ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 31 : คนผู้นี้ ความสามารถคือหน้าด้านเป็นพิเศษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,332
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 187 ครั้ง
    29 พ.ย. 59

         




          แสงสว่างทอลอดจากปากทางเข้ากระโจมใหญ่ทำให้ดวงตาคู่งามที่เปิดขึ้นเงียบๆสามารถมองเห็นทุกสิ่งได้ชัดเจน ผ้าทอผืนบางลวดลายแปลกตาพาดคลุมเพดานด้านบนเป็นม่านมุ้งคลุมทับไว้ พรมขนสัตว์สีขาวกระจ่างผืนใหญ่ถูกปูจนเต็มเตียงกว้าง แผนที่ขนาดใหญ่ซึ่งมองเห็นได้ลางๆขึงอยู่บริเวณมุมหนึ่งของกระโจม ถัดไปไม่ไกลจากนั้นเป็นโต๊ะเขียนอักษร ภายในกระโจมนี้ไร้ผู้คน มีเพียงกลิ่นชาหอมอวลไอให้ความรู้สึกคุ้นเคยแต่ก็แตกต่างอย่างยิ่ง



         นี่ไม่ใช่ฐานที่มั่นที่หนึ่ง และหากให้คาดเดา มันไม่ใช่ทัพใหญ่ของเทียนจิ้นด้วยซ้ำ



         ข้านิ่งเงียบ ปลายนิ้วเรียวงามไล้ผืนพรมสีขาวไปด้วยขณะทบทวนความทรงจำอย่างเร่งด่วน การลืมตาขึ้นมาพบกับสภาวะที่ไม่คุ้นเคย ไม่ต้องให้ใครมาบอกก็รู้ได้เลยว่าอยู่ในสถานการณ์ที่แย่มากกว่าดี ซ้ำสถานการณ์ย่ำแย่ที่ว่านี้ท่านอาซิ่นอาจทำได้แค่นั่งง่อยๆ 



         ลองขยับเนื้อตัวดู พบว่าแม้มีอาการปวดเมื่อยเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เกิดบาดแผลใหญ่ที่ตรงไหน ข้อมือข้อเท้ายังอยู่ในสภาพดี เสื้อผ้ายังสวมชุดเดิมกับเมื่อวาน ที่ผิดแผกไปมีเพียงอาการปวดตรงหลังคอตุบๆ คลำดูแล้วก็พบว่ามีรอยบวมนูนขึ้นมา คิดแล้วพลันนึกไปถึงไอ้ลูกตะพาบตัวนั้นที่โผล่มาข้างหลังอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง ไม่ใช่หวังอี้เสี่ยแต่เป็นมู่เซิน



         นิ่งใคร่ครวญถึงสถานการณ์ที่ตนประสบแล้วข้าก็เดาว่าตนเองน่าจะถูกพาตัวมายังที่มั่นของพวกไห่เยี่ยน ซุนลู่หยุนเป็นสายลับของพวกมัน ส่วนมู่เซินผู้นั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับองค์ชายเจ็ดผู้หน้าด้านคนนั้นดังคาด คนสองคนพบตัวในเวลาเช่นนั้นยากนักจะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกันแม้ข้าจะไม่เข้าใจนักว่าทำไมเขาถึงไม่ช่วยชีวิตกุนซือซุนก็ตาม



         นึกไปถึงคนผู้นั้นแล้วนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ด้วยเพราะสลบไปก่อนจึงไม่มีเวลาได้ตกอกตกใจยามได้ลงมือฆ่าคนเป็นครั้งแรก ตอนนี้จึงได้ฤกษ์ตระหนกขวัญหาย ย้ำอีกครั้งว่าเหลียงจื่อซิ่นคนธรรมดาไม่เคยฆ่าคนวางเพลิง เข้ามาอยู่ในร่างนี้ก็เพิ่งได้จับมีดแทงคนเสียทีแล้วอีกฝ่ายก็น้ำลายฟูมปากต่อหน้าจะไม่ให้ข้าตกใจได้ยังไงไหว แม้ในความทรงจำคนงามจะเคยถือดาบฆ่าคน แต่มันก็คือความทรงจำ เหมือนภาพยนต์สีเทาฉายอยู่ในหัวไม่สามารถทำให้ข้ารู้สึกชินชาได้เมื่อลงมือด้วยตัวเอง



