ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 65 : ความเพริศแพร้วเมื่อผันผ่าน เป็นเพียงฝันตื่นหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,709
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    27 ม.ค. 60





 “อาซิ่น อาซิ่น”



“พี่ซิ่น”



“อาซิ่น!



                ภาพและเสียงอันคุ้นเคยราวกับความทรงจำม้วนกลับ ใบหน้าน่ากินอย่างหนุ่มน้อยวัยไม่เกินยี่สิบปีของอาหงในชุดนักบาสที่ไม่รู้จะใส่มาโรงพยาบาลเพื่ออะไรและใบหน้าบูดบึ้งหงุดหงิดของหลี่เฉียนเหมือนกับเหตุการณ์ก่อนถูกรถยนต์ลากไปสัมผัสความแข็งแรงของถนนไม่มีผิดเพี้ยน ทุกสิ่งเบื้องหน้าทำเอาเหลียงจื่อซิ่นอยากเงยหน้าหัวเราะแต่เขาก็รู้ดีว่านี่จะเป็นการกระตุ้นโทสะให้คนมีโมโห ดังนั้นจากการกางแขนโอบไหล่หนุ่มน้อยจึงเปลี่ยนมาคลายมือและผละออกมาอมยิ้ม สบตาชายหนุ่มผิวเข้มอดีตแฟนหนุ่มของตัวเองด้วยแววตาสดใสแต่ชวนให้มีโทสะอย่างยิ่งในสายตาคนมอง



                “ไม่ต้องมายิ้มแบบนั้น เอามือออกไปห่างๆจากแฟนฉัน” วาจานั้นมาพร้อมกับมือใหญ่ดันไหล่คนเจ็บไม่เจียมตัวให้นั่งลงบนเตียงดีๆก่อนจะรั้งเอาตัวเด็กหนุ่มไปไว้ด้านหลัง ความเปลี่ยนแปลงที่พบเห็นยามลืมตาขึ้นมาทำให้เหลียงจื่อซิ่นแสร้องถอนหายใจ



                “นี่เองที่เขาว่าสามวันจากนารีเป็นอื่น พอผลักผมให้นอนเดี้ยงได้ก็คว้าเอาเด็กน้อยที่พี่ชายหมายตาไปเสียอย่างนั้น ใช้ไม่ได้เลยนะ หลี่เฉียน” แสร้งทอดถอนใจอย่างกวนอารมณ์ผู้คนเช่นเคยแล้วหันไปหาหนุ่มน้อยที่ก้มหน้างุดด้านหลัง “นั่นก็อีกคน ไม่ผิดไปจากพี่ชายว่าสักนิด..เฮ้อ....”



                “เงียบไปเลยไอ้บ้า ไม่ใช่เพราะนายทำตัวเจ้าชู้ดีนักหรือถึงได้มีชะตากรรมแบบนี้ เฮอะ” หลี่เฉียนผู้ถูกยั่วโทสะกล่าวพลางขยับตัวบังเด็กหนุ่มด้านหลังไปด้วย ส่วนอาหงเองก็คว้าชายเสื้ออีกฝ่ายทว่าดวงตาคู่นั้นยังแอบโผล่มาจากด้านหลังของแฟนตัวเอง สบตาเหลียงจื่อซิ่นผู้นั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงและกำลังอยู่ในสภาพถูกทิ้งอย่างน่าเวทนายิ่งนัก



                “เอ่อ...พี่ซิ่น...ผม ผมขอโทษนะครับ” น้ำเสียงเบาๆแต่เจือแววสำนึกผิดทำให้ผมละสายตามาจากการจ้องหน้าหลี่เฉียนเขม็งราวกับคนๆนี้ไปทำอะไรกับสุสานบรรพบุรุษ เห็นแววตาคู่นั้นแล้วคนใจอ่อนกับหนุ่มน้อยอย่างเขาได้แต่หัวเราะและส่ายหน้า ยกแขนข้างที่ไม่ถูกพันด้วยผ้าก๊อซหนาเตอะโบกไปมายิ้มๆ



                “มาขอโทษขอโพยอะไร มันเป็นอุบัติเหตุ อีกอย่างคนลงมือก็อยู่นี่ต่างหาก..” พยักเพยิดไปทางหลี่เฉียนที่ทำท่าโก่งคอจะพูดอะไรแต่ก็เงียบไปแล้วจึงหัวเราะ ผมละสายตาจากอาหงมามองชายหนุ่มตัวใหญ่วัยเฉียดสามสิบตรงหน้ารู้ดีว่าแม้คนทำท่าทีแข็งกร้าวแต่แท้จริงก็รู้สึกผิดไม่น้อย “นายเองก็ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้น หลี่เฉียน ก็เป็นอย่างที่คุณบอกว่ากรรมตามสนอง ผมโดนรถชนลืมตามาอีกทีมีคู่รักเพิ่มขึ้นอีกคู่ มีอันใดไม่ดี?”



                “อันใด?” หลี่เฉียนทำหน้าแปลกๆเมื่อได้ยินคำพูดนั้น สีหน้าที่มองมาคล้ายจะถามว่านี่นายพูดจากอะไรอยู่ เห็นดังนั้นคนพูดก็กระพริบตาปริบๆ สีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อยแล้วจากนั้นจึงหัวเราะกลบเกลื่อน



                “ก็ละครยามบ่ายที่พยาบาลสาวของที่นี่เปิดให้ผมดูแก้เบื่อยังไงล่ะ ของช่องTVBเลยนะ เรื่องอะไรสักอย่าง..” ยิ้มแย้มโบกไม้โบกมือทำท่าจะพูดอะไรไร้สาระอย่างที่เหลียงจื่อซิ่นชอบทำ เมื่อหลี่เฉียนเห็นเช่นนั้นจึงเลิกให้ความสนใจไปอย่างรวดเร็วก่อนคนจะยืดตัวขึ้นกอดอก ถอนหายใจไปพลาง



                “นายไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว ตอนเกิดเรื่องฉัน..ฉันตกใจมาก” สีหน้าคนฟังฉายแววละอายอย่างที่ควรเป็นก่อนจะถอนหายใจไปด้วย “นายอาการไม่ดี ไม่ยอมลืมตาอยู่นานจนฉันใจหายเลย สภาพนายตอนนั้นมันน่ากลัวจริงๆ...”



