ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 45 : ทางเดินสองเส้นริมแม่น้ำหลวนหลง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,588
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 213 ครั้ง
    17 ธ.ค. 59





         ตะวันฉายขึ้นปลายเมฆหลังฟ้าครึ้มจางลงแม่น้ำสายเล็กสะท้อนเปลวแดดระยิบระยับ แสงอาทิตย์สะท้อนเกราะใหญ่บนแผ่นอกทหารกล้า ไพร่พลทหารม้าชูธงต่างสียืนเรียงแถวแน่นขนัดเฝ้ารักษาการ กระโจมขนาดใหญ่ถูกกางขึ้นกลางวงล้อมของทหารทั้งสองฝ่าย  ผู้คนมากมายหากทุกสิ่งดำเนินไปอย่างเงียบงันไร้สรรพสำเนียง


        ไม่นานบนเนินเขาเขียวขจีทางทิศตะวันออกก็ปรากฏผู้คนบนหลังม้าศึกพ่วงพี ธงสีแดงจารึกอักษร'เทียนจิ้น' ปลิวไสว จากนั้นหลังแม่น้ำฝั่งทิศตะวันตกก็มีธงพื้นสีดำเขียนคำ'ไห่เยี่ยน'สะบัดขึ้นตามลม ไม่นานไพร่พลของทั้งสองก็ชักม้าเหยาะย่างมาจนถึงริมแม่น้ำสายเล็กอย่างรวดเร็ว


         ท่ามกลางกระบวนพลผู้ติดตามมากมายและทหารนับร้อย เสียงที่บังเกิดมีเพียงลมหายใจของม้าศึกลำตัวพ่วงพี แม่น้ำตื้นเขินเพียงชักม้าเหยาะย่างก็ข้ามไปยังกระโจมใหญ่ได้ง่ายดายหากคนกลับไม่ขยับเคลื่อนไหว เพียงปล่อยเวลาล่วงผ่านราวกับคิดวัดดูความอดทน


         “ข้าฉู่เมิ่งหลิว คารวะองค์รัชทายาทหวงไท่หยางแห่งเทียนจิ้น”


         ที่สุดจึงมีผู้ยอมเอ่ยปาก เป็นบุรุษหนุ่มวัยฉกรรจ์ไว้หนวดเรียวเหนือริมฝีปากท่วงท่าเปี่ยมอำนาจ ละมือจากบังเหียนม้าแล้วยกมือคารวะ เจ้าของดวงตาสีดำสนิทลึกล้ำมองผ่านผู้คนแล้วจึงทักทาย ไม่ผงกศีรษะน้อมคำนับ กระทำเพียงจ้องมองด้วยท่าทีห้าวหาญจริงจัง


         “หวงไท่หยางคารวะองค์ชายสาม อย่าได้มากมารยาท”


          เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคายยิ้มแย้มจนสามารถมองเห็นเขีัยวเล็กๆ ร่างสูงใหญ่สวมอาภรณ์รัดกุมสะบัดชายเสื้ออย่างสง่างามประสานมือคำนับตอบด้วยท่าทีเปิดเผยจริงใจ หากในดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นไร้รอยอุ่น ไม่ก้มหัวแม้อีกฝ่ายคล้ายมีอายุมากกว่า เพียงกวาดมองผู้คนเบื้องหน้าอย่างไม่ใส่ใจก่อนผายมือไปยังกระโจมสีขาว


         “เชิญทุกท่าน”




        ข้ารู้สึกหายใจไม่ออก..


       แสร้งหรุบตามองถ้วยชากรุ่นร้อนในมือคล้ายตั้งสมาธิหากในใจพลิกคว่ำพลิกหงาย ไม่เกี่ยวอันใดกับความล้าไปทั้งร่างเพราะไม่เจียมสังขารขี่ม้ามาร่วมเจรจา ยิ่งไม่เกี่ยวกับอาการคันเล็กๆน้อยๆเนื่องด้วยพันแผลไว้บนร่าง แต่เหตุที่ข้ารู้สึกคล้ายจะอยากลุกเดินหนี เป็นเพราะหนึ่ง สายตาของผู้คนที่จับจ้อง สองคนที่นั่งข้างตัว และสาม คนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม บัดซบ! นี่มาเจรจาศึกใช่หรือไม่! จะจ้องข้าเพื่ออันใด ข้าทราบดีว่าหวงเทียนหยางงามกว่าใครในสามภพ แต่ตอนนี้ใช่เวลาหรือที่จะมอง สนใจข้อตกลงง่ายกว่าไหม!


         ครุ่นคิดอย่างหงุดหงิดเดือดดาลหากไม่อาจอ้าปากอาละวาด ข้ากระทำได้เพียงรักษารอยยิ้มงดงามบนใบหน้าแล้ววางท่าไม่รู้สึกรู้สา ปล่อยเวลาล่วงผ่านไปกลางกระโจมใหญ่ หลังพบปะริมแม่น้ำ เหล่าผู้สูงศักดิ์แห่งสองแคว้นก็พร้อมใจกันมายังโต๊ะเจรจา ทัังสองฝ่ายประกอบด้วยตัวแทนของแต่ละแคว้น ฝั่งละสี่คนนั่งประจัญหน้า ทว่าอันใดคือความสนใจของพวกเขาข้ากลับไม่กระจ่างนัก..


          ยกชาขึ้นจิบพยายามสงบสติอารมณ์ ข้าทำได้เพียงขยับตัวใกล้คนขวามือมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่อิงแอบสามีเช่นนี้หาได้คิดออดอ้อนอวดความรักหวานชื่นต่อผู้ใด แต่คนรอบกายต่างหากบีบบังคับ


           เงยหน้าขึ้นพบพานดวงตาสีฟ้าสดจ้องเขม็ง คิดถึงคนด้านซ้ายมือโรคแพ้ไท่หยางก็เริ่มเล่นงาน คิดวางสายตาลงอีกด้าน กลับพบดวงตาใคร่รู้ขององค์ชายผู้หนึ่งเข้าพอดี คนจัดที่นั่งเช่นนี้กลัวข้าจะตายดีใช่หรือไม่?


