ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 49 : ข้าคือผืนฟ้า มิใช่ศาลาพักเท้า (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,049
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 164 ครั้ง
    24 ธ.ค. 59





          “เหตุใดข้าต้องพอใจ แล้วเหตุใดจึงต้องไม่พอใจ”



         คิ้วเข้มหนาพาดเฉียงดั่งปลายดาบเลิกขึ้นช้าๆราวฉงนสนเท่ห์หนักหนา ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์งดงามแสดงศักดิ์ฐานะยืนอยู่ใต้เงาไม้แผ่บรรยากาศลึกลับยากจะคาดเดาความนัย แสงจันทร์แม้ไม่อาจทอลอดเข้าไปยังมีเนตรคมวาววับ ดวงตาคู่นั้นเรียบเฉยคล้ายบ่อน้ำไร้ก้นบึ้ง ใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มหากไม่ถึงแววตา ใบหน้าหล่อเหลาขององค์รัชทายาทแห่งเทียนจิ้นแสดงสีหน้าไม่รู้สึกอันใดเมื่อได้ยินคำถามหากยอกย้อนด้วยประโยคที่ทำให้ผู้ฟังนิ่งงัน



         “หรือจื่อซิ่นคิดว่าทุกข์ของตนถึงขั้นสะเทือนฟ้าสะเทือนดินจนข้าต้องรู้สึกอันใดเพื่อเจ้า?”



        ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มจาง คำถามของคนผู้หนึ่งไม่มีเค้าโทสะหากฟังแล้วทั้งเต็มไปด้วยรอยหยันและเต็มไปด้วยความขบขัน ดวงตาคู่นั้นจับจ้องมาช้าๆแต่ราวถูกเจาะทะลวงเข้ามาถึงหัวใจเช่นเดียวกับวาจาที่ข้าไม่อาจโตอบโต้ ไม่อาจพูดสิ่งใด เพราะความจริงคือสิ่งที่หวงไท่หยางกล่าวมาไม่ผิดสักคำ ที่ข้ากระชากเสียงถามเขาด้วยโทสะ เพียงแค่ระบายความอัดอั้นตันใจเท่านั้น



        ใจยิ้มนึกหัวเราะเยาะ ข้าแค่กำลังโมโหแล้วพาลพาโล ล้วนทราบสาเหตุการกระทำข้อนี้ดีแต่ก็มิอาจหยุดปาก แม้กล่าวว่าตนเองเข้าใจแต่ที่แท้ข้าก็ถือสา คิดว่าเป็นเพราะหวงไท่หยางวางแผน เป็นเขาทราบความจริงทุกอย่างดีแต่ต้น ให้อนุภรรยาของตนออกหน้าที่แท้นั่งหัวเราะอยู่เบื้องหลัง เช่นเดียวกับหลินจวินเจ๋อ ข้ารู้ดีว่าเขาถือโทษคนงามยิ่งนักที่พรากความสุขในชีวิต ข้าทราบดีว่ากับคนที่เกลียดชังเขาคงมิอาจปั้นหน้าทำดีด้วยได้ ข้ารู้ ข้ารู้ดี แต่ใครจะไม่ถือสา แม้เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว แต่ความรู้สึกผิดหวังพลุ้งพล่านนี่จะแก้ไขอย่างไร!



         อาการปวดหัวเล่นงานหนักเข้าจนข้าต้องหลับตาสูดหายใจลึกข่มอารมณ์ ความคิดความรู้สึกมากมายตีตื้นทับถมในหัวอกจนแทบทนไม่ไหว ครู่หนึ่งนึกอยากแหงนหน้าหัวเราะขบขันกับสิ่งที่คนเองประสบ ข้าประสบภัยจากความจริงอันไม่น่าอภิรมย์รุนแรงเกินไปแล้วกระมังจึงได้สิ้นท่าอย่างโง่งมเช่นนี้



          “ใช่..เป็นข้าน้อยกล่าววาจาไร้สาระไปเอง” พยายามสงบสติอารมณ์พลางเงยหน้าขึ้นเพื่อเห็นดวงเนตรไร้ระลอกคลื่น ข้าคลี่ยิ้มเบิกบานปานบุปผา ยิ้มทั้งที่อยากเดินหนีมิอยากพบเจอผู้คนเหลือทน “จื่อซิ่นได้ทราบในสิ่งที่ท่านต้องการให้รู้แล้ว ขอบพระทัยองค์รัชทายาทยิ่งนักที่หยิบยื่นความเมตตาในให้ในครั้งนี้”



          “ข้าเพียงให้คนผู้หนึ่งได้ทราบในสิ่งที่ตนเองควรทราบเท่านั้น” ดวงตาคู่นั้นปรากฏระลอกคลื่นวาบผ่านแล้วจมลงกับก้นบึ้งอันลึกล้ำ หากแต่ข้ามิได้สนใจ ข้ามองท่าทีของเขา ใบหน้าของเขา รอยยิ้มของเขา จำไว้ในใจว่ามีผู้วางแผนให้ข้าต้องตกหลุมพรางเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่าแล้วจึงยิ้มออกมาอีกครั้ง



        “ข้าน้อยยิ่งต้องขอบคุณ”



        “ความจริงแม้เผยออกไปหรือไม่ยังคงเป็นความจริง” รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าคมคาย เมื่อก้าวขาออกจากเงาของร่มไม้วงหน้าคมจึงดูนุ่มนวลขึ้นหลายส่วน ข้าหรี่ตาลงจ้องมองสบตาบุรุษเบื้องหน้า มองรอยยิ้มนุ่มนวลที่จุดเพลิงในแววตาของตนได้อย่างง่ายดาย



        “ความจริง...”



         ข้าหัวเราะออกมาแผ่วเบา น้ำเสียงเจือแววขื่นขมระคนทอดถอน หัวอกยังคงปวดจนหน่วงหนึบหากก็ทำอันใดไม่ได้นอกจากหัวเราะกับสิ่งที่อีกฝ่ายบอก องค์รัชทายาทผู้เป็นอัจฉริยะผู้นี้ช่างเก่งกาจเสียจริงๆ เมื่อเขากล่าวถึงความจริงอันน่าชัง ข้าจะพูดอะไรได้ แต่กระนั้นความรู้สึกในใจกลับเริ่มแปรเปลี่ยน หัวอกที่เต้นรัวค่อยๆเย็นเยียบเช่นเดียวกับแววตา



          ข้าโกรธหลินจวินเจ๋อไหม คำตอบคือผิดหวังมากกว่าโกรธ


          ข้าโกรธจ้าวลี่เซียนหรือไม่ คำตอบคือเวทนาและนึกชิงชัง


          แต่กับบุรุษผู้นี้ กับหวงไท่หยาง ข้าเหลียงจื่อซิ่นเมื่อทบทวนเรื่องราวแล้วกลับรู้สึกโกรธเคืองเขายิ่งนัก



