ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 64 : ตื่นจากม่านฝันอันเลือนลาง ทุกสิ่งพลันปรากฏ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,931
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    23 ม.ค. 60

 





               ความรู้สึกนั้นราวกับจมอยู่ในห้วงฝันอันมืดหม่น เวลาล่วงผ่านไปโดยมิอาจทำสิ่งใดได้แม้แต่ขยับปลายนิ้ว ดวงตายังคงมองเห็น ในห้วงคิดยังรับรู้ถึงทุกสิ่งที่เกิด ทว่าก็ราวกับโดนพันธนาการไว้ด้วยบางสิ่งที่มองไม่เห็น หลายครั้งนึกอยากดิ้นรน แต่กลับมิอาจทำสิ่งใด ได้แต่หลับตานอนฝันและสะดุ้งตื่นมาอย่างอกสั่นขวัญหาย วนเวียนไปราวกับคนจมน้ำ ความรู้สึกเหล่านี้จวิ้นอ๋องเช่นข้ามิเคยประสบมาก่อน มันช่างน่าอึดอัดขัดข้อง ทรมารเสียจนแทบรับไม่ไหว ตราบจนวันหนึ่งที่ทุกอย่างแปรเปลี่ยน เมฆหมอกถูกพัดผ่าน สติแจ่มใส ข้ารู้สึกเหมือนถูกปลุกให้ตื่นจากนิทยาอันยาวนานอีกครั้ง และยินดียิ่งนักเมื่อแสงอาทิตย์กระทบนัยน์ตา



                อากาศภายนอกนั้นหนาว หากความหนาวนี้แตกต่างกับความหนาวเหน็บในดวงใจ ข้าคลี่ยิ้มออกมาเต็มใบหน้าเมื่อลืมตาขึ้นแล้วพบว่าตนกำลังนอนพักอยู่ในรถม้าพร้อมกับผ้าผวยอุ่นนุ่มคลุมกาย กลิ่นกำยานหอมที่เคยคุ้นโชยมากระทบโสต แม้มองไม่เห็นท้องฟ้ายังรับรู้ถึงเสียงนกร้อง เสียงฝีเท้าผู้คนและเสียงวงล้อหมุนด้านนอกที่ไพเราะสุดเปรียบปาน ภายในรถม้าตกแต่งอย่างงามวิจิตรแสนคุ้นตา แม้ห่างไกลจากความสะดวกสบายที่ได้พบอยู่บ้างแต่ยามห้วงคิดปลอดโปร่ง ร่างกายที่เคยหนักอึ้งเบาลงและสามารถขยับปลายนิ้วได้ตามใจหวัง ทุกสิ่งก็งดงามเสียจนสามารถมองข้ามสิ่งไม่พึงประสงค์ได้อย่างง่ายดาย ราวกับพลิกฟื้นขึ้นจากความตาย ราวกับกลับมามีชีวิต


             ตัวข้า ข้าคือผู้ใด ? ตามตนเองอย่างโง่งมสองครั้ง ข้ายกมือทั้งสองข้างลูบจับใบหน้า ครางเบาๆในลำคอ 


             ข้าคือหวงเทียนหยาง ข้ายังสามารถ...ยังสามารถ....



                “นายน้อย..ท่านฟื้นแล้ว” เสียงของคนผู้นี้เองก็แสนเคยคุ้น ขัดจังหวะให้หันไปมองหา ข้ามองเงาร่างของชายผู้นั้นอย่างรวดเร็ว เพียงได้ยลดวงตาของผู้รับใช้ที่สนิทชิดเชื้ออย่างยิ่งความยินดีก็ท่วมท้นในหัวอก ข้าเอื้อมมือไปหาเขา ริมฝีปากขยับราวกับจะกล่าวสิ่งใดแต่ที่สุดกลับได้แต่จ้องมองเหล่าไท่ซึ่งเดินขึ้นมาหาพร้อมกับถาดน้ำอุ่นสำหรับล้างหน้าและผ้านุ่ม แววตาโหยหาอย่างยิ่งของข้าคงจะสะกิดใจเขาอยู่ไม่น้อย ดวงตาคู่นั้นจึงฉายแววฉงน แต่ยังยิ้มยินดี



                “ร่างกายเป็นอย่างไรบ้างขอรับ นายน้อยหลับไปตั้งแต่เมื่อวานยามเที่ยง ท่านเขยเองก็ร้อนใจยิ่งนัก”



                “ข้าสบายดี” เดิมทีคิดว่าน้ำเสียงที่ออกจากลำคอคงพร่าแหบด้วยอารมณ์สะเทือนใจ แต่มันกลับใสกระจ่างราวน้ำค้างกลางหาว ข้าคลี่ยิ้มนุ่มนวลเฉกที่เคยกระทำและรับผ้านุ่มสำหรับเช็ดหน้าออกมาจากมือของเหล่าไท่ ข้าลูบสัมผัสความอุ่นชื้นนั้นเบาๆ ก่อนจะค่อยๆเช็ดใบหน้าและดวงตาตนเองอย่างใจเย็นยิ่ง พิถีพิถันอย่างยิ่ง



                จ้องมองเงาตนเองสะท้อนในอ่างน้ำอุ่นใบเล็ก ดวงตา ใบหน้า คิ้วคาง เหมือนเดิมและมิอาจแปลเปลี่ยนกลับทำให้ขอบตาร้อนผ่าว คิดอยากหัวเราะออกมาแต่ติดฐานะจึงกระทำได้เพียงคลี่ยิ้มให้แก่ร่างเงาอันเคยคุ้นของตน ข้าอยากแตะไปให้หมดทุกส่วนยิ่งนักเพื่อบอกว่าสิ่งนี้มิใช่ความฝัน ที่สุดจึงอดใจไม่ได้ที่จะยกมือลูบเบาๆ



                ข้ากลับมา ระยะเวลาเกือบเจ็ดสิบวันที่ถูกพันธนาการด้วยด้ายที่มองไม่เห็น มิอาจขยับกายและทำได้เพียงมองผู้อื่นปลอมแปลงเป็นตนเองและกระทำตัวเป็นจวิ้นอ๋อง..



              ข้ากลับมาแล้ว



    “นายน้อย?”



                “ใบหน้าข้าดูสดใสกว่าเดิม” 

   


                ดวงตามีรอยชื้น ข้ากระพริบตาเพื่อซ่อนหยดน้ำตาแห่งความยินดีและกล่าวไปถึงสิ่งอื่นเพื่อบ่ายเบี่ยงแต่ก็ก้มมองสำรวจใบหน้านี้เช่นกัน แม้ผู้อื่นเชยชมว่าข้างาม แต่ข้าก็มิได้ทะนงตนว่าเลิศล้ำหาใดเปรียบปานแต่อย่างใด แท้จริงข้านึกหวั่นอยู่ว่าหลังพบปะเหตุการณ์ประหลาด คนผู้นั้นจะกระทำมิดีมิร้ายจนใบหน้าของข้าย่ำแย่กว่าเดิมจนต้องสำรวจตรวจตรา แปลกใจอยู่บ้างที่หาได้ซูบซีดเพราะอาการเจ็บป่วย หาได้ทุกข์ทนเพราะความกลัดกลุ้มเรื่องรักที่ไม่สมหวัง ทั้งใบหน้าและแววตาต่างสดใสผิดแผกไปจากที่เคย นี่ใช่ใบหน้าของข้าจริงๆหรือ..ความไม่เคยคุ้นนี่เพราะห่างหายมานานใช่หรือไม่ ข้ามองมันแล้วอดครุ่นคิดไม่ได้



                “ขอรับ ได้เทพโอสถมาช่วยรักษาอาการป่วยให้นายน้อยได้ในที่สุด นับว่าดีอย่างยิ่ง” เทพโอสถไป๋จิ้ง ผู้ชราที่เข้าใจยากผู้นั้น..ข้านึกถึงสิ่งที่ตนจำได้และสามารถมองเห็น ก่อนจะพยักหน้า



                “อย่าลืมตกรางวัล”




                “ขอรับ” ใบหน้าของเหล่าไท่คล้ายฉายแววแปลกใจเบาบางก่อนจะจางหาย คลี่ยิ้มพยักหน้านอบน้อม หยิบผ้านุ่มสำหรับเช็ดหน้าและน้ำอุ่นติดมือ “เหล่าไท่รับทราบแล้ว ประเดี๋ยวจะให้เทพโอสถมาตรวจดูร่างกายนะขอรับ”



                ข้าพยักหน้า ยิ้มกับการรู้ความของพ่อบ้านคนสนิทที่กระทำได้อย่างรวดเร็วเสมอด้วยความพอใจ หากกำลังคิดสำรวจร่างกายตนเอง ร่างของคนผู้นั้นกลับชะงักอยู่ไม่เดินออก ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยหันกลับมากล่าวอย่างรวดเร็วยิ่ง “ท่านเขยสั่งการข้าว่าหากนายน้อยฟื้นขึ้นมาให้รีบบอกทันที แต่ยามนี้ต้องควบคุมการเดินทาง ควรจะ....”



