย แต่หลังๆคือขี้เกียจจะรอ เลยกะให้เล่นหนัก ทำยังไงก็ได้ให้จวิ้นอ๋องเลิกกับหลินจวินเจ๋อ

-          พ่อลูกสกุลจ้าวเลยฉวยโอกาสที่หลินจวินเจ๋อเมาแล้วพูดจาแย่ๆ วางแผนวางยาจวิ้นอ๋อง

-          ที่เทียนหยางเมาร้องไห้ร้องห่มไม่ใช่เพราะทั่นพี่ แต่เป็นเพราะรู้ว่าไท่หยางคิดจัดการตัวเองล่ะ (แต่ไม่รู้นะว่าจะโดนวางยา)

-          ทีนี้พอโดนวางยา มีอาซิ่นมาเข้าร่าง ตอนหลังไท่หยางก็รู้เรื่องโดนวางยา ก็โกรธอยู่แต่พอคิดดูก็ใช้เป็นประโยชน์ได้ ดังนั้นเลยคิดเอาเรื่องยาพิษบีบจวิ้นอ๋อง สังเกตได้จากช่วงเดินทางว่าพยายามจะขวางการรักษาเหลือเกิน จนอาซิ่นบ่นว่าอยากให้กุตายมั้ยย หลายรอบนั่นเอง

-          หลังจากกลับมา ก็เห็นว่าตัวจริงมาแล้ว เลยฉวยโอกาสหลังคดีจ้าวหนิงเฉิงลากมาวังตะวันออก ทำนั่นทำนี่ แต่เป้าหมายจริงๆเลยคือจะกำจัดหลินจวินเจ๋อเพราะรู้ว่าถ้าตัวเอกลากจวิ้นอ๋องมานานเข้า หลินจวินเจ๋อก็ต้องรู้แน่ๆ

-          กุไม่ได้ใครก็ไม่ต้องได้ เพราะแบบนี้ไท่หยางจึงน่ากลัว  ส่วนท่านพี่...นี่เราจะไม่พูดว่าซวย เพราะมันเกินกว่านั้นมาแล้ว55555/ทั่นพี่ตรบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13784 nanq (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 15:54
    ว่าแล้วว่าต้องชอบกันแน่ๆ เพราะเป็นพี่น้องกันสินะเลยพูดไม่ได้ โอ่ยยคนง้ามลูกแหม้ แต่คนที่น่าสงสารที่สุดคือหลินจวินเจ๋อ คือไม่เกี่ยวไรเล้ยโดนลากมาพัวพันกับเรื่องทุกเรื่องแบบงงๆ มีศัตรูแบบงงๆ
    #13,784
    0
  2. #13720 Amarry (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 00:10
    เพราะไม่ยอมให้นางฟ้าคนงามกลับสวรรค์ อิพี่ไท่หยางแกรักได้รุนแรงมาก สงสารคนงามบ้าง แกเอาแต่ใจเกินไปแล้วนะ แสดงออกแบบคนปกติเค้าทำกันแกคงได้ยินคำว่ารักจากเทียนหยางไปนานแล้ว

