ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 25 : อันว่าจอมทัพมีหรือจะไร้เล่ห์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,336
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 252 ครั้ง
    22 พ.ย. 59

         




      ตึง ตึง ตึง



       เสียงกลองรบลั่นดังกังวานไม่หยุดเหมือนอยู่ข้างหูแต่ความง่วงงุนกลับมีมากกว่าทำให้ข้าขมวดคิ้วอย่างเกียจคร้าน นึกอยากคว้าหมอนมาปิดหูเต็มกำลังทว่าร่างของ'ผ้าห่ม'ข้างกายกลับขยับตัวลุก ข้าเปิดตาขึ้นพบความมืดก็ปิดลงทันควัน ตอนนี้คงยังย่ำรุ่งอยู่ซ้ำเมื่อคืนกว่าจะได้หลับก็นานพอควร ทุกเหตุผลที่กล่าวมาสมควรแล้วจะหลับต่อเป็นอย่างยิ่ง



         “อาซิ่น



         ท่ามกลางเสียงขยับกายสวบสาบ ท่านแม่ทัพใหญ่กลับส่งเสียงก่อกวนข้างหู ข้าดึงผ้าห่มของจริงมาคลุมศีรษะทันควัน แสดงเจตนาไม่อยากพูดคุยด้วยยามนี้



         “ฮูหยิน นี่ย่ำรุ่งแล้ว เจ้าต้องออกไปกับข้าคนรบก็ไม่ใช่ข้าจะให้ไปทำไม ข้าส่งเสียงประท้วงไม่ยอมเลิกราเมื่อถูกสามีตัวดีจับให้ลุกมานั่งแม้ดวงตาจะปิดสนิท แว่วเสียงหัวเราะแผ่วเบาข้างหูชวนให้ขุ่นใจขึ้นมา หัวเราะอะไรเจ้าลูกเต่า! คนตื่นเช้ามักจะความดันต่ำ หงุดหงิดง่าย เจ้าไม่รู้หรือ



          “ข้าอยากนอน..” ส่งเสียงแหบพร่าพึมพัมประท้วงแล้วกอดผ้าห่มแน่น ข้ายังง่วงอยู่



         “ฮูหยินไม่คิดส่งท่านพี่ไปรบหรือ



         “แล้วท่านพี่ไม่สงสารภรรยาคนงามที่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่หรือข้าส่งเสียงอู้อี้ตอบ แต่ก็แว่วเสียงหัวเราะอีกครา



        “หากเจ้าไม่ตื่นข้าจะแบกเจ้าไปทั้งอย่างนี้นะเสียงกระซิบแผ่วเบาแฝงแววหยอกเย้าทำเอาหัวใจราวกับโดนข่วน ข้าเปิดดวงตาขึ้นมาสบตทคู่คมที่พราวระยับเจือด้วยความอ่อนโยนและขบขัน หน้าตาเหมือนแมวง่วงนี่คงน่าขำมิใช่น้อย แต่หัวใจนี่จะเต้นแรงทำไมกัน คนงามของข้า ท่านนี่ยังใจอ่อนกับหลินจวินเจ๋อเหมือนเคย



           “แบกข้าทำไม วันนี้พวกท่านขุนศึกออกรบ กุนซืออย่างข้าจะพักผ่อนโดนค้นออกจากเตียงจนได้แม้ไม่เต็มใจเพียงไรจึงส่งเสียงประท้วงเสียหน่อย ข้ามองตาคนยิ้มแบบขุ่นๆขวางๆ รู้สึกคันหัวใจยิบๆ



          “ขอท่านกุนซือแต่งตัวออกไปพบปะไพร่พลเพื่อปลุกขวัญกำลังใจ ตามธรรมเนียมกองทัพพูดอย่างเดียวก็พอมาบีบแก้มเล่นทำไม เห็นแก้มขาวๆของคนงามเป็นที่เช็ดมือหรือ ข้าตีมือเขาสองทีด้วยความหมั่นไส้



           “แค่ท่านคนเดียวก็พอแล้วข้ากล่าวพลางยกมือปิดปากหาว เสียงกลองยังคงดังไม่หยุดจนแน่ใจว่ามิอาจหลับต่อเห็นดังนั้นข้าจึงเอนตัวไปซบบอกล่ำๆเพื่อหากำไรยามเช้าเสียที



           “เจ้ามิอยากรอดูหรือ ว่าแผนการของตนจะเป็นเช่นไร?” วันนีัสามียอมให้ซบแต่โดยดีข้าจึงเอื้อมมือไปหาน้องชายของเขาที่ตื่นขึ้นมาตามธรรมชาติ เสียแต่โดนตะปบมือไปก่อนราวกับรู้ทัน เฮอะ..ขี้เหนียวยิ่งนัก



