ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 44 : ท่านรู้สึกผิดต่อข้าจริงหรือไม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,696
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 202 ครั้ง
    15 ธ.ค. 59





      “องค์รัชทายาทให้ผู้ติดตามอีกขบวนแยกไปเมืองถานเฟิ่ง ยามนี้เข้าพักที่จวนเจ้าเมืองแล้ว”


       ความมืดปกคลุมทั่วฟ้า ยามค่ำคืนมาถึงแล้วพร้อมแสงจันทร์นวล เปลวเทียนระริกไหวสาดแสงให้ความสว่างภายในกระโจมใหญ่ของแม่ทัพแดนใต้  เจ้าของสุ้มเสียงนี้เป็นใครไม่ได้นอกจากจวิ้นอ๋องหวงเทียนหยาง ร่างงามในชุดนอนสีขาวเอนกายอยู่บนเตียงที่ปูลาดด้วยพรมขนสัตว์และหมอนใบใหญ่ เส้นผมดำสนิทราวผ้าไหมปล่อยยาวสยาย ดวงตาคู่งามจับจ้องกระดาษเซวียนซือในมือที่เป็นรายงานถูกเขียนไว้ละเอียดยิบ


        “อืม..”ผู้ได้ฟังเพียงรับคำราวมิได้ใส่ใจนัก  จะหาบุรุษใดอยู่ในกระโจมยามนี้ไม่ได้อีกนอกจากแม่ทัพใหญ่หลินจวินเจ๋อ ร่างแกร่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงข้างกายฮูหยินคนงามด้วยท่าทีเคร่งขรึมจริงจังยิ่ง ดวงตาคมปลาบจ้องมองแผ่นหลังบอบบางในเสื้อคลุมขาวเบื้องหน้า พลันรู้สึกหน้ามืดเล็กน้อยยามเห็นเส้นสายงดงามบนร่างอรชร แม่ทัพหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอ ขณะเลื่อนมือลงต่ำตามใจคิด


       “มียอดรักของท่านอยู่ในนั้นด้วย..อือ ต่ำลงอีกหน่อย” ดวงตาคู่งามปรือต่ำลงอ่านรายงานในมือพลางเปิดปากสนทนาต่อ ก่อนจะนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่ามือคู่นั้นไม่ได้ดั่งใจ ปากส่งเสียงตำหนิไปพลางก็พลิกกระดาษพลาง หาได้รับรู้ว่าผู้ถูกใช้งานอยู่ในสภาวะเช่นไร


        แท้จริงผู้ใดจะไม่รู้ ทราบดีแต่ข้าไม่สนใจต่างหาก


        ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยขณะฝ่ามือคู่นั้นเลื่อนต่ำลงไปยังบั้นเอวแล้วออกแรงนวดเบาๆให้อาการเมื่อยขบคลายลง ผู้ที่ขวัญกล้าออกปากใช้งานท่านแม่ทัพใหญ่มานวดเอวตัวเองนอกจากข้าคงไม่มีใครแล้ว แต่จะทำไมล่ะ นอกจากเป็นแม่ทัพกับอ๋องแล้วยังเป็นสามีภรรยา แค่ปรนนิบัติภรรยาตนเองมีอันใดไม่ได้ ซ้ำนี่แค่การแก้เผ็ดเล็กๆน้อยๆเท่านั้น


         คิดพลางพลิกกระดาษอ่านหน้าถัดไปอย่างอารมณ์ดียิ่ง หลังผ่านช่วงบ่ายที่ต้องนั่งหลังแข็งถกเถียงกับข้าราชสำนักที่หวงไท่หยางพกพามา โต้เถียงจนปากเปียกแฉะกำจัดเรื่องคิดปลดหลินจวินเจ๋อออกจากตำแหน่งแล้วคนไยตอบแทนมิได้ ไม่ต้องกล่าวว่าอาการปวดเอวนี่เป็นท่านแม่ทัพใหญ่ลงมือเอง ดังนั้นหลังสะสางข้อราชการหมดสิ้นและร่วมงานเลี้ยงยามเย็นเรียบร้อย ข้าก็ใช้ฐานะภรรยาของตนเองสั่งการอย่างอาจหาญ สามีตัวดี อาบน้ำเสร็จแล้วมานวดเอวให้ข้าซะ!


       “นางมิใช่ยอดรักข้าแล้ว” ละออกจากภวังค์เมื่อสามีข้างกายซึ่งนั่งตีสีหน้าเคร่งเครียดปานสนทนาเรื่องการรบกล่าวขึ้น ข้าหัวเราะแผ่วเบาเมื่อได้ยินคำนั้น ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าพาดลงบนตักเป้าหมายอย่างจงใจก่อกวนแล้วยิ้มออกมา


        “แต่ยังทราบดีว่าข้ากล่าวถึงใคร”


        “ฮูหยิน…”


        “ข้ามิได้คิดต่อว่าอันใด แค่แจ้งให้ท่านทราบเท่านั้น”


         ฟังเจ้าของสำเนียงแผ่วเบาราวกับกลัวว่าข้าจะไม่พอใจแล้วจึงกล่าว ดวงตาจ้องมองกระดาษในมือต่อไป ไม่คิดเอาเรื่องที่เอ่ยปากมาเป็นข้อโต้เถียงตามที่พูด แท้จริงข้าไม่รู้สึกแปลกใจอันใดที่หวงไท่หยางพาจ้าวลี่เซียนมาด้วย โอกาสดีขนาดนี้ไม่นำพาคนมาก่อกวนให้วุ่นวายสิถึงนับว่าน่าประหลาดใจ หวงไท่หยางจะมีไพ่วิเศษอันใดซ่อนอยู่ข้าไม่รู้ หรือคิดแค่วางแผนยุให้แตกแยกก็มิทราบ แต่สำหรับข้าเรื่องแม่นางจ้าวผู้นั้นจบลงนับแต่นางนั่งเกี้ยวเข้าประตูวังของหวงไท่หยาง นางทำได้มากที่สุดก็เพียงกระตุ้นให้หลินจวินเจ๋อหวั่นไหววุ่นวาย แต่มิอาจเป็นคู่ต่อสู้ได้อีก


