ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 10 : ในเมื่อไม่มีเรื่องก็จงเรียกให้เรื่องเข้ามาหา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,096
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 344 ครั้ง
    8 พ.ย. 59





           ระยะนี้หลินจวินเจ๋อมีปัญหา ดูเหมือนแม่ทัพแดนใต้จะมีเรื่องขัดแย้งบางประการกับเสนาบดีจ้าว  ความสัมพันธ์กับแม่นางจ้าวลี่เซียนก็ไม่ได้หวานหยดย้อยเช่นเดิมราวเกิดปัญหาอะไรบางอย่าง ซ้ำกับนายของวังจวิ้นอ๋องที่คล้ายจะเป็นไปด้วยดีเมื่อไม่กี่วันก่อนกลับมาเลวร้ายเช่นเดิม ทั้งสองไม่ได้พบเจอนั่งรับประทานอาหารร่วมกันอีก แต่แปลกที่คราวนี้คนหลบหน้ากลับเป็นหวงเทียนหยาง..



             ในฐานะจวิ้นอ๋องและภรรยาอย่างถูกต้องตามพิธีการ ข้าทราบดีว่าทำไมหลินจวินเจ๋อถึงได้มีปัญหากับคนสกุลจ้าวเพราะคนก่อเรื่องมันก็เป็นตัวเองที่นั่งลอยหน้าลอยตามองอีกฝ่ายหน้าดำคร่ำครียด หลังจากเรื่องราวในเช้านั้นเกิดอะไรขึ้นหลังจากท่านแม่ทัพไปยังจวนเสนาบดีข้าไม่ทราบทั้งยังไม่คิดสืบหา หลินจวินเจ๋อจะพบเจอแม่นางจ้าวและได้พูดคุยอะไรกันไหมข้าไม่รู้ พอเขากลับมาก็ไม่ได้สนใจจะเข้าไปคลุกคลี เรื่องจะพูดคุยต่อหลังจากนั้นรึ..ก็ฝันไปเถอะ



             เสี่ยวเฉียวและเหล่าไท่ต่างมองข้าตาปริบๆ พวกเขาที่ประจักษ์ชัดถึงใจรักของหวงเทียนหยางคิดว่านี่คือโอกาสอันดีแล้วที่จะคอยไปอยู่ข้างท่านแม่ทัพให้อีกฝ่ายซึ้งใจและเห็นถึงความดีแต่ข้ากลับส่ายหน้า หึ คิดว่านี่คือโอกาสงั้นหรือ มันคือหลุมพรางต่างหากล่ะ แน่นอนว่าไม่มีคนขุดไว้ แต่มันเป็นเรื่องของความรู้สึก สูตรสำเร็จการจีบหนุ่มอย่างอีกฝ่ายกำลังมีเรื่องทุกข์ใจ คนรักจริงควรเข้าไปอยู่ข้างๆและให้ความช่วยเหลือนี่มันก็ดีอยู่ แต่ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์ อย่าได้ลืมว่าหนึ่งในสาเหตุนั้นก็เป็นเรื่องของข้าและเขา ใจคนเราคิดและเชื่ออะไรมานานปีใช่จะเปลี่ยนได้ง่ายๆ หลินจวินเจ๋อเคยสงสัยว่าข้าวางแผนนี้คิดตบตา หากจวิ้นอ๋องที่กำลังเล่นบทโศกเปลี่ยนไประริกระรี้เอาใจอีกฝ่าย อีกฝ่ายจะไม่ระแวงสงสัยหรือ



              รู้จักรุกก็ต้องรู้จักถอย วางเพลิงไปแล้วมีหน้าที่ดูก็ดูเฉยๆดีกว่า ข้าไม่จำเป็นต้องไปร่วมวงด้วย วางตัวเป็นผู้เสียหายไม่เกี่ยวข้องกับความวุ่นวาย บางทีผลลัพธ์ที่ได้อาจมากกว่าทุ่มสุดตัวเข้าไป การลงทุนต้องมีความเสี่ยงการเดินเกมชิงหัวใจใครสักคนในสนามรักก็มีหลุมดักอยู่มากมาย ในฐานะนายหน้าซื้อขายอสังหาฯและเกย์หนุ่มเจ้าของฉายาผีเสื้อราตรี อาซิ่นผู้นี้ไม่คิดจะพลาดตอนท้าย ตกม้าตายง่ายๆถูกจับได้และแผนพัง



