ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 6 : แม่นางผู้นี้ควรเพลาๆเรื่องสามีคนอื่นไว้บ้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,862
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 394 ครั้ง
    4 พ.ย. 59






          ภายในห้องหับโอ่อ่าตกแต่งอย่างประณีตงามวิจิตรปรากฏเงาร่างงามระหงนั่งอยู่บนโต๊ะไม้ประดับมุกตัวหนึ่ง เจ้าของเส้นผมสีดำสนิทสวมอาภรณ์งดงามสูงค่า เบื้องหน้าคือคันฉ่องทองเหลืองที่ขัดจนเงาวับสะท้อนให้เห็นดวงตาเรียวยาวและแพขนตาดกหนาราวกับปีกผีเสื้อ นัยย์ตาดำขลับพราวระยับดั่งร้อยเก็บดวงดาวเอาไว้ ปลายจมูกโด่งสันเชิดรั้นน้อยๆอย่างพอเหมาะพอเจาะ ใบหน้าได้รูปรับกับคิ้วคางและริมฝีปากซึ่งดั่งถูกรังสรรด้วยปลายพู่กันของจิตรกรเอก เพียงแย้มรอยยิ้มก็ราวกับบุปผาผลิบาน ท้องฟ้ามืดครึ้มแปรเป็นสว่างไสว งดงามราวกับลืมหายใจ งามจนผู้คนภูติผีกรีดร้องร่ำไห้  งาม...



              “ท่านอ๋อง เหล่าไท่มีเรื่องจะรายงาน”



          บัด-ซบ



            ข้ากระแทกมือลงบนโต๊ะอย่างลืมตัวด้วยอารามหงุดหงิดและชักสีหน้ารำคาญวูบ หันกลับมาอย่างอารมณ์เสียจนเก้าอี้ครูดพื้นเสียงดัง มันเป็นคำสาปหรือสิ่งใดกันแน่ที่ดลบันดาลให้ผู้คนคอยมาขัดขวางช่วงเวลาดื่มด่ำกับความงามของหวงเทียนหยางอยู่ตลอดมิได้ขาด จะปล่อยให้ข้านั่งคนเดียว จ้องมองเงาคนงามนานสักสองสามชั่วยามไม่ได้เลยหรือ แค่วันละครั้งสองครั้งก็ยังดี วันๆนึงมียี่สิบสี่ชั่วโมง ทำไมต้องเจาะจงมาขัดขวาง เรียกหาอาซิ่นผู้นี้เวลาอยู่หน้ากระจกด้วย



              ทุกข์ใดไม่เท่ามีเนื้อชิ้นงามแสนโอชะอยู่เบื้องหน้าแต่ไม่อาจกิน พวกเข้าใจข้าบ้างไหม ผีเสื้อราตรีเหลียงจื่อซิ่นงาบผู้ชายมาก็มากแต่ยังไม่เคยหลงรักใครจริงจังเลยสักครั้ง พอมาตกหลุมรักขาหักหัวปักหัวปำก็จำเพาะกับร่างที่ตัวเองเข้ามาอาศัยอยู่เสียนี่  ได้แต่มองหลั่งน้ำตาอยู่ในใจหลั่งน้ำลายอยู่เงียบๆก็ว่าน่าปวดใจแล้ว ยังจะมาขัดขวางกันอีก นี่มันกรรมตามทัน กรรมตามทันชัดๆ!



              “มีอะไร รายงานมา” ในใจข้าแม้จะเดือดปุดๆแต่ก็จำต้องวางท่าสงบนิ่งแล้วยิ้มแย้มใจดีมากเมตตาให้สมกับเป็นจวิ้นอ๋องหวงเทียนหยาง แม้จะยิ้มหวานแต่ก็นึกสาปแช่งผู้คนหรือธุระปะปังอะไรก็ตามที่พอเหมาะพอเจาะมารังควานกันตอนนี้ ข้าสถบสาบานกับตัวเองอย่างดุเดือดในใจว่าถ้าคนที่เข้ามาก่อกวนเป็นเจ้าลูกเสือหลินจวินเจ๋อจะจับมันแก้ผ้าห้อยหัวซะให้เข็ด 



              “คุณหนูจ้าว จ้าวลี่เซียนแห่งจวนเสนาบดีได้มาร้องขอพบท่านอ๋องที่หน้าประตูขอรับ”



                   หือ..



              ชื่อเสียงเรียงนามของคุณหนูตระกูลเสนาบดีแล่นเข้าหูทำให้ข้าหูกระดิก จ้าวลี่เซียน นามนี้มิใช่หรือที่เป็นชู้รัก..เอ้อ ไม่สิ ว่าที่อนุภรรยารอสินสอดของหลินจวินเจ๋อ ท่านแม่ทัพแดนใต้ที่โดนข้าลูบก้นไปเมื่อสองวันก่อน พอเขียนสัญญาหนี้วันนี้ก็เป็นคุณหนูคนรักเสนอหน้ามาให้เหยียบถึงที่งั้นรึ ช่างรักใคร่กันดีเหลือเกิน ซ้ำข่าวคราวช่างรวดเร็วยิ่ง เรื่องจวนจวิ้นอ๋องเลิกสนับสนุนจวนแม่ทัพคงกระจายไปถึงหูชาวบ้านร้านตลาดจนทั่วแล้วกระมังนางถึงรีบร้อนมา  แล้วมาตอนไหนไม่มาดันมาขัดจังหวะของข้ากับคนงามซะได้  ถือว่าหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ



               “ไม่ใช่หญิงชาวบ้านร้านตลาด อยากพบข้าไยไม่ส่งเทียบเชิญมาแจ้ง” แขวะได้ให้แขวะไว้ก่อนแม้เจ้าตัวจะได้ยินหรือไม่ก็ตาม ข้าเอ่ยถามลุกขึ้นพลางเดินไปที่กระจกเงาขนาดเท่าตัวคนซึ่งสะท้อนภาพชายหนุ่มรูปร่างหน้าตางามบาดใจผู้คนให้ต้องทำตาละห้อยหา สำรวจเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายไปพลางๆ



               แม้ว่าด้วยรูปร่างหน้าตาเป็นเลิศที่สุดในสามภพของหวงเทียนหยาง ต่อให้แต่งชุดข้ารับใช้ซอมซ่อแค่ไหนก็ยังดูดี แต่ข่มได้ก็ควรข่ม ยิ่งตอนนี้ข้ามีอารมณ์อยากเล่นงานคน  ไม่ถล่มให้แม่สาวน้อยคนนั้นหงายหลังก็ไม่ใช่เหลียงจื่อซิ่น ด้วยความเป็นวิญญาณจากยุคสองพันที่ถูกกรอกหัวมาเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ข้าจะให้เสียเปล่าไม่ได้ งานนี้ถือคติลูกผู้ชายไม่รังแกผู้หญิง(ก่อน) แต่ถ้าอีกฝ่ายมาหาเรื่องเมื่อไหร่ก็ต้องถีบกลับไปอย่าให้พลาด!



