ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 39 : บทผู้กล้าช่วยสาวงามช่างลำบากในความเป็นจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 209 ครั้ง
    8 ธ.ค. 59

 



          ท่ามกลางเสียงอาวุธกระทบกันดังกังวาน ฝีเท้าผู้คนพลุกพล่าน โลหิตสีเข้มสาดกระจาย สิ่งเดียวที่มองเห็นคือแผ่นหลังของคนผู้หนึ่งที่แสนคุ้นตา


          หัวใจเต้นกระตุกวาบ มีคนมาช่วย เรื่องนี้ข้าทราบดีและรู้ว่าต้องมีคนมาช่วยเหลือ กระนั้นก็ยังคาดไม่ถึงว่าคนที่มาจะเป็นหลินจวินเจ๋อ สามีตอนนี้ควรสวมเกราะออกรบอยู่ร่วมกับทัพใหญ่กลับปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าในชุดพรางกายดูแปลกตา มือข้างหนึ่งคว้าเอวข้าไว้แล้วดึงมายังด้านหลัง ใช่แผ่นหลังกว้างกำบังปกป้องจากศัตรูที่ดาหน้ามา ตอนนี้แม้ทราบดีว่ามันเป็นสถานการณ์เฉียดตายแต่กลับ..ฮึ่ม หัวใจไม่รักดีของคนงามนี่ช่างเต้นอย่างไม่รู้กาละเทศะยิ่งนัก


          เอ่ยปากบ่นไปหากแต่ข้าเองก็ไม่อาจละสายตาไปจากแผ่นหลังเบื้องหน้าและไม่อาจควบคุมรอยยิ้มของตัวเองได้ หลินจวินเจ๋อมาแล้ว..จู่ๆความเป็นไปได้ในการหาทางหนีออกจากค่ายทัพแห่งนี้ก็สว่างไสวขึ้นมา มองเห็นแผ่นหลังแกร่งดั่งหินผา กลิ่นอายที่เคยคุ้นและคมดาบตวัดปัดป้องการรุกรานของศัตรูเบื้องหน้าตาไม่กระพริบ ผู้ชายตรงหน้าหากถามว่าเท่ไหม ก็เท่มากนะสิ! นี่มันฉากในตำนานที่พระเอกออกมาสู้กับผู้ร้ายเลยนะ ต่อให้ข้าคิดว่าตัวเองไม่ใช่นางเอก แต่เท่มากยังไงก็คือเท่ สามีตัวดีทำเอาชักอยากไปหาป้ายไฟแบบแฟนคลับศิลปินมาโบกสักที


          ฉึก!


        “…!” ข้าเลิกทำหน้าตาแบบแฟนคลับกรี้ดดาราก็ได้ พอใจหรือยัง ถ้าพอใจแล้วก็เลิกรังความเหล่าจือซะ บัดซบเอ๊ย ข้าแค่ละเมอหาสามีตัวเองครู่เดียวถึงกับกล้ายิงธนูใส่ แถมยังเฉียดแก้มงามๆนี่อีก ไอ้ลูกตะพาบเป็นหมัน! วันนี้มีแต่คนเล็งหน้าข้านี่อยากวอนหาเรื่องใช่ไหม! รู้ไหมว่าทำลายหน้าตาของเหล่าจือมีโทษประหาร!


          หันไปมองมือมืดด้านหลังแต่ไม่พบจนทราบว่าธนูถูกยิงมาจากบนหอสังเกตุการณ์ข้าก็กัดริมฝีปากไม่ให้ตัวเองสถบออกมาอย่างแรงจนเลือดซิบ อยากขึ้นไปลงมือทำร้ายร่างกายเจ้าคนที่บังอาจล่วงเกินเสียทีกลับได้แต่กัดฟันกรอดด้วยตนเองไม่มีความสามารถพอ หันไปหาสามีคิดอยากให้เขาเข้าไปจัดการ แต่หลินจวินเจ๋อซึ่งรับมือกับทหารทั้งหมดจนส่งพวกเขาลงยมโลกเรียบร้อยกลับดึงมือข้าไปกุมจนแน่นแล้วพาวิ่งอย่างรวดเร็ว


           “ท่านพี่! จะไปไหน--อุ่ก-“ มือหน้าปิดปากดั่งจะลากเข้าที่ทำมิดีมิร้าย แต่เพราะคนทำคือหลินจวินเจ๋อแนวโน้มจนเป็นศูนย์ ข้ายืนนิ่งตัวแข็งทื่อกระทั่งสามีพาตัวมายังมุมอับสายตามุมหนึ่งของหอสังเกตุการณ์ เขาคลำมือตามเสาต้นใหญ่ต้นหนึ่งก่อนจะออกแรงกดเบาๆ แล้วดันให้เดินเข้าไป