                “อย่าคิดมากน่า ผมฟื้นมาแล้วนี่ไง” เห็นอดีตแฟนเก่ามีสีหน้าเคร่งเครียดคิดมากแล้วก็อดปลอบไม่ได้ ผมยกมือข้างที่ไม่ได้ถูกใส่เฝือกไว้ตบบ่าเบาอีกครั้ง พลางพูดจาเป็นการเป็นงาน “เรื่องอุบัติเหตุก็แล้วกันไปเถอะ จะอย่างไรผมก็เป็นคนก่อเรื่องอย่างที่คุณพูดไว้จริงๆ แค่คุณช่วยดูแล จ่ายค่ารักษาพยาบาลผมเป็นเดือนๆไม่ทอดทิ้งให้เป็นผู้ป่วยอนาถาก็ต้องขอบคุณมากแล้ว เรื่องอื่นๆอย่าได้เอ่ยถึงอีกเลย ผมไม่รื้อฟื้น คุณไม่รื้อฟื้น ตอนนี้คุณเองก็มีอาหง ถือว่าได้คนมาเป็นกำลังแล้ว”



                “นายนี่....” หลี่เฉียนได้ยินคำปลอบใจแล้วมีสีหน้าแปลกประหลาดอย่างโจ่งแจ้งครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจอีกเฮือก “สมกับเป็นนายเลยนะ เหลียงจื่อซิ่น ไม่ถือสาเรื่องอุบัติเหตุยังพอว่า แต่พอเป็นเรื่องแบบนี้ นายก็ปล่อยมือออกไปง่ายๆเหมือนเดิม”



                ได้ฟังคนพูดแล้วผมก็ยิ้มน้อยๆ “หรือจะให้ผมโวยวายด่าทอ บอกว่าทั้งที่ผมป่วยหนักอาการแย่ แต่คุณกับองหงกลับปลอบใจกันไปปลอบใจกันมาจนกลายเป็นคนรักแล้วทอดทิ้งผมไว้คนเดียวแบบนี้?”



                “มัน....ฟังดูไม่เข้ากับนายจริงๆ” คนที่มีสีหน้าผิดแผกย่ำแย่ไม่ใช่แค่หลี่เฉียนแต่ยังรวมถึงอาหง ใบหน้าเด็กหนุ่มซีดแล้วซีดอีกขณะมองมาที่ผมบนเตียงซึ่งอยู่ในสภาพแขนข้างหนึ่งใส่เฝือกไว้ ศีรษะมีผ้าก๊อซขาวๆพันหนาเตอะลามไปถึงใบหน้าอีกครึ่งหนึ่ง นั่งเอนๆในชุดผู้ป่วยแล้วเผยรอยยิ้มสดใสแต่ดูไม่ค่อยน่าไว้วางใจนัก



                “คุณทราบก็ดีแล้ว ผมไม่ได้ยึดติดเรื่องแบบนี้...คุณเอง มีแฟนแล้วก็เลิกคิดมากเสียเถอะ มาบ่นน้อยใจผมมากๆอาหงจะเสียใจเอา ถ้าเขากลับมาซบอกผมล่ะไม่รู้ด้วยนะ”



                “นี่..นาย!” เสียงตะโกนของหลี่เฉียนดังขึ้นอย่างรวดเร็ว และชวนคิดถึงอย่างยิ่ง เห็นแล้วผมก็หัวเราะและโบกไม้โบกมือให้เขาเชิงว่า..อย่าสนใจฉัน นายมีแฟนให้ดูแลก่อนจะเอนหลังพิงหัวเตียงอย่างเงียบๆ เห็นหลี่เฉียนฟึดฟัดแบบที่เคยเป็นก็สนุกดี ขณะที่อาหงก็เกาะข้างเตียงผมแล้วยังคงสีหน้ารู้สึกผิดเช่นนั้น ชวนใจอ่อนจนต้องยกมือลูบหัวอีกฝ่ายแปะสองแปะ ก่อนจะเอามือออกเพราะกลัวอดีตแฟนหนุ่มไอ้คนที่กำลังจ้องมาตาเขม็ง



                “เอาเถอะ แล้วนี่ไม่มีงานทำ ไม่มีเรียนหรือไงฮึถึงมาเยี่ยมผมได้?”



                “ผมเลิกเรียนแล้ว” อาหงตอบอย่างเด็กดีเรียกรอยยิ้มเต็มใบหน้า ส่วนหลี่เฉียนพอได้ฟังที่ผมทักก็ยกนาฬิกาขึ้นมา



                “ฉันต้องกลับไปทำงานแล้วเหมือนกัน อาหงกลับกันเถอะ...นายเองก็รักษาตัวดีๆด้วย ไม่ต้องห่วงเรื่องค่ารักษาพยาบาล ทางนี้จะจัดการเอง”



                “ครับๆ ฝากด้วยคุณเฉียน” ยิ้มให้พลางหัวเราะเบาๆแล้วโบกมือลาทั้งสองที่ทำท่าจะเดินจากไป หลี่เฉียนส่งอาหงให้เดินออกไปก่อน ขณะที่ร่างของเด็กหนุ่มวัยมัธยมลับตา ชายหนุ่มผิวเข้มในชุดสูทอย่างคนทำงานกลับขมวดคิ้วแล้วเดินฉับๆมาหาผมอีกครั้ง...หรือนี่หลี่เฉียนโมโหที่ผมเต๊าะแฟนเขาจนคิดฆ่าคนปิดปากแล้ว?



                “ไม่เป็นไรแน่นะ?” ใบหน้าหล่อเหลาคมคายอย่างหนุ่มพิมพ์นิยมยุคใหม่โน้มเข้ามาใกล้คลายเพ่งพินิจเล็กน้อย หลี่เฉียนหรี่ตาลงขณะเท้าแขนลงบนเตียง จ้องมองผมด้วยแววตาเคร่งเครียดและแปลกประหลาด “อาหงอาจจะไม่รู้จักนายดีพอ แต่เราสองคนคบหากันมานานพอสมควรแล้ว..ฉันว่านี่มันแปลกๆ”



                “แปลกยังไง?” ผมเลิกคิ้วน้อยๆพลางสบตาเขาและอมยิ้มบางๆ



                “แปลกตั้งแต่ตัวนายน่ะสิ นายไม่เคยทำหน้าตาแบบนี้” หลี่เฉียนถอนหายใจเฮือกแล้วจ้องผมเขม็ง คนถอนหายใจสลับกับส่ายหน้าแบบไม่เชื่อสายตาแล้วบ่นออกมา “ก็อย่างที่ฉันบอกว่านายแปลก...แปลกไปอย่างที่คนคบกันมาพอจะสังเกตได้ เหลียงจื่อซิ่น...ท่าทางของนายมันไม่เหมือนคนป่วย แต่เหมือนคนหมดอาลัยตายอยากกับชีวิตมากกว่า ตกลงว่านี่เกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่?”



