ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 47 : วีรบุรุษพบหญิงงาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 142 ครั้ง
    21 ธ.ค. 59






       กำแพงเมืองสูงใหญ่ตระหง่านอยู่เบื้องหน้า กระบวนเดินทางและไพร่พลหลายร้อยต่างถูกจัดใหม่ตั้งแต่มาไม่ถึงเมืองถานเฟิ่ง เนื่องด้วยผู้มาในครานี้มีศักดิ์เป็นถึงรัชทายาทคนยิ่งไม่กล้าเชือนแช เจ้าเมืองและขุนนางทุกคนต่างออกจากประตูเมืองมาต้อนรับตามธรรมเนียม


       เนื่องจากครานี้มิใช่ตัวแสดงหลัก ข้าจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อนลุกออกไปรับหน้าผู้ใด เหล่าไท่จัดเสื้อคลุมของข้าให้เข้าที่ ขณะที่ข้าลูบลำคอซึ่งพันผ้าพันแผลไว้เช่นเดิม ร่องรอยหลายแห่งบนลำตัวจางลงไปแล้ว แต่ที่ยังต้องปิดคงเป็นรอยใหม่ที่เกิดจากการถูกเต่าตัวนั้นแทะ การที่แผลหายช้ากว่าปกติช่างเป็นปัญหาจริงๆ ซ้ำเพราะคิดว่าอากาศไม่หนาวจึงไม่มีผู้ใดพกพาเสื้อคอตั้งมิดชิดมาด้วย ข้าจึงต้องดำรงตนเป็นคนป่วยพันแผลเทอะทะน่าสังเวชต่อไป


      จบการต้อนรับรัชทายาทที่กำแพงเมืองและฟังบทสนทนาตามมารยาทแล้วข้าจึงได้โอกาสกลับวังจวิ้นอ๋อง แม้ว่าจะยังมีหวงไท่หยางถูกเชิญมาเป็นแขกก็ตาม ข้าไม่อยากเปลืองสติปัญญารบรากับเขาจึงอ้างเหนื่อยอ่อนจากการเดินทางแล้วหันไปพักผ่อน เย็นนี้ยังมีการจัดเลี้ยงต้อนรับรัชทายาทและเหล่าขุนนางจะอย่างไรก็คงได้เจอหน้า


       นอนหลับบนเตียงไม้หลังกว้างที่ไม่ได้สัมผัสมานาน รู้สึกเวลาผ่านไปเพียงชั่วแล่นเท่านั้นเมื่อบางสิ่งกอดรัดพันอยู่ที่เอว ความรู้สึกคล้ายผีเข้าทำให้ข้าขมวดคิ้วด้วยไม่รู้ว่าเป็นฝีมือคนหรือใคร ตราบจนปลายนิ้วเย็นๆสอดเข้ามาในอกเสื้อเท่านั้นล่ะ—นี่มันจะเป็นผีตัวใดได้นอกจากวิญญาณหื่นกาม


         “ท่านมาแล้ว..?” ลืมตาขึ้นพบเจอสามีหน้าตาดีกำลังกอดซ้อนอยู่ด้านหลัง สองแขนใหญ่กอดไว้พลางซุกปลายจมูกอยู่กับต้นคอ ออดอ้อนและทำตายอดตายอย่างอย่างน่าหมั่นไส้ ข้าปรือตามองดูรอบห้องเดาว่าตนเองหลับไปไม่นานจึงครางเบาๆในลำคอ


      “ข้าทำให้เจ้าตื่นหรือ?” ก็รู้กันอยู่ยังจะถาม ข้าตอบเขาทางสายตาขณะที่หลินจวินเจ๋อหัวเราะออกมาซื่อๆ“ข้ามาเตรียมตัว ตอนเย็นจะมีงานเลี้ยง”


      “มาปลุกปล้ำภรรยาตัวเองก่อนงานเลี้ยง” แอบแขวะสามีก่อนจะบิดขี้เกียจภายในอ้อมแขนแกร่ง ข้ารู้สึกว่าผ้าพันแผลกำลังคลายตัว แต่ก็ช่างเถิด “เด็กๆล่ะ?”


        “ฮูหยินกล่าวหนักไปแล้ว โปรดยั้งมือไว้ไมตรีด้วย” หลินจวินเจ๋อที่บัดนี้ผลัดเปลี่ยนเป็นสวมชุดลำลองแล้วกล่าวขณะเกลี่ยปลายนิ้วไล้เส้นผมนิ่มเบาๆก่อนจะละมือออก “ข้าไปพบพวกเขาก่อนเข้ามา ทุกอย่างเรียบร้อยดี เส้าไปดูคล้ายมีเรื่องอยากสนทนากับเจ้า”


         “เรื่องอันใด?” ข้าเลิกให้ความสนใจตนเองที่ถูกสามีลวนลามไปก่อน นึกถึงเส้าไป๋แล้ว.. “เสี๋ยวเจี๋ย?”


         หลินจวินเจ๋อพยักหน้า เขาไม่พูด หากออกแรงทั้งอุ้มทั้งรั้งให้ข้าลุกแล้วจัดอยู่ในท่าคร่อมอยู่บนเอว ข้าวางมือบนไหล่เขาแล้วเลิกคิ้วน้อยๆดั่งรอฟังคำคนจะกล่าว


        “ข้าสั่งการให้คนคอยจับตาดูลู่ซุนไว้แล้ว”


       “เรื่องนี้ท่านพี่จัดการเถอะ” หากข้าลงมือเองคงไม่พ้นสงสารเด็กคนนั้น ใจอ่อนด้วยตนเองทำผิดต่อผู้อื่นเช่นนี้ ควรวางมือปล่อยให้หลินจวินเจ๋อจัดการยังคงดีกว่า ข้าไม่อยากมีกรณีเช่นเสี่ยวเฉียวอีกแล้ว แต่มือที่ลูบเอวนี่เหตุใดจึงจงใจคลายสายรัดแทนที่จะผูกให้แน่น?


         “คนหื่นกาม ข้าต้องไปงานเลี้ยง ไม่อาจเล่นพลิกผ้าห่มกับท่าน”


          “ข้าจะช่วยเจ้าจัดเสื้อผ้า” งั้นรึ? ข้ายิ้มอย่างไม่เชื่อถือ ซ้ำตอนนี้ข้าอยู่ในท่วงท่าแสนคุ้นเคยด้วยมันเพิ่งผ่านมาเมื่อคืน ยากจะกล่าวว่าคนไม่คิดเรื่องศึกที่เพิ่งเสร็จสิ้น


         “จัดเสื้อผ้าอันใด…จุ๊ๆ ที่แท้ท่านพี่ชอบเป็นม้านี่เอง” กล่าวไม่ทันจบคนก็ตะปบก้นหมับ เจ้าเต่าหื่นกามนี่..