              แต่ในฐานะจวิ้นอ๋องผู้รักมั่น ข้าจะอยู่เฉยๆมองดูหลินจวินเจ๋อทำหน้าเครียดลอยไปลอยมาก็คงไม่ควร  เมื่อเล่นบทท่านอ๋องที่กำลังคิดมากและป่วยใจ ข้าหลบหน้าเขาได้แต่ใช่จะส่งผ่านความห่วงใยแบบอื่นไปให้ไม่ได้เสียหน่อย ผู้ชายเรามันก็สิ่งมีชีวิตประเภทชอบถูกดูแลถูกรักใคร่ทั้งนั้น  ข้าไม่เจอก็แค่ให้คนอื่นไป บ่าวไพร่ในตำหนักมีออกมากมาย ยามตั้งอาหารมื้อเย็นก็ให้ทำของชอบของเขาเสียหน่อย เสี่ยวเฉียวกวางน้อยนั้นช่างพูดอยู่แล้ว แค่แจ้วๆไปว่าโรงครัวได้หน่อไม้สดใหม่มา ท่านอ๋องให้ทำหน่อไม้ตุ๋นที่ท่านแม่ทัพชอบ’ ’ท่านอ๋องทราบว่าเมื่อคืนท่านแม่ทัพทำงานอยู่จนดึก จึงสั่งให้โรงครัวทำไก่ตุ๋นยาจีนไว้ให้กินเพิ่มพลัง ไม่ก็ วันนี้อากาศค่อนข้างหนาว ท่านอ๋องให้นำน้ำแกงโสมให้ท่านแม่ทัพรับประทาน ร่างกายจะได้อบอุ่น และมีเหล่าไท่คอยเสริมด้วยอย่างรู้ใจ การดูแลทุกอย่างยังคงไม่ขาดตกบกพร่องหายไปแต่ตัวข้าเท่านั้น เขาถูกหลบหน้าแต่ยังคงได้รับความห่วงใยไม่คลาย ข้าเองแม้ไม่ยอมพบหน้าแต่ก็ยังห่วงหาทุกขณะจิต บทสรุปที่ซาบซึ้งขนาดนี้จะไม่ประทับใจได้หรือ



                คนเราก็แบบนี้ ชีวิตก็เป็นแบบนี้ ความดีงาม ความจริงใจมอบให้ผิดเวลาก็มีแต่จะกลายเป็นภาระ โอกาสต้องเกิดขึ้นด้วยสองมือไม่ใช่รอให้เทพยดาฟ้าอวยพร บางครั้งทำใจร้ายใส่ถูกจังหวะอีกฝ่ายยังซาบซึ้งคิดไปว่าเข้าใจดีเสียอีก อย่างตอนนี้พอเขามีปัญหาแล้วข้าหลบหน้าไม่ยอมพบ แทนที่จะไม่พอใจกลับเป็นหลินจวินเจ๋อเข้ามาเมียงมองถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ สภาพแบบนี้ต่างจากวันแรกที่ข้ามาอยู่ในร่างคนงามลิบลับ ความรู้สึก คำง่ายๆคำเดียวของคน ถ้ารู้จักเล่นเป็นก็สามารถคุมทุกอย่างไว้ในกำมือ



               เอาเถอะ..เรื่องนี้ของหลินจวินเจ๋อข้าจะพักมันไว้ก่อน เขาเองก็คงปวดหัวและกำลังคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงกับชีวิต ของแบบนี้รีบไปก็เท่านั้น ปล่อยให้อีกฝ่ายได้มีเวลาอยู่กับตัวเองคิดอะไรเงียบๆเป็นดีที่สุด ตอนนี้ ใครลุกมาทำเรื่องวุ่นวายนั่นคือการหาเรื่องใส่ตัว และที่สำคัญข้ากำลังจดจ่อกับการจัดการตาเฒ่าเสนาบดีสกุลจ้าวซึ่งคิดกลั่นแกล้งคนงาม ความผิดนี้หากไม่ได้เตะก้นมันจนต้องคลานเข่าคงนอนไม่หลับ