             “เอ่อ..คุณหนูจ้าวได้ส่งเทียบเชิญมาตั้งแต่สามวันก่อน แต่ท่านอ๋องสั่งคนไว้ว่าไม่พบขอรับ” ข้ากำลังเล็งเลือกเสื้อคลุมที่จะใส่อยู่กับเสี่ยวเฉียว พอได้ยินคำตอบก็ขมวดคิ้วฉับ นึกทวนความจำคนงามหวงเทียนหยางครู่หนึ่งก็ร้องอ้อ อดจะส่ายหัวไม่ได้



               คนงามหนอคนงาม ในเรื่องความรักก็ยังเป็นไก่อ่อนอยู่เช่นเดิม นอกจากจีบชายหนุ่มผิดวิธี ยังทำให้ชื่อเสียงดีๆที่สั่งสมมาต้องเสียไปด้วย พรากคนรักออกจากกันไม่เท่าไหร่ ยังปล่อยให้สาวน้อยสกุลจ้าวทำตัวอ่อนแอ แพร่ข่าวลือจำพวกถูกวังจวิ้นอ๋องกลั่นแกล้ง ซ้ำพออีกฝ่ายขอเข้าพบก็สั่งคนเฝ้าประตูว่าไม่ยอมเจอ นี่เรียกว่าตกหลุมพรางไปเต็มๆ



              “เชิญนางเข้ามา” 



              โดนชิงกระแสมวลชนไปแบบนี้ปล่อยให้อีกฝ่ายบีบน้ำตาทำคะแนนให้ชาวบ้านชาวช่องสงสารไปอีกก็จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่  ต่อให้หวงเทียนหยางคนงามไม่คิดรังแกสตรีผู้เป็นหนามทิ่มใจแต่ข้ากลับไม่ละเว้น ข้าชี้นิ้วไปที่เสื้อคลุมสีแดงเลือดนกลายวิหค ในหัวคิดถึงวิธีรับมือสาวๆไปพลางๆ คิดถึงวิธีการของสตรียุคโบราณที่ว่ากันว่าร้ายกาจไม่หยอก ประเภท หนึ่งร้องไห้ สองฆ่าตัวตาย สามกระโดดน้ำ อะไรเทือกๆนี้



              “แม่นางจ้าวกล่าวว่านางต้อยต่ำเกินไปมิอาจเหยียบเข้าจวนจวิ้นอ๋อง ขอเพียงพบท่านอ๋องหน้าประตูวังก็พอแล้วขอรับ”



              “นางบอกว่าตัวเองต้อยต่ำ? หึ คนต้อยต่ำกล้าเรียกข้าผู้เป็นอ๋องออกไปพบตัวเองหน้าจวนงั้นหรือ นี่เรียกว่าต้อยต่ำหรือจองหองกันแน่” แม้จะรู้ว่าเหล่าไท่ไม่ใช่แม่นางจ้าวผู้นั้นแต่ข้าก็อดถลึงตาใส่เขาไม่ได้ ดูท่าแล้วแม่สาวน้อยคนนี้จะมีฝีไม้ลายมือไม่ใช่น้อย เอาเถอะ ถ้านางเป็นแค่คุณหนูในห้องหอผู้ใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนในนิยายรักสมัยเก่าคงไม่สามารถครองใจหลินจวินเจ๋อมาจนถึงป่านนี้ อืม..ว่าแต่ตอนนี้เจ้าลูกเสือตัวนั้นกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน



              นี่คิดจะลากข้าออกไปขายหน้าผู้คนหน้าจวน? เฮอะ หากเป็นจวิ้นอ๋องคนเก่าก็คงพลาดตกหลุมได้ไม่ยากหรอก แต่นี่ข้าคือเหลียงจื่อซิ่น อาซิ่นน่ะเจอสาวสวยแสนดีแสนร้ายมาเยอะแล้ว มารยาหญิงพะยี่ห้อไหนก็บรรลุแจ้งถึงใจ จะเล่นงานข้า ระวังโดนข้าเล่นกลับว่งเข้าป่าแทบไม่ทันแล้วกัน



              “ขออภัยขอรับ ท่านอ๋อง ข้าจะรีบให้คนไปบอกแม่นางจ้าว..”



             “ไม่ต้อง เดี๋ยวข้าจะไป” ข้าโบกมือปฏิเสธไม่ให้เหล่าไท่ต้องลำบากพลางขยับตัวเมื่อเสี่ยวเฉียวแต่งตัวให้เรียบร้อย “ข้าจะไปดูว่าน้ำเต้าของจวนเสนาบดีมีอะไรมาขาย..”



              “จัดคนไปให้ข้า ถ้านางอยากพบนัก ก็นำขบวนไปรับบุตรสาวท่านเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้กัน”



         “ขอรับ”



               “เดี๋ยว! ก่อนอื่น ไปดูหน่อยว่าท่านแม่ทัพกลับจากประชุมช่วงเช้ารึยัง”



                ข้าร้องสั่งการบอกเหล่าไท่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วเงยหน้ามองฟ้าดูเวลา มันคงตลกน่าดูล่ะถ้าระหว่างพบปะจะมีหลินจวินเจ๋อปรากฏตัวมาพะเน้าพะนอแม่สาวน้อยคนนั้นให้ข้าขายหน้าชาวบ้าน กลเม็ดเด็ดพรายอะไรที่เห็นในหนังหรือพบด้วยตัวเองก็ต้องระวังเอาไว้ไม่ให้เป็นเป้า อย่าคิดว่าข้า(เข้าร่าง)มาใหม่แล้วจะรังแกกันได้ง่ายๆ



