ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 7 : กายและใจที่ไม่เป็นหนึ่งเดียว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,622
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 394 ครั้ง
    5 พ.ย. 59






         “วันนี้เข้าวังหลวงไปกับข้า”



          ยามเช้าของสัปดาห์ที่สองหลังข้ามาอยู่ในร่างจวิ้นอ๋อง ขณะจัดตั้งมื้อเช้าที่ห้องโถง หลินจวินเจ๋อในชุดขุนนางเต็มยศกล่าวขึ้นพลางใช้ตะเกียบคีบหมั่นโถวไส้เห็ดหอมเข้าปาก ข้าเงยหน้ามองเขาขณะใช้ช้อนคนโจ๊กมรกตในมือ พยักหน้ายิ้มอย่างว่าง่าย



          “ได้สิ ท่านพี่”



          “อืม..ข้าจะรอที่ศาลาหงส์”



           กล่าวแล้วท่านแม่ทัพแดนใต้ก็ก้มลงรับประทานต่อ มื้อเช้าวันนี้มีหมั่นโถวไส้ต่างๆและโจ๊กมรกตรวมทั้งน้ำแกงโสมพร้อมขนมและอาหารอีกหลายชนิด มื้อเช้าที่อุดมสมบูรณ์ของจวนจวิ้นอ๋องดำเนินไปอย่างเรียบร้อยและสงบสุข เจ้านายทั้งสองนั่งรับประทานสนทนากันด้วยดี ซึ่งเป็นภาพที่แต่ก่อนไม่เคยปรากฏ หลังจวนแม่ทัพทำการรัดเข็มขัด ส่งบ่าวไพร่ที่ไม่จำเป็นคือจวนจวิ้นอ๋องและลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ หลินจวินเจ๋อก็แทบไม่ใช้จ่ายอันใดและกลับมาทำตัวกระเบียดกระเสียร ท่าทีอยากใช้หนี้ให้หมดเป็นกำลัง นั่นเป็นเหตุนึงให้เขาอยู่ตรงนี้  เมื่อเขาอยากเก็บเงินข้าจึงยกเอาข้ออ้างกินข้าวด้วยกันประหยัดกว่าโยนใส่ ซึ่งอีกฝ่ายก็รับไว้อย่างง่ายดาย ยอมฝากท้องเช้าเย็นกับจวนจวิ้นอ๋อง เดินเข้ามาสู่หลุมที่ข้าขุดไว้แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว



           คิดว่าข้าวางแผนไว้แค่ยกเรื่องเงินมาขู่เขางั้นรึ  ผิดแล้ว ไอ้เรื่องเงินๆทองๆ นั่นเป็นแค่แผนโห่ร้องอุดรบุกตีทิศประจิม เบนความสนใจอีกฝ่ายไปยังเรื่องใหญ่กว่า ให้หลินจวินเจ๋อเคร่งเครียดเรื่องการมาเกาะชาวบ้านกินของตัวเองและสภาพหมดตัวไม่มีเงินสู่ขอสตรีที่ตัวเองรัก แต่แผนการณ์ที่แท้จริงของข้าคือ แทรกซึมสร้างความสนิทสนม แทรกตัวเข้าไปในชีวิตอีกฝ่ายอย่างเนียนๆ ให้รู้ตัวอีกทีก็ขาดเสียไม่ได้แล้ว



            รอไปเถอะ มื้ออาหารร่วมกันเป็นแค่สเตปแรก แผนการต่อไปคือสร้างบุญคุณให้ท่วมหัวหลินจวินเจ๋อจนเขาต้องสำนึกทุกนาที แล้วค่อยๆเนียนเข้าใกล้ หลังทำตัวสงบเสงี่ยมไม่ให้เขาแตกตื่นทุกครั้งที่ข้ายิ้มหวานใส่ก็ส่งมอบความช่วยเหลือ เช่นให้เหล่าไท่ช่วยสอนเรื่องการทำบัญชี ชักชวนอีกฝ่ายให้เจียดเงินมาร่วมลงทุนในร้านค้าสักสองสามร้าน จัดการเคาะๆเกาๆเรื่องความสัมพันธ์ก่อนแต่ง พูดเรื่องที่เคยช่วยเหลือกันในสนามรบบ้าง เรื่องดูแลคนในเมืองถานเฟิ่งบ้าง แค่นี้ก็ลากเอาอีกฝ่ายนั่งแช่ในตำหนักกลางได้ค่อนคืน ถึงตอนนี้คนที่หน้าก็ไม่อยากมองในครั้งนั้น กลับออกปากชวนไปเข้าเฝ้าด้วยกัน นี่ไม่เรียกความสำเร็จให้เรียกอะไร



           ส่วนแผนหลังจากนั้น? ไม่เอาน่า เผยไต๋ไปก่อนเดี๋ยวไม่ตื่นเต้น




             “ฝ่าบาทเรียกเจ้าเข้าเฝ้าด้วยเรื่องอะไร?”



             หลังจากเข้ามานั่งในรถม้าเรียบร้อย หลินจวินเจ๋อจึงออกปากถาม วันนี้เขาอยู่ในชุดขุนนางบู้ลายพยัคฆ์สีน้ำตาลเข้มท่าทางองอาจห้าวหาญเหมือนเคย อัปกริยาเคร่งขรึมยามถ้าข้าเรื่องกิจการบ้านเมืองทำให้ยิ่งดูดีไปใหญ่  เฮ้อ..พิจารณาด้วยตาแล้วท่านแม่ทัพแดนใต้นี่ก็น่าเขมือบจริงๆล่ะ เป็นประเภทที่ยกเป็นสมบัติชาติได้สบาย ข้ามองอกล่ำๆที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อของเขาพลางนึกถึงก้นแน่นๆที่เคยจับ..