         “องค์รัชทายาท สมควรได้เวลาแล้วพะยะค่ะ”


           เสียงคนกล่าวขึ้นหลังผู้คนเงียบงัน จู่ๆข้าก็รู้สึกรักใคร่ท่านรองเสนาบดีกลาโหมนามเว่ยเจิ้งยิ่งนัก แม้เมื่อวานเคยยั่วโทสะจนอีกฝ่ายผมแทบชี้ขึ้นฟ้าก็ตาม ข้าหันไปทอดสายตาขอบคุณบุรุษวัยไม้ใกล้ฝั่งที่นั่งอยู่ข้างกายหวงไท่หยาง แต่สบตารัชทายาทที่มองมาพอดี..บิดามันเถอะ


        “เชิญ” ข้าเบนสายตาหลบ หวงไท่หยางเองก็ละสายตาจากข้าครู่หนึ่งแล้วยิ้มแย้ม ท่าทีไม่บอกความนัย


        “ฝ่าบาท เอ่อ..” รองเสนาบดีกลาโหมอึกอัก คล้ายไม่ทราบจะทำเช่นไร


        “ท่านรองเสนาเว่ยร้อนใจไปไย ผู้ขอเจรจาย่อมต้องเป็นฝ่ายยื่นขอเสนอ ไห่เยี่ยนเองก็คงกำลังทบทวน'คำขอ'ของตนอยู่” ตรงข้ามหวงไท่หยางคือองค์ชายสามผู้นำฝั่งไห่เยี่ยน องค์รัชทายาทยิ้มแย้มอย่างมีไมตรีให้แม้คำพูดจะน่าตายยิ่งนัก แค่อ้าปากก็ทำร้ายผู้คนแล้ว เฮอะ ช่างน่านับถือยิ่ง


        “องค์รัชทายาทล้อเล่นแล้ว พวกข้าต่างหาดต้องรอฟังว่าเทียนจิ้นจะ'ขอ'สิ่งใดตอบแทน” ฉู่เมิ่งหลิวของไห่เยี่ยนกล่าวขึ้นอย่างสุภาพหากไม่คิดยอมแพ้ ได้ยินคำพูดนั้นแล้วไม่แปลกที่จะหนวดกระดิก ข้าเข้าใจเขายิ่งนักและนิ่งนั่งชมสงคราม


         “เทียนจิ้นไหนเลยจะต้องขอ ในเมื่อเป็นราคาที่ไห่เยี่ยนต้องสำนึกตนเองว่าจะจ่ายเยี่ยงไร ในการรุกรานแคว้นอื่น”


         “ไห่เยี่ยนเพียงต้องการดินแดนที่เคยเป็นของตนกลับคืน” หวงไท่หยางกล่าวจบคำ สุ้มเสียงดังราวกับคำรามนี้ก็ออกมาจากปากฉู่เหวิน องค์ชายเจ็ดใช้ดวงตาสีฟ้าเข้มมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเยียบเย็น ยึดมั่นในสิ่งที่เชื่อว่าเป็นของตนอย่างยิ่ง


         “ดินแดน..” หวงไท่หยางยิ้มอย่างอารมณ์ดีเมื่อได้ยิน ดวงตาคู่นั้นเหลือบมองเนตรสีฟ้าแปลกตาแล้วเลยผ่านราวกับไม่มีสิ่งใดน่าสนใจ “เทียนจิ้นครองพื้นที่แถบนี้มานับร้อยปี ผู้คนออกลูกหลานหลายชั่วอายุ ไหนเลยยังมีดินแดนของไท่เยี่ยนเหลืออยู่”


        “แม้ผ่านกี่ร้อยปีสิ่งที่เป็นของไห่เยี่ยนยังคงเป็นเช่นนั้น องค์รัชทายาทกล่าวเช่นนี้ย่อมหมายถึงยอมรับ เทียนจิ้นกล่าวว่าตนเป็นแว่นแคว้นสูงส่งกลับแย่งชิงดินแดนผู้อื่น เรียกผู้มาเอาคืนเป็นผู้รุกราน…น่าอายแล้ว”


            ฉู่เหวินกล่าวช้าๆ ดวงตาสาดประกายขบขัน กล่าวว่าน่าอายกลับไม่ระบุชัดว่าอับอายอันใด เรียกได้ว่ากระทบกระเทียบจนเล่นเอาท่านรองเสนาบดีอ้าปากค้าง ส่วนข้าผู้ชมก็คิดอยากปรบมือ เขาเล่นงานหวงไท่หยางได้เช่นนี้นับว่าน่านับถือ ส่วนข้านั้นแม้อยู่ฟั่งเทียนจิ้นยังอยากปรบมือ งานนั่งจิบชาทัศนาคนตบตีกันครั้งนี้นับว่าเปิดหูเปิดตาจริงๆ


         “เทียนจิ้นชิงดินแดนผู้อื่นเป็นประเทศสูงส่ง ไห่เยี่ยนชิงตีคืนกี่คราก็ไม่ได้ ข้าต้องยกย่องพวกท่านเป็นผู้แพ้ที่สูงส่งหรือไม่?”


         คิดเชยชมองค์ชายเจ็ดก็ต้องกราบกรานรัชทายาทเช่นกัน เขี้ยวพิษลงมือคราใดก็ไม่พลาดจริงๆ วาจานั้นทำให้ข้านับถือชาวไห่เยี่ยนอีกอย่างที่อดทนไม่ลุกมาต่อยตีหวงไท่หยาง ที่จริงคนยังนิ่งเฉยได้ก็น่านับถือแล้ว


         “คงมิบังอาจใช้ ไห่เยี่ยนหาได้พ่ายแพ้” แม้โกรธหากฉู่เหวินก็พยายามสงบ ดวงตาสีฟ้าเจือโทสะเบาบาง หากกล่าวออกมาอย่างไม่ยอมความ


         “เพียงแต่ถอยร่น รอเจรจาสงบศึก” หวงไท่หยางยิ้มมุมปากเผยเขี้ยวเล็กๆอีกครา เฮ้อะ ข้าเกลียดดีเอ็นเอคนสกุลหวง จะหล่อเร้าใจไปเพื่ออะไร “ไม่แพ้แล้วไยต้องเจรจา หากได้เปรียบไยไม่รุกต่อ รึองค์ชายเจ็ดปัญญาอ่อนทางการเมือง?”


