ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 23 : ในกองทัพก็มีโจรราคะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,019
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 240 ครั้ง
    20 พ.ย. 59





           ภายนอกคือท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวเกลื่อนกลาดดาษดา จันทร์เว้าแหว่งเมฆบางตาไร้ฝน แดนใต้นั้นไม่มีฤดูหนาวหากอากาศเย็นสบายอย่างยิ่งค่ำคืนนี้จึงพาให้ผู้คนอารมณ์ดีพอสมควร แม้ล่วงเข้ายามดึกแล้วยังมีเสียงสรวลเสเฮฮาดังมาเป็นพักๆจากเหล่าทหารยาม แต่กระนั้นในส่วนลึกของค่ายที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างรัดกุมยิ่งกลับเงียบกริบไร้สรรพเสียง มีเพียงเวรยามเดินสอดส่องดูความเป็นไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนคืนนี้ข้านั่งอยู่บนเก้าอี้ภายในห้อง ดวงตาจ้องมองภาพเบื้องหน้าอย่างครุ่นคิด



            ครานี้ไม่ใช่คันฉ่องทองเหลืองแต่เป็นกระดานหมากอันหนึ่ง หมากดำในมือถูกคลึงเล่นอย่างเหม่อลอย จมูกกระสากลิ่นชาสมุนไพรที่ถูกวางอยู่ไม่ไกลตัว หลังทานอาหารมื้อเย็นแล้วข้าก็เข้าห้องนอนปิดประตูเงียบเชียบ ครุ่นคิดอย่างจริงจังตามที่หลินจวินเจ๋อได้กล่าว ถามถึงคุณสมบัติการเป็นกุนซือ ตอนนี้นับว่าไม่มีแม้แต่น้อย เป็นได้เพียงนักศึกษานั่งอ่านวิชากลศึกสงครามผู้หนึ่ง ดังนั้นข้าจึงไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวความมั่นใจในการวางแผนอุบายใดๆ แต่ที่คนกล่าวว่ามีข้ากับไม่มีนับว่าแตกต่าง ข้อนี้พอทราบสาเหตุอยู่บ้าง ชื่อเสียงของจวิ้นอ๋องก็เหมือนชื่อเสียงของหลินจวินเจ๋อ หนึ่งยอดกุนซือหนึ่งยอดแม่ทัพบำรุงขวัญกำลังใจไพร่พลได้ดีเยี่ยม  เอาข้าไว้ปลุกขวัญก็ได้อยู่หรอก แต่ก็เป็นของตั้งโชว์เท่านั้น กับการสงครามแล้วมีประโยชน์อะไร



             แกร่ก..



             เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นด้านหลังทำให้ละออกจากภวังค์ ข้าหันไปมองหน้าต่างซึ่งเปิดทิ้งไว้พลางขมวดคิ้วน้อยๆ แต่นอกจากแสงจันทร์สีเงินสอดลอดเข้ามาแล้วก็ไม่พบอะไรจึงคิดเสียว่าตนเองหูแว่ว ในเรือนพักที่มีคนคอยยืนยามสอดส่องขนาดนี้ใครจะกล้าปีนเข้ามา ดังนั้นจึงหันมาจดจ่อกับความคิดวุ่นวายของตนเองต่อ ยังไม่อาจตัดสินใจได้ถี่ถ้วนจึงเพียงมองกระดานหมากเบื้องหน้าแล้วถอนหายใจเสียเฮือกใหญ่พลางวางเม็ดหมากลงไปอย่างมั่วๆเสียที



             “เจ้าวางตรงนั้นผิดแล้ว” น้ำเสียงคุ้นหูเป็นที่สุดทำเอาสะดุ้งแทบตัวโยน ข้าเบิกตากว้างหันไปมองหาที่มาของเสียง แล้วพบว่าหลินจวินเจ๋อเดินออกมาจากเงามืดในมุมห้อง คนทำตัวเป็นโจรราคะเข้าห้องผู้อื่นดึกๆดื่นๆซ้ำพรางกายไม่แจ้งตัวตนทำเอาข้าถลึงตาใส่ทันควัน



             “ท่านมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ ประตูมีไยไม่เคาะ”



             “ฮูหยินปิดห้องหับไม่ต้อนรับผู้คน ถ้าข้าไปเรียกก็เกรงจะรบกวน” อีกฝ่ายอ้างไปแล้วเดินเข้ามาใกล้ ลากเก้าอี้ไร้พนักตัวหนึ่งมานั่งฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว ทำตัวปรกติดั่งไม่ได้ปีนหน้าต่างแอบย่องเข้ามาหาเหมือนโจรขโมย “ข้ามาขอข้าวเย็นรับประทาน”



              “ท่านเลยปีนหน้าต่างแทน? ช่างแปลกใหม่ยิ่ง แต่นี่เลยมื้อเย็นมามาก ท่านแม่ทัพต้องจัดการตนเอง” คิดถึงคดีสหายร่วมรบขึ้นมาได้ข้าจึงหรี่ตามองเขา รับทราบว่าที่มานี่คนกำลังคิดง้องอน ไม่สิ..เรียกว่ามาพุดคุย เพราะข้าไม่ได้งอน แต่กระนั้นข้าจะวางท่าปึ่งชาให้เขาหงุดหงิดต่อ ใครจะทำไม