            “ราชสำนักเริ่มประกาศระดมพล สงครามใกล้เข้ามาแล้ว...ข้าก็มีเมืองถานเฟิ่ง ท่านทราบแล้วไม่ใช่หรือ?” ข้าเอ่ยปากถามกลับไปแล้วทำหน้าเฉย วันนี้ข้าเองก็สวมอาภรณ์เต็มยศเช่นเดียวกับเขา เพียงแต่จะหรูหราปักด้วยดิ้นทองเป็นลายกิเลนซึ่งราชวงศ์ชั้นอ๋องเท่านั้นจึงจะมีสิทธิใส่



          “เรื่องสุนัขแคว้นไห่เยี่ยนที่กำลังคิดก่อสงครามสินะ” 


              หลินจวินเจ๋อคำรามในลำคอด้วยความไม่พอใจ ข้ามองท่าทีของท่านแม่ทัพเบื้องหน้าแล้วเฉยเสีย จริงๆก็อยากแสดงรีแอคชั่นอะไรบ้างแต่ก็พูดไม่ออก ข้าเหลียงจื่อซิ่นเป็นหนุ่มยุคสองพันนี่นา เรื่องประเทศ แว่นแคว้น ชาตินิยม เพื่อนบ้าน ศัตรู จะมีมันก็ยังมีอยู่หรอก แต่ก็ไม่ได้อินอะไรมากมายแบบคนสมัยก่อนอยู่แล้ว ไอ้ความรักชาตินี่จะให้สร้างยังไงดีล่ะ ข้ามีแต่ความทรงจำเรื่องชายแดนใต้ที่ติดกับแคว้นไห่เยี่ยนของหวงเทียนหยางอยู่ในหัว ไม่ได้แถมพกความรู้สึกอยากพลีชีพรักชาติรักแผ่นดินเยี่ยงชีวิตตามมา เพราะงั้นเห็นคนเลือดร้อนคำรามอยู่ตรงหน้าเลยไม่รู้จะทำยังไงดี



             เอาเถอะ สิ่งที่ข้าเครียดตอนนี้คือการโดนเรียกตัวเข้าวังมากกว่า ต่อให้หวงเทียนหยางจะเป็นถึงอ๋อง แต่นั่นก็เป็นฮ่องเต้  เหลียงจื่อซิ่นยังไม่เคยเข้าเฝ้า ไม่เคยประชุมขุนนางอะไรเลยสักครั้ง แม้ในหัวจะมีความทรงจำของคนงามอยู่ก็ตาม ยังไงก็ยังรู้สึกตื่นๆอยู่ดี แล้วในความทรงจำของหวงเทียนหยาง..ฮ่องเต้นี่ก็เป็นตาแก่อสรพิษชัดๆ



              ความประทับใจที่ข้ามีต่อฮ่องเต้หวงจื่อหานคือตาเฒ่าวัยหกสิบที่เจ้าแผนการณ์ที่สุด สมแล้วที่มีคนบอกว่าร้ายแค่ไหนยังไม่เท่าคนในราชวงศ์ เรื่องสมรสพระราชทานที่เขาประทานให้หวงเทียนหยางอย่างหน้าชื่นตาบานก็อธิบายหลายอย่างได้ชัดเจนแล้ว ต่อให้จวิ้นอ๋องจะไปขอเองก็เถอะ แต่คนให้นั่นเห็นได้ชัดว่าให้ด้วยใจไม่บริสุทธิ์ยิ่งนัก จวนจวิ้นอ๋องชื่อเสียงดีงามมาตลอดทั้งยังมีเงินทองมากมายอาจกระทบต่อความมั่นคงของราชบัลลังก์ก็ถือโอกาสนี้ทำลายชื่อเสียงซะเลย เสนาบดีจ้าวอำนาจในมือมีมากจะให้แต่งแม่ทัพเป็นเขยอีกก็กลัวจะคุมไม่ไหวดังนั้นสมรสพระราชทานคือคำตอบของทุกอย่าง เฮอะ รู้ตัวอีกทีทุกคนก็เป็นหมากในมือตาแก่นั่นโยกเล่น  คงสนุกเขานักล่ะ



             “อย่าได้คิดมากไป” น้ำเสียงเคร่งขรึมของหลินจวินเจ๋อดังขึ้นทำให้ข้าต้องละจากการสาปแช่งตาแก่ฮ่องเต้ในที่สุด คนตรงหน้าวางมือบนเข่าสองข้างด้วยท่าทีผึ่งผาย เอนตัวมาด้านหน้าเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกริบเป็นประกายกล้ามองสบตา “ข้ายังอยู่ ชายแดนของเราจะไม่เป็นอะไร”



            อื้อหือ..ทีอย่างนี้ล่ะมาทำเท่ห์



              ข้ามองเจ้าลูกเต่าที่อัพเลเวลมาเป็นลูกเสือ ได้ยินคำมั่นสัญญานั้นแล้วก็นึกได้ว่าอีกฝ่ายคือแม่ทัพแดนใต้ ย่อมมีหน้าที่ปกป้องเมืองถานเฟิ่งที่เป็นหน้าด้านสำคัญของเขตแดนซึ่งจวิ้นอ๋องครอบครองอยู่ เขาเห็นข้าเงียบไปเลยคิดว่ากำลังเครียดเรื่องเมืองนั้นงั้นรึ..มองคนทำท่าจริงจังผิดกับทุกทีแล้วไม่อยากทำลายบรรยากาศเลยว่ากำลังสาปแช่งใคร