                “นายน้อย วันนี้ท่านเขยถูกฮ่องเต้เรียกตัวเข้าเฝ้าเรื่องชายแดนใต้ ยังไม่กลับมาจากวังหลวง ส่วนเรื่องอื่นจัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ”



              คำตอบที่น่าพอใจของเหล่าไท่ทำให้ข้ายิ้มรับ ยอมละสายตาจากกระจกที่สะท้อนภาพคนงามแล้วก้าวขาเดินออกจากห้องนอนในที่สุด ในหัวก็ทบทวนเรื่องเกี่ยวกับแม่สาวน้อยสกุลเจ้าไปพลางๆ หาทางระบายความคับอกคับใจจากเรื่องการถูกขัดขวางความรักของตัวเองกับ(เงา)คนงามไปด้วยดวงตาวิบวับแฝงแววชั่วร้ายแบบปิดไม่มิด



              เหล่าไท่เดินตามนายน้อยที่ตนคอยดูแลมาตั้งแต่วัยแบเบาะด้วยสีหน้าหลากหลาย นับแต่เกิดเรื่องเมามายในวันนั้นแล้วจวิ้นอ๋องเปลี่ยนไปราวคนละคนตัวเขาเองก็ไม่รู้จะดีใจหรือเศร้าใจดี แม้นายน้อยจะเลิกโศกเศร้ายอมแพ้เรื่องแม่ทัพหลิน แต่กลับเกิดโรคใหม่อย่างนิสัยชอบนั่งเหม่อมองกระจกนานๆแล้วทำท่าราวกับน้ำลายไหล ใครไปขัดจังหวะก็ถูกโมโหไม่เว้น ดูราวกับตกหลุมรักเงาของตัวเองแทนเสียอย่างนั้น ข้ารับใช้วัยชราได้แต่หรุบตามองพื้น ท่านอ๋องของตนคงไม่เสียใจจนฟั่นเฟือนไปแล้วกระมัง





            อาณาเขตจวนจวิ้นอ๋องกินพื้นที่กว้างใหญ่จรดหัวมุมถนนด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง ซ้ำจวนยังตั้งอยู่ในถนนเส้นแรกที่ทอดยาวตรงไปยังวังหลวง ความยิ่งใหญ่ของท่านอ๋องราชสกุลนี้ชาวบ้านต่างก็รู้กันทั่ว แต่ก่อนจวนจวิ้นอ๋องมีแต่ชื่อเสียงดีงาม หวงฉีหงใจกล้ามากไมตรี หวงเทียนหยางอ่อนโยนมีเมตตาคอยเป็นที่พึ่งแก่ผู้ยากไร้ แต่แม้ชื่อเสียงเจิดจรัสปานอาทิตย์ยามเที่ยงแค่ไหนก็ยังมีสุริยะคราสเกิดขึ้นได้ และดาวดำนี่ก็ไม่ได้มาจากไหนเลยนอกจากข่าว แยกคู่ยวนยาง ฝืนใจวีรบุรุษบังคับตบแต่ง ท่านอ๋องวิปริตรักชอบผู้ชายด้วยกัน ใช้สมรสพระราชทานบังคับแต่งเข้าเป็นภรรยา เรียกได้ว่าสองปีที่ผ่านมา จวนจวิ้นอ๋องจากอยู่สูงสุดกลายเป็นต่ำสุดแล้ว



             หน้าประตูจวนขนาดใหญ่ที่สลักไว้ด้วยสีหราชตัวใหญ่ท่าทางองอาจปรากฏร่างของสาวน้อยงามสะคราญโฉมผู้หนึ่งและชาวบ้านอีกกลุ่มใหญ่ วันนี้พวกเขาต่างก็รอคอยชมละครฉากสำคัญอย่างใจจดใจจ่อ ว่าด้วยการเข้ามาขออ้อนวอนพบหน้าผู้เป็นเจ้าของจวนของคุณหนูเสนาบดีตระกูลจ้าว ยอดบุปผาแห่งเมืองหลวงอย่างจ้าวลี่เซียนนั้นทั้งเป็นที่ชื่นชมและเป็นขวัญใจของชาวบ้านร้านตลาด เนื่องด้วยชะตากรรมอันน่าเวทนาของนางที่ถูกท่านอ๋องวิปริตผู้หนึ่งแย่งชิงคนรัก ซ้ำหลังจากแต่งงานสองหนุ่มสาวที่ถูกพรากจากยังมีใจรักมั่นไม่เสื่อมคลาย ถึงขนาดนางยอมลดศักดิ์ศรีของตนเองแต่งเป็นอนุภรรยาของแม่ทัพหลิน หวังเพียงได้เคียงคู่กับบุรุษที่ตนมีใจ แต่ฟ้ายังใจร้ายนัก แค่บอกกล่าวความต้องการจวนแม่ทัพกลับถูกจวิ้นอ๋องรังแกจนแทบไม่อาจประคองตัว วันนี้คนงามคงคิดมาก้มหน้าขอกราบกรานให้จวิ้นอ๋องผู้นั้นยอมละเว้นคนรักของตนกระมัง แต่จวนจวิ้นอ๋องจนถึงตอนนี้ยังปิดประตูเงียบ ไม่ยอมให้พบ ช่างเลือดเย็นยิ่งนัก



              เสียงแซ่แซ่งวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนหน้าจวนเริ่มดังมากขึ้นขณะที่ทหารยามด้านหน้าพากันออกไปยืนประจำการซ้ายขวา ไม่ทันสาวงามจะได้มีน้ำตา ประตูบานใหญ่ก็พลันเปิดออก เรื่องราวผิดจากทุกครั้งทำให้ดวงตาหลายคู่ต่างหันไปจ้องมองอย่างใคร่รู้ จ้าวลี่เซียนเงยหน้าขึ้นมาจากผ้าเช็ดหน้าในมือ ใบหน้างามสะคราญที่มีดวงตากลมโตฉายความเศร้าสร้อยน่าทะนุถนอมชะเง้อมอง