    ต้องการคู่นี้อีก แต่ครั้งหน้าขออยู่กันสองต่อสองนะ 5555
    #13,720
    0
  3. #13671 DARA T. (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:45
    ใครสายบาปมารวมกันตรงนี้จ้าาาาาา สุดท้ายทุกคนเป็นหมากให้สองคนนี้เด้อสู ความรักของพวกเธอทำให้พวกเราตายกันหมด รักกันไม่ได้ยูโน้วววว รักกันมากขนาดนั้นก็ตายตกด้วยกันไปเล้ยยยย สงสารพ่อหน่องหน่อยได้ไหม พ่อหน่องคนโง่งมอะ แต่ก็เชียร์คู่บาปคู่นี้! พี่น้องเง้ อิแม่ นกรกเชิญทางนั้นค่ะ /ผายมือ
    #13,671
    0
  4. #13613 I'm Princess. (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 14:53
    ม่ายยยยย รับคู่นี้ไม่ได้อย่างแรง!! คนงามของช้านนน--//โดนลากไปเก็บ
    #13,613
    0
  5. #13459 Cordelia Rose (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 14:38
    งืมมมมม ก็กะไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าไท่หยางคงรักเทียนหยางนั่นแหละ
    แต่เป็นคนที่แสดงออกได้ห่วยแตกบรม นอกจากจะทำให้รักยากแล้วยังกลัวด้วย
    แต่ถ้าแยกร่างอาซิ่นกับเทียนหยางได้จริงๆ นี่จะเชียร์ให้ไท่หยางกะเทียนหยางได้กันนะ55555
    #13,459
    0
  6. #13375 Plankton J (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:49
    อ่ะจ้ะ เพราะกลัวเลยทำให้คนอื่นล้มตายกันหมด โอ้ย ไม่ชอบเข้าไปใหญ่
    #13,375
    0
  7. #13162 sujukiat (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 03:28
    โอ๊ะ อ่ะ ย้ายมาหารัชทายาท นี่อ่านไปใจเต้นไป อะไรจะอินขนาดนั้น ชอบจริง จวิ้นอ๋องกับรัชทายาท แล้วส่งฉู่เหวินไปเข้าร่างคนรักอาซิ่นในยุคปัจจุบันที ส่วนเจ้าลูกเต่ายกให้เหล่าไทละกัน
    #13,162
    0
  8. #13145 Park K. (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 18:10
    จริงๆแล้วน้องแอบสร้างเรือองค์รัชทายาทกับท่านอ๋องไว้อย่างเงียบๆตั้งแต่เริ่มเรื่อง และวันนี้น้องจะได้เอามันออกมาแล่นอย่างเต็มภาคภูมิแล้วค่า พี่น้องท้องเดียวกันเราก็ไม่เกี่ยงค่า /ยกสมอเรือ
    #13,145
    0
  9. #13110 mommommae (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 05:53
    นั่นไงเห็นแก่ตัวทั้งคู่ สงสารบูกเต่า
    #13,110
    0
  10. #13049 เมมฟิส (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 18:18
    แม่ทัพลูกเต่าแย่แล้ว ใครก็ได้ช่วยด้วย

    ฟินองค์รัชทายาทและจวิ้นอ๋องมากๆ อยากให้ฮ่องเต้ตายไวๆ และทั้งสองก็แต่งงานให้จวิ้นอ๋องเป็นฮองเฮา
    ส่วนท่านแม่ทัพลูกเต่าก็คู่กับอาซิ่น
    #13,049
    0
  11. #13015 มูตี้ (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 17:30
    ^_____^
    #13,015
    0
  12. #12872 Lolipop (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 15:40
    คู่นี้ชอบมาก ทำไมถึงได้จิตเพียงนี้ หวงไท่หยางก็แค่รักหวงเทียนหยางมาก เป็นพี่น้องกันมันรักไม่ได้ไง ฮือออออออออออออ
    #12,872
    0
  13. #12749 KimFa-rin (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 11:05
    เดาไว้แล้ววว แต่พีคแม่งพี่น้อง
    #12,749
    0
  14. #12741 Rain The Frist (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 19:02
    กรี๊ดดด อยากให้มีโมเมนท์พระอาทิตย์ท้องฟ้านานแล้ว รู้สึกนิพพานรู้สึกมีความสุขยิ่งกว่าคู่อาซื่อ5555
    #12,741
    0
  15. #12709 Archora (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 00:52
    แล้วถ้าแต่งกับไท่หวางไปแต่แรกอะ?
    #12,709
    0
  16. #12684 ningthanaporn (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 07:57
    ความรักขององค์รัชทายาทช่าง......
    #12,684
    0
  17. #12655 แบ้กฮายอน (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 19:10
    ฮื่อ รักต้องห้าม มันบีบคั้นใจน้องยิ่งนัก แต่น้องไม่อยากให้ท่านแม่ทัพตายเลยอ่ะแต่อยู่ไปก็มีแต่เศร้าอยู่ดี เห้อ
    #12,655
    0
  18. #12525 ClouDy.M (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 11:47
    คือทั้งสองคนรักกันใช่มั้ย แต่รัชทายาทไม่รู้ว่าจริงๆไม่ใช่แค่ญาติแต่เป็นพี่น้อง ท่านอ๋องเลยไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ ทั้งคำว่ารักทั้งความจริงที่ว่าเป็นพี่น้อง แล้วพอเป็นแบบนั้นรัชทายาทก็ยิ่งจิต อ๋องก็ยิ่งต้องถอยออกมาแต่งกับเจ้าเต่า แต่นี่เอาจริงต่อให้รัขทายาทรู้ว่าเป็นพี่น้องก้โนแคร์อยู่ดีแหละ ????
    #12,525
    0
  19. #12503 noeell (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 22:37
    แกคือที่รัชทายาทไม่รู้คือนางกับอ๋องเป็นพี่น้องกัน ละรัชทายาทคืออยากได้อ๋อง แต่อ๋องกันไว้โดยการแต่งงานกะเจ้าเต่าเพราะอ๋องรู้ว่ารัชทายาทกะอ๋องเป็นพี่น้องกัน แต่รัชทายาทไม่รู้ก็เลยไม่เข้าใจว่าทำไมอ๋องต้องแต่งงานเลยพยายามจะคาดคั้น โอ้ยยยย แก คือดีใจดีใจเ-้ยๆแม่งอย่างกับสอบผ่านหลังจากตามอ่านและพยายามคิดๆ คิดไปจนถึงรัชทายาทเป็นตุ๊ดละชอบเจ้าเต่าเลยอิจฉาอ๋องเลยพยายามกลั่นแกล้ง -เอ้ยยยยยย
    #12,503
    0
  20. #12433 dnp (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 21:28
    ทำไมชอบคู่นี้55