          “อีกหลายวันกว่าจะเห็นผล รีบร้อนไปไยยุ่งกับตรงนั้นไม่ได้ข้าก็วางมือลงบนแผ่นอก ไล้รอยแผลจากคมหอกคมดาบเล่นเบาๆ



         “จะอย่างไรก็ตามทหารราบล้วนอยากเห็นผู้บัญชาการมาให้กำลังใจในการรบ จิตใจจะได้ฮึกเหิมหลินจวินเจ๋อขยับตัวเตรียมจะลุกขึ้น เขามองไปยังหน้าต่างที่เปิดอ้าซึ่งดาวเหนือยังคงฉายแสงก่อนจะผละออกจากตัวข้าที่ซบเล่นเพลินๆอย่างละมุนละม่อม มาเถอะ แผนนี้เป็นเจ้าคิด ย่อมต้องออกไปดูสักครา



           ข้าไม่ตอบอะไรเขานอกจากถอนหายใจเบาๆอย่างเกียจคร้าน เอนตัวนอนตะแคงมองเงาตะคุ่มของบุรุษรูปงามที่กำลังจับเสื้อผ้ามาใส่อย่างกระฉับกระเฉง ด้านนอกแว่วเสียงขยับตัวกุกกักและเเสงไฟลอดออกมาขณะที่เสียงกลองรบยังคงบรรเลงจังหวะฮึกเหิมไม่หยุด ข้าปรายตามองหลินจวินเจ๋อซึ่งสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยเหลือแต่เกราะประจำกาย และคิดไปถึงท่าทีโอนอ่อนเอาอกเอาใจของอีกฝ่ายในช่วงนี้..



          “ท่านพี่ข้าลุกออกจากเตียงในที่สุดและเดินตรงไปหาอีกฝ่าย ไม่ได้สำรวจตัวเองแต่รู้ว่าอยู่ในสภาพเสื้อผ้าผมเผ้าไม่เรียบร้อยนักตามประสาคนตื่นนอน แต่คนงามยังไงก็เป็นคนงามเพียงยิ้มหวานๆทุกสิ่งก็ล้วนน่ามองไปหมด



          “อะไรหรือ?” หลินจวินเจ๋อเลิกทำท่าระแวงข้าอย่างออกนอกหน้าแล้วแต่เขายังหรี่ตามองยิ้มหวานอย่างระมัดระวัง เห็นดังนั้นข้าจึงหยุดเท้า ยกมือขึ้นกอดอกเว้นระยะห่างไม่ให้เขาตกอกตกใจกระโดดออกหน้าต่างไป



          “คำที่ท่านเคยบอกว่าจะคิดหลังจบศึก ยามนี้พอมีคำตอบไว้หรือยัง?”



           “เอ๋...” คนชะงัก ข้าเหมือนเห็นเขากำลังหลั่งเหงื่อบ้างขมับอยู่



          “ท่านลืมแล้วหรือ?” เขาไม่ได้ลืมแน่ๆ ข้ามั่นใจ



          “หา...เอ่อ..ท่านพี่ยังไม่ได้สวมเกราะล้างหน้าล้างตา ต้องไปก่อนแล้ว



         เหล่าไท่ส่งเสียงขอเข้ามาจากหน้าประตูแล้วเเง้มเปิด ส่วนร่างของสามีตัวดีกลับเผ่นออกทางหน้าต่างอย่างรวดเร็วด้วยอาการเหงื่อแตกเหมือนชายชู้ถูกจับได้ ข้าส่งเสียงคำรามในลำคออย่างหงุดหงิดพลางจ้องเขม็งไล่หลัง ทีอย่างนี้ล่ะหนีไปอย่างไวเชียว หึ!



         แสงสีทองขอบดวงอาทิตย์แตะขอบฟ้า ยามเช้ามาถึงแล้วแต่ทุกคนยังคงมีท่าทีง่วงงุนประหนึ่งโดนค้นออกมาจากที่นอน ข้าเองก็เช่นกัน หลังแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็มาถึงหอสูงสองชั้นหน้าลานกว้างสำหรับรวมพลทหาร กวาดตามองแลัวผู้ที่คักคักฮึกเหิมคงไม่พ้นเหล่าขุนศึกทั้งหลายที่จะได้ออกไปรบดั่งใจ ข้ายืนเกาะราวกวาดตาดูไพร่พลหลายหมื่นที่ยืนแถวเป็นระเบียบแน่นขนัด บ้างก็หันไปยกมือคำนับผู้ที่มาถึง ไม่เกินครึ่งเค่อร่างของแม่ทัพใหญ่และขุนพลที่ออกศึกในวันนี้ก็เดินตามกันมา ข้าสบตาหลินจวินเจ๋อแล้วยิ้มหวาน เอาท่านแม่ทัพใหญ่แทบเดินสะดุด