                “ทำหน้าที่ของตนให้ดี ข้าฟื้นแล้วก็จริงแต่หาใช่เรื่องเร่งด่วน” ดวงตาคู่งามทอแววเยือกเย็นอยู่ในทีจ้องมองผู้กล่าวคล้ายตำหนิว่าเอ่ยเรื่องไม่ควรครู่หนึ่งก่อนมองเลยผ่าน ข้าแปลกใจไม่น้อยที่เหล่าไท่กระทำเรื่องไม่รู้ความเช่นนี้ หากแปลกใจแล้วกลับชะงักมือเท้า คลี่ยิ้มออกมาอย่างเงียบงัน



                ..คนผู้นี้ยังคงฉลาดเสมอ



                “ออกไปได้แล้ว เหล่าไท่”



                “ขอรับ นายน้อย”




                น้ำเสียงที่กล่าวมีทำนองแตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง ทั้งกังวานและเต็มไปด้วยความยินดีอย่างปิดไม่มิด  เขาเองก็ทราบแล้วว่านี่คือตัวข้า..ไม่ต้องกล่าวสิ่งใดข้ากับเหล่าไท่ต่างก็ทราบความนัยต่อกัน เพียงครู่ดวงตาสบประสาน คลี่ยิ้ม โค้งศีรษะเล็กน้อย นั่นก็มากพอจะให้คนผู้หนึ่งตื้นตันเสียจนน้ำตาคลอเอ่อ คนผู้นี้หาได้นิยมโขกศีรษะ คุกเข่าแสดงความจงรักภักดีอย่างพร่ำเพรื่อ หรือเพ้อรำพันบอกให้ข้าทราบว่าตนเองรู้สึกอย่างไร ข้าทราบสิ่งที่เอ่อท้นออกมาโดยบุรุษเบื้องหน้ามิต้องกล่าวแม้ครึ่งคำ



                บ่าวผู้ภักดียังคงเป็นเช่นเดิม ข้าคลี่ยิ้มลับหลังเหล่าไท่จากไป ครานี้เป็นการสำรวจตนเองในที่สุด ขยับตัวออกมาจากผ้าผวยอุ่นนุ่ม ลมหายใจพรั่งพรูออกมาเมื่อสัมผัสความหนาวเหน็บ ข้ามองละอองลมหายใจสีขาวของตน นิ่งงันอยู่อึดใจใหญ่เพื่อระลึกถึงสิ่งที่พบเห็นและรับรู้ในช่วงเวลาที่เหมือนความฝันสีขุ่นมัว รู้สึกยินดีทั้งยังโล่งใจเต็มที่หากแต่ก็ระแวดระวังเต็มเปี่ยมเช่นกัน สองเดือนที่ราวถูกผุ้อื่นแย่งชิงร่างของตน เล่าให้ใครฟังคงกลายเป็นเรื่องตลกขบขัน แต่มิใช่สำหรับข้าด้วยมันคือเรื่องจริง



มองเห็น แต่มิอาจทำสิ่งใด รับรู้ แต่มิอาจขยับตัว กระทั่งความฝันก็ยังมิอาจไปทักทายคนผู้นั้น ไต่ถามว่าเป็นเรื่องราวอันใดกันแน่ แม้บางสิ่งที่อาซิ่นผู้นั้นกระทำจะเป็นเรื่องดี แต่บางอย่างกลับโง่งมยิ่งนัก



ข้านิ่งงัน ครู่หนึ่งว้าวุ่น มิอาจกระทำสิ่งใด ก่อนจะแกะสายเชือกที่มัดเอวออกอย่างไม่กลัวลมหนาว เพื่อสำรวจร่างกายและลากปลายนิ้วเนียนขาวลงบนแผ่นอก ลำคอ ตลอดจนร่องรอยบริเวณหน้าท้องก่อนจะขมวดคิ้ว



   ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้า



                ความฝันลามกปรากฏขึ้นในห้วงคิดทำให้ใบหน้างามนิ่งขึง ร่องรอยเย็นสายหนึ่งปรากฏในแววตา ภาพคนสองคนที่คลุกคลีกอดจูบกันหาได้ทำให้ข้าเขินอายแต่กลับรู้สึกกรุ่นโกรธ ร่างกายของข้ากลายเป็นอันใดไปแล้ว คนผู้นั้นกระทำสิ่งใด..แม้ทราบว่านั่นมิใช่ตัวข้าก็เป็นร่างของข้าใช่หรือไม่ นี่คงเป็นสิ่งที่คนผู้นั้นกระทำได้อย่างดียิ่ง นำเอาร่างผู้อื่นไปกระทำมิดีงาม แม้คนผู้นั้นจะเป็นสามีแต่ไยมิละอายใจที่ใช้ร่างผู้อื่น ..หาได้คิดขอบคุณที่เขาทำให้ข้าได้สมรักกับบุรุษในดวงใจ เช่นเดียวกับมิได้ปรารถนาต้องการมากไปจนมิรู้ผิดชอบชั่วดี



            คนผู้นั้น กระทั่งชื่อเสียงเรียงยามมิอาจทราบ ข้ารู้เพียงเขานิยมถูกเรียกอาซิ่น จื่อซิ่น บางทีคงเป็นชื่อของคนผู้นั้น 


           แล้วอย่างไร เพียงนามรองเหมือนกัน สามารถทำสิ่งใดได้ตามใจหรือ?



                 เวลาล่วงผ่าน ความเย็นเยียบในแววตายิ่งมีมาก ขณะที่กำไลหยกขาวในข้อมืองามกระทบนัยน์ตา เสียงกระทบพื้นดังเบาๆราวกับต่อว่าข้าที่กำลังเผยสีหน้ากรุ่นเคืองไม่รู้จักระงับอารมณ์ ข้านิ่ง...หรุบตาจ้องมองหยกมันแพะสีขาวใสที่ถูกแกะสลักอย่างงามตาแล้วถอนหายใจเบาๆ หากกลับมามีสติแล้วพบเรื่องเหล่านี้ ใครเล่าจะยังสามารถควบคุมรอยยิ้มบนใบหน้าอยู่ได้ ?