          อันใดคือให้คนผู้หนึ่งทราบในสิ่งที่ตนเองควรรู้ วาจาผายลบบัดซบ! ข้าได้พาลโกรธเขาโดยที่เขาไม่เกี่ยวงั้นรึ น่าขบขันอย่างยิ่ง คนกระทำตนราวกับไม่ได้กระทำอันใดแต่กลับได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่ หวงไท่หยางคิดว่าข้าจะโง่งมตาบอดจนมองไม่เห็นสิ่งใดหรือ คิดว่าข้าจะไม่เห็นหรือว่าที่จริงเขาต้องการสิ่งใด ข้าอาจโกรธแค้นผิดหวังเสียใจจนพลุ้งพล่านก็จริง แต่นี่เป็นเรื่องของข้ากับหลินจวินเจ๋อ มิใช่เรื่องขององค์รัชทายาทผู้นี้ เขากล่าวว่าบอกความจริงกับข้าเพราะอยากให้ข้ารู้ ความเอื้ออารีของคนผู้นี้นั้นช่างชวนให้คลื่นเหียนเหลือเกิน..



          “เช่นนั้น หากข้าจะขอกล่าวโทษ เอาความกับจ้าวลี่เซียน อนุภรรยาของท่านข้อหาวางยา องค์รัชทายาทเห็นเป็นอย่างไร?”



          ข้ามองระลอกคลื่นแปรเปลี่ยนในดวงตาคู่นั้น ขณะยิ้มแย้มท่ามกลางเศษซากของความรู้สึกที่ถูกผู้คนจับมาขยี้ขย้ำอย่างทระนง ถามว่าบิดาเป็นใคร คำตอบคือเหลียงจื่อซิ่น! แม้ข้าเป็นจวิ้นอ๋องแต่ข้าก็ยังเป็นเหลียงจื่อซิ่น เจ้าคิดว่าเหล่าจือรู้ความจริงแล้วจะร่ำไห้ด้วยความผิดหวัง สะบั้นสัมพันธ์กับหลินจวินเจ๋อจะได้เข้าทางตนเองงั้นหรือ ข้าเคยบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าข้าเองก็เป็นพวกหัวแข็งมิต่างกับเจ้าเต่าตัวนั้น เขาคิดอยากให้คนงามตายแล้วอย่างไร เคยออกปากว่าจวิ้นอ๋องควรตายแล้วเช่นไร แม้กระทำตัวบัดซบน่าฆ่าตายน่าทอดทิ้งให้เดียวดายอยู่ในหลุม แต่เรื่องเหล่านั้นคือเรื่องของข้ากับเขา ไม่ใช่เรื่องของคนนอก และยิ่งไม่ใช่เรื่องที่จะให้คนเช่นนี้มาได้รับผลประโยชน์!



            ยิ้มอย่างงดงามท่ามกลางแสงจันทร์ขณะเชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย ข้าสบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ขณะที่รอคำตอบอย่างสงบเยือกเย็น ผู้ใดกล่าวว่าถูกทำร้ายแล้วยังต้องร่ำไห้น่าสังเวช ข้าตัดสินใจแล้ว แม้ข้าจะต้องกระอักโลหิตจนตายด้วยความคั่งแค้นเจ็บใจที่หลินจวินเจ๋อหักหลัง ข้าก็จะไม่ปล่อยให้คนผู้นี้ใช้ประโยชน์จากตัวเอง



            “ความจริงจากปากคนเราต่างได้ยินกันทั้งคู่ แพร่พิษวางยาคนชั้นอ๋องมีโทษหนัก อนุภรรยาของพระองค์กล่าวคำเช่นนี้หมายถึงทราบดีว่าตนกระทำผิด แม่นางจ้าวลี่เซียนแม้กระทำผิดไม่สำเร็จเพราะข้าไม่ตาย..” ข้าหัวเราะแผ่วเบาเมื่อนึกถึงความผิดพลาดของแม่นางผู้นี้แล้วยิ้มน้อยๆ “แต่วางยาก็คือวางยา องค์รัชทายาทกับข้าต่างก็เป็นบุคคลสำคัญของแผ่นดินทั้งคู่ ทราบเรื่องนี้แล้วหากจะยังทำเฉยมิใส่ใจ คงน่าหัวร่อยิ่งนัก แม้ข้าผู้เป็นอ๋องจะไม่อยากถือสานาง แต่คำกล่าวของนางล้วนไม่มีส่วนใดบอกว่าสำนึกผิดแม้แต่น้อย นี่ใช่ยุติธรรมต่อข้าหรือ?”



            “...วาจาสตรีที่กล่าวมาด้วยโทสะ ไหนเลยเชื่อถือได้”



            “เช่นนั้นวาจาของบุรุษที่ดื่มสุราก็เชื่อถือมิได้เช่นกัน!” ข้ากล่าวอย่างรวดเร็วก่อนจะจ้องสบตาหวงไท่หยางไม่กระพริบ ใบหน้ายิ้มแย้มเหี้ยมเกรียมขณะกล่าวคำแก้ตัวแทนสามีของตน เป็นคำที่กระทั่งข้าก็ไม่เชื่อ “แล้วเช่นนี้องค์รัชทายาทกล่าวถึงความจริงมาจากที่ใด ที่สุดก็มีเพียงวาจาลอยลม”



           “ที่แท้จื่อซิ่นก็แก้ตัวให้กับคนของตนเอง” องค์รัชทายาทยิ้มแย้ม มุมปากกระตุก



           “ที่แท้พระองค์ก็แก้ตัวให้กับจำเลยผู้สารภาพผิดออกมาทุกข้อหาแล้ว”



             ความเงียบลอยผ่านเมื่อเราสองต่างนิ่งเงียบไม่เอ่ยคำ ข้าจ้องมองหวงไท่หยางด้วยนัยยะที่แฝงแววข่มขู่กรายๆ เรื่องที่ข้ากล่าวออกไปไม่ใช่เรื่องล้อเล่น นี่เป็นผลตอบแทนของแผนการนี้ของเขา ถูกแล้วที่ว่ามันทำให้ข้าและหลินจวินเจ๋อมิอาจมองหน้ากันได้ แต่นี่ก็เป็นจุดอ่อนของหวงไท่หยางที่ยื่นมาให้ข้าเช่นกัน จ้าวลี่เซียนอนุภรรยาองค์รัชทายาทจิตใจชั่วร้ายวางยาหมายสังหารเชื้อพระวงศ์ ความผิดข้อนี้หากกล่าวออกไปมีหรือจะสะเทือนแค่จวนเสนาบดี หวงไท่หยางหากกระทำตนว่าไม่เกี่ยวข้องย่อมถูกมองว่าทอดทิ้งได้กระทั่งภรรยาของตน แต่หากยืดอกรับ..จะรับโทษทัณฑ์ด้วยหรือไม่ 