                “ผมเหรอ...อืม...ไม่รู้สิ” ยิ้มแย้มพลางโคลงศีรษะเล็กน้อย ผมกระพริบตาซ่อนแววตาบางอย่างของหัวเองไปก่อนจะเริ่มหัวเราะ “บางที อาจจะเพราะผมตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองบาดเจ็บลุกไปไหนไม่ได้ ต้องทำกายภาพบำบัดและรักษาตัวอีกอย่างน้อยครึ่งปี บางทีอาจจะเพราะผมเห็นว่าหน้าครึ่งนึงที่เอาไปจูบกับถนนและต้องพันแผลไว้ไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นยังไง หรือบางทีอาจเป็นเพราะก่อนหลับตา ยังมีพร้อมทุกอย่างไม่ว่าจะเงินทองฐานะหรือคนรัก แต่พอลืมตาขึ้นมา ทุกอย่างกลับสลายหายวับ..ไม่เหลืออะไรเลย ”



                กล่าวพลางหัวเราะออกมาเบาๆ ทำเหมือนพูดเรื่องตลกแม้เสียงหัวเราะนั้นจะดูโง่เง่าอย่างมาก สภาพตอนนี้ของผม..ใช่ ผม ผมเหลียงจื่อซิ่น ไม่ได้เป็น ข้าจวิ้นอ๋องผู้สูงศักดิ์อีกต่อไปแล้ว หลังจากหลับตาก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในรพ.แห่งหนึ่งในเกาะฮ่องกง เมื่อหลุดพ้นจากความฝันอันแสนเพริดแพร้ว ความจริงที่รออยู่คือร่างของตัวเองที่บาดเจ็บขั้นโคม่านอนสลบอยู่นับสามเดือน แขนหักไปข้าง หน้าตาอีกครั้งซีกเป็นยังไงบ้างยังต้องถามสวรรค์ แต่แค่นี้ก็ต้องขอบคุณฟ้าดินเป็นอย่างมากแล้วที่สมองไม่ได้กระทบกระเทือนจนสูญเสียความทรงจำหรือมีอาการป้ำเป๋อปัญญาอ่อน เพียงแต่ว่าเมื่อฟื้นขึ้นมาก็ต้องเผชิญกับความจริงเช่นที่ว่าถูกแฟนหนุ่มและกิ๊กทิ้งไปจับคู่กันเอง เรื่องงานที่ทำเองก็ถูกให้ออกจากงานไปก่อนเพราะอาการป่วยที่ไม่รู้ว่าจะหายหรือไม่ ไร้งาน ไร้เงิน ไร้คนรักอย่างสมบูรณ์แบบ



                คิดพลางเหล่มองกระเช้าผลไม้ตามมารยาทของบริษัทตัวเองแล้วยิ้ม คนที่บริษัทเองก็มาเยี่ยมและพูดจาดูดีว่าจะหาตำแหน่งว่างให้ ทำยังกับว่าผมเป็นเด็กสามขวบไม่รู้เรื่องรู้ราว ถูกให้ออกก็ถูกให้ออกนั่นล่ะจะมีอะไรมากมายกัน ผมสบตาหลี่เฉียนซึ่งฉายแววหนักใจปนสำนึกผิดก็ยิ้มออกมาเช่นกัน เป็นความผิดของหมอนี่หรือ.ไม่ใช่หรอก ก็อย่างที่บอกว่าเรื่องทุกอย่างมันเกิดจากผมตั้งแต่ต้น ถ้าเพียง..ถ้าเพียงแต่จะไม่ได้เจ้าชู้แบบนี้ หรือเพียงแต่จะไม่พาอาหงไปเที่ยว ไม่ทะเลาะกับหลี่เฉียน ไม่ถูกเหวี่ยงไปนอนบนถนนแล้วเจอกับ...เจอกับ..



                “นี่ หลี่เฉียน...ช่วงเวลาที่ผมหลับไป มันมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเลยใช่ไหม” นึกถึงเรื่องราวบางอย่างแล้วก็ต้องกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ ผมยิ้มสบตาอดีตคนรักที่ยังมีสีหน้าเคร่งเครียด เขายังคงคิดมากหลังได้ยินคำพูดที่ผมกล่าวออกมา เขาไม่ทราบเลยว่าเงินทองฐานะคนรักที่ผมพูดถึง นั่นไม่ได้หมายถึงตนเองแม้แต่นิดเดียว ไม่ใช่เขา..ไม่ใช่ ระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงหลี่เฉียนที่เปลี่ยนใจ เหลียงจื่อซิ่นคนนี้ก็เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน..



                “คุณเชื่อรึเปล่า ไอ้พล็อตเรื่องน้ำเน่าไร้สาระแบบในหนังสือนิยายวัยรุ่น..” หัวเราะออกมาอีกครั้งแล้วส่ายหน้า ขนาดเล่าให้คนอื่นฟังยังคิดว่าเป็นเรื่องขบขัน  มันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อแน่อยู่แล้ว เหลียงจื่อซิ่นเองก็ไม่รู้จะพูดทำไม บางทีเขาอาจอยากระบายอะไรๆที่มันท่วมท้นอยู่ในอกนี่นับจากวันที่ลืมตาขึ้นก็ได้ “ผมหลับไป โคม่าไปก็จริงแต่ว่าวิญญาณผมไม่ได้ตาย ผมกลับไปอยู่ในที่แห่งหนึ่ง เป็นคนอื่นแล้วยังได้พบกับคนที่ตัวเองรัก...”



                “นายนอนมากเกินไปแล้ว”



                คำตัดบทของหลี่เฉียนทำให้ผมหัวเราะ




                “แต่ผมยังอยากจะนอนอีกนะ อาหลี่” เรียกชื่อเล่นแฟนหนุ่มที่ไม่ได้เรียกมานานด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแล้วผ่อนลมหายใจเบาๆ ผมยิ้มออกมาแม้ไม่ทราบว่ารอยยิ้มของตนเองออกมาแบบไหนหลี่เฉียนจึงขมวดคิ้วนิ่วหน้า “ที่นั่น ก่อนผมจะหลับตา มีผู้เฒ่าคนหนึ่งกล่าวไว้ว่า อย่าหลับฝันนานเกินไป...ผมฟังที่เขาพูดไม่จบ บางทีที่เขาอยากพูด อาจจะเป็นคำนี้ก็ได้ อย่าวาดฝันให้ลึกเกิน เพราะเมื่อตื่นอาจเกินจะยอมรับความจริง อย่าหลับใหลให้ลึกจนเกินไป เพราะทำให้ไม่อยากตื่น และยากจะพบกัน คุณทำหน้าแบบนั้น คงอยากด่าผมไอ้คนเสียสติอีกล่ะสิ?”



                “เปล่า” หลี่เฉียนกล่าวเสียงเคร่งท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆของผม แววตาอีกฝ่ายเป็นประกายจริงจังขณะยกมือขึ้นตบบ่าข้างที่ไม่บาดเจ็บเบาๆ “ที่นายต้องมาเจ็บแบบนี้ก็เพราะฉัน อย่าคิดกังวลอะไรไป รักษาตัวให้ดีเถอะ..เรื่องเล่าของนายก็น่าสนใจดี เอาเป็นว่าฉันจะให้หมอมาลองตรวจเช็คสมองก็แล้วกัน”



                กล่าวแล้วร่างสูงในชุดสูททะมัดทะแมงก็เดินออกไปจากห้อง ผมมองตามแผ่นหลังแกร่งจนมันลับสายตาแล้วหัวเราะออกมาอีกครั้ง แต่เสียงหัวเราะครั้งนี่กลับแหบพร่า เต็มไปด้วยอารมณ์บางอย่างที่ตนเองรู้ดีว่านี่คือความเสียใจ



                อยู่ที่นี่มาครบอาทิตย์แล้ว..จากวันที่ลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือจวบจนวันที่สามารถหัวเราะและยิ้มให้กับคนที่มาเยี่ยมได้ราวกับไม่รู้สึกรู้สา เหลียงจื่อซิ่นคนเดิมฟื้นขึ้นมาในสภาพร่างกายไม่พร้อมแต่จิตใจไม่พร้อมยิ่งกว่า แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นจะทำอะไรได้ นั่งร้องไห้คร่ำครวญหรือก็ไม่ใช่ตัวเอง อยากลุกขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อกระโดดลงมาแล้วตายๆโดยหวังจะได้กลับไปงั้นหรือ ไม่คิดว่ามันโง่เง่าไปหน่อยรึยังไง?