           ยกมือปิดปากพลางสูดหายใจลึกๆบอกตัวเองให้มีสติท่ามกลางสถานการณ์อันไม่แน่นอนเช่นนี้ ช่างหัวศพซุนลู่หยุน ถือเสียว่าข้าช่วยแก้แค้นให้แม่ทัพเหลียงและแม่ทัพเช่อจง คิดแล้วยังต้องถอนหายใจเมื่อทราบตัวผู้ประทำเช่นนี้ ข้าไม่ทราบว่าคนผู้นั้นคิดอะไรอยู่หรือเป็นคนของไห่เยี่ยนแต่แรก ทว่าการปล่อยให้เขาอยู่ในกองทัพจนบัดนี้นับว่าเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เคราะห์ดีที่ช่วงหลังๆจากการต้องระวังความลับรั่วไหลจึงไม่ได้เผยให้คนผู้นั้นรู้แผนการณ์ทุกอย่าง มิฉะนั้นความเสียหายคงมากกว่านี้นับเท่าตัว



           ส่วนมู่เซิน..



            “ท่านอ๋องฟื้นแล้ว



            เสียงของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้นพร้อมกับผ้าบังกระโจมถูกเปิดออกทำให้ข้าชะงักและหันไปมองอย่างรวดเร็ว ทิวทัศน์เบื้องนอกเผยให้เห็นเพียงชั่วพริบตาก็ถูกปิดไว้เช่นเดิม ข้าหรี่ตาลงช้าๆมองเงาร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาอย่างองอาจ คนผู้นี้มีรูปร่างสูงใหญ่ผึ่งผาย ยังแต่งตัวชุดขุนศึกเต็มยศ สวมชุดเกราะสีเงินลายพยัคฆ์ หน้ากากวาดลวดลายเดียวกัน ดวงตาสีฟ้าเข้มวาววับจ้องกลับมา เขาคือองค์ชายเจ็ดฉู่เหวินแห่งไห่เยี่ยนไม่ผิดไปจากที่คิด



           “องค์ชายเจ็ดเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆพลางนิ่งมองอัปกริยาอีกฝ่าย ข้ามองตาเขาเงียบๆผ่านม่านมุ้งผืนบาง เงียบไปครู่ร่างในชุดเกราะจึงเดินมาถึงเตียงแล้วปัดผ้าม่านเหล่านั้นออกจนไม่มีสิ่งใดขวางกั้นอีกต่อไป



           “ไฉนไม่เรียกฉู่เหวิน จวิ้นอ๋องกล่าววาจาห่างเหินไปไย



          “เรียกแล้วอย่างไร ไม่เรียกแล้วอย่างไรครั้งสุดท้ายที่มีคนพูดประโยคทำนองนี้กับข้า ผลคือความโชคร้ายขั้นอยากลุกขึ้นมาต่อยตีคน นึกถึงรัชทายาทหวงไท่หวางแล้วยังแสบอุ้งมือไม่หาย มุกความสนิทสนมเช่นนี้น่ะขอเถอะ และอย่าขยับเข้ามาใกล้ข้าด้วย!



            ใบหน้าที่มีหน้ากากเงินสวมทับเหลือเพียงนัยน์ตาสีฟ้าเข้มโน้มเข้ามาหา เขาจ้องมองมาในระยะประชิดแล้วนิ่งอยู่อย่างนั้น นี่เจ้ากำลังชมโฉมคนงามอยู่หรือ? ข้าทราบดีว่าหวงเทียนหยางงามล้ำเกินใครแต่การจ้องเอาๆจนข้าแทบพรุนเพราะสายตาของเจ้านี่ควรแล้วรึ ช่างไร้มารยาทยิ่งนัก! แน่จริงเจ้าก็ถอดให้หมดแล้วให้ข้าจ้องกลับบ้างสิ!!