               ดังนั้นวันนี้ข้าจึงส่งเทียบเชิญไปหารัชทายาท             



               นึกถึงสีหน้าของเพล่าไท่เสี่ยวเฉียวตอนได้ยินข้าบอกให้เอาเทียบเชิญส่งยังวังตะวันออกแล้วยังขำไม่หาย บ่าวรับใช้คนสนิททั้งสองเบิกตากว้างมองเทียบเชิญที่ถูกเขียนด้วยลายมืออันงามวิจิตรของหวงเทียนหยางแล้วริมฝีปากสั่นระริก เหล่าไท่คิดจะห้าม แต่ก็พูดไม่ออก เสี่ยวเฉียวเองก็ยิ่งไม่กล้าเข้าไปใหญ่ พวกเขาทั้งสองนิ่งงันอยู่ค่อนวัน ท่าทางบอกได้ว่ากังวลแค่ไหน พอถูกเร่งจึงยอมเดินอย่างคนวิญญาณหายออกไปจัดการส่งเทียบเชิญนี้แต่โดยดี



              “ท่านอ๋อง..ทำเช่นนี้...”



                 เสียงสั่นๆของกวางน้อยดังขึ้นขณะข้านั่งอยู่หน้ากระจก ด้านหลังคือสาวใช้อีกนางนามหลิวหลีกำลังหวีผมจัดทรงให้ข้า เสี่ยวเฉียวมีสีหน้ากังวลเป็นอย่างมาก ใบหน้าเล็กๆน่ารักกำลังน้ำตาคลอและซีดเซียวอย่างน่าสงสาร เจ้าตัวบีบมือเข้าหากันบีบแล้วคลาย คลายแล้วบีบอยู่แบบนั้น เห็นได้ชัดว่ากังวลกับเรื่องเป็นที่สุดแต่ไม่กล้าพูด



                “ทำไมหรือ” ข้าถามเขาเบาๆ วางท่าสงบนิ่งเหมือนไม่มีอะไร



                 “ท่านอ๋อง เสี่ยวเฉียวทราบดีว่าท่านอ๋องยังคงค้างคาใจ แต่การเชิญองค์รัชทายาทมาที่วังจะเป็นการดีกับร่างกายหรือ” ที่จริงบ่าวไพร่เผยอหน้ามาพูดจาเช่นนี้กับเจ้านายเรียกได้ว่าไม่ควรยิ่งนัก เสี่ยวเฉียวก็รู้ เขาแม้ถูกเอ็นดูโปรดปรานก็ยังเจียมตนเสมอ แต่ก็ยังยอมเสี่ยงพูดเพราะข้า เห็นแล้วช่างน่าเอ็นดูจริงๆ



                  “พวกเจ้าไม่บอกข้าเอง”



                 รอยยิ้มงดงามสะท้อนแผ่นกระจกยังคงน่าตะลึงเสมอ ข้ามองคนงามตรงหน้าตาหวานเชื่อมอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปสบตาตื่นๆของเสี่ยวเฉียวอีกครั้ง เจ้ากวางตัวน้อยก้มหน้าตัวสั่น เฮ้อ..แบบนี้มันเหมือนข้ารังแกเจ้าเลยนะ รอให้ได้กินแล้วไม่ยอมรับเป็นแฟนก่อนสิค่อยร้อง!



                 แต่เอาจริงๆข้าก็พอเข้าใจว่าเหตุใดเสี่ยวเฉียวถึงกังวล ร่างกายนี้มีอัปกริยาแปลกๆยามได้พบกับองค์รัชทายาทการส่งเทียบเชิญไปให้อีกฝ่ายมาเยือนย่อมเป็นการหาเรื่องใส่ตัว ใช่ ข้าหาเรื่องใส่ตัว ข้าเข้าใจดีหากเสี่ยวเฉียว เหล่าไท่ และตลอดจนข้ารับใช้จะรู้สึกกังวลใจ แต่ข้าต้องอยู่กับความไม่รู้แบบนี้น่ะหรือ ข้าต้องถูกเสนาบดีจ้าวกลั่นแกล้งเอาตลอดงั้นรึ หึ การข่มขู่แบบนี้มันน่าโมโหยิ่งกว่าเสียอีก ที่สำคัญแม้ว่าร่างนี้จะเป็นร่างของหวงเทียนหยาง แต่ข้าไม่ใช่เขา ข้าคือเหลียงจื่อซิ่น และข้าไม่กลัวหวงไท่หยาง!   