        “นี่ภรรยาข้าหมกมุ่นในราคะตั้งแต่เมื่อใด?”


         “ท่านไม่ชอบ?” ข้านึกไปถึงเจ้าม้าศึกที่หลั่งเหงื่อท่วมตัวเมื่อคืนแล้วสบเนตรคมวาว ถ้าบอกว่าไม่ข้าจะจัดการให้ไม่กล้าปากตรงกับใจอีกคอยดู


        “ ท่านพี่แค่อยากทราบ” อาการกลัวยิ้มหวานของข้าคล้ายฝังใจ คนจึงยิ้มประจบแล้วอุ้มข้าด้วยเรี่ยวแรงมากกว่าและพาให้ลุกออกจากเตียงหนา เฮอะ อย่างน้อยก็ถือว่าไม่ได้กวนโมโหมากนัก


        “ให้ท่านเดา” ข้าฟังคำถามนั้นแล้วหัวเราะ ยิ้มแบบมีเลศนัยสุดๆแถมเข้าให้ ที่แท้เขาก็แปลกใจว่าทำไมจวิ้นอ๋องคนงามถึงได้หื่นกา—แค่ก ถึงได้ชำนาญด้านนี้นัก พิจารณาแล้วไม่แปลกว่าทำไมคนถึงสงสัย ตั้งแต่วิชาชิวหาสยบมังกรไปจนถึงปราบม้าพยศ ข้าว่าตัวเองแสดงได้น่าตื่นตาพอดู ทำเอาท่านแม่ทัพทำตาหวานใส่ไม่เว้นวันและตามติดยังกับอะไรดี


         “หนังสือปกขาว”


         “ไม่” หนังสือโป๊นั่นน่ะรึ ให้ข้าดูกายวิภาคมนุษย์เลยไหมล่ะ เทียบอะไรกับนิตยสารสมัยนี้ ไม่ต้องพูดถึงหนังค่ายโคล์ทรึเอ็กซ์ฟีด..แฮ่ม


        “ร่ำเรียนกับพระอาจารย์..”


        “อาจารย์ใดจะสอนเรื่องเช่นนี้” นอกจากอาจารย์หวังอี้เสี่ย..คิดถึงเขาแล้วข้ายิ้มมุมปากเล็กๆ


       “แต่ดูรอยยิ้มของเจ้า..”


      “ท่านพี่อุ้มข้าไปไหน เดินวนจะรอบห้องอยู่แล้ว” คนหรี่ตามองคล้ายจะซักไซ้ ข้าจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง ไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้คนก็ไม่ควรแตะ ดังนั้นข้าจึงแสค้งกล่าวถึงเรื่องอื่นเสีย


        “เหล่าไท่บอกว่าเจ้าต้องอาบน้ำแล้ว” สามียินยอมเงียบ หากสายตาที่มองมาคงกล่าวได้ว่ายิ่งกว่าขุ่นขวาง ข้าเห็นแล้วจึงได้แต่ยกมือลูบใบหน้าคมคาย หวังให้คนหายขุ่นเคือง เขาอยากทราบแต่ข้าไม่พูด ให้ถามอย่างไร ข้าไม่บอกเสียอย่างจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง


         “อาบด้วยกันไหม?”


         “ถังไม้เล็กถึงเพียงนั้น..” เฮ้อ นี่ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่น่าขัดใจ ในยุคที่ไม่มีอ่างจากุชชี่ ผู้ชายสองคนลงถังน้ำเดียวกันมีแต่จะเบียดกันตาย อยากอาบด้วยกันก็ต้องลงทุนขุดบ่อใหญ่ๆเท่านั้น น่าเสียดายอย่างยิ่ง กลับไป..ไม่สิ ดูเหมือนที่วังจวิ้นอ๋องยังมีอยู่ สมกับมีกองภูเขาเงินทองไว้ที่หลังบ้านจริงๆ


       “เช่นนั้นก็มาช่วยขัดหลัง ข้าไม่มีเด็กรับใช้แล้ว”


       กล่าวประโยคนี้ขึ้นมาไยไม่ทิ่มแทงใจตนเอง กวางน้อยน่ากินของข้าไม่มีแล้ว ที่เหลือก็เป็นของหวานอาบยาพิษดูได้แต่ตา หรือนี่จะเป็นเวรกรรมของข้ากัน เพราะชาติก่อนหักอกคนมาเยอะรึ ไม่เจอหนุ่มน้อยหน้าหวานผู้ซ่อนมีดไว้ด้านหลังก็เจอชายหนุ่มหน้าตาดีแต่อยู่ใกล้แล้วชวนเผ่นหนีไปสุดขอบโลกา หล่อไปก็เท่านั้น! กินแล้วมีแต่จะติดคอตาย!  เสียของจริงๆ


        “เจ้ามีข้า”


        ถูกปล่อยให้ยืนอยู่หลังฉากกั้นที่มีบ่าวนำน้ำเย็นเตรียมไว้ในถังน้ำ อากาศของแดนใต้ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำอุ่นชโลมกายจึงมีเพียงน้ำธรรมดาถังหนึ่ง ยืนนิ่งๆขณะแก้สายรัดเอวแล้วเตรียมลงไปแช่โดยมีท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่คอยบริการ ข้ามองเงาสะท้อนของคนงามบนน้ำ เห็นหลินจวินเจ๋อยืนซ้อนหลังก็สบตาเขาเงียบๆ


         “แล้วหลังเจอสตรีอันเป็นที่รัก ท่านจะยังกล่าวเช่นนี้หรือไม่?”


          จงใจเอ่ยปากเพราะมาที่นี่ยากจะหลบหน้าสตรีผู้นั้น เสียงน้ำกระฉอกดังขณะที่ข้าลงไปแช่ตัวโดยไม่คิดอายสักนิด จะอายไปทำไมในเมื่อคนกันเองเห็นกันมาจนหมดแล้ว ลงไปแช่ตัววัดน้ำล้างหน้าอย่างสบายอกสบายใจก็ลืมตามองคนที่ยังนิ่ง ไม่เอ่ยคำ


        ดวงตาคมปลาบหันมาเมื่อถูกวักน้ำใส่หน้า ก่อนกระพริบตาปริบๆยังเห็นมันสั่นไหว ข้ายิ้มด้วยสีหน้าปกติ ไม่รู้สึกเจ็บคันใดๆ หากหลินจวินเจ๋อไม่สะดุ้งสะเทือนเมื่อข้ากล่าวถึงแม่นางผู้นั้นต่างหากจึงจะแปลก อีกฝ่ายห่วงข้าแล้วอย่างไร มีอะไรกันแล้วอย่างไร ความผูกพันหลายปีมีหรือจะแพ้ความใกล้ชิดไม่กี่เดือน ต่อให้นางนั้นเป็นของคนอื่นก็เถิด..


