ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 59 : ข้าสวมกำไลของท่านยังไม่ชัดเจนอีกหรือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,068
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    9 ม.ค. 60






        ทันทีที่เห็นแผ่นหลังอันคุ้นตาของหลินจวินเจ๋อ ในหัวของข้านอกจากจะมีคำสรรเสริญโคตรเหง้าขึ้นไปเก้าขั้นของฉู่เหวินแล้วยังมีเสียงสบถด้วยความหงุดหงิดขึ้นมาด้วย ดูเอาเถิด ใครจะคิดว่าอยู่ดีๆยังถูกคนยัดเอาเรื่องยุ่งยากมาเพิ่มเติม แต่เดิมความสัมพันธ์ของจวิ้นอ๋องกับหลินจวินเจ๋อก็วุ่นวายอยู่แล้ว คดีเก่าคดีใหม่ทับถมกันจนไม่อาจสะสางได้หมด แล้วนี่ยังจะมาถูกฉู่เหวินก่อกวนซ้ำเข้าอีก แม้เรื่องไม่ได้ใหญ่โตมากมายนักกับแค่รักไม่รัก แต่ก็เพราะรักหรือไม่รักนั่นล่ะมันถึงจัดการยาก หวงเทียนหยางรักหลินจวินเจ๋อ แต่เหลียงจื่อซิ่นไม่ได้รักหลินจวินเจ๋อ แล้วตอนนี้ข้าเหลียงจื่อซิ่งกลับอยู่ในร่างของจวิ้นอ๋อง จะยอมรับสมอ้างพล่ามว่ารักเขามากมายต่อไปอย่างหน้าทนเช่นอดีต ข้าก็รู้สึกว่าไม่อยากโกหก แต่ให้อ้าปากบอกว่าไม่ได้รักไม่ได้รู้สึกอะไร กลับพูดไม่ได้เพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจท่านแม่ทัพแดนใต้เสียแล้ว



            ข้าเดินลงจากรถม้าตามเสี่ยวเจี๋ยลงไปเพื่อพักในยามเที่ยงและรับประทานอาหาร มองไปรอบๆเห็นทัพม้าไพร่พลแวะหยุดพักกันใต้ร่มไม้บ้างก็บนผืนหญ้า กระโจมที่พักไม่ถูกกางออกมีแต่การทำร่มเงาลวกๆเท่านั้นเพียงพอให้นั่งรับประทานอาหารแล้วเดินทางต่อ ตรงนี้เป็นขบวนของจวิ้นอ๋อง ดังนั้นจึงมีแต่คนของข้าและทหารของหลินจวินเจ๋อ ส่วนที่อยู่ไม่ไกลคือขบวนของรัชทายาทและขุนนางตามเสด็จ ถัดไปจึงเป็นขบวนของแคว้นไห่เยี่ยน ผู้คนมากมายทหารรักษาการดูแลความปลอดภัยก็มากตาม ข้ามองหลินจวินเจ๋อซึ่งทำหน้าที่ดูแลคุ้มกันขบวน ต้องยุ่งวุ่นวายนับแต่ยามเช้ามาจนเที่ยงไม่ได้พบหน้าค่าตาแล้วรู้สึกเห็นใจไม่น้อย อย่าว่าแต่ภาพแผ่นหลังที่หดหู่ติดตานั้นเลย



           ทว่านี่ก็มีเรื่องให้แปลกใจแล้ว หลังข้ายืนพักยืดเส้นยืดสายและนั่งลงทานอาหาร ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีแม่ทัพแดนใต้ทำหน้าตาเศร้าสลดหรือบูดบึ้งแม้แต่น้อย หลินจวินเจ๋อนั่งทานอาหารกับข้า ยังคงพูดคุยและคีบอาหารเอาใจราวกับมิได้ยินวาจายุแยงของฉู่เหวิน ข้ามองเห็นดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นไร้รอยขุ่น มันใสกระจ่างเสียจนคนร้อนรนกลับเป็นตัวเอง นี่ใช่หรือไม่ที่เรียกว่าความรู้สึกร้อนตัวของสามีที่แอบภรรยาไปเที่ยวหอนางโลม



           ข้าแปลกใจจริงๆ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรจึงได้แค่ทานอาหารที่สามีคีบให้เงียบๆ ในความคิดของข้า ด้วยลักษณะนิสัยที่เป็นคนตรงไปตรงมาของหลินจวินเจ๋อ คนผู้นี้คิดอย่างไรกระทำอย่างนั้น พอใจก็แสดงออกมาตามตรงไม่พอใจยิ่งแสดงออกมาอย่างชัดแจ้ง คาดเดาสิ่งที่เขาคิดได้ง่ายยิ่งกว่าง่าย สิ่งแรกที่ข้าคิดเมื่อเห็นแผ่นหลังของสามีคือแย่แล้ว..เตรียมตัวรับพายุโทสะหรือไม่ก็ข้อความน้อยใจตะบึงตะบอน ถึงกับคิดล่วงหน้าแล้วว่ามีโทสะจะจัดการอย่างไร ปลอบขวัญแบบไหน หรือหากน้อยอกน้อยใจจะปลุกประโลมเช่นไร ไม่คาดว่าทั้งหมดจะไม่ได้ถูกงัดเอามาใช้ ด้วยสามียังคงปกติอย่างยิ่ง



           โบราณว่าฮ่องเต้ไม่ร้อนรุ่มขันทีกลับร้อนใจ เมื่อคนที่ควรเอ่ยปากไม่ได้พูดจาข้ากลับร้อนรนเองเสียแล้ว ได้แต่เพ่งเพียรสังเกตท่าทีของหลินจวินเจ๋ออย่างเอาเป็นเอาตาย ขอเพียงเขาเผลอหลุดท่าทีปึ่งชาหรือมีโทสะเล็กน้อยยังเบาใจได้ แต่สภาพปกติเสียยิ่งกว่าอะไรกลับทำให้เหล่าจือรู้สึกว่าหลังมันเย็นวาบแปลกๆ อยากอ้อนวอนกราบกรานท่านแม่ทัพว่ามีปฏิกิริยาอะไรบ้างเถอะ ข้าจะได้รับมือถูก อย่าทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็นเช่นนี้ หากข้าไม่ตาไวพบเจอแผ่นหลังเขา คงคิดว่าภาพสามีหดหู่ซึมเซาเป็นแค่เรื่องตาฝาดแน่ๆ!