     เขาคิดซ่อนตัว? แม้รู้สึกว่าเป็นการกระทำที่น่าแปลกใจ แต่เสียงเอะอะของทหารที่กรูกันลงจากหอสังเกตุการณ์ทำให้ข้าทำตามแต่โดยดี ขยับตัวเร้นกายเข้าไปทว่าก็ต้องแปลกใจวูบเมื่อคิดก้มหน้าซุกซ่อนตัวกลับสัมผัสได้ถึงผนังเปียกชื้นและทางที่ทอดยาวกว่าที่คาด หรือนี่จะเป็นเส้นทางลับ!?


        ภาพสุดท้ายที่ข้าเห็นก่อนร่างของหลินจวินเจ๋อจะบังมันจนมิดคือร่างของทหารลาดตระเวนที่นอนทอดซากไร้ชีวิตนับสิบราย จากนั้นบานประตูก็ปิดลงด้วยกลไกเฉพาะ เสียงทึบๆดังขึ้นขณะที่ประตูปิดสนิทจนมีแต่ความมืดรอบกาย ข้าได้ยินเสียงเอะอะและเสียงฝีเท้าแว่วเบาๆ แต่มันดังราวกับอยู่ห่างที่นี่นับสิบก้าว แม้ความจริงจะใกล้เพียงสามารถคลำทาง


       “เป็นอะไรมากหรือไม่?” คนสูดหายใจลึกๆ แสดงอาการเหนื่อยอ่อนสิควรถูกถามมิใช่ข้า แต่ความมืดนี่มันช่างน่าขัดใจนักเพราะไม่อาจสัมผัสตัวอีกฝ่าย ข้ายื่นมือออกไปอย่างไร้จุดหมาย ที่สุดก็เตะลงบนแขนเลยมายังไหล่และใบหน้าของหลินจวินเจ๋อได้พอดี


        “ข้าไม่เป็นไร”ลูบสัมผัสใบหน้าอีกฝ่ายแล้วข้าก็เงียบไปครู่หนึ่ง ทั้งที่คุ้นเคยกันดีกลับรู้สึกไม่รู้จะพูดสิ่งใดขึ้นมา ข้าลากมือไปบนใบหน้าคมคาย สัมผัสเค้าโครงที่ตนจำได้จนขึ้นใจท่ามกลางเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยค่อยซาลง แต่ที่ดังขึ้นเรื่อยๆกลับเป็นเสียงหัวใจของตนเอง


       คิดถึง จู่ๆถ้อยคำนี้ก็ปรากฏขึ้นในหัวอกอย่างเงียบงัน ข้าเม้มปากเข้าหากันแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง เมื่อได้เจอหน้ากันอีกครั้งกลับได้ตระหนักว่าคิดถึงเขามากแค่ไหน แม้ตอนนี้จะผิดที่ผิดทางยังไงก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกเช่นไร ข้าคิดถึงหลินจวินเจ๋อที่ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่วันยิ่งนัก


        “ท่านพี่…”


       “ข้าคิดถึงเจ้า”


       ถ้อยคำที่ไม่คิดว่าจะได้รับจากบุรุษเบื้องหน้าบันดาลให้แก้มร้อนวาบ หลินจวินเจ๋อหาได้สนใจความมืดรอบกายและเกราะใหญ่ๆที่ข้าสวม เขาใช้สองแขนรั้งเอาตัวข้าไปกอดเอาไว้ ซบหน้าแน่นิ่งอยู่ครู่ใหญ่และเงียบอยู่นาน


         ไม่ไกลจากทางลับนี้ยังแว่วเสียงผู้คนเอะอะ แต่บุรุษเบื้องหน้ากลับไม่คิดสนใจ ดวงตาที่เริ่มคุ้นเคยกับความมืดทำให้ข้ามองเห็นเงาลางๆของร่างสูงที่เอนหลังพิงประตูไว้ ท่านพี่คนเท่ของข้าเมื่อครู่กลับแน่นิ่งราวหมดแแรง แต่สองแขนที่กอดร่างของข้าเอาไว้แน่นไม่ยอมคลาย