       อยู่ใกล้ข้าก็สดชื่นดี พอเจอเมียคนอื่นทีก็หน้านิ่ว เฮ้อ….มันน่านัก


       “วันนี้ข้าได้พบหน้านาง” หลินจวินเจ๋อกล่าวออกมาหลังเงียบอยู่นาน ข้าฟังแล้วลืมตาขึ้นข้างหนึ่งก่อนจะยกเท้าพาดขอบอ่างอย่างสุดแสนจะไม่สำรวมแต่สบายสุดๆ


        “แล้วอย่างไร?” เจอหน้าคนเก่าก็ทำคุยหรือหวังให้ข้าหึงหวง แต่คนอย่างเหล่าจือไม่พิสมัยไหน้ำส้มนักหรอก มาทางไหนกลับทางนั้น


       “ไม่มีอันใด” ผ้าขาวสะอาดพาดลงบนไหล่แล้วช่วยขัดเบาๆ คำไม่มีแต่ฟังดูไม่น่าเชื่อถือนัก “นางแค่มาที่ห้องครัวของตำหนัก ขอคนทำน้ำแกงบำรุงร่างกายรัชทายาท”


        “ทำหน้าที่สมกับเป็นภรรยา” เอ่ยปากชมแล้วข้าก็มองปลายเท้าสีขาวของจวิ้นอ๋อง คนอะไรแค่เท้าเปียกน้ำยังงามน่ากินขนาดนี้..


        “นางมาคุยกับข้า..” เสียงนั้นเบาลง ซ้ำมือที่นวดไหล่ก็ยังลดแรง ท่าทางเต็มไปด้วยความไม่มั่นคงแสดงออกชัด “แต่ข้าเป็นฝ่ายเดินหนีออกมาก่อน”


       “แล้วอย่างไร เลยมาปรับทุกข์เรื่องเมียน้อยให้ข้าเมียหลวงฟังรึ?” ข้าหัวเราะเฮอะแล้วเงยหน้ามองเขา เดิมทีข้าก็ไม่คิดงี่เง่าหึงหวง กระทั่งได้ฟังเรื่องนี้แล้วจึงอยากเล่นงานผู้คนขึ้นมา เจ้าคนโง่เง่านี่ไม่รู้จะมาเล่าให้ข้าฟังหาท่านบรรพบุรุษทำไม


        “ข้าไม่ได้คิดกล่าวเพื่อกลั่นแกล้งหรือทำอันใดไม่ดี” หลินจวินเจ๋อกล่าวอย่างรวดเร็วซ้ำลนลานยิ่ง ท่าทางยิ่งเหมือนคนคิดมีอนุเข้าไปอีก “ข้ามาปรึกษาเจ้าเพราะข้าจริงใจ—“


         “ใช่ ท่านจริงใจ หลังเจออดีตคนรักเลยมาปลุกข้าตื่นเพื่อพูดคุย” ฟังแล้วข้าหงุดหงิดเสียจนอยากลุกมาด่าคน แต่กลับกระทำได้เพียงยิ้มและสาดน้ำใส่หน้าเจ้าลูกเต่าตัวเหม็นจนชุ่มโชก


        “ข้ารู้ดีว่าท่านคิดอะไร รู้สึกผิดกับนางล่ะสิ ไม่พอใจตนเองที่ไม่กล้าสู้หน้า ก็เลยอยากมาคุยกับข้า ท่านพี่ ข้าแม้ยินดีที่ท่านไว้ใจ แต่ข้าไม่ใช่ที่ปรึกษาความรักแม้เป็นกุนซือของท่านก็ตาม ท่านจะจริงใจอะไรก็จริงใจไป แต่อย่ามาทำเป็นคนดีกับข้าเรืองนี้ ข้าเป็นคนใจแคบ ปัญหาของท่าน ท่านจัดการเอง”


        “ข้าได้กลิ่นน้ำส้มเหม็นหึ่ง” ข้าเอาผ้าเปียกน้ำฟาดไหล่เจ้าลูกเต่าเป็นคำตอบ


         “ไสหัวไปเลย”


         “ฮูหยิน”


         ข้าดึงผ้ากลับมาแล้วใช้มันเช็ดแขนแทนคำตอบ ปล่อยลูกเต่าที่ทำตัวน่าตายทั้งที่เมื่อเช้ายังปากดีไว้ตรงนั้น ไหนใครเคยบอก ‘ข้าอยู่กับเจ้า' คิดแล้วช่างน่าตายเสียจริง ต่อให้ข้าจะไม่คิดคาดหวังอันใดก็เถิด แต่การมาพบความจริงใจอันน่าประทุษร้ายของเจ้าเต่านี่ก็ช่าง..


         “เคยมีคำกล่าวว่า คนรู้จักเป็นพัน มิสู้คนรู้ใจเพียงหนึ่ง ข้าแค่เห็นว่าเจ้าเป็นคนรู้ใจ..”


          “ผายลม”


          วันนี้ข้าใช้ปากงามๆนี่กล่าวคำไม่น่าฟังมาหลายคราแล้ว เพิ่งนึกได้จึงนิ่งแล้วระงับสันดานนักเลงข้างถนนให้เลิกกล่าววาจาระคายปากคนงาม แต่ขณะที่ข้ากำลังคิด หลินจวินเจ๋อกลับฉวยโอกาสขยับตัวเข้ามาประชิด วางปลายคางที่บัดนี้เกลียงเกลาไร้หนวดเคราบนลาดไหล่ขาว


        “ข้าเพียงคิดอยากปรึกษาเจ้า ไม่ได้อยากให้เจ้าทุกข์ใจ สามีขออภัย….” ผู้กล่าวถอนหายใจแผ่วเบาก่อนจะจูบเข้าที่ต้นคอเมื่อข้ายังนิ่ง ราวกับคนเพิ่งคิดได้จริงๆว่าไม่ควรเอาเรื่องนี้มาปรึกษาภรรยาตนเองด้วยเป็นการรานน้ำใจผู้อื่น ข้ารู้สึกอนาถใจในความบื้อใบ้นี้ ขณะที่หลินจวินเจ๋อวางมือลงบนไหล่ข้าพลางนวดเบาๆ และวักน้ำใสมารดก่อนจะจูบซ้ำสลับกันไปเช่นนั้น “ฮูหยินโปรดเข้าใจ ไม่ว่าผู้ใดย่อมมีอดีตของตนอยู่บ้าง”


         “ข้ารู้” ได้ยินเช่นนี้กลับเป็นข้าเองไม่อาจกล่าว คนๆหนึ่งมีอดีตเป็นของตน ข้ามี หลินจวินเจ๋อมี เขาคิดถึงเจ้าลี่เซียนคงไม่ต่างกับข้าเพ้อหาหวังอี้เสี่ย ข้าควรใจกว้าง แต่คนมีอดีต แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรยุ่งกับปัจจุบัน


        “แต่เรื่องนี้อย่ามาปรึกษาข้า ข้าช่วยอันใดมิได้ เพียงไม่เล่นงานท่านก็ควรดีใจ ทราบดีใช่หรือไม่สามี?”