          “ท่านพี่ เมื่อครู่--”



          “เมื่อครู่มีทหารมารายงานว่าเส้นทางข้างหน้าเป็นหลุมบ่อ เดินทางลำบาก อาจต้องใช้ทางเลี่ยง ข้าต้องออกไปสำรวจก่อน ฮูหยินเองก็ขึ้นไปรอบนรถม้าเถอะ” 


           วาจากล่าวตัดบทอย่างรวดเร็วของหลินจวินเจ๋อดังขึ้นหลังวางมือจากถ้วยชา ท่านแม่ทัพแดนใต้ยิ้มให้ข้าครั้งหนึ่งแล้วเดินออกไปอย่างกระฉับกระเฉง กระโดดขึ้นเจ้าเฮยจื่อและขี่ออกไปอย่างว่องไว ไม่รอฟังคำ ไม่คิดหันหลัง ไม่มองดูจวิ้นอ๋องคนงามที่สุดในสามภพยืนกระพริบตาปริบๆอย่างโง่งมตรงนี้สักนิด



            ความรู้สึกผิดแปลกๆตีรวนขึ้นมาอีกครั้งทำให้ข้านิ่งงันไปครู่หนึ่ง เมื่อครู่แม้คนไม่แสดงอาการอะไรแต่มองออกจากการพูดจาที่ตัดบทอย่างรวดเร็วเกินไปทำให้ข้าทราบแล้วว่าที่แท้คนได้ยินและยังคิดมากเสียด้วย แต่กลับไม่ยอมให้กล่าวถึงเรื่องนี้เสียอย่างนั้น นี่..นี่หมายถึงเขาถือสาแล้วใช่หรือไม่?



           ข้าหันไปมองเหล่าไท่และเสี่ยวเจี๋ยที่กำลังเก็บสัมภาระเตรียมเดินทางอีกครั้ง แววตาอันเต็มไปด้วยความสงสัยและความรู้สึกแปลกๆของข้าทำให้ทั้งสองผู้ได้เห็นแววจาทำได้เพียงยิ้มแย้มและปิดปาก กระทำตนไม่รู้ไม่เห็นอย่างสิ้นเชิง



           “ครั้งนี้ข้าผิดหรือ?”



           “ไม่ผิดขอรับ นายน้อย” 


           ด้วยความอัดอั้นตันใจในสิ่งที่เกิดขึ้น และด้วยไม่คิดว่าตนเองจะต้องมาง้อสามีคนดีเช่นนี้ ข้าจึงโพล่งถาม ได้ยินเหล่าไท่กล่าวคำก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แต่ยังไม่ทันเอ่ยปากต่อ ผู้ชรากว่าก็เอ่ยขึ้นมา “องค์ชายผู้นั้นมาขอพบ ปฏิเสธไปไม่ได้ย่อมไม่ผิด ได้รับคำมั่นว่าจะสามารถรักษาอาการป่วยได้ถือเป็นเรื่องดี เพียงแต่..คำถามสุดท้ายขององค์ชายแห่งไห่เยี่ยนนั้น ออกจะสะเทือนใจคนฟังอยู่บ้าง..”



             เพราะมันไม่มีคำตอบ



           ข้ายืนนิ่งมองเหล่าไท่ช่วยอธิบาย แท้จริงการไม่ตอบก็เท่ากับเป็นคำตอบอย่างหนึ่ง หลินจวินเจ๋ออาจจะไม่ถือสาข้าเรื่องอื่นแต่พอทราบว่าตนไม่เป็นที่รักเช่นเดิมก็สะเทือนใจงั้นรึ แล้วข้าควรจะทำอย่างไรเล่า โกหกเพื่อความสบายใจของเขาหรือพูดความจริงเพื่อความสบายใจของตัวเอง ไม่ว่าข้อไหนก็ไม่ดีทั้งนั้นมิใช่หรือไง แล้วนี่ผนังรถม้ามันบางเพียงใด พูดคุยกันอยู่ข้างในคนจึงได้ยินกันหมดเช่นนี้



           พกพาความสงสัยและหนักใจไม่น้อยขึ้นไปบนรถม้าของตนเองและนิ่งเงียบ คิดหาหนทางแก้ปัญหาที่เกิดไม่ได้ อันที่จริงข้าอาจไม่ต้องทำอันใดก็ได้เพราะหลินจวินเจ๋อเลือกทำตนเป็นไม่รู้ไปแล้ว คนไม่ได้มีท่าทีขุ่นเคืองหากแต่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดก็ถือเป็นการแก้ปัญหาอย่างหนึ่ง ข้าก็คงวางเฉยได้ถ้าหากเป็นเมื่อก่อน เสียแต่ว่าตอนนี้ภาพแผ่นหลังหดหู่ซึมเซานั่นกลับก่อกวนจิตใจเสียนี่



            คิดถึงเมื่อก่อนที่ตัวเองไม่ต้องมาสนใจเรื่องราวพวกนี้แล้วรู้สึกว่าดียิ่งนัก จะพูดจาทำร้ายจิตใจใครหรือบอกเลิกกับใครยังไม่ต้องดูสีหน้า เป็นผีเสื้อราตรีเขายังสามารถสลัดหนุ่มน่ารำคาญพ้นตัวและเลือกคบหาคนได้สบาย แต่มาอยู่ในร่างของจวิ้นอ๋องกลับไม่สามารถทำอะไรได้ดั่งใจอีกแล้ว ไหนนะปณิธานการอยากหาหนุ่มๆมากินตามใจ ตอนนี้แค่เห็นสามีทำซึมยังต้องมานั่งคิดมากหาทางเยียวยาไม่อยากให้ท่านพี่ไม่สบายใจ นี่มันอาการหนักแล้ว...ข้าถอนหายใจเฮือกๆแล้วส่ายหน้า หัวใจคนงามนี่จัดการยากจริงๆ




           “ท่านจะไปไหนอีกล่ะ?”