              “จวิ้นอ๋องจะเอาเรื่องย่อมสามารถกระทำ แต่หากว่านั่นส่งผลต่อคนของเจ้าก็ยังยินดีหรือ” คนทราบแล้วว่าพลาดที่ยกเอาเรื่องนี้มาต่อกรยิ้มเยือกเย็นมองสบตาข้าด้วยแววตาที่ผิดแผกไปจากเดิม ข้ามองหวงไท่หยางที่สาวเท้าเข้ามาใกล้ หัวใจกระตุกเฮือกขึ้นมาวูบหนึ่ง



              “องค์รัชทายาทคิดว่าใต้ฟ้านี้หวงเทียนหยางยังไม่กล้ากระทำสิ่งใดหรือ?” ข้าหัวเราะออกมาอย่างเย็นชาแล้วกำมือแน่น ระงับอาการโรคประหลาดที่เริ่มพลุ้งพล่านเมื่อคนเริ่มก้าวเข้ามาประชิด “ข้าหวงเทียนหยาง..นามว่าเทียนนี้หมายถึงผืนฟ้า มิใช้ศาลาพักเท้าของผู้ใด”



             “...หึ..ใช่.. “ แม้คนจะนิ่งเพราะถูกข้าตอบโต้ แต่หวงไท่หยางเมื่อได้ฟังคำนั้นกลับออกสีหน้าประหลาดขึ้นมาวูบหนึ่ง มันทั้งคับแค้นผสมกับบางสีหน้าที่ข้ามิอาจคาดเดาความนัย “นามเทียนมาจากเทียนจิ้น ราชวงศ์คนเดียวที่มีนามของแคว้นอยู่ในชื่อ”



            “หากคิดเช่นนั้น ท่านควรรู้ว่าอย่าได้นำเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นมาหาประโยชน์อีก!” ถ้อยคำขององค์รัชทายาทเบื้องหน้าชวนให้สังหรณ์บางสิ่ง หากตอนนี้มิใช่เวลาวิเคราะห์ข้าจึงปัดทิ้งเสีย “ไม่รู้สึกเจ็บคันอันใดกับเรื่องของข้า ข้ายินดี แต่กล่าวว่าเพียงนำความจริงมาเปิดเผย..ช่างน่าขันนัก”



            “แต่เจ้าก็ทราบดีว่าความจริงนี้จะส่งผลใดต่อตนเอง”



           หวงไท่หยางกล่าวเสียงเรียบขณะขยับกายมาประชิดแล้วสบตาเงียบๆ ดวงตาคู่เข้มจ้องเขม็งด้วยทราบดีว่าข้าจะเป็นเช่นไรในยามนี้ คนทราบดีว่าจวิ้นอ๋องมีอาการหวาดหลัวอยู่ในจิตสำนึกก็ยังคิดจะแกล้ง การกระทำเช่นนี้ทำให้ข้าต้องกำมือแน่นอีกคราขณะพยายามขนเอาความโกรธและโทสะที่ตนเองมีเป็นเกราะกำบัง



            “อย่าได้ลำบากองค์รัชทายาทมาห่วงกังวล!!” เพราะต้องการแสดงว่าตนไม่หวาดกลัว ข้าจึงกล่าวด้วยเสียงอันดังเป็นพิเศษ



             “ข้ามิได้ห่วงใย เพียงอยากให้เจ้าทราบไว้ว่าตนเองเลี้ยงอสรพิษชนิดใดไว้ข้างกาย”



           “กล่าวถึงอสรพิษ..ข้อนี้กลับมิต้องให้องค์รัชทายาทเป็นห่วง” ข้ามองคนที่เอ่ยถ้อยคำคล้ายจะห่วงใยแล้วแค่นหัวเราะ “ข้าหวงเทียนหยางทราบดีว่ารอบกายตนคือดงเสือสิงห์ หาใช่ท้องทะเลทุ่งหญ้างามตา องค์รัชทายาทช่วยเปิดทางสว่างแก่ดวงตาคู่นี้ จื่อซิ่นประทับใจอย่างยิ่ง แต่ข้ามีข้อสงสัยอยากจะถาม..”



             “ท่านกล่าวว่าข้าเลี้ยงงูพิษ แล้วยามทราบว่าข้าถูกวางยา เคยนึกตกใจหรือไม่?”



           “ท่านกล่าวว่าอยากให้ข้าทราบว่ามีคนชนิดใดอยู่ข้างกาย แล้วยามที่ทราบข่าวว่าผู้ลงมือคืออนุภรรยาของตนเอง ท่านคิดเช่นไรกับใจอำมหิตของนาง?”



            “และหากข้าถูกพิษจนตาย..หากข้าตายไปจริงๆ ท่านจะนึกเสียใจหรือยินดี?”



            “ข้าไม่รู้สึกอันใดทั้งนั้น”




            คำตอบอันแสนสั้นถูกกล่าวขึ้นแล้วร่างสูงผละออกห่างแล้วจึงยิ้มออกมาอย่างเงียบงัน องค์รัชทายาทหวงไท่หยางเดินจากไปแล้ว คำตอบของเขายังคงเป็นเช่นที่ข้าคิด ไหนหรือมโนธรรม คนเช่นนั้นไม่มีอยู่แล้ว หากปล่อยให้จวิ้นอ๋องตายแล้วตนเองได้ประโยชน์เขาย่อมกระทำเป็นแน่ ความแล้งน้ำใจที่สัมผัสได้ชัดเจนทำให้ยิ้มเยาะ ไม่มีหรอกความห่วงใยที่แท้จริง มีเพียงการหยิบตัวหมากอีกที่หนึ่งวางยังอีกที่หนึ่ง แล้วเหตุใดข้าจึงต้องเอนไหวไปตามกระชี้นำของเขา?



