ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 46 : เกาทัณฑ์ซ่อนในที่ลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 203 ครั้ง
    18 ธ.ค. 59



        เช้าตรู่มาถึงโดยอากาศยังเย็นสดชื่น แดนใต้ไร้ฤดูหนาวหากบางเช้าก็ปกคลุมด้วยเมฆหมอก หน้ากำแพงสูงของฐานที่มั่นที่หนึ่งมีขบวนเดินทางพรักพร้อม ประกอบด้วยรถม้าขนาดใหญ่และเกวียนเดินทางบรรจุข้าวของเครื่องใช้และผู้คน ม้าหนุ่มพ่วงพีนับร้อยตัวถูกจับจูงพาเดินออกจากค่ายไปตั้งขบวนนำเพื่อคุ้มกัน ธงเทียนจิ้นปลิวสไว แม่ทัพนายกองต่างยืนรอเพื่อส่งเสด็จองค์รัชทายาท


        ผ้าคลุมขนสัตว์ผืนนี้นุ่มยิ่งนัก ข้าลูบมันเบาๆขณะละมือจากม่านหน้าต่างรถม้า ภาพฐานที่มั่นค่อยห่างออกจากสายตาเมื่อล้อรถขยับเคลื่อนไหว นึกถึงแม่ทัพนายกองต่างๆและเหล่าทหารหาญมากหน้าหลายตาแล้วอดถอนใจไม่ได้ รู้สึกว่าวันเวลาผ่านไปได้แค่ไม่กี่อึดใจเองนับแต่เข้ามาเหยีบที่นี่ในฐานะกุนซือผู้มีศีรษะกลวงโบ๋ ไปจนถึงการโจมตีฐานที่มั่นต่างๆ ได้เปรียบและเสียเปรียบกระทั่งถูกจับตัวไปจนถึงเจรจา เพียงกระพริบตาเรื่องราวทั้งหมดก็ผ่านไปแล้ว


         “เจ้านั่งตรงนั้นไม่อุดอู้หรือ ขยับมาใกล้ๆสิลู่ซุน” ทอดสายตาไปยังมุมหนึ่งของรถม้าที่มีร่างหนุ่มน้อยอาภรณ์สีขาวนั่งนิ่งอยู่ ดวงตาอันใสกระจ่างคู่นั้นฉายแววระมัดระวังเมื่อหันมามองข้า เวลาผ่านไปนานหลายอึดใจก่อนเจ้าตัวจะยอมทำตามที่ข้ากล่าว


        “นี่เป็นขนมที่ข้าได้มาจากเหล่าไท่ เจ้าลองรับประทานดู น่าจะหวานถูกปาก” ก้อนน้ำตาลสีสดใสถูกแกะออกจากห่อพก ข้ายื่นไปให้เด็กหนุ่มด้วยรอยยิ้ม รออึดใจใหญ่เช่นเดิมกว่าลู่ซุนจะยอมรับ แต่ข้าก็ไม่คิดออกปากบ่น กระทำเพียงลูบเส้นผมนุ่มๆของเด็กน้อยแล้วผละออกมา


        ลู่ซุนสะดุ้งอีกครั้ง ข้ายิ้มเช่นเดิม มองเด็กหนุ่มนั่งทานขนมเงียบๆด้วยท่าทีดุจกระต่ายขี้กลัวแล้วลอบถอนใจ


       จากเมื่อวานที่ได้ตัวคืน ลู่ซุนก็เป็นเช่นนี้


       ข้าไม่คิดเอ่ยปากบ่นว่าผู้อื่นหรือกระทั่งตนเองว่าเหตุใดจึงปล่อยให้เขาพบชะตากรรมอันเลวร้าย เหตุผลที่สามารถรู้ได้โดยไม่ต้องกล่าวให้มากความคือไม่อาจกระทำได้ กระนั้นเมื่อเห็นสภาพนี้ยังต้องขมวดคิ้ว ไม่ทราบว่าไห่เยี่ยนใช้ทัณฑ์ทรมารใดเด็กหนุ่มใบหน้ากระจ่างใสจึงกลายเป็นกระต่ายขี้ตื่นในชั่วเวลาไม่นาน ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกเท่าใดเด็กน้อยจึงจะกลับเป็นปรกติ


         “อาซิ่น..อาซิ่น..”  สุ้มเสียงคุ้นหูดังขึ้นด้านนอกทำให้ข้าชะงัก เปิดม่านรถม้าแล้วจึงเลิกคิ้วน้อยๆสบตาท่านแม่ทัพใหญ่ที่ขี่ม้าอยู่ด้านนอก มองเจ้าของร่างสูงใหญ่ภายใต้เกราะงดงามองอาจแล้วรู้สึกอยากขบกล้ามเล่นแบบที่ทำเมื่อคืน แค่กๆ


        “เจ้านั่งบนรถม้าสบายดีหรือไม่?”


         “สบายดี” ข้ามองคนถามไถ่แล้วหัวเราะเบาๆอย่างอารมณ์ดี ซ้ำคันมืออยากเอื้อมไปบีบจมูกสามีนัก “ข้าสบายดีมาก มีผ้าห่มอุ่นๆให้ซุกเสียด้วย ท่านพี่อยากเข้ามานั่งด้วยกันหรือไม่?”


         “ข้ายังไปไม่ได้” คนทำสีหน้าเสียดายอย่างปิดไม่มิดทำให้ข้าหัวเราะ เพราะรู้ดีนั่นล่ะถึงได้ชวนให้เขาทำหน้าคับอกคับใจเล่น สบตาคู่คมที่จ้องเข้าไปยังภายในรถม้าอย่างทอดอาลัยแล้วยิ่งหัวเราะ


        “ข้าทราบ ท่านเองในเมื่อคอยดูแลขบวนเดินทางก็อย่าให้ใครฉวยโอกาสมาเล่นงานล่ะ”


        “ข้าจะทำหน้าที่อย่างดี” หลินจวินเจ๋อกล่าวเสียงนุ่มหู ละสายตาจากด้านในรถม้ามาสบตาข้าดวงตาคู่นั้นฉายประกายอ่อนโยน “โดยเฉพาะดูแลเจ้า”