         คิดพลางเหลือบมองเสี้ยวหน้าคมคายใต้แสงเทียนซึ่งฉายแววเคร่งขรึมแล้วยิ้มน้อยๆ หลินจวินเจ๋อยังมีท่าทีราวกับกลัวข้าไม่สบายใจ ข้ารู้..นับแต่กลับมาจากค่ายของพวกไห่เยี่ยน เขาให้ความสำคัญกับข้ามากเพียงใด ยามนี้ไม่จำเป็นต้องพูดมาก ซักไซ้เอาคำตอบเรื่องสถานะความสัมพันธ์อีก ข้าก็ทราบว่าตนมีสิ่งใดอยู่ในมือ ดังนั้นการคิดกังวลเรื่องแม่นางจ้าวจึงนับว่าไร้สาระ


         คู่ต่อสู้ที่ลงจากเวทีไม่นับว่าเป็นคู่ต่อสู้ สตรีนางนั้นแม้เคยเป็นที่รักเพียงใดก็เพียงแค่'เคยเป็น' เท่านั้น


        “เหวินเฉินส่งจดหมายมาแจ้งว่าจัดที่พักรับรองแล้ว นับว่ารัชทายาทยังไม่เลอะเลือนถึงขั้นพาสาวงามมาในกองทัพ แต่ด้วยฐานะผู้ตรวจการ พาอนุภรรยามามีอันใดมิได้ ให้รออยู่ที่เมืองถานเฟิ่งนับว่าเหมาะสม”


         “เรื่องหลังจากนั้นเป็นท่านใคร่ครวญดูว่าจะทำตัวเช่นใดก็แล้วกัน ข้าเพียงกล่าวกระตุ้นเตือนไว้ให้ระวัง อีกฝ่ายคิดจัดการให้ท่านลงจากตำแหน่ง มีผู้เพ่งเล็งคิดฟ้องร้องอยู่ หากพลาดพลั้งเรื่องนี้ แม้พยายามช่วยก็ทำได้ยาก”


          กล่าวเรียบร้อยพลางยื่นส่งจดหมายไปยังข้างกายซึ่งแม่ทัพใหญ่นั่งนิ่งเคร่งขรึม หลินจวินเจ๋อเลิกนวดเอวแล้วหากขมวดคิ้วจ้องมองมาอยู่นาน เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคายหลุบตาลง ดวงตาคู่นั้นหลบอยู่ใต้เปลวเทียนข้าจึงไม่อาจเห็นว่ามันแสดงอารมณ์เช่นใด จึงเปลี่ยนมาใช้เท้าจิ้มหน้าขาเขาเบาๆประท้วงให้มือไม้ขยับ


       “อาซิ่น” คนเริ่มขยับต่อทำให้ข้าพยักหน้า แรงนวดที่เอวส่งออกมาอย่างพอดีทำให้ข้าครางเบาๆในลำคอรับ รู้สึกถึงมือหนาที่จับเท้าข้าวางเป็นที่เป็นทางและถามเบาๆ “เจ้าไม่รู้สึกหึงหวง ไม่พอใจ?”


        “เหตุใดข้าต้องไม่พอใจ?” เรื่องยังไม่ทันเกิดจะให้โวยวายอันใด ส่วนหึงหวง..ฟังดูไร้สาระยิ่งนัก “ข้าแค่กล่าวเตือนถึงปัญหากระตุ้นให้ท่านระวังตัว ยังมิใช่แม่เสือสาวที่ต้องถือไม้นวดแป้งไล่ฟาดกบาลสามี”


         “….หึงหวงเช่นนั้นฟังดูประเสิรฐกว่า” อันใด? อยู่ด้วยกันมานานไม่คิดชอบถูกหึงหวงแต่พอได้จับข้ากลืนลงท้องแล้วอยากถูกคนตะบึงตะบอนใส่ขึ้นมาหรือ ข้าฟังเจ้าคนที่พลิกลิ้นรวดเร็วแล้วยิ้มน้อยๆ


         “สองเดือนก่อนผู้ใดประกาศจะขอหย่ากล่าวว่าข้าทำผิดกฏเจ็ดข้อเป็นภรรยามีจิตหึงหวงขัดขวางสามีคิดรับอนุ…เฮ้อ..เวลาผ่านไปรวดเร็วนัก” แสร้งทอดถอนใจมินำพาอาการของสามีเบื้องหน้าแล้วข้าก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านรายงานใต้แสงเทียนต่อ “ท่านควรดีใจที่ภรรยาไม่ทำตัวน่ารำคาญเช่นนั้นอีก”


        “ข้าผิดไปแล้ว”


        น้ำเสียงนั้นมีแววรวดร้าว คนพูดทำสีหน้าเช่นใดข้ามิทราบ หากคาดล่วงหน้าแล้วว่าคงหางลู่หูตก ข้ายิ้มไม่ใส่ใจกริยานั้นด้วยมิใช่เรื่องต้องกล่าวปลุกปลอบ ปล่อยเขาคิดมากสำนึกผิดไปมีอันใดไม่ดี เสียใจ..ก็จงเสียใจไปเถิด เหล่าจือมิใช่คนใจหินแต่ก็ไม่ใจดีเช่นกัน ที่ผ่านมาเขาทำตัวแล้งน้ำใจกับคนงามไว้ก็มาก หากยกโทษปล่อยผ่านเรื่องราวไปง่ายๆจะสำนึกตัวได้อย่างไร


         “ก็ดี..แม้ผ่านมายามนี้แล้วถึงคิดได้ว่าควรขอโทษก็ตาม”


         “อาซิ่น..”


         “ท่านระวังตัวไว้ อย่าให้รัชทายาทสบโอกาสหาเรื่องเอาได้ ข้อหาเป็นชู้กับภรรยาผู้อื่นนั้นยากจะช่วยเหลือ”


       “ข้าไม่มีทางทำตัวเช่นนั้น”


       “ดีแล้วที่ท่านคิดได้ รักลึกซึ้งแต่ไร้วาสนา เสียแล้วก็จงห้ามใจ”


        “อาซิ่น..” ถ้อยคำแฝงอารมณ์ลึกซึ้งๆดังขึ้นเบื้องหลัง ดูราวคนกล่าวเองก็มิทราบจะเอ่ยเช่นใดถึงความผิดตนในอดีต ระหว่างที่ข้ากำลังคิดว่าเอาคืนหนักไปหรือไม่ นิ่งไปอึดใจเจ้าของร่างแกร่งก็เป็นฝ่ายขยับมากอดไว้ในอ้อมแขน กายสูงใหญ่แนบชิดกอดกระชับ ใบหน้าซบลงกับซอกคอที่เส้นผมค่อนข้างชื้นจากการอาบน้ำ “ข้า..แม้ที่ผ่านมาจะมิใช่ตัวดีอันใด แต่ก็มิใช่ตัวบัดซบที่มีภรรยาแล้วยังนอกใจ”


          “อ้อ…” แล้วที่ผ่านมานั่นเห็นคนงามเป็นของตั้งโชว์ในจวนหรือ ช่างไม่น่าเชื่อถืออย่างยิ่ง คำพูดที่คุยกันบนเตียงต้องหารความจริงออกสี่ส่วน ข้าชัดเจนมานานแล้วจึงกระทำเพียงยิ้มเฉย ด้วยไม่ได้คาดหวังแต่แรกจึงไม่นำพาสนใจมากนัก คำหวานเป็นของธรรมดาสำหรับคู่รักเพิ่งได้กกกอดสานสัมพันธ์กัน หากคิดถือเป็นจริงเป็นจัง ชีวิตที่เหลือคงได้นั่งน้ำตานอง


        “ฮูหยิน..ที่ผ่านมาเจ้าแค้นข้าหรือไม่?”