              “ไม่แปลกใหม่ ข้าได้รับคำแนะนำจากแม่ทัพโม่ เขากล่าวว่าใช้วิธีเช่นนี้บ่อยเวลาทำให้ภรรยามีโทสะแล้วถูกฮูหยินปิดประตูไม่ให้เข้าห้อง” เจ้าไปคุยอะไรกับคนแซ่โม่ผู้นั้นกัน ข้าหันไปมองหลินจวินเจ๋อที่ยังยิ้มอย่างน่าเอาเม็ดหมากยัดใส่ปากแล้วถลึงตาวาบ ยิ่งฟังวาจายิ่งขัดหู ให้บอกกี่ครั้งกันว่านี่ไม่ใช่เรื่องในมุ้งของสามีภรรยาแต่เป็นการให้บทเรียน ฮึ่ม ทีอย่างนี้ล่ะมาเรียกฮูหยิน  พ่อสหายร่วมรบ ข้าไม่ใช่ฮูหยินของเจ้าแต่เหล่าจือคือท่านอ๋องผู้สูงส่ง   



              “ท่านก็ควรเอาไปใช้กับฮูหยินของท่าน เพราะข้าเป็นสหายร่วมรบ” ปรายตามองแล้วยิ้มหวานยะเยือกดั่งคำเตือนไปให้ท่านแม่ทัพผู้ระรื่นอยู่ตรงนั้นเสียที เป็นผลให้หลินจวินเจ๋อมีสีหน้าจืดเจื่อนทันควัน  แต่เมื่อตั้งตัวได้เขาขยับตัวลากเก้าอี้เข้ามานั่งใกล้ข้าอย่างรวดเร็วซ้ำยิ้มหวานอย่างคนกำลังประจบ ไม่ทราบว่าถูกสอนกลเม็ดเคล็ดลับอันใดมา ดูแล้วจึงขัดหูขัดตายิ่งนัก นี่น่ะรึวิธีขออภัยของเจ้า เจ้าลูกเต่านี่



               “ฮูหยิน ข้าไม่ทราบว่าเจ้าจะไม่พอใจถึงเพียงนี้ แต่ข้าไม่ได้ตั้งใจ ให้อภัยท่านพี่เถอะ” น้ำเสียงอ่อนหวานหากความนัยทำให้รอยยิ้มของข้ายิ่งไม่น่าดู อะไรคือไม่ตั้งใจ พูดออกมาแล้วเปลี่ยนเป็นไม่ตั้งใจทันด้วยหรือ ดูอย่างไรก็ไม่ได้รู้สึกผิดสักนิด



               “ข้าไม่พอใจอะไร ก็เข้าใจตามที่ท่านพูดทุกคำ” หรี่ตามองแล้วส่งเสียงฮึ่มฮั่ม กล่าวอีกครั้งว่าข้าไม่ได้งอนแต่ต้องการให้บทเรียน กล้าหักหน้าเรียกเหล่าจือเป็นสหายร่วมรบมันต้องเจอดี “ท่านพูดอย่างตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วไปเถอะ แต่ข้าตระหนักแล้วว่าท่านเองก็คิดเช่นนั้น เป็นสหายร่วมรบมีอะไรไม่ดี  ท่านเองต้องการเช่นนี้มาแต่แรกมิใช่หรือ”



              “ข้า......”



              “ทราบดีว่าสถานะของข้าและท่านเป็นการถูกยัดเยียดให้และท่านก็รังเกียจมันเสียเต็มประดา มายามนี้จะขออภัยเพื่ออะไร ท่านพี่ควรเบิกบานใจจึงจะถูก” ไม่ทันให้หลินจวินเจ๋อได้ตั้งตัว ข้าก็สาดคำพูดประนามอย่างไม่ให้ได้ตั้งตัว ขุดเอาความแค้นของคนงามมาด้วยอีกหลายส่วน รอยยิ้มจึงยิ่งหวานแต่ดวงตาลุกวาบมากยิ่งขึ้น ”ท่านจะกล่าวพร่ำเพ้อถึงความรักของท่านอย่างไรก็ช่างเถอะ ข้าเข้าใจดี หรือท่านจะทำสีหน้ารังเกียจเดียจฉันท์ยามถูกข้าเข้าใกล้ต่อหน้าฝูงชนข้าก็ยังพอเข้าใจได้ ยามนี้กล่าวว่าข้าเป็นถึงสหายร่วมรบ...หึ..ข้าย่อมน้อมรับ”



              “แต่สหายร่วมรบไม่มีหน้าที่ต้องจัดข้าวปลาอาหารตลอดจนให้ที่พักแก่ท่าน เชิญท่านแม่ทัพกลับไปทำตัวตามสบายที่จวน ข้าไม่ส่ง”