         “องค์รัชทายาท”


          สุ้มเสียงของฉู่เมิ่งหลิวดังเป็นพิเศษเมื่อได้กดไหล่รั้งมิให้องค์ชายเจ็ดลุกมาอาละวาดต่อยตีผู้คนหลังถูกกล่าวหาว่าปัญญาอ่อน ผู้คนยังพยายามยิ้มแม้โกรธจนหนวดกระดิกอย่างน่านับถือ “ไห่เยี่ยนอยากสงบศึกด้วยใจจริงเช่นที่กล่าวไว้ในสาร มิได้คิดถกเถียงปะทะวาจา โปรดพิจารณาด้วย”


         “ข้าหวงไท่หยางทราบแล้วถึงเจตนาอันจริงใจของไห่เยี่ยน” องค์รัชทายาทยังคงยิ้ม คงเพราะเล่นงานคนไปแล้วรอยยิ้มนี้จึงดูน่าตายยิ่งกว่าเดิม ซ้ำหวงไท่หยางหันมามองข้าเล็กน้อยก่อนจะกล่าว “จึงได้เอ่ยปากถามว่าจะชดใช้เช่นไร”


         “สัญญาสงบศึกไม่รุกรานสามปี ไห่เยี่ยนจะคืนตัวเชลยศึกทั้งหมดรวมทั้งถอนทัพออกจากชายแดน”


          ช่างธรรมดาจนไม่น่าสนใจ ข้าเงี่ยหูฟังข้อเจรจาแล้วหลบตาองค์รัชทายาทผู้นี้ไปเสีย และหันไปเกี่ยวนิ้วหลินจวินเจ๋อซึ่งปั้นหน้าเคร่งใส่องค์ชายเจ็ดเบาๆแทนที่ ปล่อยให้หวงไท่หยางขูดรีดเลือดเนื้อผู้อื่นไปก็ภาวนาว่าอย่าลากเหล่าจือไปยุ่งเกี่ยวพลางๆ ขณะที่ดวงตาสีฟ้าคมวาวจ้องเขม็ง ฉู่เหวินแห่งไห่เยี่ยนมองมาที่ข้าด้วยแววตาซับซ้อนประการหนึ่ง


         “จื่อซิ่นเห็นเป็นอย่างไร?” บัดซบ กำลังภาวนาอยู่แท้ๆ เหตุใดจึงวกมาตรงนี้ได้ คนเจรจาหาใช่ข้าเสียหน่อย คิดพลางหันมองรัชทายาทซึ่งมีรอยยิ้มเย็นๆประดับเฉกทุกคราอย่างยุ่งยากใจนัก หวงไท่หยาง ไม่ยุ่งกับข้าสักนิดจะได้ไหม?


         “ฝ่าบาทคือผู้เจรจา ข้าผู้เป็นอ๋องมิกล้าสอดปาก” แปลง่ายๆว่าเรื่องของเจ้าข้าไม่ยุ่ง ละเว้นข้าเถอะ


         “เจ้าเองก็เป็นผู้ร่วมรบในสมรภูมิ ข้าย่อมอยากฟังความคิดเห็น” ใครไม่รู้ข้าก็รู้ว่าถูกเล่นงานอยู่ หวงไท่หยางงัดเอาวาจาเมื่อวานมาทำให้ข้าได้แต่นิ่งด้วยมิอาจตอบโต้ ใครว่าข้าเจ้าคิดเจ้าแค้นเพียงผู้เดียว หวงไท่หยางก็ด้วยมิใช่รึ เห็นแววตาอ่อนโยนนั้นแล้วช่างน่าขนลุกยิ่ง ทำเอาหนาวเหน็บไปทั้งใจ สยดสยองด้วยไม่รู้ว่าเขาไปหาหมอมารึยัง


         “หากกล่าวถึงเรื่องนี้ ผู้ใดจะชำนาญเท่าท่านแม่ทัพ ข้าเองหาได้มีส่วนร่วมอันใดมากมาย” ตัดสินใจยิ้มแย้มถ่อมตนแล้วข้าก็หันไปยิ้มให้หลินจวินเจ๋อ กระทำตนเป็นภรรยาที่ดีงามขณะยกสามีมาบังอย่างกล้าหาญเป็นที่สุด


          “ฐานที่มั่นหลายแห่งเสียหาย ต้องซ่อมแซมดูแลใหม่ เชลยศึกชาวไห่เยี่ยนที่เรากุมตัวไว้จะนำมาเป็นแรงงาน” แม้ทราบว่าข้าแค่ยกเขามาบังหน้าหลินจวินเจ๋อยังคงกล่าวรวดเร็วราวกับคำนวนไว้แล้ว ด้วยท่าทีจริงจังอย่างยิ่ง


          “ย่อมได้” ฉู่เมิ่งหลิวพยักหน้า เขาคงคิดแล้วไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอันใด ซ้ำทหารที่ซ่อมแซมฐานที่มั่นเหล่านี้ อาจมอบข้อมูลอันมีค่าแก่ไห่เยี่ยนได้..แต่ข้ากลับคิดว่ามันไม่ง่ายถึงเพียงนั้น


         “ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทั้งหมดรวมทั้งค่าอาหาร ค่ากินอยู่ของเชลยศึก ไห่เยี่ยนล้วนรับผิดชอบ”


           แม้ปกติวิวาทกันแต่ถึงเวลากลับรวมหัวกันขูดเลือดเนื้อผู้อื่น ข้ามองรัชทายาทกล่าวต่อแล้วไว้อาลัยคนแคว้นไห่เยี่ยนในใจ คิดแล้วว่าไม่ง่ายก็พบเป็นเช่นนั้นจริงๆ หลินจวินเจ๋อกับหวงไท่หยางมาจับมือกันขูดเลือดผู้อื่นเช่นนี้คนก็รับเคราะห์แล้ว สถานการณ์เรียกว่ารู้จักแยกแยะหรือไม่ ข้าไม่แน่ใจนัก รู้เพียงมันทำให้ใบหน้าขององค์ชายสามถึงกับเปลี่ยนสี