        “แต่ว่า ฮูหยิน..” คนยังครางเสียงอ่อยอาลัยอาวรณ์ไม่เลิก เป็นผลให้ข้าขมวดคิ้วแน่น


          “ท่านพี่….” เหล่าจือเริ่มหงิดหงิดแล้ว นี่อยากมีเรื่อง? ข้ากราดสายตาขวางอย่างยิ่งข่มขู่เขาคราหนึ่ง


          “นางคล้ายมีเป้าหมายแอบแฝง”


          ข้านิ่ง หรี่ตาลงขณะรอยจูบที่พรมลงบนไหล่หายไปเหลือเพียงลมหายใจร้อน คนกระทำตัวราวทราบดีว่าข้าจะมีโทสะจึงยืนเฉย กระทำคน'คล้าย'จะเชื่อฟัง เจ้าลูกเต่านี่โรคจิตแล้วใช่หรือไม่ หนึ่งหลอกคนโมโหสอบลวงข้าให้ไหน้ำส้มหก ตนสำราญใจอย่าน่าบัดซบนัก!


         “หยอกข้ามีโทสะเล่นบันเทิงใจหรือไม่?”


         “เล็กน้อยเท่านั้น”


       ข้ามองหน้าเขาแล้วยิ้มน้อยๆ ขณะที่หลินจวินเจ๋อกระแอมเบาๆ ในลำคอ เขาสบตาข้าซึ่งเอาผ้าที่เพิ่งเชิดขาตัวเองเสร็ดฟาดบนหน้าผากอีกฝ่ายจนเกิดเสียงดัง


        ลูกเต่าอวดดีกล้าหลอกล่อทำเหล่าจือหงุดหงิด  วันนี้ทำตัวไม่ดีก็จงไปนอนนอกห้องเสียให้เข็ด!


+++++


       จากที่หลินจวินเจ๋อกล่าวทำให้ข้าทราบว่าคนมีเจตนาแอบแฝง อันที่จริงไม่แสดงตนข้าก็ทราบอยู่แล้ว ที่เมืองถานเฟิ่งนี้เป็นเวทีประจัญหน้าของข้ากับราชสำนักเวทีหนึ่ง ผู้คิดวางแผนมีอุบายคิดคายออกมาคงรอท่า รัชทายาทอยากใช้รักเก่าเหยียบย่ำความสัมพันธ์ ยุยงคนแตกคอเพื่อผลประโยชน์ตน ละครฉากนี้ล้วนเตรียมตัวแสดงมาเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเล่นให้คนได้ยลเท่านั้น


        “นายน้อย วันนี้โปรดอย่าดื่มมาก”


        “ทราบแล้ว ข้าไม่ดื่มหรอก” เหล่าไท่ทำหน้าที่รินชานั่งอยู่เบื้องหลังกล่าวเตือนข้าก็ยิ้มรับวันนี้มีละครฉากใหญ่ให้ดูจะเมามายได้อย่างไร คิดพลางยกชาหอมขึ้นมาจิบเพื่อรองานเริ่ม


          ตอนนี้เป็นเวลาค่ำ แสงอาทิตย์เพิ่งลาลับขอบฟ้าก็มีแสงจากเปลวเทียนสว่างไสว งานเลี้ยงครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าทุกคราตามศักดิ์ฐานะของผู้มาเยือน ห้องโถงในจวนเจ้าเมืองกลายเป็นโถงงานเลี้ยงประดับประดาตกแต่งอย่างงดงามเต็มที่ งานเลี้ยงเป็นทางการยังไม่ถึงเวลา หากคนก็มาก่อนแล้วและนั่งอยู่ในงานนั่งสนทนากันด้วยท่าทีผ่อนคลาย วันนี้ข้ามิใช่ผู้สูงศักดิ์ที่สุด ดังนั้นที่นั่งจึงเปลี่ยนเป็นขวามือขององค์รัชทายาท ข้านั่งเป็นผู้นำขุนนางฝ่ายราชสำนัก ขณะที่หลินจวินเจ๋อนั่งฝั่งซ้ายมือตรงข้าม เป็นผู้นำแม่ทัพขุนนางบู๊ทั้งหลาย


        กระทั่งที่นั่งก็จัดการอย่างหมดจดเรียบร้อย..


        ข้าโคลงศีรษะขณะหยิบขนมชิ้นเล็กๆมารับประทาน คนของหลวนเฉิงมาบอกกล่าวแต่แรกแล้วว่าที่นั่งมีการเปลี่ยนแปลงตามความประสงค์ของขุนนางฝั่งรัชทายาท มิอาจขัด ข้าเองก็หาได้เดือดเนื้อร้อนใจอันใด ไม่ได้นั่งกับสามีตนเองก็หาได้ขาดใจตาย อีกทั้งรู้ดี นั่งอยู่มุมนี้’ละคร'ที่ต้องถูกทำให้เห็นจะยิ่งเด่นชัด


         สบตาหลินจวินเจ๋อจากฝั่งตรงข้ามแล้วยิ้ม ข้าหยิบขนมมารับประทานต่อด้วยท่าทียียวนกวนโทสะขณะที่คนก็มีท่าทีคล้ายข่มกลั้นจนหน้าดำหน้าแดง แท้จริงจะกล่าวว่าเป็นด้วยโทสะของเขาคงไม่ชัดนัก เพราะเต่าน้อยมีโทสะที่ไม่ได้ปลดปล่อยเสียมากกว่า


         ใครใช้ให้วางแผนยั่วโมโหให้ข้าเสียสุขภาพจิต หึ คิดเล่นงานผู้อื่นย่อมไม่กลัวถูกผู้อื่นเล่นงานกลับ ถูกกลั่นแกล้งเช่นนี้ไม่เอาคืนได้หรือ ทุกข์อันใดเล่าจะเท่าใกล้ถึงแล้วต้องค้างเติ่ง ร้องไห้ไปจนจบงานเสียเถอะ!