              คิดถึงหวงไท่หยางแล้วร็สึกคล้ายตนเองหายใจไม่ออก คนผู้นั้นราวกับพ่ายแพ้และถูกข้าตอกกลับไม่ไว้หน้า แต่แท้จริงกลับทิ้งข้าไว้กับความรู้สึกหนักอึ้งชนิดหนึ่ง ข้าไม่อยากคล้อยตาม แต่คนผู้นั้นก็ทิ้งเชื้อไฟแห่งความระแวงไว้พร้อมๆกับความหนาวเหน็บแทรกผ่านดวงใจ อสรพิษ งั้นหรือ อาจจะจริงก็ได้ ข้ารู้สึกว่ารอบกายไม่มีใครไว้ใจได้อีกแล้ว แม้กระทั่งคนที่ข้าคิดว่าสามารถฝากความคาดหวังไว้ได้ สุดท้ายก็ยังอยากให้ข้าตายอยู่ดี



             ข้าเงยหน้าขึ้นยิ้ม เพียงคิดคำนึงถึงคนบางคนหัวอกก็เจ็บแปลบแสบร้อน ความรู้สึกพลุ้งพล่านรุนแรงเริ่มกลับมาอีกครั้งพร้อมกับอาการปวดศีรษะหนักหน่วง ข้าเกลียดร่างกายที่อ่อนแอนี่ยิ่งนัก คิดควานหายาของเทพโอสถผู้นั้นแต่ก็มิได้นำติดตัวมา พยายามสูดหายใจลึกระงับอาการของตน หัวเราะว่าคนอย่างผีเสื้อราตรีเหลียงจื่อซิ่นจะมาจะเป็นจะตายเพราะเรื่องแค่นี้หรือ ข้าไม่เห็นต้องเสียอกเสียใจอันใดเลย แค่ไว้ใจไม่ได้ แค่วางระยะห่างไว้ แค่กลับไปยึดเอาหวังอี้เสี่ยที่ไม่เคยทำร้ายข้าเหมือนเดิม จะเสียใจไปไย



            เมื่อครู่หัวเราะฮึกเหิม กล่าววาจาไล่ต้อนองค์รัชทายาทจนคนผู้นั้นล่าถอย แล้วจะปล่อยให้ความเจ็บที่อกนี้ครอบงำเพื่ออันใด


            ยิ้มแย้มให้ความน่าสมเพชนี้แล้วเอ่ยปากถามจันทร์ แต่ไม่มีใครตอบข้า มีแค่ความเจ็บที่รุมเร้ากับเสียงคุ้นหูแต่เสียดแทงหัวใจเหลือเกิน



            ร่างกายโซเซแต่อ้อมแขนหนารีบปราดเข้ามารับ ข้ามองใบหน้าและแววตาที่แสดงความห่วงใยของเขา สติพร่าเลือนเลือกให้ยิ้มออกมาอย่างโง่งม คำถามที่ปรากฏในห้วงคิดแม้ไร้สาระและเต็มไปด้วยความประชดประชันยังคงดังขึ้น เจ้าอยากให้ข้าตายมิใช่หรือ แล้ววิ่งมาทำไม?



+++++++++++++++++



             เมื่อลืมตาอีกครั้งบนเตียงไม้ที่เริ่มคุ้นตา ข้าก็มองไปยังเบื้องนอกโดยพลัน เปลวเทียนถูกจุดไว้ภายในห้องจนสว่างไสว ม่านมุ้งปลิวตามแรงลมที่โชยมาจากหน้าต่าง ข้าไม่แน่ใจว่าตนเองเพียงวูบไปครู่หนึ่งแล้วตื่นขึ้น หรือหลับไปจนหนึ่งวันหนึ่งคืน ดังนั้นจึงขยับกายลุกขึ้นอย่างช้าๆ เพราะเงาร่างที่ขยับและเสียงเสื้อผ้า ข้าไม่ต้องเอ่ยปากเรียกใบหน้าห่วงหาของเหล่าไท่ก็ยังปรากฏให้เห็นโดยพลัน



            “นายน้อย...” น้ำเสียงและแววตาผู้เฒ่าเต็มไปด้วยความห่วงใย ดวงตาที่มองข้าสั่นระริก



            “นี่ข้าหลับไปนานหรือไม่?” ข้ายิ้มให้กับสิ่งที่เห็น ทว่าแม้พออบอุ่นใจขึ้นบ้างกับความภักดีที่มีมาตลอดของคนผู้หนึ่ง กระนั้นเมื่อนึกถึงบางสิ่งที่ถูกกระตุ้นเร้า กลับรู้สึกเจ็บหนักในหัวอก



            “ครู่เดียวขอรับ ตอนนี้เพิ่งล่วงเข้ายามจื่อ(23.00-24.59)เท่านั้น” เหล่าไท่เข้ามาช่วยพยุงข้าให้ลุกขึ้น และนำหมอนใบใหญ่หลายใบกองกันให้ได้เอนร่างพักผ่อน เมื่อได้นั่งในท่วงท่าที่สบายขึ้นแล้วข้าจึงยิ้มน้อยๆให้เขาเพื่อขอบคุณ



            “ยาของเทพโอสถได้ผลดียิ่งนัก..” อาการครั้งที่ผ่านมาจะสลบไสลข้ามคืน แต่นี่เพียงครู่เดียวก็ฟื้น ยาของคนผู้นั้นสมฉายาจริงๆ ข้ารับเอาถ้วยยาจากเหล่าไท่มาดื่มอย่างรวดเร็ว ขณะที่บ่าวชราผู้อุ้มชูจวิ้นอ๋องมานับแต่ฝ่าเท้ายังเท่ากลีบบัวถอนหายใจเบาๆ



             “ข้ายังมิอาจควานหาตัวหมอที่สามารถปรุงยาแก้ไขอาการของนายน้อยได้ เหล่าไท่ไร้ความสามารถจริงๆ”



             “อย่าคิดมาก” ข้าบีบมือของผู้เฒ่าเบาๆเมื่อนึกถึงเรื่องอาการเจ็บไข้ที่ยังไม่อาจหายารักษา ครู่หนึ่งแววตาครึ้มลงเมื่อนึกถึงต้นสายปลายเหตุของมัน คิดพลางกวาดสายตามองรอบห้องที่ไม่มีเงาของผู้รับใช้หรือคนอื่นๆก็อดถอนหายใจไม่ได้ “..ท่านแม่ทัพล่ะ?”



             “อยู่ที่นอกห้องขอรับ” แววตาของเหล่าไท่เจือความซับซ้อนกังวลเมื่อนึกถึงข้อนี้ ดวงตาที่เริ่มฟ้าฟางไปตามไวจ้องมองข้าพลางบีบลูบมืองามของจวิ้นอ๋อง “นายน้อย เหล่าไท่มิทราบว่าเกิดอันใดขึ้น แต่ท่านเขยคล้ายมีเรื่องกังวลใจจึงมิกล้าเข้ามา ถึงอย่างนั้นก็ยังคงรออยู่ไม่ยอมไปไหน ข้าทราบว่าเมื่อได้พบเห็นเชื้อเพลิงในอดีตคนย่อมยากจะสงบใจ แต่กังวลจนส่งผลต่อร่างกายนั้นไม่ดีเลย สามีภรรยามีสิ่งใดควรพูดคุย อย่าได้ปล่อยให้ผู้อื่นเข้ามาบ่อนทำลายความสัมพันธ์ นายน้อยเองกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่ง่ายๆ...” 



