ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 30 : มีคือมี ไม่มีคือมี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 192 ครั้ง
    28 พ.ย. 59





          ‘อุบายเมืองร้าง'ในข้อนี้คืออันใด?


          อธิบายด้วยมุมมองของคนที่เรียนประวัติศาสตร์และวรรณกรรมมาพอสอบเข้า ท่านอาซิ่นคนนี้ก็รู้จักกลเมืองร้างนี้มาจากละครเรื่องสามก๊กฉบับคลาสสิค ถามคนที่โตมากับฮ่องกงยุคTVBครองเมืองซิ มีหรือจะไม่รู้จักละครประวัติศาสตร์เรื่องนั้น ฉากจูกัดเหลียงสวมชุดสีน้ำเงินดีดกู่ฉินบนเชิงเทินฉากหลังคือกำแพงเมืองไร้ผู้คน เขามีเพียงหนึ่งคนไร้กองทัพหนุนหลังกลับทำใหทัพนับพันที่ประจัญหน้าอยู่ถอยหลังได้ สมกับเป็นหนึ่งในสุดยอดสามสิบหกกลยุทธ์อันลือชื่อ


        ภาพที่เห็นในละครเรื่องนั้นทุกอย่างมันช่างง่ายดายและชวนฮึกเหิม แต่ในความจริงเรื่องราวไม่ได้ง่ายแบบนั้น ทหารทั้งหลายมีใครไม่รู้จักกลยุทธ์นี้ ควักมาใช้ผิดที่ทางนอกจากจะไม่รอดแล้วยังอาจส่งผลเสียรุนแรง ฉู่เหวินแห่งไห่เยี่ยนมิใช่คนโง่ นอกจากหน้าด้านอย่างยิ่งแล้วยังเจ้าเล่ห์ฉลาดร้าย ดังนั้นจึงต้องวางแผนซ้อนแผนกันหลายชั้น โดยหลักคือใช้อุบาย'มีคือมี'ซ้อนกลคนที่รู้อุบาย’มีคือไม่มี' อันเป็นหลักสำคัญของกลเมืองร้าง


           ขั้นแรก ทัพไห่เยี่ยนเตรียมโจมตีฐานที่มั่นที่ห้าซึ่งบัดนี้กลายเป็นฐานทัพใหญ่ อีกฝ่ายเตรียมกำลังโจมตีอยู่บริเวณฐานที่มั่นที่หกซึ่งมากด้วยทัพม้า ดังนั้นทหารม้าที่เคลื่อนที่เร็วดุจปีศาจของไห่เยี่ยนจึงจะเป็นทัพหน้าอย่างแน่นอน หลินจวินเจ๋อจึงให้แม่ทัพจื้อผู้โดดเด่นด้านการตั้งรับอันดุดันหนักหน่วงเป็นทัพหน้า รับหน้าศึกพร้อมกำลังพลสองหมื่น


           ขั้นที่สอง ศึกครั้งนี้เริ่มในยามค่ำคืน ดังนั้นความมืดจึงเป็นทั้งอุปสรรคและของขวัญ แม่ทัพโม่พร้อมทหารฝีมือดีอีกเจ็ดพัน อ้อมจากฐานที่มั่นที่หนึ่งไปยังฐานที่มั่นที่เจ็ด เข้าโจมตีชิงสร้างความวุ่นวายหลอกให้ทัพใหญ่ของไห่เยี่ยนหัวปั่น อีกทางก็ให้ทหารลอบเข้าไปเผาเสบียงของทัพไห่เยี่ยน แม่น้ำหลวนหลงถูกปิดทางน้ำตั้งนานแล้ว หากเพลิงลุกไหม้ระหว่างทำศึกใหญ่แม้รีบร้อนเพียงใดก็ไม่มีน้ำให้ดับไฟ


           ขั้นที่สาม นี่จึงเป็นการใช้ประโยชน์จากอุบายเมืองร้าง หลังปะทะทัพม้าของไห่เยี่ยนแล้วแม่ทัพจื้อจะแสร้งถอยให้ทัพไห่เยี่ยนตามเข้ามาจนถึงหน้าฐานที่มั่นที่ห้าซึ่งไร้ผู้คน ไร้ธงรบ ไม่มีแม้แสงไฟยามค่ำคืน ประตูเปิดกว้าง ให้ทหารที่รอดชีวิตวิ่งเข้าไปแล้ว ‘รอ'ว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างไร


          หากไห่เยี่ยนคิดว่านี่คือกลอุบาย ไม่ตามเข้าไปในฐานที่มั่น พลซึ่งซุ่มอยู่นอกฐานที่มั่นก็จะโจมตีขนาบข้าง และทหารที่ซ่อนตัวอยู่ในฐานที่มั่นที่ห้าก็พร้อมออกมาปะทะกันซึ่งหน้า แต่หากไห่เยี่ยนคิดตามเข้ามา ทหารที่ซ่อนตัวอยู่ด้านในก็จะปะทะกันโดยตรงโดยมีทัพใหญ่ซึ่งนำโดยหลินจวินเจ๋อที่ซุ่มรออยู่ด้านนอกชักนำไพร่พลเข้าโจมตีตลบหลัง