           “สงครามจะเกิดก็ต้องเกิด ข้าเพียงแต่คิดถึงชาวบ้านที่ต้องเดือดร้อน..” แม้ในใจข้าจะไม่คิดอะไรเลยนอกจากกำลังแช่งชักหักกระดูกคนก็ยังต้องทำตัวเป็นคนดีอย่างที่จวิ้นอ๋องเป็นเสียหน่อย และทำถอนใจไปทีจะได้แนบเนียน



             “ข้าทราบ เรื่องวุ่นวายครานี้ไม่รู้เมื่อไหร่จะสงบ”



             “ท่านพี่” เพราะนึกอะไรดีๆออก ข้าจึงเอื้อมมือไปหาเขาและจับชายเสื้อชุดขุนนางไว้ ปลายนิ้วไล้ลายปักผ้า ริมฝีปากแดงเรื่อถูกขบเบาๆ คล้ายคนพูดครุ่นคิดลังเลเป็นอย่างมากก่อนจะช้อนดวงตาคู่สวยขึ้นมาสบประสาน น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาแผ่วเบาแต่แฝงความไม่สบายใจ “ข้า....กังวลเหลือเกิน”



             “ไม่เป็นไร..” คนร่างใหญ่ลังเลเล็กน้อย แต่ยังเอื้อมมือมาแตะไหล่เบาๆอย่างเก้ๆกังๆ “เมืองถานเฟิ่งของเรา ข้าจะปกป้องเอง”



            สิ้นคำพูดของแม่ทัพแดนใต้ คนงามก็เผยรอยยิ้มหวานปานดอกไม้ผลิบาน แม้ที่ผ่านมารอยยิ้มงดงามของหวงเทียนหยางมักตามมาด้วยหายนะบางอย่างทำเอาหลินจวินเจ๋อระแวงเป็นที่สุด แต่คราวนี้กลับแตกต่าง คนยิ้มทั้งปากและดวงตาฉายแววขอบคุณจากใจจริงทำให้บรรยากาศรอบตัวอ่อนหวานละมุนละไม แม่ทัพหนุ่มใจอ่อนยวบ ทั้งยังรู้สึกดีว่าตนเองได้ตอบแทนความช่วยเหลือของอีกฝ่ายในตลอดหลายวันมานี้ไปบ้าง ดังนั้นจึงยกมุมปากยิ้มให้อีกฝ่าย แม้เป็นรอยยิ้มเล็กๆซ้ำดูแปลกตา แต่อย่างไรก็เป็นยิ้มแรกที่มอบให้หลังกลายเป็นสามีภรรยากัน



               “ข้าจะไม่ยอมให้พวกไห่เยี่ยนข้ามมาเด็ดขาด!



               คำมั่นของท่านแม่ทัพแดนใต้ผู้เป็นดั่งเทพสงครามของเทียนจิ้นดังขึ้นภายในรถม้า มือใหญ่นั้นบีบไหล่บางซ้ำอีกครั้งหลังก่อนจะผละออกมา ข้าเองก็พยักหน้าด้วยท่าทีแช่มชื่นขึ้น เอ่ยปากขอบคุณอีกฝ่ายแต่ยังใช้ปลายนิ้วจับเอาชายเสื้อหลินจวินเจ๋อเอาไว้ไม่ปล่อย เมื่ออีกฝ่ายไม่สะบัดทิ้ง ก็ทำหน้าด้านจับไว้แบบนั้นจนถึงประตูวัง



              แผนเนียนแทรกซึมดูเหมือนจะประสบผลสำเร็จ   ส่วนละครฉากเมื่อกี้...ข้าแสดงได้ดีนะ ว่าไหม?








             สุดท้ายคนที่คุยกับข้ากลับไม่ใช่ฮ่องเต้



             ข้ายืนอยู่ในห้องโถงตำหนักตะวันออกหรืออีกชื่อคือตำหนักรัชทายาท มือไพล่หลังเงยหน้ามองภาพวาดรูปมังกรทะยานฟ้า ทำท่าทีราวสนอกสนใจงานศิลป์เบื้องหน้าหนักหนา ทั้งที่จริงข้ากำลังจ้องมันเพื่อสงบจิตสงบใจเพราะนั่งเฉยๆแล้วรู้สึกไม่สงบเสียมากกว่า ไม่รู้พ่อลูกคู่นี้เล่นอะไร ฮ่องเต้คิดว่าถ้ารัชทายาทเรียกพบด้วยตัวเองหวงเทียนหยางจะไม่ยอมเข้าวังมาเหรอ หรือว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง



              บ่นๆในใจไปก็นึกถึงรัชทายาทผู้นั้นไปพลาง หวงไท่หยางรัชทายาทโดยตำแหน่งของแคว้นทียนจิ้นในความทรงจำของจวิ้นอ๋องไม่ค่อยปรากฏรายละเอียดเท่าไหร่ มีแค่รูปร่างหน้าตาและเรื่องพื้นฐานเช่นอายุเท่ากัน กับความสามารถของอีกฝ่ายที่เข้าขั้นอัจฉริยะ หวงไท่หยางเรียกได้ว่าเก่งกาจไปเสียทุกเรื่อง ทั้งเรื่องตำราอ่านเขียน เรื่องกลศึกสงคราม วิชาดาบและการต่อสู้ เรียกได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจของแว่นแคว้นที่มีองค์ชายเก่งกาจมากความสามารถเช่นเขา ที่แสดงความลำเอียงของพระเจ้าให้เห็นแบบชัดเจน



              แต่น่าแปลก..ความทรงจำมากกว่านั้นเช่นพวกเขาเคยพบเจอกันเมื่อไหร่ เคยพูดจากันยังไงกลับไม่มีอยู่ ข้าคิดว่าด้วยศักดิ์ฐานะแล้วทั้งสองคนน่าจะสนิทกันเสียอีก ลูกหลานพวกขุนนางและราชวงศ์น่าจะเคยร่ำเรียนด้วยกันบ้างนี่นา ว่าแต่หวงไท่หยางนับแล้วเป็นอะไรกับข้านะ...น้อง หลาน น้า หรือแค่ญาติห่างๆ