          “ท่านอ๋องๆ โอ้อยู่ที่นี่เอง ข้าน้อยมีข้อสงสัยเล็กน้อยใคร่อยากขอข้อชี้แนะแม่ทัพโม่ซึ่งข้าจำได้ว่าเขามีนามโม่เยี่ยนเฉวียนโดนเข้ามาหา คนสีหน้าคึกคักสดใสอย่างยิ่ง



          “แม่ทัพโม่มีข้อสงสัยใด?”ข้าคิดว่าตัวเองอธิบายหมดจดแล้ว ไม่นึกว่ายังมีคนข้องใจใดอีก ดังนั้นหัวคิ้วจึงขมวดมุ่น



          “เรียกว่าข้อสงสัยก็ว่าได้ คือข้า...” โม่เยี่ยนเฉวียนยังมีท่าทีลังเลเล็กน้อย กระแอมกระไอมีความลับ ดังนั้นข้าจึงเอนตัวเข้าใกล้เงี่ยหูฟังคำพูดเขา แต่ได้ยินแล้วยิ่งต้องยิัม แทบจะหลุดหัวเราะ



          “แม่ทัพโม่ปรีชายิ่งนัก ความต้องการของท่านข้าล้วนสนับสนุนอย่างจริงใจยิ่งแค่นึกหน้าคนโดนข้าก็ขำแทบแย่แล้ว ดังนั้นจึงเอาพัดที่ถือติดมือมาปิดปากหัวเราะเบาๆ



          “ขอบคุณท่านอ๋องผู้แซ่โม่จะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด มิให้ท่านผิดหวังเจ้าตัวกล่าวพลางหัวเราะด้วยน้ำเสียงอันดัง ไม่พอยังตบไหล่ข้าแรงๆจนฝ่าเท้าเซถลา ข้ากัดปากสาปแช่งเขาอยู่ในใจคนอะไรแรงยังกับช้างสาร!



          “แม่ทัพโม่กับท่านอ๋องสนทนาอันใดกันอยู่หรือ คล้ายเบิกบานใจอย่างยิ่ง



         “ฮ่าฮ่า ไม่มีอันใดหรอกท่านแม่ทัพ เพียงสอบถามเรื่องการศึกเล็กน้อยโม่เยี่ยนเฉวียนกล่าวอย่างคึกคักแจ่มใส แต่หลินจวินเจ๋อดูจะไม่อยากได้คำตอบจากเขา ตาคมๆคู่นั้นปรายมองมา แต่ข้ายิ้มระรื่น ไม่ใส่ใจ



          “หากสอบถามเรื่องการศึก ถามข้าได้ไม่ว่าเปล่าคนยังเดินเข้ามาแทรกระหว่างข้าและแม่ทัพโม่ ทีอย่างนี้คิดจะหวงก้างอะไร! ข้ากำพัดในมือขึงตาใส่คนไม่รู้ไม่ชี้ นึกอยากฟาดเขาสักที



          “ผู้น้อยมิกล้ารบกวนท่านแม่ทัพ มิกล้ารบกวนท่านทั้งสองด้วยแม่ทัพโม่มีท่าทีงวยงงเล็กน้อย ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะกระจ่างวาบซ้ำเต็มไปด้วยแววล้อเลียนขบขัน ขยับห่างออกจากข้าและหลินจวินเจ๋อที่ยังทำหน้านิ่งอย่างยิ่งแล้วหัวเราะ



          “ผู้แซ่โม่ต้องไปตรวจดูไพร่พลแล้ว เชิญทั้งสองตามสบาย สามีภรรยารักใคร่เปิดเผยน่าชมเชยยิ่ง ฮ่าๆ



          ไม่ว่าเปล่า เขาทำยังกับกลัวผู้อื่นมิทราบจึงชักชวนพาผู้คนลงไปตรวจตราเตรียมนำไพร่พลออกศึกกันหมดจนเหลือข้าและหลินจวินเจ๋อเพียงสอง ผู้คนทำหน้าตาล้อเลียนแล้วเดินจากไปทำเอาคนหน้าด้านอย่างข้าแก้มร้อนผ่าว เห็นปลอดคนแล้วอดไม่ได้กับหน้านิ่งๆและท่าทีน่าหมั่นไส้เต็มกำลังนั้นข้าจึงใช้พัดฟาดหน้าผากเขาโดยแรง