        ไห่เยี่ยนคิดตีฐานที่มั่นที่ห้าคืน ขณะที่เทียนจิ้นก็คิดปกป้องฐานที่มั่นแห่งนี้ ดังนั้นทั้งสองจึงจดจ่อโดยหารู้ไม่ว่าเป้าหมายจริงของเทียนจิ้นในคืนนี้คือฐานที่มั่นที่เจ็ด การเผาเสบียงทำลายขวัญกำลังใจทหารไห่เยี่ยนหรือการโจมตีโดยแม่ทัพโม่ล้วนเป็นแผนหลอกดึงความสนใจ สร้างความสับสนเท่านั้น กำลังเสริมอีกสามหมื่นของแม่ทัพจ้าวจากฐานที่มั่นที่สองต่างหากคือตัวจริงที่จะใช้ตีชิงฐานที่มั่นที่เจ็ดซึ่งวุ่นวายเพราะถูกเผาเสบียง


            การหลอกล่อแบ่งความสนใจเป็นหลายชั้นหลอกให้อีกฝ่ายหัวหมุน แผนนี้เป็นแผนสำหรับรับมือคนฉลาดที่เต็มไปด้วยความระแวงเช่นองค์ชายเจ็ดโดยเฉพาะ ให้เขางวยงงและไม่ชัดเจนว่าความมุ่งมาดปราถนาของทัพเทียนจิ้นแท้จริงคือสิ่งใด แต่แผนการนี้แม้คิดวางแผนรวบรัดก็ต้องอาศัยความระมัดระวังในการแบ่งกำลังพลเป็นอย่างมาก หมากตานี้เทียนจิ้นเลือกเทหมดหน้าตักหากสำเร็จแล้วยึดฐานที่มั่นที่เจ็ดและปกป้องฐานที่มั่นที่ห้าได้ทัพไห่เยี่ยนจะถูกล้อมและตกเป็นรองอย่างชัดเจน


             สำคัญอีกอย่างคือการเก็บความลับ เนื่องจากแน่ใจแล้วว่าข่าวรั่วไหลมาจากสายลับของไห่เยี่ยน เพื่อความไม่ประมาทข้ากับหลินจวินเจ๋อจึงสุ่มหัวกันวางแผนซ้อนแผน เลือกใช้วิธีเช่นที่ข้าเคยใช้ เรียกแม่ทัพเข้ามาทีละคน บอกเล่าแผนการที่อีกฝ่ายต้องทำโดยไม่แจ้งเรื่องอื่น ไม่ได้อธิบายทุกอย่างเหมือนเคย ให้พวกเขาทราบเพียงนี่คือกลเมืองร้าง ให้ทุกคนเข้าใจว่าจะรับมือการโจมตีขององค์ชายเจ็ดด้วยกลยุทธ์นั้นตามที่ได้ตกลงกันไว้


           แท้จริงแล้วนี่เป็นมาตรการรักษาความลับทึ่ข้ากับท่านแม่ทัพใหญ่วางไว้ นี่คือแผนสร้างความสับสนโดยเอากลเมืองร้างมาตบตา จะหลอกผู้อื่นย่อมต้องหลอกคนของตัวเองให้ได้ก่อน ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากพวกเราสองคน สิ่งที่ทำนี้เป็นการจำกัดวงข่าวสาร ให้คนทราบแผนการเพียงจำกัด ไม่ว่าสายลับผู้นั้นเป็นใครเขาจะไม่มีทางล่วงรู้แผนการได้ทุกขั้นตอน


         เสียงกลองตึงตังยังดังขึ้นไม่หยุดขณะที่ความมืดเข้าปกคลุม กองทัพไห่เยี่ยนตีกลองเตรียมบุกตั้งแต่ยามเย็นแล้ว แม่ทัพทุกท่านเตรียมพร้อมออกศึก ส่วนข้าหลังปรึกษาวางแผนกับหลินจวินเจ๋ออยู่ถึงยามซวี(19.00 น.) ก็กำลังเตรียมเดินทางไปยังฐานที่มั่นที่หนึ่ง


           พระจันทร์ลอยขึ้นแล้วยามเตรียมออกเดินทาง แม้ทหารส่วนมากจะถูกแบ่งกำลังพลไปยังฐานที่มั่นที่ห้าซึ่งเป็นทัพใหญ่ แต่ฐานที่มั่นที่หนึ่งยังคงเป็นที่มั่นสำคัญไม่ได้ถูกละทิ้ง ที่นั่นกลายเป็นแหล่งดูแลทหารบาดเจ็บและจุดรับข่าวสารสำคัญ ตอนนี้ฐานที่มั่นที่ห้ากำลังจะถูกเข้าโจมตีไม่เหมาะจะอยู่ ดังนั้นข้าจึงถูกหอบขึ้นหลังม้าไปกับทัพยอดฝีมือของแม่ทัพโม่ ฉวยจังหวะที่ทัพหน้าของแม่ทัพจื้อออกรับข้าศึกขี่ม้าอ้อมไปยังฐานที่มั่นที่หนึ่ง