            “ข้าทราบแล้ว เหล่าไท่ ข้าทราบ” บ่าวรับใช้ผู้นี้คงคาดว่าที่ข้ามีอาการพลุ้งพล่านจนล้มป่วยเป็นเพราะเห็นถึงความสนิทสนมของหลินจวินเจ๋อกับจ้าวลี่เซียนในงานเลี้ยง คนจึงพยายามเอ่ยปากปลุกปลอบให้ข้าสงบใจ เขาไม่ทราบว่านี่เป็นแผนของข้าและหลินจวินเจ๋อ แต่เอาเถิด..เหล่าไท่ไม่ทราบยังจะประเสริฐกว่า เรื่องเช่นนั้นมีแค่ข้าร็คนเดียวก็เกินพอแล้ว



             “จะให้เหล่าไท่เรียกท่านแม่ทัพเข้ามาหรือไม่?” แววตาของผู้ชราฉายความคาดหวัง สำหรับผู้ที่จารจำในใจถึงความรักที่หวงเทียนหยางมีต่อหลินจวินเจ๋อ สิ่งใดจะทำให้จวิ้นอ๋องที่ล้มป่วยด้วยอาการสะเทือนใจดีขึ้นได้มากกว่าบุรุษผู้เป็นที่รัก



           ข้ายิ้มขึ้นมาอย่างเวทนาตนเองเมื่อนึกถึงอาการล้มป่วยด้วยสาเหตุน่าหัวร่อ คำถามของเหล่าไท่เต็มไปด้วยความห่วงใยและเข้าใจจิตใจของนายตนจริงแท้ ทว่าเมื่อนึกถึงเรื่องที่ได้ทราบมา ข้ายังส่ายหน้า “ขอข้าคิดอะไรเงียบๆเถอะ”



           เหล่าไท่จากไปแล้วเมื่อทราบว่าตนเองไม่อาจโน้มน้าวให้ข้านอนพักหรือแม้แต่ปล่อยให้สามีตนเองเข้ามาดูอาการ อย่าได้ถือทิฐิเขาพูดย้ำเช่นนั้นแล้วเดินออกไปด้วยความกังวล ปล่อยให้ข้าหัวเราะกับคำพูดนั้น ไม่ถือทิฐิงั้นหรือ ตอนนี้ข้าเองยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าตนถือสาสิ่งใด แต่แม้ข้าที่พยายามปล่อยวางพยายามไม่ยึดเอาเรื่องอดีตมาคลุกกับปัจจุบัน  แยกแยะความแค้นของหวงเทียนหยางกับความแค้นของตนไว้ก็ยังไม่อาจวางเฉยได้กับสิ่งที่รู้



          ข้าสูดหายใจลึก พลางนิ่งทบทวนเรื่องราว แม้วาจาของจ้าวลี่เซียนมิอาจเชื่อถือได้ทั้งหมด แต่มาถึงขั้นนี้แล้วข้าก็ไม่คิดเข้าข้างและเถียงหาสาเหตุใดหลินจวินเจ๋อเช่นที่คุยกับรัชทายาท ข้าแค่พูดเพื่อต่อกรกับเขาเท่านั้น..แต่ความจริงคือตนเองก็มิอาจทำใจกับวาจาคนเมาได้เช่นกัน



           นับแต่ได้ลืมตาขึ้นมาในร่างนี้ ข้าก็ทราบดีว่าหลินจวินเจ๋อเคืองแค้นหวงเทียนหยาง สำหรับคนที่เกลียดชังคนผู้หนึ่งที่พรากเอาความสุขในชีวิตของตนไป จะแปลกอันใดหากเคยเอ่ยปากด่าทอสาปแช่งคนๆนั้น ข้าเองก็ยังเคยด่าลูกค้าที่ทำตัวน่าฆ่าให้ตายแล้วแช่งให้เขาถูกรถชนสักที นี่เป็นเรื่องปกติในชีวิตมนุษย์คนธรรมดาทั่วไป ซ้ำความแค้นนั้นก็พุ่งเป้าไปที่หวงเทียนหยางมิใช่เหลียงจื่อซิ่น เจ้าลูกเต่าตัวนั้นเปลี่ยนไปแล้ว ข้าทราบดีและเข้าใจเขา ข้ารู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดเรียงร้อยต่อกันอย่างมีเหตุผล  เพราะถูกกระทำก่อนจึงไม่พอใจไม่ใช่ว่าเขาเกลียดแค้นจวิ้นอ๋องอย่างไร้สติ เพราะโกรธแค้นข้าเป็นทุนเดิมจ้าวลี่เซียนจึงแค่เข็นเรือตามน้ำ หลินจวินเจ๋อเองก็ทำให้ข้าเห็นแล้วว่าเขาปฏิบัติกับคนที่ตนเองชมชอบและคนที่ตนเองไม่ชอบต่างกันอย่างยิ่ง ดังนั้นในช่วงเวลาที่เขาเกลียดหวงเทียนหยาง การที่เอ่ยปากว่าอยากให้จวิ้นอ๋องตายนั้นช่างเป็นเรื่องปกติจนไม่รู้จะปกติเช่นไร



           ข้ารู้ ทุกอย่างข้าเข้าใจดี มันเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว คนก็เปลี่ยนไปแล้ว แต่ข้ากลับไม่อาจปล่อยวางไม่ถือสา ข้าทราบดีว่าตนเองมิอาจถือโทษโกรธเคืองหลินจวินเจ๋อกับสิ่งที่ผ่านมา อดีตแก้ไขไม่ได้แล้วซ้ำหากแตกคอวิวาทกันก็เข้าทางรัชทายาท แต่ข้าก็มิอาจปล่อยไป..ยังไม่สามารถปล่อยวางลงได้



           เจ็บที่อกอีกแล้ว ความรู้สึกสับสนปนเปจนไม่ทราบว่าของใครเป็นของใคร ข้ารู้สึกเพียงความโศกเศร้าและเจ็บปวดอันเงียบงัน แค่นหัวเราะถามตัวเองว่าจะทำเช่นไรต่อไป ไม่อาจปล่อยแล้วจะถือไว้หรือ จะให้โกรธเคืองหรือ เจ้ามีสิทธิ์ไปโกรธอะไรในเมื่อคนผู้นั้นปองร้ายจวิ้นอ๋องมิใช่เจ้า แต่หากจะปล่อยวาง เจ้าจะปล่อยมันได้ยังไงในเมื่อร่างนี้ที่อาศัยอยู่คือร่างของหวงเทียนหยาง ให้ทำเช่นใด ควรทำเช่นใด ตอบได้หรือไม่



           “อาซิ่น..” เสียงหนึ่งดังผ่านรอยแยกของประตูเบาๆ สุ้มเสียงที่แสนคุ้นหูกลับสร้างความเจ็บปวดซ้ำจนแทบแดดิ้น ข้าหลับตาลงช้าๆ ถอนใจขณะเสียงเปิดประตูดังขึ้น ลืมตาขึ้นมองร่างเงาสูงใหญ่ที่แสนคุ้นก้าวเข้ามาหา โดยเบื้องหน้าข้ามีผ้าโปร่งบังไว้ให้เห็นแค่เงาเลือนลาง