               ข้ามองหยกขาวในมือและกลับมาตั้งสติ ครู่หนึ่งนิ่งใคร่ครวญถึงสิ่งที่ตนเองจำได้เงียบๆ นี่เป็นของบุรุษผู้หนึ่ง คนที่ข้ามอบดวงใจให้และปรารถนาจะใช้ชีวิตร่วมกัน เจ้าของฉายาแม่ทัพแดนใต้ที่มีฐานะเป็นสามี ทั้งยังเคยกล่าวว่าจะไม่ยอมรับข้ามาเป็นภรรยา จวบจนหลินจวินเจ๋อยื่นมอบของขวัญที่ควรให้ในคืนแต่งงานชิ้นนี้แก่ข้า บัดนี้มันมีรอยร้าวแล้ว ข้ามองเห็นก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างเย็นชา



                เรื่องราวความรักหรือร่างกายที่ถูกผู้อื่นกกกอดหาได้สำคัญเท่าเรื่องที่เกิดขึ้น ข้าใคร่ครวญและทบทวนเรื่องราวที่ดำเนินขึ้นอย่างเงียบงัน บุรุษผู้นั้นเข้ามาทำให้ทุกอย่างผิดแผกไปจนสิ้น คนมิยอมความอีกต่อไป คนกล้าต่อกรกับราชสำนัก กุนซือทัพผู้ปราดเปรื่อง จวิ้นอ๋องชื่อเสียงเกรียงไกร ผู้ที่ถูกบีบคั้นด้วยความเป็นความตาย กระทั่งถูกบังคับให้เลิกรากับคนที่ตนมีใจ จวบถึงผู้ที่ให้การสนับสนุนองค์ชายต่างแคว้น หาทางรอดให้แก่ตนเอง สร้างฐานะกบฏที่เคยเป็นคำกล่าวหาลมลอยให้เป็นเรื่องจริง



                สิ่งใดคือศักดิ์ศรีของราชนิกุล คนผู้นั้นไม่เคยรู้จัก สิ่งใดคือการยอมตายเพื่อรักษาเกียรติ มิยอมแบกรับข้อหาทรยศบ้านเมือง คนผู้นั้นมิเคยรู้ คนคิดเพียงเอาชีวิตรอดไปวันๆอย่างน่าอาย..น่าอับอายยิ่งนักด้วยใช้นามสิทธ์ ใช้ฐานะตำแหน่งของจวิ้นอ๋อง



                ข้าเอนหลังพิงผนังรถม้า นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะลืมตา มือเคาะข้างรถม้าอย่างรวดเร็วยิ่ง



                “เหล่าไท่”



                “ขอรับ นายน้อย” ไม่เกินอึดใจร่างของข้ารับใช้ผู้ภักดีก็ปรากฏกาย ข้าจ้องมองบุรุษเบื้องหน้า ความเย็นชาปรากฏในดวงตาอย่างเงียบงัน



                “จดหมายที่กักไว้อยู่ที่ใด?”



                “นายน้อย...” ผู้ถูกถามชะงักไปครู่หนึ่งหากเมื่อมองแววตาของมันกลับก้มศีรษะ ยินยอมตอบแต่โดยดี “ยังอยู่ที่บ่าวผู้ต่ำต้อยขอรับ”



                ข้าพยักหน้าช้าๆ อย่างพึงพอใจ รับทราบดีแก่ใจว่าเหล่าไท่จะไม่ยินยอมให้พฤติกรรมใดหรือสิ่งที่ใดที่จะส่งผลกระทบต่อวังจวิ้นอ๋องเกิดขึ้น คนผู้นั้นน่ะหรือปกป้องราชสกุลนี้ได้เท่าข้า คนที่คิดเพียงจะรอดน่ะหรือสามารถเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์เช่นนี้



                บุรุษผู้นั้นหาใช่จวิ้นอ๋อง



                “ส่งออกไป” ข้ากล่าวเสียงสั้น..ซ้ำห้วนนัก



                “เอ่อ....”



                “ส่งออกไป ไม่ต้องปิดบังผู้ใด ส่งให้ทุกคนได้เห็น”



                สีหน้าแววตาเหล่าไท่เต็มไปด้วยความตะลึงตะลานเมื่อข้ากล่าวจนจบ หากข้าสะบัดชายเสื้อเป็นการไล่มิให้เขาอยู่อีกทั้งหันหลังให้เงียบๆ แม้จะดูแลอย่างดีแต่คนผู้นี้ก็มีความผิดที่ปล่อยปละละเลยเรื่องนี้เช่นกัน วังจวิ้นอ๋องจะสนับสนุนกบฏต่างแคว้น? ข้อหานี้เพียงเผยแพร่ออกไป ต่อให้กระโดดลงหวงโฮก็มิอาจล้างมลทิน ทราบดีว่าเป็นหลุมพรางยังกระโดดลงไป โง่งมเสียจนใจของข้ามีโทสะ



                “ตอนเที่ยงเรียกหลินจวินเจ๋อมาด้วย”



                ข้าสั่งการโดยมินำพาว่าเหล่าไท่จะอยู่หรือไม่ ด้วยที่ข้าทราบคือคนผู้นี้ย่อมกระทำอย่างรวดเร็วและเรียบร้อยอยู่แล้ว ในยามนี้เขาทำให้ข้ามีโทสะ ยิ่งควรทำดีเพื่อชดเชยความผิด เรื่องการให้หมอมาตรวจดูอาการหรือแต่งตัวนั้นล้วนรอได้ แต่เรื่องที่เกี่ยวพันกับแว่นแคว้นและวงศ์ตระกูลกลับมิอาจรอ



                คนผู้นั้นอาจรอได้ อาจใส่ใจสิ่งอื่นได้ คนผู้นั้นอาจทุ่มเทใจไปในเรื่องโง่งมได้ แต่ข้ามิอาจปล่อยให้คนผู้นั้นทำลายรากฐานที่บรรพบุรุษและเสด็จปู่ช่วยกันสร้าง คนผู้นั้นไม่ว่าเป็นใครก็ตาม อาจมีดีที่สามารถช่วงชิงดวงใจของบุรุษที่ข้ารักมาได้ แต่บุรุษผู้นั้นกลับกระทำการน่าชังกว่าด้วยการคิดคดทรยศบ้านเมือง



                แม้ถูกบีบบังคับเพียงไร หลังชนแม่น้ำเพียงไร จวิ้นอ๋องจะไม่มีทางทรยศชาติและทรยศแผ่นดินเกิด ไม่มีทางหลงลืมหน้าที่อ๋องของตนได้ แต่เพียงไม่นานที่คนผู้นั้นยึดครองร่างของข้า กลับกระทำหลายสิ่งที่นำพาไปสู่การถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ



                ข้อกล่าวหาอันน่าชัง ข้ามิอาจยอมรับได้ เพราะข้าคือหวงเทียนหยาง ข้าคือจวิ้นอ๋อง ข้ามีศักดิ์ศรีและสิ่งที่ยึดถืออยู่ในฐานะอ๋องผู้หนึ่งซึ่งมิอาจปล่อยไว้ได้ 



                ดึงกำไลหยกขาวที่มีรอยร้าวออกจากข้อมืออย่างเงียบงัน และนิ่งรอคอยเทพโอสถที่จะมาถึง หากในห้วงคิดกลับคำนึงเรื่องของแม่ทัพแดนใต้ ในวันนี้ผู้ที่จะถูกกล่าวโทษหาได้มีแค่เหล่าไท่ ยังมีสามีของข้าอีกหนึ่ง คนผู้นั้นถูกความรักกล่อมเกลาจนในหัวใช้การไม่ได้แล้ว จึงได้กระทำการโง่งมเช่นพยักหน้ายอมทรยศแผ่นดิน ทั้งที่เป็นแม่ทัพปกป้องชายแดน กลับพยักหน้ายอมเพื่อให้มีชีวิตรอด ขลาดเขลาและน่าอายราวกับมิใช่หลินจวินเจ๋อผู้ยอมตายไม่ยอมสยบ



                ข้ามิเคยชื่นชมที่เขาหลงใหลคนผู้หนึ่งจนเลอะเลือนเช่นนี้ น่าผิดหวังอย่างยิ่ง..



