ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 14 : เกิดเป็นลูกผู้ชายต้องหัดกลืนเลือดตัวเอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,559
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 306 ครั้ง
    12 พ.ย. 59




หิมะเหินจรดขอบฟ้า ยิงมฤคาสีขาวนวล

อักษรแย้มสรวลยวนยางเขียว เทพผู้กล้าอิงคู่กัน




           ภายในห้องอักษรที่เต็มไปด้วยหนังสือและกลิ่นหมึกกระดาษ ร่างของผู้เป็นเจ้าของวังนั่งอยู่พร้อมจับพู่กันเขียนอักษร ใบหน้างดงามกำลังก้มจดจ่อกับผืนกระดาษเบื้องหน้า ขณะที่บทกลอนเรียบง่ายสองสามบทถูกเขียนขึ้นมาด้วยมือขาวเรียวงาม จวบจนเจ้าของอาภรณ์สีน้ำตาลเข้มวางพู่กันหยกในมือ พ่อบ้านคนสนิทจึงปราดมาหา 



       “กวีบทนี้นี้งดงามยิ่ง นายน้อยให้เหล่าไท่นำไปแขวนไว้ที่ผนังดีหรือไม่?”     


           

            “ตามใจเจ้าเถิด”



           ข้าพยักหน้าให้เหล่าไท่ซึ่งหันมามองด้วยแววตากังวลครู่หนึ่ง พลางวางพู่กันลงจ้องมองกระดาษที่ตัวเองเขียนบทกลอนเอาไว้เพื่อรอจนมันแห้ง กวีบทนี้แน่นอนว่าไม่ใช่ข้าแต่งเอง คนอย่างอาซิ่นไม่ได้มีหัวด้านนี้สักเท่าไหร่หรอก ได้แต่ไปลอกเอาของท่านอาจารย์กิมย้งมา  เอาเถอะ กว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเกิดก็อีกนาน ข้าขโมยมาบทสองบทคงไม่เป็นอะไรนัก จดๆจ้องๆดูกวีตรงหน้าที่ไม่ค่อยเข้ากับบุคลิคนุ่มนวลของจวิ้นอ๋องแล้วจับพู่กัน จุ่มหมึกลงชื่อไว้ใต้บทกลอนสั้นๆนั้นอีกคราแล้วจึงส่งให้เหล่าไท่รับไป วันนี้ที่ตื่นมาจับพู่กันใช่จะมีเรื่องสุนทรีอะไรหรอก ข้าแค่หาเรื่องทำแก้ฟุ้งซ่านเท่านั้น



            “ท่านอ๋อง นำของที่สั่งมาแล้วขอรับ” เสียงของอาหง เด็กรับใช้อีกคนซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของเหล่าไท่ดังขึ้นนอกประตูทำให้ข้าวางมือ หันไปมองหน้าต่างที่วันนี้ท้องฟ้าหม่นครึ้มซึ่งเป็นผลมาจากฤดูหนาวที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ



             “ดีมาก เอาไปไว้ที่นั่นเถอะ”



             “นายน้อย หากจะออกไป สวมเสื้อหนาๆก่อนเถิดขอรับ” เหล่าไท่เดินมาพร้อมหยิบเสื้อคลุมซึ่งประดับด้วยขนจิ้งจอกสีขาวช่วยคลุมไหล่ ข้ายืนนิ่งให้เขาจัดการแต่โดยดี ฝีมือบ่าววัยชราออกจะไม่คุ้นเคยไปบ้างแต่ก็ตั้งอกตั้งใจยิ่ง



             “ขอบคุณเหล่าไท่ ข้าอุ่นพอแล้ว”



              ข้าตบหลังมือเขาๆเบาๆ สัมผัสได้ถึงปลายนิ้วเย็นชืดของพ่อบ้านคนสนิทก็บีบมันเสียทีหนึ่ง กล่าวให้เขารักษาสุขภาพพลางเดินออกจากห้องหนังสือ เดินนำขบวนบ่าวไพร่ออกไปจนถึงศาลาหงส์ริมสระบัว ข้างศาลางามวิจิตรมีเตาเล็กๆวางอยู่ก่อนแล้ว มันมีถ่านสีแดงคุระอุกำลังส่งเสียงแตกเบาๆ ในยามสายที่อากาศยังคงเหน็บหนาว ถือว่าช่วยให้ความอบอุ่น



               รับเอาแผ่นกระดาษเงินกระดาษทองปึกใหญ่จากมือเหล่าไท่ที่ใบหน้ามีความกังวลฉาบฉาย ข้าทำเพียงยิ้มละไมให้เขา สั่งการอย่างเรียบง่ายแต่ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ขัดว่าอยากอยู่คนเดียว ทิ้งช่วงให้ความเงียบดำเนินไปกระทั่งแผ่นหลังของบ่าวไพร่คนสุดท้ายลับตา ข้าจึงหันไปยังเตาถ่าน จ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองจากผืนน้ำ ก่อนจะหยิบกระดาษในมือโยนลงไปให้เผลวไฟแลบเลียทีละแผ่น



             เรื่องราวในค่ำคืนที่ผ่านมาจบลงไปแล้วและยามเช้าของวังจวิ้นอ๋องก็สงบสุขราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น พื้นหญ้าที่เปรอะรอยเลือดต่างถูกน้ำค้างชะล้าง ร่างไร้ชีวิตของเสี่ยวเฉียวไม่มีอยู่ สิ่งที่เพิ่มขึ้นมีเพียงหลุมเล็กๆใต้ต้นเหมยสีแดง มีเพียงป้ายวิญญาณไร้อักษรจารึก แต่ข้าทราบดีว่าสียงร้องไห้โหยหวนในคืนวานของเขาได้จารึกลงไปในใจคนฟัง ผลคือสายตาแสดงความกังวลของเหล่าคนสนิท พวกเขาคงทราบแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นวันนี้ในจวนอ๋อง ไม่ว่าจะทำอะไรทุกคนต่างระมัดระวังเป็นพิเศษ