         “หากขุนนางฝ่ายกลาโหมอยู่ตรงนี้ ท่านโดนเล่นงานแน่” หึ ปากหวานเป็นเสียด้วย ข้ายิ้มแย้มข่มขู่ท่านแม่ทัพใหญ่เบื้องหน้าแล้วหัวเราะ “ไปได้แล้ว พบกันที่ประตูเมือง ท่านพี่”


         หลินจวินเจ๋อพยักหน้า แต่ยังยืนนิ่งอยู่แบบนั้น ข้าเห็นอาการท่านแม่ทัพใหญ่แล้วส่ายหน้า มองค้อนอีกฝ่ายเล่นแล้วจึงปิดม่านหน้าต่าง ไล่ท่านแม่ทัพที่ทำหน้าที่ดูแลการเดินทางออกไปตรวจตราต่อการเดินทางยังต้องใช้เวลา จากฐานที่มั่นที่หนึ่งไปจนถึงค่ายใหญ่และประตูเมืองถานเฟิ่งคงเป็นยามบ่ายแล้ว


         ขบวนเดินทางที่ออกมาตั้งแน่เช้านี้คือขบวนของรัชทายาทรวมไปถึงจวิ้นอ๋องและแม่ทัพใหญ่อีกหลายนาย สาเหตุที่มีการเดินทางก่อนทั้งที่ปรกติต้องจัดทัพและตรวจตราผู้คนหลังการศึกเป็นเพราะการไปครั้งนี้คือการร่วมลงนามเป็นพยานในสัญญาสงบศึกกับไห่เยี่ยน


        หลังพูดคุยกันจนมืดค่ำเมื่อวาน ทั้งสองแคว้นก็บรรลุข้อเจรจาสงบศึกเป็นเวลาสามปี ไห่เยี่ยนและเทียนจิ้นตกลงจะไม่รุกรานกันตามชายแดน ความเสียหายในศึกนี้ไห่เยี่ยนจะช่วยชดใช้ด้วยแรงงานทหารที่ถูกจับเป็น พวกเขามีหน้าที่คอยซ่อมแซมฐานที่มั่นต่างๆ โดยมีไห่เยี่ยนรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ยังมีการตกลงให้เชื่อมสัมพันธ์ด้วยการอภิเษกระหว่างแคว้น ส่วนผู้ที่รับหน้าที่ตบแต่งยังไม่ชัดเจนว่าเป็นองค์หญิงองค์ชายท่านใด แต่โดยหลักถือว่าบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นแล้ว


        เมื่อเจรจากันแล้วย่อมต้องมีการลงนามในสัญญาอย่างเป็นทางการ สถานที่ซึ่งตกลงกันไว้คือเมืองถานเฟิ่งในอีกสองวันข้างหน้า ดังนั้นข้าในฐานะอ๋องผู้ครองเมืองถานเฟิ่งย่อมต้องไปปรากฏตัวคอยดูแลอำนวยความสะดวก ไม่นับว่าตนเองมีตำแหน่งในกองทัพ จะอย่างไรก็ต้องเข้าร่วมเป็นเหตุให้ต้องเดินทาง


         คิดพลางยกน้ำชามาจิบยามทบทวนเรื่องราวต่างๆ เผลอพริบตาเดียวจากสงครามในสมรภูมิก็โดดมาเผชิญสงครามการเมืองเสียแล้ว การรบเป็นเพียงยุทธวิธีทางทหาร หากการเมืองระหว่างแคว้นกลับเป็นกระดานหมากที่ใหญ่ยิ่งกว่าโดยมีรัฐชาติเป็นเดิมพัน คิดแล้วยังถอดถอนใจด้วยไม่ได้มีความรักชาติยอมสละชีวิตได้ดั่งผู้อื่น ซ้ำไม่ว่าเป็นอย่างไหนข้าก็รู้สึกว่าไม่ได้เรื่องเสมอต้นเสมอปลาย หากถนัดเรื่องการรบจริงมีหรือจะพลาดโดนจับตัว หากถนัดการเมืองมีหรือเมื่อวานจะถูกกระตุ้นจนมีโทสะ ข้าเป็นแค่คนธรรมดาแท้ๆ จะอย่างไรก็ถนัดแค่จีบหนุ่มจริงๆ เห็นได้จากการได้แอ้มเจ้าลูกเต่าตามเป้าหมาย--แค่ก


          “เข้ามาได้อย่างไร?”


          ไวเท่าความคิดราวกับทราบว่ามีคนคิดนินทา ประตูก็เปิดพรึ่บแล้วร่างของอีกฝ่ายก็ปรากฏ ข้ามองหลินจวินเจ๋อที่จู่ๆก็เข้ามาในรถม้าอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียงก็ออกปากถามอย่างรวดเร็ว ท่านแม่ทัพใหญ่ยังไม่ตอบ หากตรงเข้ามานั่งข้างๆราวกับกลัวคนแย่ง ส่วนกวางน้อยลู่ซุน พอมีคนใหม่มายิ่งสะดุ้ง


         “เดินขึ้นมา” ไม่บอกใครก็รู้ ข้ามองอีกฝ่ายเริ่มถอดเกราะหนาออกอย่างรวดเร็วแล้วเลิกคิ้วน้อยๆ


          “กลัวไม่ถูกเล่นงานหรือไร ลงจากหลังม้าก็จะถูกฟ้องร้องเอาอีกว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่” คนฝ่ายรัชทายาทรอเล่นงานอยู่เขาน่าจะทราบ กลับทำตนตามใจเสียอย่างนั้น “อีกอย่าง ท่านพรวดพราดเข้ามา ลู่ซุนตกใจแย่แล้ว”


         “ข้าฝากฝังแม่ทัพจ้าวใช่ช่วยดูแล มีอันใดไม่ได้”สามีกล่าวยังเอาแต่ใจ ถอดเกราะออกแล้วจึงเอนตัวมาเบียดข้าอย่างรวดเร็ว “เจ้าพูดถึงแต่ลู่ซุน ข้าหึงหวงแล้ว”


         “ท่านก็หึงหวงทุกคนนั่นล่ะ กระทั่งแม่ทัพโม่ยังเคย” ข้าบ่นไปปลายจมูกหน้าก็กดลงข้างแก้มขาวที่เหลือรอยช้ำเล็กน้อย หลินจวินเจ๋อกระทำตัวราวมิเคยพบปะผู้คนจึงกอดข้าไว้ในอ้อมแขนไม่ปล่อย เจ้าเต่าหื่นกามนี่วันนี้เป็นอันใด