           “ช่างเป็นคนกล้าสมคำร่ำลือ



           “ข่าวลือของข้าช่างมีมากมายเสียจริงข้ายิ้มน้อยๆ แสร้งเอียงคอมองเขาเหมือนสาวน้อยใสซื่อพลางกระพริบตาช้าๆ ใช้ความงามของคนงามให้เป็นประโยชน์เพื่อทดสอบว่าฉู่เหวินผู้นี้เป็นคนเช่นไรพลางสบตาอีกฝ่าย มีข่าวเช่นไรท่านก็เชื่อหมดงั้นหรือ



            “แต่ข่าวที่เหมือนกันไม่ว่าบอกกล่าวเช่นใดคือจวิ้นอ๋องช่างงามล้ำยิ่งนักร่างเเกร่งในเกราะหนายังคงเอนตัวเข้ามาใกล้ ดวงตาสีฟ้าเจิดจ้าเป็นประกายยิ่งนัก



           “คำว่างามดูจะไม่ใช่คำชมที่บุรุษนิยมข้าสูดหายใจลึกขึ้น ตาสบตาชายหนุ่มที่เริ่มทำการคุกคามไม่กระพริบ



           ข้าได้บอกไปรึยังว่าเกลียดมุกนี้



           สถานการณ์อันแสนคลาสสิคของภาพยนต์แนวย้อนยุคคือนางเอกถูกตัวร้ายจับมาเพื่อต่อรองกับพระเอกไม่ก็หวังให้ทำอะไรบางอย่าง จากนั้นตัวร้ายก็จะตกหลัมรักความดีงามใสซื่อของนางเอกเสียเองและทำทุกอย่างเพื่อครอบครองดวงใจนาง ถุย ข้าขอถุยล่วงหน้าพร้อมยกฝ่าเท้ายันเกราะบนตัวเขาไม่ให้องค์ชายเจ็ดนี่เข้ามาใกล้มากขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นที่สุด ไม่ได้หวงตัวแต่ข้าไม่ชอบเขา อีกทั้งสถานการณ์น้ำเน่าประมาณนี้ เหล่าจือก็ไม่ใช่นางเอก!



           “ดูเหมือนจวิ้นอ๋องจะไม่ชอบให้ข้าเข้าใกล้นัก แต่ถึงกับใช้ฝ่าเท้า ออกจะคาดไม่ถึงไปบ้าง



           ฝ่าเท้าข้าประทับอยู่ตรงเกราะบนอก ราวกับกระทืบเอาบรรยากาศล่อแหลมชวนคิดมิดีมิร้ายปลิวหายไปด้วย ฉู่เหวินผู้ถูกล่วงเกินสูดหายใจลึก ร่างแกร่งเปลี่ยนมาเป็นทรุดตัวนั่งข้างๆใช้ดวงตาสีฟ้าเข้มนั้นมองมา ใบหน้าภายใต้หน้ากากไม่แสดงอารมณ์หากแต่ก็ก้มมองเท้างามๆของข้าที่ประทับลงบนเกราะใหญ่บนกายเขม็ง



           “พอดีข้าชอบความสะอาดข้ากล่าวพลางใช้ฝ่าเท้าของตนเช็ดลงกับพรมอย่างรวดเร็วและแน่วแน่อย่างยิ่ง ท่านมีแต่กลิ่นเลือดกลิ่นเหงื่อเต็มตัวจึงลืมตัวไป เฮ้อ ขออภัยด้วย



            “ถูกเชิญตัวมาเช่นนี้ แต่ดูเหมือนท่านอ๋องจะไม่ตกใจนักคนโดนข้าทักเรื่องกลิ่นตัวชวนเสียเซล์ฟปลดผ้าคลุมสีแดงออกจากไหล่แล้วเรื่องแกะเกราะออกจากกาย ใช้คำว่าเชิญตัวอย่างหน้าตาเฉย เชิญตัวท่านปู่เจ้าน่ะสิถึงทำเช่นนี้



            “คิดๆดูแล้วคนที่จับตัวข้ามาคงไม่ใช่ว่างงานไม่มีอะไรทำ แล้วใครจะต้องการตัวจวิ้นอ๋องหากมิใช่ไห่เยี่ยน



             ข้ากล่าวอย่างสบายๆ วางท่าไม่หวาดกลัวไม่หวั่นต่อภยันตรายใดๆทั้งนั้นหากแต่ในใจกลับเต้นโครมครามด้วยความหวาดผวา ระยะห่างที่เรียกว่าไม่ห่างเท่าใดนักของข้าและองค์ชายเจ็ดทำให้ต้องหรี่ตามองตามทุกอิริยาบถของอีกฝ่าย หลังจากลองเช็คแล้วพบว่าองค์ชายเจ็ดผู้นี้เป็นภัยต่อร่างกายของคนงามไม่น้อย..จากนี้ข้าจะไม่เสี่ยง