             ทุกคนต่างเคยชินว่าเมื่อจวิ้นอ๋องออกจากวังไม่ไปไหนด้วยรถม้าก็มักเป็นอาชา ทว่าวันนี้เมื่อเหลียวหาสายตากลับถูกสะกดนิ่งเมื่อร่างของจวิ้นอ๋องและข้ารับใช้ปรากฏ หวงเทียนหยางสวมอาภรณ์สีเข้มเนื้อดีท่วงท่าองอาจดูราวกับจะเข้าวังหลวง ใบหน้างดงามที่เจอแววเศร้าสร้อยระคนท่าทีหดหู่คุ้นสายตาผู้คนเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหวานหยด ชื่อเสียงของจวิ้นอ๋องที่ว่างามเสียจนผู้คนละเมอเพ้อหาไม่ใช่เรื่องเหลวไหล อีกฝ่ายดูราวกับเทพยดาที่เดินลงมาจากสวรรค์ชั้นฟ้า ขับเอาความงามละมุนของนางจากโฉมสะคราญเป็นเพียงสาวน้อยธรรมดาเท่านั้น อีกทั้งท่วงท่าองอาจสมชายแม้มีใบหน้างามล้ำนั่นกลับเข้ากันได้ดีเสียจนผู้คนโดยรอบต่างพากันตะลึง เรื่องท่านอ๋องวิปริตปลิวปายไปจากสมองโดยสิ้นเชิง 



                “หวงเทียนหยางคารวะคุณหนูจ้าว”



                 “อ๊ะ! ขออภัยเพคะ จ้าวลี่เซียนคารวะท่านอ๋อง” ร่างอรชรย่อกายคำนับอย่างชดช้อยและร้อนรนอยู่ในที จ้าวลี่เซียนกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นขณะที่ใจลอบตระหนก นางถูกท่าทีผิดแผกไปจากทุกครั้งของจวิ้นอ๋องเล่นงานเสียแล้ว ให้อีกฝ่ายที่เป็นถึงท่านอ๋องมาเคารพนบน้อม หากเรื่องนี้แพร่ออกไปนางอาจถูกกล่าวหาว่าดูหมิ่นราชวงศ์แคว้นเทียนจิ้นได้



               “ขออภัยอันใดกัน คุณหนูจ้าว” จวิ้นอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุน พร้อมคลี่ยิ้มงดงามราวกับบุปผา “คุณหนูอุตส่าห์เรียกข้ามาพบทั้งที ไยต้องมากมารยาทด้วย”



             แล้วจากนั้น จ้าวลี่เซียนก็มีใบหน้าซีดเผือกลงขณะที่ชาวบ้านโดยรอบหันไปส่งเสียงกระซิบคุยกัน ทำเอาข้าหัวเราะร่าในใจ ตากวาดมองร่างของอีกฝ่ายขึ้นๆลงๆดั่งจะสำรวจว่าแม่สาวน้อยที่คิดปีนขึ้นเตียงหลินจวินเจ๋อนั้นเป็นใคร นอกจากท่าทีอ่อนแอบอบบางราวกับจะปลิวลมและใบหน้าที่..อืม นับได้ว่าเป็นสาวงามคนหนึ่งแล้ว ก็ยังมีจุดเด่นที่ข้าไม่รู้จะเรียกจุดเด่นไหมก็คืออกแฟ่บๆของนาง และสิ่งที่ทำให้ข้ารู้สึกยิ้มไม่ได้หัวเราะไม่ออกคือการแต่งตัวของจ้าวลี่เซียน หญิงสาวผู้นี้สวมอาภรณ์สีฟ้าอ่อนคลุมด้วยผ้าคลุมขาวดูบอบบางงดงาม ลักษณะการแต่งกายช่างเหมือนกับเฉดสีเสื้อคลุมที่ของหวงเทียนหยางไม่มีผิด ทำเอาข้าต้องแอบส่ายหน้าอีกรอบ คนงามของข้า ท่านจะอยากเป็นคนอื่นไปทำไม แค่เป็นท่านคนเดิม(หน้ากระจก) ข้าก็หลงจนหัวปักหัวปำแล้ว



              อืม...ว่าแต่ตอนนี้ แม่นางน้อยอกแบนนี่ คิดใช้กระแสมวลชนเล่นงานข้า บีบน้ำตาให้จวนจวิ้นอ๋องต้องเสียชื่ออย่างในอดีตหรือ..?



               “ลี่เซียนมิบังอาจเรียกท่านอ๋องมาพบ ทราบดีว่าเป็นที่รังเกียจแม้ส่งเทียบเชิญมาก็มิได้ตอบรับจึงเพียงกล่าวว่าขอเข้าไปคำนับสักครา..ข้าน้อย..” ข้ามองแม่นางเหยาลี่เซียนคนงามอกแบนรีบก้มหน้าลง แล้วลอบหัวเราะ สาวน้อยคนนี้เป็นคนฉลาดแถมร้ายไม่เบา รู้ว่าตัวเองโดนเล่นงานแล้วก็รีบทำคะแนนทันที จุ๊ๆ เห็นทีข้าต้องเรียนรู้จากนางบ้างแล้ว



              “คุณหนูจ้าวจะต้องคำนับข้าด้วยเหตุใดกัน เฮ้อ...จื่อซิ่นช่างบกพร่องยิ่งนัก ปล่อยให้หญิงงามต้องยืนตากลมรอ“ ข้ากล่าวแล้วกวักมือเรียกสาวใช้นางหนึ่งในให้เข้ามาหา ข้าไม่ยอมให้นางเล่นมุกทรมารตัวเองเด็ดขาด ”กางร่มให้คุณหนูจ้าวด้วย”



           “ขอบพระทัยที่ท่านอ๋องเมตตาเพคะ วันนี้เดิมทีหม่อมฉันนำสาวใช้มาด้วย เพียงแต่ยืนรออยู่นานนับครึ่งวัน กลัวที่บ้านเป็นห่วง จึงได้ให้นางกลับไปแจ้งท่านพ่อ” ที่นางพูดนั่นหมายถึงข้าเป็นคนโฉด รังแกสาวน้อยให้ต้องรอสินะ



            “ขออภัยจริงๆที่ทำให้คุณหนูจ้าวต้องรอนาน” ข้าทำถอนใจแล้วพลี่พัดในมือและสะบัดเบาๆ “อุตส่าห์มาเยือนจวนจวิ้นอ๋องทั้งที จื่อซิ่นผู้นี้ต้องขออภัยด้วยที่วันนี้ไม่ได้นำขบวนสาวใช้มาต้อนรับ  ข้าจัดการอย่างที่แจ้งไว้ในเทียบเชิญไม่ทันจริงๆ”