           “ใช่แล้ว ข้าคือสามีที่ขี้หึงที่สุดในปฐพี เจ้ารู้ไว้เสียด้วย” ว่าแล้วยังยกตัวข้าไปนั่งบนตัก จูบซ้ายป่ายขวาอย่างไม่อายผู้คน


           “สามีขี้หวง หยุดมือได้แล้ว ลู่ซุนก็อยู่” กลิ่นไอเเดดหอมกรุ่นและอ้อมกอดอุ่นๆเกือบทำข้าเคลิ้มเสียแล้ว พอคิดว่ามีคนเฝ้าดูข้าก็ทักท้วง รีบดันคนออก กำลังคิดว่าเมื่อคืนบริการเขาน้อยไปอย่างไรจึงหันมาก่อกวนกลางขบวนเดินทางกลางวันแสกๆ


         “ไม่เห็นเป็นไร” หลินจวินเจ๋อจูบลงบนลำคอข้า และทำเช่นเดิมคือกัด


          “ท่านพี่” ข้าขมวดคิ้วใส่คนขี้หวงจอมดื้อด้าน และร้องประท้วง ขณะริมฝีปากหนาลามปามมาถึงหลังหูแล้วกัดเบาๆทำเอาขนลุกวาบ เจ้าลูกเต่าตัวร้ายนี่ ข้ารีบสะกดความหื่นของตนเองไว้ก่อนแล้วขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่าเขาเป็นอันใดจึงมีอาการหื่นกามผิดปกติแบบนี้ เมื่อคืนข้าไม่ได้ไปแตะสวิชต์ตัวไหนของเขาเข้าใช่ไหม ใช่รึเปล่า “หยุดสิ นี่มันในรถม้า ลู่ซุนก็อยู่ ท่านยังจะ—“


          “ให้เขาออกไป”


           “อะไรนะ?” แววตาคู่นั้นทอประกายแปลกตาหากมือไม้ยังยุ่มย่ามไม่หยุด


          “ให้ลู่ซุนออกไป มิฉะนั้นท่านพี่จะเปลื้องผ้าฮูหยินออกแล้ว”


          “อะไรนะ เดี๋ยวอ่—“


          “ไม่มีเดี๋ยว”


          “หลินจวินเจ๋อ เจ้าคนหื่นกาม!”


          ข้าอ้าปากค้าง หน้าแดงวาบเมื่ออีกฝ่ายกล่าวอย่างชัดเจนยิ่ง ไม่ราวกับกลัวข้าไม่เชื่อจึงเอื้อมมือไปดังสายรัดบั้นเอวอย่างว่องไว ทำเอาต้องร้องบอกให้เหล่าไท่พาลู่ซุนออกไปข้างนอกแทบไม่ทัน หลังลับตาคนไปหน้าสะบัดร้อนสะบัดหนาวจึงหันไปยังตัวต้นเหตุ ข้าหรี่ตามองท่านแม่ทัพใหญ่จอมหื่นกามแล้วทำเสียงเขียว “ตกลงว่ามีอะไร บอกมา”


           “เงียบ แล้วฟัง”


          มือใหญ่เปลี่ยนจากดึงรั้งสายรัดบั้นเอวกลับเป็นช่วยจัดให้มันเข้าที่ คนหื่นกามกลายเป็นเคร่งขรึม หลินจวินเจ๋อไม่ได้อุ้มข้าไว้บนตักแล้วทวาอุ้มลงมานั่งดีๆ วางท่าเป็นการงานขณะที่ข้านิ่ง แม้คราแรกจะตกใจกับบทละครที่แสดงออกมาอย่างสมจริงแต่ก็กลับคืนสติมาได้อย่างรวดเร็วเมื่อเห็นแววตาคู่นั้น ใช่ว่าข้าจะไม่เคยเห็นแววตาของเขายามหื่นกามเสียเมื่อไหร่ เพียงแต่ไม่ทราบเพราะเหตุใดท่านแม่ทัพใหญ่ถึงขั้นแสดงละครต่อหน้าเด็กผู้นั้น


         “จากนี้ ระวังตัวด้วย” ดวงตาดำจัดคู่คมสบมองมาเงียบๆ “เจ้าอย่าได้อยู่ตามลำพังกับลู่ซุนอีก”


         ลู่ซุน เกี่ยวกับเด็กคนนั้นจริงๆเสียด้วย ข้านิ่งมองใบหน้าหล่อเหลาคมคาย มองเห็นเพียงแววตาจริงจัง “เพราะเหตุใด?”


        “ชื่อของเขาคือซุนลู่ซุน” หลินจวินเจ๋อสบตาข้าเงียบๆ “พี่ชายของเขา คืออดีตกุนซือของแม่ทัพเช่อจง ซุนลู่หยุน”


          คนที่ข้าลงมือฆ่าไป..


       ข้านิ่งเงียบก่อนจะก้มหน้าลงมองฝ่ามือตนเองด้วยความรู้สึกหลากหลาย สาเหตุว่าทำไมไม่ควรอยู่ตามลำพังกับเด็กหนุ่มผู้นั้นปรากฏชัดเจนจนหมดข้อสงสัยแล้ว แค้นสังหารคนในตระกูลมีหรือจะยอมละเว้น ลู่หยุนกับลู่ซุนงั้นหรือ สองพี่น้องที่คนผู้หนึ่งทำงานให้ไห่เยี่ยนส่วนอีกคนเป็นศิษย์หมอเทวดา ข้านึกถึงถ้อยคำคล้ายอัดอั้นของกุนซือผู้นั้นก่อนลงมือสังหาร นี่ใช่หรือไม่สาเหตุที่แท้จริง?


        เพราะน้องชายตกอยู่ในมือเยี่ยน ซุนลู่หยุนจึงทรยศแผ่นดินเกิด ขณะที่ลู่ซุน..


       “ทำไมเขาถึงช่วยข้า” คิดถึงแววตาใสกระจ่างและความจริงใจของเด็กน้อยผู้นั้น สุ้มเสียงข้าจึงแหบพร่า


        หากรู้ว่าข้าฆ่าพี่ชายตนเขาควรแก้แค้นมิใช่หรือ คิดฆ่าข้ามีโอกาสนับพันตั้งแต่อยู่ในค่ายทัพไห่เยี่ยน กลับช่วยเหลือดูแลและยอมถูกทำร้ายเพื่อข้า เพราะเหตุใดกัน?