        ข้าสยบเสียงเต้นของหัวใจตนเองเอาไว้ขณะยกมือลูบเส้นผมที่เกล้ามวยไว้ลวกๆของคนตรงหน้า มันยุ่งเหยิงเล็กน้อยและชื้นไปด้วยเหงื่อ ยามนึกถึงเขาที่ถือดาบประหัตประหารผู้คนเมื่อครู่กลิ่นโลหิตก็โชยมาต้องนาสิก หากข้าไม่ได้สนใจมันมากนัก ที่กระทำเพียงเคลื่อนปลายนิ้วลูบผิวแก้มและปลายจมูกโด่งสัน สัมผัสทุกองคาพยพบนใบหน้าคมคายและปล่อยให้หลินจวินเจ๋อได้ระบายความรู้สึกทั้งหมดออกมา


      “ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าถูกจับ” ท่านแม่ทัพโทษตัวเองอีกแล้ว ถ้อยคำนั้นฟังดูราวเขาแบกรับความผิดทั้งหมดมาที่ตัวเอง ข้าลูบแก้มเขาซ้ำแล้วส่ายหน้า


      “ไม่ใช่ความผิดท่าน” ตอนนั้นเขาออกรบเพื่อบ้านเมือง ไหนเลยจะทราบว่ามีคนคิดจับตัวข้าซ้ำหนึ่งในพรรคพวกก็ทรยศ


       “ทำให้เจ้าลำบากแล้ว” หลินจวินเจ๋อทอดถอนใจอีกครา ก่อนอ้อมแขนแกร่งจะค่อยคลายออก เพราะไร้แสงไฟ ข้าจึงไม่อาจเห็นว่าใบหน้าอีกฝ่ายแสดงอาการเช่นไร กระนั้นก็ยังจับได้จากน้ำเสียงว่ามันมีเค้าผ่อนคลายลงมาก ซ้ำก็เอ่ยกลัวหัวเราะ “สวมเกราะใหญ่เช่นนี้กอดฮูหยินของพี่ไม่ถนัด”


        ฮึ มาเรียกตนเองว่าพี่ ข้าหันไปขว้างค้อนใส่เขาแม้อีกฝ่ายจะไม่เห็นอย่างติดจะหมั่นไส้ ก่อนจะออกแรงผลักแผ่นอกกว้างเบาๆ “ท่านปล่อยก่อนสิ ข้าจะถอดออกแล้ว”


        หลินจวินเจ๋อยอมปล่อยแขนแต่โดยดีเมื่อข้ากล่าวเช่นนั้น อันที่จริงชุดเกราะนี่มันทั้งเหม็นทั้งมีแต่เหงื่อ ของๆคนอื่นข้าก็ไม่อยากใส่หรอกหากมีทางเลือก คิดพลางถอดหมวกออกจากศีรษะแล้วผ่อนลมหายใจ ข้าก้มตัวถอดชุดเกราะออกจากกายขณะที่หลินจวินเจ๋อหันไปทำอะไรบางอย่างใกล้ๆ รู้ตัวอีกทีเมื่อถอดเกราะเรียบร้อยก็มีแสงจากคบเพลิงลุกวาบสะท้อนเงาคนด้านใน ข้าหันไปมองหลินจวินเจ๋อ พบว่าสามีกำลังเก็บหินจุดไฟลงไปก็ยิ้มในความรอบคอบของอีกฝ่าย


         หลินจวินเจ๋อปักคบเพลิงลงบนพื้นแล้วหันมาสบตา ทว่าเมื่อได้มองเห็นหน้ากันชัดท่ามกลางแสงไฟไอสังหารกลับลุกวาบ ร่างแกร่งขยับเข้าประชิด เขาจ้องร่องรอยช้ำที่ลำคอของข้าแล้วกัดฟันกรอด


           “ฝีมือใคร!?”


          “ใจเย็นๆก่อน ท่านพี่” ยกมือลูบแขนปลอบประโลมคนที่โกรธจนข้ารับรู้ได้ถึงโทสะอันร้อนแรง แม้จะไม่ได้ส่งมายังตนเองแต่ความโกรธนี้ก็ยังผลให้สะดุ้งวาบ หลินจวินเจ๋อคว้าตัวข้าไปกอดอีกครั้ง ได้ยินเสียงเขาขบฟันแน่นขณะกอดรัดเสียจนรู้สึกเจ็บ เห็นคนนิ่งเงียบพยายามระงับโทสะแล้วข้าก็นึกสงสาร เจ้าลูกเต่าบ้าเลือดตัวนี้นี่ช่าง..


         “เป็นองค์ชายผู้นั้นใช่หรือไม่” หลินจวินเจ๋อถามเสียงเบา พยายามเหลือล้นในการข่มอารมณ์ แต่ข้ายังสังเกตุได้ว่ามือหนาสั่นระริก..