           ยามค่ำมาถึงและกระโจมที่พักถูกตั้งแล้ว ซ้ำยังเป็นที่เดิมคือท้องทุ่งเลยอำเภอสือหลิน ข้ามองเห็นทิวทัศน์เดิมอันคุ้นเคยซึ่งผ่านมาได้ไวกว่าเดิมจากหน้าต่างรถม้า ขณะที่ทหารก่อไฟ ตั้งกระโจมดูแลความเรียบร้อย มีมื้อเย็นผ่านไปอย่างเรียบง่าย ข้าปฏิเสธคำเชิญจากรัชทายาทและฉู่เหวินโดยอ้างว่าร่างกายอ่อนเพลียต้องการพักผ่อนเพื่อมารอคุยกับสามีของตนโดยเฉพาะ ไม่คิดว่าคนยุ่งแทบไม่เห็นตัวเมื่อมุดกระโจมมาเจอข้ากลับแค่สำรวจอยู่รอบหนึ่งแล้วเดินจากไป การกระทำนี่เล่นเอาหัวใจคันยิบๆ ไม่ทราบว่าถูกหลบหน้าหรือไม่แต่ชักไม่สำราญใจเสียแล้ว



          “ข้ายังต้องออกไปตรวจตราด้านนอก” หลินจวินเจ๋อมอบยิ้มให้มา แต่มองแล้วข้าร้องฮึ



          “ไม่คิดจะมาเจอหน้าภรรยาของตัวเองหน่อยรึ หรือหาข้ออ้างออกไปเดินตรวจเพื่อรอเจอหน้าใคร” เดิมทีข้าไม่ได้นึกระแวงเขาหรอก แต่คิดว่าการเพิ่มข้อกล่าวหาน่าจะรั้งเท้าคนไว้ได้มากกว่า เป็นผู้ร้ายแต่มาทำตัวดั่งผู้เสียหายชวนกระดากใจอยู่บ้าง แต่หน้าก็อาศัยความหน้าทนปั้นหน้าเคร่งไม่ยินยอม และก็เป็นดั่งที่คิดเมื่อหลินจวินเจ๋อส่ายหน้าโดยพลัน



           “ข้าออกไปตรวจตราเบื้องนอกเท่านั้น ไม่คิดอย่างอื่น”



           “ถ้าเป็นเช่นนั้นก็มาหาข้าสิ” กล่าวออกไปแล้วจึงรู้ว่าฟังแปลกหู ดังนั้นข้าเลยกระแอมเบาๆเพิ่ม “ข้าหมายถึง..ข้ามีเรื่องจะคุยด้วย”



           “ข้าต้องรอจนกว่าทุกคนจะนอน ยังไม่สามารถละหน้าที่ได้ตอนนี้” น้ำเสียงของสามีฟังดูนุ่มหูขณะอีกฝ่ายเคลื่อนกายมาใกล้ๆแล้วยกมือลูบศีรษะข้าเบาๆอย่างทะนุถนอม ข้าสบมองดวงตาสีเข้มคู่นั้นที่ทอประกายอ่อนโยนเห็นแล้วสบายใจขึ้นมาบ้างจึงขยับเข้าไปใกล้ แต่อีกฝ่ายกลับขยับถอยหลัง “เครื่องแบบแม่ทัพยังไม่ผลัดเปลี่ยน ฮูหยินเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอยู่ใกล้ข้ามากจะติดกลิ่นเหงื่อเปล่าๆ”



           ท่าทางแบบสาวน้อยขี้งอนนั่นมันอะไรฮึ ข้ารู้สึกเหมือนถูกงอนอย่างหนักหน่วงดังนั้นจึงตีหน้านิ่ว “ข้าไม่เคยถือสาเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ ที่ผ่านมาท่านพี่ก็ไม่ได้ถือ”



            “แต่ตอนนี้--”



           “รีบไปทำงานให้เสร็จ แล้วรีบกลับมา ข้าจะรอ”



            คิดว่ารั้งอีกฝ่ายไม่ได้แล้วข้าจึงส่งเสียงเข้มๆใส่สามีตัวดีแล้วคว้าหมอนมากอดแน่น สีหน้าจริงจังแฝงแววไม่ยอมความสบตาหลินจวินเจ๋อ ท่านแม่ทัพแดนใต้มองข้าซึ่งผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เรียบร้อยแล้วและกำลังนั่งอยู่บนฟูกนอนนุ่มตาสบตาท่ามกลางแสงสลัวรางของเปลวเทียนภายในกระโจม หลินจวินเจ๋อมีท่าทีลังเลเล็กน้อย ดวงตาคล้ายมีความรู้สึกบางอย่างวาบผ่าน แต่เร็วเสียจนจับไม่ทัน



            “เดี๋ยวข้าจะออกไปสั่งงาน แล้วจะรีบกลับมา”



            ในที่สุดคนก็ยอมพยักหน้าและลุกเดินออกไปทำตามหน้าที่ต่อ ข้ามองตามแผ่นหลังหนาที่เดินพ้นกระโจมไป รู้สึกว่าทั้งบ่ายนี้ถูกหลบหน้าอย่างรุนแรงเสียจนต้องหน้านิ่ว แต่ก็พอใจที่เมื่อคาดคั้นหลินจวินเจ๋อก็ยอมแต่โดยดี เขาคงคิดได้ว่าบ่ายเบี่ยงไปก็เท่านั้นกระมัง ข้าเอนหลังรออีกฝ่ายจนเวลาผ่านไปครู่หนึ่งกระโจมก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง ครานี้สามีกลับมาในชุดเสื้อลำลองง่ายๆ เมื่อถอดเครื่องแบบแม่ทัพแล้วก็เป็นชายหนุ่มหน้าตาดีมากและรูปร่างสมบูรณ์แบบชวนแทะคนหนึ่ง ข้านั่งกอดหมอนมองเขา มือตบฟูกนอนบนพรมหนังสัตว์นุ่มๆข้างกาย ให้อีกฝ่ายเดินมานั่งแต่โดยดี



           “ไปอาบน้ำมาหรือ?”



           ถามทั้งๆที่เห็นอยู่เพราะเส้นผมบางส่วนยังเปียกชื้น ข้าหันไปจับศีรษะซึ่งมัดเส้นผมหนาไว้ด้วยเชือกง่ายๆแล้วคลี่มันออกมา ปล่อยเส้นผมดกดำของสามีซึ่งยาวระเอวและสางให้ด้วยมือช้าๆ แม้จะไม่ถนัดนักเพราะขนาดความสูงที่ลำบากในการจัดการ แต่ก็ยังพอจะทำได้ ที่ข้าลงมือปรนนิบัติเขาแบบนี้ด้วยตนเองถือว่าเป็นการงอนง้อขอโทษและประจบเอาใจใช่หรือไม่..ว่าแต่ทำไปทำไมในเมื่อตัวเองไม่ผิด



           “ตัวข้าเหม็นแต่กลิ่นเหงื่อ” คนตอบเบาๆในความสงสัยที่ข้าเกือบลืมไปเสียแล้ว ฟังจบจึงต้องโคลงศีรษะเบาๆ



           “ข้าไม่ได้รังเกียจ” การถูกฟัดในอ้อมแขนที่มีกลิ่นเหงื่อนิดๆนี่มันเร้าใจอย่าบอกใครเชียวนะ แถมคราวก่อนทำภารกิจในชุดแม่ทัพก็เร้าใจดี—แค่ก ข้าต้องเลิกคิดนอกเรื่อง