            กระดาษถูกเปลวไฟเผาส่งควันชวนแสบตา ข้าเบี่ยงตัวไปหลบอีกทางหนึ่ง นึกขึ้นมาได้ว่ายืนแบบนี้ช่างชวนเมื่อยแต่ก็ยังจงใจทอดอารมณ์ต่อไปเพื่อคิดอะไรหลายๆอย่าง กระดาษเผาส่งไปให้คนตายนี้คนคงคิดว่าข้ากำลังไว้อาลัยเสี่ยวเฉียว เอาเถอะ ให้พวกเขาคิดว่าข้าเป็นเจ้านายที่ใจดีและมีเมตตาต่อไป ยังดีกว่าทราบว่าข้าไม่ได้เผากระดาษอุทิศให้ใครนอกจากจวิ้นอ๋องตัวจริงผู้ล่วงลับ



               เรื่องเสี่ยวเฉียว หากถามว่าข้าเสียใจหรือไม่คำตอบคงเป็นเสียใจ แต่ที่มากกว่าคือความผิดหวัง กับเด็กหนุ่มคนนั้นจะอย่างไรก็พบหน้ากันเพียงไม่ถึงเดือน ต่อให้เอ็นดูก็ไม่ได้ผูกพันธ์อะไรนัก ข้าเองก็ไม่ใช่คนดีขนาดจะโศกเศร้าอาลัยจะเป็นจะตายกับคนที่ลงมือทำร้ายคนงามในดวงใจได้ เสี่ยวเฉียวมีคนที่ตัวเองจงรักภักดีมากกว่าหวงเทียนหยาง แม้ทราบว่าหากถูกจับได้ผลลัพธ์คือความตายก็ไม่ลังเล นี่เป็นทางที่เขาเลือกเอง ตรงข้ามกับจวิ้นอ๋องผู้นั้น คนงดงามจิตใจอ่อนโยนที่ตายลงไปโดยไม่เต็มใจและตายโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนลงมือ 





           ที่น่าเศร้าที่สุดคือข้าทำได้เพียงอุทิศความอาลัยให้เขาเช่นนี้ กระทั่งสร้างหลุมฝังศพหรือเอ่ยปากบอกผู้คนยังไม่กล้า เรื่องราวในคืนที่ผ่านมา คนที่น่าผิดหวังที่สุดคือเหลียงจื่อซิ่นคนนี้ไม่ใช่ใคร




           ในใจแม้โศกเศร้า แต่เศร้าแล้วเป็นอย่างไรได้ ร้องไห้ไปแล้วโลกนี้จะหยุดหมุนเพื่อมาปลอบใจหรือก็เปล่า ความโศกเศร้าเป็นเพียงอารมณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นเพียงครู่แล้วจางหาย ข้าจะไม่เอาตัวเองไปจมอยู่กับมัน




                ควันลอยมาอีกแล้ว ข้ากระพริบตาไล่จนน้ำตาคลอแล้วก็ต้องขยับเท้าหนีแต่สายตาก็ยังไม่เคลื่อนจากวงหน้างามสะคราญสะท้อนผืนน้ำ  ข้ามองตาเขา เห็นเงาโศกเศร้าในแววตาคู่นั้นแล้วยังอดทอดถอนใจไม่ได้ คืนที่ผ่านมาหัวใจข้าเจ็บ..หลายครั้งแม่แน่ใจว่าเป็นความรู้สึกของใครกันแน่ บางครั้งข้าก็รู้สึกว่าดีแล้วที่หวงเทียนหยางจากไปก่อน แม้อาลัยเหลือเกินที่ไม่ได้พบหน้า แต่หากว่าเขาต้องมารู้ความจริงอันไม่น่าอภิรมย์เช่นนี้ ไม่รู้ว่าหัวใจจะแตกสสลายถึงเพียงไหน ใบหน้าของเขาจะเศร้าสร้อยเช่นเดียวกับยามนี้หรือไม่หนอ..



                “ระวังหน่อย” ฝ่ามือหนาจับไหล่แล้วบีบเบาๆพอให้เจ้าของร่างตระหนัก น้ำเสียงที่คุ้นเคยและใบหน้าหล่อเหลาปรากฏในผืนน้ำผืนเดียวกันทำให้ข้าทราบในทันทีว่าเป็นใคร สบตาสีดำสนิทคู่นั้นผ่านเงาสะท้อน เป็นเพราะน้ำไม่นิ่งกระมังจึงรู้สึกว่ามันมืดครึ้มยากคาดเดา



               “วันนี้เลิกประชุมเร็วยิ่ง” ข้าไม่ได้เอ่ยปากขอบคุณและยังหันไปโปรยกระดาษเผาในเตาต่อ หลินจวินเจ๋อเองก็ปล่อยมือแล้วเปลี่ยนมายืนใกล้ๆ  



               “เจ้าเองก็สงบใจไว้บ้าง..”



            ฟังวาจาคล้ายปลอบประโลมหัวข้าได้แต่หัวเราะออกมาในลำคอ ในสายตาของผู้คน คงเป็นข้ากำลังเผากระดาษเงินกระดาษทองไว้อาลัยแก่บ่าวทรยศ คิดพลางเหลือบตามองร่างในชุดขุนนางที่มีผ้าคลุมกันหนาวสีดำสนิทสวมทับ เขายืนนิ่งไม่พูดจาอะไรต่อในเมื่อข้าไม่พูด ท่าทีของหลินจวินเจ๋อดูอึกอักลำบากใจ กว่าจะได้ตั้งตัวก็เมื่อถูกยัดกระดาษเงินกระดาษทองใส่เต็มสองมือ



               “ทำอะไร?” เขาขมวดคิ้ว ดูจะไม่เข้าใจเท่าไหร่



              “ช่วยข้าเผากระดาษ” ข้าพูดอย่างไม่แยแสเท่าไหร่นัก และดวงตาก็ยังจดจ้องเงาในน้ำตาไม่กระพริบ มองแล้วไม่ได้รู้สึกว่านี่คือตัวเอง แต่กำลังมองหวงเทียนหยาง เขารักหลินจวินเจ๋อมาก หากอีกฝ่ายจะมาเผากระดาษเงินกระดาษทองส่งให้นับว่าสมควรแล้วมิใช่หรือ



            หลินจวินเจ๋อมองกระดาษเงินกระดาษทองในมือ สีหน้าปรากฏความครุ่นคิด สำหรับคนที่เป็นฝ่ายฆ่าเองกับมือ จะให้มาแสดงความอาลัยต่อเหยื่อของตนเองคงเป็นเรื่องประหลาดไม่น้อยซ้ำตัวเขาคงคิดว่าสมควรแล้ว แววตาที่มองมายังเจ้านายใจอ่อนอย่างข้าจึงทอแววแปลกประหลาด และบางทีอาจคิดว่าข้าถือโทษโกรธตนเองเสียด้วย



              “เด็กรับใช้คนนั้น ข้าทราบว่าเจ้าเอ็นดูเขามาก แต่ข้า...”