           รถม้ากำลังมุ่งเข้าสู่เมืองหลวง เข้าเขตชานเมืองแล้วบ้านเรือนจึงหนาตามากขึ้น ผู้คนต่างทราบดีว่านี่คือขบวนเสด็จขององค์รัชทายาทรวมทั้งขบวนเดินทางของจวิ้นอ๋องและแม่ทัพหลินฉายาเทพสงครามแห่งเทียนจิ้นกลับมาจากศึกชายแดน ชัยชนะที่สามารถขับไล่ผู้รุกรานได้ยิ่งทำให้ชื่อเสียงคำสรรเสริญยิ่งมีมากขึ้น ชาวประชายังไม่รู้และไม่ทราบถึงวิกฤติที่เกิด ไม่ทราบว่าอีกเพียงไม่กี่วันฟ้าพลิกแผ่นดินคว่ำ จากผู้ชนะศึกอันเกรียงไกรอาจกลายเป็นผู้ทรยศแผ่นดิน



                แม้ได้รับชัยชนะ แต่ข้ามิได้ยินดีด้วยนี่มิใช่ชัยชนะที่มาจากตนเอง ใคร่ครวญแล้วข้าก็ถอนหายใจเล็กน้อย ไม่นับพฤติกรรมนำร่างผู้อื่นมาใช้ตามอำเภอใจ ที่ทำดียังสามารถกล่าวได้ว่าทำดี อย่างน้อยชนะศึกยังสามารถรักษาชื่อเสียงของจวิ้นอ๋อง มิต้องพบเจอข้อหาเป็นเหตุให้ผู้อื่นมาเฉือนดินแดน คนยังดิ้นรนพยายามไม่ให้ข้าเสื่อมเสีย ทว่าเรื่องราวหลังจากนั้นกลับน่าถอนหายใจอย่างมาก ทั้งที่พยายามจะรักษาชื่อเสียงของข้า แต่มาครานี้กลับยอมเสียทุกสิ่งแต่ไม่ยอมตาย ได้รับชัยชนะกลับพลาดท่าเสียทีกลอุบายผู้อื่นครั้งแล้วครั้งเล่า..เนื่องเพราะบุรุษผู้นั้นละทิ้งสิ่งที่ข้ายึดถือไว้มั่น นี่จึงนับว่าน่าผิดหวังยิ่งนัก



                ไม่ผิดหากไม่อยากตาย มนุษย์ผู้ใดอยากศีรษะร่วงลงผืนดิน แต่ผิดเพราะสิ่งที่เขากระทำตอนนี้ คนผู้นั้นไม่เข้าใจว่าเหตุใดข้าจึงยอมทนถูกเหยียบย่ำ ทำลายทุกสิ่งที่วางไว้จนสิ้นทั้งที่มันใกล้จะสำเร็จอย่างน่าขุ่นเคืองใจ



 ข้ากระชับผ้าผวยคลุมตัวพลางวางถ้วยยาไว้หลังดื่มจนเสร็จ เก็บแววตาระงับความไม่พอใจและกระทำตนเฉกที่เคยเป็น เทพโอสถแห่งไห่เยี่ยนเข้ามาตรวจดูอาการและนำยามาให้แล้ว ทราบจากอีกฝ่ายว่ายังต้องดื่มยาประคองอาการทุกวันและฝังเข็มอีกจนกว่าจะหาย ข้อความนี้แม้ทราบแล้วอีกฝ่ายก็ยังกล่าวย้ำบอกถึงครั้งที่สาม มองเห็นดวงตาคู่นั้นฉายแววกังขายามข้าตกรางวัลท่านหมอผู้รักษาผู้คนตามใจแค่นยิ้ม กล่าวว่ารังเกียจวิธีเช่นนี้ของคนชั้นสูงเป็นอย่างยิ่ง



ข้าคลี่ยิ้มอ่อนหวานหากก็เย็นชา หาใช่เรื่องราวของข้าผู้เป็นอ๋องที่ต้องรับฟังอุดมการณ์ของเขา มีหมอมารักษา เมื่อสามารถรักษาได้และทำให้ข้าหายจากอาการป่วย ขับไล่บุรุษผู้แย่งชิงร่างกายผู้อื่นออกไปได้ข้าย่อมมอบรางวัลตอบแทน เทพโอสถไป๋จิ้งมีทางเลือกเพียงรับหรือไม่รับ หาได้มีทางที่สาม ให้จวิ้นอ๋องนิ่งฟังคำกล่าวอันไร้สาระ



เทพโอสถมองข้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แต่ข้าก็มิได้ใส่ใจคนผู้นี้ ข้าผู้เป็นอ๋องมิได้ไยดีว่าหมอคนหนึ่งจะคิดอย่างไรกับตน บัดนี้ที่ต้องทุ่มเทความคิดและเตรียมรับมือคือข้อหาที่ถูกจัดเตรียม การแสร้งบื้อใบ้มิได้ผลแล้ว แผนถอยเพื่อแสร้งรุกมิอาจนำมาใช้ออก แต่มิแน่ว่าต้องจนตรอกเสมอไป



“นายน้อย ท่านแม่ทัพมาถึงแล้วขอรับ” เทพโอสถแห่งไห่เยี่ยนออกไปไม่นาน เหล่าไท่ก็ชะโงกหน้าเข้ามาบอก ข้าพยักหน้า อนุญาตให้คนผู้นั้นเข้ามาพลางยกน้ำชามาจิบกลั้วคอจากรสขม ก่อนจะชะงักมือ “เดี๋ยว”



“ขอรับ”



“เทพโอสถแห่งไห่เยี่ยนไม่ยอมรับเงินทองหรือรางวัล ไม่เป็นไร ส่งลู่ซุนไปให้เขา แจ้งว่าข้ามอบให้”



เหล่าไท่เงยหน้ามามองข้าเล็กน้อย เห็นแล้วข้าจึงคลี่ยิ้มอ่อนหวานตอบรับผู้ที่เลี้ยงดูตนมานับแต่เป็นทารก อีกฝ่ายรับคำและล่าถอยออกไปอย่างรวดเร็ว แม้แปลกใจแต่ยังกระทำตาม นั่นเป็นเรื่องดี แม้ที่ผ่านมาเคยเอ่ยปากกลางที่ประชุม ตัวข้าคนก่อนนั้นเดินตกหลุมพรางขององค์ชายแห่งไห่เยี่ยนอย่างง่ายดาย แต่หาได้หมายถึงข้าจะยอมเก็บเด็กน้อยผู้นั้นไว้ข้างกาย เมื่อเทพโอสถผู้หยิ่งยโสนั้นกระทำตนสูงส่งเทียมฟ้า ไม่รับเงินทอง ไม่สนลาภยศสรรเสริญใดๆ เช่นนั้นข้าก็ควรมอบศิษย์รักคืนเขา หรือจะกล่าวว่าไม่ใช่เรื่องดี..



หากไม่รับ? ข้าย่อมต้องโยนหอกข้างแคร่นี้ลงไปในหน่วยธงดำ นี่ถือเป็นรางวัลของการช่วยเหลือข้าแล้ว ความดีชดเชยความผิด แม้เด็กหนุ่มช่วยชีวิตข้า แต่พี่ชายของเขาทรยศแผ่นดิน เป็นสายลับของไห่เยี่ยน ไม่ว่ามีเหตุผลใด การทรยศคือทรยศ เช่นเดียวกับสิ่งที่บุรุษผู้นั้นจะทำ จะลากเอาตัวข้าให้ถูกข้อหากบฏ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลใด ยังเป็นกบฏอยู่วันยังค่ำ



ข้าทราบดีว่าจะไม่ถูกละเว้น ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม เช่นเดียวกับที่ข้าจะไม่ละเว้นเด็กหนุ่มผู้นั้น น้องชายของกบฏไม่อาจปล่อยไว้ หากยินยอมละเว้นหนึ่ง ก็จะต้องมีมาอีกหนึ่ง แล้วกฎจะยังเป็นกฎอยู่อีกหรือ บ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎเมือง ผู้ใดสามารถเชือนแชไม่ปฏิบัติตาม แม้ข้าผู้เป็นอ๋องก็มิอาจละเว้น!



“อาซิ่น เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”



“ข้าสบายดี สมองปลอดโปร่งยิ่งนัก” สุ้มเสียงคุ้นหูแม้ไม่ได้ยินมานาน กระตุ้นหัวใจให้กระตุกไหว ข้าหันไปมองผู้ที่กล่าว คลี่ยิ้มออกมาเฉกที่ตนเคยกระทำ ข้าแม้ทราบดีว่าหลินจวินเจ๋อเปลี่ยนไปแล้ว แต่ยามบุรุษเบื้องหน้ารีบผลุนผลันเข้ามาด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ นำเนื้อตัวในชุดเกราะใหญ่มีเศษหิมะตกประปรายแนบชิดยังรับไว้แทบไม่ไหว



“ดีแล้วที่เจ้า...อาซิ่น?”