           “แต่ข้าไม่อยากให้ภรรยากินของเค็มมากไป”



           ฟังคนเริ่มล้อเล่นแล้วข้าก็หัวเราะหึ ตีไหล่เขาเบาๆ สภาพการเดินทางที่มีผู้คนเฝ้ายามพลุกพล่านซ้ำหูตามากมายนี่น่ะรึกินอะไรได้ มากสุดก็แค่ช่วยกันคนละไม้ละมือเท่านั้น ว่าแต่กลับมาเรื่องลามกอีกแล้ว ข้าใช้มือรวบเส้นผมของหลินจวินเจ๋อ มองใบหน้าคมคายที่ถูกล้อมกรอบด้วยเส้นผมแล้วพบว่าแปลกตาไม่น้อย กระนั้นก็ยังดูดีเหมือนเดิมแล้วช่วยใช้เชือกมัดง่ายๆให้



           “ท่านจะไม่พูดอะไร?” ใช้เชือกเส้นเดิมมัดเส้นผมดกหนาไว้และจดจ่อกับการมัดผมอย่างยิ่ง ข้าเอ่ยปากถามราวกับไม่ใส่ใจแต่แท้จริงใส่ใจยิ่งนัก พลางมองดูปฏิกริยาของคนถาม ข้าทราบว่าเขาจะไม่ทำเหมือนไม่รู้เรื่องเด็ดขาด



           “ข้าไม่รู้จะพูดอะไร” แผ่นหลังที่เคยตั้งตรงองอาจเริ่มงองุ้มลงแล้ว ข้ามองคนคืนสู่สภาพเต่าหงอยแล้วลอบถอนหายใจ พอคิดว่าสามีอุตส่าห์ฝืนตัวมาตลอดบ่ายก็ได้แต่ลูบผมอีกฝ่ายเงียบๆ



           “ข้ากังวลนะ ให้หงุดหงิดโวยวายบ้างยังจะดีเสียกว่า” บ่นเปรยถึงความหงุดหงิดตลอดบ่ายของตัวเองแล้วข้าก็ยกมือทุบไหล่คนตรงหน้าเบาๆ “ท่านอย่ามาเล่นลูกไม้ไม่กล้าสู้หน้าแบบนี้สิ ภรรยาไม่ชินนะท่านพี่”



           “ข้าไม่ได้เล่นลูกไม้อันใด แค่ต้องขอเวลาทำใจบ้าง” หลินจวินเจ๋อใช้แขนอันแข็งแรงซึ่งประกอบด้วยกล้ามเนื้อของตนรวบเอวข้าไว้ ดึงมาเกยตักในที่สุดแววตาคู่นั้นมืดหม่นไม่น้อยและเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย ส่วนตัวข้าพอถูกเจ้าเต่ารวบเอาไว้เกยตักได้ก็รู้สึกพอใจไม่น้อยจึงเบียดซุกเข้าไปมากขึ้นเพื่อสร้างความสบายใจให้ตน



            “ข้า....” ข้ามองหน้าเขา จะถามว่าทำใจอันใดแต่ก็พูดไม่ออก นี่จะให้ทำใจเรื่องอะไรอีกถ้าไม่ใช่ภรรยาไม่รัก



            “เดิมทีข้าก็มีลางสังหรณ์อยู่บ้าง ทำใจไว้บ้างแล้ว แต่ได้ยินชัดๆยังคงรู้สึกกังวลไม่น้อย” อ้อมแขนหนารัดแน่นอีกนิดขณะปลายคางสากระคายมีไรหนวดอ่อนๆวางลงบนลำคอขาวให้รู้สึกจั๊กจี้ “ข้าจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เจ้าบอกรัก คงเป็นก่อนเริ่มทำศึก เมื่อรบราติดพันกับไห่เยี่ยนผู้ใดจะมีเวลามาพร่ำคำหวาน ข้าก็ได้แต่คิดเช่นนั้น แต่หลังจากจบการศึก ยามที่ข้าได้กอดเจ้าครั้งแรก หรือกระทั้งหลายครั้งต่อมาก็ไม่มี ข้า..ตอนนั้นข้าเองก็คิดกังวลอยู่บ้าง แต่ลูกผู้ชายไหนเลยจะบอกรักพร่ำเพรื่อ ข้าเองก็มิได้เป็นอิสตรีที่โหยหาคำหวาน ทว่าเมื่อพบว่าตนเองทำผิด ข้าจึงกลัวขึ้นมาจริงๆ...คำถามวันนี้ขององค์ชายผู้นั้นก็เพียงยืนยันสิ่งที่ข้าคิดให้แน่ชัดเท่านั้น”



             เท่านั้น เท่านั้น เท่านั้น บอกว่าไม่มีอะไรแล้วเหตุใดจึงมีสีหน้าหม่นหมอง ข้ามองคนที่พยายามอธิบายและหาเหตุผลแทนข้าที่ไม่ได้บอกรักตนเองตรงหน้า ข้ามิอาจบอกไปได้ว่าเพราะเริ่มเห็นเขาเป็นสหาย เริ่มผูกพันจึงไม่อยากโกหก ด้วยรู้ดีว่าความจริงนี้จะทำให้หลินจวินเจ๋อเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม ดังนั้นจึงได้แต่เบียดตัวเข้าไปในอ้อมแขนหนาให้มากขึ้นและถอนหายใจเบาๆ



            “ที่ข้าหลบหน้าเจ้า ทำเป็นไม่ได้ยินมิใช่เพราะกำลังขุ่นใจ เรื่องราวนี้เจ้าไม่ผิด ข้าเองเคยมีใจเจ้าอยู่ในมือแต่ขว้างทิ้งเอง ยามนี้คนไม่มีแล้วจะทำอย่างไรได้ เพียงแต่ข้านึกสมเพชในความไร้ประโยชน์ของตนเองยิ่งนัก” เสียงของแม่ทัพแดนใต้ฟังดูบีบคั้นเป็นพิเศษยามเจ้าตัวกล่าวแล้วกัดฟันเบาๆ


           “ข้าไม่อาจปฏิเสธว่ามีส่วนทำให้เจ้าถูกวางยา เป็นสามีแท้ๆช่วยอันใดไม่ได้แล้วยังก่อเรื่องเสียอีก ทุกอย่างเป็นเจ้าต้องทำเอง ต้องลงมือเอง ต่อรองให้หมอมารักษาตนก็เป็นเจ้า ให้องค์ชายเจ็ดช่วยกล่าววาจาก็เป็นเจ้า ทุกอย่างเจ้าทำ..ทำได้ดี ไม่มีอันใดไม่ดี แต่ข้ารู้สึกสมเพชตัวเอง เวทนาตนเองยิ่งนักที่ทำอะไรเพื่อเจ้าไม่ได้เลย”