              “สายลับที่ถูกจับได้ย่อมไม่ใช่สายลับอีกต่อไป ไม่ว่าเขาจะถูกท่านฆ่าหรือไม่เสี่ยวเฉียวเองก็ต้องตายในที่สุด” ข้ากล่าวโดยดวงตาไม่ได้เคลื่อนจากเงาในมือนน้ำแม้แต่นิด “หวงไท่หยางไม่ใช่คนใจดี ที่ลงมือไปข้าก็ไม่ได้โกรธท่าน อย่าเข้าใจผิด แค่อยากเผากระดาษเงินกระดาษทองอุทิศส่วนกุศล..ท่านจะเผาไปให้ใครก็ตามใจ”



         “แล้วเจ้าอุทิศให้ใคร?”



               “ให้ตัวข้าคนเดิม”



                ข้ากล่าววาจาหยุดคำพูดปลอบประโลมใจของหลินจวินเจ๋อไว้เพียงเท่านั้น บอกว่าอุทิศให้ตัวเองอีกฝ่ายยังมีสีหน้าประหลาดใจ แน่แล้วว่าเขาไม่อาจเข้าใจความหมาย แต่ข้าก็ไม่คิดอธิบายต่อ หมดเวลาเล่นละครเป็นคนอ่อนแอไม่สู้ใครแล้ว ที่ผ่านมาหวงเทียนหยางยินยอมเก็บเขี้ยวเล็บเกรงอกเกรงใจผู้อื่นยังไม่เห็นว่าจะได้ผล นอกจากไม่ได้รับการยกเว้นศัตรูยังเหิมเกริมถึงเพียงนี้ วังจวิ้นอ๋องเองก็ไม่ได้ไร้มือเท้า จากนี้จะยังนิ่งให้ผู้คนรังแกส่งใครเข้ามาฆ่าอีกรึ ฝันไปเสียเถอะ หน้าข้าไม่ได้เหมือนโพธิสัตว์กลับชาติมาเกิด นิสัยยิ่งไม่ใช่!



               “ได้” เสียงของหลินจวินเจ๋อแทรกเข้ามาห้วงคิด แม้ทัพหนุ่มยืนนิ่งอยู่ข้างกายข้าและเริ่มช่วยหย่อนกระดาษลงเผาไปในเตา “ข้าเองก็ควรกระทำเช่นกัน”



              เจ้ากำลังเผาให้ใคร? ข้าอยากรู้แต่ก็ไม่ได้ถาม หลินจวินเจ๋อจะเผากระดาษเงินทองให้ผู้ตายที่ไหนหรือเป็นตัวเองเช่นกันก็แล้วแต่เขาเถอะ ยังไงข้าก็จุดธูปบอกวิญญาณคนงามไว้แล้ว ดังนั้นทุกอย่างจึงส่งไปให้หวงเทียนหยางเช่นกัน ได้เห็นคนที่ตนรักเผากระดาษอวยพรให้เช่นนี้ เขาคงพอใจแล้วกระมัง สิ่งที่ข้าทำให้หวงเทียนหยางได้ช่างน้อยนิดยิ่งนัก



                “ข้าขอโทษเจ้าด้วย” เงียบไปอึดใจหนึ่ง แม้ทัพแดนใต้ก็กล่าวขึ้นมาท่ามกลางเสียงกระดาษเผาไหม้ ข้าละสายตาจากเงาสะท้อนอันงดงามไปยังใบหน้าคมคายนั้น นึกแปลกใจว่าวันนี้เหตุใดพูดมากขึ้นมา



                “ขอโทษข้าเรื่องอะไร?” 



             ข้ามองเขา นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมากมายในช่วงนี้ อันที่จริงเราทั้งคู่ยังมีคดีหมางเมินกันเนื่องจากเรื่องรัชทายาทเตรียมจะแต่งเอาแม่นางจ้าวเป็นอนุอยู่ หลินจวินเจ๋อเองก็มีโทสะถึงขั้นเขียนใบหย่า ข้าเองก็โกรธหวงไท่หยางจนแทบบ้า แต่เทียบกับคดีที่เสี่ยวเฉียวเล่ามาแล้วดูจะทำลายความมึนตึงในคืนนั้นไป กลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าโถมเข้ามาจนสิ้น



                อันที่จริงเมื่อคืนข้าก็จงใจให้เขาได้รู้ จุดประสงค์ที่พาเสี่ยวเฉียวไปที่นั่นนอกจากจะข่มขู่บ่าวไพร่ที่คิดออกนอกลู่นอกทางส่งข่าวให้คนอื่นและใช้มันตะปบหนอนตัวที่เหลือแล้วยังอยากให้หลินจวินเจ๋อได้ทราบ เขาที่กำลังโมโหข้าแม้ไปหากล่าวอะไรล้วนไม่ได้ยิน เรื่องเสี่ยวเฉียวเป็นคนของรัชทายาทอาจสร้างความสั่นสะเทือนไม่มากแต่สามีผู้นี้ย่อมตระหนักว่าวังจวิ้นอ๋องกำลังอยู่ในอันตรายจริง ข้าคิดลากนิสัยทำตัวเป็นคนดีของเขามาอีกแล้ว แต่ใครจะทราบว่าเสี่ยวเฉียวจะกล่าวถึงสิ่งที่ข้าไม่รู้ไม่ก่อน