              กล่าววาจาจนเบ็ดเสร็จเรียบร้อยแล้วข้าจึงหันมาสนใจน้ำชาของตนแทน แม้ถ้วยชาจะเย็นชืดลงบ้างแล้วแต่ก็ยังหอมคล่องคอดี ได้พูดออกไปตามใจแล้วจึงยิ่งสำราญใจนัก ข้าไม่สนใจหากจะกลายเป็นคนใจแคบคิดเล็กคิดน้อยต่อหน้าเขาหรอกเพราะข้าก็เป็นคนใจแคบจริงๆ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เพราะเขาปากแข็ง แต่เป็นคำพูดที่กล่าวมาต่างหาก อยู่กันเป็นสามีภรรยามาเรียกสหายร่วมรบ นอนตะแคงคิดดูสิว่าข้าควรจะหงุดหงิดไหม หลินจวินเจ๋อควรจะคิดให้ออกได้แล้วว่าข้าเป็นเมียไม่ใช่เพื่อน ไม่อย่างนั้นความสัมพันธ์ก็ไม่ต่างจากย่ำอยู่ที่เดิม ปล่อยให้เคยตัวมากเข้ามีแต่จะนำพาเรื่องหงุดหงิด



           “อาซิ่น ท่านพี่หิวแล้ว” พูดเฉยๆไม่พอทำไมคราวนี้จึงสอดมือเข้ามาละลาบละล้วง ข้ามองคนที่คล้ายจะติดนิสัยเดี๋ยวจับเดี๋ยวกอดของตัวเองและทำตาขุ่นใส่ อีกฝ่ายยังมาวางท่าออดอ้อนขออภัยและเกาะไหล่ประจบข้าพลางยิ้มนิดๆ ทำเอาคิดอยากจะหยิบกาน้ำชาฟาดหัวท่านแม่ทัพนี่สักที เขาคิดว่าแค่พูดจาดีๆกับข้าสองสามคำก็จบแล้วหรือ ไม่มีทาง เหล่าจือไม่สนซะอย่าง!



            “......หลินจวินเจ๋อ เจ้าฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือ” ข้าเลื่อนมือไปที่แขนขา จงใจออกแรงบิดมันด้วยความหมั่นไส้เต็มกำลัง



           “ข้าขออภัย ฮูหยินยกโทษให้ข้าเถอะ ข้าเพียงแต่พูดจาไม่คิดไปบ้าง ข้าทราบแล้วว่าทำให้เจ้าเสียใจ ท่านพี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้เจ้าเจ็บช้ำน้ำใจอีก” ท่าทีไม่นำพาต่อการถูกทำร้ายร่างกายทำเอานึกได้ว่าอีกฝ่ายหนังหนานัก หลินจวินเจ๋อกล่าวขอโทษขอโพยมาข้าก็หรี่ตาลงมองอีกฝ่ายที่เปลี่ยนมากอดทั้งตัวคนงามเอาไว้และขยับมาชิดแทบจะเกยตัก นิ่งฟังจนครบถ้วนกระบวนความก็ยิ้มเย็นๆ  



           “อยากให้ข้ายกโทษให้?”



           “ใช่”



       “ยอมทำทุกอย่าง?”



           หลินจวินเจ๋อพยักหน้าอีกครั้ง



           เจ้าลูกเต่านี่เดินตกหลุมแล้ว ข้ามองเขาที่กอดเอวออดอ้อนพยายามอย่างที่สุดให้ข้ายอมอภัยแล้วยิ้มหวานอย่างมาก ไม่ทราบว่าหลินจวินเจ๋อจะรู้ไหมว่าตอนนี้เขาสนใจทุกการกระทำของข้ายิ่งนัก เอาเถอะ เรื่องนี้ไว้ก่อน  ข้าชะงักมือ เปลี่ยนจากหยิกแขนอีกฝ่ายมาเป็นลูบเบาๆ ท่าทีเหมือนจะหายโกรธแต่ยิ้มหวานๆนั่นกลับทำให้ท่านแม่ทัพใหญ่ตัวแข็งทื่อดั่งรับรู้ถึงหายนะ




       “หากคืนนี้นอนแก้ผ้าเป็นผ้าห่มให้ภรรยา ข้าจะไม่ถือสาหาความ”




           ทำเหล่าจือหงุดหงิดขนาดนี้ ก็เอาร่างกายเจ้ามาชดใช้ซะ!!



           ท่านแม่ทัพใหญ่ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาปานเทพสงครามและรูปร่างน่ากินเป็นที่สุดตัวแข็งทื่อ  ข้าคล้ายได้ยินเสียงพญามารจอมหื่นกามหัวเราะก้องอยู่ในหูแต่ก็ไม่สนใจ ใครจะว่าข้าลามกก็หาได้ใส่ใจเช่นกัน คนทำพลาดเองเป็นหลินจวินเจ๋อเองที่ล่วงเกินข้าก่อน ทำให้ท่านอาซิ่นผู้นี้หงุดหงิดแล้วคิดว่าข้าจะปล่อยไปได้หรือ สามีที่รัก คืนนี้ข้าจะให้เจ้ารู้เองว่าความทรมารของการมีเนื้อชิ้นใหญ่อยู่ตรงหน้าแต่กินไม่ได้มันเป็นยังไง ข้าผู้นี้จะทำให้เจ้าไม่กล้าเรียกหวงเทียนหยางว่าสหายร่วมรบอีกจนชั่วชีวิต!