            “เรื่องนี้จะเอามาเปรียบเทียบได้อย่างไร”ข้าลูบแขนหลินจวินเจ๋อเบาๆแล้วส่ายหน้า ต่างคนต่างมีหน้าที่มีสิ่งที่ต้องกระทำ หลินจวินเจ๋อไม่อาจขอร้องให้ฉู่เหวินช่วยได้ก็มิใช่ความผิด ต้องดูแลความปลอดภัยขบวนเดินทางก็ไม่ผิด ข้าแค่อาศัยลมปากช่วยชีวิตตนจะมากล่าวโทษสามีทำไม่ดีได้ยังไง



            “ข้าทราบดี” หลินจวินเจ๋อซบหน้าลงบนไหล่ข้า น้ำเสียงทอดถอนใจมีทั้งรอยขมและรอยขื่น “ตระหนักถึงความไร้ประโยชน์และไม่อาจทำอันใดได้ของตน...ข้าหลินจวินเจ๋อช่างต้อยต่ำยิ่งนัก”



            “เกี่ยวอะไรกับเรื่องฐานันดรศักดิ์” ได้ยินคนกล่าวก็ทราบแล้วว่ากำลังหวั่นเรื่องความสูงส่งของข้าที่ตนเพิ่งมองเห็น หลินจวินเจ๋อกลัวว่าหากต้องเลิกราจะเสียข้าไปอย่างจริงจัง เฮ้อ คนโง่ผู้นี้ บทจะไม่คิดก็ไม่คิด แต่บทจะคิดก็เอาแต่จดจ่ออยู่อย่างนั้น



          “อาซิ่น หากเขามิใช่องค์ชายเจ็ดของไห่เยี่ยน เจ้าจะแต่งงานกับเขาหรือไม่?”



           คำถามแปลกหูและไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับเรื่องที่พูดคุยกันอยู่ทำให้ข้านิ่งเงียบ หันไปมองคนถามอย่างไม่เข้าใจ พบเพียงดวงตามืดหม่นของหลินจวินเจ๋อ แม่ทัพแดนใต้มองสบตาข้า ราวกับว่ากลัวจะไม่เข้าใจในคำถามจึงย้ำซ้ำ “เขาแสดงความจริงใจกับเจ้าถึงเพียงนี้ กระทำเพื่อเจ้าหลายอย่าง แสดงออกว่ารักเจ้าอย่างยิ่ง หากนี่มิใช่คนไห่เยี่ยน มิใช่ผู้ที่จวิ้นอ๋องมิอาจสนิทสนม หากเขาสามารถแต่งงานกับเจ้าได้ เจ้าจะแต่งกับฉู่เหวินหรือไม่?”



             แล้วเจ้าอยากได้คำตอบแบบไหน? ข้ามองหน้าหลินจวินเจ๋อ จ้องมองคนผู้นี้ด้วยความไม่เข้าใจอย่างยิ่ง เมื่อท่านแม่ทัพแดนใต้มิเป็นอย่างที่คาดข้าก็รับมือไม่ถูกจริงๆ ทราบเพียงท่าทางนี้ช่างชวนเวทนาสงสารอย่างบอกไม่ถูก ได้ยินคำถามแล้วยิ่งอยากจะถอนใจ ตอบไปอย่างไรก็มิใช่ทำร้ายเขารึ ถ้าข้าตอบว่าจะแต่ง คนมิอกแตกตาบหรอกหรือ ไยเจ้าเต่าลามกตัวนี้ชอบทำร้ายตนเอง



             “แต่ง” กล่าวออกไปอย่างรวบรัดแล้วข้าจึงโคลงศีรษะ ตอบออกไปแม้ทราบว่าทำร้ายจิตใจคนฟังก็ตาม แต่เขาเป็นคนถามเองจะมาโทษข้าได้อย่างไร แม้ดวงตาคู่นั้นจะฉายแววร้าวระบมข้าก็พูดต่อไปไม่หยุด “อยู่กับคนที่รักข้า ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว อย่างน้อยก็มั่นใจว่าเขาจะปฏิบัติต่อข้าอย่างดี ไม่ทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ ไม่ว่าจะรักเขาหรือไม่ อย่างน้อยชีวิตก็ไม่เป็นทุกข์นัก อีกอย่างฉู่เหวินก็เป็นองค์ชายไม่ได้ยากจนอันใด แต่งงานไปชีวิตก็คงไม่ลำบาก”



            “แต่ในใต้หล้านี้ไม่มีคำว่าหาก เรื่องจริงคือเขาเป็นองค์ชายต่างแคว้นและข้าก็แต่งงานกับท่าน นี่คือความจริงของชีวิตเรา หากไม่ใช่จะเป็นอย่างไร หากไม่ได้แต่งแล้วจะทำอย่างไร เรื่องราวพวกนี้ล้วนเป็นเรื่องสมมุติ ท่านพี่..อย่าได้คิดแทนข้าเลยว่าหากเราไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วจะเป็นเช่นไร เราสองคนล้วนถูกมัดติดกันแล้ว ท่านควรคิดว่าตอนที่ข้าอยู่กับท่านจะทำอย่างไรให้ข้ามีความสุขมากที่สุดจึงจะถูกกว่า”



           ดวงตาสีดำสนิทที่หม่นหมองของหลินจวินเจ๋อทอประกายวาววับขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของข้า แม้ประโยคแรกจะรานน้ำใจแต่ประโยคต่อมาก็กล่าวความจริงของเขาให้ฟัง จะคิดไปไยว่าแต่งกับคนนั้นอยู่กับคนนี้ดีกว่า ชีวิตดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้วย้อนกลับไปได้หรือ แทนที่จะมาคิดมากกับเรื่องสมมุติที่ไม่มีทางเป็นจริง ควรเอาใจข้าเยอะๆสิถึงจะถูก!