             “โอ้ย!!” เจ็บแล้วอย่างไร มิต้องมาทำหน้าตาออดอ้อนกวนประสาท ข้ากอดอกหรี่ตามองคนสำออยซึ่งติดค้างคดีโดดหน้าต่างหนีไว้ หลินจวินเจ๋อดูจะทราบดีจึงรีบปรับท่าทีเป็นยิ้มขอลุแก่โทษ



            “ข้ากล่าวว่าขอเวลาคิดแล้วหลังจบศึก...”



           “ข้าไม่ได้คิดแล้ว



            ข้าตอบเขาไปอย่างเหนื่อยหน่ายรำคาญใจ แท้จริงที่ออกปากถามก็ไม่คิดหรอกว่าอีกฝ่ายจะรีบบอกว่ารักใคร่ชอบพอ แค่อยากกระตุ้นเตือนมิให้เขาลืมเท่านั้น แต่เห็นอาการประหนึ่งหนีตายนั่นแล้วมันช่างขัดหูขัดตา ทำตัวเหมือนอยู่ต่ออีกนิดก็จะเป็นเกย์เข้าจริงๆ คนงามถูกเรียกเป็นอ๋องวิปริตเพราะรักใคร หึ เจ้าอย่าคิดนะว่าจะหนีไปจากข้อหารักชอบบุรุษพ้น ฝันไปเสียเถอะ!



            “ฮูหยิน...”



           “ไม่ต้องมาทำเสียงเช่นนั้นกราดสายตาต่อว่าอีกฝ่ายแล้วข้าจึงเอาพัดตีปากเขาเสียที ท่านนี่อย่างไร เพียงโดนถามก็กระโจนหนี แต่พอข้าใกล้ชิดบุรุษอื่นก็ทำหึงหวง อย่าให้มากไปนักนะสามี ท่านไม่มีสิทธิ์หึงหวงข้า



           “เจ้าเป็นภรรย---ข้าฟาดปากเขาอีกเพี๊ยะ



           “ข้าจะไม่เถียงกับท่าน สามีภรรยาเพียงในนาม ไม่มีสิทธิ์คือไม่มีสิทธิ์ อีกอย่างข้าเพียงคุยกับผู้อื่น ไม่ได้คิดแต่งอนุเข้าบ้านอย่างใครบางคน ท่านจดจ่อเรื่องออกรบเถอะ อย่าได้เปลืองเวลามาสนใจทางนี้



            ที่สำคัญคือหวงข้ากับแม่ทัพโม่ คนๆนั้นเนี่ยนะ! เจ้าดูหน้าเขาเสียก่อน เหล่าจือไม่ได้ตาบอดอดอยากขนาดนั้น!



            “แต่.....”



            “ท่านดูหน้าแม่ทัพโม่เถอะ ข้าหรือมีแก่ใจพิศวาสเขา เป็นกุนซือซุนยังดีกว่า



            “เจ้าหมายถึงซุ—“



            “ข้าแค่ล้อเล่น ท่านพี่ วันนี้ท่านเป็นอะไร มาไล่หึงหวงผู้อื่นราวกับคนบ้าเช่นนี้



            คิดพลางถอนใจมองหลินจวินเจ๋อซึ่งหน้ามุ่ยทำท่าราวอยากประท้วงหรือกล่าวอะไรบางอย่างแต่ก็จนใจ อีกฝ่ายได้แต่ดึงพัดในมือข้าไว้ เขาสบตาเงียบๆกำมือข้าที่เอาพัดตีปากท่านแม่ทัพผู้สูงส่งคล้ายเรียกร้องความสนใจแล้วบีบเบาๆ



           “อวยพรท่านพี่ไปรบหน่อย..”ประกายตาเว้าวอนออดอ้อนเล็กๆไม่ว่าใครเห็นย่อมใจอ่อน ข้าจ้องตาคมปลาบคู่นั้นเงียบๆ คิดดึงมือออกมาแต่ก็เป็นไปไม่ได้เมื่อถูกกุมไว้ ดังนั้นจึงได้แต่ออกแรงกดพัดไม้หอมในมือลงบนริมฝีปากอีกฝ่ายเบาๆ