           “อ๊ะ ท่านอ๋อง ขบวนอันใดกัน วันนี้ที่มาข้าน้อยมิได้ส่งเทียบเชิญใดๆ”



            “เอ๋ แม่นางมิได้ส่งมางั้นหรือ?” ข้าถามเสียงดังกว่าปกติพลางแสร้งทำสีหน้าตกใจแล้วขมวดคิ้ว “จะเป็นไปได้อย่างไร บุตรีขุนนางมีหรือจะกล้ามายืนอยู่หน้าจวนอ๋องโดยมิได้ส่งเทียบเชิญราวกับสาวชาวบ้านไม่รู้ธรรมเนียมเช่นนี้”     



                “ข้า--



               “ไม่ได้การแล้วคุณหนูจ้าว ข้าคิดว่าบ่าวรับใช้ของข้าต้องบกพร่องเป็นแน่ มิน่าเล่าพวกเขาถึงรีบมารายงานข้าถึงห้องอักษร กล่าวว่าคุณหนูจวนเสนาบดีมายืนอยู่หน้าประตูแต่เช้าโดยมิได้นัดหมายอันใด คิดทำลายชื่อเสียงข้า เรื่องนี้ต้องสืบสวนเสียแล้ว”



                กฏข้อที่หนึ่งของการสืบสวนคือพูดจาวกไปวนมา พูดเรื่องอื่นก่อนจะกลับเข้าเรื่องสำคัญแบบไม่ให้อีกฝ่ายตั้งเนื้อตั้งตัว พอข้าลากพูดไร้สาระไม่นานนางก็หลุดปาก เมื่อเข้าทางแล้วข้าจึงขมวดคิ้วทำท่าออกงิ้วจะเอาเรื่องราวที่มีคนทำให้ตัวเองและบุตรสาวขุนนางชั้นสูงเสียชื่อเสียง แสดงละครไปในใจก็หัวเราะร่าน้ำตาเล็ดกับท่าทีทำตัวไม่ถูกของอีกฝ่าย แม่นางน้อยคงคิดว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิมกระมัง คิดว่าตัวเองมีแต่ได้กับได้ ข้าไม่ออกมาพบนางก็มีคนเห็นใจ ข้าออกมาเจอก็คงพลาดท่าอีก เสียก็แต่อย่างเดียวที่นางคิดผิดคือข้าไม่ใช่คนเดิมแล้ว แถมไม่เกรงใจว่าอีกฝ่ายเป็นสตรีซะด้วย



                คิดแล้วก็ต้องมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีเย็นชา เจ้าลูกเต่าหลินจวินเจ๋อไม่ได้น่าแย่งมากนักหรอก แต่การที่นางรังแกคนงามของข้าและคิดทำลายชื่อเสียงหวงเทียนหยางนี่สิ มันยากจะให้อภัย



               “ท่านอ๋อง ผู้ใดกลั่นแกล้งลี่เซียนก็ช่างเถิดเพคะ!” ขณะที่ข้ากำลังสั่งการขึงขังให้คนจัดการเรื่องราว แม่นางอกแฟ่บคนเดิมก็ร้องบอกเสียงดังพลางทรุดตัวลงเหมือนจะเป็นลม ท่าทีนั้นทำให้สาวใช้ของข้าตรงเข้าไปประคองนางแทบไม่ทัน สาวน้อยผู้บอบบางใช้ผ้าเช็ดดวงตาที่ชุ่มชื้นก่อนจะกล่าว



            “ลี่เซียนบุญน้อย แม้มีรักก็ยากจะสมรัก เพียงปรารถนาให้อีกฝ่ายมีชีวิตที่ดี ข้าน้อยทราบข่าวเรื่องจวนแม่ทัพกับจวนของท่านอ๋องแล้วทรมารใจเหลือเกิน...ท่านอ๋องโปรดปราณี อย่าได้ทำร้ายท่านพี่จวินเจ๋อเลย ความผิดนี้เป็นของลี่เซียนเอง”



             กล่าวแล้วแม่นางน้อยก็ซวนเซสะอื้นฮักๆในอ้อมกอดสาวใช้ของข้าท่ามกลางสายตาผู้คน พลิกแต้มต่อจากการเสียทีถูกข้ากล่าวว่าเรื่องมารยาทกุลสตรีมาเป็นหญิงสาวผู้ยอมสู้ทนอับอายไม่สนธรรมเนียม เพื่อมิให้บุรุษที่รักต้องตกทุกข์ได้ยากจึงเข้ามาร้องขอต่อศัตรูหัวใจของตน ช่างน่านับถือยิ่งนัก



             น่านับถือ..ใช่ น่านับถือจริงๆ ข้ามองสีหน้าชาวบ้านชาวช่องที่จ้องตนเองประหนึ่งเห็นเป็นตัวร้ายน่าขยะแขยงแล้วร้องจีซัสในใจ ไม้ตายนี่ช่างยอดเยี่ยมนัก กลยุทธ์บีบน้ำตาของสาวงามช่างสุดยอด เกิดมาหลายปีดีดัก ข้าเองก็เพิ่งเห็นมารยาทหญิงที่พลิกผิดเป็นชอบได้วันนี้นี่แหละ แต่ว่า...



               ”ข้าได้กลั่นแกล้งอันใดใครหรือ?” ข้าถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ เอียงใบหน้าน้อยๆ เชื่อว่าหากน้ำตาหญิงงามทำให้หัวใจผู้คนอ่อนยวบ ท่าทีไร้เดียงสาราวผู้บริสุทธิ์ของข้าย่อมทำให้หัวใจชายและหญิงสั่นไหวได้ไม่แพ้กัน



               “ท่านอ๋อง ท่านพี่จวินเจ๋อกับท่านอ๋องเป็นสามีภรรยากัน ลี่เซียนทราบข้อนี้ดี เพียงหวังว่าจะเข้ามาช่วยดูแลท่านแม่ทัพกับท่านอ๋อง หาได้มีใจคิดแย่งชิงความโปรดปรานใดๆ ต่อให้พวกท่านหมางเมินกันเช่นใดได้โปรด--



               “ประเดี๋ยวก่อน คุณหนูจ้าว” มองคนงามแสดงงิ้วบีบน้ำตาโศกาเล่นบทน่าสงสารแต่พูดจาทิ่มแทงใจพรวดๆแล้วข้าชักเข้าใจเสียแล้วว่าเหตุใดคนงามของข้าถึงไม่อยากออกมาพบเจอแม่นางลี่เซียนผู้นี้  หวงเทียนหยางที่ถือว่าตนเองเป็นบุรุษซ้ำมิถนัดต่อกรกับสตรี ให้สู้รบปรบมืออันใดนางงามน้อยที่มีน้ำตากับวาจาและมารยาหญิงเป็นอาวุธเล่า ซ้ำวาจาของนางยังร้ายกาจให้ร้ายผู้คนได้หน้าตาเฉยอีก สตรีแบบนี้ต้องเป็นหน้าที่นี่ข้า!