            “สวมหมวกไว้เสียหน่อย เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน”
            ท่ามกลางแสงจันทร์นวล ใบหน้าของหลินจวินเจ๋อซึ่งนำกำลังพลเคลื่อนออกจากฐานที่มั่นที่ห้าเคร่งขรึมเป็นอย่างยิ่ง เขายังมาส่งพร้อมกับเดินเข้ามาวางหมวกเกราะหนักๆแล้วใช้มือผูกเชือกให้หมวกเกาะอยู่บนศีรษะของข้าแล้วผละออกมา ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาอย่างเงียบเชียบหากส่งความหมายมากมายเกินจะกล่าว คนอยู่ในเกราะใหญ่สะท้อนแสงจันทร์นวล โดยรอบมีเพียงความมืดมิด ฐานที่มั่นที่ห้าดับไฟเงียบเชียบปลดธงออกเรียบร้อยแล้ว  ทัพใหญ่แบ่งไพร่พลเคลื่อนออกมาเงียบๆ ทหารกลุ่มใหญ่สำหรับโจมตีกระหนาบมีหลินจวินเจ๋อคอยคุม อีกส่วนที่มุ่งไปฐานที่มั่นที่เจ็ดคือกำลังพลของแม่ทัพโม่


         “ขอบคุณมาก” ข้าจัดหมวกเกราะบนศีรษะด้วยมือตนพลางยิ้มน้อยๆหัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้นปนหวั่นๆ หลินจวินเจ๋อมองข้า เขาพยักหน้าแล้วหันไปยังผู้ใต้บังคับบัญชา


       “ฝากแม่ทัพโม่ดูแลท่านอ๋องด้วย”


       “ผู้น้อยจะดูแลอย่างสุดความสามารถ ท่านแม่ทัพโปรดวางใจ” โม่เหยียนเฉวียนในชุดเกราะองอาจกล่าวพลางประสานมืออย่างเคร่งขรึม



         “ท่านเองก็ระวังตัวด้วย” เห็นแม่ทัพโม่เตรียมโดดขึ้นม้า ข้าทราบว่าต้องไปแล้วจึงเอ่ยสำทับสบตาสีดำวาววามคู่นั้น โม่เยี่ยนเฉวียนยื่นมือมาดึงข้าขึ้นม้า ข้าเกาะหลังแม่ทัพโม่ท่ามกลางไพร่พลที่นิ่งรอคอยเตรียมตัวเดินทาง


          “ไม่เกินยามโฉ่ว (01-03 น.) ข้าจะไปรับ รักษาตัวด้วย!” หลินจวินเจ๋อเองก็กระโดดขึ้นม้า หากตาคู่นั้นจ้องข้าเขม็งกล่าวเคร่งขรึม


         “ข้าจะรอ ท่านพี่”


         ข้าระบายยิ้มน้อยๆ กล่าวกับเขาโดยเรียกสามีกลางสาธารณะชนเป็นครั้งแรกด้วยใจคิดจะแหย่อีกคนเล่นให้คลายความเครียดเสียหน่อย แต่ครั้งนี้คนที่ต้องแปลกใจกลับเป็นข้า วาจาที่ภรรยาเอ่ยเรียกสามีหาได้ทำให้หลินจวินเจ๋อหงุดหงิดอับอาย สามีกระทำเพียงเลิกคิ้วน้อยๆ ขยับริมฝีปากคล้ายบอกว่า'ฝากไว้ก่อน'ชวนให้คันหัวใจอย่างยิ่ง


         ขยับปากบอก'ไม่กลัวหรอก'แล้วข้าก็เบือนหน้าหนี ปล่อยให้รอยยิ้มเต็มแก้มกลืนไปกับสายลมหวีดหวิว เสียงกีบม้า และแสงจันทร์กระจ่างตา
         แผนของข้าและเขาเริ่มขึ้นแล้ว..




++++++




          ใกล้ถึงยามไห่(21.00 น.)หลังพาข้ามาถึงฐานที่มั่นที่หนึ่ง แม่ทัพโม่ก็นำทัพเดินทางไปถึงฐานที่มั่นที่เจ็ดแล้ว ข้าทราบข่าวจากแสงไฟที่ปะทุขึ้นมาจากอีกฝั่ง ส่วนไพร่พลของแม่ทัพจื้อก็ถอยมาจนถึงประตูฐานที่มั่นที่ห้าซึ่งไร้ผู้คน ทัพไห่เยี่ยนไม่เข้าปะทะดังคาด ฉู่เหวินแห่งไห่เยี่ยนใช้พลธนูยิงธนูไฟเข้าไปยังฐานที่มั่นที่ห้า ดังนั้นหลินจวินเจ๋อจึงนำทัพใหญ่ตีกระหนาบ การศึกปะทะกันอย่างดุเดือด ยังไม่ทราบผลแพ้ชนะ


             “ท่านอ๋อง แม่ทัพจ้าวพร้อมกำลังพลสามหมื่น เดินทางถึงฐานที่มั่นที่เจ็ดแล้ว”