“ท่านพี่ไม่ได้ถอดเกราะออก หนาวยิ่งนัก” ข้าเบี่ยงกายออกจากอ้อมแขนหนาอย่างละมุนละม่อมพลางกล่าวเบาๆ และขยับตัวห่างจากร่างของหลินจวินเจ๋อ แม่ทัพแดนใต้เมื่อได้ยินข้ากลาวเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างโง่งมครู่หนึ่ง คนยอมถอยออกไปแต่โดยดีพลางถอดเกราะอ่อนและเอื้อมมือปัดเศษหิมะออกจากร่างและเส้นผม ระหว่างนั้นเองข้าก็ลอบมองสำรวจอีกฝ่ายเงียบๆ พลางหรุบตามองขนสัตว์สีเทาที่ถูกนำมาปูพื้น



แม้จะได้มองเห็น ได้พบหน้าอีกฝ่ายแทบทุกวัน หากมันก็ราวกับฝันอันเลือนราง ในความฝันนั้นหลินจวินเจ๋อรักใคร่และทุ่มเทให้กับข้าอย่างมากมาย ตระหนักถึงความรักที่ข้ามอบให้ ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อข้าอย่างโง่งม คนละสายตาจากแม่นางจ้าวผู้นั้นและหันมาอย่างไม่ลังเล ยินยอมรับข้อหารักชอบบุรุษ ยินยอมรับแม้ข้อหาทิ้งทัพใหญ่ ยอมรับความอับอายทุกสิ่งอย่างน่าซาบซึ้ง สิ่งนี้ครั้งหนึ่งข้าเคยต้องการอย่างยิ่ง แต่น่าเศร้าใจนักที่ข้าได้รับด้วยน้ำมือของบุรุษผู้นั้น หาได้รักใคร่ตัวข้าที่เป็นข้าแต่อย่างใด



“อาซิ่น?”



ข้าเงยหน้าขึ้นจากขนเตียวสีเทาอ่อนนุ่มที่ตนเผลอใช้ปลายนิ้วเขี่ย ดวงตาหม่นครึ้มเพียงครู่ก่อนจะกลับเป็นเรียบนิ่ง ริมฝีปากคลี่รอยยิ้มอ่อนหวานไม่ได้ไปถึงดวงตา กระทำตนเฉกที่เคยทำต่อหน้าหลินจวินเจ๋อเสมอ ข้าพยายามอย่างยิ่งที่จะระงับแววตาสั่นไหวของตนเองยามอีกฝ่ายขยับมาใกล้และกอดข้าเอาไว้ด้วยอ้อมแขนแกร่งทั้งสองข้าง



แตะปลายนิ้วลงบนท่อนแขนแกร่ง นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้แตะตัวเขา ไม่แค่ระยะเวลาหลายวันคืนที่ถูกผู้อื่นยึดครองร่างกาย แต่นับเป็นเวลานานแล้ว..ตั้งแต่ที่เราแต่งงานกัน ห้าปีก่อนในความทรงจำอันห่างไกล หลินจวินเจ๋อมิเคยกอดข้าอีกเลยนับแต่นั้น อ้อมแขนนี้อบอุ่นอย่างยิ่ง หากแต่ก็อุ่นมากไปจนมิอาจรับไหว เพราะข้ารู้ดีว่าเขามิได้กอดข้าแต่อย่างใดจึงไม่อาจรับได้และเบี่ยงตัวออกอย่างช้าๆ



“เจ้าเป็นอะไรไปหรือ ฮูหยิน?”



ข้าดึงแขนของหลินจวินเจ๋อออกจากตัวแล้วพยายามคงรอยยิ้มไว้ ดำรงตนอย่างเช่นที่เคยเห็นบุรุษผู้นั้นกระทำ ขณะเดียวกันก็พยายามขุนความรู้สึกโกรธกรุ่นออกมาด้วยเรื่องที่เขาทำช่างน่าผิดหวัง แต่ยามอีกฝ่ายเรียกข้าว่าฮูหยินลมหายใจกลับไม่ปกติขึ้นมา ความหลังกำลังเล่นงานข้าอย่างหนักหน่วงเสียแล้ว กลับกลายเป็นจวิ้นอ๋องผู้อ่อนแอและไม่อาจสงบใจ..นี่ไม่อาจยอมรับได้



“ท่านพี่เรียกชื่อข้า เทียนหยางดีหรือไม่?” ข้าคลี่ยิ้มอ่อนหวาน ด้วยตระหนักได้ว่าอาซิ่นมิใช่ชื่อของข้า  



“ย่อมได้ แต่แปลกนัก หลังๆมานี้เจ้าอยากให้เรียกอาซิ่นมิใช่หรือ?” ข้ามองใบหน้าหล่อเหลาที่แววตาคมคายคู่นั้นเต็มไปด้วยความรักแล้วยิ้มอย่างอ่อนหวาน กระพริบตาอีกคราแล้วทอดถอนใจ



“ข้าจำเรื่องทุกอย่างได้แล้ว ดังนั้นจึงอยากให้ท่านพี่เรียกนามของข้า ได้หรือไม่?” ข้ากระทำตนโศกเศร้าและทอดถอนใจเงียบๆ นี่คือสิ่งที่ข้าลงมือให้คนผู้นี้เห็นจนชินตายามตบแต่งกับหลินจวินเจ๋อ จวิ้นอ๋องผู้อ่อนไหวและต้องการความรักเคยเป็นอย่างไรก็ยังคงเป็นเช่นนั้น การแสดงนี้ของข้าไม่อาจนับว่าดีมากนัก แต่อย่างน้อยก็คงทำให้ผู้อื่นมองว่าข้าบ้ารักจนโง่งมได้ แต่อาซิ่นผู้นั้นกลับเข้าหาอีกฝ่ายด้วยความจริงจังและร่าเริงของเขา ข้าในตอนนี้ไม่อาจปล่อยให้หลินจวินเจ๋อทราบว่าเรื่องราวแปลเปลี่ยนไปแล้ว...



“เจ้าจำทุกอย่างได้แล้ว...” หลินจวินเจ๋อทวนคำพลางมองใบหน้าข้า คนมีสีหน้างวยงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นเข้าใจเมื่อเห็นสีหน้าแฝงความทุกข์นั้น แม่ทัพแดนใต้ถอนหายใจเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มอีกฝ่ายเบาๆ “บางครั้งข้าก็ไม่อยากให้จำได้ เรื่องรัชทายาทเอย เรื่องที่เจ้าพบเจอ...”



“จำได้ย่อมดีกว่า” ข้าหรุบตามองปลายนิ้วของเขา เรื่องราวที่จำฝังใจหาได้เจ็บปวดทว่าการกระทำราวเวทนาสงสารของอีกฝ่ายต่างหากทำให้ข้ายิ้มเฝื่อน  แม้หลังจากเกิดเรื่องขึ้นกับรัชทายาทหลินจวินเจ๋อจะห่วงใยและเห็นใจข้ามากขึ้น แต่ข้าก็ยังได้รับเพียงความเวทนาสงสาร มิได้มีสิ่งใดมากกว่านั้น ความรักในแววตานี้เป็นของอาซิ่น บุรุษอื่นที่มิใช่ข้า แล้วจะให้ยิ้มแย้มยินดีอยู่ได้อย่างไร



“เพราะเจ้าจำได้ จึงอยากให้ข้าเรียกเทียนหยาง และถอดกำไลของข้าไปใช่หรือไม่?”



“..........”