            คิดพลางนั่งนิ่งเรียกสติ ถูกจับตัวมาเช่นนี้เรียกได้ว่าชีวิตอยู่ในกำมือเขาต้องระแวดระวังทุกฝีก้าว กระนั้นแม้กลัวหัวหดเพียงใดข้าก็จะทำเสียสติต่อหน้าเขาไม่ได้ นี่ไม่ใช่รักศักดิ์ศรีเท่าชีวิตแต่เป็นภาพพจน์! ข้าต้องวางมาดท่านอ๋องผู้ไม่สะทกสะท้านแม้อยู่ในสถานการณ์เช่นใด ในมือไม่มีไพ่ยังต้องแสร้งมีอย่างมาดมั่นเป็นที่สุด จะเผยท่าทีหวาดกลัวยอมให้อีกฝ่ายข่มขู่ไม่ได้เป็นเด็ดขาด ส่วนกริยาแสนไม่เข้ากับชื่อเสียงอันดีงามของจวิ้นอ๋องเมื่อครู่ เป็นเหล่าจือกวนประสาทเองหาได้เกี่ยวข้องกับใคร



            เป็นข้าพลาดเองแต่แรก ยังไงก็ถูกจับมาแล้ว ข้าทำตัวดีหรือไม่ สง่างามสูงส่งตามชื่อเสียงของจวิ้นอ๋องหรือไม่พวกชาวไห่เยี่ยนก็ไม่มองข้าดีอยู่แล้ว จะเป็นไรไปหากจะแผลงฤทธิ์เล็กๆน้อยๆพอหอมปากหอมคอให้พวกเขากระอักตาย ถือซะว่านี่คือการแก้แค้น! เชลยไม่กลัวแถมยังกวนกลับแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆหรอก ข้าไม่ได้ลับฝีปากมานานแล้ว เหล่าจือผู้ถนัดกวนประสาทเป็นที่สุดกำลังจะออกอาละวาด หึ หึ



         “จวิ้นอ๋องยังปรีชาเช่นเดิมอยู่กับความคิดชัาวร้ายของตนเองครู่หนึ่งข้าก็พลันเงยหน้า บิดริมฝีปากแย้มรอยยิ้มน้อยๆแสนงามตาส่งไปยังค์ชายเจ็ด



         “องค์ชายก็ยัง..” แสร้งกวาดตาขึ้นลงแล้วหัวเราะแผ่วเบา เหมือนเดิม



         “เหมือนเดิมอย่างไรองค์ชายผู้ฟังเห็นท่าทีของข้าแล้วจึงออกปากถาม



          “ท่านเองน่าจะเคยทราบคำกล่าวของข้ามาบ้างจากซุนลู่หยุนผู้นั้นข้ายิ้มมองเขานึกไปถึงคำพูดของตัวเองและเปรียบเทียบองค์ชายเจ็ดตัวจริงผู้ เจ้าเล่ห์ ฉลาดร้าย ทนรับความผิดพลาดไม่ได้ อาฆาตและหน้าด้านอย่างยิ่ง'



         “ที่จริงข้าเองก็มีข้อสงสัยอยู่บ้างว่าองค์ชายทำเช่นใดจึงสามารถชักจูงให้ซุนลู่หยุนทรยศนายตน



          “คนเราย่อมมีจุดอ่อนอีกฝ่ายถอดเกราะออกหมดแล้ว หันไปรินสุราจากโต๊ะข้างเตียงให้ตนเอง กลิ่นของมันหอมกำจาย ข้ากำลังเพ่งมองว่าเขาจะถอดหน้ากากออกเมื่อใดอีกฝ่ายกลับทำราวนึกขึ้นได้และวางจอกสุราลงเสีย



           “จุดอ่อนของข้าคืออะไร?”