             เข้ายามจื่อ(23.00 น.) ขณะที่ข้ากำลังนี่งเขียนรายงานการรบส่งไปยังเมืองหลวง เสียงแจ้งข่าวจากกุนซือซุนก็ดังขึ้น ข้าพยักหน้าให้เขาอย่างพอใจ ทุกอย่างยังคงเป็นไปนามแผน หลังจุดไฟเผาเสบียงทัพไห่เยี่ยนเรียบร้อย แม่ทัพจ้าวซึ่งคุมกำลังพลสามหมื่นของฐานที่มั่นที่หนึ่งก็เร่งนำทัพเข้าโจมตีฐานที่มั่นที่เจ็ดตามแผน เมื่อยามนี้ไปถึงแล้ว ขั้นต่อมาคือแม่ทัพโม่จะถอนกำลังกลับ



         “กุนซือซุน ฝากกำชับแม่ทัพเหลียงเชาให้ช่วยดูแลความเรียบร้อยด้วย”


          “ขอรับ ท่านอ๋อง”


         คล้อยหลังซุนลู่หยุน ข้าวางพู่กันในมือ มองไปยังทางเข้ากระโจมเงียบๆ ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของการรบเบื้องนอกสภาพในค่ายทัพนี้ต่างหากที่สะกดให้เลือดในกายหนาวเหน็บ


         ตอนนี้ หรือกล่าวได้ว่าอีกหนึ่งชั่วยาม ฐานที่มั่นที่หนึ่งนี่คือ'เมืองร้าง’ที่แท้จริง


        กำลังพลของเทียนจิ้นตอนนี้เรียกว่าถูกนำมาใช้เต็มอัตราศึก เดิมทีกำลังพลที่เหลือโดยไม่นับรวมคนจากค่ายใหญ่คือเก้าหมื่น จากสงครามหลายวันที่ผ่านมาทำให้ทหารบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนไม่น้อย ดังนั่นทหารที่ใช้การได้จึงมีเจ็ดหมื่นคนโดยประมาณ แม่ทัพจื้อนำไพร่พลหนึ่งหมื่นรับทัพไห่เยี่ยน หลินจวินเจ๋อรับหน้าที่ตีกระหนาบได้ไพร่พลไปสองหมื่น แม่ทัพโม่นำคนเจ็ดพันโจมตีฐานที่มั่นที่เจ็ดพร้อมลอบเผาเสบียง จากนั้นแม่ทัพจ้าวนำไพร่พลอีกสามหมื่นยกไปโจมตีฐานที่มั่นที่เจ็ด เหลือคือทหารอีกไม่เกินสามพันเฝ้าฐานที่มั่นที่หนึ่งและฐานที่มั่นที่สอง นี่คือช่วงเวลาเปราะบางของสถานการ์ณ หากทัพไห่เยี่ยนคิดโจมตีย่อมต้องตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก


         นี่เป็นสถานการณ์ที่จูกัดเหลียงเผชิญยามต้องใช้อุบายเมืองร้างในครานั้น เพราะไพร่พลมีน้อยไม่อาจต่อกรจึงต้องเล่นเล่ห์กล ข้าเองก็เช่นกัน แต่หากไม่เสี่ยงมีหรือจะสามารถชิงชัย เมื่อคิดวางแผนนี้มีหรือจะไม่ทราบถึงผลกระทบ แต่เล่นไพ่ยังต้องรู้จักเกไพ่ เมื่อเทหมดหน้าตักย่อมต้องลองเสี่ยง โอกาสเช่นนี้หากปล่อยไปก็ไม่มีอีกแล้ว ถ้าคืนนี้สามารถยึดฐานที่มั่นที่เจ็ดคืนมาได้  ทัพไห่เยี่ยนก็ไม่มีอะไรน่ากลัวอีก ที่ต้องทำคือเฝ้าระวังจนกว่าจะถึงยามโฉ่ว(01.00น.) หลังแม่ทัพโม่วนำไพร่พลคุมกำลังเจ็ดพันมาถึง เรื่องทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี


          ตอนนี้ในฐานที่มั่นที่หนึ่งมีผู้คนอยู่หลายพัน แต่ส่วนมากนั้นคือผู้บาดเจ็บที่นอนอยู่ในโรงหมอ ส่วนไพร่พลทหารที่ประจำการอยู่มีประมาณพันกว่าคนถูกควบคุมโดยแม่ทัพเหลียงเชาเพื่อตรวจตราอย่างกวดขัน ส่วนฐานที่มั่นที่สองมีแม่ทัพเว่ยคุมกำลังหนึ่งพันรักษาการอยู่เช่นกัน จุดสำคัญของทัพเทียนจิ้นที่ต้องแสดงคือจุดนี้ ‘มีคือมี ไม่มีคือมี'ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องตบตาศัตรูว่ามีกำลังพลรักษาการอยู่มากให้จงได้ เพื่อมิให้ทัพไห่เยี่ยนรู้ความนัยอาศัยโจมตี หากสามารถประคองตนผ่านไปได้ ทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน


         คลี่เอาแผนผังฐานที่มั่นที่หกมาอ่านดูเมื่อข้ามิอาจทำใจให้สงบเพื่อเขียนรายงานต่อ พยายามวิเคราะห์สภาพฐานที่มั่นที่หกไปพลางๆเตรียมคิดแผนโจมตีต่อหากทุกอย่างสำเร็จ หากเทียนจิ้นครองฐานที่มั่นที่หกได้ ไห่เยี่ยนก็ถูกล้อมแล้ว..