ข้านิ่งเงียบ ไม่กล่าวสิ่งใดกับคำถามของหลินจวินเจ๋อ หากเงยหน้าขึ้นเพื่อมองดวงตาเข้มจัดของอีกฝ่าย สีหน้าและแววตาของสามีตนนั้นแข็งทื่อซ้ำยังแฝงความรู้สึกบางอย่างที่คล้ายความกังวลและความผิดหวัง ข้าคลี่ยิ้มออกมาเมื่อทราบแล้วว่าแม่ทัพแดนใต้คิดเช่นไร ยามอยู่ในความฝันนั้น ข้าจำได้ดีถึงความจริงหลายอย่างที่ตนเองไม่เคยทราบ เช่นเรื่องที่หลินจวินเจ๋อมีส่วนเกี่ยวข้องกับความตายของตน และคำสารภาพที่เอ่ยถึงความผิดหลายอย่างต่อหน้าตัวปลอมคนนั้น มันมีข้อหนึ่งที่ข้าจำได้ดีนั่นคือยามข้าถูกจื่อจิ้นจับตัวไป หลินจวินเจ๋อรีรอไม่ยอมช่วยเหลือเสียจนเกิดเรื่องที่ข้าไม่อาจให้อภัย..



ห้วงคำนึงที่คิดไปถึงเรื่องราวครานั้นทำให้แผ่นหนังสั่นเกร็งและหนาวเหน็บ ข้ากอดตนเองเล็กน้อยและหรุบตาลงไม่ให้อีกฝ่ายมองเห็นแววตาอ่อนไหวของตนพลางค่อยๆสงบจิตใจ คิดว่าเพราะข้าจำได้ ข้าจึงเฉยชา? ให้หลินจวินเจ๋อนึกไปเช่นนี้ด้วยตนเองอาจจะง่ายยิ่งกว่า เพราะเมื่อคนรู้สึกผิด รู้ว่าข้าไม่พอใจก็จะยิ่งทำตัวดียิ่งขึ้น ยามนั้นเรื่องที่ข้าคิดกระทำจะราบรื่นดังใจ



เงยหน้าขึ้นเมื่อจัดการความคิดของตนได้แล้วสบตาคู่คมที่สั่นไหว ข้าคลี่ยิ้มอ่อนหวาน หากแต่มองเห็นแววตาเต็มไปด้วยความระแวงของหลินจวินเจ๋อแล้วชะงัก “เหตุใดท่านพี่จึงทำหน้าเช่นนั้น?”



“อะ..แฮ่ม เอ่อ..ท่านพี่ขออภัย” หลินจวินเจ๋อชะงักไปแล้วจึงยิ้มเจื่อน “เพียงจำได้ว่าทุกครั้งที่ฮูหยินยิ้มหลานเช่นนี้นั่นสิ่งที่ตามมาออกจะร้ายแรงอยู่บ้าง”



“ท่านพี่อย่าได้คิดมากไปเลย” ข้าเอ่ยปลอบประโลมอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ห้วงคำนึงคิดไปถึงท่าทีของหลินจวินเจ๋อ ข้าจำได้แล้วว่าแม่ทัพแดนใต้มักจะเป็นเช่นนี้ ยามคนผู้นั้นยิ้มหวานมากเกินไป กล่าวได้ว่ามันกลายเป็นสัญญาณเตือนชนิดหนึ่งไปแล้ว



ข้าไม่พอใจแม้แต่น้อยที่เรื่องราวดำเนินไปโดยที่ตนไม่สามารถควบคุมได้ แต่กระนั้นก็ยังคงรอยยิ้มไว้เฉกทุกครา “ความจริงแล้ว ข้าเองก็มีเรื่องกังวลอยู่จริงๆ แต่มิได้เกี่ยวข้องกับกำไลนั้นหรอก เหตุที่ข้าถอดเพราะมันร้าวแล้ว....อาจหักและเกิดบาดเจ็บเพราะมันได้ ในสถานการณ์เช่นนี้ท่านพี่คงไม่คิดอยากให้เกิดกระมัง”



“แน่นอนอยู่แล้ว” หลินจวินเจ๋อรีบตอบรับอย่างรวดเร็ว แม้ในดวงตาคู่นั้นจะฉายแววเสียดาย “เพียงแค่กำไล ยังคงซื้อใหม่ได้ ตอนนี้ย่อมต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของฮูหยิน...”



“ข้าดีใจที่ท่านพี่คิดเช่นนั้น กำไลชิ้นนั้นบิ่นแล้ว ร้าวแล้วย่อมสามารถหาซื้อใหม่ได้ เรื่องราวตอนนี้สำคัญกว่า”



“.........” หลินจวินเจ๋อนิ่ง เพียงมองหน้าข้าไม่กล่าวคำใดราวกับมีความในใจครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างโง่งม “ฮูหยินกล่าวถูกต้อง”



ในใจเขามีบางอย่างให้สงสัย ข้าทราบดีแต่ก็เมินไปและกล่าวต่ออย่างเยือกเย็น “เรื่องที่ข้ากล่าวเมื่อก่อนทำการรักษา บอกว่าจะมีบางสิ่งกล่าวกับท่านพี่ ข้าขอกล่าวตอนนี้ได้หรือไม่?”



“ได้สิ ข้าย่อมรอฟัง” หลินจวินเจ๋อได้ยินแล้วยิ้มแย้ม คนขยับกายวางท่าจริงจังรอให้ข้ากล่าว ขณะที่ข้าจวิ้นอ๋องนึกถึงเรื่องราวทั้งหมดและปล่อยให้ความเงียบดำเนินผ่านไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มน้อยๆอีกครา แต่ทั้งร่างกับแฝงแววเย็นชาจนแม้ตนเองก็รู้สึกได้



“ยอมช่วยเหลือองค์ชายสามเพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอด..เดิมทีข้าคิดว่าท่านจะไม่ยินยอม ท่านจะไม่มีทางยอมทรยศแผ่นดินเกิด แต่ท่านกลับกระทำเพราะข้าขอร้อง ข้าซาบซึ้งยิ่งนัก ท่านพี่ เพียงแต่ลองย้อนคิดดูแล้ว สิ่งที่ข้าทำนั้นนับว่าขลาดเขลาและโง่งม ซ้ำยังน่าผิดหวังมากเช่นกัน ได้ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะเรียกว่าตระบัตรสัตย์กล่าวเท็จแต่ข้าก็มิอาจทำใจสนับสนุนคนต่างแคว้นเหล่านั้น”



“เรายังสามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้หรือไม่ ท่านพี่...ไม่ยุ่งเกี่ยวกับไห่เยี่ยน แต่มาร่วมมือกันเพื่อผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ ข้าไม่เชื่อว่าราชสำนักจะแล้งน้ำใจอย่างยิ่งกับพวกเราจริงๆ ท่านพี่เห็นว่าอย่างไร?”



ข้าเอ่ยถามอย่างเรียบง่ายพลางยิ้มน้อยๆและสบตาสีดำสนิทอย่างจริงจัง ข้ามองสีหน้าของหลินจวินเจ๋อที่ดวงตาคู่นั้นและแววตาเปลี่ยนแปลงไปหลายครั้ง เขาเองคงตระหนักกระมังว่าถูกข้าทิ่มแทงด้วยวาจาที่กล่าวคล้ายไม่มีอันใดแต่แท้จริงกลับเต็มไปด้วยนัยยะแหลมคมมากมาย ข้าผิดหวังในตัวเขา นั่นทำให้หลินจวินเจ๋อเผยสีหน้าละอายขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะชะงัก คนคล้ายมีคำถาม คล้ายกำลังมีความในใจ เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายในแววตา แต่ในที่สุดมันก็สงบลงและแปรเปลี่ยนเป็นหนักแน่น เจิดจ้าอย่างยิ่ง



“ย่อมได้ ฮูหยิน เช่นที่ข้ากล่าวไว้แล้ว เจ้าต้องการเช่นใด ได้ทุกอย่าง”



ข้ายิ้มแย้ม หากรอยยิ้มหวานนั้นไม่ไปถึงดวงตาที่หรุบลงมองถ้วยชาในมือ คนยอมตามใจได้อย่างง่ายดาย คนยอมเงียบงันแม้ข้าทำเฉยชา ยังคงก้มหน้ากระทำเช่นที่ข้าต้องการเป็นเพราะข้าคืออาซิ่นของเขา ช่างสมเเล้วที่เป็นคนคลั่งรักอย่างโง่งมเช่นนี้ ช่างเหมาะสมเช่นกันที่จะถูกใช้และถูกทิ้งขวาง 



ผู้ใดเคยกล่าวยอมตายไม่ยอมสยบ?