                 พูดถึงเรื่องนี้ ข้าเองก็ข้องใจเช่นกัน เสี่ยวเฉียวกล่าวว่าตัวเองคือคนของจ้าวลี่เซียน จ้าวลี่เซียนคือผู้บงการให้เขาวางยาสังหารจวิ้นอ๋อง เด็กหนุ่มคนนั้นคิดอะไรอยู่กันแน่ยามเปิดปากพูด เขาน่าจะรู้ว่าพูดไปก็มีคนได้ยินมิใช่หรือ หากจงรักภักดีต่อแม่นางจ้าว แม้ตายก็ไม่ควรเพร่งพรายการกระทำของนางให้ข้าทราบสิ เขาควรทำตัวเช่นยามป้ายสีเหล่าไท่ กล่าววาจาว่าร้ายข้าถึงจะถูก เสี่ยวเฉียวต้องการอะไร ตอบแทนบุญคุณข้า ชดใช้ความผิดที่เคยคิดวางยา หรือเพราะแค้นข้าจนอยากให้ข้าแล่นไปหาเรื่องผู้คนจนตกตาย ข้าไม่รู้และไม่แน่ใจเอาเสียเลย  



                “เรื่องสกุลจ้าว เซียนเอ๋อร์ และ...”



                “พอเถอะ” ข้าส่ายหน้าเมื่อได้ยินคำตอบ “ท่านจะมาขอโทษทำไม ท่านไม่ได้ทำและยังลงมือฆ่าคนระบายความแค้นแทนข้าไปแล้ว คนสกุลจ้าวลงมือก็เป็นฝีมือสกุลจ้าว ท่านเกี่ยวกันใดกับเขา...ยามใดที่ท่านแม่ทัพคิดสังหารข้าค่อยมากล่าวขอขมายังไม่สาย”



               “แม้ไม่เกี่ยวข้องข้าก็ยังเป็นต้นเหตุ..ข้า” หลินจวินเจ๋อมีสีหน้าอัดอั้นคล้ายกำลังระบายความในใจ “ข้าไม่นึกว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้”



               “ทุกคนหาใช่ชนชั้นถือศีลกินเจ แล้งน้ำใจเช่นนี้แปลกอันใด” ข้าเบือนหน้าไม่มองเงาสะท้อนในสระ ด้วยรู้สึกไม่อยากเห็นคนงามมีสีหน้าเย็นชาและเหยียดหยามโลกทั้งใบเช่นตนเองกำลังกระทำ “ที่เสี่ยวเฉียวกล่าวมาก็ถูกต้อง มีคนมากมายล้วนอยากให้ข้าตาย วังจวิ้นอ๋องร่ำรวยเกรียงไกรเป็นที่ระคายสายพระเนตรฝ่าบาทเพียงไรมีหรือข้าไม่ทราบ เสี่ยวเฉียวเองก็เป็นรัชทายาทส่งมาจับตาดู เหตุผลข้อนี้ไม่เกี่ยวกับท่านแม้แต่น้อย และตัวท่านเป็นแม่ทัพแดนใต้คุมทหารนับแสนกลายเป็นสามีข้าไยไม่นำพาให้อำนาจจวนจวิ้นอ๋องยิ่งเพิ่มขึ้นราวพยัคฆ์ติดปีก นี่ไม่ใช่หอกข้างแคร่ที่ควรถูกปัดทิ้งรึ คนอยากให้ข้าตายนับว่าสมควรแล้ว คนอยากให้เราเลิกรากันนับว่าสมควรอย่างยิ่ง...เรื่องวิวาทด้วยแย่งชิงของรักของผู้อื่นก็เป็นงิ้วโรงใหญ่บังหน้า หรือท่านยังไม่กระจ่าง?”    



                 “เรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ท่านเป็นผู้รับเคราะห์เช่นกันจะกล่าวโทษได้อย่างไร เพื่ออนาคตของตนเองท่านยังอยากหย่ากับข้าไหม ท่านพี่?”



                ข้าเอ่ยถาม จ้องหน้าเขาด้วยใบหน้าเยือกเย็น เรื่องราวที่ผ่านมามีหรือจะเป็นแค่บทวิวาทชิงรักหักสวาทธรรมดาเท่านั้น ต่อให้ข้าจะโง่ เข้ามาอยู่ในร่างคนงามอย่างไม่รู้ความ แต่พอได้ทบทวนดูเรื่องราวต่างๆแล้วมีหรือจะไม่เข้าใจว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ข้าควรตายเป็นเพราะอะไรกันแน่  ลำพังสกุลจ้าวมีหรือจะกล้าหาญชาญชัยปานนี้ เรื่องความอาฆาตแค้นของสตรีก็ช่างเถอะ อย่างมากคุณหนูจ้าวผู้นั้นก็เป็นได้แค่ตัวหมากถูกคนอื่นหยิบมาวางบังหน้า ผู้เล่นที่ฉากหลังมีหรือจะไม่เป็นรัชทายาทและอาจรวมถึงบิดาของเขา คนงามเองก็ทราบดี หวงเทียนหยางนับแต่แต่งงานกับหลินจวินเจ๋อจึงได้เก็บมือเท้าสงบเสงี่ยม แต่คนไม่ผิด ผิดที่ครอบครองหยก แค่มีอำนาจแนวโน้มสั่นคลอนบัลลังก์ก็ยังถูกหมายหัว  คนร่วมมือสุมหัวกันเล่นงานขนาดนี้ ข้าไม่ตายก็นับว่าหน้าทนเหลือหลาย



                “ไม่”



              บางครั้งข้าเองก็อยากถามหลินจวินเจ๋อ รู้ว่านี่คือหลุมที่ถูกขุดขึ้นมา แล้วจะกระโจนลงไปทำไม รู้ทั้งรู้ว่าอยู่กับจวิ้นอ๋องต่อมีแต่ตายกับถูกบีบไม่เลิกราก็ยังดึงดัน เขาจำได้ดีไม่ใช่หรือที่ข้ากล่าวว่าไม่ยอมหย่า ผ่านมาสองวันข้าจะเปลี่ยนความตั้งใจได้อย่างไร แค่หลอกให้เขาเอ่ยปากพูดแสดงความตั้งใจเท่านั้น คนก็ยังกระทำราวกับบื้อใบ้ นิสัยชอบเป็นวีรบุรุษของเขาแก้ไม่หายจริงๆ