        “มีหลายเหตุผล” หลินจวินเจ๋อเห็นท่าทีของข้าแล้วเอื้อมมือมารั้งตัวไว้แนบอก เขาลูบเส้นผมข้าช้าๆ คนกล่าวด้วยน้ำเสียงเบาราวกระซิบ “นี่เป็นข้อมูลจากสายสืบของพวกเรา  เดิมทราบเพียงลู่ซุนนั้นติดนามเป็นศิษย์เทพโอสถจริง และเดิมทีต่างไม่รู้ว่าลู่ซุนคือใคร ในการสืบข่าว สายลับของเราแฝงตัวเข้าไปในค่ายศัตรูโดยแทบไม่รู้จักหน้าค่าตากันด้วยซ้ำ ต่างวางผู้คนเป็นทอดๆ ไม่บอกข่าวสารทั้งหมดด้วยเกรงจะถูกกวาดล้างจนหมดหากโดนจับได้ ลู่ซุนนั้นเป็นชาวเทียนจิ้น เมื่อคนของเราลอบเข้าหา จึงช่วยเหลือด้วยความภักดีต่อแว่นแคว้น บางที..อาจเป็นเพราะเขาทราบข่าวพี่ชายตนสิ้นชีพแล้วก็เป็นได้จึงยึดถือไห่เยี่ยนเป็นศัตรู ข้าไม่แน่ใจว่าเขารู้สิ่งใดมาบ้าง แต่คิดว่าคงไม่ทราบทุกสิ่ง ดังนั้นจึงช่วยเหลือเรา พวกเราก็ใช่จะวางใจเขา หากแต่ยามนั้นไม่มีทางเลือกเพราะเข้าถึงตัวเจ้าได้ยากยิ่ง จึงให้เขาทำหน้าที่ส่งข่าวสาร  มิกระทำสิ่งใดมากกว่านั้น”


       “เรื่องราวเป็นเช่นนี้ ส่วนนี่คือสิ่งที่ข้าสืบทราบหลังจากนั้น เขาไม่ทำร้ายเจ้า อาจเพราะไม่รู้เรื่ิองราวของพี่ชายตนก็ได้ ไม่อาจลงมือเพราะถูกไห่เยี่ยนห้ามก็เป็นได้ ทว่าตอนนี้ เจ้าทราบดีใช่หรือไม่ว่าเราไม่อาจวางใจ ไม่อาจคิดว่าเคยช่วยเหลือได้อีกแล้ว”


        “ข้ารู้”


        ข้ารู้สึกว่าตนเองตอบไปเช่นนั้นขณะเค้นสมองใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง คิดไล่เรียงเรื่องราวไปเรื่อยๆ มันเริ่มจากข้าถูกจับไปโดยมีมู่เซินผู้ทรยศให้ความช่วยเหลือศัตรู  จากนั้นก็เป็นข้าโดนจับตัวและเทียนจิ้นต้องการช่วยเหลือ หลินจวินเจ๋อต้องการคนคอยส่งสารถึงตัวข้าอย่างยิ่ง ขณะที่ข้าล้มป่วยเทพโอสถก็ถูกเชิญมา มีลูกศิษย์น้อยชาวเทียนจิ้นหนึ่งคน สายลับเข้าไปติดต่อเพราะเห็นว่าสามารถใช้ได้ เด็กคนนั้นจึงช่วยข้ามากมายและสุดท้ายกลับพบว่าข้าคือคนสังหารพี่ชายตน...


       ชีวิตแม่*บัดซบ


       คิดสถบออกมาเป็นคำหยาบคายแต่ข้าก็ทำไม่ได้ จึงเพียงสูดกายใจลึกๆข่มอารมณ์หงุดหงิด ข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้องมาพบปะสถานการ์ณเช่นนี้ เหตุใดมุกในนิยายกำลังภายในที่ใช้กันเกร่อต้องเกิดขึ้นกับข้าด้วย ไม่ต้องพูดแล้วว่าลู่ซุนทราบเรื่องหรือไม่ คิดแค้นหรือไม่ แม้เขาไม่รู้เรื่องใดก็ไม่อาจเสี่ยงได้อีกแล้ว


        ห้วงคิดปั่นป่วน หากภายในความสับสนทุกสิ่งกลับเรียงร้อยกันกระจ่าง เมื่อวานนี้เองที่ได้พบเจอเด็กคนนั้นอีกครั้ง แล้วจากนั้นข้าจึงรับสมอ้างเอาเป็นคนของตัวเอง กล่าวว่านี่คือเด็กรับใช้ วางลู่ซุนไว้ข้างกาย เรื่องนี้มันช่าง..


        “ฝีมือเขาอย่างนั้นสิ”  ข้าแค่นหัวเราะ ยิ้มหยันให้ตนเอง


        “เราต้องระวัง เตรียมรับมือ อาซิ่น” ปลายจมูกโด่งสันกดลงข้างขมับปลุกปลอบ หากข้าหัวเราะ


        “ข้าพลาดถูกหลอกแล้ว”


       คิดว่าตนฉลาดแท้จริงกลับโง่เง่า สาแก่ใจว่าได้แก้แค้นแต่แท้จริงกลับถูกหลอก ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก


            ข้าสูดหายใจลึก ระงับอารมณ์ เมื่อวานข้ามองเขาอย่างไรนะ? คิดว่าคนเรียกร้องความสนใจ กระทำโดยมีโทสะ เพียงแค่ข้ามองไปเบาก็ยอมกระทำ นี่มันช่างโง่บัดซบ


        ไหนเลยองค์ชายคนหนึ่งจะโง่งมเช่นนั้น ข้าถูกฉู่เหวินหลอกแล้ว เขาเอาลู่ซุนมากระตุ้นโทสะด้วยทราบดีว่าเด็กคนนี้มีความสำคัญกับข้า แสร้งทำตัวยียวนกวนโมโห ตีหน้าพ่ายแพ้โง่งมหากคนโง่งมกลับได้วางหูตาข้างกายข้าแล้วอย่างแนบเนียน คิดแล้วยังน่าขันในความโง่ของตน หากหลินจวินเจ๋อไม่สั่งให้ผู้คนตามสืบข่าวจนทราบเรื่อง จากนี้ชีวิตข้าคงตกอยู่ในอันตราย