            “รีบกลับมา ข้ารออยู่



             หลินจวินเจ๋อยิ้มน้อยๆประกายวูบวาบในแววตาพร่างพรายจนเหมือนจะรั้งตัวข้าไปกอด แต่ไหนเลยทำได้ มือให้ที่กุมไว้จึงดึงเอามือข้าไปจูบเบาๆพร้อมแบมือรับพัดที่ร่วงลงมาอย่างรวดเร็ว



            “แล้วท่านพี่จะรีบกลับมา



            ท่านแม่ทัพใหญ่กล่ามเต็มเสียงพลางยิ้มเต็มหน้า ดวงตาเป็นประกายยิ่งนัก เขาหยิบพัดซุกเข้าไปในเสื้อเกราะตัวเองอย่างไม่กระโตกกระตาก ก่อนจะเดินลงไปยังชั้นล่างด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย ทิังให้คนโดนปล้นพัดอย่างข้ากระพริบตาปริบๆ มองฝ่ามือตัวเองที่ถูกจูบและยังร้อนวูบวาบแล้วได้แต่ทุบเสาอยู่คนเดียว



            หลินจวินเจ๋อ นี่มันไม่ใช่ลูกเต่าแล้ว!



            ทัพใหญ่ออกศึกนำไพร่พลออกจากค่ายในยามเช้าตรู่ เสียงกลองรบ ผู้คน ตลอดจนม้าศึกย่ำผ่านที่ใดปฐพีก็คล้ายสะเทือนเลือนลั่น ทหารหกหมื่นถูกแบ่งไปตามฐานที่มั่นทั้งสี่พร้อมผู้นำอันได้แก่ขุนพลแม่ทัพเรืองนามทั้งแปด สงครามเริ่มขึ้นแล้วพร้อมข่าวสารถูกส่งมาไม่ขาดสาย แต่ข้านั่งอ่านทีไรก็ต้องตบโต๊ะหัวเราะร่าทุกครั้ง



            ฐานที่มั่นทั้งสี่บัดนี้รวมกับไพร่พลที่มีอยู่เดิมกลายเป็นแต่ละแห่งมีอยู่เกือบสองหมื่นชีวิต ฐานที่มั่นแต่ละแห่งเพียงเดินเท้าครึ่งวันก็ถึงดังนั้นเหล่าข้าศึกชาวไห่เยี่ยนจึงเตรียมพร้อมรับการโจมตีกันถ้วนหน้า ทว่าทหารมาถึงฐานที่มั่นตีกลองโห่ร้องปลุกระดมผู้คนอยู่ครึ่งบ่ายกลับไม่โจมตี คิดว่าเพียงข่มขู่ดูทีท่ามิกล้าบุกจริงอีกฐานที่มั่นกลับตีกลองประโคมโห่ร้องอีกครา แต่รออยู่จรดเย็นกลับไร้แม้แต่เงาหอกดาบ คิดว่าเป็นแผนโห่ร้องประจิมเข้าตีทิศอุดร  แต่กลับไม่มีผู้ใดโผล่หน้าออกมาสักนิด เหน็ดเหนื่อยเคร่งเครียดรออยู่ทั้งวันตกกลางคืนอีกฝ่ายกลับตีกลองรบอีกครั้ง คิดว่าจะตีหักเอายามราตรีแต่ก็ไร้เงาคนเช่นเคย ทั้งสี่ฐานที่มั่นเอาแต่โห่ร้องปลุกระดมผู้คนสลับกันไปทั้งคืนจนทหารหเคร่งเครียดเหนื่อยอ่อนมิได้หลับนอน



             เข้าวันที่สองไม่ได้ดีกว่าวันแรก โม่เหยียนเฉวียนนำทัพทหารโห่ร้องตะโกนด่าทอทหารชาวไห่เยี่ยนตั้งแต่เช้าตรู่ ถ้อยคำที่กล่าวเผ็ดร้อนเจ็บแสบชนิดไม่น่าออกมาจากปากชายชาติทหาร พอหยุดปากฐานที่มั่นที่สามของแม่ทัพเหลียงก็ลั่นกลองโห่ร้องบ้างสลับกันไป กระทำการเคี่ยวกรำเหล่านักรบชาวไห่เยี่ยนจนถึงวันที่สาม แม่ทัพจื้อก็นำคนไปถึงพื้นที่ราบหน้าฐานที่มั่นที่เจ็ดซึ่งบัดนี้กลายเป็นผืนหญ้ารกชัฏ จุดเผาหญ้าเหล่านั้นโดยอาศัยทิศทางลม ปล่อยให้ควันไฟโหมรุมใส่ค่ายศัตรูจนมืดมัวไปทั่วฟ้าแล้วจากมา



            ทำการยั่วยุโทสะผู้คนจนถึงวันที่สี่ ก็มีผู้ทนไม่ได้ขึ้นมาแล้ว ทัพม้าของไห่เยี่ยนจากฐานที่มั่นที่หกรุดเข้าโจมตีฐานที่มั่นที่สาม รองแม่ทัพเหลียงออกศึก รุกไล่ไปจนเกือบเสียท่าแต่สุดท้ายเด็ดหัวเกาเสียนหนิงมาได้ นำมาเช่นไหว้วิญญาณแม่ทัพเช่อจงผู้ล่วงลับ..