              “ไท่หยางมาช้า ขออภัยที่เสียมารยาท” เสียงคนมาก่อนตัวทำให้ข้าหันกลับไปมอง แล้วพลันก็ต้องชะงัก ทันทีที่สบตาคู่นั้นของหวงไท่หยาง ข้ารู้สึกเหมือนจะปวดหัวจี้ดขึ้นมา ทำเอาต้องนิ่วหน้านิดๆอย่างลืมตัว  



               “องค์รัชทายาทเกรงใจเกินไปแล้ว” ยิ้มตามมารยาทแค่นั้นแม้ยังรู้สึกแปลกใจไม่หาย ข้าเดินมานั่งบนเก้าอี้ แย้มยิ้มพลางสบตาอีกฝ่าย คนตรงหน้าก็ยิ้มกลับมา แต่ยิ่งมองเห็นยิ่งสบตา ร่างของหวงเทียนหยางกลับเกิดอาการแปลกๆ อาการปวดหัวหายไปแล้วเหลือเพียงหัวใจเต้นโครมครามและหนาวเยือกอย่างไร้เหตุผล นี่มันอะไรกัน?



            “อย่าได้เรียกรัชทายาทเลย..ไม่ได้สนทนากันมานาน หรือกระทั่งชื่อของไท่หยาง จื่อซิ่นกลับมิอยากเอ่ยปาก” น้ำเสียงเคยคุ้นซ้ำเรียกชื่อของข้าทำเอาอาซื่อผู้นี้ต้องละทิ้งความประหลาดใจทั้งหลายแล้วเงยหน้าขึ้นทันควัน เพียงเพื่อพบดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ลึกดั่งห้วงมหาสมุทรซึ่งไม่เข้ากับใบหน้าหล่อเหลาซึ่งเต็มไปด้วยรอยยิ้มนั้นเลย



                “ขออภัยองเอ่อ..ไท่หยาง ข้าเพียงแต่กลัวเสียมารยาท” ได้แต่ยิ้มเนียนแล้วปรับสติตัวเองอย่างเร่งด่วน จื่อซิ่น..จื่อซิ่น ใช่ ข้าไม่ควรลืมว่านามรองของหวงเทียนหยางคือจื่อซิ่น ชื่อเดียวกับเหลียงจื่อซิ่นผู้นี้  ไม่ได้หมายความว่ามีคนรู้ว่าไส้ในของท่านอ๋องคนงามคือเกย์หื่นจากศตวรรษที่ยี่สิบแต่อย่างใด คิดได้แล้วก็รีบปรับท่าที สูดหายใจลึกแล้วนั่งเรียบๆร้อยๆลากสติกลับมาสู่ตัวและไม่สนอาการแปลกๆของตนเอง



                “หากจื่อซิ่นยังเอาแต่เรียกรัชทายาทต่างหากเล่า นั่นล่ะข้าจะถือสาแล้ว” ดวงตาคู่นั้นมีประกายบางอย่างวาบผ่าน ขณะยิ้มแล้วเลื่อนจานขนมมาเบื้องหน้า แต่คำพูดคำจาเชิงน้อยอกน้อยใจนี่สิกำลังเกาหัวใจข้าแกร่กๆ ข้าหันไปมองหน้าเขาด้วยความสงสัย แต่เจอแล้วได้แต่อุทานว่าดีเอ็นเอคนสกุลหวงนี่มันช่าง..



               หล่อ! นี่มันคนหน้าตาดีเกรดเอบวกอีกแล้ว ชายหนุ่มตรงหน้าข้าที่สวมอาภรณ์สูงศักดิ์เครื่องประดับล้ำค่าดูเป็นดั่งทายาทบัลลังก์มังกรมีหน้าตาหล่อชวนน้ำลายหก คิ้วเข้มจัด จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาคมปลาบลึกล้ำเหมือนพญาอินทรี  ใบหน้ายามไม่ยิ้มทอแววดุ หากแต่พอเผยรอยยิ้มกลับดูมีสเน่ห์ลึกลับ แถมยังมีเขี้ยวเล็กๆโผล่ออกมายามยกมุมปากทำให้ดูร้ายๆและซุกซน  ถ้าเป็นยุคสองพันคงเรียกได้ว่าเป็นหนุ่มแบดบอยสุดร้อนแรง และต่อให้เป็นยุคนี้ที่ยังไม่มีบัญญัติศัพท์ ในใจข้าก็ร้องว่าหน้าตาดีสุดๆ



              หวงเทียนหยาง คนงามของข้า มีคนหล่อขนาดอยู่ไม่ไกล เจ้าไฉนหันไปมองหลินจวินเจ๋อไม่เบนมาแถวนี้บ้าง!



              บ่นๆไปแต่ก็รู้ล่ะว่าอีกฝ่ายเป็นถึงรัชทายาทซ้ำเป็นญาติกันมีหรือจะมาอนุรักษ์ไม้ป่า แต่ความหล่อแบบมีสเน่ห์ลึกลับก็ทำให้ต้องมองอย่างสนอกสนใจอยู่ดี คนที่กำลังจิบชาดูเหมือนจะรู้เสียด้วยว่าถูกข้ามองอยู่ แต่ก็ทำเพียงยิ้มให้ไม่พูดอะไร มองแค่นี้ก็รู้แล้วอีกฝ่ายฉลาดไม่น้อย ซึ่งนั่นทำให้ข้านึกขึ้นได้แล้วนิ่งระวังตัวไม่ทำน้ำลายย้อยใส่  แต่คิดทำตัวแบบเคยข้ากลับจำไม่ได้ว่ารัชทายาทกับหวงเทียนหยางเคยสนทนากันยังไงแบบไหน..