        มิน่ายามข้าบอกว่าเขาคือคนของตนองค์ชายเจ็ดกลับไม่คัดค้านใด ที่แท้นี่เป็นแผนที่เขาวางไว้แต่ต้น ให้ข้ารับเอาหอกข้างแคร่อันหนึ่งไว้โดยเต็มใจ จากนี้หากเกิดเรื่องราวใดก็ไม่อาจกระทำแม้โวยวายต่อว่า ก็ข้าบอกว่าลู่ซุนคือคนของตัวเอง


       หัวเราะออกมาหากแววตามิยอมความ ข้าเม้มปากแน่น หรุบตาลงช้าๆ ครู่หนึ่งก่อนจะลืมตามาแล้วยิ้มรับความพ่ายแพ้


        หมากตานี้ ข้าแพ้


        ข้าชนะฉู่เหวิน ลอบหนีออกจากค่ายได้ ตีฝีปากกับเขาได้ แต่เรื่องนี้ข้าแพ้แล้ว


        “อาซิ่น”


       เงียบงันไปครู่หนึ่งหลินจวินเจ๋อก็ออกปาก ข้าไม่ทำสิ่งใดนอกจากเงยหน้าไปยิ้มให้เขา สบแววตาห่วงใยแล้วจึงเอนหน้าซบกับแผ่นอกกว้าง


     “ไม่มีอันใด ข้าเพียงเสียดายเท่านั้น..”


      เสียดายที่ตนพ่ายแพ้ตกหลุมพราง เสียดายที่คนช่วยชีวิตตนบัดนี้อาจกลายเป็นคิดสังหาร ข้าเสียดายยิ่งนักที่ตนเองปล่อยให้เรื่องราวมาถึงจุดนี้


      เสียดายที่สุด คือไม่ว่าโลกใบนี้หรือใบไหน ข้าก็ยังไม่อาจวางใจใครได้อยู่ดี


      หรุบตามองพรมเสื้อนุ่มสีเทาบนตักอีกครั้ง ข้ามองฝ่ามือของหลินจวินเจ๋อซึ่งมีสีสันต่างกับมือของตน มือสองคู่วางเคียง หากครู่หนึ่งกลับหวนคิดว่าเขาผู้นี้ ข้าสามารถเชื่อใจได้หรือไม่


       คิดอันใดไร้สาระ ข้ายิ้มขันตนเองที่หมกมุ่นครุ่นคิดแล้วจึงหัวเราะ “ที่จริง เรื่องราวเป็นเช่นนี้นับว่าเหมาะสมดี ข้าฆ่าคนพี่ ก็ต้องมาดูแลชดใช้แก่คนน้อง..”


     “เขาไม่มีวันแตะต้องเจ้าได้ ตราบที่ข้ายังอยู่”


      “ข้าทราบ” สบตาคู่คมทอแววหนักแน่นด้วยดวงตาทอแววยิ้ม คำพูดของหลินจวินเจ๋อทำให้ข้านึกขึ้นมาได้ว่าคนพยายามมองมาในรถม้าก็ด้วยเหตุนี้ ดังนั้นจึงยืดตัวไปจูบแก้มอีกฝ่ายเป็นการให้รางวัล


      “เราคงฆ่าเขาไม่ได้กระมัง” หลังจูบแก้มสามีที่ทำตัวดีแล้วข้าก็ยิ้มแย้มเอ่ยถาม


      “แม้ข้าอยากลงมือ เจ้าจะยินยอมหรือ?” หลินจวินเจ๋อมองมา ในแววตาคล้ายรู้ทัน


      “ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร เขาช่วยชีวิตข้า นี่คือเรื่องจริง” ข้าผ่อนลมหายใจก่อนจะหลุบตาลงช้าๆ ไม่อาจลงมือ ข้อนี้ทั้งข้าและสามีล้วนทราบ บางทีอาจเป็นผู้อื่นเองก็ทราบเช่นกัน “ข้าจะคอยจับตาดู หากเขาคิดสมคบกับไห่เยี่ยน เวลาจะเผยให้เห็น”


         หลินจวินเจ๋อมองหน้าข้าก่อนจะพยักหน้าเงียบๆ ข้ากระพริบตาปริบๆแย้มรอยยิ้มหวาน สบตาสามีที่เอื้อมมือมาหา ทั้งที่ข้ายิ้มหากแววตาคู่นั้นกลับฉายความกังวล ขณะมือหนาลูบแก้มช้าๆ สัมผัสไม่ได้นุ่มนวลด้วยฝ่ามือของเขาสากระคายยิ่งแต่กลับชวนอุ่นใจ ก่อนร่างแกร่งจะรวบตัวมากอดด้วยแขนทั้งสองข้าง ใช้ริมฝีปากพรมพร่างทั่วผิวแก้มแล้วจูบเบาๆหากแช่นิ่งไว้หลายอึดใจ


     “อย่าคิดมาก ข้าจะคอยดูแลเจ้า จะคอยป้องธนูในที่ลับให้เจ้าเอง”


      ข้าสบตาคู่นั้น ดวงตาอันสะท้อนเงาของตน ครู่หนึ่งอุปมาคล้ายน้ำหนักในหัวใจกึ่งหนึ่งถูกยกออก เบาและปลอดโปร่งยิ่ง แท้จริงข้าทราบดี ตนเองยิ้มแต่ยังรู้สึกเหนื่อยอยู่ไม่น้อย แท้จริงผู้มีพระคุณกลับเป็นคนคุมแค้น เรื่องนี้ผู้ใดจะรับได้รวดเร็ว อ้อมแขนกว้างนั้นจึงเป็นดั่งที่พักพิง ด้วยแรงดึงดูดนั้นกระมังข้าจึงซวนซบลงในอ้อมแขนกว้างนั้นอย่างรวดเร็ว


      “ยังมีอีกเรื่องที่ข้าจะถาม”ฝ่ามือใหญ่ลูบเส้นผมข้าเบาๆ ข้าได้ฟังแล้วจึงร้องรับ รอเขากล่าวต่อ


      “วันนี้รัชทายาทและขุนนางที่ตามเสด็จจะเข้าเมืองถานเฟิ่ง เจ้าคิดจัดให้พวกเขาพักที่ใด?”