              “ท่านอ๋อง....” น้ำเสียงสั่นเครือดังขึ้นเบื้องหลังทำให้ข้าละออกจากภวังค์ กระพริบตากลบแววตาแข็งกร้าวของตนเอง ข้าหันไปมองเสี่ยวเฉียว ระบายรอยยิ้มอ่อนหวานเช่นที่หวงเทียนหยางเคยทำ



                 “อย่าได้กังวลไปล่วงหน้า เสี่ยวเฉียว ไม่แน่ว่ารัชทายาทจะมาหรือไม่ อีกอย่าง ที่นี่ก็วังจวิ้นอ๋อง ไม่มีอันใดเกิดขึ้นหรอก”



                 “ต้องมาแน่ขอรับ องค์รัชทายาทรอเวลานี้มานาน จะต้อ......!



          “หลิวหลีและเสี่ยวเฉียวขออภัย ขอท่านอ๋องโปรดอย่ากริ้ว!   



                 “ทำไมไม่พูดต่อล่ะ?” ข้าหรี่ตาลงช้าๆ ไม่ต้องคาดเดาก็ทราบใดว่าตัวการที่ทำให้เสี่ยวเฉียวเงียบปากไปคือหลิวหลีที่เพิ่งเกล้าผมข้าจนเสร็จ ซึ่งนางก็ผละออกมาพลางคุกเข่าข้างกายเสี่ยวเฉียว ร่างอรชรก้มหน้าจนเกือบบจรดพื้นดิน ดั่งทราบว่าข้ากำลังกรุ่นเคืองจึงเปล่งเสียงขออภัยออกมาดังลั่น



                 “เสี่ยวเฉียวเป็นเพียงเด็กไม่รู้ความ จึงพลั้งปากกล่าววาจาไม่เหมาะสม ท่านอ๋องได้โปรดอย่าง โ ก รธ.....”



                 “หลิวหลี ข้าถามเสี่ยวเฉียว” เนื่องจากถูกข้าจ้องมองด้วยกระแสเย็นเยียบ สาวใช้คนสนิทจึงเงียบเสียงไปและทำเพียงก้มหน้านิ่งรอรับโทสะ ข้าหันไปมองเสี่ยวเฉียวที่ตัวสั่นดังกระต่ายถูกรังแกแล้วถอนใจแรง ทราบโดยไม่ต้องถามว่าเด็กน้อยผู้นี้คงไม่พูดอะไรอีกเหมือนเคย คนทั้งจวนดูเหมือนจงใจปิดบังเช่นนี้ข้าจะทำอะไรได้ สั่งโบยสั่งลงโทษไปก็เท่านั้น



                 “เอาเถอะ ลุกขึ้น” ทราบว่าดึงดันไปก็ไม่ได้อะไรแล้วข้าจึงถอนใจ “พวกเจ้าคาดว่ารัชทายาทจะมา เช่นนั้นก็ควรแต่งตัวรอรับเสด็จ จัดการให้ดีอย่าให้บกพร่อง!”     



                 ข้าลุกขึ้นจากเก้าอี้ฝังมุกตัวเดิมที่เคยคุ้น จ้องมองทั้งสองแล้วโบกมืออย่างไม่ใส่ใจทีหนึ่งให้ทั้งคู่ลุกขึ้น ก่อนจะเดินไปยังหน้ากระจก มองเงาสะท้อนทั้งร่างของคนงามพลางชี้หมับไปที่เสื้อคลุมสีดำสนิทแล้วสั่งการอย่างฉับไว ในทางหนึ่งก็นึกอนิจจาในความซื่อของทั้งคู่ไปด้วย พวกเขาคิดจริงๆรึว่าข้าส่งเทียบเชิญไปหารัชทายาทเพื่อสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างตนเองและอีกฝ่าย ต่อให้จำไม่ได้แต่อาซิ่นผู้นี้ก็ยังไม่ได้ทำสมองหลุดตามไปเสียหน่อย คิดว่าข้าโง่แค่ไหนรึถึงจะเดินไปถามเขา นี่ท่านเคยทำอะไรข้าหรือไม่ ? รู้แก่ใจว่าอีกฝ่ายน่าสงสัยจะเผยไต๋แบความลับว่าตอนนี้หัวข้ากลวงเปล่าไปเพื่ออะไร เหตุที่เรียกหวงไท่หยางมาไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนั้น ข้าเชิญเขามาก็ด้วยจะจัดการตาเฒ่าเสนาบดีจ้าวต่างหาก