          “ได้”


          แว่วเสียงกัดฟันกรอดๆผสมมาจากทางคนตาฟ้าอย่างน่าเวทนา ดังนั้นข้าจึงเหลือบมองดู คิดเห็นใจเล็กน้อยกลับพบว่าฉู่เหวินจ้องหน้าข้าเขม็ง ให้เขาคิดแค้นข้าอาจรู้สึกดีกว่าก็เป็นได้ ด้วยความนัยบางอย่างจากสายตานั่นมันทำเอาข้าคิดว่าตัวเองเป็นคนเลวอย่างยิ่ง เป็นแววตาแบบแฟนหนุ่มตัดพ้อเวลาพบว่าข้ามีกิ๊ก..แต่เจ้าไม่ใช่นะ เดี๋ยว! หยุดมองแบบนั้น! หยุดหาเรื่องให้ข้าโดนเต่าหื่นกามเล่นงานจนก้นพังซะ


          “จื่อซิ่นมีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่?” คำถามช่วยชีวิตดังขึ้นทำให้ข้ารีบละสายตาทันที ข้าสบตาหวงไท่หยาง อย่างน้อยตอนนี้เขาก็เป็นมิตรกระมัง ยามทำเพื่อชาติคือเพื่อชาติ คิดดูแล้วอะไรที่ควรได้ก็ได้ ดังนั้นข้าจึงไม่มีสิ่งใดจะกล่าว


         “หากองค์รัชทายาทไม่มี ข้าก็ไม่มี”


         “ข้าคิดว่ามี” เพราะคนพูดไม่ใช่หวงไท่หยางแต่เป็นหลินจวินเจ๋อข้าจึงหันควับ คาดไม่ถึงว่าสามียังมีสิ่งใดติดค้างดังนั้นจึงขมวดคิ้ว ข้ารอฟังหากแต่คนกลับคว้าเอวไว้ แล้วจับจ้องไปที่ฉู่เหวินด้วยดวงตาคมปลาบซึ่งเต็มไปด้วยความไม่พอใจ


          “องค์ชายเจ็ดแห่งไห่เยี่ยน ลักพาตัวจวิ้นอ๋อง ทำร้ายร่างกาย..ท่านมีสิ่งใดจะปฏิเสธหรือไม่”


            ความเงียบคือคำตอบหลังจากนั้น น้ำเสียงถามของท่านแม่ทัพใหญ่ค่อนข้างกังวานหากนัยยะสำคัญยิ่งกว่า คำพูดนั้นทำให้ดวงตาของผู้ฟังทุกคนต่างมีแววครุ่นคิด สิ่งนี้เรียกว่าผู้คนบนโต๊ะเจรจาก็ทราบกันดีอยู่ แต่เมื่อข้ากลับมาแล้วต่างก็จงใจปล่อยผ่าน ไม่คิดว่าหลินจวินเจ๋อจะยังผูกแค้นเช่นนี้ หากมองไปเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ ลักพาตัวคนชั้นอ๋องซ้ำทำให้บาดเจ็บเช่นนี้หมายถึงหยามเกียรติราชวงศ์เทียนจิ้น นับว่าเป็นเรื่องที่ต้องกล่าวถึงหากคิดสงบศึกเจรจา ข้ารู้จากอ้อมแขนของหลินจวินเจ๋อว่าเขากำลังทวงความยุติธรรมให้ คิดให้คนผู้นี้ชดใช้ที่ทำให้ข้าบาดเจ็บและมีรอยแผล แต่เขาจะให้ชดใช้ด้วยอะไร ข้ายังไม่แจ้งใจนัก..


       “ข้าเชิญจวิ้นอ๋องมาดื่มชา”


        บางทีข้าก็นับถือกับความหน้าทนของฉู่เหวินจริงๆ..


         บรรยากาศเคร่งเครียดกลับกลายเป็นกระอักกระอ่วน ต่างฝ่ายไร้วาจา คิดโกหกก็ต้องยืนยันไปจนตลอดแม้เรื่องราวจะเผยออกมาเช่นไร ฉู่เหวินคงยึดถือเช่นนี้จริงๆคนหน้าด้านผิดปรกติจึงได้นิ่งไม่ระคายชวนให้ลงมือทำร้ายยิ่งนัก องค์ชายเจ็ดมีท่าทีเฉยชายามดวงตาของทุกคนจ้องมองมา ใบหน้าใต้หน้ากากเงินไม่แสดงอารมณ์แต่กลับทำให้รู้สึกว่ากำลังถูกหัวเราะเยาะอย่างน่าประหลาด


        “ท่านคิดจ---“


        “ท่านแม่ทัพหลิน” องค์ชายเจ็ดตัดบทเร็วรี่ด้วยดวงตาวาววับ “ข้าทราบว่าท่านคิดสิ่งใด แต่ฉู่เหวินผู้นี้ช่วยนำเทพโอสถมารักษาพิษในตัวจวิ้นอ๋อง หรือนี่ยังมิใช่การตอบแทน?”


       “พิษ—ท่านอ๋องถูกพิษได้อย่างไร…”


        เห็นเว่ยเจิ้งโวยวายแล้วข้าก็กระพริบตา มองเห็นท่าทีแตกตื่นของเขาที่สุดจึงทราบว่าหลินจวินเจ๋อต้องการสิ่งใด..


