ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 43 : ผู้ใดคิดปลดท่านแม่ทัพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,951
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 209 ครั้ง
    13 ธ.ค. 59





         อาทิตย์ยามเที่ยงสาดแสงร้อนแรงให้ผู้คนหลั่งเหงื่อข้างขมับ เสียงกีบม้าย่ำผ่านเข้าประตูค่ายไม่ขาดสาย ภายใต้เปลวแดดไหวระยับเงาร่างของแม่ทัพใหญ่ในชุดเกราะองอาจชักม้านำเข้ามายังภายในฐานที่มั่นที่หนึ่ง ที่ตั้งทัพใหญ่ของเทียนจิ้น


        แม้อากาศร้อนอ้าวหากผู้คนยืนอยู่แน่นขนัด บรรดาแม่ทัพนายกองและเหล่าผู้นำทัพตั้งแถวอย่างมีระเบียบรั้งรอพร้อมแถวของทหารนับพันและทิวธงแน่นขนัดตา เมื่อม้าของบุรุษในชุดเกราะเต็มยศมาถึงทหารต่างโห่ร้องต้อนรับอวยชัย ร่างสูงใหญ่กระโจนลงจากหลังม้ามาปรากฏกายอยู่ด้านหน้ากระบวนผู้คน องค์รัชทายาทหวงไท่หยางแห่งแคว้นเทียนจิ้นเดินทางมาถึงในที่สุด



         “ถวายบังคมองค์รัชทายาท”



          แม่ทัพใหญ่คุกเข่ากล่าวนำ จากนั้นเสียงถวายพระพรดังโดยพร้อมเพรียง ผู้คนในค่ายทัพต่างประสานมือน้อมศีรษะแสดงความเคารพบุรุษผู้มีศักดิ์สูงล้ำในแผ่นดิน ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์รัดกุมสีแดงเข้มที่ยืนนิ่งแผ่กลิ่นอายแห่งอำนาจและสง่าราศี เบื้องหลังคือข้าราชบริพาร ขุนนางที่เกี่ยวข้องตลอดจนขันทีประจำพระองค์ของโอรสสวรรค์ที่ร่วมขบวนเสด็จ ทุกคนต่างสวมอาภรณ์เครื่องแบบเต็มยศ ท่วงท่าจริงจังยิ่ง


         “ลุกขึ้นเถิด ทุกท่านอย่าได้มากพิธี”


          ดวงตาคมเจือสีน้ำตาลชัดเจนเมื่อมองเห็นภายใต้แสงอาทิตย์ยามเที่ยง เนตรล้ำลึกรับกับคิ้วหนาพาดเฉียงทอแววดุหากอ่อนลงด้วยรอยยิ้มมากไมตรีบนใบหน้า องค์รัชทายาทแห่งแว่นแคว้นกวาดมองขุนทัพรอบกายก่อนจะกล่าวคำให้ลุกขึ้นอย่างมากไมตรี รอจนผู้คนพากันเอ่ยขอบคุณและลุกขึ้นแล้ว ฝีเท้ากระฉับกระเฉงก็ก้าวปราดๆมายังร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกล รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งมายิ่งกว้างขึ้นแสดงความยินดีออกมาอย่างชัดเจน


          “หวงเทียนหยางคารวะองค์รัชทายาท”


          ร่างระหงของบุรุษซึ่งงามล้ำเหนือผู้ใดค้อมศรีษะคำนับแล้วแย้มยิ้ม เจ้าของเสื้อคลุมสีดำสนิทลายกิเลนยังคงความงามสง่าแม้ใบหน้าเฉิดฉายจะปรากฏรอยช้ำแปลกตา ทั้งลำคอและข้อมือยังพันไว้ด้วยผ้าพันแผลสีขาว ดวงตาคู่งามพราวระยับดั่งดวงดาราสบเนตรคู่คมด้วยมิตรไมตรี ภาพที่ปรากฏนี้มองด้วยสายตาของคนนอกยังทราบว่าคนทั้งคู่สนิทสนมกันเพียงไร


          ‘ละคร'ฉากเยี่ยมท่ามกลางสายตานับพันคู่ดำเนินออกมาอย่างไร้ที่ติในห้วงคิด ภาพลูกพี่ลูกน้องสกุลหวงต่างแสดงอาการสนิทสนมรักใคร่กันคงทำให้คนบางคนได้รับความนิยมนับถือ ข้ายิ้มแย้มสบตาวาววับคู่นั้น เงยหน้าคิดและเผยรอยยิ้มอ่อนหวานเช่นหวงเทียนหยางเคยกระทำแม้อยู่ท่ามกลางแสงตะวัน ไม่ได้แปลกใจอันใดจริงๆที่หวงไท่หยางเดินตรงเข้ามาหา


        เวรกรรม ตามมาถึงนี่


         ข้ามองร่างแสนคุ้นตาพลางยืนนิ่ง มองคนที่มาถึงก็ตั้งท่าเล่นงานกันแต่หัววันด้วยไม่รู้ควรหัวเราะรึร้องไห้ดี รู้สึกว่าแผลที่อุ้งมือซึ่งหายไปแล้วจู่ๆกลับแสบแปล๊บขึ้นมา หวงไท่หยางตามมาหลอกหลอนแล้ว คนพกตำแหน่งผู้ตรวจการทัพมาเพื่อกดหัวผู้คนโดยเฉพาะเสียด้วย