                 มีนายดีอย่างรัชทายาทเลยผยอง หึ...จ้าวหนิงเฉิง เจ้าคิดว่าระหว่างจวนเสนาบดีกับวังจวิ้นอ๋อง หวงไท่หยางจะเลือกใคร?






               ศาลาขนาดใหญ่ปลูกสร้างโดยทอดยาวเข้าสู่กลางสระบัวขาว ใบบัวเขียวขจีสลับดอกบัวชูช่อสล้างงามตา พันธ์ปลาสีสันสดใสว่ายวนอย่างมีความสุข เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว อากาศเริ่มเย็นดอกเหมยจึงผลิบาน สีแดงราวกับเปลวเพลิงของมันตัดกับภาพพื้นหญ้าสีเขียวอย่างน่าดูชม ม่านไม้ไผ่หนาหนักสำหรับกันความเย็นถูกปลดลงกึ่งหนึ่ง บนโต๊ะไม้แกะสลักลวดลายงามวิจิตรมีร่างของชายหนุ่มสองคนนั่งประจัญ สนทนากันด้วยอาการยิ้มแย้ม



              มองจากภาพนอกก็คล้ายจะเป็นแบบนั้นอยู่หรอก แต่ความจริงที่เกิดขึ้นนี่ไม่ขำเอาซะเลย ข้าไม่เข้าใจจริงๆว่าโรคแพ้ไท่หยางจะอาการหนักไปถึงไหน หลังจากรัชทายาทมาเยือนตามเทียบเชิญ ข้าก็เชื้อเชิญเขามาที่ศาลาหงส์ตามที่สั่งให้คนจัดไว้ เอาที่โล่งกว้างไว้ก่อนจะได้ไม่มีโอกาสทำอะไรไม่ชอบมาพากล ตอนนี้คนก็เต็มพรืด ทั้งคนฝั่งรัชทายาทและสาวใช้ตลอดจนเด็กรับใช้ของข้าและเขา แต่ข้าดูถูกอาการของร่างนี้น้อยไป เพียงครู่เดียวที่ได้พบกันหัวใจก็เริ่มเต้นโครมคราม หลั่งเหงื่อเย็นๆข้างขมับ ทั้งที่ข้าไม่ได้กลัวเขาแต่มือขวาที่วางบนโต๊ะก็กำแน่นไปแล้วโดยไม่ทันตั้งตัว ขณะที่มือข้างซ้ายวางบนหัวเข่าได้แต่ขยุ้มชุดตัวเองเอาไว้ กันไม่ให้เผลอจิกเล็บจนเป็นแผลอีก



              “ไม่ได้มาเยือนที่นี่นาน วังจวิ้นอ๋องยังงดงามเช่นเดิม” หวงไท่หยางกล่าวพลางยกน้ำชากรุ่นร้อนขึ้นจิบด้วยท่วงท่างามสง่า ข้ามององค์รัชทายาทที่วันนี้อยู่ในชุดเสื้อคลุมสีดำสนิทลายมังกรสี่เล็บ ใบหน้าและแววตาคู่นั้นยังคงเหมือนเดิม เต็มไปด้วยสเน่ห์และความเซ็กซี่อย่างร้ายอาจจนมองแล้วใจเต้นตุบๆ..เป็นการใจเต้นด้วยความกลัวชวนให้เครียดของร่างหวงเทียนหยาง



             “ไหนเลยจะงามเท่าตำหนักตะวันออก องค์รัชทายาทชมเกินไป”



             “กล่าววาจาห่างเหินอีกแล้ว วันนี้จื่อซิ่นส่งเทียบเชิญมา ข้ายินดียิ่งนัก อย่าได้มากพิธีไปเลย” กล่าวแล้วเจ้าของดวงตาอันลึกล้ำก็ยิ้มน้อยๆ เผยเขี้ยวเล็กๆทำเอาข้าแทบเต้น น่าฟัดชะมัด!