      “ย่อมเป็น—“ ข้าคิดกล่าวว่าจวนเจ้าเมือง หากที่สุดกลับปิดปากสนิท แล้วถอนใจอย่างหงุดหงิดยิ่ง “ข้าหนีมานอนที่กำแพงเมืองดีหรือไม่”


      “มิได้” สามีไม่ยอมอ่อนข้อ


     “เช่นนั้นก็ได้แต่น้อมจัดที่พักถวายแล้ว” ข้าขยับออกจากอ้อมแขนแกร่งแล้วจึงแจกแจงอย่างรวดเร็ว “ขุนนางที่ตามเสด็จ ย่อมพักที่จวนเจ้าเมืองได้ไม่มีปัญหา แต่องค์รัชทายาทรวมทั้งผู้ติดตามต้องพักที่วังจวิ้นอ๋องจึงจะสมเกียรติ คนที่อยู่รอก่อนแล้วควรขยับขยายย้ายไปวังอ๋องก่อนเพื่อมิให้ฉุกละหุก..ข้าควรเรียกเหล่าไท่มาสั่งการ”


       กล่าวแล้วคิดลุกขึ้นหากสามียังคว้าเอวไว้ หลินจวินเจ๋อดึงข้านั่งลงที่เดิมพลางส่งสายตาเคร่งเครียดมาให้ เขาจ้องข้าอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะถาม “เจ้ายังมีอาการกลัวต่อหน้ารัชทายาทอยู่หรือไม่”


       “ก็มีบ้าง..”ข้ายิ้มเคร่งเมื่อนึกถึงโรคแพ้ไท่หยางอันบัดซบนั่น


       “ข้ากลัวเขาจะมาระรานเจ้าไม่น้อย” เห็นคนห่วงข้าก็ยิ้มพอใจ แม้คิดเห็นแล้วก็คงเป็นอย่างที่พูดข้าก็ทำได้แค่ถอนใจรับชะตากรรม


      “หากเขาคิดอยากยุ่งวุ่นวาย ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็หลีกไม่พ้น กล่าวถึงธนูในที่ลับ ผู้ใดจะน่าขนลุกเท่าหวงไท่หยาง กลับไปถึงข้ายังคงต้องปวดหัวอีกหลายครา ต้นไม้ใหญ่ต้านลมแรง ไม้เด่นย่อมถูกโค่นก่อน ท่านพี่..เราแสร้งโง่บ้างดีหรือไม่?”


       “ข้าไม่เห็นว่าที่ผ่านมา ผู้แสร้งอ่อนน้อมเป็นลูกพลับนิ่มให้ผู้อื่นบีบเคล้นจะรอดพ้นภัย ล้วนประสบเคราะห์กรรมด้วยกันทั้งสิ้น”


       “ถูกอย่างที่ท่านกล่าว” ข้ามองสามีเปลี่ยนจากอุ้มกอดข้ามาเป็นเอนตัวหนุนตัก ปฏิกริยารวดเร็วและคุ้นเคยนั้นทำให้ข้าหรี่ตาลงมอง อดเอื้อมมือไปบีบจมูกโด่งสันมิได้ด้วยทราบดีว่าที่แท้ไปเอาความคุ้นชินแบบนี้มาจากการนิยมหนุนตักสตรีใด


        “แต่เดิมที ศึกนี้หากเราพลาดพลั้ง นั่นอาจเป็นเรื่องดีกว่า” ละมือออกมาจากจมูกอีกฝ่าย ข้าปล่อยให้หลินจวินเจ๋อจับข้อมือที่สวมหยกขาวนั้นเชยชมตามใจ “หลายวันมานี้เรื่องราวมากมาย ยังไม่ได้พูดคุยให้กระจ่าง เมื่อมานั่งวิเคราะห์ดูสถานการณ์ ข้าไม่แปลกใจว่าเหตุใดยามข้าถูกจับตัวคนจึงกดดันท่านมิให้ออกมาช่วยเหลือโดยง่าย จวิ้นอ๋องและเทพสงครามผู้ทำศึกผิดพลาด ย่อมจัดการง่ายกว่าจวิ้นอ๋องและเทพสงครามที่ชนะศึก ชื่อเสียงดุจพระอาทิตย์ยามเที่ยง”


        “แม่ทัพชนะศึก ปูนบำเน็จจนไม่เหลือรางวัลแล้วสุดท้ายจึงประหารทั้งตระกูล เรื่องนี้หาได้กล่าวผิด คนชื่อเสียงยิ่งมากยิ่งเป็นภัย ราชสำนักรามือกับเรา ด้วยเดิมทีข้าเป็นอ๋องวิปริตชื่อเสียงย่ำแย่และท่านยังอยู่ในมือสกุลจ้าว แต่เมื่อเรากลายเป็นคู่บุรุษผู้เก่งกาจ นั่นไยมิใช่เป็นเป้าให้คมหอกนับพันตรงเข้าหา ราชสำนักระแวงเราแล้ว ดูจากรัชทายาทให้วิธีพยายามหาเรื่องทอนกำลังเราทั้งคู่ก็ชัดเจนยิ่ง อันที่จริงไม่น่าแปลกใจ กลวิธีของคนงา—ของข้าในปีที่ผ่านมาแท้จริงก็ไม่ได้ผิดพลาดอันใด”


         ข้ากล่าวพลางก้มมองเสี้ยวหน้าคมคายบนตัก ถ่ายทอดความคิดของตน ข้าแม้ตอนแรกบ่นว่าคนงามไม่มีชิ้นดีเกี่ยวกับเรื่องการทำตัวอ่อนแอ มายามนี้แล้วจึงวิเคราะห์ได้ หวงเทียนหยางหรืออ่อนแอ ไม่มีทางเป็นไปได้ ที่คนงามทำคือแสร้งถอยเพื่อรับ ทราบดีว่าหากทำตัวโดดเด่นจะเป็นภัย จึงวางตนเป็นลูกพลับอ่อนนิ่มให้ผู้อื่นบีบเล่น เขาอ่อนแอเสียผู้คนจะได้ไม่เพ่งเล็งหลินจวินเจ๋อ มิฉะนั้นหากต่างฝ่ายชื่อเสียงกึกก้องเช่นนี้ คงมีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าจะถูกข้อหากบฏเมื่อใด