         ฟังคำถามแปลกหูข้าก็กระพริบตาปริบๆ “หากแค้นท่าน จะวุ่นวายถึงเพียงนี้เพื่ออะไร ปล่อยให้รัชทายาทเล่นงานท่านไม่ดีกว่าหรือ”


         “ยิ่งเจ้าดีกับข้า ข้ายิ่งรู้สึกผิดต่อเจ้า” ข้าได้ฟังแล้วหัวเราะ


         “บางที..นี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ข้ารู้สึกโกรธ..” เนตรงามแลสบเจ้าของอ้อมกอดช้าๆ จ้องมองในระยะเพียงลมหายใจคั่นแล้วจึงถอนหายใจ “ท่านรู้สึกผิด ท่านขอโทษ..หลายครั้งแล้ว นับแต่วันที่ข้าถูกเสี่ยวเฉียววางยา”


         “หลินจวินเจ๋อ ข้าไม่ตำหนิท่านถึงเรื่องที่ผ่านมา เราทั้งคู่เองก็ทำผิด ข้าบังคับใจท่าน ไม่ผิดที่ท่านจะแล้งน้ำใจต่อข้า เมื่อข้าเปลี่ยนไปท่านก็เปลี่ยนตาม นี่หาได้เป็นเรื่องน่าแปลกอันใด อดีตเป็นสิ่งที่ผ่านไปแล้ว มิอาจแก้ไข แต่บางครั้งข้าก็อยากถาม หากข้ายังทำตัวเช่นเดิม ท่านจะเอ่ยปากขอโทษหรือไม่ หากข้าไม่เปลี่ยน ท่านจะรู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่ผ่านมาหรือเปล่า รึเป็นเพราะยามนีัท่านชมชอบข้าแล้วจึงต้องการได้รับการให้อภัย และหากมิได้รู้สึกอันใดก็ไม่คิดว่าตนได้ทำผิดต่อข้าเช่นเดิม”


         กล่าวออกไปอย่างรวบรัดหมดจดแล้วข้าจึงขยับตัวออกห่าง นี่ไม่ใช่คำถามในฐานะเหลียงจื่อซิ่นเเต่เป็นคำถามที่ข้าอยากทราบในฐานะหวงเทียนหยาง ความรู้สึกขัดข้องเช่นนี้จะเกิดขึ้นทุกคราที่เอ่ยถึงเรื่องในอดีตกับหลินจวินเจ๋อ แม้สิ่งที่เขากระทำต่อหวงเทียนหยาง ข้าคนนอกไม่อาจกล่าวยกโทษหรือเคืองเเค้นอย่างแท้จริง แต่หากมาขอโทษหรือรู้สึกผิดได้เพราะข้า เป็นเพราะข้าหวงเทียนหยางที่เปลี่ยนไป หาได้รู้สึกผิดกับจวิ้นอ๋องคนเมื่อสองเดือนก่อนหน้า นี่มิใช่เป็นเรื่องบัดซบสำหรับคนงามหรอกหรือ ขอโทษสักพันครั้งจะมีประโยชน์ที่ใด


          กล่าวอย่างสั้นๆ ข้าต้องการความรู้สึกผิด ข้าอยากให้เขาขอโทษเพราะทำผิด มิใช่ขอโทษเพราะชอบหวงเทียนหยางคนนี้


       “อาซิ่น..ข้า-“


       “เรียกข้าว่าหวงเทียนหยาง”


        หลินจวินเจ๋อชะงักเล็กน้อย คนขมวดคิ้วคล้ายไม่ทราบว่าแตกต่างกันที่ใดแต่ก็พยักหน้า “เทียนหยาง..ข้า..แม้ไม่เข้าใจนัก ด้วยในสายตาข้าเจ้าก็คือเจ้า แม้นิสัยเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ตาม แต่หากเจ้าถามถึงตนเองยามนี้ กับตนเองในอดีต ข้าก็จะตอบมัน”


         “หากเป็นหวงเทียนหยางก่อนหน้า ข้าคงไม่ขอโทษ” ดวงตาคมวาวจ้องมองมาไม่กระพริบ คำพูดของเขาราวกับสะท้อนเข้ามาในอก ด้วยมันทำให้หัวใจเต้นแรงจนเจ็บ ราวกับหวงเทียนหยางได้ฟังอยู่


          “ข้ารู้สึกว่าข้าไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกบังคับ ถูกแย่งชิงความสุขในชีวิต ดังนั้นจึงไม่คิดว่าตนทำผิดที่ใด ข้าจงใจรานน้ำใจเจ้าด้วยซ้ำ เพราะอาจทำให้เจ้าทนไม่ไหวแล้วปล่อยข้าไปในสักวัน แต่ข้าเองก็ทราบดีว่าตนเองได้กระทำผิด หลายสิ่งที่ข้าทำล้วนผิดต่อเจ้า แต่ก็จงใจไม่ขอโทษ ไม่ละอายใจ บางทีข้าอาจเพียงไม่อยากนึกถึง และหลับหูหลับตาทำไปเรื่อยๆ ครั้งนั้นที่เจ้าถือสมุดบัญชีมา เอ่ยปากกถามว่าเคยละอายใจบ้างหรือไม่ นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่ถูกเจ้าสะกิดเตือน..”