           “ลูกชายคำตอบของอีกฝ่ายทำให้ข้าชะงัก พลันนึกไปถึงเรื่องของเส้าไป๋ที่ซุนลู่หยุนใช้มาช่อเอาข้าออกจากที่พัก ข้าห่วงกวางน้อยน่ารักตัวนั้นจริง แม้ไม่ถึงขนาดเรียกว่าจุดอ่อนแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้



               “ขณะที่จุดอ่อนของหลินจวินเจ๋อ คือท่าน



       ไม่รอให้ข้าได้ออกปาก คนราวกับกลัวข้าไม่ทราบจึงเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะเบาๆ สุ้มเสียงที่คล้ายกับมู่เซินไม่น้อยจุดความสงสัยจนอยากลุกขึ้นกระชากหน้ากากของอีกฝ่ายออกนัก ข้าเพ่งมองดวงตาสีฟ้าคู่นั้น มองเขาหัวเราะจนพอใจแล้วจึงหัวเราะเช่นกัน เสียงหัวเราะแผ่วเบาดั่งสายน้ำรินไหลคลอไปกับเสียงทุ้มต่ำของอีกฝ่าย กระทั่งเขาเงียบลงด้วยความประหลาดใจ ข้าจึงมอบรอยยิ้มขบขันให้



          “สู้อุตส่าห์สืบช่าวทราบเรื่องมากมาย ไยท่านไม่สืบให้ชัดเจนขึ้นอีกสักนิด หลินจวินเจ๋อหรือมีจุดอ่อนคือข้า ท่านไม่เคยได้ยินเรื่องตลกของสามีภรรยาวังจวิ้นอ๋องจากปากชาวบ้านร้านตลาดหรือ



         “จวิ้นอ๋องไยคิดปกปิด เรื่องเล่าของชาวบ้านร้านตลาดมีหรือจะรวดเร็วเท่าข่าวคราวจากกองทัพ หลินจวินเจ๋อให้ความสำคัญกับผู้ใด คนมีตาล้วนมองเห็นกันทั่ว



           “นั่นเป็นเพียงละครฉากหนึ่งข้าหัวเราะเบาๆกล่าวกับองค์ชายเจ็ดด้วยดวงตาวาววับราวกับไม่ยอมแพ้ แม่ทัพทะเลาะกันให้ไพร่พลเห็นได้หรือ ผู้นำแตกคอกันให้บริวารเห็นนับเป็นเรื่องราวอันใด องค์ชายกล่าวราวกับมิทราบว่ากองทัพต้องมีความสามัคคีนำหน้า ที่เกลียดชังก็ส่วนเกลียดชัง ที่บาดหมางส่วนบาดหมาง มีศึกต้องสู้รบกับอริราช ความแค้นเรื่องส่วนตัวใดวางได้ย่อมต้องละวาง



        “ที่จวิ้นอ๋องกล่าวมามากมาย…..” ดวงตาสีฟ้าเข้มเต็มไปด้วยความถูกใจเจือขบขันยามนั้นร่างแกร่งลุกขึ้นจากเตียงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งจากบนโต๊ะกวัดแกว่งให้ทอดทัศนา ไม่เท่ากระดาษแผ่นหนึ่ง แม่ทัพหลินขอเปิดเจรจาให้ทัพไห่เยี่ยนคืนตัวจวิ้นอ๋องภายในสามราตรี..ฉะนั้นจะเปิดศึกใหญ่



          “ข้าคือจวิ้นอ๋อง ซ้ำยังเป็นกุนซือทัพ หากถูกจับไปย่อมต้องนำตัวกลับมา แปลกที่ใด



           ข้อความในสารนั้นจะกล่าวว่าควรตกใจย่อมมิใช่ มันคือเรื่องปกติที่ต้องเกิด ข้าถูกจับตัวมา กองทัพย่อมวุ่นวาย อ๋องคนหนึ่งมีทั้งตำแหน่งและยศศักดิ์ผู้ใดจะวางเฉยเรื่องนี้ได้ ก็เป็นธรรมดาที่คนจะร้อนรน ไม่ทราบว่ายามนี้เจ้าลูกเต่าซื่อบื้อตนนั้นจะทำผู้อื่นนั่งไม่ติดที่เพียงใด แต่นี่คือเรื่องศักดิ์ศรี ไม่เกี่ยวเรื่องจุดอ่อนของเขา ข้ายังไม่ลำพองใจว่าตนสำคัญปานนั้น