          “ท่านอ๋อง” ขณะที่ข้ากำลังฝันหวานคิดไปล่วงหน้าถึงความสำเร็จ กุนซือซุนก็เดินเข้ามาพลางเรียกด้วยสีหน้าผิดปกติเล็กน้อย “มีผู้มาขอเข้าพบขอรับ”


         “ในเวลานี้น่ะรึ?” ข้าทวนคำด้วยสีหน้าแปลกประหลาดเช่นกัน ในยามศึกกระชั้นชิด มีใครมาถามอยากพบหน้า หรือจะมีข่าวอะไรแจ้ง?


         “ขอรับ คนผู้นั้นกล่าวว่าชื่อเส้าไป๋ เป็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง มากับคนติดตามชื่อเสี่ยวเจี๋ยขอรับ”


         “เส้าไป๋?” ยิ่งฟังข้ายิ่งรู้สึกไม่เข้าท่า เส้าไป๋ได้รับคำสั่งจากข้าให้คอยจับตาเสี่ยเจี๋ยตลอดจนมู่เซินอยู่ในเมืองถานเฟิ่ง ไม่มีสาเหตุอันใดที่เด็กน้อยผู้นั้นจะปรี่มาขอเข้าพบยามดึกคืนรบทัพจับศึกเช่นนี้ อีกทั้งไม่มีจดหมายแจ้งล่วงหน้า หากมีอะไรพวกเขาควรบอกแก่เหล่าไท่ที่รังอยู่ค่ายใหญ่มิใช่หรือ หรือจะมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น?


         “พวกเขาอยู่ที่ใด กุนซือซุน?”


        “เนื่องจากทหารยามไม่คุ้นหน้า จึงคุมตัวไว้แล้วให้ข้ามาแจ้งข่าวแก่ท่านอ๋อง ตอนนี้ทั้งสองอยู่ที่ประตูค่ายขอรับ”


         “ดี” ทหารเหล่านี้มิใช่คนติดตามของข้า ไม่แปลกที่เขาตลอดจนกุนซือซุนไม่รู้จักหน้าเส้าไป๋ “พาข้าไปเถอะ”


         “ท่านอ๋องเชิญ” ซุนลู่หยุนผายมือนำข้าแล้วเดินไป
         เดินตามหลังกุนซือซุนสู่ประตูด้านหน้าข้าก็มองดูไพร่พลทหารที่เดินตรวจตรากันพลุกพล่านไปด้วย ดวงจันทร์
ใกล้จะลอยเหนือศีรษะแล้วเวลาที่แม่ทัพโม่ใกล้มาถึงคงอีกไม่นาน จากนั้นหลินจวินเจ๋อก็สัญญาว่าจะมาถึงก่อนยามโฉ่ว รอฟังข่าวจากแม่ทัพจ้าว…



        “กุนซือซุน แน่ใจหรือว่าใช่ทางนี้?” ข้าหยุดฝีเท้าพลางเลิกคิ้วขึ้นช้าๆมองสภาพรอบกายที่ดูจะไม่ใช่ทางไปประตูหน้าอย่างที่อีกฝ่ายบอก ซ้ำผู้คนยังค่อนข้างบางตาอย่างน่าสงสัย ข้าหันไปมองซุนลู่หยุน หรือว่าคนผู้นี้…


       “พอดีข้าได้บอกให้ทหารนำตัวพวกเขามารอที่นี่น่ะขอรับ จะได้ไม่ลำบากท่านอ๋องมาก” ซุนลู่หยุนหันมายิ้มตอบ


       “เช่นนั้นหรือ งั้นรบกวนกุนซือซุนพาพวกเขามาหาข้าที่กระโจมด้วยก็แล้วกัน”ข้ามองรอยยิ้มนั้นแล้วหรี่ตาลงเล็กน้อย ฝ่าเท้าขยับหมุนตัวคิดเดินกลับอย่างไม่ไว้ใจ


       “ได้ขอรับท่านอ๋อง” น้ำเสียงตอบรับอย่างรวดเร็วคล้ายไม่มีเรื่องราวใดดังมาจากปากอีกฝ่าย กล่าวจบแล้วซุนลู่หยุนก็หมุนตัวเดินต่อ อัปกริยาไร้ท่าทีผิดปกติทำให้ข้าเบาใจ แต่คิดระแวงไว้ในสถานการ์ณนี้ย่อมดีกว่าปล่อยปละละเลย


      “หึ หลบได้ดีไม่น้อย”


      บัดซบบบบบบบบบ


     ให้มันได้อย่างนี้! ไม่ทันวางใจว่าตัวเองคิดมากไปซุนลู่หยุนก็หันกลับมาพร้อมกระบี่อ่อนในมือ ข้าทายอะไรดีๆไม่ถูกไยแม่นเรื่องพวกนี้ได้ อีกฝ่ายไม่พูดเปล่ายังตรงเข้ามาหาข้าพร้อมกระบี่คมกริบในมือ ซุนลู่หยุน!ไอ้ลูกตะตาบเป็นหมัน! นี่มันรังแกคนไม่มีทางสู้ ข้าไม่รู้ว่าเจ้ามีความแค้นหรือเป็นสายลับแต่หลอกข้ามาที่เปลี่ยวคนแล้วยังชักดาบมาเล่นงานกันอีกมันเรียกว่าปอดแหก! แน่จริงก็ใช้มือเปล่าสิวะ แน่จริงก็มาลองมวยข้างถนนกับเหล่าจือไหมล่ะ!