         ไห่เยี่ยนกับเทียนจิ้นตกลงสงบศึก นี่หมายถึงเป็นพันธมิตรกันแม้ชั่วคราวก็ตาม หากอ๋องผู้หนึ่งถูกพิษแล้วท่านมียารักษา ไม่เอาออกมาได้หรือ วันนั้นยามหนีออกมาจากค่ายฉู่เหวินเองก็ใช้เรื่องนี้ขู่ข้า หลินจวินเจ๋อรู้ว่าเขามียาจึงจงใจใช้สถานการณ์บีบบังคับอีกฝ่ายให้คายมันออกมาโดยการเผยเรื่องนี้ต่อหน้าผู้คน แม้แต่ฉู่เหวินเองก็ทราบดีจึงจงใจเอ่ยปากให้ทุกคนได้รู้ บุรุษเจ้าของดวงตาสีฟ้าเข้มหรี่ตาลงช้าๆแล้วแสร้งถอนใจ


           “เข้าใจดีว่าท่านแม่ทัพร้อนใจ แต่ข้าไม่สามารถบังคับเทพโอสถ ท่านปรุงยาตามแต่ตนเองอยากจะปรุง ซ้ำจวิ้นอ๋องถูกพิษมาก่อนหน้าแล้ว ไม่เกี่ยวกับไห่เยี่ยนแต่อย่างใด”


          “แล้วรอยนิ้วที่ลำคอก็ไม่เกี่ยวกับเจ้างั้นหรือ?”


           ฉู่เหวินวางท่าช่วยไม่ได้ หากหลินจวินเจ๋อไม่คิดยอมความ ไม่ทันข้าจะได้ซาบซึ้งที่สามีคิดอ่านแทนตน สุ้มเสียงแฝงความโกรธก็ดังขึ้นทันที  หลินจวินเจ๋อผู้ได้ฟังวาจาไร้ความรับผิดชอบคำรามออกมาด้วยความไม่พอใจ เขาปวดใจกับรอยนิ้วมือบนลำคอของข้าเพียงใดก็ทราบในยามนี้  ครู่หนึ่งที่คำถามนั้นเรียกดวงตาสีฟ้าเข้มอันแฝงความละอายใจทอดมองมา อีกทางเมื่อหวงไท่หยางได้ฟังก็นิ่วหน้า เขาจ้องผ้าพันแผลบนคอข้าเขม็ง


           “เป็นเรื่องราวอันใด?” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนอันไร้ก้นบึ้งทอดมองมา ตาคู่นั้นบอกว่าเขาสนใจ ให้ความสนใจหากมิได้ห่วงหา แต่กลับ..


           “ในศึกสงคราม ผู้ใดจะไม่ได้รับบาดแผล” ข้าไม่มองตาอสรพิษคู่นั้น ไม่อยากคาดเดาความคิดหวงไท่หยางในยามนี้ แม้อยากหาย แต่ก็ไม่ตอบอีกฝ่ายถึงเรื่องราวทั้งหมด เรื่องข้าถูกทำร้ายร่างกายนับว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยหากเทียบกับสิ่งที่หลินจวินเจ๋อต้องการ แม่ทัพใหญ่อยากได้ยาถอนพิษจากฉู่เหวิน ข้าทราบ แต่หากข้าได้ยาแล้วใครจะรับประกันว่าหวงไท่หยางไม่คิดลงมืออีก เขาอาจสั่งคนมาฆ่าแทนก็เป็นได้ ดังนั้นที่ข้าควรทำคือไม่ถือสาเท่านั้น กับยานั่นข้าเชื่อว่ามันต้องมีวิธีอื่น..


           “อาซิ่น…”


            “ถูกต้องเช่นที่ท่านอ๋องกล่าว ในการศึกมีหรือจะไร้บาดแผล” ข้าขอกล่าวอีกครั้งว่าเจ้านี่เป็นคนหน้าหนา ซ้ำอุกอาจเรียกชื่อข้าอีกแล้ว นี่มันชวนแตกแยกชัดๆ


             ข้าคิดไม่ถือสา เก็บเรื่องนี้ไว้หากองค์ชายเจ็ดดูจะไม่ยอมความง่ายๆ ฉู่เหวินสะบัดหน้าลุกแล้วยิ้มมองข้าด้วยแววตามีเลศนัยบางอย่าง “แต่ด้วยจวิ้นอ๋องเป็นบุคคลสำคัญ ข้าลงมือหนักไปจริงๆ..ดังนั้นจึงไดัแต่จัดของกำนัลมาขอโทษแล้ว..”


            องค์ชายเจ็ดแห่งไห่เยี่ยนผายมือไปยังทางเข้ากระโจมด้วยท่าทีสบายๆ ข้าเองก็หันไปด้วยอยากทราบคนผู้นี้คิดสิ่งใดอีก ทว่าเมื่อเห็นร่างน้อยๆที่เดินเข้ามาก็ชะงักไปในทันควัน


         เด็กหนุ่มน้อยดวงตาใสซื่อวงหน้างดงามคนนี้เป็นใครข้าจำได้ดี หากเขากลับเปลี่ยนไปด้วยใบหน้านั้นมอมแมมทั้งยังดูอิดโรยยิ่งนัก ดวงตาคู่นั้นลึกโหล ปรือขึ้นมองทุกคนอย่างเชื่องช้าแล้วมองเลยผ่านคล้ายไม่สนใจ คล้ายจะตายด้านต่อทุกสิ่ง เพียงจากกันไม่กี่วันเด็กน้อยผู้สดใสคนนั้นกลับถูกทารุณเพียงนี้..


           ข้าสูดหายใจลึก มองลู่ซุนที่ถูกพาตัวเข้ามาแล้วหันกลับไปจ้องสบดวงตาสีฟ้าเข็มคู่นั้นด้วยแววตาเย็นยะเยียบ


         “นี่น่ะหรือของขวัญขององค์ชาย?” ข้ามองลู่ซุนที่ถูกคุมตัวโดยมู่เซินตาไม่กระพริบ ถามไถ่ประชดประชันทั้งยังเผื่อแผ่แววตาเยือกเย็นไปยังใบหน้าเย็นชาของหวังอี้เสี่ย ในใจข้าไม่มีความรู้สึกใดให้นอกจากโทสะที่ล้นมากลางอกซึ่งต้องพยายามข่มลงไปอย่างยากเย็นยิ่งนัก


           “เด็กน้อยผู้นี้…?” องค์รัชทายาทแห่งเทียนจิ้นเอ่ยถามขึ้นมาเบาๆ


            “คนของข้า ฝ่าบาท”


            ข้ารับสมอ้างเอาลู่ซุนมาเป็นของตัวเองโดยไม่อาย ประกายโทสะเย็นเยียบยิ่งมากเมื่อนึกว่าเด็กน้อยผู้นี้สละตนเองเพื่อข้ามากแค่ไหน การเจรจานี้คิดไม่อยากวุ่นวายคงเป็นไปได้ยากแล้ว มีคนทำตัวให้ข้าอยากถีบก้นมีหรือจะไม่สนอง องค์ชายเจ็ดเจ้าเป็นคนหาเรื่องเอง เพราะงั้นก็จงเตรียมตัวไว้!