        “อย่าได้มากพิธีเลย ลำบากเจ้าแล้ว..” เจ้าของดวงตาคมราวกับเหยี่ยวแย้มรอยยิ้มเผยคมเขี้ยวเล็กๆอันเปี่ยมสเน่ห์ ประกอบกับใบหน้าคมคายหล่อเหลาแล้วองค์รัชทายาทหวงไท่หยางช่างเต็มไปด้วยสเน่ห์เหลือล้นของบุรุษเพศ คนเอ่ยปากห่วงใยช่างน่าประทับใจสุดซึ้ง หากแต่เมื่อรู้ถึงลักษณะสันดานแล้วไซร้ ข้าขอไปนอนซบอกล่ำๆของท่านพี่จะดีกว่า


        “หาได้ลำบากอันใดพะยะค่ะ” ลูบข้อมือที่พันด้วยผ้าพันแผลสีขาวอย่างระแวดระวังขณะมือหนาบีบบ่าเบาๆ แสดงอาการสนิทสนมอย่างคนกันเองหากยังผลให้หนาววาบ ข้าแตะนิ้วเล่นกำไลหยกแก้เครียด หากยังยิ้มแย้มแจ่มใส


          “จื่อซิ่นกล่าววาจาเช่นนี้อีกแล้ว ข้ายินดีนักที่ท่านกลับมา ทราบข่าวแล้วข้าและเสด็จพ่อห่วงใยอย่างยิ่ง”


           ละออกจากภวังค์มามองหน้าองค์รัชทายาทซึ่งเอื้อมมือมาหา คนผู้นี้กระทั่งนิ้วตัวเองเจ้าก็จะไม่ปล่อยให้ข้าจับเลยหรือ ขนาดอยู่ต่อหน้าผู้คนยังฉวยเอาไป  ข้ามองปลายนิ้วลูบเบาที่หลังมือเเละลอบส่งสายตาสำรวจทั่วร่าง กล่าววาจาดูดีมากมายชวนให้ขนลุกและจ้องรอยแผลบนคอข้าไม่วางตา ชวนขนลุกอย่างยิ่ง


         “ขอบพระทัยที่ทรงห่วงใย ข้าทำให้องค์รัชทายาทลำบากแล้ว”


           ด้วยต้องการรักษาภาพพจน์จึงต้องรักษารอยยิ้ม แม้ความรู้สึกขนลุกไล่ลามไขสันหลัง อาการ'โรคแพ้ไท่หยาง' เริ่มลุกลามทำให้ข้าสถบในใจ สัมผัสของปลายนิ้วที่ลูบเบาๆวนอยู่บนหลังมือนั้นส่งผลให้ข้อมือขาวกระตุกเฮือกอย่างลืมตน ซ้ำปลายนิ้วนั้นยังเกี่ยวเอากำไลหยกมาคลึงเล่นชวนสังหรณ์ร้ายยิ่งนัก ตั้งสติหน่อย อาซิ่น! ท่ามกลางสายตาผู้อื่นเช่นนี้มิอาจสะบัดทิ้ง!


          “จื่อซิ่นอย่าได้มากมารยาท” เจ้าสิควรเลิกมารยา สบตาคมวาวที่เปี่ยมความยินดีของบุรุษเบื้องหน้าแล้วอยากจะถุยน้ำลายออกมา แสดงละครเมื่อครู่ยังไม่พอหรือไร คิดยิ้มอะไรกันอีก


        “อยู่ในกองทัพไหนเลยจะละเลยระเบียบแบบแผนทำอันใดตามใจ”


         “กฏกองทัพ”


         “พะยะค่ะ กฏกองทัพ”


         “ข้อนี้ข้าไม่ชำนาญนัก จื่อซิ่นสอนข้าได้หรือไม่?”  พูดถึงกฏก็แล้ว องค์รัชทายาทยังทำเฉยไม่รู้ร้อนท่ามกลางสายตาของผู้คนซึ่งเริ่มจ้องมองมาทำประหนึ่งคิดจับมือข้าไปจนโลกแตกดับ ข้ามองเขาที่ยังยึดมือตนไว้ก่อนจะกระแอมเบาๆ หางตามองเห็นร่างสูงใหญ่ในเกราะเต็มยศกำลังเดินมา  จึงพยายามดึงมือออกจากมือของอีกฝ่าย


          “หากฝ่าบาทสนใจกฏกองทัพ ข้าน้อยจะส่งคนไปท่องถวาย”


           “ท่านแม่ทัพ”     


          “ถวายบังคมองค์รัชทายาท” หลินจวินเจ๋อกล่าววาจาอาจหาญ ร่างสูงเดินมาบังข้าไว้ครึ่งตัวราวกับเรื่องบังเอิญที่ข้าทราบว่าไม่ใช่ แต่เนื่องจากเขาอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าข้าจึงมิผิดแผก คนรอบกายเองก็ตีสีหน้านิ่งเฉยไม่ทราบความ