       “เจ้าคิดหาหนทางแก้ไขเช่นใด?”หลินจวินเจ๋อจับมือข้างนั้นของข้าไว้แล้วบีบเบาๆ


      “ใจคนเกิดความระแวงยากจะลดทอน ข้าทำได้เพียงขยับหนีศูนย์กลางของอำนาจ จะได้ไม่ถูกเพ่งเล็งมากขึ้น”


      “เป็นไปได้ยากยิ่ง” หลินจวินเจ๋อกล่าว ใช่ ยากยิ่งนัก หากทำได้ง่ายดายจวิ้นอ๋องไยคิดทนอยู่ให้ผู้คนกดขี่


      “ข้าขอหนีมาประจำอยู่ที่นี่ได้หรือไม่ ถนนหนทางในเมืองหลวงคับแคบยิ่ง” ข้าถอนใจ..คิดเพ้อฝันอยู่


      “ฝ่าบาทคิดจับตาดูเจ้า ไม่มีทางยอมให้เจ้าออกจากเมืองหลวง”


       เฒ่าเจ้าเล่ห์นั้นช่างเป็นปัญหา ข้าคำรามเบาๆในลำคอ “ยอมเสียภูเขาเงินทองเสียกึ่งหนึ่ง ยกให้ราชสำนัก ท่านว่าพวกเขาจะยอมไหม?”


     “เจ้ายังมีอีกกึ่งหนึ่ง ไหนเลยจะยอมเล่า”


     “แสดงว่าข้าต้องหมดตัวเลยหรือถึงจะพอใจ ช่างขูดรีดยิ่ง” ข้าแม้ทราบว่าความพยายามไม่เป็นผล ยังคิดไร้สาระต่อไปอีกหวังว่าจะคิดออกสักอย่าง


      “หมดตัวอันใด ข้าสามียังเป็นแม่ทัพบู๊ชั้นหนึ่งย่อมเลี้ยงเจ้าได้อยู่แล้ว” หลินจวินเจ๋อใช้ปลายนิ้วเขี่ยกำไลหยกของข้าและกล่าวเสียงนุ่มหู ดวงตาคู่นั้นมองสบตา แม้ทราบว่าไม่อาจเป็นจริงก็เถอะ หัวอกคนงามยังเผลอใจเต้นขึ้นมาวูบหนึ่ง


      “ท่านยังเป็นหนี้ข้าอยู่เลย” กล่าวพลางร้องฮึ่มๆแล้วข้าจึงหัวเราะแล้วข่มขู่ “เดือนๆนึงวังจวิ้นอ๋องใช้เงินเท่าไหร่ท่านรู้หรือไม่ จะเลี้ยงข้าคิดดีแล้วหรือ รึคิดพาท่านอ๋องผู้นีัไปตกระกำลำบาก ไม่ละอายต่อป้ายวิญญาณพ่อตาแม่ยายหรือไร”


      “สามีจะพยายาม” คนรู้ว่าข้าเพียงขู่ จึงจูบเบาๆที่กำไลคู่งามอย่างอารมณ์ดี “เงินเดือนออกแล้วจะยื่นให้ภรรยาใช้จ่ายในบ้าน เช่นนี้ดีหรือไม่”


       “ถือว่ายังมีการพัฒนา”


      ข้าสบตาเขา นึกไปถึงวันที่เคยกางบัญชีแล้วประนามต่อหน้าอีกฝ่ายแล้วยิ้มน้อยๆ หัวใจเต็มตื้นขึ้นมาบ้างเมื่อพบว่าในวันที่ตกหลุมพรางของผู้อื่น ยังมีเรื่องให้พอยินดี




+++++++

หมั่นไส้สามีภรรยาข้างบนจังค่ะ//คว่ำปาก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 203 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13760 Y knight (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 12:17
    ฉากคู่ยวนยางนี่มันอะไรกันคะ ลืมหมดแล้วที่เคยผิดใจกัน โอยย หวานน
    #13,760
    0
  2. #13651 DARA T. (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:20
    หน่องเริ่มหมั่นไส้แม่แล้วนะ แม่ก็คืออี๋อ๋อกับสามีสุด อะไรเบอนั้นล่ะแม่จ๋า
    #13,651
    0
  3. #13562 ununchuahong (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 13:38
    มดกัดหนูแล้ววววววว หวานเกิ๊นนนนนน
    #13,562
    0
  4. #13435 ploybrf2 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 05:23
    หวานจริง
    #13,435
    0
  5. #13368 พญานก T^T (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:32
    ฮึ่ย!! หมั่นไส้ หวานกันอยู่นั่น
    #13,368
    0
  6. #12901 มูตี้ (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 14:53
    ^______^
    #12,901
    0
  7. #9390 fairy (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 10:26
    ชีวิตจะเป็นอย่างไร~ก็ไม่รู้~~
    #9,390
    0
  8. #8848 °♡°OoHaaza (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 18:09
    หมั่นลูกเต่าจัง ทำมาเป็นหวาน
    #8,848
    0
  9. #7866 ✚ADAM (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 09:17
    จริงๆแล้วอยากให้สองคนนี้ออกไปใข้ชีวิตในที่ที่ดีกว่านี้ เป็นอ๋องนี่ต้องโดนขูดรีดอะไรขนาดนั้น
    โอ่ยย แต่ความหวานนี่ยอมใจจริงๆค่ะ
    #7,866
    0
  10. #7792 katekate (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 23:48
    ชีวิตน่าสงสารกันฝุดๆๆ แขวนบนเส้นด้ายตลอดเวลา ฮืออออ