         คิดแล้วจึงจึงแก้มสามีแรงๆด้วยความหมั่นไส้ เพิ่งได้ทราบว่าคนที่ทั้งทำตัวหม่นหมองหลบหน้ามาทั้งบ่ายผู้นี้ที่แท้ในสมองมีเรื่องไร้สาระมากมายขนาดไหน ผู้ชายใจมด เจอคู่แข่งน่ากลัวเข้าหน่อยก็กังวลแทบนั่งไม่ติดที่ พอแถมซ้ำด้วยกรณีก่อเรื่องของตนเองจึงยิ่งคิดมากเป็นทวีคูณ เจ้าเต่าน่าตีตัวนี้ไม่รู้เลยว่าทำผู้อื่นปวดศีรษะวุ่นวายใจได้เพียงไร



           “ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขที่สุดเช่นนี้ดีหรือไม่?”ปลายจมูกซุกลงที่ข้างแก้มแล้วกอดหอมเบาๆ ข้ารู้สึกว่าตนเองถูกอุ้มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่คนพูดกอดซุกเต็มแขน “ข้าไม่อาจต่อกรกับผู้อื่นได้ ทั้งศักดิ์ฐานะ วิชาความรู้ เงินทอง...ข้าทำได้เพียงเท่านี้ ทำให้เจ้ามีความสุขจะได้ไม่ทิ้งข้าไป”



           “ดีแล้ว” ข้าเอื้อมมือไปขยี้เส้นผมที่ถูกรวบไว้ลวกๆและยิ้มแย้มพอใจ



           “แม้ว่าฮูหยินจะยังไม่กลับมารักข้า แต่ข้าจะทะนุถนอมเจ้า ทำเพื่อเจ้า ทำให้เจ้าพอใจ” หลินจวินเจ๋อจูบแก้มขวาของข้าอีกครั้งพลางสบตาเงียบๆ “สิ่งใดที่เจ้าไม่ชอบ ข้าจะไม่ทำ ข้าทำได้เพียงทำดีกับเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆเพื่อให้ใจเจ้ามีข้า ข้าจะดีกับเจ้า จะ...”



           “ชู่ว..” มองคนที่กำลังพร่ำบอกคำหวานแล้วข้าส่งเสียงให้เขาเงียบลง ด้วยคิดว่าคำกล่าวของคนๆนี้นับวันจะยิ่งมีขอบเขตกว้างขึ้นเรื่อยๆ นี่ไม่ทราบว่าหากข้าสั่งให้ไปวางเพลิงฆ่าคนจะทำหรือไม่..คิดแล้วคาดว่าจะทำเสียเจ็ดส่วน “พอแล้ว มากเกินไปแล้ว..”



           “แต่--”



          “ข้าไม่ได้ต้องการอะไรมากมายเสียหน่อย” หัวเราะเบาๆแล้วส่ายหน้าให้หลินจวินเจ๋อ ข้ากำลังคิดอ้าปากปลอบเขา แต่ไม่รู้จะกล่าวอย่างไรดี แม้ข้าไม่รักเจ้าแต่ข้าก็เลือกเจ้า..นี่เป็นคำปลอบใจชั้นเลว ต่อให้จะไม่รักแต่ข้าก็ไม่ไปกับคนอื่น..นี่ก็ไม่ดีอีกเช่นกัน สักวันข้าอาจจะรักเจ้า..นี่ก็ยังไม่ใช่ ไฉนคำปลอบใจคนตอนนี้จึงกล่าวได้ยากนัก ข้ามองใบหน้าที่กำลังคาดหวังบางอย่าง ดูราวกับสัตว์หน้าขนตัวโตร้องขอความรักจากเจ้านายแล้วก็ถอนหายใจ ประคองใบหน้าอีกฝ่ายไว้เงียบๆ



           “ข้าสวมกำไลของท่าน เท่านี้ยังไม่ชัดเจนอีกหรือ?”            


 

          ราวกับมองเห็นบางสิ่งกำลังผลิบานอยู่เบื้องหน้า สองมือที่ประคองใบหน้าหล่อเหลามองเห็นเงาดำในแววตาคู่คมถูกแทนที่ด้วยความปรีดาและประกายตาพราวระยับ รอยยิ้มเบิกบานคลี่ประดับบนใบหน้าหล่อเหลา ข้าเองก็เพิ่งตระหนักว่าคำพูดประโยคเดียวของตนทำให้คนๆหนึ่งเปลี่ยนแปลงได้มากมายถึงเพียงนี้ ทุกสิ่งที่ดวงตาคู่นี้พบเห็นราวกับถูกตราไว้ในหัวใจ ข้าปฏิเสธไม่ได้ว่าชมชอบใบหน้ายิ้มแย้มอันเต็มไปด้วยความสุขของอีกฝ่ายอย่างยิ่ง



           แม้คาดไว้แล้วยังแอบตกใจ ข้าสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆริมฝีปากอันหิวโหยของเจ้าเต่าตัวยักษ์กลืนกินริมฝีปากข้าอย่างตะกรุมตะกราม อ้อมแขนแกร่งซึ่งกอดรวบเอาไว้แน่นหนารัดแน่นขึ้นจนแทบไม่มีช่องว่าง คนดูลิงโลดยิ่งกว่าได้รางวัลอันใดเสียอีก ข้านึกหมั่นไส้เขาอยู่ในใจขณะตอบรับจูบหวานๆของสามีอย่างไม่ยอมแพ้ นี่ขนาดข้าไม่ได้บอกรัก เพียงแต่บอกว่าเลือกกำไลของเขา หลินจวินเจ๋อยังยินดีเสียแทบบ้า หากสักวันได้บอกรักแล้วข้าเองก็อยากทราบว่าเขาจะมีท่าทีเช่นไร จะยิ้มแย้มแบบไหน จะลิงโลดกว่านี้อีกสักสิบเท่าหรือไม่..



            ความคิดล่องลอยไปถึงเรื่องที่ไม่เคยอยากให้มันเกิดเป็นผลให้ต้องสูดหายใจเฮือกใหญ่ จูบหวานชวนเคลิ้มนี้ช่างอันตรายจริงๆๆเพราะถึงขั้นทำให้ข้าอยากพูดเรื่องแปลกๆแล้ว เคราะห์ดีที่หลินจวินเจ๋อยอมผละออกก่อน แม้จะเป็นไปอย่างอ้อยอิ่งและยังวนเวียนมาจูบริมฝีปากซ้ำๆ พลางดูดดุนเรียวปากล่างอย่างไม่ยอมแพ้ก็ตาม ข้าครางเบาในลำคอเพื่อประท้วงสามีตัวดีให้เขาผละออกไปก่อน สภาพเช่นนี้ไม่ควรใกล้ชิดจนเกิดอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง จูบต่อไปแบบนี้ ถ้าเกิดอะไรๆมันคึกคักขึ้นมาแล้วจะควบคุมลำบาก



         “ข้าอยากให้ถึงเร็วๆเสียแล้ว”



           “อืม..” ฟังเสียงบ่นของสามีแล้วข้าได้แต่คล้อยตาม พลางสูดหายใจควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ให้เตลิดเปิดเปิง