           “กล่าวไปแล้วคงคล้ายคำแก้ตัว แต่ข้าคงไม่พูดจริงๆ ข้ารู้สึกผิดแต่ไม่เอ่ยปากขอโทษคงไม่ต่างจากไม่สำนึก ไม่แปลกอันใดหากเจ้าจะรู้สึกขุ่นเคือง    ที่แล้วมาคนไม่กล่าวข้าก็แสร้งนิ่งเฉย แต่เจ้าทำให้ข้าคิดเอ่ยปากขอโทษ  ทำให้ข้ารู้ว่ารู้สึกผิดแค่ในใจหาได้มีประโยชน์อันใด ลูกผู้ชายกล้าทำ ต้องกล้ารับ”


          “ขัารู้สึกผิดไม่ใช่เพราะเจ้าเปลี่ยนไปหรอก หวงเทียนหยาง แต่เจ้าทำให้ข้าออกปากขอโทษเท่านั้นเอง ที่ข้าชมชอบเจ้าก็เป็นเรื่องหลังจากนั้น หาได้เกี่ยวข้องกับความรู้สึกผิดใดๆ..ไม่น่าให้อภัยจริงๆ”


         ไม่น่าให้อภัยแล้วส่งสายตาอ้อนวอนมาทำไม เฮอะ คนผู้นี้


          ข้าสบตาคู่นั้นด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มประดับอยู่เช่นเคย หัวใจที่เคยระอุด้วยความรู้สึกกรุ่นๆ จางลงไปแล้วและเหลือเพียงความเข้าใจ สิ่งที่หลินจวินเจ๋อพูดมิได้น่าฟังกว่าปกติหรือทำให้เขากลายเป็นคนดีขึ้นมา ตรงกันข้ามท่านแม่ทัพกลายเป็นคนสองมาตรฐานอย่างชัดเจน คนปากไม่ตรงกับใจนี่แค่ไม่ขอโทษไม่ใช่ไม่รู้สึกอันใด แค่นี้ก็พอแล้ว ข้าพอใจที่ทำให้ต่อมสามัญสำนึกเต่าซื่อบื้อนี่ทำงาน แค่ตอบมาว่ารู้สึกผิด รู้ตัวว่าผิด..เท่านั้นข้าก็พอใจ และคิดว่าหวงเทียนหยางคงจะพอใจ


        “ขอบคุณที่ท่านพูดความจริง” ข้าหลับตาลง หัวใจที่เต้นแรงสงบลงแล้วและรู้สึกผ่อนคลายกว่าที่เคย


         “เจ้า..โกรธข้าหรือไม่..เทียนหยาง”


         “เรียกอาซิ่นเถอะ” ลืมตามาสบตาคู่คมที่ฉายแววฉงน หากข้าก็หัวเราะแล้วเขี่ยแผ่นอกหนาอีกฝ่ายเล่นอีกครา “ข้าไม่โกรธแล้ว ที่ผ่านมาก็แค่ข้องใจ ไม่มีอะไรแล้ว”


         “เรื่องอดีต…” สามีส่งเสึยงพึมพัมหากไม่ลืมกอดไว้แน่นหนา ข้าเงยหน้า ปรือตามองปลายคางที่ปรากฏไรหนวดจางๆ แล้วเอื้อมมือลูบสัมผัสเบาๆ


         “แล้วไปเถอะ”


        อดีตผ่านไปแล้ว เรื่องมันผ่านไปแล้ว ไม่อาจเปลี่ยนอะไรได้ ข้าเองก็มิใช่หวงเทียนหยาง สิ่งที่จะทำให้มีเพียงจำกัด ก็เหมือนตอนเผากระดาษเงินทองให้คนงามนั่นล่ะ ข้าทำได้เท่านั้น ตอนนี้ก็เช่นกัน ข้าทำได้เพียงรู้ว่าที่ผ่านมาหลินจวินเจ๋อรู้สึกผิดจริงๆ


       “ท่านบอกว่าชมชอบข้าด้วย” เวลาผ่านไปอึดใจใหญ่จนชวนอึดอัด ข้าก็หัวเราะ ส่งแววตาล้อเลียนไปให้


        “อ่ะ…เอ่อ..” หลินจวินเจ๋อคล้ายไม่ทันตั้งตัวก่อนจะหน้าร้อนวาบ ข้าเห็นชัดเจนภายใต้เเสงเทียนว่าสามีหน้าแดงก่ำถึงใบหู เงอะงะอย่างน่าเอ็นดูยิ่ง “ข้า..นับจากนี้จะไม่ทำให้เจ้าเสียใจอีก”


       “หือ..?” ข้าไม่แปลกใจที่อีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่อง หากคำเฉไฉกลับสร้างรอยยิ้ม


        “จากนี้ข้าจะไม่ทำให้เจ้าเสียใจอีก”


        ดวงตาคู่คมทอประกายวาววับ ความจริงจังแผ่ออกมาทั้งน้ำเสียงและดวงตา อ้อมแขนหนากอดรัดข้าแน่นขึ้น ให้คำสัญญาอย่างหนักแน่นจริงจังเป็นที่สุด


       “หากอยากให้ข้าเชื่อก็แสดงให้เห็น”


        คำหวานลมลอยหรือมีค่าน่าเชื่อถือ ข้ายิ้มน้อยๆกล่าวตัดบทอย่างรวบรัดแล้วผละออกมา ใช้ปลายเท้าเขี่ยคนตรงหน้าออกห่าง เรื่องราวยังอีกนาน อนาคตไม่มีอะไรแน่นอน หากหลินจวินเจ๋อคิดเช่นนั้น ข้าก็จะรอดูว่าเขาทำได้หรือไม่


        “พรุ่งนี้เจรจาศึกแล้ว ดูจากสถานการณ์พวกเขาคงคิดสงบศึกจริงๆ”


         “เจ้าสืบทราบสิ่งใดมาบ้าง?”  รู้สึกได้ว่าผู้ฟังยังไม่พอใจนัก แต่ยามนี้คุยเรื่องบ้านเมืองจะเฉไฉก็ไม่ควร แม้หลินจวินเจ๋อจะยังคาใจ แต่ก็ยอมขยับออกห่างและเปลี่ยนมานวดเอวให้ข้าอย่างสามีที่ดี


         “กษัตริย์แคว้นไห่เยี่ยนอายุมากแล้ว ยามนี้ทราบข่าวว่าเจ็บหนัก การชิงตำแหน่งรัชทายาทเข้มข้นขึ้น…” ข้ากล่าวพลางกวาดสายตาอ่านรายงานในมืออีกครั้ง “พวกเขาคงไม่คิดก่อสงครามยามนี้ คิดทุ่มเทกับการชิงบัลลังก์ องค์ชายสามที่ยกทัพมาช่วยเหลือดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในผู้มีสิทธิ์ได้ชัยชนะ..มีเทพสงครามอยู่ในมือถือว่าได้เปรียบไม่น้อย”