         “ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว เรารีบหนีกันไปก่อนเถอะ” เอื้อมมือไปประสานมือกับคนตรงหน้า เอ่ยปากปลุกปลอบประโลมโทสะเขาอีกครา ทราบดีว่าหลินจวินเจ๋อกำลังข่มใจอย่างยากเย็นข้าก็ได้แต่หาทางเบี่ยงเบนความสนใจ ด้วยในสถานการณ์เช่นนี้มิอาจมานั่งมีโทสะเพียงอย่างเดียวได้


        “ข้าจะล้างแค้นให้เจ้า” คนหงุดหงิดยิ่งนักยอมผละออกมาแต่ยังคำรามกรอด ข้าฟังคำว่าแก้แค้นของสามีแล้วอมยิ้มเล็กน้อย ร่องรอยนี้จะว่าเคืองก็เคืองแต่ข้ามิได้คั่งแค้นอันใด เพียงแต่จดจำเท่านั้นว่าใครเคยทำอะไรไว้ ถ้ามีโอกาส…เฮอะ แน่นอนว่าเหล่าจือจะเล่นงานมันน่ะสิ


        ฝากความอาฆาตไว้ในใจขณะเสื้อคลุมตัวนอกสีเข้มถูกสวมบนร่างข้าอีกชั้นเมื่อหลินจวินเจ๋อเห็นว่าใส่ชุดขาวบางๆตัวเดียวนั้นอันตรายยิ่ง ข้ายักคิ้วหลิ่วตาใส่สามีขี้หวงตรงหน้าอย่างรู้ทัน อดกลั่นแกล้งเขาเล็กน้อยอย่างเคยมือไม่ได้ พอเห็นท่าทีเงอะงะของเจ้าลูกเต่าเบื้องหน้าก็สำราญใจไม่น้อย


          หลินจวินเจ๋อจูงมือข้า เมื่อเราทั้งคู่จัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วย่อมต้องไปต่อ นี่เป็นค่ายศัตรูทางลับนี้จะถูกค้นพบเมื่อใดก็ขึ้นอยู่กับเวลา หากชักช้าจะส่งผลเสียเอาได้ คิดอ่านกระทำเช่นไรเอาไว้หลังจากนี้ที่หลบหนีออกจากค่ายเถิด


          “ทางออกตรงหน้าค่าย..”ข้ามีสีหน้ากังวล เมื่อคิดได้ว่าการออกไปยามคนพลุกพล่านมิใช่เรื่องง่าย


         “ไม่เป็นไร” มือหนาบีบเบาๆ หลินจวินเจ๋อทอดสายตามองข้าอย่างลึกซึ้งครู่หนึ่ง “ข้าจะปกป้องเจ้า เราจะหนีออกไปให้ได้”


         “เข้าใจแล้ว ท่านพี่”


         ข้ายิ้ม ความกังวลในหัวใจค่อยคลายลงเมื่อได้ยินคำพูดของบุรุษเบื้องหน้า ทอดมองมือที่จับกันไว้แล้วสูดหายใจลึกๆความเชื่อมั่นในตัวอีกฝ่ายล้นปรี่ จู่ๆข้าก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นท่ามกลางความอุ่นวาบในหัวใจ ชีวิตใหม่นี้หากคิดจะไว้ใจใครคนหนึ่ง คนๆนั้นย่อมเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากหลินจวินเจ๋อ


          “ฮูหยิน”


          ข้าเงยหน้าขึ้นเมื่อถูกถามและผละออกจากห้วงคิด กำลังจะก้าวเท้าเดินต่อหลินจวินเจ๋อกลับหันมามอง เจ้าของใบหน้าคมคายขมวดคิ้วเล็กน้อย ท่าทีเหมือนมีสิ่งใดคาใจ เขานิ่งจ้องหน้าข้าจนข้าประหลาดใจ กระทั่งอีกฝ่ายเอื้อมมือมาจับแก้มข้าก่อนจะบีบเบาๆ “ยังไม่บอกเลยว่าคิดถึงข้าหรือไม่?”


          ข้าหยุดฝีเท้ากึก มองหน้าหลินจวินเจ๋อที่ทอแววออดอ้อนแล้วเบิกตากว้าง พยายามไม่นำพาอาการแปลกๆของตัวเองยามถูกสายตาคู่นั้นจับจ้อง นี่มันเล่นทีเผลอ! จะมาอ้อนอะไรตรงนี้! ไม่ได้พบกันมากี่วันมีใครสอนอันใดแปลกๆเจ้าลูกเต่าตัวนี้อีกรึเปล่า เหตุใดตั้งแต่เจอหน้าถึงได้จู่โจมกันรุนแรงแบบนี้ ท่านพี่ อย่าเพิ่งเล่นงานข้า รอข้าตั้งตัวก่อน!