          “อยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามา”



          “อาซิ่น” หลินจวินเจ๋อยอมหยุดฝีเท้าโดยดี กระนั้นน้ำเสียงยังแฝงความสับสน ข้ามองเงาร่างของเขาด้วยสองตา เห็นคนยืนอยู่ไม่ไกล แต่กลับรู้สึกห่างไกลราวกับอยู่ในภูเขาคนละลูก เขาคงจะรู้สึกผิดกระมัง คงจะตกใจที่เรื่องราวเป็นเช่นนี้ ข้ายังคิดถึงตอนที่เขาโกรธแค้นเพื่อข้า ข่มขู่ฉู่เหวินเพื่อยาของข้า เรื่องราวเหล่านั้นเมื่อมาคิดดูแล้วรู้สึกว่าน่าขันยิ่งนัก



            ความเงียบมาถึงและคงอยู่นานพอที่จะให้รู้สึกอึดอัด ข้านิ่งเงียบ นั่งปิดตาด้วยไม่อยากเห็นหน้าคนผู้นี้และนิ่งรอเขาไม่พูดสิ่งใด ความรู้สึกอึดอัดในอกยังคงมีอยู่ และข้ากำลังรอดูอยู่ว่าหลินจวินเจ๋อจะแก้สถานการณ์เช่นไร เขาจะแก้ตัวแบบไหน บอกข้าว่าตนเองเมาไม่มีเจตนาหรือไม่ หรือบอกว่าเพียงพลั้งปากไม่คิดว่าจะเป็นจริง คนเช่นเขามีข้อแก้ตัวอย่างไรจะกล่าวออกมา ข้าอยากรู้ยิ่งนัก



           “ร่างกายเจ้า..เป็นอันใดมากหรือไม่?”



          “ยาของเทพโอสถช่วยได้มาก ข้าไม่มีอาการปวดหัวค้างอยู่แล้ว” ข้าลืมตาขึ้นตอบเงียบๆก่อนจะหรุบตาลงมองลายผ้าห่มในมือ ข้าไม่ตัวร้อน ไม่ปวดหัว ไม่เป็นไร เพียงแต่ยังเจ็บในอก เจ็บอย่างยากจะหายนัก



          “ยังดีที่เจ้าไม่เป็นอะไรมาก..” น้ำเสียงทุ้มแผ่วเอ่ยขึ้นเบาๆ “ข้าจะพยายามหาทางเอายามาให้ได้ จะตามหมอ จะ...หาคนมารักษาเจ้าให้หาย”



         “อืม..” รับคำด้วยเสียงเนือยๆแล้วข้าจึงปิดตาลงอีกครั้ง “มีอะไรอีกไหม”



       “อาซิ่น...”



         “หากไม่มี ข้าจะนอนแล้ว”



          ข้าไม่มองเขา ปิดหูไม่รับฟังเสียงที่ฟังคล้ายกำลังอ้อนวอนประการหนึ่ง นั่งนิ่งด้วยใบหน้าเรียบเฉย ถามไถ่อาการก็ถามแล้ว วาจามากมารยาทก็กล่าวแล้ว เขากลับไม่เอ่ยปากถึงสิ่งที่ควรพูดเสียที หรือเขาจะปิดหูปิดตาไม่รับรู้ หากนั่นเป็นทางที่คนอย่างหลินจวินเจ๋อคิดขึ้นมาได้จริงๆ ข้าก็ต้องยิ้มและยอมรับด้วยความผิดหวังมอบให้ไป



         “เป็นความผิดของข้าเอง”



       ข้าลืมตาขึ้นข้างหนึ่งและจ้องมองเงาร่างของนักรบตัวสูงใหญ่เบื้องหน้าตาไม่กระพริบ



       “แม้จะเป็นวาจาที่กล่าวออกมาเพราะเมามายหรือไม่ พูดแล้วคือพูด ข้ามิอาจปฏิเสธความรับผิดชอบเมื่อวาจานั้นทำให้เจ้าต้องตกอยู่ในอันตราย ข้าไม่อาจปฏิเสธเช่นกันว่ายามที่คับแค้นถึงที่สุดก็ปรารถนาให้เจ้าหายไปจากชีวิตเพื่อจะได้คองรักกับสตรีที่ตนมีใจ”



        “ยามนั้นข้าโหดร้ายถึงขั้นมีความคิดอยากให้เจ้าตายไปนี่คือความจริง ยามนี้ข้านึกเสียใจที่เคยพูดเช่นนั้น นี่ก็เป็นความจริงเช่นกัน แม้รู้สึกโกรธเคืองตนเองที่ปากพล่อยเพียงไรข้าก็มิอาจแก้ไขได้อีก อาซิ่น..ข้ายอมรับผิดทุกอย่า--”



         “ข้าไม่ได้โกรธ” หลินจวินเจ๋อกล่าวยังไม่จบคำ ข้าก็แทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เป็นความสงบที่แม้กระทั่งตนเองยังแปลกใจ ซ้ำมันช่างแตกต่างกับความรู้สึกในหัวอกยิ่งนัก ครู่หนึ่งความอึดอัดกดดันทำให้อยากหัวเราะหรือตะโกนด่าทอระบายอารมณ์ แต่สุดท้ายที่ทำได้กลับมาเพียงนั่งทนต่อไป  



         “เรื่องราวผ่านไปแล้ว ยากจะแก้ไข ท่านในเวลานั้นกับเวลานี้ไม่เหมือนกัน ที่ท่านอยากฆ่าให้ตายเป็นหวงเทียนหยางในอดีตมิใช่ข้าในยามนี้ เราทั้งสองต่างทำผิดต่อกันไม่มากก็น้อย หากรื้อฟื้นสืบสาวคงมีแต่ความกินแหนงแคลงใจไม่รู้จักจบสิ้น กลอุบายนี้ของหวงไท่หยางควักมาใช้ก็ด้วยต้องการผลลัพท์คือเราทั้งคู่แตกหัก ข้าและท่านถูกมัดติดกันแล้วเราทั้งสองต่างก็ทราบดีว่ามีแต่ผลเสีย”



         “ข้าไม่โกรธท่าน ท่านพี่ ข้าเข้าใจ แต่ข้าก็มิอาจ..” ข้าหลับตาลงแล้วสูดหายใจลึกก่อนจะปล่อยให้มันพรั่งพรูลงมา “ข้ามิอาจเชื่อใจท่านได้อีกแล้ว



         “อาซิ่น...”