        “ที่เหลืออีกสองคนคือองค์ชายคนโตดำรงตำแหน่งรัชทายาท และองค์ชายสี่บุตรของสนมคนโปรด ฉู่เหวินแม้มิใช่ผู้มีสิทธ์ชนะ แต่กำลังทหารในมือก็มิใช่สิ่งที่จะมองข้าม คงไม่พ้นถูกเรียกตัวเข้าเมืองหลวง สถานการณ์เช่นนี้หากเปิดเจรจาก็เป็นผลดีกับเทียนจิ้นเสียแปดส่วน”


       “ด้วยเหตุนี้จึงยื่นข้อเสนอขอเจรจาสินะ” น้ำเสียงผู้กล่าวฟังแล้วแฝงแววเยาะ หลินจวินเจ๋อแค่นเสียงออกมา “ยามรบศพทหารกองสูงเท่าภูเขา หาได้ใส่ใจ ยามนี้คิดหยุดสงครามกลับง่ายดายยิ่ง”


       “ผู้เจรจาคือหวงไท่หยาง ข้าไม่คิดว่ามันจะง่ายดายเช่นนั้น ” พอทราบดีอยู่ถึงอารมณ์คั่งแค้นของเหล่าทหารชาญศึก ข้าจึงมิได้ออกปากตำหนิอันใด “สงครามแม้เกิดด้วยเหตุผลไหน ที่ยุติคือโต๊ะเจรจา คนตายน้อยลงเป็นเรื่องเลวร้ายที่ใด รอดูว่าคนผู้นั้นจะฉกฉวยผลประโยชน์ใดมาให้ดีกว่า”


       “เรื่องเช่นนี้เจ้าดูเชื่อใจเขา”ได้กลิ่นน้ำส้มจางๆจากคนที่กำลังนวดเอวซ้ำแรงนวดหนักขึ้น ข้าร้องฮึ


        “มิฉะนั้นตำแหน่งของเขาจะมั่นคงเช่นนี้หรือ”


        แคว้นไห่เยี่ยนมีเรื่องพี่น้องชิงบัลลังก์ เทียนจิ้นหรือจะมีองค์ชายเพียงหนึ่ง ในความทรงจำของหวงเทียนหยาง ราชโอรสใต้บัลลังก์ฮ่องเต้หวงจื่อหานมีหลายพระองค์และล้วนโดดเด่นต่างกันไป ทว่าหวงไท่หยางกลับนั่งในตำแหน่งรัชทายาทอย่างมั่นคงยิ่ง มิใช่เพียงเพราะมีพระประสูติกาลจากฮองเฮาของแผ่นดิน แต่เป็นเพราะความสามารถที่มีอยู่ แม้นิสัยเช่นไรแต่ก็รัชทายาทก็เป็นอัจฉริยะจริงๆ ครานี้ไห่เยี่ยนต้องรับมือกับตัวเช่นนี้ ข้ารู้สึกดียิ่งนักที่เป็นแค่ผู้นั่งชม


         “ได้ยินว่าเจ้าให้แม่ทัพโม่ไปท่องกฏกองทัพให้เขาฟัง”


          คิดถึงเรื่องนี้แล้วข้าหลุดหัวเราะออกมา “เขาเป็นฝ่ายออกปากเอง”


         “เจ้าต้องลำบากเพราะข้าแล้ว” ดวงตาคู่คมทอแววลึกซึ้งขณะจ้องมองมา ข้าเห็นดังนั้นก็เอากระดาษเซวียนซือในมือตีใบหน้าอีกฝ่ายเบาๆ


          “สู้อุตส่าห์ช่วยข้าออกมาถึงขนาดนั้น ผู้ใดจะแล้งน้ำใจ ปล่อยท่านถูกเล่นงาน”


          “ข้าไปเพราะห่วงเจ้า” น้ำเสียงเจือออดอ้อนยังผลให้ใบหน้าข้ามีรอยยิ้มหวานประดับ


          “ภรรยาทราบแล้ว รู้สึกขอบคุณสามียิ่งนัก”


         “แต่ข้ายังไม่ไว้ใจ พรุ่งนี้เจ้าต้องระวังให้มาก” ข้ารู้สึกถึงปลายจมูกที่ซุกข้างแก้มแล้วดมดอมเบาๆก็ยิ้ม ยกมือผลักเสามีอย่างไม่จริงจังนัก ส่วนการพบปะข้าไม่คิดกังวลเรื่องพวกนี้ หลังหวงไท่หยางเอ่ยปากจะเจรจา พรุ่งนี้มีการพบปะที่ข้างแม่น้ำหลวนหลงชายแดนของทั้งสองแคว้น ผู้คนมากมายคอยรักษาความปลอดภัยยากจะมีอันตราย


        “ท่านเองก็ไปด้วยมิใช่หรือ” คนยังซุกเล่นไม่ยอมไปข้าก็คร้านจะปัด เมื่อไม่ปัดทิ้งอีกฝ่ายก็ย่ามใจเลิกนวดเอวหันมาอุ้มไว้แทน ข้าปล่อยให้หลินจวินเจ๋อดึงตัวไปซบอกอย่างว่าง่าย คิดให้กำลังใจหน่อยหลังทำสามีเสียขวัญ ปลายนิ้วจึงเขี่ยแผ่นอกหนาเล่นเย้าหยอกอีกครา


         “พวกไห่เยี่ยนมากเล่ห์กลอุบาย ข้าไม่ไว้ใจ โดยเฉพาะองค์ชายเจ็ดผู้นั้น” เสียงทุ้มต่ำดังอยู่ข้างหู แล้วริมฝีปากหนาก็จูบต้นคอเบาๆอย่างรักใคร่


          “อืม ฉู่เหวินผู้นั้นหน้าทนจริงๆ” ข้าเชยชมองค์ชายเจ็ดและหัวเราะ “แต่วันพรุ่งนี้ ผู้ที่รับมือเขาคือหวงไท่หยาง มิใช่ข้า”


         “องค์ชายเจ็ด” สุ้มเสียงเคร่งนั้นตามมาด้วยแรงขบเบาๆที่ใบหู กลิ่นความหึงหวงของใครบางคนลอยมา


          “แค่ชื่อ ข้าเรียกไม่ได้หรือ?”


          “ข้ายังแปลกใจว่าเขาเรียกชื่อเจ้า ดูแล้วระหว่างถูกคุมตัว คงสนิทสนมกันไม่น้อย”


          ยังคาใจหึงหวงจริงๆเสียด้วย ข้าเหลือบมองเสี้ยวหน้าคมคายของบุรุษผู้กอดตนไว้ด้วยแขนสองข้าง แผ่กลิ่นอายอันไม่น่าดูชมออกมา เห็นแล้วชวนให้เกิดความคิดชั่วร้าย อยากกลั่นแกล้งอย่างยิ่ง “พอข้าไม่หึงหวง ครานึัท่านกลับหึงหวงแทนหรือ?”