            “เป็นกุนซือที่สามารถมองจุดอ่อนของฉู่เหวินออก ย่อมไม่ธรรมดาตาคู่นั้นแฝงแววนับถือแต่ก็ไม่ยอมความมอบให้ข้า คนประสานมือคำนับ ข้าจึงคำนับตอบ



           “องค์ชายชมเกินไป ความสามารถข้าชั้นธรรมดา แปลกที่ใด



            “ย่อมไม่แปลกกระดาษแผ่นนั้นถูกวางไว้ที่เดิม องค์ชายเจ็ดส่ายหน้าทอดถอนใจเล็กน้อย เพียงแต่ว่าประหลาดใจ พวกเขากล่าวว่าไห่เยี่ยนลักพาตัวจวิ้นอ๋อง ข้าจึงต้องเขียนจดหมายไปแจกแจงว่าแท้จริงเพียงเชิญท่านอ๋องมาพักผ่อนจิบน้ำชาร่ำสุราด้วยกันสักหลายคืน มิทราบได้ลักพาตัวที่ใด



           มีคนหน้าด้านกว่านี้อีกไหม?



           ข้านิ่งมององค์ชายเจ็ดอย่างไร้คำจะกล่าว นี่มันความหน้าหนาในระดับที่เหล่าจือยังต้องขนลุก! ให้คนไปทุบหัวข้าฉวยโอกาสทัพใหญ่ออกศึกลักพาตัวมาหน้าด้านๆยังบอกว่าเชิญจิบน้ำชา จิบน้ำชากับบรรพบุรุษเจ้าน่ะสิ พวกเจ้าสิเชิญกันมาจิบน้ำชาทั้งตระกูล!!



           “เป็นคำเชิญที่แม้แต่ข้ายังประหลาดใจ เช่นนั้นสังสรรค์กันพอสมควรข้าก็ต้องขอตัวกลับแล้วสุดจะเอ่ยถกเหตุผลกับคนผู้นี้ข้าสูดหายใจลึก ยิ้มแย้มออกมาคล้ายอาการหงุดหงิด



          “ท่านอ๋องยังไม่ได้ชิมสุราขึ้นชื่อของไห่เยี่ยน ไหนเลยจะรีบไปได้ดวงตาสีฟ้าวาวท้าทาย



          “ข้าคออ่อนยิ่งนัก ขออภัยด้วย



          “ท่านอ๋องช่างใจร้อนยิ่งนัก น้ำชาต้มไม่ทันเดือดก็จะไปเสียแล้วองค์ชายเจ็ดลุกขึ้นช้าๆเขากอดอกด้วยท่าทีผึ่งผายยิ่งแล้วหัวเราะแผ่วเบา



         “เลิกกล่าววาจากมากความเถิด ท่านทราบดีว่าตนเองมิอาจไปได้ ควรอยู่ที่นี่อย่างเชื่อฟังจะดีที่สุดจวิ้นอ๋อง ท่านยังต้องอยู่อีกนาน กว่าไห่เยี่ยนจะพอใจ



         “หรืออาจไม่เกินสามราตรีคิดถึงที่อีกฝ่ายกล่าวขึ้นมาได้ ข้าจึงวางท่ามิยอมความ



           “หรือจนกว่าทัพเทียนจิ้นจะยอมถอยทัพกลับโดยไม่บิดพลิ้ว จนกว่าจะยกที่ดินฝั่งลุ่มแม่น้ำจรดเมืองถานเฟิ่ง และจนกว่าจะยกเมืองถานเฟิ่งรวมทั้งเมืองรอบนอกทั้งหมดคืนแก่ไห่เยี่ยน



          “ข้าผู้เป็นอ๋องไม่มีราคาถึงเพียงนั้นข้าชะงักตาจ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง หรี่ตามองอย่างเคร่งเครียดถึงสิ่งที่เทียนจิ้นต้องจ่าย นี่ัมันราคาค่างวดบัดซบอันใด เจ้าเพ้อไปรึถึงคิดว่าพ่อลูกตระกูลหวงที่เฝ้าบัลลังก์อยู่ในเมืองหลวงจะยอมแลกสิ่งเหล่านั้นเพื่อชีวิตข้าชีวิตหนึ่ง