           “เรื่องคนล่วงเกินข้าผู้เป็นอ๋องไม่คิดใส่ใจ เรื่องเชิญข้าไปดื่มชาข้าก็น้อมรับ จะอย่างไรนี่คือสงครามมิใช่การละเล่นของเด็กน้อย บุรุษผู้หนึ่งมีแผลบนตัวสองสามแห่งหาใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แต่การทำร้ายคนพิการผู้หนึ่ง..ไม่ทราบว่าองค์ชายเจ็ดใช้หลักการอันใด?”


          “ข้า—“


          “เด็กคนนี้อายุเพียงสิบกว่าปี” ข้ากล่าวขึ้นด้วยเสียงอันดังขัดคอฉู่เหวินอย่างไม่ไว้หน้า จ้องเขาด้วยรอยยิ้มหวานที่ไปไม่ถึงดวงตาอันบ่งบอกว่ามีโทสะ “ซ้ำยังเป็นใบ้ พูดไม่ได้ ร่างกายหรือก็อ่อนแอ ทรมารเด็กชายผู้หนึ่งจนมีสภาพเช่นนี้ นี่หรือนักรบ ใช่ละอายใจบ้างหรือไม่ กระทำจนคนของข้ามีสภาพเช่นนี้หรือกล้าเรียกว่าของขวัญ องค์ชายเจ็ด ท่านคิดชดใช้อย่างไร?”


            “ชดใช้? เหตุใดข้าต้องชดใช้ สายลับย่อมถูกสืบสวนเป็นเรื่องปกติ จวิ้นอ๋องเองก็กล่าวว่านี่คือสนามรบ ในสนามรบไร้กฏเกณฑ์ ไร้ปรานี ท่านไม่คิดถือสาบาดแผลตน กลับสนใจบาดแผลผู้อื่น หรือคิดทวงถามเช่นนี้กับทหารทุกคนในกองทัพ เรียกให้ชดใช้กับคนของตน เช่นนี้เรียกยุติธรรมกับทหารนายอื่นหรือไม่?”


          คนกล่าวยียวนคล้ายบันเทิงใจที่ทำข้ามีโทสะได้ ข้ามองฉู่เหวินซึ่งยังคงท่าทีกวนใจยิ่ง เขาไม่กลัวถูกต่อว่า ดวงตาสีฟ้าเต็มไปด้วยความถือดีสาดประกายพึงใจ คำกล่าวยิ่งฟังมายิ่งชวนมีโทสะ ข้าตระหนักแล้วว่าสำหรับคนผู้นี้ ขอเพียงให้ข้าหันไปมอง ใช้วิธีการใดเขากลับไม่ลังเล


           แต่ข้าจะทำให้เขารู้ การเอาลู่ซุนมาข่มขู่ข้า นี่เป็นวิธีที่ผิดมหันต์


         “ข้ากล่าวไปแล้วว่าเขาคือคนของข้า องค์ชายควรร่ำเรียนมาบ้าง น่าจะเข้าใจความต่างของทหารผู้มีนายคือฮ่องเต้เจ้าชีวิตกับเด็กรับใช้ส่วนตัวของอ๋องผู้หนึ่งกระมัง หรือหากมิกระจ่าง ข้าขอกล่าวว่านายผู้ปกป้องคนของตนไม่ได้ ย่อมมิควรค่าในการรับใช้” ไล้ปลายนิ้วลงบนขอบถ้วยชา แล้วข้าจึงยิ้มหวานอย่างยิ่ง แสร้งเอียงคอมองอย่างสงสัยใคร่รู้เป็นที่สุดแล้วกระตุกมุมปาก


         “อีกอย่าง กล่าวถึงสายลับอันใด สายลับนั้นใช้สืบข่าวและโจรกรรใช่หรือไม่ ข้าไม่เข้าใจว่าเพียงติดตามจวิ้นอ๋อง เหตุใดเด็กรับใช้ผู้หนึ่งจึงกลายเป็นสายลับ มิใช่ว่าองค์ชายเจ็ดเพียงแค่ชวนข้าไปจิบชาหรอกหรือ?”


       ข้าสบตาสีฟ้าคู่นั้น เอ่ยถามอย่างปลอดโปร่งขณะใช้คำพูดของฉู่เหวินเล่นงานเขากลับไป องค์ชายเจ็ดเอาลู่ซุนมาเล่นงานข้า คิดเอาเด็กน้อยผู้นี้มาแลกเปลี่ยนเรื่องยารักษา เขาอยากให้ข้าเลือกระหว่างลู่ซุนกับเทพโอสถ เขาคิดจะใช้ยาเป็นข้อต่อรองให้อยู่เหนือข้าจวิ้นอ๋อง ไม่ให้หลินจวินเจ๋อหรือแม้กระทั่งหวงไท่หยางเรียกร้องอะไรกับเทียนจิ้นได้อีก ด้วยเขาทราบดีว่าข้าจะต้องเลือกลู่ซุน..


       ฉู่เหวินคาดไว้ไม่มีอันใดผิด เขาทำเพื่อแคว้นตนย่อมไม่ผิด คิดว่าข้าจะเลือกลู่ซุนย่อมถูกต้อง ข้ายอมเสียเปรียบได้เพราะเด็กคนนี้คือผู้มีพระคุณ ข้ายังจะยอมถกเถียงกับหวงไห่หยางด้วยซ้ำ แต่เขาพลาดที่เล่นงานเด็กคนนี้ เขาทำผิดเพราะลงมือกับลู่ซุน ดังนั้นข้าจึงไม่คิดยอมความ


       องค์ชายเจ็ด เจ้าผิดเองที่ทำให้ข้าโมโห!