    ทีมคนงาม
    #12,433
    0
  21. #12425 Ayaaaaaa (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 18:32
    ตกลงที่ทำไท่หยางทำมาทั้งหมดก้เพราะว่าตัวเองไม่ได้ครอบครองจวิ๊นอ๋องแล้วก้จะไม่ยอมให้ใครได้ไปใช่ไหม นี่รักรึว่าอะไรหมาหวงก้าง
    #12,425
    0
  22. #12148 OverOzone (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 01:37
    พีคแล้วพีคอีกคือเหยื่อน่าสงสารคือเจ้าเต่า.
    #12,148
    0
  23. #11523 เขาขอตังคืนแล้ว (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 18:38
    มาแจ้งข่าวจ้า คนที่พรีเรื่องนี้ กรุณา เข้าไปอ่านในนี้ด้วยค่ะ นักเขียนเคยมีคดีโกงมาก่อนแต่ใช้อีกนามปากกาค่ะ ในนี้เป็นข้อพิพาทระหว่างนักเขียนและนักวาดเพราะ นักวาดจับได้ว่าเป็นคนเดียวกันกับเคสเมื่อปีก่อนที่โกง น่ะค่ะ นักเขียนเลยสาดโคลนใส่นักวาดคนแรกที่ยกเลิกเพราะหาว่าแพง และ นักวาดเลยรวบรวมหลักฐานมาชี้แจงค่ะ อ่านได้ในนี้เลยค่ะ มีคนเริ่มขอเงินคืน จำนวนมากแล้ว เลยรีบมาแจ้งข่าวนักอ่านที่สิงแต่ในนี้ กลัวว่า นักเขียนจะหายตัวไปเหมือนเคสที่แล้วค่ะ





    https://docs.google.com/presentation/d/1CCrK--v0o0ZChQpkNwS6nPz9jFCcnR4uAVoZ_6977ww/mobilepresent?slide=id.p
    #11,523
    0
  24. #11522 Fukii03 (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 06:15
    สรุปคือโกงหรอคะ??

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 เมษายน 2560 / 00:07
    #11,522
    0
  25. #11517 violasheep (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 14:57
    ทำไมเราเชียร์รัชทายาท ชอบผู้ชายแบบนี้ ยันเดเระแบบนี้
    #11,517
    0