          “ถ้าบอกว่าใช่ ฮูหยินจะรำคาญใจหรือไม่?”


         เจ้าของอ้อมแขนนั้นชะงัก เงียบไปพักใหญ่คล้ายคาดไม่ถึงว่าจะถูกถาม ข้าผู้หวังว่าจะได้ยินวาจาปากไม่ตรงกับใจอย่างทุกทีชะงัก คำตอบนี้ของหลินจวินเจ๋อชวนคาดไม่ถึง และยิ่งได้แต่นิ่งงันเมื่อเห็นแววตาจริงจังคู่นั้น


           “อย่ามากไปกว่านี้ก็แล้วกัน”


          ข้าใช้ปลายนิ้วเขี่ยบางสิ่งที่นูนออกมาใต้ชั้นเนื้อผ้า ยิ้มแย้มและขีดเส้นให้คนขี้หึงทราบอย่างชัดเจน ให้เขาหวงพอน่ารักเช่นนี้ถือว่าดีอยู่ หลังกล่าววาจาจริงจังแล้วจึงได้ทีกระทำตนเป็นคนลามก


           “รวมถึงเจ้า’สิ่งนี้’ด้วย”


           “ฮูหยิน”


           “เอวข้ายังปวดอยู่เลย มานวดต่อซะ” กล่าวจบแล้วข้าก็ขยับตัวนอนอย่างเกียจคร้าน คว่ำหน้าอ่านรายงานอย่างว่องไวและหาได้รู้สึกผิดที่ไปเขี่ยเจ้าเต่าน้อยในกระดองให้โผล่หัวขึ้นมา


           “อาซิ่น..” สุ้มเสียงอ้อนนั่นมันอะไร มือหนานวดบั้นเอวหากข้ารู้สึกว่ามันต่ำลงจนกลายเป็นการลวนลามกันเสียแล้ว เจ้าเต่าหื่นกามนี่ เมื่อวานถล่มเหล่าจือไปแล้วยังไม่หยุดอีก!


          “พรุ่งนี้ข้ายังต้องขี่ม้าไปร่วมฟังการเจรจา  ท่านพี่คงไม่อยากให้ข้าอับอายต่อหน้าผู้คนใช้หรือไม่?” หื่นก็ส่วนหื่น ใครที่ไหนอยากจะก้นพังไปขี่ม้า ข้ายังไม่เสียสติขนาดนั้น


          “ฮูหยินขี่ม้ากับพี่มิใช่หรือ” มือหนายังคงลามปามลากลงมาที่สะโพกแล้วนวดคลึงอย่างอุกอาจนอกร่มผ้า


           “ท่านกลัวไม่ถูกหวงไท่หยางกัดเอาหรือจึงได้ยื่นเรื่องให้เขาเช่นนั้น ซ้ำพรุ่งนี้มีรองเสนาบดีกลาโหมไปด้วย…ไม่ควร..อ่ะ—“ กระดาษรายงานถูกแย่งชิงออกไปพร้อมความรูุ้สึกจั๊กจี้ที่ต้นคอจากไรหนวดสากระคาย  ทั้งยังจูบซ้ายป่ายขวา ข้าร้องประท้วงในลำคอ ครานี้ทราบแล้วว่าเจ้าลูกเต่าจอมหื่นกามเริ่มหน้ามืดเสียแล้ว


          “ข้าไม่สน สามีภรรยาขี่ม้าตัวเดียวกันนับเป็นอย่างไร” สุ้มเสียงที่ข้างหูนั้นแผ่วเบาราวกับกระซิบ ริมฝีปากหนาจูบเบาๆย้ำออดอ้อน ”เจ้าชอบเฮยจื่อมิใช่หรือ”


            เห็นข้าเป็นเด็กรึอย่างไรจึงคิดว่าจะหลอกล่อกันด้วยของเล่น ข้าเบี่ยงแก้มหลบริมฝีปากซุกซนของสามีอย่างไร้ประโยชน์ก่อนจะพึมพัม “ข้าลายพร้อยไปทั้งตัวแล้ว..”


            “ข้าจะไม่กัด” เสียงจุ๊บดังขึ้นเบาๆเมื่ออีกฝ่ายจูบซ้ำที่รอยแดงข้างลำคอขาว เมื่อไม่มีผ้าพันแผล ร่องรอยแดงและรอยขบกัดหลายจุดบนหัวไหล่แผ่นอก และต้นคองามระหงจึงปรากฏชัด


            “ท่านรึจะไม่กัด” ข้ามองค้อนใส่สามีที่มีนิสัยชอบกัดคน กัดแล้วกัดอีกจนคอข้ายับไม่มีชิ้นดี


            “ท่านพี่จะระวัง..” หลินจวินเจ๋อยังพึมพัมออดอ้อน ข้าคิดจะลุกแต่เป็นไปไม่ได้เสียแล้วเมื่อร่างสูงใหญ่ดึงดันทาบกายลงมาคร่อมทับ เจ้าหมอนวดส่วนตัวละทิ้งหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ซ้ำยังเบียดส่วนสำคัญที่แข็งขึงจนร้อนผ่าวแนบสะโพก


           “เพราะฮูหยินแกล้งข้าจึงกลายเป็นเช่นนี้..” เจอกันครู่เดียวแต่เจ้าติดนิสัยหน้าหนาของฉู่เหวินมาแล้วหรือ ข้าตวัดสายตามองค้อนสามีตัวดี มากล่าวหาข้าได้ยังไง หื่นกามอยู่แล้วแต่แรกแท้ๆ!


           “ผู้ใดแกล้งกัน ข้าบอกให้ท่านนวดเอวต่างหาก..!!..” ข้าบ่นพลางสะดุ้งเบาๆเมื่อมือหนาสอดเข้ามาในเสื้อนอน ปลายนิ้วเกี่ยวยอกอกแล้วขยี้เบาๆอย่างชั่วร้ายเป็นที่สุด เล่นเอาสั่นเยือกไปทั้งตัว ข้าสูดหายใจลึก พยายามบอกตัวเองให้กดสันดานหื่นกามลงไปก่อนจะเป็นเรื่อง ไม่อยากรนหาที่ตอนนี้แน่ๆเพราะ… “เมื่อคืนท่านก็ข่มเหงข้ามาทั้งคืนแล้วนะ!!”