            ดึกแล้วโดยรอบจึงยิ่งเงียบเชียบ กระทั่งเสียงหรีดหริ่งเรไรที่เคยดังก้องยังเหลือเพียงเสียงของนกกลางคืน นานๆครั้งก็เป็นเสียงเฝ้าเท้าเดินอย่างเป็นจังหวะขณะผลัดเปลี่ยนเวรยาม ข้ามองแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างห้อง เดิมทีจะปิดไปแล้วแต่ความมืดมากเกินไปยังทำให้ไม่ชินเท่าไหร่ นอนลืมตาเบิกโพลงอย่างคนไม่ง่วง ในหัวยังคงมีความคิดมากมายจดจ่อ ข้าควรถอนตัวหรือไม่ ทำอย่างไรจึงจะดีต่อทุกฝ่าย เหตการณ์ยุ่งยากเช่นนี้ทำเอาต้องพลิกตัวไปมาอย่างคนใจไม่สงบ



              “ฮะ...ฮูหยิน เจ้านอนไม่หลับหรือ” เสียงทุ้มพร่าดังแผ่วเบาอยู่ใกล้หู ทำให้ข้าปรือตาขึ้นมองผ้าห่มของตัวเองด้วยรอยยิ้ม แสงจันทร์ที่ทอลอดเข้ามาส่งผลให้ข้าสามารถมองเห็นร่างเปลือยของหลินจวินเจ๋อได้ชัดถนัดตา ที่ข้ากำลังอิงแนบแอบซบอยู่นี่คือแผ่นอกกว้าง ส่วนหมอนซึ่งใช้หนุนอยู่คือท่อนแขนแกร่งของอีกฝ่าย ที่อกซ้ายของเขามีรอยแผลเป็นจากดาบและธนูปรากฏอยู่สองสามจุด ส่วนตรงเอว..



              “หากนอนไม่หลับ ไปเล่นหมากด้วยกันดีหรือไม่?” โดนตะปบมือไว้ก่อนเอื้อมไปหาเป็นผลให้ข้าขมวดคิ้ว ไม่พูดไม่จาแต่เงยหน้าไปสบตาท่านแม่ทัพใหญ่ เห็นดังนั้นหลินจวินเจ๋อจึงยอมปล่อยมือแต่โดยดี ข้าใช้ฝ่ามือลูบรอยแผลเป็นที่บั้นเอวของเขาเบาๆอย่างพินิจพิจารณา เพราะแสงมีไม่มากจึงเห็นได้ไม่ชัดนัก จากการสัมผัสมันเป็นรอยยาวที่คล้ายจะมาจากอาวุธเช่นหอกหรือไม่ก็ทวน..



             “ฮูหยิน! ท่านพี่ว่าเจ้าไม่ควรลากมือลงไปต่ำกว่านี้” กับแค่ลูบนิดลูบหน่อยจะเป็นไรไป ข้าตีสีหน้าไม่รู้สึกรู้สามองท่าทางตื่นๆของคนที่กำลังกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากด้วยอาการกลั้นหัวเราะอยู่ในใจ หลินจวินเจ๋อจับมือน้อยๆของคนงามไว้ไม่ยอมให้ลงไปต่ำอีกนิดอย่างคนงกนี่ช่างน่าขำยิ่งนัก สีหน้าหรือก็ซีดเผือกสลับกับแดงก่ำดูขัดเขินทำตัวไม่ถูกสุดประมาณ คนที่สละตนมาเป็นผ้าห่มของข้าตามคำกล่าวกระมิดกระเมี้ยนยิ่งกว่าสาวน้อยแรกรุ่นอีก เห็นแล้วอดไม่ได้จะต้องแหย่



            “ข้าเพียงสนใจบาดแผลท่าน แต่เห็นไม่ชัด จึงลองสัมผัสดูเท่านั้น”



            กล่าวพลางชักมือกลับมาด้วยสีหน้าใสซื่อบิรสุทธ์เหลือประมาณ คนเรามีหรือจะคิดอะไรกับผ้าห่มได้ ไม่ว่าผ้าห่มนี่จะมีรูปร่างหน้าตาน่ากินแค่ไหนข้าก็ไม่คิดหรอก ..ไม่คิดตอนนี้เพราะคืนนี้มีไว้สำปรับลงโทษโดยเฉพาะ!



            คิดพลางยิ้มหวานๆแล้วลอบกวาดสายตามองเรือนร่างแกร่งของสามีอย่างเงียบๆอีกที ขอกล่าวอีกครั้งว่าหลินจวินเจ๋อมีรูปร่างหน้าตาน่ากินอย่างยิ่ง เรื่องหน้าตาหล่อเหลาของเขาก็ถือเป็นสเน่ห์อย่างหนึ่ง แต่สำหรับข้ายังไม่เท่ารูปร่างนี่หรอก คนหน้าตาดีแต่หุ่นผอมเก้งก้างทำเอาเสียอารมณ์ได้แต่คนหน้าตาดีแถมหุ่นดีได้มาถือเป็นกำไรชีวิต โดยเฉพาะตอนนี้ที่อีกฝ่ายกำลังนอนเปลือยอยู่บนเตียงให้ข้าอิงข้าซบเล่นด้วยแล้ว..แม้จะน่าหงุดหงิดนิดหน่อยที่ไม่ได้เปลือยหมดตามที่บอกก็เถิด