               “มองเช่นนี้ หรือมีสิ่งใดในใจ?”



               “ข้าเพียงอยากทราบว่าวันนี้มีธุระอันใดเท่านั้น” แม้จะแปลกใจที่จำไม่ได้ แต่บุคลิกของหวงเทียนหยางคือยิ้มแย้มและอ่อนโยน ดังนั้นข้าจึงระบายรอยยิ้มหวานเต็มใบหน้ามอบให้อีกฝ่าย ปากก็กล่าวคำสุภาพถามหาธุระปะปัง หวังให้คนสนใจแต่เรื่องที่ตัวเองจะพูดแทน



              “ไม่มีธุระ แต่อยากพบปะมิได้หรือ?” คำพูดคำจาน้อยอกน้อยใจไม่ขาดนี่อะไร  ข้ามององค์รัชทายาทเจ้าของสเน่ห์เหลือร้ายเบื้องหน้า พบว่าอีกฝ่ายเพียงแค่ยกมุมปากเผยคมเขี้ยว ทำเอาเกย์เรดาร์กระดิกยิกๆ



               เอ..หรือรัชทายาทกับหวงเทียนหยางจะมีอะไรบางอย่างต่อกัน?



               “หากอยากพบปะ ไท่หยางไม่มาพบข้าที่จวนเล่า วันนี้ฝ่าบาทเรียกข้าเข้าเฝ้า นึกว่ามีสิ่งใดจะสั่งการ” อีกฝ่ายอ่อยมาซะขนาดนี้  ไม่เล่นด้วยก็เสียเชิงชายหมด ข้าตอบพลางลอบมองอีกฝ่าย ถ้าคนตรงหน้าไม่เล่นต่อก็แล้วไป แต่ถ้ายังแบ่งรับแบ่งสู้ก็มีลุ้น..



               “ไปที่จวนจวิ้นอ๋อง สามีของเจ้ามิไล่ข้ากลับหรือ” องค์รัชทายาทหวงไท่หยางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมวาวมองสบอย่างอ้อยอิ่ง



              “ไท่หยางกล่าวราวกับมิทราบว่าจื่อซิ่นเพียงรักอยู่ข้างเดียว” ข้าสบตาคู่นั้นวูบเดียวแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หรุบตาลงต่ำ มองแค่ตักตัวเอง



              “กล่าวอะไรเช่นนั้น ช่วงนี้มิใช่ว่าทุกอย่างดีขึ้นแล้วหรือ” หวงไท่หยางขมวดคิ้วเล็กน้อย “ข้าทราบข่าวเรื่องเจ้าและแม่นางจ้าวที่หน้าจวน..”



              “หรือว่าเสนาบดีจ้าวเอาเรื่องมาบอกท่าน อยากวานให้ตักเตือนข้า มิให้ทำลายชื่อเสียงตระกูลตนเอง?” ยังกับโดนตัดอารมณ์ฉับๆ คิดถึงเรื่องนี้แล้วข้าก็ไม่มีแก่ใจจะเล่นต่อ แต่เงยหน้าเพื่อสบตาและแสดงคำถาม แน่นอนว่ามีปฏิกริยาไม่พอใจอย่างยิ่ง



               “ก็คล้ายจะเป็นเช่นนั้น..” องค์รัชทายาทกล่าวตามจริง นั่นทำให้ข้าขมวดคิ้ว ลืมไปเสียสนิทว่าตระกูลจ้าวเป็นคนของรัชทายาท



               “เช่นนั้นฝากบอกเขาเถิดว่าควรควบคุมมิให้บุตรสาวคนเองเร่ออกมาร่ำไห้ประจานความไร้ยางอายต่อหน้าผู้คน” ข้ายิ้มหวานยะเยือกทว่าเอ่ยปากเชือดเฉือน ไม่รู้สึกแปลกใจที่หวงไท่หยางมีสีหน้าประหลาด เป็นใครก็คงนึกไม่ถึงว่าจวิ้นอ๋องที่ไม่มีปากมีเสียงจะออกอาการตาขวางใส่สตรีคนหนึ่งเช่นนี้ และด้วยความไม่อยากให้มีชื่อเสียๆติดตัวอีก ข้าจึงถอนหายใจเฮือกนึงออกมา



               “เดิมทีข้าก็ไม่อยากทำเช่นนั้น...ตัวข้าถือว่าตนเองได้ข่มเหงคนสกุลจ้าวไป ที่ผ่านมาจึงไม่คิดลงมือหรือทำอันใดกับคุณหนูจ้าวและท่านเสนาบดี ทว่ามาร่ำร้องทำลายชื่อเสียงจวนจวิ้นอ๋องเช่นนี้หรือจะให้ข้ายอมอยู่เฉยๆ  ดูหมิ่นจวนจวิ้นอ๋องต่างอันใดกับดูหมิ่นราชวงศ์แคว้นเทียนจิ้น เป็นศัตรูกับจวนจวิ้นอ๋องคุ้มค่าหรือไม่ ก็จงตรองดู”    



             ได้กล่าวออกมาทั้งยังแน่ใจว่าพูดเรื่องที่อีกฝ่ายอยากรู้แล้วข้าก็โล่งอกและถือว่าหมดธุระ ไอ้เรื่องเมืองถานเฟิ่งหรือแคว้นอื่นมาโจมตีถ้าไม่อยากให้ข้ารู้ก็ช่างมันเถอะ หากอยากรู้จริงๆข้ายังมีหลินจวินเจ๋อให้ไปหลอกถาม ตอนนี้ได้พูดแกมขู่ให้หวงไท่หยางคิดเอาเองว่าอยากได้จวนเสนาบดีหรือจวนอ๋องเป็นพวกก็เป็นพอ