                รู้ว่าอยู่ด้วยกันก็มีแต่ปัญหา ข้อนี้คนงามแจ้งแก่ใจดีทว่ายังดึงดันเพราะรัก แต่ข้ากับหลินจวินเจ๋อแม้รู้ว่าอาจต้องกอดคอกันลงเหวก็ยังทำเพราะเป็นประเภทคนบ้าด้วยกันทั้งคู่ สำหรับท่านแม่ทัพตรงหน้าแล้วเขาเป็นคนดื้อดึง อยู่วังจวิ้นอ๋องมาเป็นปีใช่จะไม่ผูกพัน กับคนของเขา ของๆเขาสิ่งไหนที่ยึดถือเป็นของตนหากยิ่งถูกกระทบกลับยิ่งปกป้อง ส่วนคนอย่างอาซิ่นแม้ไม่รัก แต่สิ่งใดที่หวงเทียนหยางต้องการข้าไม่คิดยอมปล่อย ยิ่งมารู้สาเหตุการตายยิ่งต้องจับหลินจวินเจ๋อไว้ให้มั่น อยากให้เลิกรึ ไม่ยอมเสียอย่างพวกเจ้าจะทำไม อยากให้ข้าตายรึ ข้าจะมีชีวิตสุขสำราญให้พวกมันเห็น คิดใช้เล่ห์กลอันใดก็จงผายลมออกมา ข้าจะตอกกลับให้กระอักเลือด!



            “ทหารกล้าหลั่งเลือดยอมตายในสมรภูมิ ไม่คิดยอมแพ้ต่อเล่ห์กลในราชสำนัก พวกเขาผิดเองที่ลากข้ามาผูกติดกับเจ้าแต่แรก ข้าหลินจวินเจ๋อ ไม่ใช่คนไม่รู้จักบุญคุณ สิ่งใดที่ติดค้าง ทั้งบุญคุณความแค้นย่อมต้องสะสาง ไม่ตายไม่เลิกรา”



                “ท่านพี่...” ข้าเงยหน้าขึ้น มองใบหน้าที่ทอแววหนักแน่นและดวงตาอันเปล่งประกายจริงจังของเขาด้วยแววตาแปลกๆ คำกล่าวนั้นแม้ซาบซึ้ง แต่ที่พูดเหมือนทหารจะไปตายในสนามรบนั่นคืออะไร สงครามการเมืองมีหรือจะเงื้อดาบฟาดฟันกันแล้วจบ “ท่านพูดราวกับกำลังจะออกรบกระนั้น”



                “ไม่ผิด” มุมปากอีกฝ่ายกระตุกยิ้ม แต่สีหน้ายังเคร่งเครียดแปลกตา “เช้านี้มีคำสั่งให้ข้ากลับไปประจำชายแดน พวกแคว้นไห่เยี่ยนมีท่าทีกำลังระดมพล ไม่นานราชโองการก็ย่อมมาถึง”



               “..ไปเมื่อใด” ข้าถามกลับเสียงแผ่วเบา ขมวดคิ้ววุ่นวายขึ้นมา ถ้าเขาออกจากเมืองหลวงแล้วข้าต้องรับมือเรื่องต่างๆคนเดียวนี่ต้องยุ่งยากไม่น้อย



               “กำหนดเดินทางอีกเจ็ดวัน” หลินจวินเจ๋อกล่าวแล้วโยนกระดาษแผ่นสุดท้ายในมือลงบนเตาเผา “เจ้าอย่าได้ทำหน้าเช่นนั้น กองทัพมีกฏห้ามพกพาสตรีไปรบ แต่เจ้าไหนเลยเป็นสตรี อีกทั้งยังเป็นอ๋องกินเมืองถานเฟิ่ง แม้ไม่ยอมฮ่องเต้ก็มีรับสั่งให้เจ้าไปกับข้า”



               “ที่แท้พอเรื่องราวเปิดเผย ก็คิดไล่เราออกจากเมืองหลวง” ข้าฟังแล้วอยากเบ้ปากแต่กลัวเสียกริยาเลยได้แค่ร้องเฮอะ คนพวกนี้ข่าวไวดีแท้ พอพบว่าตัวเองถูกเปิดโปงจนเสียเรื่องก็กลัวถูกเอาความจึงสมคบกันให้ข้าและหลินจวินเจ๋อไปชายแดน หากตกตายระหว่างการรบใครจะมีหน้ามาร้องเรียน



               “เกิดเป็นลูกผู้ชายต้องหัดกลืนเลือดตัวเอง”



              “เลือดเจ้าคนเดียวเถอะ!” ฟังหลินจวินเจ๋อบอกให้อดทนแล้วข้าต้องสวนขวับแทบไม่ทัน พอหลุดปากออกมาแล้วจึงต้องหุบฉับ จวิ้นอ๋องพูดจาแบบนี้ได้ที่ไหน..



               “ดูเหมือนเจ้าจะปากคอเราะร้ายขึ้นจริงๆ..” หลินจวินเจ่อมีสีหน้าประหลาดใจแต่ก็ยิ้ม ทำเอาข้าต้องยินดีในความโง่ของเขาอีกรอบ “ไปครานี้เร่งด่วนอยู่มาก หลายสิ่งหลายอย่างอาจไม่สะดวกนัก แต่ข้าจะนำเด็กๆไปด้วย พวกเขาเกิดที่ถานเฟิ่ง ย่อมอยากกลับบ้านเกิด”



               “ข้าเห็นด้วย”



               “เจ้าให้หมอตรวจดูอาการหรือยัง?” สามีตัวดีหันมาถามข้าด้วยดวงตาใคร่ครวญ “เรื่องพิษ...ที่..”



              “ตรวจแล้ว” พูดถึงเรื่องนี้ข้าก็นึกขึ้นมาได้ ตอนเช้าข้าให้หมอเข้ามาตรวจดูอาการตัวเองอีกรอบหลังเสี่ยวเฉียวบอกว่าวางยาพิษข้าไป คิดแล้วก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น “ท่านหมอกล่าวว่าร่างกายปกติ ไม่มีโรคภัย ไม่เจ็บป่วย..และยิ่งไม่เหมือนคนโดนยาพิษ”



                “พิษไร้สี ไร้กลิ่น ตรวจสอบไม่ได้มีอยู่มากยังไว้ใจไม่ได้ ข้าจะช่วยเสาะหาหมอเก่งๆมาอีกทาง” ฟังคำตอบข้าแล้วท่านแม่ทัพผู้เป็นสามีก็ตีสีหน้าเคร่งขรึม แววตาทอประกายหดหู่อยู่หลายส่วนแล้วถอนใจอีกครา “ข้าใจร้อนลงมือ บางที ขอเพียงจับตัวไว้สอบถาม..”