                เรื่องราวที่ผ่านมาดูคล้ายฝันตื่นหนึ่ง เกือบสามเดือนที่ไปอยู่ที่นั่นก็เท่ากับสามเดือนที่นอนเป็นผักอยู่ตรงนี้ บางทีสมองของเขาอาจจะสับสนไม่ปกติเพราะเอาหัวลงพื้นจริงๆนั่นล่ะ ถึงได้จินตนาการเป็นตุเป็นตะอย่างนี้ขึ้นมา เหลียงจื่อซิ่นก็แค่เพ้อเจ้องี่เง่า จินตนาการให้ตัวเองไปอยู่ในที่ๆอยากอยู่อยากได้ กลายเป็นท่านอ๋องหน้าตาดีมาเงินใช้ รอบตัวมีบริวารคอยดูแล มีหนุ่มหล่อมาหลงรัก นี่มันเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนาไม่ใช่หรือ ต่อให้จะลำบากบ้างแต่ก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่เรื่องนี้มันจะเป็นความจริง เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะกลายเป็นจวิ้นอ๋อง มันก็แค่เรื่องเพ้อฝัน ก็แค่ความทรงจำที่ไม่นานเองก็จะเลือนหายไป



                “ท่านพี่....”



                น้ำเสียงแผ่วเบา ลอยลมราวกับคนละเมอ คำพูดที่ติดอยู่ตรงริมฝีปากหลุดออกมาแล้วกลับต้องยกมือกุมหน้าปิดบังรอยยิ้มบิดเบี้ยวราวกับจะร้องไห้ของตัวเองไว้ มันก็แค่ความฝัน แต่หากเป็นความฝัน ทำไมทุกอย่างถึงได้เหมือนจริง ทำไมเรื่องราวทั้งหลายถึงยังสามารถจดจำได้ชัดเจน ถ้าเป็นแค่ความฝัน ทำไมเขาถึงไม่ลืมมันเสียที ถ้าเป็นแบบนี้เมื่อไหร่เขาจะสามารถก้าวผ่านมันไปได้ ใบหน้าของใครคนหนึ่งยังคงติดอยู่ในความทรงจำ รอยยิ้ม แววตา ทุกคำพูดและทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะทำให้เขาเป็นบ้า ได้แต่พูดพร่ำว่าทำไม ทำไม และทำไม



                ถ้าเขาลืมตาตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาล แล้วร่างของจวิ้นอ๋องเล่าจะเป็นอย่างไร จะตายไปทั้งอย่างนั้น หรือจะมีคนอื่นเข้ามาอยู่ในร่างนั้นงั้นหรือ รึบางทีจวิ้นอ๋องคนเดิมอาจฟื้นขึ้นมา แล้วหลินจวินเจ๋อเล่าจะเป็นอย่างไร คนผู้นั้นจะรู้หรือไม่ว่าอาซิ่น จากมาแล้ว เขาจะทราบหรือไม่ รึหากร่างนั้นได้ตายไป เขาจะเสียใจมากแค่ไหน และหากไม่ได้ตายแต่เปลี่ยนไปอีก จะส่งผลกระทบใดกับเรื่องทั้งหมด สงครามล่ะ ข้อหากบฏล่ะ องค์ชายเจ็ด องค์รัชทายาท เรื่องของทั้งสองแคว้นเล่าจะดำเนินต่อไป จดหมายที่ส่งไปเล่าจะทำให้เหตุการณ์ดำเนินไปทางไหน



                นี่น่ะเหรอความฝัน?



                หัวเราะเฮอะออกมาอย่างโง่งมแล้วจึงยกมือเสยผมตัวเองแรงๆ นี่น่ะรึความฝันหรืออาการเสียสติที่ใครหลายคนบอก หากมันเป็นความฝัน เหลียงจื่อซิ่นเองก็อยากถามว่าฝันแล้วเมื่อไหร่จึงจะตื่น และหากมันไม่ใช่ความฝัน เขาเองก็อยากถามเช่นกันว่าจะกลับไปได้อย่างไร มองดูห้องสี่เหลี่ยมผนังสีขาวของโรงพยาบาลแล้วเขาก็ได้แต่ส่ายหน้า เรื่องราวมันผ่านมาแล้ว กว่าจะรู้ตัวเหลียงจื่อซิ่นกลับพบว่าเอาตัวเองยึดติดอยู่ที่นั่น เขาไม่ได้สนใจเรื่องราวความเป็นไปของตัวเองอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะนอนเป็นผัก หรือว่าต้องตายไปทั้งแบบนี้ก็ไม่สน ตั้งแต่ฟื้นลืมตาขึ้นมา เขาเอาแต่คิดวนเวียนถึงเรื่องอดีตและไม่อาจปล่อยวาง เอาแต่อยากกลับไป อยากอยู่ที่นั่นแม้ว่าอาจต้องตายก็ตามที



                “หลินจวินเจ๋อ..” พึมพำชื่อหนึ่งที่ติดอยู่ในใจแล้วน้ำตาก็ร่วงหล่น เขามองหยดน้ำซึมผ่านผิวแก้มแล้วหัวเราะออกมาอีกครั้งแม้จะไม่รู้สึกขันแม้แต่น้อย หัวใจเจ็บหนึบจนไม่อาจกล่าวออกมาเป็นคำพูด เขาขยับปากแต่ไม่มีเสียง ได้แต่นึกถึงคนๆนี้และชื่อนี้ซ้ำไปซ้ำมา เรื่องกลายเป็นเช่นนี้แล้วยังกล้าบอกอีกหรือว่าไม่ได้รู้สึกอะไร ก็หลอกตัวเองทั้งเพเท่านั้น ไม่ต่างกับหลี่เฉียนและอาหงที่ความใกล้ชิดนำพาเป็นความรัก เขาเอง..เหลียงจื่อซิ่นเองก็ต้องยอมรับเช่นกันว่าหัวใจเปลี่ยนไปแล้ว



                ใจของเขาที่เคยมีแต่อาจารย์หวัง บอกตัวเองว่าจะไม่รักใคร่จริงจังกับใครนอกจากหวังอี้เสี่ยได้เปลี่ยนไป ตอนนี้ในความคิด ในหัวใจของเขามีแต่ใบหน้าและภาพของหลินจวินเจ๋อ นี่สินะที่เรียกว่าหลงรักหัวปักหัวปำ แต่ต่อให้จะเป็นแบบนั้น ต่อให้รู้ว่ารัก..มันก็สายไปแล้วใช่หรือไม่



                ยิ้มให้กับความโง่ของตัวเองครั้งหนึ่งแล้วหัวเราะอย่างขื่นขม มาถึงตอนนี้เขาก็อยากเดินไปต่อยตัวเองในอดีตเหมือนกันว่าจะทำตัวปากไม่ตรงกับใจเพื่ออะไร ทำไมถึงได้ยังไม่ยอมพูดและปล่อยให้หลินจวินเจ๋อคิดว่าไม่ได้รักแล้วอยู่แบบนั้น วางท่าไปทำไม หวาดกลัวอะไรอยู่ เอาแต่คิดว่ารักแต่หวังอี้เสี่ยเลยทำตัวโง่ๆ พูดจางี่เง่า ทำร้ายจิตใจคนอื่นมากมาย เอาแต่คิดว่ายังไงก็เป็นที่รักเลยจะทำอย่างไรก็ได้ พอมาตอนนี้ที่ทุกอย่างไม่อาจย้อนกลับได้จึงมานึกเสียใจ จะเสียใจไปเพื่ออะไร!