            กระดาษเขียนรายงานสถานการ์ณแผ่นสุดท้ายจบลงแล้ว คราวนี้ผลลัพท์ที่ได้ทำให้ข้ายิ้มออก สู้อุตส่าห์วางแผนยั่วโทสะผู้คนมากมายก็เพื่อการนี้



            อย่างที่วิเคราะห์ไปแต่ต้นว่าองค์ชายเจ็ดชาวไห่เยี่ยนผู้นั้นขุดหลุมรอให้เข้าไปเพราะพวกมันต่างรู้ดีว่าทัพเทียนจิ้นมิอาจไม่รบ ดังนั้นก็ควรยกพลออกรบให้สมใจ แต่ยกพลไปแล้วต้องรีบกรูไปหาพวกมันหรือ ไม่จำเป็นเสียหน่อย ข้าเสนอแนวทางยกไพร่พลไปประจำฐานที่มั่น ตีกลองโห่ร้องให้คิดว่าจะโจมตีแต่ก็ไม่ทำอะไร กลับก่อกวนยั่วโทสะข้าศึกจนไม่ได้หลับได้นอน จุดมุ่งหมายคือให้ไพร่พลของอีกฝ่ายเหนื่อยอ่อนไม่ได้พัก ได้ยินเสียงตีกลองร่ำร้องมาใครจะสงบใจได้ ต่อให้เห็นว่าไม่ได้โจมตีแต่วางใจได้หรือ ฐานที่มั่นทั้งสี่สลับกันตีกลองเตรียมออกศึกยังมีโอกาสพักผ่อน แต่ทัพไห่เยี่ยนจะนอนได้อย่างไร ต้องเอาแต่ระแวงว่าจะถูกโจมตีเข้าตอนไหนซ้ำเจอแม่ทัพโม่ยกพลออกมาด่าทอ ไม่หงุดหงิดจนแทบกระอักเลือดได้หรือ อีกฝ่ายไม่ออกศึกเอาแต่ก่อกวนไปวันๆนานเข้าไม่ใครก็ใครต้องสติแตกพาคนออกมาตาย



          และผลของมันก็คือหัวของเกาเสียนหนิงมือขวาขององค์ชายเจ็ดผู้นั้น



          “นายน้อย..”



          ข้าหยิบพู่กันเตรียมเขียนจดหมายไปยังเมืองหลวงด้วยใจเบิกบาน มองเหล่าไท่ที่วางถ้วยชาลงและเรียกเบาๆก็ส่งเสียงตอบในลำคอ ปล่อยให้อีกฝ่ายออกปาก



            “จะออกไปร่วมทัพใหญ่หรือไม่?”



            “ไปสิหรี่ตามองประกายห่วงหา แม้เห็นความกังวลในแววตานั้นข้าก็ยังพยักหน้า ตัดหัวคนสำคัญของฝ่ายศัตรูได้ อีกฝ่ายหรือจะยอมหยุดนิ่ง หัวของเกาเสียนหนิงคือเสียงประกาศศึกอย่างชัดเจน



             “แต่ร่างกาย....” ผู้มากวัยกว่ายังคงเป็นห่วง



             “ข้าไม่เป็นไร ยามนี้การศึกสำคัญกว่า ข้ามีตำแหน่งกุนซือ มิอาจวางเฉย หากช่วยได้ย่อมต้องกระทำ



          กล่าวพลางหันไปทุ่มเทสมาธิเขียนรายงานส่งราชสำนัก ในใจตอนนี้มีความมั่นใจขึ้นอีกหลายส่วนเมื่อแผนของตัวเองสำเร็จ แม้การไปอยู่กลางสมรภูมิรบจะอันตรายแต่เรื่องถึงขั้นนี้แล้วมีหรือจะปล่อยไปได้



           ที่สำคัญแผนข้าใช้ได้ผลแสดงว่ามีเรื่องที่ข้าทำได้อยู่ เรื่องรบทัพจับศึกข้าไม่แม่น แต่เรื่องกวนประสาทคนเหล่าจือมั่นใจ!