            “แค่สามรอบเอง” แล้วเจ้าได้คิดไหมว่าทำสิ่งใดไปบ้าง ไม่กี่รอบนั่นกับร่างกายของคนงามที่ยังเป็นมือใหม่มันรับภาระหนักไม่รู้หรือไร บัดซบ เหล่าจืออยากไปวาร์ปร่างตัวเองมาไล่ปล้ำท่านแม่ทัพตรงหน้าจริงๆ


           “ท่านนี่มัน…ชาติก่อนก็ข่มเหงข้าแบบนี้รึ” เสื้อแสงเริ่มหลุดลุ่ยแล้ว ข้าขมวดคิ้วบ่นประท้วงสามีขณะคิดหาทางเอาตัวรอด อย่าได้กล่าวว่าข้าท่าดีทีเหลว ร่างกายคนงามเป็นเช่นนี้ไหนเลยทำอันใดได้ดั่งใจ เจอความอึดของหลินจวินเจ๋อแล้วข้าอาจได้ตายก่อนสิ้นชีพเพราะยาพิษ


         “ชาติหน้าท่านพี่ก็จะข่มเหงเจ้าเช่นนี้..” ทำไมจู่ๆกลายเป็นกล่าวคำหวาน เพราะถูกรุกเร้าอยู่เช่นนี้แน่ๆข้าจึงหน้าแดงวาบ ขณะที่หลินจวินเจ๋ออุ้มข้าให้นั่งลงบนตัก เบียดเจ้าเต่าไม่น้อยลงกับสะโพกข้าแล้วส่งประกายตาออดอ้อนมาให้ “ฮูหยิน”


          “ท่านพี่ ข้ายัง..เจ็บ..”


           ปลายจมูกโด่งสันก้มลงดมดอมความหอมจากแก้มขาวอย่างรักใคร่ชะงักลงเมื่อได้ยิน ขณะที่ข้าหรุบตาต่ำผิวแก้มแดงซ่าน อุปมาได้ว่าเขินอายแต่แท้จริงกำลังอับอายอย่างยิ่งที่ต้องพูดคำนี้ นี่มันไม้ตายก้นหีบอันชวนเสียศักดิ์ศรี สิ่งที่จะถูกงัดมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งเรียกง่ายๆว่ากลัวก้นพัง…บัดซบ ใครมีเวทให้ยกรีบส่งมาให้เลย หากต้องอยู่กับหลินจวินเจ๋อในสภาพร่างกายอ่อนแอเช่นนี้ข้าต้องตายแน่ๆ!


          “...ขอโทษ..ข้าไม่ทำแล้ว” การทำหน้าตาน่าสงสารยังคงใช้ได้เสมอ หลินจวินเจ๋อผู้มีจุดอ่อนคือเด็ก สตรี และคนชราบัดนี้เพิ่มจวิ้นอ๋องมาอีกคนแล้ว อ้อมแขนแกร่งที่รัดเอวบางไว้คลายออกขณะปล่อยข้าออกมาในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย หลินจวินเจ๋อสูดหายใจลึกๆขณะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น พยายามสะกดอารมณ์


          “ท่านพี่ โกรธหรือ?” ข้าทราบว่าเขาเพียงแต่อยากปรับสภาพเจ้าเต่าน้อย ทว่าก็ยังเอ่ยถามขณะจัดการเสื้อผ้าตัวเองไปด้วย ใจหนึ่งนึกสงสารแต่พอคิดถึงสภาพร่างกายนี้แล้ว…เอาชีวิตรอดสำคัญกว่า


          “ไม่เลย เป็นข้าผิดเองที่รังแกเจ้าหนักเกินไป” แก้มขาวถูกจูบเบาๆ พร้อมแววตาห่วงหาที่มองมา “ยังเจ็บมากไหม ทายาดีหรือไม่?”


          จะเอายาอันใดมาตอนนี้ กลัวชาวบ้านไม่รู้่ท่านแม่ทัพหื่นกามเพียงใดรึ ข้าส่ายหน้าทันที “ไม่เป็นไร แค่ได้พักก็พอ”


         “..อืม เช่นนั้นก็ดี”แค่พูดจาเช่นนี้เหตุใดจึงกลายเป็นน่าเวทนา ข้ามองหลินจวินเจ๋อผู้พยายามหยุพยั้งความคึกคักของเต่าน้อยด้วยอาการนั่งนิ่งๆแล้วถอนหายใจ


        ถือว่าเป็นรางวัลที่เขาเชื่อฟังก็แล้วกัน


      “อาซิ่น—เดี๋ยว! เจ้าทำอันใด….” ขยับตัวเข้าไปใกล้แล้วตะปบเข้าที่ส่วนสำคัญของสามีที่กำลังคึกคักอย่างไม่น่าสงบลงได้ง่ายๆ ข้ารู้สึกได้ว่ามันร้อนผ่าว ขณะดึงมันออกมาจากกางเกงของท่านแม่ทัพ เกลี่ยปลายนิ้วหยอกเย้าก็เรียกเสียงถามไถ่ละล่ำละลัก


       “ข้าไม่ทำอันใดไม่ดีหรอกน่า” ยิ้มแย้มน่ามองหากผู้เป็นสามีกลับมองมาตาเขียว อันใดกันเจ้าเต่านี่


       “ข้ายอมเลิกราเจ้ากลับมาก่อกวน นี่คิด…อึ่ก!…ฮูหยิน..เจ้า…”


        “…..” ข้าไม่ตอบคำใดหากยิ้มหวานมอบให้แก่สามีโดยมีของกินอยู่ในปาก ที่จริงเจ้าเต่าน้อยก็รับประทานไม่ได้หากแต่ทำให้สิ้นฤทธิ์ได้ ข้าไม่ยอมถูกกินเพราะกลัวร่างกายจะไม่ไหวใช่ทำอย่างอื่นไม่ได้เสียหน่อย


       คิดพลางผละออกมาครู่หนึ่งแล้วยิ้มหวานให้แล้วเลียริมฝีปากอย่างเจ้าเล่ห์ หลินจวินเจ๋อหน้าแดงวาบ จากนั้นร่างแกร่งจึงสะท้านเฮือก ได้แต่หลุดเสียงครางออกมาจากลำคอเมื่อถูกเรียวลิ้นอันเชี่ยวชาญกลั่นแกล้งหยอกเย้า