          “แม่ทัพหลินอย่าได้มากพิธี” รัชทายาทหัวเราะแผ่วเบา กล่าวอย่ามากพิธีแต่ฉวยมือข้าไว้ไม่ปล่อยนี่กำลังคิดการใด ข้าออกแรงดึงอีกครั้งคนยังยื้อยุด มารดาเจ้าเถอะ “และเรื่องกฏกองทัพ คงต้องรบกวนจื่อซิ่น”


          ถนัดหางานมาให้เหล่าจือจริงๆ “ข้าไม่ชำนาญนัก เกรงจะขายหน้า”


           “หากจื่อซิ่นมิชำนาญ ข้าคงไม่ได้ความแล้ว” ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเจือแววหยอกเย้า ขณะยิ้มเผยเขี้ยวทรงสเน—ไม่ๆ ข้ารีบดึงเอาภาพกล้ามท้องของสามีมาเบนความสนใจตนโดยพลัน


           “ข้า—“


          “กระโจมที่พักเรียบร้อยแล้ว พระองค์คิดเข้าพักผ่อนเลยหรือไม่”



            นี่เรียกว่าไล่แท้ๆ ข้าไม่ทันกล่าวจบ ท่านแม่ทัพใหญ่ก็เอ่ยปากแทรกไม่ไว้หน้า ดวงตาคมวาวกวาดมองและขยับประชิด จ้องมือที่ไม่ยอมปล่อยแล้วดวงตาคมอันวาวโรจน์ก็สำแดงท่าทีไม่พอใจ ทว่าหลินจวินเจ๋อทำได้เพียงประจัญหน้าหวงไท่หยางโดยไม่อาจกระทำสิ่งใด ด้วยยศศักดิ์ของอีกฝ่าย แต่ทั่วร่างยังแผ่รังสีไม่เป็นมิตรที่พยายามเก็บงำเช่นไรก็มิอาจเป็นผล บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่สามารถบอกได้ว่าออกมาไม่น่าดูยิ่ง


            “ข้ายังคิดตรวจทัพต่อ” องค์รัชทายาทหวงไท่หยางกล่าวเนิบช้า ตาคมปลาบเปล่งประกาย


            “ไท่หยาง”


            ด้วยไม่อยากให้สามีหมาดๆของตัวเองซึ่งยังแทะไม่หมดได้ไปโชว์หัวแบบไม่มีตัวที่หน้าค่าย ข้าจึงเอียงคอยิ้มใสซื่อ เรียกชื่อองค์รัชทายาทอย่างอ่อนหวานที่สุดเท่าที่จะทำได้พลางดึงมือออกอย่างต้องการให้คนปล่อย ข้ามองสบดวงตาอันลึกลึกล้ำไร้ก้นบึ้ง ไม่นำพาแววตาของเจ้าลูกเต่า ตอนนี้เขามีจุดอ่อนถูกโจมตีอยู่แล้ว ข้าไม่อยากให้มีประเด็นจนหลินจวินเจ๋อถูกเล่นงานซ้ำ ขณะที่หวงไท่หยางซึ่งเห็นอัปกริยานั้นมองนิ่งนานราวคิดวัดใจ ก่อนยกมุมปากขึ้น ยอมรามือแต่โดยดี


          “หึ” มุมปากหนาหยักขึ้นสูง “มีเวลาพูดคุยกันอีกนาน แต่ยามนี้เสียเวลามามากแล้ว ประกาศราชโองการ”


           เรื่องที่ควรกระทำก็ลงมือได้เสียที ข้ามองหวงไท่หยางด้วยอาการของคนที่สามารถห้ามสงครามระหว่างคนทั้งคู่ เอื้อมมือลูบข้อมือขณะแว่วเสียงสูดหายใจลึกระงับอารมโณ์ของคนข้างกาย


          สิ้นคำกล่าวองค์รัชทายาท ขันทีประจำตัวของฮ่องเต้ที่มาด้วยก็ประคองราชโองการสีเหลืองทองออกมาคลี่อ่าน ทุกคนต่างคุกเข่าลงตามธรรมเนียมทันที


          “รับราชโองการ”


         “การศึกที่เมืองถานเฟิ่ง รองแม่ทัพใหญ่กระทำหน้าที่ ปกป้องบ้านเมืองเต็มกำลัง แม่ทัพเหลียงสิ้นชีพในการรบ ให้อวยยศเป็นแม่ทัพใหญ่ ฉายาแม่ทัพปราบเยี่ยน


          แม่ทัพเว่ย เว่ยชางหลางเก่งกล้าสามารถ องอาจกล้าหาญ แต่งตั้งเป็นรองแม่ทัพตามที่เสนอ


         จวิ้นอ๋องถูกจับตัวสร้างความสั่นสะเทือนต่อราชสำนัก เชื้อสายกษัตริย์มิอาจตัดใจทอดทิ้ง เปิดโต๊ะเจรจากับไห่เยี่ยน มอบหมายให้หวงไท่หยาง องค์รัชทายาทดำเนินการ แต่งตั้งเป็นผู้ตรวจการทัพ---จบราชโองการ”


           “กระหม่อมน้อมรับราชโองการ” หลินจวินเจ๋อในฐานะแม่ทัพใหญ่เอื้อมมือไปรับราชโองการทูนไว้เหนือศีรษะก่อนจะลุกขึ้นและประสานมือแก่ขันทีเบื้องหน้า “ขอบคุณกงกง”