                “ก่อนอื่น..เท่าที่ข้าและผู้คนรอบๆนี้ต่างทราบดี ว่าคุณหนูจ้าวเป็นถึงบุตรสาวคนรองของเสนาบดีจ้าว จะกำเนิดจากอนุเมียบ่าวก็ช่างเถิด..ข้อนี้ข้าหาได้ใส่ใจ แม้เจ้าจะมายืนร้องห่มร้องไห้หน้าวังของข้า ทำตัวประหนึ่งถูกทำร้ายก็ช่างเถิด ข้าจวิ้นอ๋องมิถือสา คิดว่าแม่นางมีเจตนาอันดี อยากมาเยือนวังจวิ้นอ๋องแต่ติดที่ฐานะต่ำต้อย คนเฝ้าประตูจึงมิอาจปล่อยให้ล่วงเข้ามาได้ ข้อนี้ข้าทราบดี เห็นแก่แม่นางมาเยือนหลายคราจึงได้ออกมาพบด้วยตนเอง..แต่คุณหนูจ้าว ขอข้าผู้เป็นอ๋องเตือนท่านสักคำ เรื่องราวในบ้านผู้อื่น คนนอกไม่ควรกล่าวมากความ ซ้ำสตรีมิทันแต่งงานก็มาเพ้อพร่ำหาสามีของผู้อื่นเช่นนี้ออกจะไม่เหมาะสม ทราบว่าแม่นางรักใคร่หลงไหลสามีของข้ายิ่งนัก ปราถนาจะเคียงคู่กับเขาทุกเวลา ทว่าตอนนี้ยังมิได้ตบแต่ง ขอให้ท่านสงบใจไว้ก่อน..แม่นาง ควรเพลาๆเรื่องสามีคนอื่นไว้บ้าง”



               ข้ายืนกำพัดแล้วส่ายหน้าน้อยๆ มองใบหน้าซีดเผือกแทบจะเป็นลมของอีกฝ่ายแล้วตีแผ่บทละครอันน่าสงสารของคุณหนูคนงามเสียแหลกยับ คนในเมืองหลวงนี่ว่างและกินข้าวอิ่มเกินไปหรือย่างไรถึงได้ชอบชมละครลิเกหลงโรงจนมองข้ามความจริงไปหมด จวิ้นอ๋องเป็นคนชั้นใด? ให้นางที่ต่อให้เป็นลูกสาวเสนาบดีแต่เป็นลูกเมียบ่าวเข้ามาพบตามใจได้หรือ พอจวิ้นอ๋องไม่ยอมให้เจอก็เปลี่ยนเป็นยืนเฝ้าหน้าประตู กระจายตำนานรักของตนให้ชาวบ้านร้านตลาดเห็นอกเห็นใจแต่ทำให้จวิ้นอ๋องเสียชื่อเสียง นี่นับว่าเป็นเจตนาดีได้อย่างไร 


           คนจะรักจะใคร่ก็ควรหัดมีสติเอาไว้บ้าง ไม่ใช่พล่ามถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับสามีชาวบ้านหน้าตาเฉย กล่าวว่าตัวเองรักเขาแบบนั้นแบบนี้ ตัวเองยังไม่ได้แต่งเข้ากลับพูดจากราวกับรู้เรื่องราวในบ้านผู้อื่นทุกซอกทุกมุม นี่ไม่เรียกว่ากระสันอยากมีสามีจนตัวสั่นแล้วจะเรียกอะไร นี่น่ะเหรอสาวน้อยแสนดี กุลสตรีผู้ดีงามและเสียสละ ท่านย่ามันเถอะ.. แม่นางอกแฟ่บผู้นี้ นอกจากจะป่วยเป็นโรครักแล้วยังป่วยเป็นโรคสมองกลวงรักษาไม่หาย น่าจับมัดรวมกับหลินจวนเจ๋อแล้วโยนลงน้ำพร้อมกันจริงๆ




                “เกิดอะไรขึ้น”



              ข้าคิดว่าหลินจวินเจ๋ออาจจะเป็นญาติห่างๆกับโจโฉ นินทาเขาในใจเมื่อใดเป็นต้องผุดมาราวกับภูติผีปีศาจ หรือบางทีอาจจะมีคนเรียกมา..? ข้ามองท่านแม่ทัพใหญ่ลงจากหลังม้าแล้วส่งให้คนติดตามรับไปดูแลพลางกวาดมองภาพเบื้องหน้า หนึ่งคือสาวน้อยรูปร่างบอบบางราวกับจะปลิวลมทำท่าโซซัดโซเซไม่มีแรง ดวงตาคู่สวยนั่นฉายแววปวดร้าวคล้ายน้ำตาจะหยดแล้วเบือนหนีราวกับชอกช้ำใจยิ่งนัก และอีกหนึ่ง ข้าผู้เป็นบุรุษหน้าตาดีชนิดคนทั้งถนนต้องคุกเข่ากราบกรานขอจูบชายเสื้อกำลังทำท่าถอนอกถอนใจ ไม่ต้องเดาก็ทราบแล้วว่าในสมองของหลินจวินเจ๋อตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่



              “นี่..”