           “..เดี๋ยวสักครู่ ข้าจะออกไปตรวจตราเวรยาม” เงียบกันไปครู่ขณะหลินจวินเจ๋อยกข้อมือข้าที่เป็นรอยเพราะแรงบีบของฉู่เหวินมาลูบเบาๆ พลางพรมจูบอย่างทะนุถนอม แต่คำว่าตรวจตราเวรยามนั้นทำให้ข้าหน้านิ่ว



           “งานท่านเยอะเกินไปแล้ว เมื่อไหร่จะได้นอน”



           “ไปไม่นาน ประเดี๋ยวจะกลับ” คนตอบยังจับมือข้าไปจูบทีละข้อนิ้ว ทำตาหวานเชื่อมอย่างยิ่ง นี่ถ้าไม่ใช่กำลังเดินทางและอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ข้าเชื่อได้เลยว่าต้องโดนหลินจวินเจ๋อจับกินแน่ๆ



            “อย่าลืมมัดผมด้วย” ข้ายกมือขยี้ผมเขาให้ยุ่งก่อนจะผละออกแล้วหัวเราะ อารมณ์ดียามเห็นสามีเส้นผมยุ่งเหยิง แต่คนแซ่หลินยินยอมรับการกลั่นแกล้งแต่โดยดี เพียงแต่ลอบจูบแก้มแรงๆอีกสองสามครั้งก่อนจะรวบผมไว้ “ข้าจะออกไปด้วย ให้เหล่าไท่นำเทียนมาเพิ่ม”



            “อากาศเริ่มเย็นแล้ว สวมเสื้อคลุมหนาๆ” หลินจวินเจ๋อพยักหน้าเมื่อได้ยินคำกล่าว เขาพยุงข้าลุกขึ้นพลางหันไปหยิบเสื้อคลุมขนจิ้งจอกนุ่มๆมาคลุมไหล่ข้า ส่วนตัวเองก็ยืนรออย่างยิ้มแย้ม พอข้าเดินออกจากกระโจมเคียงกันก็เป็นฝ่ายผละออกก่อนและก้าวฉับๆไปอย่างอารมณ์ดี



            เห็นโฉมหน้าของคนที่คลายปมในใจได้แล้วอารมณ์ดีอย่างยิ่งข้าก็ส่ายหน้าปนขัน แต่ก็ดีแล้วที่คลี่คลายเรื่องหนักใจไปได้ดังนั้นข้าจึงยิ้มพอใจ ยืนนิ่งเงยหน้ามองดาวดาวดาษดาบนท้องฟ้าครู่หนึ่งข้าก็ก้าวเท้าไปหาเหล่าไท่ซึ่งยืนอยู่ใต้ร่มไม่ไม่ไกลจากนั้นนัก สั่งให้ไปจุดเทียนเพิ่มอีกชุดเพื่อรอสามีกลับมาจากการตรวจงาน ทว่าคุยกันยังไม่แล้วเสร็จ เสี่ยวเจี๋ยกลับบอกว่าหลินจวินเจ๋อเดินมาแล้ว



            “ตรวจเสร็จแล้วรึ?” เห็นเงาร่างตะคุ่มของหลินจวินเจ๋อเดินกลับมาหาตนเอง ข้าจึงเอ่ยถาม



            “มาหาฮูหยินอีกรอบเพราะคิดถึง”



            คำพูดน้ำเน่านี่มันอะไร? ข้ากระพริบตามองสามีที่ยิ้มหวานไม่พอยังเดินเข้ามาใกล้ พลันก็รวบตัวข้าไปกอดแล้วก้มลงมาจูบดูดดื่มที่ริมฝีปากอย่างไม่อายสายตาผู้คน นี่มันท่ามกลางสายตาทหาร! แม้คนจะจูบได้ดีชวนเคลิ้มแต่ก็ไม่น่าโชว์ ข้าถลึงตาใส่คนทำอย่างรวดเร็วแล้วผลักเขาออก คนบ้านี่จูบข้าท่ามกลางสายตาคนรับใช้เต็มไปหมดเชียวนะ แม้ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากล้อเลียนด้วยฐานะของข้าและหลินจวินเจ๋อ แต่ข้ามองเห็นแววตาขบขันปนกระดากอายของใครหลายคนที่ต่างก้มหน้า อมยิ้มจนเต็มแก้ม



             “คนหน้าไม่อาย”



              บ่นใส่เขาอย่างพาลๆพลางเดินตามหลังเหล่าไท่ที่ถือเทียนไขมาสำหรับจุดเพิ่มในกระโจม หลินจวินเจ๋อยอมถูกข้าผลักแต่โดยดีซ้ำเดินไปส่ง ทั้งตามติดทั้งออดอ้อนและอารมณ์ดียิ่ง เห็นท่าทางแปลกไปจากทุกคราแล้วข้าอดสงสัยไม่ได้ ด้วยคืนนี้คนดูภาคภูมิในการอวดว่ามีภรรยาเป็นบุรุษมากเป็นพิเศษ กระนั้นก็ไม่คิดเอ่ยถามเพราะไม่อยากตกเป็นเป้าสายตา แต่ก่อนความสงสัยจะสลายไป ข้าก็มองเห็นเงาร่างของบุรุษเจ้าของดวงตาสีฟ้าเข้มวับวามอยู่ไม่ไกล ก็ได้..ข้าเข้าใจแล้ว



            กรอกตาใส่การเอาคืนอย่างไม่ยอมใครของเจ้าลูกเต่าแซ่หลิน ข้าหันไปมองสามีที่ยิ้มด้วยแววตาพออกพอใจอย่างที่สุดแล้วเดินไปหา กระซิบเสียงเข้ม



           “เล่นอะไรเป็นเด็กๆ”



           “ข้าแค่ตอบแทนบุรุษที่นิยมยุแยงคนแตกแยก ทั้งยังอยากแย่งชิงภรรยาผู้อื่น” หลินจวินเจ๋อไม่ได้มีท่าทีหวาดหวั่นที่โดนจับได้แม้แต่น้อย คนตัวสูงใหญ่ตอบแล้วจูบริมฝีปากข้าแรงๆ ก่อนจะผละออกไป ทิ้งข้าฟึดฟัดมุดกระโจมอยู่คนเดียว คนหนึ่งกลั่นแกล้ง คนหนึ่งโต้กลับ ไยไม่คิดถึงคนกลางเช่นข้า เจ้าพวกเด็กทารกเหล่านี้มันน่าจับมัดรวมกันแล้วขายแถมกระถางธูปจริงๆ