    แต่พี่ท่านก้อยังหวีทกันได้ตลอดเวลา นับถือๆ ฮ่าาาา
    #7,792
    0
  11. #7723 THELEnin (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 18:10
    อยากให้ลู่ซุนได้กะองค์ชายเจ็ดจริงๆ นะ (. .)
    #7,723
    0
  12. #7443 Shenoraq (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 01:58
    กวางน้อยที่มีบทโผล่มาแต่ละคนทำไมต้องเป็นหนอนเป็นหอกข้างแคร่ตลอดเลยคะ 55555555555 *ร้องไห้*
    #7,443
    0
  13. #7208 TOEY_KCR (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 09:50
    เราว่านิยายเรื่องนี้คงจะเหมือนกับซีรีย์เลยนะนี้ เพราะเนื้อเรื่องสามารถต่อไปได้เรื่อยๆ โดยไม่มีคำว่าเบื่อ น่าจะเเต่งได้อีกหลายๆภาคค่ะ ซึ่งอยากให้เเต่งมากค่ะ เพราะรักเรื่องนี้มาก เเถมปมของเรื่องนี้ก็ยังมีอีกเยอะมากมาย อยากให้ไรท์แต่งไปเรื่อยๆเป็นหลายๆภาคเลยค่ะ เพราะถ้าเรื่องนี้จบเราคงหาอะไรอ่านเเนวๆไม่ได้อีกเเย้วว ไหนจะเรื่องรัชทายาทที่ยังไม่เคลียร์ เเละอีกมากมาย ดังนั้นไรท์แต่งเรื่องนี้หลายๆภาคน้าา พรีสส
    #7,208
    0
  14. #6825 OverOzone (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 08:25
    เหมือนตบตัวแล้วโดนลูบหลังเลย 5555
    #6,825
    0
  15. #6798 ปาท่องโก๋ใบเตย (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 07:16
    อิจฉา หวานจนมดกัดแล้ว อิจมากกกกกกก
    #6,798
    0
  16. #6640 mintraR (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 11:24
    สองสามีภรรยาคู่นี้เป็นอันตรายเกินไปฉลาดเกินไปเก่งเกินไป ว้อยยยยยยยคู่สร้างคู่สมไปไหน จะหวานไรจริงละท่านทั้งสองงงงงง
    #6,640
    0
  17. #6432 ducky08 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 08:28
    เสียดายลู่ซุนจัง ว่าแล้วว่าต้องไม่ธรรมดา
    #6,432
    0
  18. #6384 bb.smile (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 21:34
    ตลอดเลยนะ กำลังเครียดๆ มีบทหวานๆ มาตบท้าย เหมือนโดนลูบหัว เชอะ รอลุ้นมากเลยว่าสองคนนี้จะเป็นยังไงต่อไป
    #6,384
    0
  19. #6383 Sarun Yok (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 21:28
    แอร๊ยยยย หวานนนนน สรุปว่ากลับมาไฟว์กับรัชทายาทต่อ โรคแพ้รัชทายาทเดจากอะไรหนอ ค้างงง รอค่ะ สู้ๆนะคะไรต์ เป็นกำลังใจให้ เคลียร์งานแล้วรีบมาน้าาา >_<
    #6,383
    0
  20. #6277 snowmist (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 00:15
    เราอยากขอเสนอให้ไรท์เตอร์เปิดเพจใน Facebook ค่ะเนื่องจากเหตุผลดังนี้ค่ะ
    1.เราเป็นคนติดนิยายเรื่องนี้มากค่ะนอนดึกทุกวัน รีเฟรชช่วงดึกทุกวันตลอดเลยค่ะ
    2.เราเข้าใจค่ะเนื่องจากไรท์แจ้งว่าช่วงสิ้นปีงานยุ่งอาจจะมาอัพไม่ได้ทุกวันเหมือนเดิม ซึ่งแต่เดิมเราก็นับถือไรท์มากค่ะตั้งแต่ตามนิยายเรื่องนี้มาตั้งแต่ลง 4 บท จนทุกวันนี้ไม่นับที่ไรท์แจ้งว่าสิ้นปีงานจะยุ่ง ต่อเนื่องทุกวันไรท์มาลงไม่ขาดเลย มีขาดอยู่ 2 วัน (เนื่องจากป่วย และอีกวันถ้าจำไม่ผิดเนื่องจากธุระ) ซึ่งถือว่าน้อยมาก และมีวันที่ไรท์เบิ้ลลง 2 ตอน 2 วัน(วันแรกที่ลงนิยาย กับมีวันเสาร์นึง) และไรท์ก็เป็นคนแต่งที่ข้าน้อยนับถือเรื่องวินัยการลงนิยายมากค่ะ คาระวะตรงนี้หนึ่งจอก
    3.จากข้อสองและข้อสามทำให้บางทีข้าน้อยอยากให้ไรท์ช่วยเปิดเพจเผื่อวันไหนจะลงดึกมากหรือไม่ลง จะได้แวะมาแจ้งสักแปปนึง วันนั้นนักอ่านหลายท่านรวมข้าพเจ้าด้วยจะได้ไม่ต้องรอเป็นอันรู้กัน แล้วจะได้วนไปอ่านตอนเดิมๆรอแทน
    4.จะได้ไว้คุยแจ้งข่าว โปรโมท รวมถึงความคืบหน้าเผื่อออกหนังสือ การพูดคุยผ่าน Facebook ดูจะเป็นช่องทางที่สะดวกค่ะ
    ปล.ไม่รู้ไรท์จะได้อ่านความคิดเห็นนี้ไหม เพราะช่วงนี้ไรท์น่าจะยุ่ง บวกกับช่วงนี้มีนักอ่านเพิ่มขึ้นความเห็นเพิ่มขึ้นมากมาย แต่ยังไงก็รักน่ะ จุ๊บๆ จะติดตามจนออกเล่มเลยค่ะ
    ปล2.ช่วยออกเป็น e-book ด้วยน่ะค่ะ
    #6,277
    3
    • #6277-1 MooK_KunG_Zaa(จากตอนที่ 46)
      21 ธันวาคม 2559 / 00:25
      ไรท์เปิดแล้วค่ะ https://www.facebook.com/mywhynn/?notif_t=fbpage_fan_invite¬if_id=1482221820869866 ปกติก่อนหน้านี้ไรท์แจ้งในทวิต

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 ธันวาคม 2559 / 00:26
      #6277-1
  21. #6274 blackhome-aom (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 00:05
    แอบสงสารลู่ซุนและหมั่นไส้คู่สามีภรรยาเบาๆ 5555
    #6,274
    0
  22. #6273 melon (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 00:02
    ปูเสื่อรอ
    #6,273
    0
  23. #6272 Cry cat (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 23:25
    ถึงหมากตานี้จะพ่าย แต่ยังไม่ใช่หมากตายเสียหน่อย สู้ๆ!!!
    #6,272
    0
  24. #6269 Mongmong (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 23:07
    เบะปากกกก หมันไส้สองสามีภรรยา
    #6,269
    0
  25. #6264 Duklass (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 22:26
    เงินข้ามิใช่เงินข้าอีกต่อไป ตามสเต็ปพ่อบ้านปัจจุบัน 5555555
    #6,264
    0