               “เจตนาของจื่อซิ่น ไท่หยางทราบแล้ว ข้าจะไปแจ้งเสนาบดีจ้าวเอง” คุยกับคนฉลาดมันดีแบบนี้เอง ไม่ต้องเปลืองน้ำลายมากหวงไท่หยางก็ตอบรับอย่างรวดเร็ว ซ้ำดวงตาคู่นั้นเป็นประกายระริกเหมือนถูกใจอะไรบางอย่างเสียอีก



            “ส่วนเรื่องแม่ทัพหลิน จื่อซิ่นเองก็อย่าได้คิดมาก”



                แล้วจู่ๆ...ขอย่ำว่าจู่ๆ ฝ่ามือของรัชทายาทก็เคลื่อนมาตบหลังมือข้าเบาๆราวกับปลอบประโลม ท่าทีเห็นอกเห็นใจช่างแนบเนียนและน่าซาบซึ้งยิ่งนักราวกับกำลังปลอบเพื่อนหรือญาติสนิทที่กำลังเศร้าเสียใจอยู่ เพียงแต่จังหวะที่ลากช้า ซ้ำลูบสัมผัสหลังมืออย่างชัดเจนเกินไปนั่นแสดงให้เห็นว่ามีบางสิ่งมากกว่านั้น



           นี่กำลังจะเล่นต่อ?



               ข้าไม่ค่อยเข้าใจเจตนาอีกฝ่ายมากนักว่าต้องการอะไรกันแน่ ซ้ำครานี้ยังไม่มีรูปแบบความสัมพันธ์พื้นฐานของจวิ้นอ๋องกับคนตรงหน้าให้เรียนรู้ซะอีก ดังนั้นจึงได้แต่เงยหน้าขึ้นเพื่อสบตากับเขา



               “ข้าไม่คิดมากแล้ว” ข้าไม่ได้ขยับมือหนี ยังวางเฉยราวกับเป็นเรื่องปกติ พลางเงยหน้ามองอีกฝ่ายและทำสายตารันทดราวคนมีความเศร้าล้นหัวอก “ที่ผ่านมา..ย่อมทราบว่าใจคนไม่อาจบังคับ”



               “คิดได้ก็ดี เรื่องราวเป็นเช่นนี้แล้วก็อย่าเศร้าไปเลย” หวงไท่หยางกล่าวเบาๆพลางละมือออก “เจ้าเองก็ทำใจให้สบาย”



               “ขอบคุณ ไท่หยาง” 



           นางกำนัลเข้ามาแล้ว เดินมาเคารพอย่างชดช้อยและรายงานว่าเสนาบดีกลาโหมขอเข้าเฝ้า หวงไท่หยางพยักหน้ารับรู้ เขาที่ละมือออกไปก่อนหน้านั้นหันมายิ้มให้ข้าอีกครา ดวงตาสีดำที่ลึกล้ำราวกับมิอาจหยั่งถึงมองนิ่งๆอยู่ครู่หนึ่ง ข้าเลิกคิ้วน้อยๆแล้วเอียงคอมองอย่างใสซื่อเป็นที่สุดและไม่ลืมยิ้มหวาน ท่วงท่าทีเคยทำให้แท่งศิลาอย่างหลินจวินเจ๋อสะเทือนได้มีหรือรัชทายาทจะรอด อีกฝ่ายนิ่งไปอึดใจก่อนจะเอนตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นของเครื่องหอมโชยเข้าจมูกท่ามกลางเสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เจือลมหายใจร้อนแรง



                “แล้วข้าจะไปหาที่จวน”




                นี่เรียกว่าอ่อยสำเร็จแล้วรึเปล่านะ..



              คำถามนี้แล่นเข้ามาในหัวขณะที่ข้าแกล้งเอนตัวหลบเล็กน้อยแล้วเบือนหน้า ให้ทำหน้าแดงไม่เป็นเลยเล่นมุกไม่กล้าสบตาเสียดีกว่า หูแว่วเสียงหัวเราะทุ้มต่ำฟังแล้วเร้าใจเป็นบ้า ชนิดที่ว่าถ้าเป็นในร่างเก่าข้าคงรีบหันไปคว้าคอมาจูบฟัดให้หายหมั่นเขี้ยวเสียที แต่เพราะอยู่ในร่างของคนงามหวงเทียนหยาง ข้าจึงได้แต่เอ่ยปากขอตัวแล้วเดินกุมมือตัวเองออกมาด้วยหัวใจเต้นตุบๆ



            ข้าเดินตามขันทีวังตะวันออกเพื่อเดินทางกลับ ใบหน้าเปื้อนด้วยรอยยิ้มน้อยๆ แววตาเป็นประกายวาววับ ท่าทีช่างมั่นอกมั่นใจและแน่นอนว่างดงามเกินใครด้วยใบหน้างามที่คนมองต้องเพ้อหา ข้ายิ้ม..แต่ยิ่งเดินไปรอยยิ้มกลับค่อยๆจางลง จวบจนขันทีผู้นั้นจากไปข้าจึงก้มมองมือตัวเองที่กำเข้าหากันแน่น จิกเล็บลงไปไม่ยอมคลายในที่สุด



              เรื่องสานสัมพันธ์สำเร็จไหม จะได้กินหรือโดนรัชทายาทกินก็ช่างมันก่อนเถอะ ข้าได้แต่ยืนนิ่งอยู่ข้างรถม้าด้วยหัวคิ้วที่ขมวดแน่นไม่หาย ไม่เข้าใจเอาเสียเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น