       “องค์ชายเพียงเชิญข้าไปจิบชา ลู่ซุนเป็นเด็กรับใช้ข้าย่อมตามไป ลู่ซุนแค่รินชาให้ข้ากลายเป็นสายลับได้อย่างไร เขาทำสิ่งใดได้กัน และหากลู่ซุนเป็นสายลับ เช่นนั้นแสดงว่าที่เชิญข้าไปจิบชา แท้จริงแล้วเป็นการลักพาตัวคิดใช้เป็นตัวประกันข่มขู่ สุดท้ายพลาดถูกเด็กน้อยคนหนึ่งตบตาจึงนำมาทารุณระบายแค้น นักรบผู้กล้าของไห่เยี่ยนคิดได้เช่นนี้…ช่างน่าขันยิ่งนัก!”


         “จื่อซิ่นกล่าวได้ประเสริฐ” หลังโมงยามแห่งความเงียบงันลอยผ่าน หวงไท่หยางก็หัวเราะและกล่าวขึ้น องค์รัชทายาทแห่งเทียนจิ้นยิ้มแย้มด้วยท่าทีเป็นมิตร หากดวงตาสีน้ำตาลเข้มอันไร้ก้นบึ้งกลับยากจะหยั่งถึง ปลายนิ้วเรียวยาวปัดผ่านถ้วยชาอย่างอ้อยอิ่งก่อนจะยกขึ้นจิบและทอดสายตามองไปยังฉู่เหวินเงียบๆ


       “เมื่อเรื่องราวเป็นเช่นนี้ องค์ชายเจ็ดคิดลักพาตัวจวิ้นอ๋อง หรือทำร้ายเด็กรับใช้ผู้หนึ่งดี?”


         คำถามนี้ฟังดูไม่แตกต่าง แต่แท้จริงกลับส่งผลแตกต่าง หากกล่าวว่าลู่ซุนเป็นสายลับ ย่อมหมายถึงลักพาตัวจวิ้นอ๋อง มิอาจใช้ข้ออ้าง'ดื่มชา'อันใดได้อีก เช่นนี้เทียนจิ้นจะขอให้ชดใช้ด้วยเหตุทำร้ายร่างกายข้า ต้องเสาะหายามาให้ล้วนง่ายแสนง่าย หากรับคดีทำร้ายเด็กรับใช้ ก็ต้องชดใช้ให้กับจวิ้นอ๋องเช่นกัน คิดเอามาขู่ข้ากลับได้ผลเช่นนี้ ฉู่เหวินจึงกระทำได้เพียงนิ่งเงียบ จ้องผู้กล่าวเขม็ง แต่ดวงตาสีฟ้าเข้มเจิดจ้านั้นมิอาจข่มให้หวงไท่หยางละสายตาลง


        “ข้าฉู่เหวินเสียมารยาทแล้ว จวิ้นอ๋องคิดอยากให้ชดใช้เช่นใด?”


       ในที่สุดเขาก็ยอมแพ้ ข้ายิ้ม สีหน้าคล้ายลำบากใจอยู่บ้าง “ข้าผู้เป็นอ๋องมิใช่คนโหดร้ายทารุณ คงไม่อาจหักใจเรียกร้องสิ่งใดร้ายแรง..ลู่ซุนของข้าถูกทำร้ายเช่นใด ขอผู้ที่ลงมือกับเขาพบเจอสิ่งเดียวกันเป็นพอ”


         ฉู่เหวินแห่งไห่เยี่ยนมองข้าด้วยแววตากรุ่นเคืองแต่ข้าไม่สน เพียงมองมู่เซินด้วยสายตาเย็นชา ใบหน้ายิ้มแย้มหากแต่ไม่ยิ้ม เห็นความตกตะลึงวาบผ่านดวงตาคู่นั้นแล้วจึงยกมุมปากขึ้น เหยื่อของคำพูดนี้จะเป็นใครไม่ได้นอกจากมู่เซิน ข้ารู้ดี จะว่าข้าโหดร้ายก็ได้ แต่สิ่งที่เขาทำกับลู่ซุนก็โหดร้ายเช่นกัน ทั้งนี้ยังเป็นการแก้แค้น..


        หน้าเหมือนหวังอี้เสี่ยแล้วอย่างไร เขาเหมือนคนผู้นั้นมากนักแล้วอย่างไร ข้าจำได้เพียงการปรากฏตัวแต่ละครั้งของมู่เซินทำให้ข้าพบเจอความลำบากไม่จบสิ้น โกหกข้า หลอกข้า ลักพาตัวแล้วยังทำร้ายลู่ซุน ถ้าเหล่าจือไม่แก้แค้น อย่าได้เรียกข้าว่าเหลียงจื่อซิ่น!


        “ข้าจะส่งองครักษ์เฉินไปเป็นสักขีพยาน”


        “หวงเทียนหยางขอบพระทัยองค์รัชทายาท”


        ช้าประสานมือค้อมศีรษะให้หวงไท่หยาง เห็นรอยระลอกคลื่นบนดวงตาคู่นั้นปรากฏอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงจางหาย องค์รัชทายาทยังคงยิ้มแย้ม ข้าเองก็ยิ้มแย้ม แต่ต่างฝ่ายก็รู้ว่ารอยยิ้มนี้เย็นยะเยือกปานใด


      ไม่ใช่แค่เล่นงานฉู่เหวิน ไม่ใช่แค่จัดการมู่เซิน ไม่ใช่ให้ไห่เยี่ยนจนมุม แต่ข้าและหวงไห่หยางก็ลงมือให้ต่างฝ่ายต่างรู้ว่าตนหาได้ง่อยเปลี้ยเสียขา



       สงครามกับศัตรูภายนอกจบลงแล้ว หากสงครามในราชสำนักยังต้องเดินต่อ เขาไม่เลิกรา ข้าก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน!


      “เรื่องนี้จบลงแล้ว กล่าวถึงการเชื่อมไมตรีของทั้งสองแคว้น หากจะสานสัมพันธ์ด้วยการแต่งงาน องค์รัชทายาทคิดเช่นไร?”