         “หากท่านอ๋องคิดว่าแพงไป บางทีอาจเป็นศีรษะของหลินจวินเจ๋อที่ต้องจ่ายก็เป็นได้ ยามนั้นตนคือจุดอ่อนหรือไม่ จวิ้นอ๋องคงได้ทราบแน่นอน



         คนกล่าวพลางใช้ดวงตาสีฟ้าเข้มจ้องข้าเขม็ง แม้ไม่เห็นใบหน้านั้นเนื่องจากถูกปิดไว้ด้วยหน้ากากแต่ยังรู้สึกได้ว่าฉู่เหวินกำลังยิ้มหากข้อความที่ได้ยินทำให้ต้องนิ่งขึงไปครึ่งค่อนวัน คนผู้นั้นหัวเราะด้วยท่าทีหยิ่งผยองซ้ำยังสำราญใจ ช่างกระตุ้นโทสะได้อย่างไม่น่าเชื่อ ข้าเคยกล่าวเอาไว้ว่าอีกฝ่ายผูกใจเจ็บทั้งยังอาฆาตเป็นอย่างยิ่ง ไม่ผิดไปจากที่คิดจริงๆ



         “เชิญจวิ้นอ๋องพักผ่อนให้สบาย ข้าฉู่เหวินต้องเชิญท่านเป็นแขกอยู่อีกหลายวัน มีสิ่งใดขาดเหลืออย่าได้เกรงใจ



          “ฐานที่มั่นที่เจ็ดถูกยึดแล้วสินะก่อนเขาจะออกไปข้ายิ้มแย้มเอ่ยปากถามท่ามกลางเสียงหัวเราะอันแสนย่ามใจ ฉู่เหวินนิ่งแล้วหันมามองทันควัน ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นมองมาอย่างมาดร้ายแผ่กลิ่นอายสังหารชัดเจนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเกลือนด้วยเสียงหัวเราะอีกครา



          “ถูกต้อง



          “ทัพเทียนจิ้นสามารถรักษาฐานที่มั่นที่ห้าได้ยึดคืนฐานที่มั่นที่เจ็ด แต่เสียจวิ้นอ๋องไป ไม่ทราบว่าในใจผู้นำทัพได้หรือเสียมากกว่ากัน

++++++++++

ตอนนี้เหล่าจือมีคู่แข่งความหน้าทนแล้ว!5555//อาซิ่นต่อย

ทั่นแม่ทัพมาแต่คำขู่อาฆาต ส่งเมียกรุคืนมาภายในสามวันนน แต่จะได้ไหมอันนี้ต้องรอชม

มีใครคิดถึงรัชทายาทและแม่นางจ้าวไหมคะ อีกไม่นานเขาจะกลับมาร่วมทำให้เรื่องราวดียิ่งขึ้นไปอีก55 #....

          

   