           สถบในใจอย่างดุเดือดแน่สภาพข้าในร่างคนงามเริ่มเหงื่อตกกีบแล้ว ทำไมข้าต้องมาวิ่งหนีคนถือกระบี่คิดฆ่ากันสภาพแบบนี้ด้วยหา ภาพคนงามวิ่งหนีหน้าตั้งนี่แม้งามแต่ก็ไม่ดีเป็นอย่างยิ่ง อาวุธก็ไม่มีแล้วยังโชคร้ายอีก ใครบอกว่าเป็นอ๋องโชคดี ข้าขอคัดค้าน! ข้าอยากกลับไปตบหัวตัวเอง!


         “ทหาร!!!”


         “เปล่าประโยชน์ พวกมันถูกกำจัดหมดแล้ว ไม่ได้ยินหรอก” ซุนลู่หยุนกล่าวพลางหลบท่อนไม้ที่ข้าหยิบมาเป็นอาวุธชั่วคราว อีกฝ่ายหัวเราะหยันพลางลูบปลายคางตนเองด้วยท่าทีของท่านกุนซือผู้น่าเลื่อมใส “ได้ข่าวว่าจวิ้นอ๋องพอมีฝีมือดาบบ้าง แต่สุดท้ายก็เท่านี้เองหรือ?”


            “หึ คนถือดาบสู้คนมือเปล่า ท่านกล้าวิจารณ์เช่นนี้ไม่อายตัวเองรึ” ฝีมือดาบกับผีอะไรกันล่ะ นี่คือเหลียงจื่อซิ่นมิใช่หวงเทียนหยางตัวจริง ข้าจำได้แค่เพลงดาบงูๆปลาๆเท่านั้น แถมยังไม่มีดาบได้แต่ถือไม้สู้ด้วยท่าทีเก้ๆกังๆสุดบรรยาย มาพูดจาแบบนี้แน่จริงก็โยนกระบี่ทิ้งสิ!


          “ขออภัย แต่คิดให้ข้าทิ้งดาบ ย่อมไม่ง่าย”


          “เช่นนั้นก็ควรหุบปาก!” ข้าล่ะเกลียดคนรู้ทัน


         “เช่นนั้นท่านอ๋องก็ไม่ควรเหม่อคิดเรื่องอื่นระหว่างประดาบกัน”


          นี่เจ้ากล้าเรียกการถือกระบี่ไล่ตีคนถือไม้ว่าเป็นการประดาบด้วยรึ


          ข้ามองซุนลู่หยุนด้วยสายตาแฝงความเวทนาในหลายจุดขณะที่กระบี่อ่อนเล่มบางพาดอยู่ตรงลำคอ ท่อนไม้ในมือข้ากลายเป็นเศษไม้ไปแล้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดที่มันซื้อเวลาให้ข้าได้ไม่มาก ข้าจ้องมองดวงตาสีดำสนิทของท่านกุนซือเบื้องหน้าห รี่ตาลงเล็กน้อยพลางยิ้ม


           “กุนซือซุนรู้สึกภูมิใจหรือไม่ที่ชนะคนมือเปล่า?”


           “ไม่ว่าจวิ้นอ๋องจะพยายามพูดจาเช่นไรก็เสียแรงเปล่า” ร่างในอาภรณ์สีเปลือกไม้เดินมาหาข้าช้าๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความพอใจในชัยชนะ


.            “คงเป็นเป็นเช่นนั้น คนที่เจ้าฟังคงมีแต่ฉู่เหวินแห่งไห่เยี่ยน”


            “ท่านอ๋องยังคงยอดเยี่ยมเช่นเคย” แววตาผู้กล่าวเปล่งประกายวาบเมื่อยินคำกล่าวของข้า ซุนลู่หยุนยิ้มน้อยๆ ก้าวมาประชิดอีกขั้น “เจ้าสงสัยข้าตั้งแต่เมื่อใด?”


             “ข้าสงสัยทุกคน ทุกคนในที่ประชุมแม่ทัพทุกนามที่อยู่ในกระโจมหลังนั้น”,เห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ข้าก็ขยับไปใกล้เขาเช่นกัน ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยขณะแย้มรอยยิ้มหวานท่ามกลางแสนจันทราชวนผู้คนเพ้อคลั่ง


             “แต่ข้าเองก็ไม่คิดว่าเราจะเลี้ยงสุนัขทรยศนายตัวหนึ่งมานานถึงเพียงนี้ น่าเสียดายจริงๆที่แม่ทัพเช่อจงต้องมาตายเพราะเจ้า!”


           “เจ้ามันจะรู้อะไร!!”


           เหล่าจือเองก็ไม่อยากฟังดราม่าของเอ็งโว้ย!