         “ทะเลาะก็ดี วิวาทกันก็ดี ล้วนแต่เป็นการกระทำเพื่อระบายความอึดอัดขัดข้อง ข้าไม่อยากถือสา ท่านพี่..แต่ข้าก็มิอาจไม่ถือสา ข้าไม่อาจเชื่อใจท่านที่เคยบอกว่าจะสังหารข้า ข้ามิอาจข่มตาหลับเมื่อคิดว่าคนข้างกายเคยอยากบั่นคอตัวเอง แม้ท่านจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่ข้าขอบังอาจถามสักคำ..”  



       ข้าลุกขึ้นยืนช้าๆ ก้าวลงบนเตียงท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัด ยืนทรงตัวอยู่บนพรมขนสัตว์นุ่มเท้าขณะที่ผ้าม่านซึ่งเคยปิดบังใบหน้าและแววตาของเขาให้เห็นอย่างเลือนลางไม่เป็นอุปสรรคอีกแล้ว ข้าจ้องมองใบหน้าสะท้อนแสงเสียนของหลินจวินเจ๋อ สบตาสีดำสนิทที่บัดนี้ขอบแดงก่ำ คนมีสีหน้าซีดเผือกและเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ความเจ็บปวดในแววตาคู่นั้นบาดหัวใจยิ่งนัก แต่ข้าเองก็ไม่รู้ว่าตนเองทำหน้าแบบไหนเช่นกันเมื่อได้สบตาหลินจวินเจ๋อ เขาจึงเผยสีหน้าปวดใจขึ้นมา



          “ท่านอยากฆ่าจวินอ๋องในอดีต คนที่ท่านไม่ได้รัก ไม่ได้ชมชอบ คนที่ท่านแค้นเคืองและไม่พอใจ ท่านอยากฆ่าเขา แล้วหากเขาตายไปจริงๆ ท่านจะเสียใจไหม? ถ้าจวิ้นอ๋องคนนั้นตายก็ไม่มีข้าคนนี้เช่นกัน ท่านจะเสียใจหรือไม่? แม้เป็นอดีตแต่หากข้าตายไปตอนนั้น..จวิ้นอ๋องตายไปตั้งแต่ตอนนั้น..”



           “หากเขารู้ว่าตายเพราะคำพูดของท่านคนที่เขารักมากที่สุด เขาจะเจ็บปวดเพียงไรท่านเคยคิดบ้างไหม! ท่านยอมรับผิด ท่านเสียใจ แต่หวงเทียนหยาง...” 



          ข้าหลับตาลง กลั้นคำพูดที่จะเอ่ยบอกความจริงออกมาและกลืนน้ำลายลงคอ ปิดบังขอบตาที่ร้อนผ่าวเจียนน้ำตาไหลของตัวเองไว้ สิ่งที่น่าโกรธแค้นโศกเศร้าที่สุดอาจไม่ใช่แค่ทราบว่าหลินจวินเจ๋อมีส่วนให้จวินอ๋องต้องตาย แต่เป็นข้าที่ไม่อาจพูดออกมาได้ว่าเขาตายไปแล้วด้วยความแล้งน้ำใจของทุกคน ข้าเองก็ไม่รู้จะทำเช่นไรกับเรื่องนี้ ให้อภัยหรือก็ไม่อาจทำได้ จะคุ้มแค้นก็ไม่เกี่ยวข้องเช่นกัน ข้าไม่เกี่ยวกันกับจวิ้นอ๋องคนเก่า ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนเขา แต่ข้าก็ยังรับรู้ความรู้สึกทั้งหมดของเขา ความทรงจำของเขา ชีวิตของเขา แล้วจะเมินเฉยไม่สนใจได้อย่างไร



          เรื่องนี้มิใช่มีเพียงหลินจวินเจ๋อไม่รู้จะจัดการเช่นไรกับอดีต ข้าเองก็เช่นกัน ยามที่รับรู้ว่าหัวใจคนงามโศกเศร้าเจ็บปวดถึงเพียงนั้น จะให้ข้าเงยหน้าขึ้นยิ้ม ตัดสินใจปล่อยผ่านมันไปเช่นทุกคราที่รับรู้ถึงเรื่องเลวร้ายในอดีตทั้งที่ในใจก็มีตะกอนคั่งค้างอยู่งั้นหรือ เรื่องแบบนี้อาละวาดด่าทอก็ไม่หาย ข้าเอาแต่สับสนเขาเองก็คงไม่ต่างกัน หากเป็นเช่นนี้อย่าว่าแต่จะข้ามผ่านความสับสน แค่ตัดความระแวงออกไปยังเป็นไปไม่ได้



          ข้าไม่โกรธแค้น แต่ไม่อาจเชื่อใจเขาได้อีก




         บทสรุปที่เยือกเย็นที่สุดเท่าที่สามารถตัดสินใจถูกวางไว้ตรงหน้า ข้าเลือกแล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะยอมรับได้หรือไม่ก็มีแต่ต้องกลืนมันลงไป เรื่องราวดำเนินมาเช่นนี้ไม่อาจหันหลังแสร้งทำไม่รู้สึกรู้สา เรายังคงเดินเคียงคู่ แต่เราก็เหมือนไม่ได้อยู่ข้างกัน



         ข้าหลับตาลง ฟังเสียงที่จำต้องยอมรับของหลินจวินเจ๋อ มันฟังมันเหมือนเสียงร้องไห้คร่ำครวญหรือไม่ ข้าไม่รู้ ข้าไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น




+++++++



มาครบแล้วก็ยื่นทิชชู่ให้ทุกคน(...) จริงๆนี่อาจเป็นโทษเบาที่สุดแล้ว สับสนในความสับสนไปอีก

//ป้อนมาม่าให้ทุกคนแถมขายตรงไปด้วย()


>> เปิดจองนิยายแล้วรายละเอียดลิงค์นี้เลยค่ะ 


https://docs.google.com/document/d/1qKrLQhy14sUsIpxCO2m3mZIPhCcQDYTT5hmai_LgyL0/edit