               ข้าไม่ได้กลัวหวงไท่หยาง ออกจะระริกระรี้กับผู้ชายหน้าตาดีตามสันดานเดิมด้วยซ้ำ แต่ทำไมตอนนี้มือของข้ากลับเย็นเฉียบและสั่น สะท้านตั้งแต่อีกฝ่ายแตะปลายนิ้วลงมา หัวใจเต้นตุบๆหลั่งเหงื่อเย็นเยียบข้างขมับเมื่อลมหายใจร้อนประชิดใกล้ ไอ้ความรู้สึกที่ตัวเองชอบใจแทบตายแต่ร่างกายไม่เอาด้วยนี่มันอะไร มันคือความกลัวที่ฝังอยู่ในใจของหวงเทียนหยางงั้นหรือ? รึว่าเป็นรัชทายาทเคยทำอะไรไว้? เคยเจอประสบการณ์ทรมารใจ ทรมารสังขารแบบไหนมาถึงได้ออกอาการเสียจนฝังรากลึกขนาดนี้



               “ทำไมไม่เข้าไปด้านในเล่า?” คำถามที่ดังขึ้นทำเอาข้าสะดุ้งเฮือกเลิกเหม่อแทบไม่ทัน หลินจวินเจ๋อมาถึงแล้วและกำลังขมวดคิ้วมองมาอยู่ เห็นหน้าเจ้าลูกเต่าอัพเกรดเป็นเสือตัวนี้แล้วข้าก็ถอนใจออกมาได้ ร่างกายผ่อนคลายลงและรู้สึกโล่งอกลงเปลาะนึงอย่างประหลาดโดยไม่เกี่ยวกับตัวเองแต่อย่างไร ข้าคล้ายมือที่กำแน่นโดยไม่รู้ตัวออกและกำลังจะตอบทว่าอีกฝ่ายก็คว้าหมับ



                “เจ้าไปพบรัชทายาท?”   



                ข้าขมวดคิ้ว มองท่าทีเหมือนคนที่รู้อะไรบางอย่างนั่น “ใช่”



               หลินจวินเจ๋อมองข้า เขาไม่พูดอะไร ทำเพียงดึงเข้าไปในรถม้าแล้วบอกให้สารถีออกรถ ภายในรถม้าอบอุ่น ทว่าบรรยากาศแปลกๆกลับทำให้ข้ารู้สึกไม่เป็นต่อเท่าไหร่ พอคิดว่าเมื่อเช้าเล่นปั่นหัวเจ้าคนข้างตัวมาก็ออกจะเสียเซล์ฟนิดๆที่อีกฝ่ายทำราวกับกำลังปกป้องแบบนี้ ท่านแม่ทัพแดนใต้รั้งเอาตัวข้ามานั่งข้างกาย เขาเงียบ ข้าเองก็เงียบ ได้แต่กระพริบตาปริบๆ งุนงงอยู่กับปริศนาที่ตัวเองไม่เข้าใจพร้อมกับซาบซึ้งไปด้วยว่าหัวหลวงๆแบบคนความจำเสื่อมมันอย่างนี้นี่เอง



               “ข้า...”



               “ขอดูมือหน่อย”



              อยากดูก็ดูไป ข้ายื่นมือไปให้เขาแล้วก็นิ่ง ไม่ใช่แค่อีกฝ่ายต้องจ้องแต่ข้าก็ประหลาดใจเช่นกันว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร ข้าใช้เวลาอยู่ที่ตำหนักรัชทายาทไม่นาน แม้จะออกอาการแปลกๆเมื่อได้เจอหน้าอีกฝ่ายแต่จำเป็นต้องกำมือแน่นเสียจนจิกลงกลางฝ่ามือให้เป็นแผลเลยรึ แล้วตอนนี้มือก็ยังเกร็งอยู่ ลักษณะแบบนี้มันอาการของคนที่เครียดจัดจนมือไม้ไปหมดชัดๆ ข้ามองแผลที่เลือดซึมออกมานิดๆแล้วปวดใจจริง รู้สึกเหมือนข้าทำร้ายคนงามให้เลือดตกยางออกด้วยตัวเอง บัดซบบบบบ



               “ไม่เป็นไร” 



              หลินจวินเจ๋อกล่าว โดยไม่รู้ตัวเขาใช้แขนกอดไหล่ข้าไว้แล้วรั้งตัวให้เอนไปซบกรายๆ ฝ่ามือใหญ่ลูบไหล่ข้าเบาๆเป็นท่วงทำนองปลอบประโลมคล้ายกำลังปลอบเด็กเสียขวัญ ข้าเหลือบตามองเขา อีกฝ่ายมีสีหน้าเคร่งเครียดขณะทีมืออีกข้างก็กุมมือข้าไว้ ข้าจ้องมองฝ่ามือสีขาวที่อยู่ใต้อุ้งมือใหญ่ของแม่ทัพแดนใต้ จ้องมองอาการเกร็งของปลายนิ้วที่ค่อยๆคลายลงแล้วกระพริบตาปริบๆ รู้สึกเหมือนเดินงงในดงเครื่องหมายคำถาม



                 ตัดสินใจเกี่ยวกลายนิ้วกับมืออีกฝ่ายแล้วเอนตัวซบเนียนๆทั้งที่ไม่รู้อะไร ได้แต่คิดว่าถ้าร่างกายของหวงเทียนหยางไม่ชอบรัชทายาทขนาดนั้น..เสี่ยวเฉียวก็คงกินได้ล่ะมั้ง




+++++++++++++++++++++++++++++++





รัชทายาทผู้หล่อร้ายเมพและเทพทรู


 

ตอนนี้งงกันรึเปล่าคะ55 จริงๆก็ตั้งใจให้งงตามอาซิ่นแหละว่าเอ๊ะตกลงอะไรยังไง  หนุ่มคนใหม่มา อาซิ่นแกลั้นลาแต่ร่างของคนงามกลับส่ายหน้าให้ซะงั้น หรือจริงๆฮาเร็มของอาซื่อจะประกอบด้วยหนุ่มสารพัดพิษกันแน่(..)