        “ฮูหยินเล่า คิดถึงข้าหรือไม่” ราวกับกลัวข้าไม่ได้ยินจึงถามซ้ำ ถ้อยคำแฝงนัยยะออดอ้อนพร้อมกับมือหนาจับแก้มขาวซ้ำแล้วบีบเบาๆราวออดอ้อนขอความเห็นใจ หลินจวินเจ๋อเจ้าคนขี้โกง! ข้าบอกแล้วว่าขอเวลาตั้งตัว ทำแบบนี้วางแผนให้ข้าหัวใจวายตายใช่หรือไม่!


         “อาซิ่น…” คนถามไม่พอยังย้ำพลางส่งเสียงอ้อนไม่หยุด ข้าส่งเสียงคำรามเบาๆในลำคอส่งไปให้คนตรงหน้า หมั่นไส้มือที่บีลแก้มเล่นนี่เหลือใจจึงตีเบาๆให้อีกฝ่ายปล่อย สถานการณ์แบบนีั ฉุกเฉินขนาดนี้ ยังมีเวลาพลอดรักอยู่หรือไง


         “…คิดถึงสิ”


        ข้ายกมือผลักให้อีกฝ่ายเดิน ซึ่งคนได้ยินก็ยิ้มกว้างส่งดวงตาหวานเป็นประกายมาให้ ที่ข้ายอมพูด เพราะเห็นแก่ฉากเท่ๆเมื่อกี้หรอกนะ..


    ++++


        การหนีออกจากค่ายทัพใหญ่ของศัตรู แน่นอนว่ามันไม่ง่าย…


        ข้าทราบดีถึงความจริงข้อนี้ มีทางลับให้ มีเส้นทางหนีพร้อมผู้คน ทว่าการจะวิ่งฝ่าคมดาบออกไปนอกค่ายไหนเลยกระทำได้ดั่งใจ ไม่ผิดไปจากที่ข้าคิดเมื่อเดินใกล้ถึงที่หมายจะได้ยินเสียงทหารและฝีเท้าวิ่งขวักไขว่ คงมีการวางกำลังเพื่อกันไม่ให้หนีออกไป เฝ้าทางออกไว้แล้วผู้หลบหนีก็เป็นเพียงหนูวิ่งอยู่ในกรงไม่มีทางรอด


        ส่งสายตาเจือความกังวลไปยังหลินจวินเจ๋อ คนข้างกายเองก็ทราบดีถึงความไม่มั่นใจนี้จึงบีบมือรับ ดวงตาคมปลาบจ้องมองผนังทางลับที่เปิดไปสู่อีกฝั่ง นิ่งไปครู่หนึ่งแล้วจึงหันมา


        “เจ้ารออยู่ในนี้”


        “ไม่” ได้ยินแล้วข้าพลันขมวดคิ้ว เขาคิดจะออกไปเป็นตัวล่อแล้วให้ข้าหนีเอาตัวรอดหรือ “ให้ข้าไปคนเดียวเท่ากับรอถูกจับ ท่านก็ทราบ”


         “ข้าจะลอบออกไปส่งสัญญาณ เพียงครู่เดียว” หลินจวินเจ๋อกล่าวเบาๆพลางจับมือข้าแตะยังส่วนรอยเลื่อนหนึ่งของประตู “ตรงนี้ แตะแล้วกดเบาๆจะสามารถหมุนออกไปได้ เจ้ารอจนข้าเคาะแผ่นหินส่งสัญญาณแล้วค่อยออกมา เข้าใจไหม?”


         “ข้าอยากออกไปด้วย” เอ่ยปากอย่างดื้อดึงพลางกุมชายเสื้ออีกฝ่ายไว้ ข้ารู้สึก..สังหรณ์ใจแปลกๆ


         “อาซิ่น..” คนถอนใจเบาๆหากข้าก็ส่ายหน้าซ้ำเช่นกัน ทิ้งข้าอยู่ในนี้โดยไม่รู้ชะตากรรมใดๆของเขางั้นรึ เช่นนี้มันเลวร้ายเกินไป หากถูกเล่นงานหมดล่ะจะเป็นอย่างไร ย่างน้อยก็เอาข้าไปปะปนด้วยเถอะ อีกฝ่ายคงมิกล้าลงมือรุนแรง ข้ามิอาจวางใจปล่อยคนไปเสี่ยงชีวิตแทนได้อีก แม้ทราบว่าตนเองจะกลายเป็นตัวถ่วงก็ตาม


         “ก็ได้”ดวงตาคมคายคู่นั้นฉายแววอ่อนใจแต่ก็ยอมรับโดยดี หลินจวินเจ๋อกระชับผ้าที่ปิดบังใบหน้าตนเองแล้วเอื้อมมือมาหาข้า เขาดึงตัวข้าขึ้นมาและอุ้ม..เดี๋ยว!