                “เขาไม่พูดหรอกท่านพี่” นึกอยากตบบ่าอีกฝ่ายแต่ก็ไม่ได้ทำ ข้าลอบสังเกตสีหน้าแววตา ที่สุดจึงทนความอยากรู้ไม่ได้และตัดสินใจถามออกไป “เรื่องนี้..ท่านคงไม่ได้บอกกล่าวอันใดกับคุณหนูจ้าวกระมัง?”



               “ว่าที่อนุภรรยารัชทายาท ข้ายังเข้าพบได้อย่างอิสระด้วยหรือ” หลินจวินเจ๋อตอบทันควันด้วยสีหน้ามืดครึ้ม เขาเองก็ไม่ได้โง่ เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ก็ทราบดีแล้วว่าที่แท้จวนสกุลจ้าวกับรัชทายาทหลอมเป็นน้ำบ่อเดียวกันมาแต่ไหนแต่ไร คนที่เกลียดที่สุดคือการถูกหลอกลวง คงไม่อาจทนได้ที่สตรีซึ่งตนรักปักใจมาเนิ่นนานเป็นเช่นนี้ บางทีสิ่งที่เขาโกรธมากอาจไม่ใช่เรื่องนางวางยาพิษข้า แต่เป็นเรื่องที่จ้าวลี่เซียนเป็นคนของรัชทายาทมาแต่แรก



               “ที่ด็กคนนั้นพูด ใช่จะเชื่อถือได้ทั้งหมด” เห็นอาการมีโทสะข้าก็เตือนเขาเบาๆ ไม่ใช่ว่าทำตัวดีแต่มีบางเรื่องที่ข้าเองก็ไม่แน่ใจ ”ข้อมูลออกมาจากปากสายลับที่ถูกวางตัวไว้ หากไม่ใช่ความจริงแต่เป็นหลุมพราง เชื่อถือทั้งหมด อาจทำให้พลาดพลั้งได้“



               “ข้าฟังผิดไปรึเปล่าว่าเจ้าปกป้องลี่เซียน?” ถามไม่พอยังทำหน้า..เจ้าอย่าตกใจขนาดนั้นได้ไหมสามี



               “ข้าไม่ได้ใจดีพอจะปกป้อง แต่หากที่จริงไม่ใช่ฝีมือนาง ท่านนั่นล่ะจะมาเคืองข้าทีหลัง”



              “ข้าจะไม่ทำแบบนั้นอีก ข้าขอโทษ” ฟังท่านแม่ทัพกล่าวขออภัยหลายรอบข้าก็ชักสีหน้าเบื่อหน่าย หลินจวินเจ๋อทำท่าครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวเบาๆ “ได้แต่รักลึกล้ำ แต่ไร้วาสนา นี่คงเป็นชะตาของข้ากับนาง”



          “ท่านอย่าลืมว่าข้ายืนหัวโด่ฟังอยู่ตรงนี้นะ สามี” ข้ากล่าวเสียงเย็น มาพล่ามความรักให้ฟังไม่พอยังพูดต่อหน้าข้าที่กำลังเผากระดาษเงินกระดาษทองส่งไปให้คนงามอีก นี่ถ้าคนงามได้ยินแล้วเสียใจ คอยดูข้าจะเล่นงานเจ้า!



                 “ขะ---



                 “หยุดพูดคำว่าขอโทษ ข้าเบื่อจะได้ยิน” กระดาษเผาจนหมดแล้ว ถือว่าจบเรื่องไปพอดี คิดดังนั้นข้าจึงหมุนตัวหันหลังก้มหน้าเล็กน้อย เล่นละครฉากๆเล็กๆให้ดูน่าสะเทือนใจนิดหน่อย หลินจวินเจ๋อตอนนี้ไม่ต่างกับคนอกหัก หากสามารถแทรกตัวเข้าไป..




                “ท่านอ๋อง ท่านแม่ทัพ มีราชโองการจากวังหลวงขอรับ”





               ไอ้พวก......



               ข้ากัดฟันกรอด ถลึงตาใส่ทหารผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วยความคับแค้นขณะที่ในใจกำลังสาปแช่งโคตรเหง้าคนตระกูลหวงที่มาขัดจังหวะการแสดงหวังผล มีคำสถบหยาบคายต้องพยายามสุดชีวิตไม่ให้หลุดออกมาจากริมฝีปากขณะเดินตึงๆไปพร้อมหลินจวินเจ๋อเพื่อคุกเข่าหน้าประตูวังก้มหน้ารับราชโองการจากขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ ซึ่งเนื้อหาเป็นอะไรไม่ได้นอกจากให้หลินจวินเจ๋อซึ่งมีตำแหน่งเป็นแม่ทัพกลับไปประจำชายแดนพร้อมไพร่พลจำนวนสิบหมื่น และข้าผู้เป็นอ๋องกินเมืองถานเฟิ่งที่เป็นหน้าด่านก็ถูกแต่งตั้งเป็นกุนซือทัพอีกตำแหน่ง      


 



               “เหล่าไท่ นี่ใกล้ถึงวันจ่ายภาษีแก่รัฐแล้วใช่หรือไม่ ไปรวบรวมบัญชีมา ข้าจะจัดการก่อนไปเมืองถานเพิ่ง” เมื่อรับราชโองการแล้วมาถึงห้องอักษร ข้าก็หันไปสั่งพ่อบ้านคนสนิทแล้วนั่งประจำโต๊ะ



              “ขอรับ”



        “จริงสิ...ปกติข้าเองก็จะนำเงินส่วนตัวเล็กๆน้อยๆบริจาคเข้าคลังหลวง..ปีที่แล้วส่งไปเก้าแสนตำลึง แต่ปีนี้ค้าขายไม่ดีเท่าไหร่ ซ้ำเดี๋ยวต้องใช้จ่ายดูแลปัดกวาดจวนของเมืองถานเฟิ่ง และยังต้องไว้จุนเจือไพร่พลทหารที่ชายแดนอีก ลดลงเสียครึ่งแล้วกัน”