           “องค์รัชทายาท” หลินจวินเจ๋อค้อมศีรษะยื่นราชโองการมอบให้ผู้มีศักดิ์สูงกว่าโดยไม่ปิดบังความชังในดวงตา


            “ขอบคุณแม่ทัพหลิน” หวงไห่หยางรับมาถือด้วยรอยยิ้มพลางส่งให้คนของตนเบื้องหลัง รัชทายาทผู้พ่วงตำแหน่งผู้ตรวจการทัพยกมือไพล่หลัง กล่าวด้วยใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม


          “เมื่อรับราชโองการแล้ว อีกสองเค่อข้าขอเชิญแม่ทัพทั้งหลายเข้าร่วมประชุม มีเรื่องคิดหารือมากมายหลายข้อนัก”


           กล่าวไม่ทันขาดคำ ม้าเร็วส่งข่าวกลับห้อมาเต็มเหยียดถึงหน้าค่าย เสียงตะโกน ‘ข่าวด่วน ข่าวด่วน' ทำให้แม่ทัพทุกนายต่างหันขวับ หลินจวินเจ๋อขยับตัวมาหยิบสารคลี่อ่าน พียงครู่เดียวสีหน้าก็เปลี่ยนแปลง


            “คงต้องเปลี่ยนเป็นเร่งประชุมขุนทัพด่วนแล้วพะยะค่ะ”


            หวงไท่หยางพยักหน้า เคราะห์ดีคนยังพอมีสติว่าไม่ควรขวางทุกเรื่อง ด้วยการศึกควรปรึกษาอย่างลับๆดังนั้นจึงสั่งการให้ขุนนางและผู้ติดตามเข้าพักและเดินนำเหล่าแม่ทัพเดินเข้ากระโจมไป




+++++++




         “ไห่เยี่ยนมีไพร่พลสมบทที่ริมแม่น้ำอีกสามหมื่น แต่ยื่นหนังสือขอเจรจา”


          ในกระโจมใหญ่อันเคยคุ้น ร่างของแม่ทัพทุกนามต่างนั่งเรียงกันอยู่ล้อมรอบแผนที่ขนาดใหญ่ หลินจวินเจ๋อยังคงนั่งหัวโต๊ะ มีข้ายืนอยู่ซ้ายมือในฐานะกุนซือ ข้ามองธงสีแดงอันเป็นสัญลักษณ์ของเทียนจิ้นปักอยู่บนฐานที่มั่นทั้งหกอย่างครบถ้วนอีกครั้งแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้ แม้ศึกครั้งแรกจะทุลักทุเลและมีเรื่องคาดไม่ถึงมากมาย อย่างน้อยก็สามารถคว้าชัยมาได้ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่อยู่รอบกาย ดวงตาพลันหรุบต่ำอีกครา


          รบห้าพันเสียทหารสามพัน คำกล่าวข้อนี้ไม่ผิดสักนิด แม้ชนะแต่ก็มีความสูญเสีย ไห่เยี่ยนมีคนตาย เทียนจิ้นหรือจะไม่มีคนตาย นี่เป็นการประชุมทัพอย่างเป็นทางการอีกครั้งรับแต่ข้าได้กลับมา บัดนี้จึงเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ซ้ายมือหลินจวินเจ๋อหาใช่แม่ทัพเหลียงแต่เป็นแม่ทัพเว่ยชางหลาง แม่ทัพจื้อบาดเจ็บแขนข้างหนึ่งถูกพันด้วยผ้าพันแผล ที่นั่งข้างกายแม่ทัพเหลียงเชาว่างเปล่า ผู้คนมิได้หายไปแต่ย่อมหมายถึงตายจาก แม่ทัพสิบเจ็ดนามเหลือเพียงสิบสามคน


          “ไห่เยี่ยนเหลือทหารเพียงสองหมื่น เดิมทีเป็นรอง แต่เมื่อมีไพร่พลมาสมทบ ก็มีจำนวนเท่ากับทัพเรา คิดเจรจาในสถานการณ์เช่นนี้ ข้าเห็นว่าจะเป็นกลอุบาย”


          “เทียนจิ้นเหลือไพร่พลเท่าใด?”


          น้ำเสียงเย็นๆมิได้แฝงความรื่นเริงเช่นที่ผ่านดังจากหัวโต๊ะอีกฝั่งทำให้ข้าหันไปมอง นี่คืออีกสิ่งที่เปลี่ยนไปเช่นกัน องค์รัชทายาทหวงไท่หยางประทับนิ่งร่วมฟังสถานการณ์ศึกในฐานะผู้ตรวจการทัพ นิ่งฟังสถานการณ์อย่าบจริงจังยิ่ง แม้ข้าเกลียดขี้หน้าเขาแต่ก็ไม่เห็นว่ามีอันใดไม่ดี เขาฉลาดนักมิใช่หรือ พอดีเลยกับสถานการณ์เช่นนี้ หวงไท่หยางไอ้คนอัจฉริยะสวรรค์ลำเอียง เชิญมาใช้สมองเสียให้ถูกเรื่องซะ!