         “ท่านพี่ ท่านจะทำอะไร!?”เกาะไหล่อีกฝ่ายพลางเบิกตากว้างมองหลินจวินเจ๋อ อย่าบอกนะว่าเขาคิดจะอุ้มข้าไปแบบนี้ แม้จวิ้นอ๋องจะตัวไม่ใหญ่โตเท่ากับท่านแต่ก็ไม่ได้เบาหวิวเหมือนปุยนุ่นนะ อุ้มข้าเช่นนี้เป็นเป้านิ่งให้ผู้อื่นโจมตีหรืออย่างไร


         “ข้าจะพาเจ้าปีนกำแพง”เห็นท่าทีตกอกตกใจของข้าแม้สถานการณ์เคร่งเครียดคนก็ยังหลุดยิ้ม แต่คำตอบทำให้ข้าขมวดคิ้วมุ่น ปีนกำแพงในสภาพนี้อย่างนั้นหรือ


         “เมื่อออกไปอย่างเงียบๆไม่ได้ ก็จงสร้างความวุ่นวายให้ถึงที่สุด ข้อนี้ข้าเรียนรู้มาจากเจ้าเชียวนะ” คนเชยชมข้าแต่ฟังแล้วไม่ยักชวนปลาบปลื้ม นี่บอกว่าข้าถนัดก่อเรื่องใช่หรือไม่


         “ระวังตัวไว้ให้ดี นี่เป็นมีดของเจ้า อย่าทำตกที่ไหนอีกล่ะ”ยังขมวดคิ้วมิคลาย มือหนาก็ยื่นด้ามมีดแสนคุ้นตามาให้ ประกายอ่อนโยนบนดวงตาคู่นั้นทำให้ข้าเลิกคิดถกเถียง ทำเพียงเอื้อมมือไปรับมาถือเงียบๆ เมื่อคิดว่ามีดนี่เคยช่วยเหลือข้าครั้งหนึ่งก็ยิ้มออกมา กระนั้นปากก็ยังไม่วายเย้า


        “ผู้อื่นมอบแต่เครื่องประดับ เสื้อผ้า รึของสวยๆงามๆให้ภรรยา ท่านคงเป็นสามีคนเดียวในใต้หล้าแล้วที่มอบมีดสั้นอาบยาพิษให้”


        “เช่นนั้นรอกลับไป ท่านพี่จะมอบกำไลงามๆให้เจ้าสักชิ้น”


         “หึ ข้าเป็นบุรุษ จะเอาของเช่นนั้นไปทำอันใด”


        “ถือว่าให้ของที่ไม่ได้มอบในคืนวันแต่งก็แล้วกัน”


         อะไรวันแต่ง? ข้าฟังแล้วขมวดคิ้ว แต่ไม่ทันกล่าวอันใดมากความหลินจวินเจ๋อก็กดมือลงบนประตูหินให้มันเปิดออก ภาพกำแพงค่ายที่ปรากฏทหารหลายนายยืนตรวจตราแน่นขนัดก็เผยสู่สายตาพร้อมกับคำตอบที่ผุดขึ้นมาในห้วงคิด ตามประเพณีของเทียนจิ้น คู่บ่าวสาวต้องร่วมมวยผมและเจ้าบ่าวต้องมอบกำไลให้ฝ่ายเจ้าสาว กำไลหนึ่งคู่สามีภรรยาสวมคนละข้างไม่ต่างจาดแหวนแต่งงานสมัยนี้ เจ้าลูกเต่าขี้โกง! วันนี้รังแกหัวใจเหล่าจือมากเกินไปแล้ว!