       ฉู่เมิ่งหลิว องค์ชายสามกล่าวขึ้นด้วยหัวข้อใหม่แต่ข้าหาได้คิดให้ความสนใจ ใครจะแต่งกับใครก็ช่างเถิด รู้เพียงใครสอดมือมายุ่งกับข้ามันต้องเจอดีเท่านั้นเป็นพอ


        หลินจวินเจ๋อลุกขึ้นไปแจ้งทหารให้เข้ามาพาตัวลู่ซุนไปดูแล ส่วนข้านั่งจิบช้าเงียบๆ เมินมองไม่สนใจดวงตาที่จ้องมองมาของฉู่เหวิน เขากล่าวว่าชมชอบข้า ยามนี้ความชอบคงกลายเป็นชังไปแล้วกระมัง


      คนที่เจ้าชมชอบนั้นเจ้าคิดเจ้าแค้นเช่นนี้นั่นล่ะ จำเอาไว้



++++++++




จบครบ100%แล้วค่ะ โหมดอาซิ่นพิโรธต้องมา ทั่นพี่รีบลุกเลย/ผิด
ส่วนซาวด์เสียงเรื่องหนังสือก็ขอส่องเรื่อยๆ จะถึงร้อยไหมงานนี้55

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 213 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13650 DARA T. (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:57
    แม่ หน่องโกรธแทนมากอะ เขาทำร้ายยัยตัวเล็กอะแม่ หน่องแบบ ไปกระทืบมันแม่!!!!
    #13,650
    0
  2. #13587 Party1 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 21:04
    งามมากค่ะ 555
    #13,587
    0
  3. #13561 ununchuahong (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 13:23
    คนมีเสน่ห์ ใครๆก็ชอบมอง5555
    #13,561
    0
  4. #13471 toki226 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 07:53
    โอ๊ยยยยยย ทำไมรู้สึกเคมีองรัชทายาทกับองค์ชายเจ็ดเข้ากั๊นเข้ากัน 55555555
    #13,471
    0
  5. #13434 ploybrf2 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 04:54
    จอบอ่า:)
    #13,434
    0
  6. #13367 พญานก T^T (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:06
    ปากคอเราะร้ายลึกซึ้งยิ่ง
    #13,367
    0
  7. #13193 EiInthuon (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 16:27
    ถ้าองค์รัชทายาทได้แต่งกับองค์ชายเจ็ด คงจะเป็นมวยที่ถูกคู่น่าดู
    #13,193
    0
  8. #12993 เมมฟิส (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 18:08
    อาซิ่นจัดการแก้แค้นได้ดีมากๆ      ฉูเหวินวางแผนผิดมากๆ
    #12,993
    0
  9. #12900 มูตี้ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 12:49
    ^_____^
    #12,900
    0
  10. #7813 ✚ADAM (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 03:04
    อย่าทำให้อาซิ่นโกรธเชียวววว
    เออะ เรื่องแต่งงาน คงไม่เกี่ยวอะไรกับอาซิ่นเนอะ
    #7,813
    0
  11. #7785 katekate (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 23:21
    ท่านแม่ทัพ นั่งเงียบๆ แต่กินเรียบนะครัช นายเอกอยู่ในมือ โฮะๆๆ บ่ต้องตบตีกะคัย สบายจุง
    #7,785
    0
  12. #7438 Shenoraq (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 01:24
    โดนตอกกลับกันถ้วนหน้า
    #7,438
    0
  13. #7203 TOEY_KCR (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 09:36
    เริดดด นายเอกไหวพริบดีมากก เเต่คนนอกไม่น่ากลัวเท่าคนในหรอกค่ะ เรื่องในราชสำนักคงจะเป็นประเด็นอีกนาน
    #7,203
    0
  14. #6663 เพนกวิ้น (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 12:48
    ใคร ใคร ใครแต่งงาน!
    #6,663
    0
  15. #6632 mintraR (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 10:58
    อาซิ่นก็ยังฉลาดและหัวไวเหมือนเดิม เหมาะแก่ท่านแม่ทัพยิ่งนัก โฮๆๆๆๆ
    #6,632
    0
  16. #6267 Mongmong (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 22:51
    ใครจะแต่งงานนนนน ม่าายยยย
    #6,267
    0
  17. #6234 168999au (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 15:05
    ชอบบบบบบบบ
    #6,234
    0
  18. #6227 PollyisCurious (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 07:07
    รวมเล่มเถอะนะคะคุณนักเขียน
    รับรองว่าซื้อแน่นอนค่ะ T-T
    #6,227
    0
  19. #6203 [Artom] (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 15:09
    กล้ารังแกเด็กในสังกัดอาซิ่นเหรอ เดี๋ยวรู้เลย
    #6,203
    0
  20. #6181 KTsung (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 11:27
    ทำท่านอาซิ่นโกรธ หน้าหวังอี้เสียนก็เถอะ ตายเรียบ 😂😂 
    ส่วนท่านเต่าน้อยก็ห่วงเมียจริงๆ แต่น่าสงสารยังไม่ได้ยามา รอต่อไป สู้ๆ
    รวมเล่ม รอค่า 🙋
    #6,181
    0
  21. #6171 +:XiaoYue:+ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 09:01
    ใครจะแต่งกับใครอย่าบอกนะ..ฉู่เหวินจะมาทวงสัญญา. เสนอตัวเป็นสาวใช้อุ่นเตียงให้อาซิ่น...555
    #6,171
    0
  22. #6108 Prawpak (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 21:39
    ถ้าไม่ฮาเร็มก็สนแน่นอนค่ะ ออกมากี่เล่มๆก็ไม่หวั่น
    #6,108
    0
  23. #6087 ริปไทด์ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 20:30
    อย่าลองดีกับอาซิ่น หึหึ
    #6,087
    0
  24. #6053 so_candy<3<3 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 19:42
    อาซิ่นเจ้าช่างร้ายกาจยิ่งนัก
    #6,053
    0
  25. #6031 Furuno (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 18:39
    ว๊ายยยย
    อาซิ่นเราจัดหนักจ้า 
    หุหุหุหุห
    #6,031
    0