             ส่งสายตามาดร้ายไปทางกางเกงตัวใหญ่ซึ่งเป็นอุปสรรคสุดท้ายที่เหลืออยู่อย่างหงุดหงิด คืนนี้ข้าอุตส่าห์จะแทะเล็มชายงามแล้วเชียวกลับพลาดไปเสียได้ หลังได้ฟังข้อเสนอหลินจวินเจ๋อก็อึ้งไปชั่วขณะก่อนจะขอต่อรองด้วยสีหน้าปานเห็นว่าข้าเป็นโจรปล้นสวาทว่าขอใส่กางเกงไว้สักตัว เห็นแก่ดื้อดึงไปอาจไม่ได้อะไรเลยข้าจึงยอมพยักหน้าแต่โดยดี ดังนั้นคืนนี้จึงมีผ้าห่มมนุษย์เนื้ออุ่นๆพร้อมกล้ามล่ำๆให้ข้าแนบชิดอย่างสุขใจเหนือใดเปรียบ



             “บาดแผลนี้ไม่มีอะไรมาก เป็นแค่แผลที่ได้มาจากการศึกเมื่อสามปีก่อน จางลงไปมากแล้ว ไม่มีอะไรน่าสนใจ” เกือบลืมไปแล้วว่าถามอะไรอีกฝ่ายก็ตอบขึ้นมาอย่างเคร่งขรึม ข้าส่งเสียงอืมเบาๆ แล้วจงใจใช้ขาตัวเองเบียดเข้าหาต้นขาอีกฝ่ายอย่างชั่วร้าย แสร้งทำเป็นบิดขี้เกียจมุดนั่นมุดนี่แล้วจึงพึมพัมออกมา



             “หากให้ข้าเป็นกุนซือ เคราะห์ร้ายว่าที่ต้องเจอคงไม่มีแค่บาดแผล”



             “เจ้าคิดในแง่ร้ายเกินไปแล้ว  กุนซือก็มีหน้าที่แนะนำและช่วยวิเคราะห์กลศึกก็จริง แต่อย่างไรข้าและแม่ทัพทั้งสิบเจ็ดนามก็ยังต้องช่วยคิดเห็นและวางแผนร่วมกัน หากผิดพลาดย่อมเป็นความผิดพลาดของเราทั้งหมด หาใช่เจ้าแบกรับเพียงผู้เดียว” หลินจวินเจ๋อเห็นว่าข้าที่ยังมีอาการนอนไม่หลับมาจากเรื่องกังวลในกองทัพจึงลูบหลังเบาๆ เป็นการปลอบใจ      



              “แต่หากข้าวิเคราะห์ไม่ได้เรื่อง มองกลศึกของอีกฝ่ายไม่ออก นี่ไม่ต่างจากพาคนไปตาย” ข้าปีนขึ้นไปอยู่บนแผ่นอกอีกฝ่ายอย่างได้คืบจะเอาศอก ใช้ปลายคางก่ายเกยบนแผ่นอกกว้างแล้วทอดสายตามองคางที่มีไรหนวดจางๆของหลินจวินเจ๋อ ไม่สนใจว่าจะทำให้ใครหัวใจเต้นผิดจังหวะจนต้องนอนไม่หลับหรือน้องชายลุกขึ้นมาซุกซนทั้งคืน



              “เจ้าอย่าตีตนไปก่อนไข้ อย่างไรข้าก็อยากให้เจ้าอยู่” แขนแกร่งที่ข้าเคยใช้หนุนเปลี่ยนมาเป็นยกหนุนศีรษะตนแล้วสบตากันในระยะประชิด เห็นท่าทางปรับตัวได้เร็วของหลินจวินเจ๋อแล้วน่าหมั่นไส้ยิ่งนัก ข้าเลยจงใจหยิกหน้าอกเขาเล่นไปทีหนึ่ง



             “ยืนอยู่เฉยๆมองผู้คนวิเคราะห์กันแต่ตนเองได้แต่นิ่งบื้อใบ้ มันน่าสมเพช” หลินจวินเจ๋อสะดุ้งเมื่อถูกข้ากลั่นแกล้ง ส่วนข้ากล่าวไปถึงสภาวะที่ตนเองประสบเมื่อตอนเช้าของวัน การกลายเป็นคนโง่ยืนอยู่ท่ามกลางคนฉลาด ฟังคนพูดอะไรที่ตัวเองไม่รู้เรื่องมันช่างเป็นรสชาติยากจะบรรยาย



            “เจ้าสามารถออกความเห็นได้” หลินจวินเจ๋อใช้มืออีกข้างรวบเอวข้าไว้ไม่ให้ดิ้นแล้วครางเบาๆในลำคอเมื่อถูกข้าจิ้มเอวเล่น หยกตรงนั้นบิดตรงนี้แกล้งให้เขาคลั่งใจตาย “ฮูหยินช่างนิยมกลั่นแกล้งข้าเหลือเกิน”



            “ที่ข้าถนัดก็มีแต่เรื่องนี้” โปรยยิ้มเย้ายวนให้คนหัวใจระทึกแล้วเคาะเบาๆตรงแผงอกซ้ายที่เต้นรัว “ไม่ใช่กลศึกสงคราม ไม่ใช่การวางกลยุทธ์สู้รบ”



            “เจ้าไม่ลองดูก่อน..”