           ไวเท่าความคิดเมื่อซุนลู่หยุนทำท่าจะโผเข้ามาหาด้วยท่าทีเพ้อคลั่ง ข้าก็ยกเท้าถีบกลางลำตัวของเขาทันที ไม่คิดสนใจหรอกว่าเขาจะมีความแค้นหริอเรื่องสะเทือนใจอะไรเป็นแรงผลักดันให้ทำแบบนี้ จะบ้านพังเพราะใครก็ไม่เกี่ยวกัน!


          บรรจบเหยียบขยี้หว่างขาแล้วก็พลันได้ผล  อันว่าดวงใจชายไหนเลยกระทบกระเทือนได้ เล่นงานข้าแบบนี้ข้าก็ไม่ลังเลหรอกที่จะโจมตีใต้เข็มขัด คิดแล้วก็กระทืบซ้ำอย่างไม่แยแส เชิงกระบี่ไม่ถนัดแต่ถ้าเชิงมวยจรจัดข้ามั่นใจ!


             “อึ่ก! เจ้า!!” ดวงตาคนเหมือนมีประกายแค้นพวยพุ่งเมื่อข้าตรงเข้าคร่อมทัพเตรียมเผด็จศึกด้วยลีลาแบบอันธพาลข้างถนน หึ ชาติก่อนเหล่าจือเองก็เคยเป็นกุ๊ย ให้ต่อสู้แบบประชัดนี่ข้าถนัดนักล่ะ คิดกระทืบคนอื่นต้องรับได้ตอนโดนคนอื่นกระทืบสิวะ ว่าแล้วข้าก็บรรจงมอบกำปั้นแห่งความแค้นให้มันอีกสักหลายที


           “ข้าทำไม หรือคนอย่างจวิ้นอ๋องต่อยคนไม่ได้?” ข้าถามท่ามกลางเสียงหมัดกระทบหน้าทำเอาอารมณ์ดีขึ้นเป็นกอง คิดว่าเหล่าจือเป็นลูกพลับนิ่มๆให้บีบรึไง จำไว้ซะว่าข้าเป็นกระบองเพชร บีบมาแกนั่นล่ะจะถูกหนามตำคามือ!


           “ข้าก็ไม่คิดอยู่เฉยเช่นกัน!”


           “อ่----“ เพราะประมาทไปอีกฝ่ายจึงสะบัดแขนคิดพลิกกายกลับ เรี่ยวแรงของจวิ้นอ๋องที่ทับอยู่ไม่ได้มีมากนักจนเซไปตามแรง ข้าพยายามระดมหมัดชกไปที่เขาแล้วพลันชะงัก ดวงตากระจ่างวาบเมื่อนึกได้ถึงของที่อยู่ในชายเสื้อ คิดดังนั้นจึงรีบชักมีดสั้นที่สามีอันเป็นที่รักให้มาพุ่งเข้าไปหาทันที


           “….”


           ข้าลุกขึ้นรีบเตะกระบี่อ่อนของซุนลู่หยุนออกห่างทันทีขณะดวงตาเบิกกว้าง จ้องภาพเบื้องหน้าตาไม่กระพริบ ข้าจำได้ว่าหลินจวินเจ๋อเคยกล่าวเรื่องมีดสั้นนี้ว่ามียาพิษรุนแรง แต่เพียงชักมีดแทงลงที่ไหล่แล้วอีกฝ่ายเบิกตากว้างเริ่มชักกระตุก ลือดทะลักออกจากปากในชั่วพริบตาก็ สิ่งที่เกิดก็ช่างเป็นภาพเหนือจินตนาการจริงๆ..


         ข้าฆ่าคนไปแล้ว


       “จวิ้นอ๋องช่างไม่ธรรมดาสมคำร่ำลือจริงๆ”


         เสียงบางอย่างที่คุ้นหูอย่างประหลาดดังขึ้นเบื้องหลัง ไม่ทันหันกลับไปมองกลับรู้ชาวาบและเจ็บตื้อที่ลำคอ ข้าพยายามเบิกตาฝ่าความง่วงงุนที่เข้ามารุกไล่ ก่อนสติจะปลิวหายไป ที่มองเห็นเป็นเพียงเสี้ยวหน้าคุ้นเคยสะท้อนแสงจันทร์ฉายของคนๆหนึ่ง
              หวังอี้เสี่ย?



  ++++++++++++++++



     มู่เซินตีโค้งกลับมาแล้วพร้อมบทบู้ง่อยๆของอาซิ่น โถ่ ทำไมเอาอาวุธให้5555 กราบขออภัยในคนที่คาดหวังความเมพของอาซิ่น ยังคงเด่นด้านล้งๆเล้งๆน่อไป55 แต่ตอนนี้ค่อนข้างเครียดและมีกลยุทธ์อะไรพอมมควร กราบขอบพระคุณสามก๊กและพยัคฆราชซ่อนเล็บมาณจุดนี้ #ไทอินให้พี่เซี่ยด้วยรัก