              “ข้าเพียงแต่ถูกเชิญออกมาอธิบายว่าเราไม่ได้วิวาทกันน่ะ ท่านพี่” ข้าพูดแทรกขึ้นมาก่อนอีกฝ่ายจะโวยวายพล่ามอะไรโง่ๆ พลางส่งพัดในมือให้สาวใช้ผู้นั้นรับไปดูแลคุณหนูจ้าวผู้บอบบางราวกับจะบุบสลาย



               “วิวาท..?” หลินจวินเจ๋อหันไปมองจ้าวลี่เซียนที่ดูเหมือนจะมีอาการดีขึ้นแล้วถามข้าอย่างไม่เข้าใจ “เราวิวาทอันใดกัน”



               “ข้าก็มิทราบ ท่านลองไปถามคนปล่อยข่าวลือดูท่าจะดี” กล่าวแล้วปรายตามองคุณหนูจ้าวเล็กน้อย ท่าทีของข้าทำให้หลินจวินเจ๋อต้องมองตามไปด้วย ตอนนี้ใครสงสัยใครไม่รู้ รู้แต่คุณหนูคนงามกำลังถูกจ้อง...เหมือนถามว่าใช่เจ้ารึเปล่า



                “ขะ..ข้ามิได้ทำสิ่งใด เพียงแต่ได้ข่าวว่า..”



                “ได้ข่าวว่า” ข้าฟังแล้วหันไปสบตาหลินจวินเจ๋อประหนึ่งจะบอกว่าปัญหานี้มันของเจ้าแล้วยิ้มหวานให้อีกฝ่าย ในสายตาคนนอกคงเป็นการมอบรอยยิ้มเปี่ยมรัก ทว่าทันทีที่เห็นรอยยิ้มข้าท่านแม่ทัพแดนใต้กลับหรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง “ท่านพี่..คุณหนูจ้าวผู้นี้เรียกข้าออกมาเพื่อสอบถามว่าเราทะเลาะกันหรือไม่  ข้าซึ้งน้ำใจของนางจริงๆ ทว่ากุลสตรีที่ดีควรเก็บอาการไว้เสียหน่อย..ท่านเองก็อย่าให้นางเสียหายนะ”



                 “ข้า....” หลินจวินเจ๋อที่ทำท่าจะบินไปประคองคนงามชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินข้าบอก เขาเดินช้าลงทั้งยังรักษาความนิ่งสงบบนผิวหน้าได้ดีประหนึ่งกำลังเดินไปพบผู้บัญชาการทหาร “..ทราบแล้ว”



               วันนี้หลินจวินเจ๋อมิใช่ว่าเชื่อฟังเป็นพิเศษหรอก แต่ข้ายกเอาเรื่องความเป็นกุลสตรีกลัวชื่อเสียงเสียหายมาจัดการอีกฝ่ายตางหากล่ะ คนโง่นี่ก็มีดีที่จริงใจและซื่อตรง ดูแล้วเขาก็คงเป็นประเภทไม่ยอมแตะต้องทำให้สตรีเสียเกียรติ ดังนั้นการที่เขาก้าวเข้าไปหาจ้าวลี่เซียน ยืนอยู่ในระยะพ่างพอสมควรมิให้นางได้เข้ามาใกล้กลางสาธารณะชนก็ถือเป็นการปกป้องอย่างหนึ่ง..เพียงแต่ว่าเรื่องนี้มันแล้วแต่ตาคนมอง ข้าเห็นว่าเขาเป็นแบบนี้ แต่แม่นางจ้าวและชาวบ้านจะมองแบบไหน ไม่ใช่ว่ากำลังลือกันเรื่องหวงเทียนหยางถูกสามีหมางเมินหรอกหรือ ลองให้เขาเชื่อฟังข้ากลางที่สาธารณะแบบนี้ ดูซิว่าจะมีใครกล้ามองผิดอีกหรือไม่ ส่วนดวงใจอันร้าวร้านของแม่นางจ้าว..โอ๊ะ อันนี้ข้าไม่เกี่ยว



                “คุณหนูจ้าว ข้าและท่านอ๋องหาได้มีเรื่องผิดใจกันแต่อย่างใด แม่นางได้โปรดอย่าห่วงกังวล” กล่าวแล้วก็ผละออกมาอย่างมีมารยาท ดังนั้นจ้าวลี่เซียนจึงไม่อาจทำได้แม้คว้าแขนอีกฝ่าย ข้ายืนทำหน้าไม่รู้เรื่องอยู่ตรงนั้น ไม่นานสามีโง่เง่าก็เดินมาถึงแล้วขมวดคิ้วจางๆ “ไม่มีปัญหาใดแล้วกระมัง”



                “ไม่มีแล้วท่านพี่ คุณหนูจ้าวนางแค่มีข้อสงสัยเล็กน้อย จึงอุตส่าห์มาแต่เช้า” ข้ามองนางพลางยิ้มน้อยๆ ถือว่าเป็นโชคดีที่หลินจวินเจ๋อหลับมาก่อน อีกฝ่ายจึงยังรอดไปได้ “อีกประเดี๋ยวข้าจะให้คนส่งคุณหนูจ้าวกลับจวนเอง”



                 “ฝากเจ้าด้วย” หลินจวินเจ๋อพยักหน้ากล่าวอย่างเคร่งขรึม ขณะที่ดวงตาจ้องมองจ้าวลี่เซียนถูกพยุงโดยสาวใช้ของข้าด้วยท่าทีอ่อนแรง ดวงตาของสาวงามยังคงมองมาอย่างโหยหา และท่านแม่ทัพเบื้องหน้าก็ทอดสายตาอ่อนโยนเหลือประมาณเป็นการมองส่ง ข้ายืนยิ้มน้อยๆ ทำตัวเป็นท่านอ๋องผู้ใจดีมีเมตตาแต่ในใจกำลังคันยุบยิบด้วยความหมั่นไส้เต็มกำลัง 



           หมับ



                “กลับเข้าไปดื่มชากันดีหรือไม่ ท่านพี่ วันนี้เหล่าไท่กำลังรอปรึกษาท่านเรื่องบัญชี”  



                “ไปสิ ฮูหยิน”



                หลินจวินเจ๋อมองหน้าข้าแล้วยิ้มด้วยรอยยิ้มค่อนไปทางบิดๆเบี้ยวๆ แต่เนื่องจากอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย เขาจึงไม่ได้กล่าวอะไร แน่นอนว่าก็ไม่มีใครคาดคิดว่าต่อหน้าผู้คนมากมาย ข้าจะเอื้อมมือไปหยิกบั้นเอวอีกฝ่ายแรงๆเช่นเดียวกัน



               เห็นคนรักกันแล้วมันหมั่นไส้!   