            “ทูลองค์รัชทายาท ตอนนี้ทัพเทียนจิ้นเรามีไพร่พลอยู่ประมาณหกหมื่น” รองแม่ทัพเว่ยประสานมือพลางกล่าว “หนึ่งหมื่นประจำค่ายใหญ่นอกเมืองถานเฟิ่ง กระจายตัวเฝ้าฐานที่มั่นต่างๆอีกแห่งละสี่พันคน อยู่ค่ายใหญ่อีกหนึ่งหมื่นสองพันนาย และมีทหารบาดเจ็บรอพักฟื้นอยู่อีกแปดพัน”


          “ขอบคุณแม่ทัพเว่ย” หวงไท่หยางกล่าว พลางทอดมองแผนที่เบื้องหน้า นิ่งไปครู่แล้วยิ้มแย้ม “แม่ทัพหลินเห็นเป็นเช่นใด”


           “รบหรือไม่รบ เจรจาหรือไม่เจรจา บัดนี้ฝ่าบาทคือผู้ตัดสินใด” หลินจวินเจ๋อสบตาอีกฝ่ายที่นั่งฝั่งตรงข้าม ท่าทีเยือกเย็นขณะชี้มือไปยังเส้นแบ่งเขตพรมแดนอันเป็นแม่น้ำหลวนหลง “บัดนี้ทัพเรารุกไล่ไห่เยี่ยนจนหลังชนแม่น้ำ จุดมุ่งหมายเดิมทีคือคิดอยากขับไล่ทัพศัตรูออกจากชายแดน ไห่เยี่ยนแต่งหนังสือมาขอเจรจาเช่นนี้พอมองออกว่าน่าสงสัย แต่ทัพเราเองไพร่พลก็อ่อนล้า จำต้องได้รับการบำรุงเช่นกัน”


            “จื่อซิ่นเล่า ในฐานะที่เจ้าได้พบเห็นความแข็งแกร่งของทัพไห่เยี่ยนมาด้วยตนเอง คิดเช่นไร?”


           คิดแล้วว่าคงได้ถูกอีกฝ่ายออกปากถาม แต่ถามเฉยๆไม่เป็นหรือจึงต้องแวะมากัดผู้อื่น ข้ามององค์รัชทายาทผู้มากลิ้นลมเบื้องหน้า คนผู้นี้ยังคงทำตัวประหนึ่งงูร้ายจริงๆ ข้าฟังคำถามแล้วรู้สึกดั่งรอยบีบที่คอดังจะเจ็บขึ้นมาอีกครั้ง


          “ข้าถูกปิดหูปิดตา ขออภัยที่อาจไม่ทราบอย่างลึกซึ้งเช่นไท่หยาง” ข้ายิ้มน้อยๆ อีกฝ่ายกัดมาข้าก็ไม่ลังเลจะกัดตอบ “ทราบเพียงวิสัยองค์ชายฉู่เหวินแห่งไห่เยี่ยน เจ้าเล่ห์รอบจัดและหน้าทนยิ่ง…มีความเป็นไปได้ว่าอาจมีแผนการอื่นซ่อนอยู่”


           “ฉู่เหวินแห่งไห่เยี่ยน...” หวงไท่หยางยกมือเท้าคางแล้วหรี่ตาลงช้าๆดวงตาราวบ่อน้ำอันไร้ก้นฉายแววครุ่นคิด “แต่ผู้ที่นำกำลังเสริมมาคือองค์ชายสามฉู่เมิ่งหลิวมิใช่หรือ?”


           “ถูกต้อง” ข้ามองดูท่าทีบุรุษเบื้องหน้า ดูจากวิสัยแล้วคล้ายทราบเลาๆว่าอีกฝ่ายคิดสิ่งใด “ข้าเคยพบปะแต่องค์ชายเจ็ดผู้นั้น มิเคยพบเจอองค์ชายสาม คงมิทราบว่าพวกเขามีจุดประสงค์ใด ผู้ใดต้องการรบ ผู้ใดต้องการสงบศึก..”


           “ท่านอ๋องหมายถึง---“ แม่ทัพโม่โพล่งขึ้นแล้วนิ่งไป ดวงตาคนเปล่งประกายวาบ


           “จื่อซิ่นใคร่ครวญได้ลึกซึ้งนัก” หวงไท่หยางยิ้มมองข้าด้วยแววตาบางอย่างทำเอาหนาวขึ้นมา ข้าขอบคุณตนเองยิ่งที่อยู่ไกลมือเขา แต่ถึงกระนั้นยังอดเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อคลุมหลินจวินเจ๋อไม่ได้


           “ข้าเพียงคิดถึงหนทางเผื่อไว้..” องค์ชายสองคนคุมทัพ มีหรือจะไม่ขัดแย้ง ขนาดทัพที่มีแม่ทัพใหญ่เป็นผู้ควบคุม บางครายังมีการวิวาทถกเถียงโกลาหล ข้าไม่คิดว่าฉู่เหวินซึ่งทำศึกพลาดจะได้รับความนับถือจากองค์ชายด้วยกัน ไม่นับตาฟ้าๆนั่นด้วย แล้วถ้าทัพใหญ่เป็นเช่นนั้น ไม่เละเทะได้หรือ  


          “แม้คิดเช่นไรก็ตาม แต่ไท่หยางตอนนี้ได้รับราชโองการจากราชสำนักให้มาตรวจทัพ ข้าคงต้องฝากให้ตัดสินใจแล้ว”


          “หากคิดเจรจาต้องกำหนดสถานที่และเตรียมการกันตั้งแต่เนิ่นๆ พวกไห่เยี่ยนเจ้าเล่ห์นัก ต้องระวังไว้ให้ดี” หลินจวินเจ๋อกล่าวเสริม เมื่อสถานการณ์เอนเอียงไปทางคิดเจรจา


          “แม่ทัพหลินเก่งกล้าสามารถเพียงนี้ ข้ายังต้องกลัวอันใด ท่านเองยังเอาชนะเล่ห์กลไห่เยี่ยนมาได้..”