ผู้ใดเคยบอกเป็นแม่ทัพมิยอมอ่อนข้อให้ศัตรู?



ข้าจ้องมองแววตาคู่นั้น ดวงตาสีดำสนิททั้งเจิดจ้าและเต็มไปด้วยความรักความจริงใจมองมาแล้วคลี่ยิ้มออกมาอย่างว่างเปล่า ความรักมิอาจช่วยเหลือข้าในสถานการณ์เช่นนี้ได้ รวมทั้งความจริงใจมิอาจทำให้จวิ้นอ๋องหลุดพ้นจากโทษฐานกบฏ รวมทั้งความจริงใจนี้มิอาจทำให้ข้ายกเขาเหนือหน้าที่และแผ่นดิน



แต่หลินจวินเจ๋อหาได้ต้องการหัวใจของหวงเทียนหยาง..ข้าลอบแค่นหัวเราะในใจด้วยคนยังไม่เอ่ยนามข้าแม้ถูกร้องขอสักครั้ง ก่อนจะหรุบตาลงช้าๆเดิมทีข้ายังคิดกล่าวโทษหรือจัดการอีกฝ่ายแต่เพราะหลินจวินเจ๋อยอมคล้อยตามอย่างง่ายดายจึงไม่ได้กระทืบบาทตวาดอึง ข้าเองก็ยังอ่อนไหวอยู่บ้าง รักษาความสัมพันธ์ไว้ก็ดี ปล่อยให้คนผู้นี้ยังคิดว่าข้าคืออาซิ่นของเขาได้ก็ดีแล้ว..




แต่ฮูหยิน ของท่านคนนั้น มิใช่ข้าหรอก ท่านแม่ทัพ




+++++++++




มาครบตอนแล้วค่ะ เห็นฟี้ดแบ็คแล้วมีบอกว่าจวิ้นอ๋องนิสัยไม่เหมือนที่คิด 555 อย่าได้ลืมว่ามันมาจากความคิดของอาซิ่น มุมมองของอาซิ่น สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่คิดก็ได้ อันที่จริงอาจมีคนไม่เข้าใจเรื่องโดนฝังเข็มแล้ววิ่ญญาณทะลุโลกา ขออธิบายเรื่องราวนี้ไว้ ดังนี้



พิษที่จวิ้นอ๋องโดนมีชื่อว่า’พิษนิทราสามราตรี’ ผลที่บรรยายไว้คือ ผู้ที่โดนพิษจะตายภายในสามราตรี โดยตายไปแบบ หลับไปเฉยๆ ซึ่งงานนี้จวิ้นอ๋องหลับไปจริง และหากโดนยาพิษไปครบสามราตรีก็ตายแน่ๆแต่กลับมีวิญญาณอาซิ่นมาเข้าร่างแทน

อาซิ่นเข้าใจว่าจวิ้นอ๋องตาย

แต่ ไม่มีใครยืนยันได้(นอกจากอาซิ่น)ว่าจวิ้นอ๋องตาย เป็นการยืนยันจากเจ้าตัวล้วนๆเพราะตื่นมาก็อยู่ในร่างจวิ้นอ๋องแล้ว เหลียงจื่อซิ่นไม่ได้รับการยืนยันจากใคร หรืออะไรเลย ว่าจวิ้นอ๋องคนเก่าตายไป คิดเอาตามประสาว่าเขาไม่อยู่ ก็คงตายไปแล้ว..

นี่เป็นเรื่องในมุมมองของเหลียงจื่อซิ่น ดังนั้นเราจึงคิดว่าจวิ้นอ๋องตาย..เพราะอาซิ่นก็มองแบบนั้น

แต่จริงๆคนงามไม่ได้ตาย แค่ ‘นิทรา’ไปเพราะโดนยาพิษเท่านั้น กลายเป็นหนึ่งร่าง สองวิญญาณเมื่อมีอาซิ่นเข้ามา ในเมื่อคนใหม่มา คนเก่าที่โดนยาพิษและยังอ่อนแอก็เลยหลับไป..ใช่แล้วทั่นผู้ชม เหล่าจือเป็นผีสิงร่างชาวบ้านชัดๆ(....)

-ดังนั้นหวงเทียนหยางจึงไม่เคยโผล่มาแม้แต่วิญญาณ เสียงกระซิบ หรืออะไรก็ตาม ไม่มาเป็นผียืนยิ้ม เซย์ไฮ เซย์กู้ดบาย ไม่มีสักอย่างงงงง

แต่สิ่งที่หวงเทียนหยางมีและยังส่งผลต่ออาซิ่นนั่นคือความจำ ที่เหลียงจื่อซิ่นได้ความทรงจำบางอย่างมาจากจวิ้นอ๋อง ก็เพราะจวิ้นอ๋องยังอยู่ สกิลบางอัน เช่นเขียนพู่กัน เล่นกู่เจิ้ง นี่ก็เป็นของจวิ้นอ๋อง แต่สิ่งที่อาซิ่นทำได้ คือสกิลด้านร่างกาย ด้านฝีมือ เรื่องการคิดวิเคราะห์ การวางแผน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้สมองใครสมองมัน ไม่สามารถก๊อปปี้ล็อกเลียนแบบได้

นี่รวมไปถึงอาการกลัวไท่หยาง ทั้งที่อาซิ่นไม่ได้มีปมอะไร แต่กลับส่งผลต่อเจ้าตัวเสียอย่างนั้น เป็นผลมาจากจวิ้นอ๋องที่ยังอยู่ในร่างล้วนๆ

-การรักษา มันคือการนำพิษออกไปจากตัว ทำให้จวิ้นอ๋องแข็งแรงขึ้น หากเหล่าจือคือผี นี่คือการไล่ผี ดังนั้นจวิ้นอ๋องคนเก่าก็กลับมา อาซิ่นเองก็ลืมตาขึ้นมาในโรงพยาบาลเช่นกัน

-ตัวเอกยังคงเป็นจวิ้นอ๋อง นิยายก็ชื่อจวิ้นอ๋อง เพียงแต่เป็นจวิ้นอ๋องคนไหนล่ะ

- เรื่องท่านอ๋องหงุดหงิดอาซิ่น นี่ต้องมองว่าจู่ๆเราโดนคนอื่นยึดร่าง เอาไปทำอะไรที่เราไม่ได้ต้องการ เราจะยังยิ้มพอใจได้อีกไหม เรื่องคนงามหงุดหงิดนี่คิดว่าเป็นปรกติมาก ในมุมมองคนงาม อาซิ่นนี่ไม่ได้มาช่วยชีวิตแต่มา ฉวยโอกาสใช้ชีวิตของตนเอง ต่างหาก เราๆคนอ่าน อ่านเรื่องจากมุมมองของอาซิ่น ย่อมต้องเข้าใจอาซิ่นมากกว่าตัวละครอื่น ดังนั้นจะเข้าข้างอาซิ่นก็ไม่แปลกเช่นกัน 


 

  โปรดติดตามตอนต่อไปปปไปไปป

 

และขายตรงอย่างky-

เปิดจองนิยาย สนใจดูรายละเอียดตรงนี้ได้เลยค่ะ >>  https://docs.google.com/document/d/1qKrLQhy14sUsIpxCO2m3mZIPhCcQDYTT5hmai_LgyL0/edit

 

เพจ FB : https://www.facebook.com/mywhynn/

 

ทวิต @Secrate_Wind

 

และเม้าท์นิยายแท็ก #จวิ้นอ๋อง นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13778 nanq (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 14:14
    ที่สุดของที่สุดคืออยากรู้เรื่องรัชทายาทแบบดูลาสบอสมาก