           “ยามสงครามเช่นนี้ใช่สนามประลองฝีมือหรือ อันการศึกมิหน่ายเล่ห์ ข้าอาจมีเล่ห์ แต่ไม่อาจนำมาใช้ทดลองกับเทพแห่งสงครามของไห่เยี่ยนผู้นั้น”



           “ข้าก็เป็นเทพสงคราม” คนพูดพลางกระชับอ้อมกอดที่เอวแน่นขึ้นกล่าวคล้ายๆจะอิจฉา



           “แต่ยามนี้ข้ามิใช่กุนซืออัจฉริยะ” ข้ายกมือขึ้นประคองปลายคางตนแล้วยิ้มบางๆสบตาอีกฝ่าย เล่นพิณอาจทำได้ เขียนพู่กันอาจทำได้ สามารถสืบทอดความทรงจำและความถนัดจากจวิ้นอ๋องได้ แต่ไม่ใช่ทุกอย่าง เรื่องศึกสงครามเช่นนี้ต้องอาศัยการวิเคราะห์จะยืมสมองคนอื่นมาคิดได้อย่างไร “สงครามกับแคว้นไห่เยี่ยนเมื่อห้าปีก่อนก็ดี ศึกที่ทะเลตงไห่เมื่อสามปีก่อนก็ดี ไม่ว่าข้อไหนข้าก็ไม่มีฝีไม้ลายมือเช่นนั้นแล้ว”



             “เป็นเช่นนั้นอาจจะดี...”



             “ท่านหมายถึงอะไร?” ข้ามองหลินจวินเจ๋อที่นอนหงายหลับตานิ่งๆด้วยความสงสัย



             “เมื่อศึกห้าปีก่อนคนที่เราปะทะด้วยก็เป็นองค์ชายเจ็ดผู้นี้” ข้านึกย้อนความทรงจำไปตามคำกล่าวของหลินจวินเจ๋อ จำได้ว่าเมื่อห้าปีก่อนจวิ้นอ๋องกับคนตรงหน้าเริ่มมีชื่อเสียงเก่งกาจด้านสงครามขึ้นมา จุดเริ่มต้นคือศึกที่นี่นั่นเอง “ศึกนั้นเราทั้งคู่ร่วมมือกันตอบโต้เขา จากเคยเกือบประชิดกำแพงเมืองถานเฟิ่ง สุดท้ายต้องถอยร่นกลับแคว้น ไห่เยี่ยนสูญเสียกำลังทหารมากมาย หากกล่าวว่าองค์ชายผู้นั้นมีแค้นที่ต้องสะสางกับพวกเราทั้งคู่ก็นับว่าไม่ผิด”



             “โอ้..ดียิ่งนัก คู่กรณีมากันครบพร้อม เหลือเพียงขึ้นสังเวียนเตรียมประมือ เสียแต่หนึ่งในนั้นสมองพิการไปเสียแล้ว ขออภัยด้วย” ข้าส่งเสียงเจื้อยแจ้วคาดเดาอนาคตตนเองโดยพลัน องค์ชายผู้นั้นไม่แค้นเคืองจวิ้นอ๋องกับหลินจวินเจ๋อก็คงจะแปลก ดังนั้นในศึกนี้เขาคงยิ่งต้องทุ่มเทอย่างเต็มกำลัง ขณะที่ฝ่ายนี้มีกุนซือสมองหมู ไม่เรียกหายนะจะเรียกอะไร



             “ข้ากล่าวไปแล้วว่าฮูหยินช่างมองโลกในแง่ร้าย ถนัดหวั่นวิตกยิ่ง” ปลายนิ้วหนานั้นอุกอาจขนาดกล้ามาบีบจมูกกันเชียว ข้าส่งเสียงฮึดฮัดไม่พอใจในลำคอขณะที่หลินจวินเจ๋อยอมปล่อยในที่สุด แต่คนยังยิ้มอย่างน่าหมั่นไส้มาให้



             "ผู้ที่องค์ชายเจ็ดรู้จักและรบรากันเมื่อห้าปีก่อนคือเจ้าและข้า ผู้ที่ชนะศึกทะเลตงไห่ก็คือเจ้า ข้าเชื่อว่าเขาต้องทุ่มกำลังพยายามศึกษากลยุทธ์ของเจ้าอย่างเต็มที่ เพียงแต่คนผู้นั้นไม่ทราบ ว่ายามนี้ฮูหยินของข้าเปลี่ยนไปแล้ว" พูดแล้วทำไมเจ้าต้องตบก้นข้า หลินจวินเจ๋อ นี่มันบังอาจนัก! ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าลวนลามคนงาม! คิดดังนั้นข้าจึงบิดหน้าอกทั้งสองข้างของเขาเพื่อตอบโต้อย่างรวดเร็ว



             “เจ้ามือหนักยิ่ง..” คนมือไม่อยู่สุขบ่นพลางส่งเสียงคำรามประท้วงในลำคอ ข้ารับรู้ผ่านอาการเกร็งของเนื้อตัวเขาว่าหลินจวินเจ๋อกำลังเริ่มจะรู้สึกอะไรๆ ดังนั้นจึงแกล้งดิ้นไม่ยอมอยู่สุขอย่างชั่วร้าย



             “ใครบอกให้ท่านมือไม่อยู่สุข เป็นผ้าห่มมือห้ามซุนซน!” กล่าวไปแล้วท่านแม่ทัพใหญ่ก็ล็อคเอวข้า เขาส่งสายตาถลึงมองมาพลางสูดหายใจแรงๆระงับอารมณ์ไปในตัว