           “กระหม่อมชนะได้เพราะรู้จักการเตรียมการ!” หลินจวินเจ๋อตอบเสียงเคร่ง


.           “โอ้ มิใช่ท่านแม่ทัพแอบหนีออกจากค่ายยามดึกหรอกหรือ?”


          มาแล้ว..บทสนทนาที่ข้ากลัวที่สุด


         ทันทีที่องค์รัชทายาทกล่าว ทั่วทั้งห้องต่างก็เงียบกริบและบรรยากาศพลันเย็นเยือกขึ้นมากะทันหัน หนีทัพ ข้อหาที่ร้ายแรงนี้ซึ่งข้ากลัวว่าจะถูกหยิบยกมาใช้เล่นงานหลินจวินเจ๋อมากที่สดฃุดปรากฏขึ้นจนได้ สีหน้าของหวงไท่หยางยังคงมีรอยยิ้ม แต่เขาก็เสมือนงูนั่นล่ะ เลือดเย็นและพร้อมบีบรัดให้เหยื่อตายช้าๆ พฤติกรรมนึกอยากฉกก็ฉกช่างรับมือยากเป็นอย่างยิ่ง!


          “แอบหนีอันใด ข้าเข้าใจว่าท่านแม่ทัพอุตส่าห์เสี่ยงภัยไปช่วยข้ามิใช่หรือ?” ข้าหัวเราะเบาๆ พลางเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มสบตาหวงไท่หยาง


            “ข้าเข้าใจว่าแม่ทัพหลินทำไปด้วยเจตนาดี” หวงไท่หยางสีหน้าน่าครุ่นคิดอย่างน่ารังเกียจยิ่ง “ช่วยชีวิตจื่อซิ่นถือเป็นเรื่องชอบด้วยเหตุผล แม้เป็นสามีภรรยาก็ตาม..เรื่องนี้ชวนตัดสินใจยากนัก แม่ทัพหลินเป็นแม่ทัพแดนใต้ ทั้งยังทำความดีความชอบ แต่หนีทัพก็มีโทษถึงขั้นปลดจากตำแหน่งทีเดียว”


           “ผู้ใดจะปลดท่าแม่ทัพออกจากตำแหน่งหรือ?” ข้าถามเสียงนุ่มนวล ทราบว่านี่คือจุดมุ่งหมายเล่นงานคนแน่แล้ว “ไม่กล่าวถึงความผูกพันในฐานะอื่น แต่กระทั่งเป็นคนนอกเห็นยังมองว่าเข้าไปช่วยตัวประกัน ผู้ให้ข่าวนี้แก่ไท่หยางคงเลอะเลือนไปหน่อยกระมัง”


          “ข้าจำได้ว่ากฏกองทัพมีเขียนเรื่องนี้อยู่ ดูแล้วพฤติกรรมมิต่างกันเท่าใด หากข้าเข้าใจผิด เรียกคนมาท่องให้ฟังดีหรือไม่?”


          “ข้าว่าควรส่งคนไปท่องให้ไท่หยางฟังจริงๆ” ขนาดเรื่องกฏกองทัพยังเอามากัดกันได้ มันช่างน่ามีโทสะจริงๆ ข้ายิ้มแย้มสบตาเขา มองเห็นประกายตาอันน่ากลัวในตาคู่นั้น กระนั้นยังพยายามสยบอาการหนาวๆหวั่นๆเพราะโรคแพ้ไท่หยางด้วยการขยุ้มผ้าคลุมไหล่สามีแน่นขึ้นไปอีก


          “การหนีทัพ คือหนีจากภาระหน้าที่ มิยอมรบทัพจับศึก ขลาดเขลา ไร้ความรับผิดชอบ วิ่งหนีสมรภูมิ ข้าไม่เห็นว่าการวางแผนลอบเข้าไปท่ามกลางดงศัตรู เสี่ยงชีวิตถึงเพียงนั้นคือการหนีทัพไปได้ หากใช่ ทุกคนในที่นี้...ยกเว้นไท่หยาง คงกลายเป็นทหารหนีทัพกันหมด”


           “กล่าวได้ประเสริฐ” ภายใต้รอยยิ้ม ยังเห็นว่าคนกัดฟันกรอดที่ถูกข้าเล่นงานไม่ไว้หน้า เฮอะ ตนเองเพิ่งมาถึงคิดตัดสินโทษผู้ใดกัน สงครามครั้งนี้เจ้าไม่ได้จับดาบสักครั้งแท้ๆ คิดสอดปากไม่ไว้หน้าข้าก็ไม่เกรงใจเช่นกัน