ท่านแม่ทัพอุตส่าห์นัดว่าจะมารับ รอเก้อแล้วแถมเมียหาย งานนี้ไหน้ำส้มระเบิดแน่ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 192 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13645 DARA T. (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:25
    เจ้ามู่โง่! แกทำให้แม่ดูแย่!
    #13,645
    0
  2. #13551 ununchuahong (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 09:57
    ท่านแม่ทัพพพพพ มาช่วยท่านอ๋องด่วนนนนน
    #13,551
    0
  3. #13418 ploybrf2 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 16:40
    เป็นไงต่อไปเนี่ยอ่อยเพลีย
    #13,418
    0
  4. #12949 เมมฟิส (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 09:55
    อาซิ่นแย่แล้ว
    #12,949
    0
  5. #12842 มูตี้ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 20:45
    ^______^
    #12,842
    0
  6. #12430 ningthanaporn (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 20:16
    -หวังงงงงง
    #12,430
    0
  7. #10533 Fantastic_Gril (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:01
    อย่าว่ากันนะไรท์ แต่เรารำคาญคำเขียนผิดของไรท์มว๊ากกกก จะบ่อยไปไหน มีทุกตอน สม่ำเสมอจริงๆ
    #10,533
    3
    • #10533-2 nongnoey (จากตอนที่ 30)
      6 ตุลาคม 2560 / 16:36
      เห็นด้วยกับความคิดเห็นนี้ค่ะ
      #10533-2
    • #10533-3 nongnoey (จากตอนที่ 30)
      6 ตุลาคม 2560 / 16:38
      หากรำคาญก็ช่วยแนะนำสิคะ =...=
      #10533-3
  8. #8966 MatteMe (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 16:55
    บอกตรงๆ ว่าอ่านเรื่องยกทัพจับศึกแล้วงง แต่สนุกเพราะความโก๊ะกากของอาซิ่น 5555555555555
    #8,966
    0
  9. #8604 มัคคึสสสสส (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 12:36
    โอ้ยยยยย สนุกมากกก ชอบๆๆๆ ลุ้นทุกตอน ตอนแรกที่แทงกุนซือได้แล้วนี่โล่งอก ที่ไหนได้ย่อหน้าต่อมานี่กลับมาลุ้นตึงเหมือนเดิมเลย
    #8,604
    0
  10. #7055 TOEY_KCR (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 20:04
    โอ้มายกอดด อะไรกันเนี้ยซับซ้อนโครตๆๆๆ งงไปหมดเเล้ว55 ไม่ว่าที่ไหนก็ดูเหมือนจะมีเเต่คนที่ไม่ใจไม่ได้เน้อะ แม่ทัพรีบมาช่วยนายเอกเร้ววว ขนาดเวลาเคร่งเครียดยังมีมุกตลกๆให้ขำ55 ชอบนายเอกมากกอ่ะ จากที่เเบบตอนเเรกๆว่าเจ๋งเเล้ว ตอนนี้ดูจะรักนางไปอีกก
    #7,055
    0
  11. #6641 OverOzone (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 11:25
    ม่ายยยนะอาซิ่นจะต้องไม่หวั่นไหวเป็นกุ้ยต่อไปจะเจริญ.
    #6,641
    0
  12. #6290 ALoHaTheStars (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 09:12
    โน่ววววววววววววววววว
    #6,290
    0
  13. #6247 Mongmong (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 19:40
    น้ำส้มคงท่วมค่าย
    #6,247
    0
  14. #5410 fairy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 18:27
    แม่ทัพพพพพพ
    #5,410
    0
  15. #5146 chanchan123 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 23:53
    แม่ทัพอยู่ไหนรีบกลับมาเร็ว ฮูหยินแย่แล้ว
    #5,146
    0
  16. #5113 คนเหงาเข้าใจไหม (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 22:01
    นังคนหน้าเหมือนกิ๊กเก่า!!เกลียดดดดกก
    #5,113
    0
  17. #4342 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 22:43
    กรี๊ดดดดดดดดดดดด....

    ท่านแม่ทัพกลับมาได้แล้ว
    ฮืออ....อาซิ่นถูกลักพาตัวไปแล้วน้า!
    #4,342
    0
  18. #4293 แกงส้ม (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 14:48
    แย่แล้ว
    #4,293
    0
  19. #3737 เเมวนางฟ้า (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 10:41
    สงสัยไม่ผิดคนเลย
    #3,737
    0
  20. #3596 mintraR (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 16:53
    ท่านแม่ทัพกลับมาไวๆ
    #3,596
    0
  21. #3322 JENNYHA (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 21:16
    ทำไมขำา
    #3,322
    0
  22. #3173 fatsugar-louve (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 02:59
    ทำไม ไหต้องไหน้ำส้มอ่ะ ไม่เข้าใจ ไรท์อธิบายที
    #3,173
    3
    • #3173-2 อิลิมิตี้ (จากตอนที่ 30)
      4 ธันวาคม 2559 / 19:33
      ไม่ใช่ น้ำส้มสายชู หรอกหรือคะ?
      #3173-2
    • #3173-3 earnabo(จากตอนที่ 30)
      7 ธันวาคม 2559 / 14:35
      สามารถใช้แทนได้เหมือนกันจ้าาา
      #3173-3
  23. #2973 สาววายไร้ผัวนะเออ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 15:31
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #2,973
    0
  24. #2819 princeweak2 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 11:38
    เจ้าลูกเต่าขี้หึง
    #2,819
    0
  25. #2696 ✚ADAM (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 12:28
    โอ่ย มีความลืมตัวละคร .. 555555
    #2,696
    0