 

++++++++++++

ฉากสะมีลาภรรยาไปรบนี่มันอะไร55 ร้ายขึ้นทุกตอนเลยสหายร่วมรบ!

ฉากสงครามตอนนี้ไม่มีอะไรมากเพราะเป็นการได้ข่าวจากทางโน้นอีกทีพร้อมยุทธการกวนประสาทของอาซิ่น55 ตอนหน้าถึงไปสนามรบกันค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 252 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13730 MyFateMySolul (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 15:27

    เป็นแม่ทัพที่เปลี่ยนเรื่องได้ไม่เนียนเอามากๆ ไหนจะเอาพัดแทนใจไปอีก คนหลบหน้าหลบตาวันนั้นมันไปไหนแล้ว!!?

    #13,730
    0
  2. #13682 Felicia_Kirisora (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:30
    รู้สึกสหายร่วมรบจะร้ายขึ้นทุกวันเลยนะ!!
    #13,682
    0
  3. #13508 pang_likeyou (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 01:41
    เจ้าลูกเต่าจะกลายเป็นพญาเต่าแล้ว555+
    #13,508
    0
  4. #13468 Vagabond Picha (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 21:02
    ประสาทกินไปแล้วเจอแบบนี้
    #13,468
    0
  5. #13413 ploybrf2 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 14:20
    สามีภรรยาช่างส่งเสริมกันดียิ่งนัก
    #13,413
    0
  6. #13353 พญานก T^T (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:01
    เต่าอัพเกรดสูงสุด
    #13,353
    0
  7. #13290 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 02:39
    โอ้ยยย ลูกเต่าน่ารักมาก ไม่ต้องเป็นลูกเต่าแล้ว! เป็นพญาเต่าไปเลย!!! /เดี๋ยว
    #13,290
    0
  8. #13092 mommommae (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 16:21
    กรี้ด เจ้าลูกเต่าช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก
    #13,092
    0
  9. #12835 มูตี้ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 18:42
    ^_____^
    #12,835
    0
  10. #12824 แม่เอง (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 14:33
    นางเปลี่ยนสปีชี่ละ กลายเปนลูกเสือแทนนน โอ้ย น่ารักกกก -///-
    #12,824
    0
  11. #12718 PuingSama (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 12:40
    ไอจูบมือขโมยพัดนี่อะไรรรร ไม่ใช่ลูกเต่าแล้ว!!!!
    #12,718
    0
  12. #12568 Nutsu_Nutsu (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 04:24
    โอ๊ย ท่านแม่ทัพให้ตายเถอะ เดี๋ยวนี้ ท่านพี่อย่างนั้น ท่านพี่อย่างนี้ น่ารักเชียวนะ จูบมี เอาพัดไปนี่คืออะไร? แหม ปากบอกไม่สนนะ
    #12,568
    0
  13. #12285 Mirage of Darkness (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 22:09
    โอ๊ยยยยย ทำไมตอนนี้ใจเต้นกับเจ้าเต่าได้ล่ะเนี่ย ฮื้อออออ
    #12,285
    0
  14. #11083 ชิโนบุ คุง (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:19
    เหอะ จวิ้นอ๋อง ร้ายเเล้วอย่างไร เจ้าเลห์เเล้วอย่างไร สุดท้ายก็โดนกินโดนเเทะ นี่มันนางร้ายระดับฝึกหัดชัดๆ ต้องร้ายเเบบนางจิ้งจอก ในนิยายเรื่องนึง ที่ร้ายจนขนหัวลุกขนขมอยร่วงขนหน้าเเข้งโกร๋น กดไหหัว้คนอื่นต่ำสุดๆ เลว ทราม นั้นสิถึงจะร้าย. ไม่ใช้ปล่อยไห้โดนเเทะ เสียเปรียบตลอด อ่อนเเอสะไม่มี วรยุทธ์ก็ไม่รีบฝึก โง่เง่า จะร้าย เเต่ร้ายเหมือนนางร้ายฝึกหัด =.= ยังไม่เลวพอ ต้องร้ายจนเเค่พูดก็ต้องมีอำนาจกดหัวคนไห้หมอบกราบนู้นถึงจะร้าย. ยอมรับว่าเขียนดี วางเรื่องไม่งง สอดเเทรกข้อคิดได้ดี เเต่อย่างน้ำมาก ข้อเนื้อหน่อย. น้ำมากมันจะทำไห้คนขี้เกียจอ่าน เหนื่อยตา เพราะไม่ไปถึงไหนซักที อย่าโกรธล่ะ ในฐานะที่อ่านนิยายภาพตอน6ขวบ อ่านนิยายกำลังภายในที่ชวนมึนเเละวรรณกรรมสุนทรภู่เเละรามเกียรฉบับเต็มตอนป.2