ก้มหน้าซุกลงกับเข่าตนเองแล้วสูดหายใจลึกๆ ไม่อยากมานั่งร้องไห้ทนทุกข์ให้ถูกมองเป็นคนเสียสติ แต่เหลียงจื่อซิ่นก็ยังเสียใจ เสียใจอย่างลึกซึ้งและโศกเศร้าอย่างยิ่งเมื่อพบว่าสิ่งที่เคยมีจะกลายเป็นไม่มี และคนที่เคยอยู่ข้างกายกลับไม่อยู่เสียแล้ว ซ้ำหลินจวินเจ๋ออาจไม่ทราบเสียด้วยซ้ำว่าคนที่อยู่กับเขามาหลายเดือนไม่ใช่จวิ้นอ๋องคนเดิม ผมเองเคยบอกว่ามีเรื่องหนึ่งจะพูดหลังจากฟื้นขึ้นมา อยากบอกความจริงว่าที่แท้ตนเองคือใครแต่ก็คงสายไปเสียแล้ว ทุกอย่างสายเกินไป เพราะเขาเสียไปแล้ว และคงไม่อาจได้กลับคืนมา ตอนนี้ที่ทำได้คือร้องไห้ ทุรนทุรายเสียใจภายหลังและจมอยู่กับความคิดถึงแทบบ้าเท่านั้น



“......ผมคิดถึงคุณ” เงยหน้าขึ้นมาจากหัวเข่า เขาเกยคางวางลงไปและเหม่อมองหน้าต่างที่สะท้อนทิวทัศน์ของฮ่องกงในยามบ่าย ไม่มีแล้วภาพราชวังหรือสิ่งก่อสร้างที่เคยคุ้น ไม่มีภูเขาสูง สายน้ำรินไหล หิมะร่วงหล่น เสียงนกร้องหรือแม้แต่เสียงฝีเท้ามา มีเพียงตึกสูง รถรา เสียงผู้คนและแสงไฟที่สว่างจ้าแม้ยามค่ำคืน เขาได้เอ่ยปากในสิ่งที่ไม่คยกล้าบอก ได้พูดในคำที่ไม่เคยพูด กล่าวในวาจาที่ตัวเองไม่อาจกล่าวในตอนที่ยังอยู่ที่นั่นแล้วได้แต่ยิ้มออกมาอย่างบิดเบี้ยว พูดแล้วอย่างไร พูดแล้วก็คงไม่มีวันได้ยิน



“คุณเหลี—ว้าย คนไข้เป็นอะไรไปคะ?” น้ำเสียงแสดงความห่วงใยและตกอกตกใจดังขึ้นเมื่อประตูถูกเปิดออกและพยาบาลสาวรายหนึ่งเดินเข้ามา นั่นทำให้เหลียงจื่อซิ่นชะงักแล้วเงยหน้าขึ้นจากเขาตนเอง ใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเขาคงน่าสยองไม่หยอกพยาบาลสาวจึงรีบหยิบทิชชู่มาช่วยซับช่วยเช็ด แต่เขาเบี่ยงหน้าปฏิเสธอย่างสุภาพและนำมาเช็ดใบหน้าตัวเอง



“ไม่มีอะไร ผมแค่...” ปฏิเสธจะตอบคำถามซักไซ้ของหล่อนแล้วเงียบลงเสีย ต่อให้เล่าไปทุกคนก็คงต้องคิดว่าเขาเสียสติ อาจจับเขาไปนอนในโรงพยาบาลบ้าแทนโรงพยาบาลปกติก็เป็นได้ เขาสูดหายใจพรืดๆแล้วเช็ดหน้าจนอยู่ในสภาพปกติ ไม่ตอบอะไรพยาบาลสาว ปล่อยให้หล่อนคิดไปเองอย่างที่ตัวเองอยากจะคิดไป



“คนไข้ทานยารึยังคะ?” เมื่อทราบว่าไม่ได้คำตอบ พยาบาลสาวก็ถามเรื่องอื่นพลางมองถาดอาหารกลางวันพร้อมยาที่ถูกจัดการเรียบร้อย เห็นดังนั้นหล่อนจึงยิ้มหวาน



“ทานแล้วครับ ขอบคุณ” น้ำเสียงตัวเองออกจากแหบพร่าน่าสังเวชไปหน่อย เหลียงจื่อซิ่นจึงกระแอมเบาๆ



“ดีมากค่ะ จะได้หายเร็วๆ เดี๋ยวช่วงสี่โมงมีนัดกายภาพบำบัดนะคะ ดิฉันจะเป็นคนพาคุณไปเอง กับคุณหมอเจิ้งห้อง 104 คนเดิมค่ะ” กล่าวแล้วร่างอรชรก็เดินไปที่โทรทัศน์จอแอลซีดีซึ่งปิดอยู่ ถือรีโมทและยิ้มแย้มชวนคุยอย่างร่าเริง “คุณเหลียงอยู่ห้องคนเดียวคงจะเหงา ดูละครไหมคะ มีหลายอย่างให้เลือกดูเลยทีเดียว”



โทรทัศน์ถูกกดไปยังช่องสารคดีสัตว์โลกเห็นภาพเสือดาววิ่งกวดไล่ควายป่ากลางทุ่งหญ้าสะวันนาก่อนจะถูกกดเปลี่ยน “อุ้ย คุณคงไม่ชอบเรื่องแนวนี้ ลองดูอะไรที่บันเทิงกันหน่อยไหมคะ เช่นช่อง HBO ซีรี่ย์เรื่องนี้...”



ช่องโทรทัศน์ถูกกดอีกครั้ง กลายเป็นภาพชายหนุ่มผมสั้นในชุดแบบยุโรปโบราณถูกขังไว้ในกรง โดยมีหญิงสาวผมเปียแดงสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีเทาเดินเข้ามาพูดคุยด้วยสีหน้านิ่งเฉยและมีสุนัขตัวน้อยท่าทางหิวกระหายสี่ห้าตัวเดินเข้ามา คำรามแยกเขี้ยวน้ำลายไหลอย่างน่าสยองและพุ่งตรงใส่ชายหนุ่มรายนั้น ก่อนจะเปลี่ยนช่องยังได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้โชคร้ายแว่วมา



“เอ่อ..ไม่น่าจะดี” พยาบาลสาวยิ้มเจื่อนพลางรีบเปลี่ยนทันควัน “ดูรายการต่างประเทศอาจจะปวดหัว มาดูละครซีรี่ย์ของเรากันเถอะค่ะ ช่วงนี้ฮิตละครย้อนยุคกันมากเลย เรื่องนี้ดีไหมคะ หูเกอแสดงนำด้วย นักแสดงชื่อดังของแผ่นดินใหญ่เลย..”