              “รับทราบขอรับ นายน้อย”



               เหล่าไท่ฟังแล้วนัยน์ตากระจ่างวาบ ยามนี้เขาไม่ถามย้ำคำสั่งข้าอีกต่อไปแต่รีบเดินไปอย่างกระฉับกระเฉง ข้าหยิบพู่กันมาถือเล่นพลางจ้องมองม้วนราชโองการสีทองอย่างมาดร้าย รังแกกันถึงขนาดนี้ คิดว่าคนวังจวิ้นอ๋องจะยอมอยู่เฉยหรือ อย่าหาว่าข้าใช้มุกเดียวกับตอนเล่นงานหลินจวินเจ๋อเลย ใครใช้ให้พวกเจ้ามีเรื่องกับเศรษฐี คนร่ำรวยที่สุดในแคว้นอย่างจวิ้นอ๋องจะเล่นงานใครเรื่องอะไรถนัดที่สุด แน่นอนว่าต้องเรื่องเงินน่ะสิ วังหลวงแล้วไง นี่เป็นเงินให้เปล่า จะให้เท่าไหร่ก็ตามใจข้า อีกทั้งทำแบบนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจน พวกเจ้าทำเหล่าจือไม่พอใจแล้ว!     



               เป็นลูกผู้ชายต้องกลืนเลือดตัวเองรึ เฮอะ พอดีข้าเป็นหนุ่มยุคสองพัน ถือคติเลือดน่ะต้องพ่นใส่หน้าให้หมด!     




+++++++++++++++++++++++



เมื่อคืนแอบอู้ค่ะ วันนี้เลยมาสายไปหน่อย55


ตอนเมื่อวานมีคอมเมนต์พูดคุยเยอะเลย ตกใจและประทับใจมาก //กุมอก ตอบได้ไม่ครบทุกคนแต่อ่านทุกความเห็น ขอบคุณมากนะคะ


ส่วนตอนนี้ is mean war— สงครามกำลังจะเกิดแล้ว พร้อมกับลาสบอสจะอุบัติ(?)ในตอนหน้า ท่านอ๋องกับท่านแม่ทัพเลิกตีกันชั่วคราว ต่างคนต่างก็ไม่ใช่พวกชอบจมอยู่ในห้วงทุกข์ มีแต่ชอบก้าวไปข้างหน้า ดังนั้นถือว่าวางเรื่องเก่าเพื่อเจอศัตรูใหม่ เข้าสู่ภาวะเตรียมลวนลามอีกครั้งแล้วค่ะ555  


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 306 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13636 DARA T. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:02
    เอาเลยแม่ จัดการมันแม่ อย่าไปให้ทานมันแม่!
    #13,636
    0
  2. #13631 angrymuse (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:23
    เราคาดหวังว่าพระเอกจะดีขึ้น รู้จักคิดและถนอมใจนายเอกบ้าง(ถึงจะรู้ว่านายเอกไม่คิดอะไร) บางทีก็บื้อจนแปลกใจ
    #13,631
    0
  3. #13540 ununchuahong (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 14:06
    สะใจจุงงงง
    #13,540
    0
  4. #13486 Ladavanh (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 09:04
    เคยอ่านเรื่องหนื่งทีสุดท้ายเป็นพระเอกทีอยู่เบื้องหลังทุกอย่างหลอกใช้นายเอกได้เจ็บแสบมากเพียงเพราะต้องการอำนาจ/// หวังว่าเรื่องนี้ไรท์คงจะไม่ใจร้ายทำร้ายคนอ่านถึงขนาดที่ว่าสุดท้ายโป๊ะแตกกายเป็นพระเอกเสียเองทีอยู่เบึ้องหลังทุกอย่างหรอกนะ ถ้าเป็นแบบนี้บอกเลยข้าผู้นี้ต้องตรอมใจเป็นเดือนๆเป็นแน่//ทีคิดแบบนี้เพราะไม่มีมุมของพระเอกจริงๆให้อ่าน อ่านแต่มุมนายเอกเลยไม่รู้ว่าในใจพระเอกคิดอะไรกันแน่
    #13,486
    3
    • #13486-2 Meaw_Ngaw(จากตอนที่ 14)
      26 สิงหาคม 2561 / 01:29
      บอกได้ไหมคะว่าเป็นเรื่องอะไร อยากตามไปอ่าน
      #13486-2
    • #13486-3 kuckuck(จากตอนที่ 14)
      15 ตุลาคม 2561 / 02:17
      เรื่องอะไรคะที่พระเอกทรยศ น่าอ่านมาก
      #13486-3
  5. #13455 Vagabond Picha (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 11:13
    ประกาศสงคราเองนี่
    #13,455
    0
  6. #13403 ploybrf2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 00:56
    สู้ๆค่ะไรท์
    #13,403
    0
  7. #13339 พญานก T^T (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:09
    รอดูต่อไปค่ะว่าจะไปกันยังไง หุๆ เต่าน้อยอัพเกรด ข้าจะรอดูเจ้า
    #13,339
    0
  8. #13260 lakkee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 18:35
    ขอบคุณ
    #13,260
    0
  9. #13127 สงสัยจัง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 01:30
    เอ่อ แอบขัดค่ะตรงเรื่องการแต่งงานของตัวเอก ตอนแรกบอกฮ่องเต้ย้อมให้แต่งพระราชทานเพราะอยากให้นายเอกขายหน้า(และก็ขายจริง เป็นขี้ปากชาวบ้าน) ตอนนี้บอกว่าพอพวกเขาแต่งหันก็เหมือนเสื้อติดปีกเลยอยากให้หย่า สรุปเอาไงกันแน่ มันขัดเหตุผลกันแปลกๆ นะคะ แล้วถ้าบอกว่าเพราะฮ่องเต้ไม่ทันนึกถึงผลนี้ ก็สรุปว่าฮ่องเต้ไม่ได้ฉลาดจริงอ่ะสิ เพราะเห็นๆ อยู่ว่าสองคนนี้ตำแหน่งใหญ่ทั้งคู่ตั้งแต่ต้น แต่งกันไปก็เพิ่มอำนาจให้กัน แต่ก็ยังย่อมให้แต่ง สรุปว่าฮ่องเต้ไม่ได้คิดการไกลอะไรเลยสิ?
    #13,127
    5
    • #13127-2 B 13 s.t(จากตอนที่ 14)
      21 พฤษภาคม 2560 / 09:45
      เพิ่งเข้ามาอ่านถึงบทที่ 14 เช่นกันครับ แอบสงสัยประเด็นเดียวกัน