       แล้วคืนนั้นข้าก็แน่ใจว่าต่อให้ร่างกายคนงามไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้ทักษะของผีเสื้อราตรี แต่ส่วนอื่นกลับไม่ใช่ปัญหา แค่วิชาชิวหานี่ก็พาคนขึ้นสวรรค์ได้ไม่ยากเลย หึ หึ


+++++



พวกนี้หื่นกันจัง รับมิด้าย /อาซิ่นทุบ
มาต่อจนจบแล้วขอเปลี่ยนชื่อตอนด้วยเพราะยังไมีได้เจรจา/มีแต่เจรจาบนเตียง#แค่ก



มีส่วนเขียนเพิ่มเติมพอสมควร แนะนำให้อ่านใหม่ค่ะ ส่วนที่เพิ่มมาเป็นข้อข้อข้องใจของผู้เขียนและอาซิ่นเอง อ่านนิยายแนวเข้าร่างย้อนอดีตที่สงสัยทุกทีว่าบรรดาตัวเองที่มารักชอบนางเอกหรืออะไรก็ตาม ตอนเขาไม่เปลี่ยนไปนี่คิดยังไงกับเขานะ  แค่พฤติกรรมต่างทำคนหลงรักได้จริงหรือ แล้วคนเก่าล่ะ? //เควสชั่นมาร์กเต็มหัว



เห็นหลายคนเข้าใจผิดกัน นิยายเรื่องนี้ไม่ใช่นิยายแปลค่ะ เขียนเอง เม้ากันได้ที่แท็ก#จวิ้นอ๋อง และคุยกันได้ที่ทวิต @Secrate_Wind




 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 202 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13649 DARA T. (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:23
    แม่! หน่องนับถือแม่แล้ว หน่องว่าแม่โปรเกินไป หน่องต้องการเรียนรู้ แม่!
    #13,649
    0
  2. #13595 VKK42 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 14:32
    ฮาซิ่น ทำกำเดาไหล
    #13,595
    0
  3. #13560 ununchuahong (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 13:07
    แม่....หนูเขินนนนน
    #13,560
    0
  4. #13433 ploybrf2 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 04:26
    อ้ยชอบหลงรักนิยายเรื่องนี้ไม่มีNCแต่รู้สึกดีกว่าอ่านNCอีกไรท์แต่งเก่งมาก
    #13,433
    0
  5. #13366 พญานก T^T (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:51
    เขินนน งื้อออออ
    #13,366
    0
  6. #13300 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 18:42
    เหม็นความรักจริงๆเลย เขินนนนน
    #13,300
    0
  7. #13269 lakkee (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 22:24
    ขอบคุณ
    #13,269
    0
  8. #12898 มูตี้ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 12:17
    ^_____^
    #12,898
    0
  9. #12864 แม่เอง (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 10:28
    งานดีค่ะไรท์ เลือดตกยางออกไปตามๆกัน
    #12,864
    0
  10. #12714 Namfon5587 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 06:55
    อ่าา เอาสะเหันภาพ
    #12,714
    0
  11. #12707 xmlove.exo (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 00:33
    ท่านพี่หื่นมาก อาซิ่นจัดให้
    #12,707
    0
  12. #12377 Mirage of Darkness (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 12:06
    อาซิ่นคะ ชิวหาพาสวรรค์หรือจะสู้ถํ้ารักได้ ฮี่ๆๆๆ
    #12,377
    0
  13. #12255 SucheewaP (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 01:55
    กรี้ดดดดดดดดช่างร้ายยิ่งนัก555555
    #12,255
    0
  14. #11096 BEIBEI (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 15:27
    ไม่สนใจทำncแยกเหรอคะ 555555
    #11,096
    1
    • #11096-1 พญานก T^T(จากตอนที่ 44)
      10 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:51
      อยากให้ทำอ่า คงไดไปให้เลือดที่โรงพยาบาล555
      #11096-1
  15. #11078 May_conan (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:06
    เขียนสนุก แต่คำผิดเยอะไปนิดนึงงง
    #11,078
    0
  16. #10256 CreamSe1204 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 19:05
    อ๊ากกกก เขินนน/&?*@"?/;@;-
    #10,256
    0
  17. #9365 fairy (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 18:13
    ทาสเมียมากก
    #9,365
    0
  18. #8141 มากิริจัง (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 10:22
    อ่านแล้วเขิน อยากเขินเวลาอ่านบ่อยๆ
    จัดมาเยอะๆคนอ่านชอบ 5555
    #8,141
    0
  19. #7992 YoGurT_Yo^^ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 14:21
    ทาสเมียเต็มตัว
    #7,992
    0
  20. #7933 Satan girl (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 15:07
    สำหรับเรา เราว่าถ้าหวงเทียนหยางคนเก่าเข้าหาอย่างถูกวิธี และท่านแม่ทัพเปิดใจ ยังไงก็ต้องตกหลุมรักแน่นอนไม่พูดถึงหน้าตางามล่มเมือง แต่ความสามารถต่างๆเข้าขั้นเลิศล้ำ ไม่ใช่คนที่มีดีแค่หน้าตาสักหน่อย จิตใจเนื้อแท้ก็เป็นคนดี มีเมตตา เวลาทำศึกก็เป็นเพื่อนคู่คิดได้
    #7,933
    0
  21. #7812 ✚ADAM (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 02:39
    คำเดียวกับเม้นล่างเลยค่ะ พึมพำ นะ ตอนก่อนๆเหมือนจะมีคำว่า สถบ ด้วย จริงๆน่าจะเป็น สบถ นะ
    /ชอบความท่านแม่ทัพ น่ารักน่าหยิกแท้ๆ
    #7,812
    0
  22. #7435 Shenoraq (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 01:06
    อย่างหื่น /พึมพำนะคะะะะ อยากเป็นคนตรวจคำผิดให้ตอนรีไรท์เหลือเกินน แต่แต่ละตอนอัพเร็วมากถือเป็นข้อดีอย่างยิ่งค่ะ!
    #7,435
    0
  23. #7199 TOEY_KCR (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 09:12
    สนุกมากกก นายเอกเราก็น่ะ 55555 พรุ่งนี้ต้องไปปร้ะกับองค์ชายเจ็ดเเละรัชทายาท นายเอกต้องส่งสองคนนี้ไปโรงบาลด้วยกัน
    #7,199
    0
  24. #6729 [เส้นขนในจมูกแจ็คสัน] (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 20:40
    หื่นกันจริงจริ๊งงง
    #6,729
    0
  25. #6660 เพนกวิ้น (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 12:39
    กรี้ดด อาซิ่นหื่นพอๆกะแม่ทัพเลยยย
    #6,660
    0