           คิดอ้าปากขู่เจ้าของแววตาพราวระยับคู่นั้นยังทำไม่ได้เมื่ออยู่ท่ามกลางศัตรู ข้าบีบไหล่อีกฝ่ายเป็นการตอบโต้ แต่หัวใจที่เต้นแรงอย่างไม่สงบพลันเย็นเยียบทันควันเมื่อมองเห็นร่างสูงใหญ่เจ้าของหน้ากากเงินที่แสนคุ้นตายืนตระหง่านบนเชิงเทินพร้อมทหารอีกนับร้อยรอบกาย


          นี่ก็อีกคนที่ไม่ยอมออกไปรบ พวกเจ้าไม่ได้ยินเสียงกลองดังลั่นเบื้องหลังหรือ ทุ่มเทกำลังคนคิดจับตัวข้าไว้ขนาดนี้กลัวจะไม่ได้ตายดีรึไง!


          มือข้างหนึ่งกระชับกอดคอหลินจวินเจ๋อแน่นขณะที่มืออีกข้างกำมีดสั้นในมือเอาไว้ จำนวนผู้คนชวนให้หวาดหวั่นทว่าหลินจวินเจ๋อกลับยิ้มอย่างไม่หวั่นเกรง มือหนาสอดเข้าไปในอกแล้วยื่นพลุสัญญาณมาให้ข้า ไม่ต้องกล่าวคำใดข้าก็ทราบแล้วว่าเขาคิดจะให้ใช้พลุนี้


           “ท่านพี่ ทำเช่นนี้..” เขากลัวคนจะไม่พบหรือไร ถึงได้จงใจกระทำตนเป็นจุดเด่นเช่นนี้


           “อย่าได้กังวล จุดเลย”


        ปัง!


        เพราะดวงตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นคู่นั้น ข้าจึงกระทำโดยไม่ลังเล เสียงพลุสัญญาณดังขึ้นแล้วท้องฟ้าก็สว่างวาบ ทุกสายตาจ้องมองมาที่ข้าและหลินจวินเจ๋อโดยพลัน ข้ากอดคอเขาแน่นขึ้นเมื่อรับรู้ถึงระยะของหอกดาบและคมธนู โดยมีเจ้าของอ้อมแขนแกร่งกอดแน่น มิได้มีท่าทีหวั่นเกรง


         เงาดำหลายร่างกระโจนลงมาสมทบ ต่างอยู่ในชุดรัดกุมปกปิดหน้าตาและกระจายตัวคุ้มกัน ข้าเผลอสูดหายใจลึกเมื่อได้สบตาสีฟ้าวับวาม มันแข็งกร้าวด้วยโทสะ ขณะที่ฉู่เหวินคำรามลั่น


           “สังหารผู้บุกรุก ชิงตัวจวิ้นอ๋องคืนมา!!!”


          เสียงแค่นหัวเราะหยันของหลินจวินเจ๋อดังขึ้นขณะทหารกรูกันเข้ามาล้อมกรอบพวกเราอย่างต่อเนื่อง ข้าก้มมองสามีตนเองด้วยความไม่แน่ใจขณะที่มือใหญ่ลูบหลังเบาๆ ให้คลายใจ


         “พวกเรา บุก!!”


         ยังไม่ทันเอ่ยคำใด เสียงฝีเท้าม้านับพันตัวก็ดังอยู่นอกประตูค่าย สุ้มเสียงราวทัพนับพันกำลังล้อมประชิด ทหารเฝ้าเชิงเทินส่งเสียงเอะอะวุ่นวาย ขณะที่หลินจวินเจ๋อเงยหน้าขึ้นไปยังทิศที่มีร่างขององค์ชายเจ็ดยืนอยู่ เขากอดข้าไว้แน่น ท่ามกลางเสียงตะโกนของแม่ทัพโม่ที่ดั่งลั่นอยู่เบื้องนอกราวกับจะถามว่าคิดเลือกสิ่งใด จวิ้นอ๋อง หรือทัพไห่เยี่ยนของตน..