.+++++++++++++++++++++++++++++





แม่นางจ้าวลี่เซียนคนงาม


จริงๆพระนายของเรื่องนี้คือหวงเทียนหยางและหวงเทียนหยาง(ในกระจก) ล่ะค่ะ 

ดิฉันก็คิดว่าในสักวันจะมีไหมที่อาซื่อแกกลายเป็นนาร์ซิสซัสอย่างสมบูรณ์


ในส่วนของตอนนี้ พบแม่นางจ้าวเล็กน้อย แม่นางคนนี้ตอนนี้ยังเป็นแค่สาวน้อยใสใส(?) 

แต่อีกไม่นานนางจะอัพเลเวล และใครถามถึงฮาเร็มท่านอ๋อง โถ่ อย่าได้ห่วง ต่อให้สามีไม่อนุญาตก็จะมี 

ตอนหน้าเจอหนุ่มรายใหม่แน่นอนค่ะ พ่อคุณเติมทรูด้วย #เอ๊ะ

 

 

             

              

            

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 394 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13744 สีขาวผู้โง่เขลา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 18:22

    กรี๊ดดดอมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก.อมก. อยากอ่านแนวนี้มานานแล้วค่ะ~~แนวฮาเร็มทุกคนรัก รักทุกคนแต่ที่รักมากที่สุดคือตัวเองง~คือดีหาสิ่งใดเปรียบจริงๆค่ะ~♡
    #13,744
    0
  2. #13737 Jupitersadd (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 16:50
    รักคนในกระจกหัวปักหัวปำ55555
    #13,737
    0
  3. #13629 DARA T. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:46
    แม่! ทำไมไม่บิดให้เขียว! มันร้ายนะคะคุนแม่ เราจะปล่อยมันไว้มิได้!
    #13,629
    0
  4. #13616 YohloveHao (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 20:37
    ขอก้มกราบท่านราชินีเลยค่ะ!!
    #13,616
    0
  5. #13532 ununchuahong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 12:20
    ย้ำอีกที คนในกระจกกินไม่ได้นะคะ55555
    #13,532
    0
  6. #13505 VINTUM (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 12:15
    นางนี่มันร้าย
    #13,505
    0
  7. #13501 madmee d.f. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 20:05
    ท่านอ๋องแซบมาก เราลุ้นทุกคำเลยว่าจะจิกกัดยังไง 5555
    #13,501
    0
  8. #13479 Parkjimin19 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 01:07
    ไม่น่ารีบกลับมา จะได้ให้อ๋องน้อยจัดหลายๆดอก
    #13,479
    0
  9. #13447 Vagabond Picha (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 08:10
    ร้ายยิ่งนัก
    #13,447
    0
  10. #13332 พญานก T^T (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:12
    หมั่นใส้ แม่นางอกแฟบ
    #13,332
    0
  11. #13274 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 02:23
    กรี๊ดดดด ฮาเร็มของฉัน!!! รักนะไรท์
    #13,274
    0
  12. #13255 lakkee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 16:00
    ขอบคุณ
    #13,255
    0
  13. #13250 Aomam_33149 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 11:31
    คือดี คือสะใจอ่ะ แซบเหลือเกินนนนนนท่านอ๋อง
    #13,250
    0
  14. #13242 โพนี่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 14:59
    เจ็บแสบคันเท้ามากๆ จัดให้หนักเลยฮูหยิน หมั่นไส้!555555
    #13,242
    0
  15. #13225 pigchan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 20:13
    อ๊ากกก อยาหให้อาซิ่นได้กับจวิ๋นอ๋องซะงั้น!! 55555 โอ้ย จะมีวันนั้นมั้ยน้อ
    #13,225
    0
  16. #13083 mommommae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 16:59
    โอ้ย ฮุหยินนางร้าย555
    #13,083
    0
  17. #12857 Khing1713 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 04:09
    โอ้ยยย สะใจแรงมาก แซ่บแบบพริกทั้งสวนก็เทียบไม่ติด ตอนอ่านนี่เหมือนเป็นไพโบลา เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวเบะปาก5555555555
    #12,857
    0
  18. #12775 มูตี้ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 20:41
    ^_____^
    #12,775
    0
  19. #12765 Sweet-Shota (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 10:54
    ชอบตัวละครแบบนี้มาก เจ็บแสบอ่านแล้วคันเท้าตามเลยค่ะ55555
    #12,765
    0
  20. #12762 Who Ozone (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 15:52
    ชอบบบบบ นายเอกช่างเก่งอะไรเช่นนี้ข้าชอบบบ ฉลาดดีแท้555
    #12,762
    0
  21. #12758 BAIZEAN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 00:28
    คือเพิ่งมาอ่านอ่ะ ชอบๆๆ
    #12,758
    0
  22. #12757 Missmong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 23:38
    ไรท์ด่าได้เเรงมากก ชอบมาก ภาษาสวย สู้ๆนะค่ะ
    #12,757
    0
  23. #12713 nangpranee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 06:15
    เพิ่งเข้ามาอ่านนิยายวาย น่าสนใจมากค่ะไรท์แต่งได้ดีภาษาเรียบเรียงสละสลวยค่ะ ตอนแรกเห็นว่าเป็นวายไม่อ่านผ่านไปเลยแต่พออ่านไปสนุกค่ะอธิบายละเอียดมาก ไม่เจอคำผิด สะกดถูกต้องเพราะอ่านนิยายที่แต่งทุกวันนี้สะกดผิดเยอะมากอาจจะเป็นเพราะใช้ภาษาวัยรุ่นที่รีบๆแต่งในมือถือให้คนอ่านเลยไม่ได้ตรวจทวนอีกครั้ง ขอชมว่าไรท์เขียนดีมาก (ก.ไก่หลายตัวค่ะ) รีดเป็นคนแก่ 70 ปีแตใจวัยรุ่นนะอ่านหนังสือทุกประเภท ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆให้อ่านค่ะ
    #12,713
    0
  24. #12665 sa_wim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 21:52
    หื่นมากกกเลย ท่านอ๋อง 555
    #12,665
    0
  25. #12424 Lucifer (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 18:12
    เกลียดนายเอก หมั่นไส้ อยากได้มากก
    #12,424
    0