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 187 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13552 ununchuahong (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 10:05
    หน้าด้านกว่าองค์ชาย 7 มีอีกไหม
    #13,552
    0
  2. #13419 ploybrf2 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 16:55
    ส่งภรรยาเขาคืนไปไม่นั้นอย่าหาว่านักอ่านไม่เตือน
    #13,419
    0
  3. #13358 พญานก T^T (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:05
    =.,= หน้าด้านยิ่ง
    #13,358
    0
  4. #12843 มูตี้ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 21:06
    ^______^
    #12,843
    0
  5. #8967 MatteMe (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 17:33
    ไม่ เราไม่คิดถึงสองคนนั้น ตัวร้ายนี่มันกร๊าวใจจริงๆ องค์ชายเจ็ดของบ่าว -////-
    #8,967
    0
  6. #7988 YoGurT_Yo^^ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 12:17
    เอามาให้หมดเลยยย สนุกมากกก
    #7,988
    0
  7. #7841 gracenofhobia (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 07:07
    หน้าด้านหน้าทนเป็นที่สุด หนังหน้าก็ไม่ยอมเปิด หักคะแนน!!
    #7,841
    0
  8. #7394 Shenoraq (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 17:47
    โอยยยยยยยย สุดยอดไปเลยค่ะะะ
    #7,394
    0
  9. #7057 TOEY_KCR (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 20:17
    โอ้ยยย หงุดหงิดอยากเดินไปตบองค์ชายเจ็ด นายเอกรีบจัดการเลยค่ะ ใช้มารยาพันเล่มเกวียนเข้าสู้ไปเลย เง้อ พลาดสะเเย้วว
    #7,057
    0
  10. #6643 OverOzone (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 11:45
    วอนองค์รัชทายาทมาแก้ไขปัญหา(?)
    #6,643
    0
  11. #6248 Mongmong (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 19:49
    องชายเจ็ดวอนโดนดีเสียจริง ยังองรัชทายาทยังตะมาอีกกก
    #6,248
    0
  12. #5586 Think_out (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 13:27
    โดนคนด้านด่าว่าด้านควรรู้สึกยังไง 555
    #5,586
    0
  13. #5412 fairy (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 18:37
    โดนอาซิ่นด่าว่าด้านนี่คือ โคตรพ่อโคตรแม่ด้านอ่ะ5555
    #5,412
    0
  14. #5148 chanchan123 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 00:09
    จะหนีมาได้ยังไงหนอ คนงาม
    #5,148
    0
  15. #5118 คนเหงาเข้าใจไหม (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 22:16
    อยากกลับแล้วววว
    #5,118
    0
  16. #4343 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 22:51
    หน้าด้านเป็นอย่างยิ่ง จริงๆด้วย
    #4,343
    0
  17. #4294 แกงส้ม (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 14:56
    ลูกเต่าจะทำยังไงต่อไป
    #4,294
    0
  18. #3925 NoEnd-Infinity (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 20:52
    คิดถึงรัชทายาทเจ้าค่ะ//โบกธง
    #3,925
    0
  19. #3598 mintraR (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 17:13
    กวนอารมณ์เป็นที่สุด ลากคอองค์ชายเจ็ดมากระทืบ
    #3,598
    0
  20. #3328 JENNYHA (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 21:30
    ร้ายยยยย
    #3,328
    0
  21. #2975 สาววายไร้ผัวนะเออ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 15:41
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #2,975
    0
  22. #2917 168999au (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 02:55
    อั้ยยะ....
    #2,917
    0
  23. #2829 princeweak2 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 15:43
    เอาคนงามมาคืนท่านแม่ทรัพเดี๋ยวนี้
    #2,829
    0
  24. #2738 MooK_KunG_Zaa (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 23:49
    สารภาพว่าอ่านตอนนี้กลัวใจชายเจ็ด อาว่นเล่นบอกตาสวยงี้ คงไม่เริ่มสนใจจริงจังช่ไหม เดี๋ยวไม่ใช่ว่าเราจะได้เห็นฉากชายเจ็ดวิ่งลัลล้าไปขอเป็นอนุท่านอ๋องจริงๆนะ ถึงตอนนั้น ท่านแม่ทัพระเบิดน้ำส้มไปท้งเมืองแน่ๆ ก๊ากกกกก  ยิ่งดูความหน้าหนาแล้ว คงจะเดินมั่นหน้าเข้าเป็นอนุ(ในนาม)หวังเคลมคนงามแน่ๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ

    แต่ยังไงก็เชียร์รักเดียวท่านแม่ทัพกับคนงามนะคะ แอร้

    ส่วนชายเจ็ด ลูกๆอาซิ่นมีอีกเยอะ ถานายไม่ตายก่อน เลือกไปสักคนนะคะ ก๊าก

    ***เม้นผิดตอน ต้องเป็นตอนต่อไป ฮ่าๆๆ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2559 / 23:49
    #2,738
    0
  25. #2720 เพลิงเจ้าหญิงซาตาน (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 21:20
    ตกหลึมรัก>>ตกหลุมรัก

    เอามาช่อ>>ล่อ หรือช่อถูกแล้วหว่า 55555555555

    เกลือน>>เกลื่อน 


    อยากจิบชาไปเรียกบรรพบุรุษมาจิบนู้น อย่ามายุ่งกับคนงาม! 
    ยังคงประท้วงเรื่องรัชทายาทกับแม่นางอกแฟบ เอ๊ะ แต่เอารัทมาแย่งชิงคนงามก็ดีนะ แต่ร่างกายคนงามกลัวอิตาแผ่แม่เบี้ยนั่นนี่นา ฮร่อย 
    #2,720
    0