    นี่ชอบจวิ้นอ๋องนะเป็นคนงามที่สมชื่ออะแบบฉลาดคิดทันคนเหมาะกับตำแหน่ง อาซิ่นดูยังเป็นเด็กๆเหมือนอาซิ่นคิดแค่2 แต่จวิ้นอ๋องคิด 4 ไปแล้ว
    #13,778
    0
  2. #13710 Amarry (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 16:13
    เนี่ยยย ต้องส่งคนงามตัวจริงมาแก้สถานการณ์ คนงามฉลาดและแยกแยะได้มากกว่าคนที่ใช้ชีวิตธรรมดาอย่างอาซิ่นที่คิดแต่เรื่องตรงหน้า มองอะไรแคบเพราะไม่เข้าใจหลายอย่าง

    จากตอนที่แล้วคือขัดใจความรักแล้วยอมตายของนางมาก มันดูฉลาดน้อยจนไร้เหตุผล ยอมได้เพื่อรัก มันแบบไม่ใช่อ่ะ มันต้องแผนซ้อนแผนตบตาให้สามารถพลิกเกมได้เพื่อเอาตัวรอดสิ

    เราเชื่อมั่นในความอัจฉริยะและเจ้าแผนการของจวิ้นอ๋องตัวจริง อยู่ดีๆไม่ชอบใช่มั้ย คนงามฟาดคนพวกนั้นให้สมองหมูไหลไปเลยยยย
    #13,710
    0
  3. #13689 byun yoo rin (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 01:11
    เอ แล้วชื่อเรื่องว่า ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง แสดงว่านายเอกคือหวงเทียนหยางหรอ
    #13,689
    0
  4. #13663 DARA T. (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:21
    แม่ หน่องคิดถึงแม่ แต่นั่นก็ร่างเขาอะ หน่องสงสารเขามากนะ มีแต่คนแรกแม่อะ ไม่มีใครรักเขาจริงๆเลย ทำไงดี หน่องอยากให้แม่กลับมา แต่มันก็ไม่แฟร์กับเขาไหมอะ กลับมาในร่างเขาได้หรอ ฮือออ แมมมมมมมม๊
    #13,663
    0
  5. #13311 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 14:29
    ก็เข้าใจจวิ้นอ๋องนะแต่เรารักอาซิ่นผู้แสนร่าเริงมากกว่าอ่ะ แงงงง กลับมาเร็วๆนะลูก
    #13,311
    0
  6. #13195 Gee_attano (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 22:23
    อื้อหือออ อ่านตอนนี้ล่ะอึดอัดแปลกๆ ถถถ พึ่งเม้นโต้ดน้าาาาา ด้วยความที่ชินกับอาซิ่นผู้ร่าเริง พอเจอเทียนหยางผู้จริงจังเลยบิ้วอารมณ์ไม่ทัน ถถถถ ม้ายยยยย มันหน่วงงงง
    #13,195
    0
  7. #13135 Park K. (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 06:44
    เย็นชาชาเย็นสุดไปเลยค่า นี่ใช่คนเดียวกับจวิ้นอ๋องที่เคยตรอมใจเพราะสามีไม่เหลียวแลจริงเร้อ
    #13,135
    0
  8. #13103 mommommae (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 01:13
    ชอบจวิ้นอ๋องวิญญานอาซิ่นค่ะ เข้าใจแล้วว่าทำไมจวิ้นอ๋องคนเดิมถึงไม่ได้รับความรักจากลูกเต่าเพราะท่านช่างเย็นชายิ่งนัก
    #13,103
    1
    • #13103-1 mommommae(จากตอนที่ 64)
      16 พฤษภาคม 2560 / 01:16
      อ่ะลืมๆอีกอย่าง แต่ก็นั่นแหล่ะตอนจวิ้นอ๋องกลับมาก็เหมือนกระชากเราให้กลับสู่ความจริง จุกแปลกๆ
      #13103-1
  9. #13076 GALAXY*KRIS (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 17:53
    อาซิ่นนนนเราชอบนาง ตอนแรกที่รู้จักเทียนหยางในมุมอาซิ่น นางดูเป็นคนดีอ่ะ แต่พอมาอ่านอีกมุมล่ะแบบโหหห คือเข้าใจนางนะที่อยู่ๆมีคนมาใช้ร่างตัวเองอ่ะ แต่เราอ่านในมุมของอาซิ่นมาแล้วไง เราเลยรักอาซิ่นมากกว่าง่ะ
    #13,076
    0
  10. #13071 angle-wing (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 17:46
    เจอแบบนี้ก็เงิบกันไป แต่ก็ชอบนะคะ ยังไงก็ยังชอบคนงามอยู่นะ
    #13,071
    0
  11. #13031 เมมฟิส (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 21:41
    ไม่ชอบจวิ้นอ๋อง ให้อาซิ่นเป็นนายเอกน่ะค่ะ
    #13,031
    0
  12. #12992 มูตี้ (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 16:57
    ^______^
    #12,992
    0
  13. #12885 แม่เอง (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 20:21
    เห้ย นางจะกลับมาทำไมมมมม
    เราตามอ่านมาตั้งหลายตอนอะ เรายังรักอาซิ่นของเรามากกว่าา TT
    #12,885
    0
  14. #12787 ploypoiza (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 16:42
    สรุปเทียนหยางรักใครกันแน่ค่ะไรท์ ท่นแท่ทัพหรือองรัชทายาท
    #12,787
    0
  15. #12764 xmlove.exo (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 00:00
    หูย ท่านอ๋องช่างเย็นชา
    #12,764
    0
  16. #12367 pqrst (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 11:04
    ที่นางตื่นขึ้นมาแล้วพูดว่าตัวข้านี่.. เสียววาบในใจแล้วก็จริงด้วย. นางเป็นแบบนร้ไม่ค่อยแปลกใจที่1ปีแต่งงานกันไปพระเอกยังไม่หัยมามอง
    #12,367
    0
  17. #11508 Harm. (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 19:48
    อ่านแล้วความรู้สึกสงสารจวิ้นอ๋องหายไป ปะปนกับความเข้าใจ แต่โหดร้ายกับท่านแม่ทัพมากจริงๆ
    #11,508
    0
  18. #11092 blood cross111 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 17:57
    คือเข้าใจท่านอ๋องนะแต่นิสัยไม่ดีเห็นคนเป็นแค่เบี้ยหมากมากอ่ะ สมควรจวินเจ๋อไม่เอา
    #11,092
    0
  19. #10679 แกงส้ม (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:49
    สงสารอาซิ่นจัง ลูกเต่าจะรู้ตัวรึป่าว
    #10,679
    0
  20. #10524 TOEY_KCR (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 19:16
     
    ก็เย้าใจจวินอ๋องตัวจริงน่ะ แต่อ่านอาซิ่นมา50ตอนยาวๆเเบบนี้จะให้มาเปลี่ยนเเละทำใจง่ายๆมันก็ยากอ่ะ คือนิสัยทั้งสองคนมันต่างกันมาก เเละส่วนตัวเราชอบนายเอกที่นิสัยเเบบอาซิ่น ถ้านะเปลี่ยนนายเอกตอนนี้เห็นทีจะทำใจลำบากเเล้วนะคะ
    #10,524
    0
  21. #10522 Alexis potter (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 12:40
    ข้าชมชอบอาซิ่นเจ้าค่ะ เดี๋ยวเราต้องมาดูปฏิกิริยาของฉู่เหวินกับรัชทายาทสองคนนี้มีฟามยานทิพบ์สุดๆ สงสัยชัวร์ๆ
    #10,522
    0
  22. #10521 Alexis potter (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 12:35
    ดูนิสัยไม่ดี หึ
    #10,521
    0
  23. #10335 super.girl (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 21:26
    ไม่ชอบคุณท่านอ๋องเลยคะ -_-
    #10,335
    0
  24. #10314 Devil's ZaZaMo [Rose] (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 17:49
    เล่นเอาเครียดเลย อาซิ่นจะเป็นยังไง
    #10,314
    0
  25. #10269 poterdowจ้า (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 11:38
    หงุดหงิดมากอะ เนื้อเรื่องพลิกโผลสุดๆ จิตจะหลุดแล้ว ขอบคุณนะจ้า
    #10,269
    0