ส่วนตอนนี้ อย่าตกใจถ้าจู่ๆท่านแม่ทัพก็หล่อขึ้นมา พอไม่มีคนมาเทียบเดี๋ยวก็เด๋อเหมือนเดิมข่ะ #...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 394 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13738 Jupitersadd (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 17:05
    เอ๊ะหรือองค์รัชทายาทจะมีแฟลชแบคอะไร แต่ดาเมจหวังไท่หยางแรงมากกกแบดไม่หยุด
    #13,738
    0
  2. #13681 seobabyz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:02
    ตอนนี้แต่งดีมากกกกก อารมณ์ตัวละครซับซ้อน แต่ถ่ายทอดออกมาได้ดีเยี่ยม
    #13,681
    0
  3. #13632 DARA T. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:23
    แม่! หน่องว่าแม่ผิดประเด็น แม่จะกอนบ่าวและลูกไม่ได้! แม่เป็นอ๋องมิใช่ปอบ แม่!
    #13,632
    0
  4. #13592 W.Cream (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 22:14
    เห็นเงาลาง ว่าท่านอ๋องจะมีบ้านเล็ก
    #13,592
    0
  5. #13533 ununchuahong (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 12:35
    อยากรู้เรื่ององค์รัชทายาทกับท่านอ๋อง ทำไมความรู้สึกของร่างเดิมถึงส่งผลมากขนาดนี้
    #13,533
    0
  6. #13518 BuaNim96 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 19:27
    ชอบรัชฯเลวยังไงก้ดูแบดอ่าา
    #13,518
    0
  7. #13516 ZeHn GungnanG (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 01:36
    ชอบความหลงตัวเองของนายเอก55
    #13,516
    0
  8. #13493 Kn_nann (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 03:02
    เอาละคะ ถึงจื่อซิ่น(ชื่อนี้ป่ะ?)จะกลัวรัชทายาท แต่น้องไม่กลัวคะ ยกให้น้องมา น้องชอบ ฮืออ ชอบผู้ชายแบดบอย อ่ยยย เฆี่ยนน้องเลยเจ้าคะท่านพี่~~~~
    #13,493
    0
  9. #13491 Funikami Hane (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 19:03
    ยกเสี่ยวเฉียวให้รัชทายาทไปเลยจบ.ง่ายดี
    #13,491
    0
  10. #13487 มนุษย์ที่รักอิสระ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 12:31
    ทำไมทุกเรื่องเจ้าชายต้องทำตัวเลวทุกคนด้วยนะ 5555555
    #13,487
    0
  11. #13480 Parkjimin19 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 01:16
    เอ๊ะ!! รึรัชทายาทเคยจะปล้ำ?
    #13,480
    0
  12. #13448 Vagabond Picha (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 08:30
    ทำไมกลัว
    #13,448
    0
  13. #13395 ploybrf2 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 19:29
    เอิ่มองค์รัชทายาททำอันฝดรึถึงทำให้ร่างกายของคนงามเกร็งไปหมดอย่างนั้น
    #13,395
    0
  14. #13333 พญานก T^T (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:12
    งงจริงๆนั่นแหละ องค์รัชทายาททำอะไรไว้กัน ทำไมคนงามถึงได้กลัวปานนั้น
    #13,333
    0
  15. #13318 nnuucclleeaarr (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:47
    นึกภาพตามแล้วหล่อน้ำลายไหล555
    #13,318
    0
  16. #13275 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 02:44
    รัชทายาททททท ไปทำอะไรให้น้องกลัววว ให้นางได้อยู่ในฮาเร็มเถอะเขินนน
    #13,275
    0
  17. #13256 lakkee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 16:15
    ขอบคุณ
    #13,256
    0
  18. #12813 แม่เอง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 09:35
    โหหหห นึกว่าจะได้เห็นนางมีกิ้กอะ ดันกลัวซะงั้นน
    #12,813
    0
  19. #12777 มูตี้ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 21:35
    ^_____^
    #12,777
    0
  20. #12526 oraiza (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 12:13
    สงสัยๆ
    #12,526
    0
  21. #12275 rosayrai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 17:14
    คาดว่าในอดีตคนงามอาจะเคยโดนองค์ไท่จื่อสุดหล่อคนนี้จับกดอะไรงี้แล้วก็โดนบังคับให้...ด้วยจนคนงามกลัวองค์ไท่จื่อแต่ร่างกายกลับติดใจการอนุรักษ์ไม้ป่าเดียวกันไปแล้วเวลาเจอเลยกลัวอะไรงี้พล็อตตามที่เคยอ่านมาจากนิยายวายในธัญอ่ะนะ
    #12,275
    0
  22. #12247 pqrst (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 22:29
    องค์รัชทายาทมีส่วนทำให้ท่านอ๋องบังคับพระเอกแต่งงานป่าว
    #12,247
    0
  23. #12227 ningthanaporn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 18:31
    ทำไม่ร่างคนงามถึงเครียดอยางงั้นหนอ
    #12,227
    0
  24. #11076 JikkoHza Xuounoy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:10
    อ่อยสำเร็จค่ะ. สำเร็จมากๆ
    #11,076
    0
  25. #10547 Nutthi Bun (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:58
    หุยยยย ตอนแรกก็แอบเชียร์นะแต่พอรู้ว่าร่างกายไม่ชอบ น่านนนน!! มันต้องมีไรแน่ แต่ที่รู้ๆ ท่านแม่ทัพหล่อเลยอ่ะตอนนี้
    #10,547
    0