            “ไท่หยางชมกันเกินไปแล้ว ข้าเพียงกล่าวตามที่คิด” ข้าหัวเราะเบาๆก่อนจะร้องอาและค่อยๆสบตาแม่ทัพทุกนายในห้องด้วยรอยยิ้มหวาน “จากนี้...ผู้ใดคิดเอาเรื่องไร้สาระเช่นนี้มาปลดท่านแม่ทัพ ข้าคงต้องขอสอดปากแล้ว”


           แปลอย่างง่ายๆว่าใครคิดเอาเรื่องนี้มาปลดสามีข้าออกจากตำแหน่ง เหล่าจือจะเล่นงานมัน


          ข้ามอบรอยยิ้มหวานอันแสนงดงามของหวงเทียนหยางแก่แม่ทัพทุกท่านอย่างเท่าเทียมกันและอารมณ์ดีอย่างยิ่ง เห็นผู้คนบ้างหลบตาบ้างยิ้มเจื่อนแล้วช่างอารมณ์ดี ความรู้สึกของการมีอำนาจและสามารถใช้อำนาจข่มขู่ทุกคนได้นี่ช่างดีจริงๆ  แผ่นดินนี้นอกจากฮ่องเต้ที่ไม่น่ามีปัญหาด้วยข้าก็ไม่คิดกลัวใคร จะหวงไท่หยางข้าก็ไม่กลัว! ตอนข้าถูกจับราชสำนักยังโยนบทตัวหายนะของแผ่นดินให้เช่นนี้ก็ไม่ขอปรานีแล้ว คิดแหย่เท้ามาอย่าหาว่าไม่เกรงใจ คนของข้า ข้าเท่านั้นที่รังแกได้ พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์!!


          แรงกระตุกที่ฝ่ามือทำให้ข้าชะงัก ก่อนจะหันไปมองเป้าหมาย แม่ทัพคนเดียวในค่ายที่ไม่ถูกข้ายิ้มหวานใส่กุมมือข้าที่กำเสืัอคลุมเขาแน่นด้วยสายตาอ่อนโยน แววตาหวานๆนั่นทำเอาคันยุบยิบไปทั้งใจ เชื่อได้เลยว่าหากไม่มีคน หลินจวินเจ๋อคงเดินมากอดข้าเเล้ว ดูได้จากสายตาร้อนแรงนั่น...ไม่ เอวข้ายังพังอยู่


        “เจรจา


         เงียบงันกันไปครู่หนึ่งรัชทายาทก็เอ่ยขึ้นมาในประเด็นที่ถูกหันเหจนเกือบลืมไปแล้ว ข้าหันไปมองหวงไท่หยาง เขากลับมาสู่ความเยือกเย็นอีกครั้ง ซ้ำดูจะเย็นเยียบกว่าเดิมยามจ้องมองมา ริมฝีปากหนาระบายยิ้มน้อยๆ คล้ายเบิกบานใจขณะกล่าวต่อ


          “เดิมที ราชสำนักมีแนวโน้มคิดเจรจากับไห่เยี่ยนอยู่แล้ว แม้จุดประสงค์เปลี่ยนไปนโยบายยังเป็นเช่นเดิม ข้าจะรอดู ว่าน้ำเต้าของฉู่เหวินแห่งไห่เยี่ยนมีอันใดมาขาย”


           องค์รัชทายาทกว่าเช่นนี้ ผู้ใดก็ไม่คัดค้านอีก ข้าเองก็คิดว่าด้วยจำนวนคนและสถานการณ์เช่นนี้ คิดเจรจาก็ดีเหมือนกัน อีกทั้งคิดแล้ว..ยังนึกห่วงลู่ซุนผู้นั้นอีกด้วย ไม่รู้เขาจะมีชะตากรรมเช่นใด


           คิดพลางมองตามแผ่นหลังของหวงไท่หยางที่เดินออกไปอย่างเงียบๆ ข้าลุกขึ้นเตรียมกลับไปพักผ่อนก่อนเจอสงครามวาจากับเหล่าขุนนางที่ตามเสด็จมาตรวจทัพ ก่อนหน้านั้นเห็นแม่ทัพโม่เดินผ่านหน้า ความคิดบางอย่างแล่นวาบจึงรีบคว้าไหล่อีกฝ่ายไว้      


           “แม่ทัพโม่ ข้ามีบางอย่างอยากไหว้วาน ไม่ทราบท่านมีธุระใดหรือไม่”


            “ท่านอ๋อง” โม่เยี่ยนเฉวียนมีสีหน้างวยงงแต่ก็ยังพยักหน้าท่าทีกระตือรือล้น “ข้าไม่มีกิจอันใด ท่านอ๋องโปรดสั่งการ”


           “ขอบคุณแม่ทัพโม่” ข้าฟังแล้วยิ้มยินดี “ข้ามีเรื่องไหว้วานท่านเล็กน้อย เนื่องจากการประชุมเมื่อครู่  องค์รัชทายาทดูจะไม่แม่นยำนักเรื่องกฏของกองทัพ ข้าจึงอยากรบกวนท่านไปท่องกฏของกองทัพแก่องค์รัชทายาทสักยี่สิบจบ ขอบคุณมาก