           “องค์รัชทายาทเสด็จ”


      ยิ้มแย้มอย่างชั่วร้ายให้สามีแล้วเสียงประกาศดังกังวานก็เป็นผลให้ข้าหันไปมอง ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีเลือดนกลายมังกรสี่เล็บคือองค์รัชทายาทหวงไท่หยาง ใบหน้าคมคายประดับรอยยิ้มน้อยๆอันเปี่ยมมิตรไมตรีดูน่ามอง แต่เมื่อทราบถึงลักษณะนิสัยแล้วมันกลับน่าขนลุกเสียมากกว่า คนยังหน้าตาดีอย่างชวนให้เสียดายอยู่ร่ำไปแต่ข้าก็เลิกสนใจชั่วคราว ด้วยที่ตามมานั้นคือสตรีอันแสนคุ้นเคย อนุภรรยาคนใหม่ขององค์รัชทายาท แม่นางจ้าวลี่เซียน


        ใบหน้าสาวงามที่เคยซีดเซียวและร่ำไห้ประดุจดอกสาลี่ต้องฝนถูกเติมด้วยแป้งชาดเล็กน้อยจนมีสีสัน บันดาลให้ใบหน้าอ่อนหวานงดงามขึ้นหลายส่วนสมคำกล่าวสตรีมีสามีจะยิ่งสดสวย ผมถูกเกล้าขึ้นตามธรรมเนียมและปักปิ่นประดับงามตา ร่างระหงสวมเสื้อคลุมลายดอกมู่ตานเดินก้าวช้าก้มหน้าเล็กน้อยทว่ายังเฉิดฉาย และหน้าอก..ยังแฟ่บเหมือนเดิม


         “ถวายพระพรองค์รัชทายาท”


          ให้คะแนนแม่นางคนงามแล้วอ้าปากทำความเคารพหวงไท่หยางร่วมกับขุนนางอื่นตามมารยา จากนั้นข้าจึงมองไปยังฝั่งตรงข้ามที่หลินจวินเจ๋อนั่งอยู่ ผู้คนเองก็ทราบดีว่าผู้ใดมีอดีตต่อกันดังนั้นสายตาหลายคู่จึงจับจ้องวุ่นวาย หลินจวินเจ๋อก็ทำตนอย่างคนไม่สนใจสายตาใคร จ้องมองภรรยาชาวบ้านโดยมีภรรยาตัวเองนั่งมองอีกที นับเป็นเรื่องชวนหัวยิ่งนัก


          คงเป็นเรื่องชวนหัวจริงๆกระมังข้าจึงเห็นรอยยิ้มในแววตาผู้คน แม้ที่ผ่านมาข้ากับเขาดูรักใคร่ แต่ที่สุดแล้วสตรีก็ยังดีกว่า ข้าเองก็หวังให้คนคิดเช่นนั้น แล้วเรื่องก็ดูดีขึ้นอีกนิดเมื่อมี'บางสิ่ง'หล่นออกจากร่างสาวงามเมื่อนางเดินชดช้อยตามหลังสามีไป แต่แสนจะบังเอิญจริงๆที่หล่นกลิ้งไปที่โต๊ะของหลินจวินเจ๋อ


           “ทุกท่านอย่าได้มากพิธี เริ่มงานเลี้ยงกันเถิด!”


            ฉากคลาสสิคในตำนานปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้ข้าแทบอยากจุ๊ปากชมเชย เสียงของหวงไท่หยางร้องบอกเริ่มงานไหนเลยจะน่าสนใจกว่าภาพเบื้องหน้า รัชทายาทเองก็คิดเช่นนั้น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มอันลึกลับจึงทอดมองมาคล้ายกล่าวถาม เจ้าคิดเห็นเช่นใด?


           ข้ายิ้มหวาน ละสายตาจากองค์รัชทายาทผู้สูงส่งไปยังนางรำในชุดสีแดงที่กรุยกรายเดินกันเข้ามา ดนตรีบรรเลงเสียงเสนาะ หญิงงามร่ายระบำร่างกายพลิ้วไหว เสื้อผ้าอาภรณ์สีสันงดงามสะบัดไปตามจังหวะเพลง จะแปลกอันใด หากของที่เคยร่วงหล่นตรงโถงทางเดินจะถูกปัดเข้าสู่ที่นั่งของท่านแม่ทัพแดนใต้อย่างบังเอิญ


       ความบังเอิญที่แสนจะจงใจกระตุ้นให้ข้าหลุดยิ้มขัน การแสดงเบื้องหน้าดูตลกสิ้นดีเพราะผู้มองทราบแล้วว่าเรื่องจะเป็นเช่นไร ไม่มีอันใดแปลกใหม่เลย เมื่อร่างสาวใช้คนสนิทของอนุภรรยาองค์รัชทายาทเดินมาขอบางอย่างที่ตกพื้นคืน และกล่าวอะไรนิดๆหน่อยๆ


       หลินจวินเจ๋อดวงตาสว่างวาบ มือหนาที่เคยกำแน่นวางอยู่บนเข่าอ้าออกแล้วประดิกนิ้วขึ้นลงสองครา พอสาวใช้นางนั้นกลับออกมาท่านแม่ทัพหลินก็สอดบางอย่างเข้าที่อกเสื้อ


        อ้อ…นัดพบ


        เห็นสัญญาณที่ถูกส่งมาข้ายิ่งต้องปฏิเสธจอกสุราที่วนเวียนมาหา อยากครองสติไว้ดูลูกไม้ต่อไปใจจะขาดจึงอาศัยอ้างผ้าพันแผลเต็มคอว่าเจ็บป่วยมิอาจดื่มสุรา ละครที่คนเห็นกันทั่วจบลงไปแล้วแววตาผู้คนที่มาชนจอกกับข้าจึงแฝงแววเวทนาเสียเจ็ดส่วน พวกเจ้าจะมาเวทนาเหล่าจือทำอันใด สามีมีชู้หรือด้อยกว่าเมียส่งสัญญาณหาคู่รักต่อหน้า ข้าอายแล้วรัชทายาทไม่อายกว่ารึ


       แต่เพียงหันไปมองรอยยิ้มของหวงไท่หยางข้าก็เปลี่ยนใจ ผู้ใดอับอาย สามีทั่วหล้าไม่ยอมถูกสวมหมวกเขียวแต่คงมิใช่คนผู้นี้ หากมีประโยชน์ แม้ว่าจะต้องยกภรรยาให้ผู้อื่นก็คงไม่สะดุ้งสะเทือนอันใด น่านับถือจริงๆ


         “ขุนนางทุกท่าน วันนี้งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นเพื่อต้อนรับทุกคนอย่างหนึ่ง และฉลองชัยแก่เทียนจิ้นเราอีกประการหนึ่ง” ปลาหลีฮื้อผัดเผ็ดนี่ช่างเผ็ดเกินไปเสียจริง ข้ารีบเพียงสองคำก็วางแล้วหันไปยกชาขึ้นจิบ