    มาจนถึงตอนนี้ ซึ้งผมอายุ16ปีพอดี คลุกคลีกับตัวอักษรมา9ปีจนต้องตัดเเว่นใส่. จึงขอคอมเม้นท์สะหน่อย... มันหงุดหงิด 555
    #11,083
    11
    • #11083-10 `Pяіdє..®(จากตอนที่ 25)
      14 เมษายน 2560 / 11:40
      เห็นด้วยกับคอมเม้นคุณป้าค่ะ 555 ไม่ต้องมาพรรณาให้ฟังหรอกว่าอ่านอะไรตอนกี่ขวบ อิฉันก็อ่านมาเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ตัดแว่นแล้วด้วยค่ะ อย่างคอมเม้นข้างบนบอก นายเอกของเราเป็นผีเสื้อราตรี ไม่ใช่นางร้ายปี 2000 เพราะฉะนั้นเอาไปเปรียบเทียบกันไม่ได้นะ ตัวละครแต่ละเรื่องมีเอกลักษณ์ที่เป็นของตัวเอกที่แตกต่างกันไป ไหงคุณเอามาเหมารวมกัน
      ปล. ไรท์สุ้ๆ เราชอบเรื่องนี้มาก อาจไม่คอมเม้นบ่อยแต่ก็อยากบอกว่าสนุกมาก
      #11083-10
    • #11083-11 Maneestear(จากตอนที่ 25)
      28 เมษายน 2560 / 07:48
      โอ๊ยขำ อดไม่ได้ต้องมาตอบคอมเม้นต์ จวิ้นอ๋องไม่ใช่แนวร้ายนะ 5555555 เค้าเรียกว่าแก๊ปโมเอะ
      #11083-11
  15. #8244 Yayamermaid (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 13:11
    เรื่องรบอาจไม้ใช่ที่ 1 แต่เรื่องกวนประสาทนี้เก่งจริงไเลยนะคะท่านอ๋อง
    #8,244
    0
  16. #7589 katekate (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 21:37
    สหายร่วมรบ ช่างออดอ้อนได้เก่งขึ้นทุกวัน น่าเอ็นดูเป็นที่สุด
    #7,589
    0
  17. #7372 Shenoraq (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 07:07
    หมั่นเจ้าลูกเสือ
    #7,372
    0
  18. #7002 TOEY_KCR (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 18:12
    เห็นไหมบอกเเล้วว่านสยเอกต้องมีของดีอยู่ในตัว เป็นการรบที่เราไม่เคยเจอมาก่อน เจ๋งมากๆ คิดได้ยังไงนี้นับถือไรท์จริงๆ ยกทัพไปด่า 555 นายเอกเราคนนี้ถึงบู้ไม่เก่ง แต่เรื่องกวนประสาทคนนี้ต้องมอบโล่ให้ คือเเบบสนุกมากก มีทุกรสเลยเรื่องนี้ ชอบอ่ะ สู้ๆน่ะคะไรท์
    #7,002
    0
  19. #6601 OverOzone (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 09:02
    เป็นกลศึกที่เล่นประสาทคนในสนามรบอย่างยิ่ง.
    #6,601
    0
  20. #6467 Daw Prdz KS (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 22:40
    เจ้าลูกเต่าชอบเค้าแล้วแท้ๆยังปากแข็งอีกกกก
    #6,467
    0
  21. #6299 Sarun Yok (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 16:55
    เด็ดมากค่ะตอนนี้ เด็ดทั้งแผนศึก เด็ดทั้งท่านแม่ทัพ เดี๋ยวนี้ท่านแม่ทัพพัฒนาขึ้นมากนัก ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #6,299
    0
  22. #6144 wait for 83line (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 00:42
    หูยยย เจ้าลูกเต่า ร้ายกาจยิ่งนัก.
    #6,144
    0
  23. #5719 Lili405 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 03:32
    โอยยยยย คุณสามีเอาใจไปเลยเจ้าค่ะ <3
    #5,719
    0
  24. #5511 Think_out (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 21:53
    อ่า นิสัยแกล้งคนมีประโยคขึ้นมาแล้ว 55
    #5,511
    0
  25. #5492 ALOHA (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 20:50
    ตอนนี้ ควรจะสงสารข้าศึกดีไหม มั่นใจเหลือเกิน อาซิ่น เรื่องกวนตีนคน เจ้าชั่งมั่นใจหนัก
    #5,492
    0