++++++++++

ตอนนี้ฮูหยินมีความร้อนตัว มีความง้อ 555+

ส่วนท่านพี่ไม่ยอมนะเอ๊า บอกว่าแกล้งมางั้นจูบเย้ย หึว์—





เอารูปท่านแม่ทัพมาขู่คนจะย้ายทีมด้วย นี่เป็นภาพปกสอง รูปตัวละครค่ะ แต่แค่ภาพร่างทดลองสีและดูท่าโพสต์นะคะ ของจริงหล่อกว่านี้แน่นวลล


และมาขายตรงต่อ

เปิดจองนิยาย สนใจดูรายละเอียดตรงนี้ได้เลยค่ะ >>  https://docs.google.com/document/d/1qKrLQhy14sUsIpxCO2m3mZIPhCcQDYTT5hmai_LgyL0/edit

 

เพจ FB : https://www.facebook.com/mywhynn/

 

ทวิต @Secrate_Wind

 

และเม้าท์นิยายแท็ก #จวิ้นอ๋อง นะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13705 eiei (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 00:53

    หมั่นไส้อาซิ่นอ่ะ ชอบเค้าแล้ว แต่ยังไม่รู้ตัวอีกกกก ยังคิดว่าเพราะเทียนหยางคนเก่า แล้วมาทำร้ายจิตใจพ่อหมาของชั้นนน สงสารพ่อหมาหลิน55555

    #13,705
    0
  2. #13660 DARA T. (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:31
    แม่ไม่รักพ่อจีงเร้อออ ระวังกลืนน้ำลายตัวเองเน่ออออ
    #13,660
    0
  3. #13574 ununchuahong (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 17:17
    โงยยยยย คนอวดเมียยยย
    #13,574
    0
  4. #13472 guzzto (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 23:13
    เขินแทนอ่ะ ฮืออ อยากได้ทั้งหมดเลย
    #13,472
    0
  5. #13308 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 12:30
    เห้ออ น่ารักจังเลย
    #13,308
    0
  6. #13021 เมมฟิส (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 20:40
    เลือกทั้งสองคน อยากให้รับเจ้าลูกตะพาบเข้าวังอีกคน งานนี้สนุกแน่
    #13,021
    0
  7. #12970 มูตี้ (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 17:53
    ^_____^
    #12,970
    0
  8. #12752 xmlove.exo (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 17:06
    กระวนกระวายขนาดนี้ มีใจบ้างแหละน่า อิอิ
    #12,752
    0
  9. #12540 giftzaa911 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 20:09
    ท่านแม่ทัพมาวินมากค่ะ ตอนนี้ น่ารักที่สุดเลย
    #12,540
    0
  10. #10188 yukai (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 18:38
    ขอบคุณมาก
    #10,188
    0
  11. #9477 noo_parekapoom (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 19:14
    #เก็บไว้ทุกๆคน
    #9,477
    0
  12. #9452 lovelykik (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 10:21
    #ทีมเหมาหมด
    #9,452
    0
  13. #9234 gracenofhobia (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 18:10
    ไม่ทันแล้วค่ะไรท์

    หล่นลงหลุมไปทีมลูกตะพาบนานแล้ว----
    #9,234
    0
  14. #9221 ไอแอมอะก้อย (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 18:44
    นี่มันรายการคนอวดเมียใช่ไหม
    คนวางระเบิด คิดตื้นไปแล้ว
    เฮียเต่า ร้ายกาจยิ่งนัก ฮ่าๆ
    #9,221
    0
  15. #9156 P'oil (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 00:57
    ยังอยู่ทีมแม่ทัพเช่นเดิม น่ารักน่าฟัดเจ้าเต่าได้เอาคืนสมใจนักล่ะ
    #9,156
    0
  16. #9155 Sarun Yok (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 21:30
    มาดโหดมาเชียว ไม่กลัวเพราะไม่อยู่ทีมแม่ทัพมาแต่ต้นอยู่แล้ว ก๊ากๆๆๆๆๆ
    เราเชียร์ฮาเร็ม ถถถถถ ถ้าไม่ได้ฮาเร็ม ให้รัชทายาทกับองค์ชายมาเป็นทาส(หลงรักคนงามถอนตีวไม่ขึ้น)เฉยๆก็ยังดี ฮ่าๆๆๆๆ
    #9,155
    0
  17. #9154 wait for 83line (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 17:27
    น่อวว เจ้าลูกเต่า เจ้ามันร้าย หึหึ~
    #9,154
    0
  18. #9153 thairnee1234 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 17:25
    ยังไงก็รักลูกเต่าน้าาาาแม้ว่าตอนนี้จะอยากเข้าทีมลูกตะพาบก็ตาม//โดนตืบ
    #9,153
    0
  19. #9151 aoozzii (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 13:45
    จะทีมไหน ๆ ก็รักจวิ้นอ๋องเหมือนกัน แต่การช่วงชิงหัวใจคนกลางเท่านั้นที่จะตัดสินใจนะค๊าาา

    ปล.คิดถึงแล้ว

    #ทีมลูกเต่า #จวิ้นอ๋อง #รัชทายาท #ฉู่เหวิน
    #9,151
    0
  20. #9143 ทามามะ (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 20:23
    555น่ารักจริงๆชอบท่านแม่ทัพอ่าา แม่ทัพหล่อแบบซื่อตรง แต่ก็สงสารฉู่เหวินอะดูเขารักจริงและ ยังหล่อแบบแบดๆ ถึงรัชทายาทจะแบดกว่าก้อเถอะคิคิคิ
    #9,143
    0
  21. #9142 sunshadow (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 15:08



       เจ้าลูกเต่าช่างมีพัฒนาการรวดเร็ว
       เดี๋ยวนี้เรียนรู้ที่จะเจ้าเล่ห์ มีการแสดงความเป็นเจ้าของมีการเอาคืนนะ หุหุ



    #9,142
    0
  22. #9141 Helyhua Blythe (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 14:28
    เต่าน้อยๆของบ่าว. มีความน้อยเนื้อต่ำใจ น่าสงสาร#พาร์ทนี้น่ารัก. ยุบยิบๆหัวใจ#ทีมเต่าลายเสือ
    #9,141
    0
  23. #9139 มายเมจิ (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 10:21
    เจ้าลูกเต่านี่น่ารักตลอด น่าแกล้งจริงๆ นั่นแหล่ะ
    #9,139
    0
  24. #9138 E๐Ben (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 09:54
    บ๊ะ มวยถูกคู่ 55555

    ทำให้เจ้าลูกเต่าซึมอยู่ได้ทั้งวัน โดนเอาคืนบ้างเหอะ



    #9,138
    0
  25. #9137 Mad Hatterที่144 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 08:25
    โอยยยย งานดีย์ค่าาาา อุดหนุนแล้วรอเสพ(?)
    #9,137
    0