ภาพที่ปรากฏคือชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาเยือกเย็นในชุดพระราชพิธีสีแดงขลิบทองถูกดาบจิ้มที่หน้าอกพร้อมกับผู้คนยืนล้อมรอบ ผู้กระทำคือชายชราสวมมงกุฏระย้าเป็นม่านมุกท่าทีคลุ้มคลั่งโกรธเคือง เสียงตวาดพูดคุยในห้องนั้นจะเป็นอย่างไรบ้างเขาไม่สนใจ แต่ภาพนั้นทำเอาเหลียงจื่อซิ่นรู้สึกเหมือนหัวอกถูกทิ่มแทงอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบ รีบปิดตาลงและเม้มปากแน่น “ปิด! ผมไม่ดู!!



“หา...เอ่อ...ค่ะๆ ปิดค่ะ” พยาบาลสาวดูตกใจไม่น้อยเพราะปรกติแล้วผมไม่เคยแสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวมีโมโหใส่บรรดาแพทย์และบุคลากรของโรงพยาบาล เหลียงจื่อซิ่นทราบดีว่าเขากำลังพาลไม่เข้าเรื่องดังนั้นจึงได้แต่หรุบตาลงและสูดหายใจลึกๆระงับโทสะ แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้ว่ากำลังหงุดหงิดอะไรกันแน่ ไม่พอใจที่ถูกชวนดูรายการทั้งที่ไม่ชอบงั้นหรือ ไร้สาระ ไม่ชอบละครย้อนยุค นี่ก็ไร้สาระหมือนกัน ก็แค่ไม่ชอบ..ไม่ชอบเพราะว่ามันชวนให้คิดถึงคนๆนั่นคิดถึงเรื่องราวและอดีตเหล่านั้นที่อย่างไรก็ยังตัดไม่ขาด



กว่าเขาจะทำใจยิ้มแย้มหัวเราะพูดจาก่อกวนส่อเสียดคนอื่นเวลามีคนมาเยี่ยมอย่างปรกติตามนิสัย คงมีแต่ตัวเองที่รู้ว่ายากแค่ไหน นั่งยิ้ม แต่ภายในหัวใจกำลังกรีดร้องร่ำไห้ด่าทอตัวเองไม่หยุด เขาหัวเราะแต่ที่จริงภายในใจกำลังบิดเบี้ยวด้วยความปวดร้าวและขุ่นเคือง เขาไม่อยากรับรู้ไม่อยากเห็นอะไรทั้งนั้น ไม่อยากเดินไปหยิบหนังสือประวัติศาสตร์ ร่ำร้องอยากเข้าพิพิธภัณฑ์ดูของเก่าเก็บหรืออยากตรวจสอบว่าเรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไร ไม่อยากไปไม่อยากรู้ไม่อยากเห็น ยิ่งรู้ยิ่งบอกว่านี่เป็นความฝันที่ไม่มีทางเป็นจริง ยิ่งเห็นยิ่งเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเขาได้พลาดอะไรไป รอยแผลนี้ยังสดใหม่เกินกว่าจะทำเป็นไม่รับรู้



กำมือแน่นและสูดหายใจลึกๆ ปิดบังความรู้สึกแทบคลุ้มคลั่งของตัวเองไว้แล้วเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ไม่แปลกใจเลยที่พบว่าพยาบาลสาวซึ่งเคยยิ้มแย้มเป็นกันเองจะเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดระมัดระวัง ผมสบตาหล่อนเงียบๆ กัดริมฝีปากอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะผ่อนลมหายใจเบาๆ



“ขอโทษด้วยครับ ผม..อยากออกไปเดินเล่น”



“แต่ขาของผู้ป่วยยังไม่มีเรี่ยวแรงพอ ทำกายภาพบำบัดยังไม่สมบูรณ์ ดิฉันไม่อาจปล่อยให้คุณลุกออกไปเดินได้ค่ะ” พยาบาลสาวปฏิเสธพลางมองมาที่ขาของผมเงียบๆ นี่ก็เป็นความจริง จะอย่างไรร่างกายของตนเองก็เจ็บป่วยซ้ำหลับมานาน ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วจู่ๆจะวิ่งได้เลยคงเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ แต่ถึงอย่างนั้น ตอนนี้ผมก็ไม่อยากอยู่ในห้องนี้คนเดียว



“ให้ผมนั่งรถเข็นก็ได้ อยากออกไปนั่งชมวิวในสวน ได้ใช่ไหมครับ?”



“ถ้าแบบนั้นก็ได้ค่ะ” ผ่านช่วงเวลาแห่งการครุ่นคิดครู่หนึ่ง พยาบาลสาวก็พยักหน้าและยิ้ม “รอดิฉันสักครู่นะคะ”



ร่างในชุดเครื่องแบบสีขาวเดินออกไปพลางปิดประตูตามหลังเบาๆ ทิ้งให้คนป่วยนั่งนิ่ง ผมพลิกฝ่ามือตนเองที่กำไว้จนแน่นมาดูแล้วจึงแค่นหัวเราะ ก็นับว่าน่าขันจริงๆ กับแค่เรื่องราวบางอย่างที่สะกิดใจที่นึกถึงยังเป็นบ้าได้เสียขนาดนี้ จำได้ว่ายามที่อยู่ในร่างจวิ้นอ๋อง จะกำมือแน่นแบบนี้ก็เพราะเจอรัชทายาทแล้วเครียดจนต้องหาทางระบาย ยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องกลัวนักหนา แล้วมาดูตอนนี้สิ กับแค่เห็นเรื่องราวกระตุ้นอารมณ์นิดเดียวยังกำมือแน่นจนเป็นรอยขนาดนี้ อาการต่างกับตอนนั้นที่ไหน?