             “เช่นนั้นฮูหยินได้โปรดอย่าซุกซนเช่นเดียวกัน”



             “แล้วอย่างไรต่อ ท่านยังพูดไม่จบ” ข้าส่งเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอประท้วง อึดอัดเล็กน้อยที่ขยับไม่ได้ แต่ถือว่าได้เอาคืนแล้ว ดังนั้นจึงยิ้มพอใจ



             “ข้ากล่าวว่าเขารู้จักเจ้าในอดีต แต่ไม่รู้จักเจ้าในยามนี้  อีกฝ่ายทราบว่าเจ้ามา ย่อมมีกลยุทธ์และวิธีรับมือที่เขาคิดมาต่อกร แต่หากเจ้าไม่เป็นอย่างที่เขาคิด นั่นมิใช่ทำให้เขางวยงงรับมือไม่ถูกหรือ?” หลินจวินเจ๋อเอ่ยพลางสบตาข้าและยิ้มน้อยๆ “คนเก่งกาจมากระแวง ซ้ำดูจากที่ยกทัพมาอีกครั้ง แสดงว่าเขายึดติดกับความพ่ายแพ้ในครั้งก่อนไม่น้อย ฉะนั้นจึงยิ่งต้องทุ่มเทแรงใจอยากเอาชนะ เมื่อเขาพบว่าเจ้าไม่เป็นอย่างที่คาด เขาจะรับมือไม่ถูก กลัวว่าเจ้าจะแสร้งทำก็ดี คิดว่าเจ้ากำลังวางแผนอื่นใดก็ดี ไม่ว่าเป็นเช่นไรย่อมทำให้เราได้เปรียบ”



            “ท่านพี่คิดใช้ความโง่ของข้าหลอกล่อเขานี่เอง” ฟังมาจนจบแล้ว ข้าสามารถเข้าใจได้ดังนี้



           “เจ้าหาได้โง่งม ฮูหยิน หากเจ้ายังไม่มั่นใจ เช่นนั้นข้าจะเรียกกุนซืออีกคนมาดีหรือไม่ กุนซือของแม่ทัพเช่อจงรอดชีวิตมาได้ เขานอนอยู่ในเรือนพยาบาล แต่บาดเจ็บเล็กน้อย หากใช้ข้ออ้างที่ว่าเขาเคยพบทัพข้าศึกมาแล้ว ให้ช่วยแนะนำทุกคนจากประสบการณ์ ใช่จะเป็นไปไม่ได้”



           “ข้าจะไม่ใช่ผู้ที่ต้องตัดสินใจเพียงคนเดียว?” ข้อเสนอนี้น่าสนใจไม่น้อย ข้าหรี่ตาลง นิ่งครุ่นคิด เคาะปลายนิ้วลูบวนรอบแผ่นอกสามีเล่นไปด้วย



           “ทุกคนย่อมช่วยกันคิดและตัดสินใจ” หลินจวินเจ๋อจ้องมองข้า กล่าวอย่างจริงจัง    



           สบตาเขาผ่านระยะห่างที่ใกล้เพียงลมหายใจคั่น ข้านิ่งเงียบครุ่นคิดพลางขมวดคิ้วน้อยๆ ความคิดมากมายยังวนเวียนอยู่ในสมอง หนึ่งบอกว่าถอนตัวไปก็ดี แต่อีกส่วนกลับบอกว่าควรจะอยู่เพื่อช่วยทุกคนรับมือกับศึกนี้ แม้ข้าจะเอาแต่คิดว่าตนเองโง่งมและไม่คู่ควรแก่หน้าที่ แต่เมื่อหลินจวินเจ๋อพยายามปลุกปลอบและเชื่อมั่นในตัวข้าเสียขนาดนี้ ข้ากลับไม่อยากผละจากไปให้เขาต้องผิดหวังและเผชิญกับสนามรบเพียงลำพัง..



           ความอ่อนโยนสายหนึ่งวาบผ่าน ข้ากลับตาลงไม่ยอมสบตาคู่นั้นเมื่อระลึกว่าตนเองกำลังใจอ่อนเสียแล้ว ท่านอาซิ่นผู้ถือคติหนีคือยอดกลยุทธ์กลับจะเป็นฝ่ายเดินไปให้เขาเชือดถึงถิ่น มารดามันเถอะ ข้าอยู่กับหลินจวินเจ๋อมากไปจนติดนิสัยวีรบุรุษของเขามาแล้วจริงๆ



           “ได้ ข้าตกลง”




            ยอมพยักหน้าในที่สุดเป็นผลให้สีหน้าของหลินจวินเจ๋อเบิกบานขึ้นโดยพลัน ทำเอาเห็นแล้วขัดใจยิ่งนัก ข้าส่งเสียงฮึดฮัดเบาๆ ดิ้นแล้วกลิ้งลงจากตัวเขาพลางดึงผ้าห่มของจริงมาคลุมจนถึงเอวแล้วยิ้มน้อยๆ ภาพคนงามนอนเอียงแก้มยิ้มแย้มอ่อนหวานสวมเพียงเสื้อนอนสีขาวตัวบางดูอย่างไรก็ยั่วยวนยิ่งนัก ข้าเบียดตัวและขาเข้าหาอีกฝ่าย กลั่นแกล้งร่างกายคนตรงหน้าด้วยการกระแซะไม่หยุดแล้วยิ้มยั่ว..