         “สามารถตีคืนดินแดนเป็นความดีความชอบใหญ่หลวง สามารถรักษาความสงบชายแดน นับเป็นคุณต่ออาณาประชาราษฏร์ ความสำเร็จนี้มิอาจเกิดขึ้นได้เลยหากไม่ได้แม่ทัพผู้ชาญศึกและขุนนางผู้ทุ่มเทใจเพื่อบ้านเมือง หวงไท่หยางขอกล่าวชมเชยทุกท่าน”


        วาทศิลป์ล้ำเลิศชักจูงใจผู้คน ข้ามององค์รัชทายาทเจ้าของบัลลังก์ในอนาคตลุกขึ้นชูจอกสุรากล่าวเสียงกังวานแล้วนึกนับถือในใจ เทียบกับข้าถนัดกล่าววาจากวนประสาทผู้คนแล้วหวงไท่หยางยังเหนือกว่าหลายขุม คนมีทั้งวาจาคุกคามดุดันและเกลี้ยกล่อมพูดคุย ล้นเหลือทั้งสติปัญญาและความสามารถ เช่นนี้ผู้ใดจะเทียบเขาได้


        แม้คนทำตัวน่าฆ่าตาย แต่เทียนจิ้นมีว่าที่ฮ่องเต้ผู้ปรีชาที่ควรยินดีก็ยังต้องยินดี แต่เมื่อนึกถึงนิสัย ข้อนี้กลับสร้างความกังขา ‘รัชสมัยหวงไท่อันสงบสุขไร้สงคราม อาณาประชาราษฏร์อยู่อย่างสงบสุข' มันจะเป็นไปได้หรือ คนอย่างหวงไท่หยางอหังการ์เพียงนี้ จะเก็บเนื้อเก็บตัวทำนุบำรุงบ้านเมืองได้รึ เพียงไม่ยกทัพขยี้ไห่เยี่ยนแล้วเลยไปตีแคว้นซีเจี๋ยก็นับว่าดีถมแล้ว


          “ข้าหวงไท่หยางกระทำได้เพียงชมเชยมิได้มีของขวัญล้ำค่า หากแต่ภรรยาของข้าเอ่ยปากอยากบรรเลงพิณเพื่อขอบคุณใต้เท้าทุกท่าน รบกวนทุกท่านระคายหูแล้ว”


         ไอ้ที่เคยพูดชมมาเมื่อครู่ ข้าขอถอนคำพูด หวงไท่หยางมันน่าฆ่าทิ้งจริงๆ คนเช่นนี้ได้เป็นฮ่องเต้สุดท้ายคงกลายเป็นทรราชย์ คนที่คิดวางแผนดีดลูกคิดเล่นงานคนอื่นทุกเวลาเช่นนี้มันน่าจับประหาร!


          กู่เจิ้งตัวงามสลักลวดลายบุปผาถูกนำมาวางกลางโถง การจัดการรวดเร็วซ้ำยังเพียบพร้อมบอกว่าเตรียมตัวมาก่อนแล้ว แต่นางจะเล่นพิณเพื่อทุกคนรึ? ผู้ใดจะเชื่อกัน โดยเฉพาะเมื่อร่างอรชรเดินชดช้อยมาหน้าลองดีดสายพิณ นั่งต่อหน้าสามีตนแต่ทอดสายตาไปยังสามีผู้อื่น บอกว่าไม่จงใจไยมิใช่เรื่องน่าหัวร่อ


        ข้ายกชาขึ้นจิบอีกครั้ง จ้องมองแม่นางคนงามด้วยอยากรู้ว่าจะเล่นเล่ห์กลอันใดอีก ของแทนใจให้ไปแล้ว นัดหมายทำไปแล้ว ตอนนี้คิดรื้อฟื้นความทรงจำเก่ารึ?


         “ลี่เซียนขอบรรเลงเพลงนี้เพื่อทุกท่าน รบกวนรับฟัง”


         น้ำเสียงหวานเสนาะกล่าวเบาๆ ขณะดวงตาคู่งามเหลือบมาสบตาข้า มันแฝงแววเย็นชาก่อนที่นางจะแสร้งก้มหน้ากระทำตนคล้ายถูกกดขี่ เล่นบทคนน่าสงสารให้ข้าถูกประนาม แม่นางน้อยผู้นี้ ดูเหมือนครั้งที่แล้วซึ่งถูกข้าสั่งสอนจะนานไปแล้วสินะ จึงกล้ามาวัดกำลังกับเหล่าจืออีกรอบ


        คิดอยากเล่นงานกลับแต่ยังไม่ทันได้มีโอกาสเสียงติงตังของกู่เจิ้งก็ดังขึ้น เนื้อเพลงอ่อนหวานทำนองเศร้าสร้อย ฟังคล้ายเสียงคร่ำครวญของสตรีนี่น่ะรึสมควรมอบแก่ทหารชาญศึก เพลง'หงส์วอนรัก' นี้มิใช่ว่าบรรเลงให้บุรุษผู้หนึ่งคิดถึงความหลังครั้งก่อนที่ยังรักกันหรอกหรือ ข้ามองดวงตาดำขลับคู่งามที่ทอดมองไปยังหลินจวินเจ๋อซึ่งนั่งกุมจอกสุรานิ่งเงียบ แล้วแค่นเสียงหัวเราะ นี่ช่างไม่เห็นหัวสามีภรรยาผู้อื่นอย่างยิ่ง


       ติง…


      เสียงกังวานใสสะท้อนเป็นท่อนเพลงสุดท้ายแล้วจึงจบ หญิงงามก้มหน้าเคารพทุกคนขณะเสียงปรบมือดังขึ้นเบาๆ ข้าไม่แน่ใจว่าทุกคนเชยชมเสียงเพลงหรือสนุกสนานกับการดูละครอยู่กันแน่ ยามร่างอรชรเดินทอดสายตาเศร้าหมองไปยังแม่ทัพใหญ่ที่มีดวงตาหม่นครึ้ม…ข้าว่าสามีชักจะแสดงดีเกินไปแล้ว


        “ไพเราะยิ่งนัก ในฐานะนักพิณเช่นเดียวกัน จื่อซิ่นมาความคิดเช่นใด?” คล้ายกลัวเรื่องหายนะไม่พอหวงไท่หยางจึงได้ออกปากถาม ข้ามองร่างอรชรที่นั่งเบื้องหลังและตีสีหน้าสงบเสงี่ยมก็พลันยิ้ม


        “เป็นเพลงพิณที่ไพเราะ เสียแต่ไม่เหมาะกับอวยชัยเท่าใด” ข้ายิ้มหวาน รอยยิ้มงามตาหากผู้คุ้นเคยทราบดีว่าเป็นเรื่องหายนะพลางวิจารณ์ไปด้วยท่าทีของนักพิณผู้เชี่ยวชาญ “ข้าว่าเพลงนี้ หมาะสำหรับราชา...”