หัวเราะเฮอะออกมาเพื่อยิ้มหยันตัวเองแล้วจึงลูบฝ่ามือเบาๆ เรื่องคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาหัวใจยังคงเร่าร้อนทุรนทุรายเช่นเดิม และไม่ทราบว่าต้องให้เวลาผ่านไปจนถึงตอนไหนถึงจะเป็นปรกติ จนถึงตอนนี้อารมณ์ของเขายังพลุ้งพล่านสับสนไม่หาย ทั้งอยากรู้ ทั้งไม่อยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป มันจะเป็นอย่างที่ประวัติศาสตร์เขียนหรือไม่ หรือว่ามันจะเปลี่ยนไปเพราะมีไอ้โง่อย่างเหลียงจื่อซิ่นทำทุกอย่างพัง



นั่งอยู่บนรถเข็นแล้วปล่อยให้พยาบาลพาตัวออกมานอกห้องพัก ตึกผู้ป่วยในโรงพยาบาลคนไม่พลุกพล่านมากนักเนื่องจากเป็นวันทำงานไม่ใช่วันหยุด เหลียงจื่อซิ่นมองกระปุกน้ำเกลือที่แขวนไว้บนเสาเหนือศรีษะแล้วหรุบตาลง ปล่อยตัวเองให้นิ่งเงียบและพยายามปล่อยสมองไม่ให้คิดถึงอะไรเช่นกัน เขานั่งเงียบจนกระทั่งพยาบาลเข็นรถพามาจนถึงในสวน รอจนหล่อนบอกว่าจะคอยดูอยู่ห่างแล้วจึงใช้มือไสล้อรถไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง



นี่น่ะเรอะสวน? เห็นการจัดตกแต่งสวนสไตล์ยุโรปแล้วก็ยิ้มออกมาเสียที พืชพรรณต้นไม้ในสวนนี้ยังถูกตัดกิ่งตกแต่งจนเป็นรูปร่างแบบเดียวกันหมด พรรณไม้นำเข้า ไม่ใช่ต้นไผ่ ต้นท้อ ต้นหลิว ไม่มีศาลาเก๋งจีน สระน้ำที่เต็มไปด้วยดอกบัวหรือปลาน้อยสีสันสดใส แต่ก่อนสวนสวยแบบยุโรปมันคงไม่ขัดตา แต่ดูเหมือนเขาจะถูกขัดเกลาด้วยความเคยชินผิดๆเช่นนั้นเสียแล้ว ดังนั้นตอนนี้มองอะไรก็ขัดตาไปเสียหมด



สูดลมหายใจลึกๆแล้วปล่อยลงเงียบๆพลางยกยิ้มเฉยชา ขนาดอากาศก็ยังไม่เหมือนอากาศสดชื่นที่วังจวิ้นอ๋อง แต่อะไรคือของจริงกันล่ะ ในเมื่อร่างของเขาก็นอนอยู่นี่ ที่ว่าได้สูดอากาศมันก็แค่คิดไปเองทั้งนั้น ก็แค่คิดและรู้สึกว่าใช่ ไม่ได้เป็นแบบนั้นจริงๆเลย..



แต่หากมันเป็นความฝัน เมื่อไหร่เขาจึงจะตื่น เมื่อไหร่.ความรู้สึกเหมือนถูกทิ่มแทงด้วยบางอย่างอันแหลมคมจะจบลงเสียทีเล่า



“....เธอ”



เสียงเบาๆดังขึ้นเบื้องหลังทำให้ความคิดหยุดชะงัก เหลียงจื่อซิ่นหันไปช้าๆ กระพริบตามองคนที่เอ่ยปากทักก่อนจะนิ่งไปเช่นกัน สตรีวัยประมาณสามสิบที่ยังคงความสะสวยเบื้องหน้าไม่ได้งามจนชวนใจสั่นแต่เพราะใบหน้าอันคุ้นเคยของหล่อนนี่เองทำให้ต้องมองซ้ำ ร่างในชุดทะมัดทะแมงคล้ายมาเยี่ยมไข้ใครสักคนหิ้วกระเป๋ายี่ห้อดังไว้ในมือซ้าย ดวงตาคู่สวยหรี่เล็ก ครู่หนึ่งมันฉายแววขุ่นเคืองขณะที่เขาพึมพัมเบาๆ



“คุณนายหวัง..”

 




++++++++++



กลับมาแล้ว หายไปนานเพราะโดนเหล่าจือลากไปซ้อมเข้ารพ--/ผิด เพราะโดนหวัดกินยาวๆเลยค่ะ

ส่วนตอนนี้มีสปอยเกมออฟโทรนและหลางหยาป่าง #อะไร


ส่วนคำพูดของอาซิ่น อย่าวาดฝันให้ลึกเกิน เพราะเมื่อตื่นอาจเกินจะยอมรับความจริง อย่าหลับใหลให้ลึกจนเกินไป เพราะทำให้ไม่อยากตื่น และยากจะพบกัน เอามาจากเพลงนี้ค่ะ

https://www.youtube.com/watch?v=T2hntykFCwE

 

ไม่ได้จบแบบปู้ปู้นะคะงานนี้ 6555+


มาขายตรงต่ออย่างไว

เปิดจองนิยาย สนใจดูรายละเอียดตรงนี้ได้เลยค่ะ >>  https://docs.google.com/document/d/1qKrLQhy14sUsIpxCO2m3mZIPhCcQDYTT5hmai_LgyL0/edit

 

เพจ FB : https://www.facebook.com/mywhynn/

 

ทวิต @Secrate_Wind

 

และเม้าท์นิยายแท็ก #จวิ้นอ๋อง นะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13664 DARA T. (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:57
    แม่ ทำไงดี สงสารทุกคน สงสารมากๆ แต่ก็ทำไรไม่ได้เลย ทุกอย่างมันกลับไปเป็นในแบบที่ควรจะเป็นแล้ว แต่ไหนเลยถึงรู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิม ฮือออ
    #13,664
    0
  2. #13312 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 14:50
    เนี่ย ไม่ชอบอะไรแบบนี้เลยที่เปลี่ยนร่างหายไปก็ชอบกับอีกคนนึงแล้วตัวเอกก็โดนเท คือมันรู้สึกแย่อ่ะ โคตรหน่วง
    #13,312
    0
  3. #13078 Ajrpstupu (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 21:01
    ???????????? น่าสงสาร
    #13,078
    0
  4. #13032 เมมฟิส (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 21:58
    สงสารอาซิ่น ให้อาซิ่นเป็นนายเอกคู่ท่านแม่ทัพลูกเต่าน่ะค่ะ
    #13,032
    0
  5. #12994 มูตี้ (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 18:48
    ^______^
    #12,994
    0
  6. #12886 แม่เอง (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 20:28
    กลับมาเกือบอาทิตย์แลเวจะกลัยไปได้อีกมั้ยอะ สงสารนางอะไรท์ อินมากจนใจจะขาดอยู่แล้วอะะะ
    #12,886
    0
  7. #12369 pqrst (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 11:22
    ร้องไห้. สงสารนางอะ
    #12,369
    0
  8. #12338 manabi kaminaga (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 01:52
    ไรท์แต่งจนเราอินไปกับเนื้อเรื่องเลยอ่ะTT รู้สึกแบบอาซิ่นเลย จะขาดใจตายอยู่แล้วค่ะเจ็บบบบ
    #12,338
    0
  9. #12007 ติ่งผมยาวคุง (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 00:13
    อ่านแล้วแบบปวดใจ เราคงหลงรักอาซิ่นที่อยู่กับท่านแม่ทัพมากกว่าท่านอ๋อง
    #12,007
    0
  10. #10682 แกงส้ม (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:58
    สงสารอาซิ่นจริงๆ
    #10,682
    0
  11. #10513 ma_jung (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 19:19
    สงสาร T^T อิ่นสุดๆน้ำตาร่วง อาซิ่น~~