         “แต่ต้องมาเป็นผ้าห่มให้อีกสองอาทิตย์นะ ท่านพี่”





+++++++++++++++++++++++++



ค่าตอบแทนของการล่วงเกินเหล่าจือคือการต้องจ่ายด้วยร่างกาย55



ตอนนี้มีโจรราคะค่ะ แต่โจรปีนเข้าห้องชาวบ้านกับโจรที่รออยู่ในห้องนี่ไม่รู้อันไหนจะร้ายกาจกว่ากัน แถมโจรยังเหิมเกริมคิดรังแกต่ออีก ลำบากท่านแม่ทัพแล้ว /หัวเราะโฮะๆ

            

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 240 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13643 DARA T. (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:14
    แม่! หน่องว่าแม่ใช้ผ้าห่มไม่คุ้ม!!!!!
    #13,643
    0
  2. #13548 ununchuahong (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 18:58
    ขอสมองคืนให้ท่านอ๋องทีคะ655555
    #13,548
    0
  3. #13466 Vagabond Picha (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 20:26
    ร้ายยยย
    #13,466
    0
  4. #13411 ploybrf2 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 13:38
    ฟิน อร๊าย//ตบเตียง
    #13,411
    0
  5. #13351 พญานก T^T (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:27
    เต่าน้อยอัพเกรด 555555
    #13,351
    0
  6. #13288 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 02:07
    ท่านแม่ทัพเดี๋ยวนี่ไม่ธรรมดา มือน่ะมือ เขินนนนน
    #13,288
    0
  7. #12831 มูตี้ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 17:55
    ^_____^
    #12,831
    0
  8. #12822 แม่เอง (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 14:01
    นางแซ่บเด้ออออ สามีตามไม่ทันจริงๆ
    #12,822
    0
  9. #11334 phetlovrwwww (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 22:14
    ฮูหยินท่านช่างร้ายกาจ
    #11,334
    0
  10. #9132 Plankton J (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 22:10
    โจรราคะนี่น่าจะเป็นฮูหยินมากกว่านะ555555555555
    #9,132
    0
  11. #8311 0900624329 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 19:54
    เพิ่งเคยอ่านนิยายวายย้อนยุคเปนครั้งแรกแล้วก้ติดใจเลย สนุกมากๆอยากติดตามอยุ่ตลอด อยุดอ่านไม่ได้เลย
    #8,311
    0
  12. #7982 YoGurT_Yo^^ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 11:04
    สนุกกกก
    #7,982
    0
  13. #7579 Key_ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 21:16
    มีความสามีกับภรรยานอนคุยกัน เหมือนเจ้าลูกเต่าจะตามทัน แต่ก็ไม่ทัน 555 ลูกเต่าเอ๋ย เจ้าสู้ความหื่น เเค่กๆๆๆ ความงามของท่านอ๋องมิได้หรอก
    #7,579
    0
  14. #7359 ~HermaphroditE~ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 22:38
    โอยย ชอบบบบ >//////<
    #7,359
    0
  15. #6994 Shenoraq (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 17:59
    เจ้าลูกเสือตามคนงามไม่ทันร้อกถถถถถถถถถถถ
    #6,994
    0
  16. #6984 TOEY_KCR (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 17:34
    ฟินนนนนนน ร้ายกาจมากคนมากคิดอย่างนายเอกต้องทได้อยู่เเล้ว แถมตอนนี้ยังมีสามีอยู่ด้วยอีก เด็กยุคสองพันก็ลองเอาเนื้อเรื่องตามละครมาใช้ดูเผื่อจะชนะสงคราม55 รักคู่นี้จริงๆๆ รักไรท์ด้วย55
    #6,984
    0
  17. #6706 [เส้นขนในจมูกแจ็คสัน] (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 17:45
    เจ้าเล่ห์ที่สุด
    #6,706
    0
  18. #6473 OverOzone (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 23:52
    ร้ายกาจ.
    #6,473
    0
  19. #6374 พชรพล ประทุมรัตน์ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 20:51
    ร้ายสุดๆจริงๆ
    #6,374
    0
  20. #6217 Duklass (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 20:21
    น่าจะใช้ชื่อตอนปีนห้องโจรราคะนะคะ 5555555
    #6,217
    0
  21. #5673 MEandZERO (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 00:17
    โจรราคะนี่ดูยังไงก็ไม่ใช่ท่านแม่ทัพแน่ๆ.. ปีนหน้าต่างไปให้ฮูหยินกินถึงที่ 555555555
    #5,673
    0
  22. #5512 ผู้พิชิตไฟนอล (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 21:54
    เจ้าผ้าห่มต้องเสร็จโจรราคะที่นอนรออยู่ในห้องแน่ 5555555
    #5,512
    0
  23. #5458 Think_out (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 19:48
    หัวหน้าคะ มันร้ายมากค่ะหัวหน้า
    #5,458
    0
  24. #5234 fairy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 21:08
    เหนือโจรยังมีโจรที่แกล้งเป็นคนดี555
    #5,234
    0
  25. #5015 คนเหงาเข้าใจไหม (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 18:47
    ลวนลามเก่งจริง5555
    #5,015
    0