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 พฤษภาคม 2560 / 09:48
      #13127-2
    • #13127-5 Piloy(จากตอนที่ 14)
      10 กรกฎาคม 2560 / 00:52
      ถ้าเกิดว่าฮ่องเต้ต้องการให้ขายหน้า แล้วคาดว่าจะหย่ากันเองงี้รึป่าว แต่ผิดขาดที่ไม่มีการหย่า เลยกลัวว่าอำนาจจะมากเกินไป
      #13127-5
  10. #13087 mommommae (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 03:41
    กรี้ดดด แซ่บมาก หึตกหลุมจังๆเลยนะท่านแม่ทัพ
    #13,087
    0
  11. #12795 มูตี้ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 20:35
    ^______^
    #12,795
    0
  12. #12694 Atom:) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 15:51
    คือออเรื่องนี้อะชอบทุกอย่างเลยอะยกเว้นอิเเม่ทัพ5555555เฮียดูเงอะงะวอนฟุตมากเลยค่ะ ดูเเบบขัดใจ เห็นเล้งรีดหมั่นไส้5555 ลาสลงลาสบอสไม่เกียจเกียจอิพระเอก555555
    #12,694
    0
  13. #12592 สามคิ้ว。 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 08:08
    ชอบสำนวนมากๆ แฟนคลับบบบ
    #12,592
    0
  14. #12547 Nutsu_Nutsu (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 21:49
    ดีแล้ว เพราะยังไงนางในดวงใจก็คือคนงาม ชอบที่ทุ่มเมทุกอย่างเพื่อคนงาม อ่าสนุกมากๆค่ะ สรุปไท่จื่อก็ไม่ได้ชอบคนงามใช่มะ อ่านตัวแรกดูมี something ซะอีก ที่หายไปโดน ขืนใจแบบ s สุดๆแน่เลย เฮ้อ ค้างตรงปมนี้
    #12,547
    0
  15. #12436 S-Senpai (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 22:56
    ชอบแบบนี้ เหมือนว่าได้กลับไปในยุคที่คนตามไม่ทันเรา 555 ทำอะไรก็ดูลำ้สมัยยย~
    #12,436
    0
  16. #12419 Casai1 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 09:24
    จะมีฉาก ติดเรทไหมนะ อยากรู้แม่ทัพจำทำตัวเช่นไร อยากเห็นๆ
    #12,419
    0
  17. #12254 [ May! Nie! Mo! ] (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 01:14
    โอ๊ยยยนยย โว๊ยยยนยยย โอ๊ยยนยยยยย หน่วงน้ำตาไหล โอ๊ยๆ แกร่งมากอะยอมใจ :/ขอสารภาพว่าจำชื่อไม่ได้5555 แต่ชอยน้า
    #12,254
    0
  18. #12252 pqrst (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 00:30
    เราว่าที่ว่านางตายเพราะแยกเค้า. อาจจะมีเหตุผลมากกว่านั้นก็ได้นะ
    #12,252
    0
  19. #10147 เมื่อไหร่จะเม้นติด (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 11:09
    จริงๆ เรื่องพวกนี้จะไม่เกิดเลยถ้าหวงเทียนหยางไม่ไปพรากคู่เขาก่อน ถือว่าชดใช้กรรมไป
    #10,147
    0
  20. #8606 The.zmb (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 14:39
    เลือดต้องพ่นใส่หน้า 555555
    #8,606
    0
  21. #8605 luknamalotte (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 13:08
    เอาใจช่วยอาซิ่นมากๆค่ะ รู้จักใช้เงินจริงๆ 5555
    อยากรู้ว่าฮ่องเต้กับรัชทายาทจะทำหน้ายังไงเมื่อรู้เรื่อง
    อ่านตอนนี้แอบเศร้านิดนึง สงสารคนงามอ๋องจวิ้นจริงๆ
    ตอนมีชีวิตอยู่ต้องน่าสงสารมากแน่ๆ ไม่มีพิษมีภัย
    ไม่ได้ทำอะไรผิดแถมยังใส่ซื่อบริสุทธิ์
    กลับต้องมาตายเพราะน้ำมือคนใกล้ตัวเสียได้
    #8,605
    0
  22. #8382 21124546 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 14:37
    เพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ เลยไม่ได้คอมเมท...
    มาดูอีกทีอ่านเพลินไปหน่อยก็เลยมาหลายตอนแล้ว....
    ขอโทษที่ไม่ได้เมนค่ะ แต่ชอบอ่ะสนุกมากเลยค่ะ
    เหมือนน้ำร้อนจะเดือดแล้ว(?) มากินมาม่าด้วยกันไหมค่ะ(?)
    #8,382
    0
  23. #8356 softyyy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 01:31
    ขอบคุณมากค่ะ
    #8,356
    0
  24. #7961 มากิริจัง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 21:43
    อ่านทุกตอน ยิ่งหลงรักซิ่นๆ
    วางลักษณะตัวละครดีมาก ชัดเจน
    ตลก เสร้า ฉลาด โง่ โกรธ ใจอ่อน
    ทุกอย่างรวมเป็นจื่อซิ่นอย่างดี
    อ่านแล้วมีความสุข หยุดอ่านมิได้
    ลุ้นแต่ละตอน ท่านแม่ทัพจะถูกกินเมื่อไรคะ >//<
    #7,961
    0
  25. #7701 Satan girl (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 17:10
    ยิ่งอ่านเรายิ่งสงสารท่านอ๋องตัวจริง อยากให้เขามีชีวิตที่ดี ยิ่งภาวนาขอให้เรื่องที่รัชทายาททำกับจวิ้นอ๋องในอดีตนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ทำร้ายจิตใจเกินไปด้วยเถอะ
    #7,701
    0