    นิไปปลอบกันอีท่าไหน?
    #10,513
    0
  12. #10507 สาววายไร้ผัวนะเออ (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 10:58
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #10,507
    0
  13. #10432 0923275583-kan (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 09:08
    ทำกันได้ลงคอ ทำไมทำกันอย่างนี้ ฮือออออออ
    #10,432
    0
  14. #10401 Falling in love. (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 01:44
    สงสารอาซิ่นแรงมาก คิดถึงท่านแม่ทัพฮื่อ ส่งท่านแม่ทัพมาที ????????????
    #10,401
    0
  15. #10380 khaeg smo (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 23:50
    ทำไงดี สงสารอาซิ่นมาก
    หายใจไม่ออก. น้ำตาไหลตามนางเลย

    หายหวัดไวๆ นะคะไรท์
    #10,380
    0
  16. #10379 YaoiYaoi (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 21:59
    จุก ????
    เห้อ นี่แม่อาจารย์หวังมาจะบอกข่าวอะไรรึป่าวเนี่ยยย
    #10,379
    0
  17. #10377 -FOLY03- (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 21:39
    เฮ้ยๆเราไม่เศร้าเลยนะเว้ยแต่อยู่ๆอ่านไปดีๆตามันก็พร่าเอามือปาดทีมีน้ำเปียกๆตามมาด้วยอ่ะเฮ้ยT^T อะไร๊//ทำเสียงสูง//ไม่ได้ร้องไห้ตอนอ่านเลยซักนิ๊ดไม่อินด้วยนะเว้ย ฮือๆ อาซิ่นTOT//ไรท์ค่ะ สนุกมากเลยค่ะเป็นกำลังใจให้อัพต่อไปนะค่ะสนุกน่าติดตามมากค่ะสนุกมาก(ใส่กอไก่100ตัว)
    #10,377
    1
    • #10377-1 -FOLY03-(จากตอนที่ 65)
      28 มกราคม 2560 / 21:40
      สู้ๆนะค่ะไรท์หายหวัดเร็วๆนะค่ะ^^
      #10377-1
  18. #10376 meiliai (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 20:53
    ดูอาซิ่นฟุ้งซ่านแบบสุดๆเลยอ่ะ เป็นเราคงเสียใจตายเลยอ่าาาT^T
    #10,376
    0
  19. #10375 luknamalotte (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 18:49
    สงสารอาซิ่นจังเลยค่ะ คงทุกข์ทรมานมากๆ
    เสียใจแต่กลับทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง
    อยากกลับไปหาอดีตแต่ก็ไม่สามารถ
    จะเล่าให้ใครฟัง เขายังมองว่าไร้สาระเลย
    เหมือนว่าไม่มีใครช่วยอาซิ่นได้เลย สงสารมากๆค่ะ
    อยากให้อาซิ่นได้เจอท่านแม่ทัพอีกครั้ง
    ส่วนคุณนายหวังนี้จะมาดีหรือมาร้ายก็ไม่รู้ เห้อ
    รอติดตามต่อไปนะคะ คนเขียนรักษาสุขภาพด้วยค่ะ♡
    #10,375
    0
  20. #10374 แสงรัตติกาล (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 15:02
    คนในอดีต ก็มีชีวิตอยู่จริงในอนาคตได้เหมือนกัยน้า กลับชาติไรงี้
    #10,374
    0
  21. #10373 Silvia Soland (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 14:06
    ถ้าพีคแบบท่านแม่ทัพมาในโลกปัจจุบันนะจะแบบ โอ้ววว
    #10,373
    0
  22. #10372 ff2010 (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 13:44
    ตอนนี้....อาซิ่นคงทรมานมากเลย...เพราะใจไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน

    ส่วนผู้คนในอดีต...ทุกคนก็ยังอยู่ด้วยกันเจอกันนิ...

    ต่อให้ต้องสู้รบ ก็ยังเจอหน้า ต่อให้เกลียดกัน ก็ยังเจอหน้า

    ทว่า อาซิ่นไม่มีใคร ไม่เจอใคร ไม่มีใคร...และที่สำคัญ

    อย่าลืมนะคะว่า ไม่มีใครรู้ว่า...เคยมีอาซิ่น

    คนในอดีต ไม่รู้จักเหลียงจืีอซิ่น!!!



    เหมืิอนกับไม่มีตัวตน...โดดเดี่ยวเพียงผู้เดียว



    ต่อให้เป็นนิยาย ที่เป็นเพียงจินตนาการ

    แต่คนอ่านก็อินฟิน ใช่ไหมเล่า...



    เราคนนี้ มั่นคงไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ

    ยังคง...#ทีมอาซิ่น คึคึ ตั้งแต่ตอนที่ 1 จวบจนฉากสุดท้าย



    ขอบคุณมากนะคะไรต์ และขอให้หายป่วยไวๆค่า

    Happy Chinese New Year!!
    #10,372
    0
  23. #10369 Lili405 (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 11:56
    ~ความรักที่มีอยู่ พอรู้ว่ามีอยู่ก็สายไป~ เพลงนี้มอบให้อาซิ่นค่ะ 5555
    เป็นไงล่ะ รู้ใจตัวเองซะทีนะ หลอกตัวเองมาซะนาน
    ว่าแต่ คุณนายหวังคือใคร? ต้องเป็นอะไรกะหวังอี้เสี่ยแน่ๆเลย

    ตอนที่แล้วเรามีอีกเรื่องที่อยากเม้นแต่ลืม ขอพูดในเม้นนี้เลยละกันเนอะ
    อยากจะชมคนแต่งค่ะว่าแต่งความเป็นจวิ้นอ๋องออกมาได้ดีมาก มีความสูงศักดิ์ มีความราชนิกูล
    ตั้งแต่คำพูดว่า 'อย่าลืมตกรางวัล' มาเรื่อยๆ โอ้โห มันใช่มาก แตกต่างกับคาแรคเตอร์อาซิ่นอย่างชัดเจน
    มีจุดเล็กๆจุดเดียวที่เราเจอ คือเราอาจจะคิดไปเองคนเดียวก็ได้นะ 555 แต่ก็อยากแสดงความคิดเห็น
    พอดีว่า มีคำๆนึงที่ไรท์ชอบใช้บ่อยมาก แต่ด้วยความที่ตั้งแต่ตอนที่ 1 ถึง 63 เป็นการบรรยายจากมุมมองของอาซิ่น
    ก็เลยทำให้คำนี้ในความคิดเราเหมือนกลายเป็น signature ของอาซิ่นไปแล้ว นั่นคือคำว่า "โง่งม" ค่ะ
    พอมาตอนที่ 64 จวิ้นอ๋องก็มีการใช้คำว่า โง่งม นี้หลายครั้งอยู่ มันเลยทำให้เรายังนึกถึงอาซิ่นอยู่นิดๆค่ะ
    เท่านี้แหละค่ะที่อยากบอก นอกนั้นดีงามมากจริงๆ กราบบบ
    #10,369
    0
  24. #10368 chanchan123 (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 10:28
    นี่อาซิ่นรู้ใจตัวเองแล้วใช่มั้ย ว่ารักท่านแม่ทัพอ่ะ สงวารอาซิ่นเนอะ แล้วคัณนายหวังคือใคร
    #10,368
    0
  25. #10367 ฝนธารา (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 10:26
    เศร้าจังเลยยยยย
    #10,367
    0