        “ราชา...?” หวงไท่หยางยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม แต่ดูสนอกสนใจยิ่ง


        “ทูลองค์รัชทายาท กระหม่อมคิดว่าเป็นเพลงที่เหมาะกับราชาในแพรพรรณสีเขียวสดยิ่งนัก”


        เหล่าจือด่าว่าเมียเอ็งมีชู้นั่นล่ะ


       ข้าจิบน้ำชาอย่างสง่าผ่าเผย หาได้สนใจว่าวาจามากมารยาทมากธรรมเนียมแต่ด่าคนอย่างชัดเจนของตนจะกระแทกถูกใครบ้าง อยากยอมรับเรื่องตัวเองโดนด่าก็โวยมาซิ หรืออยากถามว่าเหตุใดถึงได้รับฉายาราชาหมวกเขียวก็ยื่นศีรษะอ้าปากพูดดู เป็นคนยื่นมีดให้ข้าเองอย่าได้คร่ำครวญเมื่อถูกเอาคืน


      “นายน้อย”


      “ข้าทราบแล้ว เพราะอาการป่วยไม่ควรอยู่นาน ขออภัยองค์รัชทายาทอย่างยิ่ง ข้าถูกพิษรักษาไม่หาย ยามนี้อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดพิษจึงอ่อนเพลียง่ายอยู่บ้าง ต้องขอตัวก่อนแล้ว”


        เดิมทีเหล่าไท่คงคิดกล่าวเตือนมิให้ข้าพูดอันใดรุนแรงอีกด้วยประโยคนั้นทำผู้คนเงียบงันไปทั้งโถง แต่ข้าเป็นคนชนิดใด? ให้ยอมอยู่เฉยมีหรือจะทำได้ เหล่าจือถือคติหาเรื่องมาก็ตอบแทนอย่างเท่าเทียม คิดให้ข้าก้มหน้าอ่อนน้อมถือว่าฝัน!



        จุดเพลิงแล้วเดินหนีถือเป็นเรื่องถนัดนัก ข้าหมดธุระกับราชาหมวกเขียวแล้วจึงออกปากเดินออกจากงานอย่างไม่เกรงสายตาผู้คน เช่นเดิมว่าข้าหาได้ขอข้าวพวกมันรับประทาน จะด่าทอมองว่าจวิ้นอ๋องพูดจาไม่สุภาพก็เชิญผายลมไปเถิด


         ยืนคุยกับรัชทายาท แต่ข้ามองสบตาดำขลับของจ้าวลี่เซียนที่นั่งเบื้องหลัง พูดเรื่องพิษนางไยมิใช่คนจัดการดังนั้นแววตาจึงแฝงความประหวั่นลนลานขึ้นมา ข้ายิ้มเย็นชา ลุกเดินออกไปเมื่อรัชทายาทมิออกปากห้ามในทันที


        “นายน้อยจะกลับเลยหรือไม่?” เหล่าไท่ถามเบาๆ หลังข้าเดินออกจากโถงในจวนพร้อมข้ารับใช้และคนคุ้มกัน


        “ข้าจะยืนชมจันทร์”


        วังจวิ้นอ๋องในถานเฟิ่งไม่ไกลจากจวนเจ้าเมืองนัก ใช้ระยะเวลาแค่ครึ่งเค่อก็เดินทางถึง ด้วยเหตุนี้เหล่าไท่จึงไม่ว่ากล่าวอันใดที่ข้าคิดชมจันทร์ ในสวนของจวนเจ้าเมืองมีบึงบัวและพรรณบุปผชาติงดงามไม่น้อย


        ข้าเงยหน้ามองท้องฟ้าและจันทร์กระจ่าง ยืนเงียบอยู่ในมุมลับตาและรอคอยอย่างใจเย็น คนนัดพบกันคงไม่โง่ไปพบที่จวนจวิ้นอ๋องให้ถูกจับได้ ที่ซึ่งเหมาะสมที่สุดไยมิใช่จวนเจ้าเมืองแห่งนี้


          ขาแข็งอยู่ไม่นานก็ได้ยินเสียงใบไม้ไหว ข้าละสายตาจากท้องฟ้ามามองเงาหนึ่งที่เคลื่อนผ่านเงาไม้ แม้คนพยายามซ่อนตัวเพียงใด แต่ลายมู่ตานนั้นเด่นชัดทีเดียว


          บอกกล่าวกับเหล่าไท่ว่าไม่ต้องตามมา ข้ายิ้ม ขยับเท้าก้าวตามพรรณไม้บนร่างหญิงงามท่ามกลางแสงจันทร์..


++++++



มาจับชู้ of the day วันนี้ยาวเป็นพิเศษเพราะหายไปสองวัน/โดนชกรัว

ตอนหน้าเขาจะคุยอะไรกันหนอ ไว้รอติดตามมม

และโปรโมท นิยายเปิดจองแล้วว รายละเอียดอยู่ที่นี่เลย อ่านดีๆนะคะ มีข้อสงสัยไรถามได้  >>
https://docs.google.com/document/d/1qKrLQhy14sUsIpxCO2m3mZIPhCcQDYTT5hmai_LgyL0/edit?usp=drivesdk

อย่าลืมทำแบบสอบถามกันนะคะ

ทำเพจ Fb. แล้ววววหลังชาวบ้านต้องรอยาว555 ตรงนี้เลยเข้าไปติดตามกันได้ https://www.facebook.com/mywhynn/

ส่วนใครถนัดทวิตมากกว่าก็ทางแอคนี้ค่ะ @Secrate_Wind
เม้านิยายอย่าลืมแท็ก #จวิ้นอ๋อง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 142 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13563 ununchuahong (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 14:08
    แรดจุง
    #13,563
    0
  2. #13436 ploybrf2 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 05:53
    ชอบอ่ะมีความเหลี่ยมมากมาย
    #13,436
    0
  3. #13264 lakkee (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 20:25
    ขอบคุณ
    #13,264
    0
  4. #13097 mommommae (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 08:15
    แซ่บจริงค่ะ
    #13,097
    0
  5. #12999 เมมฟิส (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 21:12
    เกลียดอิลี่เซียนสุดๆ อยากให้อาซิ่นจัดหนักๆๆๆๆๆๆๆๆ...
    #12,999
    0
  6. #12903 มูตี้ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 15:43
    ^_____^
    #12,903
    0
  7. #11495 Ralaza (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 20:03
    เพิ่งมาอ่าน....อยากซื้อแต่เลยเวลาจองแล้วอ่ะค่ะ(T-T)
    #11,495
    3
    • #11495-1 เมี้ยว (จากตอนที่ 47)
      28 มีนาคม 2560 / 21:22
      ไม่ต้องจองหรอก เพราะหนังสือเลยเวลาที่บอกหนังสือจะเสร็จมาแล้ว ก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเลย

      แถมนักเขียนหายไม่มาอัพเดทข้อมูลด้วย รอเสร็จแล้วค่อยซื้อก็ทัน

      #11495-1
    • #11495-2 sara (จากตอนที่ 47)
      30 มีนาคม 2560 / 06:42
      โชคดีแล้วค่ะที่จองไม่ทัน เพระนักเขียนเงียบ ไม่ตอบแชต ตอบเมล หนังสือก็นังไม่เห็นรูปเล่มเลย
      #11495-2
  8. #9391 fairy (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 11:07
    ลี่เซียนนี่คือจะเอาช้ะ
    #9,391
    0
  9. #8326 KTsung (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 21:51
    เจ้าลูกเต่านี่มันน่าตีจริงๆ รู้ว่าเป็นกลยังจะตกหลุม มอง รำลึกความหลังอะไร เพลีย 
    แต่พอกันล่ะ อาซิ่นก็เหมือนจะฉุนตามเกมส์ ก็นะสามีทั้งคนนี่เนาะ อิอิ 😂
    #8,326
    0
  10. #7876 ✚ADAM (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 09:44
    ไม่ขอเวิ่นอะไรมากเดี๋ยวอารมณ์ปะทุ ..
    #7,876
    0
  11. #7499 Shenoraq (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 20:01
    นังลี่เซียน ไม่เข็ดนะหล่อน
    #7,499
    0
  12. #7216 TOEY_KCR (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 10:14
    นางดูว่างเน้อะมาไล่จับสามีชาวบ้านต่อหน้าภรรยาเขา แหม่ นายเอกเล่นให้หนักเลย อย่าไปกลัว ทั้งองค์รัชทายาททั้งอนุนั้นเเหละ เเละที่สำคัญอย่าลืมจัดการตัวต้นเรื่องอย่างพระเอกด้วย55
    #7,216
    0
  13. #6860 สาววายไร้ผัวนะเออ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 10:26
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #6,860
    0
  14. #6667 เพนกวิ้น (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 13:05
    ไตพร้อม ตังพร้อม เราทำได้
    #6,667
    0
  15. #6649 mintraR (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 12:06
    เอ๊ะมีสามีแล้วยังจะขอพบสามีคนอื่นอีกหรอ อะไรกันนะเทอ ส่วนท่านแม่ทัพก็จะอาลัยอะไรงั้นหรอ รู้สึกหสั่นไส้กนัก ต้องเจออาซิ่น/ชูป้ายไฟ
    #6,649
    0
  16. #6611 noo_parekapoom (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 09:40
    รอดูละครจ้า 55555 สนุก
    #6,611
    0
  17. #6492 mookZzAa (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 00:32
    จือซิ่นนี้เหมือนจะฉลาดแต่ตกหลุมพรางของไท้หยางตลอดเลยอะ
    #6,492
    0
  18. #6487 pt_deda (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 00:24
    ยังไม่เข็ดกันใช่มั้ย ท่านแม่ทัพระวังตัวไว้เถอะได้นอนนอกห้องแน่
    #6,487
    0
  19. #6470 Harm. (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 23:05
    แบบการแสดงนางดีนะ แต่มุขระดับกรวดทราย 555555 อาซิ่นเรารู้ทุกอย่าง

    คิดว่าตัวเองผัวเมียเล่นงานเขาได้ หารู้ไหมว่าเจอสองผัวเมียแม่ทัพกุนซือเล่นกลับ

    ******สมมติจ่าย 2 จอง 4 หากถึงเวลาให้โอนอีกครั้งจะมีการส่งเมลล์มาเตือนไหมค่ะ กลัวจะลืมว่าต้องจ่ายอีกรอบ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 ธันวาคม 2559 / 23:16
    #6,470
    1
    • #6470-1 Harm.(จากตอนที่ 47)
      22 ธันวาคม 2559 / 23:13
      ขอกล่าวถึงความหนาก่อนว่าโอเคดี แต่ราคาดูแพงไปนิดนึง นิดนึงจริงๆ เพราะเราซื้อ 5 เล่ม 1650 ไม่มีบ็อก แต่ละเล่มอยู่ราว 305-313 หน้า ( แต่อาจจะรายละเอียดของกระดาษ หรือหน้าปก ที่อาจจะทำให้เกิดการราคาเพิ่มขึ้น ตรงจุดนี้ถือว่าเรารับได้ค่ะ ) เราซื้อแน่นอน อุดหนุนจ้ะ
      #6470-1
  20. #6468 jibkung2 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 22:43
    หึหึ อย่าคิดมาเล่นกับคนงามม ไม่เข็ดนักใช่มั้ยแม่นางนมแฟ็บ!!!
    #6,468
    0
  21. #6466 ไวโอเล็ต (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 22:37
    อาซิ่นมีการมองสามีละเอียดมาก นี่คือไหน้ำส้มยังไม่แตกใช่ไหม 555555
    #6,466
    0
  22. #6465 Think_out (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 22:37
    โง้ย อยากดูเหล่าจือ จัดการ
    #6,465
    0
  23. #6463 milktoplay (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 22:09
    บางทีกะอยากให้คนงามมีคู่ใหม่ หมั่นไส้ท่านเเม่ทัพ
    อยากให้คู่รัชทายาทแล้ววววววววววววววววววววววววววววววววววว
    #6,463
    0
  24. #6460 ด้รรสสย (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 21:18
    รำคาญพระเอกคะ (?) บางทีก็เบื๊อเบื่อมัน เป็นแม่ทัพได้ไงดูคนไม่ออก โง๊โง่

    ให้คนงามคู่กับรัชทาชาทดีกว่าอีก นี้ถ้าแม่ทัพมตนยังโง่อีกรอบคงจอบายเรื่องนี้ รำคาญ
    #6,460
    1
    • #6460-1 MooK_KunG_Zaa(จากตอนที่ 47)
      22 ธันวาคม 2559 / 21:53
      เดี๋ยว ใจเย็นค่ะ แม่ทัพก็บอกแต่แรกแล้วว่า นางมาเหมือนมีแผน

      แถมที่ทำอันนี้ก็เหมือนเล่นละครตบกันไปมา แสดงว่าแม่ทัพเล่นเนียนมากจนคนเชื่อ 555
      #6460-1
  25. #6459 FahJunDao (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 20:47
    แกลบค่ะงานนี้ T-T
    #6,459
    0