++++++



ช่วยบอกชั้นทีได้ไหม ชั้นทำสิ่งใดให้เธอต้องเจ็บช้ามมม//โม่เยี่ยนเฉวียนร้องแรงมาก
..
นิยายช่วงนี้มาเลทและช้าหน่อยนะคะ สิ้นปีแล้วงานรุม เราปั่นสด ไม่มีสต๊อกต้นฉบับค่ะ
เม้าท์นิยายกันได้ที่แท็ก #จวิ้นอ๋อง ค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 209 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13766 ฟองฟู่ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 07:08
    สงสารท่านแม่ทัพโม่ แง 555555
    #13,766
    0
  2. #13648 DARA T. (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:47
    แม่! พี่โม่เขาก็ดีนะแม่ ถึงจะกวนประสาทไปหน่อย55555555
    #13,648
    0
  3. #13559 ununchuahong (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 12:51
    สงสารแม่ทัพโม่55555
    #13,559
    0
  4. #13432 ploybrf2 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 03:54
    ถถถ รับชตากรรมไปซะ
    #13,432
    0
  5. #13299 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 18:18
    นังโม่เอ้ย สงสาร555555555555 ความกระตือรือร้นไม่ช่วยอะไรเธอเลยยย~
    #13,299
    0
  6. #12989 เมมฟิส (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 11:41
    ความซวยของแม่ทัพโม่
    #12,989
    0
  7. #12918 Ployngern (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 20:30
    ท่านแม่ทัพโม่ สอนเจ้าเต่าแบบผิดๆแล้วยังงี้อีก คงโดนอีกไม่น้อย55555
    #12,918
    0
  8. #12887 มูตี้ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 20:57
    ^_____^
    #12,887
    0
  9. #12863 แม่เอง (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 10:13
    โอ้ยย สงสารแม่ทัพโม่อ่าาาา แต่นี่คือการลงโทษอย่างนึงของคนงามม เพราะงั้นสู้นะะ 55555
    #12,863
    0
  10. #11107 8357 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 05:15
    ชอบเรื่องนี้มากมาย ฟินกระจายค่า
    #11,107
    0
  11. #9364 fairy (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 17:38
    ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวจริงๆ5555
    #9,364
    0
  12. #7960 Aniinocent_14 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 21:21
    โถถถถถๆๆๆ ท่านแม่ทัพโม่ น่าฉงฉานยิ่งนัก แต่ชอบสอนมุกจีบง้องอนให้ท่านแม่ทัพผิดๆมาก็ต้องโดนแก้แค้นบ้างแล้ว
    #7,960
    0
  13. #7951 gracenofhobia (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 18:36
    โทษฐานที่ปลูกฝังให้เต่าน้อยกลายเป็นเสืออย่างไรเล่า!
    #7,951
    0
  14. #7929 Satan girl (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 14:37
    แม่ทัพโม่: ข้าทำผิดอะไร๊รรรรรรร
    #7,929
    0
  15. #7811 ✚ADAM (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 02:09
    หน้าแหกไปค่ะองค์รัขทายาท ส่วนท่านแม่ทัพโม่ .. สู้นะะ 55555
    #7,811
    0
  16. #7777 katekate (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 21:53
    อร๊ายยยย นายเอกชนะเลิศคร่าาาาาาา #ชูป้ายไฟ
    #7,777
    0
  17. #7417 Shenoraq (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 00:10
    5555555555555555555555555 ตอกกลับไม่ไว้หน้าซะจนรัชทายาทหน้าหงายเลย รักฝีปากคนงามจื่อซิ่นจริงๆ! ใครคิดเล่นงานสามี ผ่านคนงามผู้นี้ไปให้ได้ก่อน!
    #7,417
    0
  18. #7373 dlky (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 08:53
    ฮ่าๆๆๆๆ สงสารแม่ทัพโม่จริงๆ
    #7,373
    0
  19. #7183 TOEY_KCR (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 08:21
    โอ้โห เเสบกว่านายเอกก็พริกเเล้วหล่ะค่ะ โอ้ยย คือชอบนางมากอ่ะ ไมืกลัวใคร ใครมาทำสามีข้าข้าเอาตาย5555 เก่งมากเลยฮูหยินคนนี้ เล่นเอารัชทายาทเงียบไปเลย ลองคิดๆเล่นๆว่าถ้านายเอแกับรัชทายาทคู่กัน คงเหมือนเอางูพิษกับเเมงป่องมาอยู่ด้วยกันอ่ะ ขอบคุณที่เเต่งน้าา
    #7,183
    0
  20. #6741 OverOzone (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 23:28
    รักษาสัจจะอย่างยิ่ง.
    #6,741
    0
  21. #6657 เพนกวิ้น (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 12:31
    ขรรมมมม
    #6,657
    0
  22. #6589 noo_parekapoom (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 08:18
    สงสารใครดี คนสุดท้ายพีคสุด
    #6,589
    0
  23. #6271 berzent (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 23:16
    เวรกรรมตามทันมั้ยละท่านแม่ทัพโม่5555555555555
    ขำหน้าสั่นมาก
    #6,271
    0
  24. #6268 blackhome-aom (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 22:52
    นี่เป็นการเอาคืนแม่ทัพโม่ที่เคยสอนอะไรแปลกๆให้สามีท่านอ๋องเค้าสินะ..
    #6,268
    0
  25. #6263 Mongmong (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 22:17
    เป็นภัยกับทุกสิ่งจริงๆท่านฮูหยิน
    #6,263
    0