เม้าท์นิยายกันที่แท็ก #จวิ้นอ๋อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 164 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13653 DARA T. (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:00
    แม่ หน่องร้องแล้ว หน่องเจ่บปรวด มันเจ่บหัวนมไปหมด หน่องสงสารทุกคนเลยแม่ หน่องจะทำยังไงดี ฮือออ
    #13,653
    0
  2. #13646 angrymuse (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:00
    มีบางส่วนไม่เข้าใจคือรัชทายาททำไมดุใจร้ายกับจวิ้นอ๋อง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ในเมื่อการฆ่ามันสามัญสำหรับการเป็นใหญ่เป็นโตละก็ขอให้รัชทายาทได้เรียนรู้มันเหมือนที่มอบให้คนอื่นไปทั่วเหมือนกันนะ
    #13,646
    0
  3. #13596 VKK42 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 18:32
    เกียดมาม่า
    #13,596
    0
  4. #13565 ununchuahong (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 14:35
    หมดทิชชู่ไปมวนหนึ่ง ฮือออออออ
    #13,565
    0
  5. #13262 lakkee (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 19:29
    ขอบคุณ
    #13,262
    0
  6. #13001 เมมฟิส (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 22:00
    เศร้า ????????????????????
    #13,001
    0
  7. #12905 มูตี้ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 16:51
    ^_____^
    #12,905
    0
  8. #12867 แม่เอง (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 12:56
    เห้ย คือเราเข้าใจฟีลนางเลยอะ คือมันต้องแย่มากๆจริงๆอะ มปร.นะอาซิ่นน เจ้อยู้ทีมหนู
    #12,867
    0
  9. #12527 super__p (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 12:41
    ตอนแรกยังดูตลกหลังๆแนวชีวิต real มากเลยอ่ะ สนุกมากจริงๆ
    #12,527
    0
  10. #11723 ติ่งผมยาวคุง (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 18:25
    ดราม่ามาเต็มมากค่ะ โอ้ยยยย สับสนไปด้วยเลยเนี่ยยยย #อินมากอ่ะ
    #11,723
    0
  11. #9393 fairy (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 11:37
    สงสารอาซิ่นนนนน
    #9,393
    0
  12. #8699 The.zmb (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 15:46
    ดราม่าาาา ชอบบบย
    #8,699
    0
  13. #8692 เพนกวิ้น (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 10:12
    ยุ่งๆมานานเปิดมาอีกทีมีให้อ่านหลายตอนเลยยย ขอบคุณนะคะไรต์ เปนกำลังใจให้เสมออ
    #8,692
    0
  14. #8343 KTsung (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 23:08
    😭😭😭 โอ๊ยยยยยย ปวดใจ ตอนนี้ ปวดใจแทนทุกฝ่าย 😭😭
    อาซิ่น แม้จะเจ็บปวดก็ยังปกป้องเจ้าลูกเต่าอีกนะ 
    #8,343
    0
  15. #8102 mintraR (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 21:21
    ปวดใจจัง จะตอบอะไรมา อาซิ่นก็ต้องเจ็บทุกทาง
    #8,102
    0
  16. #8076 YoGurT_Yo^^ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 19:15
    สงสารรรรร
    #8,076
    0
  17. #7879 ✚ADAM (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 10:17
    ฮือออ โคตรปวดใจ ท่านอ๋องจริงๆแล้วน่าสงสาร คนก่อนยิ่งน่าสงสาร โอ้ยยยย
    #7,879
    0
  18. #7608 เกาลัดกลมๆ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 22:55
    กลัวว่า จวิ้นอ๋อง หวงเทียนหยางที่ตายไป ร่างนี้ของอาซิ่น เป็นเงาของหวงเทียนหยางตัวจริงที่ตายไปแล้ว......

    มีตอนนึงอาซิ่นเคยคิดว่าหวงเทียนหยางก็เคยมีเงา แต่ว่า.. แล้วก็ชะงักไปเพราะคิดไม่ออก สมัยเด็กรัชทายาทกับหวงเทียนหยางสนิทกัน ตอนนี้รัชทายาทยังมีปฏิกิรยากับชื่อ 'เทียน' บอกว่าเป็นของราชวงศ์อีก.... หรือเพราะหวงเทียนหยางคนนี้ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้ออ๋อง......... โอ้ยยย เจ็บปวดดดด ปวดหัววววววว
    #7,608
    0
  19. #7506 Shenoraq (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 21:05
    เกลียด มาขอโทษตอนนี้ไม่ทันแล้วหลินจวินเจ๋อ เกลียดหวงไท่หยางด้วย น่ารังเกียจจริงๆ
    #7,506
    0
  20. #7487 represser (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 13:19
    ไม่มีคำบรรยายรู้สึกแค่เศร้ามากTT สงสารจวิ้นอ๋องที่ตายไป เกลียดหวงไท่หยางคนร้ายกาจ
    #7,487
    0
  21. #7408 168999au (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 23:29
    อ๋อยยยยยยย
    #7,408
    0
  22. #7369 แกงส้ม (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 06:08
    น้ำตาตกในอย่างแรง
    #7,369
    0
  23. #7368 จอมโจรแมวดำ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 01:45
    น้ำตาท่วม
    #7,368
    0
  24. #7334 Harm. (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 19:57
    ถ้าจะเศร้าขนาดนี้ เจ็บทั้งคู่เลยจริงๆ
    #7,334
    0
  25. #7274 [[Oo..~*VaLyn_KH*~..oO]] (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 13:54
    ทุกอย่าง คือ อดีต

    ไม่ผิดที่อาซิ่น ซึ่งตอนนี้แทบจะรวมเป็นคนเดียวกันกับจวิ้นอ๋องจะเสียใจ และไม่ไว้ใจ

    เพราะในตอนนี้อาซิ่นกำลังสับสน ว่าจะถือหรือจะปล่อย ที่ยังถือก็คงเป็นเพราะบาดแผลยังสดใหม่

    แต่การที่อาซิ่นรู้ดีถึงนิสัยใจคอสามี อีกทั้งตอนนี้ก็แสดงตัวว่ารักจวิ้นอ๋องอย่างชัดเจน

    ความพยายาม เหตุการณ์และสถานการณ์ทุกอย่างจะช่วยเยียวยาจนทำให้อาซิ่นกลับมาไว้ใจสามีได้อีกครั้งแน่นอน

    ขอเพียงแค่สามีเต่าอดทนรอ และแสดงให้อาซิ่นเห็นถึงความรักที่จริงใจ

    น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจของคนที่รักสามีตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม

    ไม่นาน ความไว้ใจนั้นจะกลับมาอีกครั้ง สู้ๆนะสามีเต่า



    ส่วนอิรัชทายาทนี่นิ รู้สึกยังไงกับจวิ้นอ๋องกันแน่ ไหนจะแวบนึงที่แสดงออกว่าคับแค้นใจ

    ไหนจะเรื่องลักพาตัวก่อนเข้าพิธีแต่งงานนั้นอีก ชอบหรือไม่ชอบ นี่สับสนนะ

    ส่วนเรื่องการวางยาพิษ จะเอาผิดไม่ได้เชียวเหรอ หากขึ้นโรงขึ้นศาล

    ถ้านังจ้าวพาดพิงว่าทำไปเพราะวาจาคนเมา ก็ไม่มีผลต่อสามีเต่านิ

    หรือว่าจะเอาเรื่องนี้ไว้คอยต่อรองก็ดีเหมือนกัน อิรัชทายาทจะได้ไม่เหิมเกริมนัก

    เกลียดจริงๆอิพวกทำตัวเหรือกฏหมายเนี่ย 

    แต่ยังไงซะ อินังจ้าวสมควรได้รับบทเรียนบ้างนะ เพราะคนงามตายไปแล้วจริงๆอ่ะ สงสารนางTT^TT
    #7,274
    0