+++++++++

ในสถานการณ์แบบนี้ยังหวานกันอยู่ใช่มั้ย! /ใช่
รอบนี้ท่านพี่มีหลายคอมโบ้ ห่างเมียมานาน เล่นมุกไหนได้ให้เล่น5555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 209 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13428 ploybrf2 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 00:31
    อร้ายสู้ๆนะตัว
    #13,428
    0
  2. #13295 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 17:06
    เจ้าลูกเต่า ร้ายอ่ะ ติดมาจากฮูหยินใช่มั้ยตอบบบบบบ
    #13,295
    0
  3. #12878 มูตี้ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 18:18
    ^______^
    #12,878
    0
  4. #12719 KimFa-rin (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 13:59
    รู้สึกทีมองชายจะเยอะ
    #12,719
    0
  5. #11497 AI-Pearp (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 09:51
    เราชอบองค์ชายจุง เขิน
    #11,497
    0
  6. #10841 TATSMATO (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:58
    องค์ชายนี่ก็นะ ขนาดนี้แล้วอะไรตะอยากได้จวิ้นอ๋องคืนขนาดน้านน 555
    #10,841
    0
  7. #9357 fairy (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 16:34
    หวานกันจังงงง สงสารองค์ชายเจ็ดอ่าาาาา
    #9,357
    0
  8. #9134 peejayyy (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 01:41
    หวานขนาด ไม่ไหว ใจชั้นมันอ่อนเเอ #ทีมท่านแม่ทัพ
    #9,134
    0
  9. #8390 iloveseries9 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 19:26
    นี้เปนคนอ่านยังหัวใจแรงเลย #ทีมทั่นแม่ทับ #ทีมอาซิ่น
    #8,390
    0
  10. #8129 Chrysola Chan (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 02:13
    ชูป้ายไฟท่านแม่ทัพ ปาหัวใจใส่รัวๆ เอร๊ยยย
    #8,129
    0
  11. #7798 ✚ADAM (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 00:14
    โอ้ยยยย คือแบบเทใจให้เจ้าลูกเต่าจริงๆ อะไรมันจะน่ารักเบอร์นี้ ฮื่ออออ ชายเจ็ดคะ ยอมแพ้นะ
    #7,798
    0
  12. #7658 katekate (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 11:24
    ท่านพี่ รุกแรงมว๊ากกกกก อ่านไปฟินไป อร๊ายยยยยย
    #7,658
    0
  13. #6682 OverOzone (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 15:32
    เจ้าลูกเต่าช่างเก็บดอกครบ.
    #6,682
    0
  14. #6257 Mongmong (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 21:12
    เจ้าลูกเต่าช่างอุกอาจไร้มารยาทยิ่ง อยู่ท่ามกลางกลิ่นควาเลือดยังจะมาเล่นมุกล่อลวงท่านอ๋องอีก
    #6,257
    0
  15. #6200 wait for 83line (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 14:32
    ลูกเต่า เจ้ามันร้ายกาจ -..-
    #6,200
    0
  16. #5824 BBINO (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 13:30
    โอ้ยยยยย ตายแล้วว หัวใจทำงานหนักมากกกก ท่านพี่โคตรเท่เหลือเกิน ฮือ หัวใจจะวายแล้วว T T
    #5,824
    0
  17. #5789 Lili405 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 10:12
    ฮืออออ ทำไมนับวันสามียิ่งทำตัวน่าหลงคะ ขอขโมยสามีมาจากท่านอ๋องได้มั้ย TT
    #5,789
    0
  18. #5608 Think_out (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 20:47
    โอ๊ยยย พ่อพระเอกกกก เท่ห์มากมายย ฮือออออ ปลอดภัยทุกคนนะ
    #5,608
    0
  19. #5219 KTsung (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 19:03
    กรี๊ดดดดดดดด นี่มันสนามรบแน่หรือ ทำไมมันหวานขนาดเน้ โอ๊ยๆๆๆๆๆ ไม่ใช่หัวใจคนงามแล้วอาซิ่น หัวใจตัวเองนั่นแหล่ะ ทั้งเต้น ทั้งคิดถึง ทั้งทำตัวไม่ถูก และฝากชีวิตขนาดเน้ โอ๊ยยน้ำตาลพุ่ง ท่านแม่ทัพลูกเต่าเท่ห์มาก ขอตัวไปทำป้ายไฟแป็บนึง โอ๊ยยยยยย
    #5,219
    0
  20. #5212 chanchan123 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 18:15
    ยังยืนนันควาทคิดเดิม สงสารองค์ชายเจ็ดอยากให้เป็นมิตรมากกว่าศัตรู
    #5,212
    0
  21. #5157 คนเหงาเข้าใจไหม (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 00:54
    ก็ยังแอบสงสารองค์ชาย7อยู่ดี
    #5,157
    0
  22. #4819 นามข้านั้นสำคัญ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 15:03
    สนุกไม่สดุด ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีๆให้อ่านค่ะ จะตามผลงานไปเรื่อยๆ โอ๊ยยยย ชอบทุกๆอย่างเลย????
    #4,819
    0
  23. #4601 so_candy<3<3 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 20:16
    พี่ความอ่านนาน สองวันถึงจะจบ ขอบพระตุณไรท์อย่างยิ่งขอรับ
    #4,601
    0
  24. #4353 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 00:22
    ฉากนี้....โรแมนติกกลางสนามรบสินะ อิอิอิ
    #4,353
    0
  25. #4321 แกงส้ม (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 18:18
    สู้ๆนะ
    #4,321
    0