             “จะอย่างไรก็ต้องทำตามมารยาทไว้ก่อน” ข้าตอบแล้วหยิบน้ำชามาจิบบ้างเพื่อระงับสันดานหื่นของตัวเอง



             “เช่นนั้น..หากอยู่กันสองคน ก็มิจำเป็นต้องมากมารยาทแล้ว ใช่หรือไม่?” ไม่ทันให้ข้าได้เอ่ยปาก สะบัดมือวูบเดียวร่างของผู้คนฝั่งรัชทายาทก็ผละออกไปยืนเฝ้ารอนอกศาลาทันควัน ชิบ...รอให้พูดอะไรก่อนก็ได้



              “..ไท่หยางไม่จำเป็นต้องไล่บ่าวไพร่ออกไปหรอก”..เพราะมีคนอยู่ดีกว่าไม่มี ประโยคนี้ท่านอาซิ่นตอบอยู่ในใจ



              “แต่ข้าคิดว่าจำเป็น” หวงไท่หยางหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอเหมือนบาริโทนชวนเคลิ้มเปี่ยมสเน่ห์ยิ่งนัก ข้าจ้องตาเขา พยายามห้ามตัวเองไม่ให้เคลิ้มไป และตาสว่างทันควันในประโยคถัดมา “หรือเจ้าจะเชิญมาชมดอกเหมยเพียงอย่างเดียว”



                หึ จะเอาแบบนี้ก็ได้ “ออกไปก่อน ทุกคน”  



               “ตะ....นายน้อย..” เหล่าไท่ผู้น่าสงสารทำหน้าไม่ยินยอม เขาคิดจะสอดปากเข้ามาแต่ก็ต้องหดคอวูบเมื่อถูกหวงไท่หยางจ้องเขม็ง



               “ไม่เป็นไร ลงไป” ข้ารีบแก้สถานการณ์ก่อนจะเป็นเรื่อง ต่อให้เป็นตำหนักจวิ้นอ๋อง หวงไท่หยางก็คือองค์รัชทายาท ถ้าเขาเกิดมีโทสะตัดหัวคนของข้าขึ้นมา ขนาดข้าเองก็คงไม่รู้จะห้ามยังไง และดูเหมือนทุกคนทราบดีจึงพากันออกไปเงียบๆ แต่ยังเฝ้ารออยู่ไม่ไกลจากศาลาด้วยสีหน้าแบบตำรวจเตรียมเข้าชาร์ตตัวประกันที่ถูกคนบ้าจับไว้



                “บ่าวไพร่ของจื่อซิ่นมากความจงรักภักดีซ้ำมีระเบียบยิ่ง” นั่นเป็นคำชมแน่เหรอ? ข้าหันไปมองหวงไท่หยางซึ่งกำลังยิ้มแล้วหยิบขนมมาทานด้วยท่าทีสบายอารมณ์ แต่ดวงตาคมปลาบคู่นั้นยังจ้องไปทางบ่าวไพร่ในสวนอย่างสนใจใคร่รู้ “บ่าวไพร่ข้ายังไม่เท่าเจ้า ใช้งานบางทีก็ไม่ถูกใจ บ่าวคนเมื่อครู่ท่าทางกระฉับกระเฉง ไม่ทราบว่าจื่อซิ่นจะช่วยเหลือ ส่งคนมาดูแลรับใช้ข้าที่ตำหนักตะวันออกได้หรือไม่?”



               “บ่าวไพร่ที่ไหนก็ย่อมเป็นของที่นั่น คนของข้ามีหรือจะชำนาญเท่าคนตำหนักตะวันออก อีกอย่าง นั่นคือพ่อบ้านประจำตำหนัก คงมอบให้ไม่ได้” ข้ามองคนหน้าด้านคิดขโมยเหล่าไท่ไปจากข้าหน้าตาเฉยแล้วสรรเสริญบิดาเขาอยู่ในใจอย่างดุเดือด แค่คนรับใช้อ้าปากพูดแค่นั้นก็ยังคิดลงมือ นี่น่ะเรอะราชาผู้ครองบ้านเมืองอย่างสงบร่มเย็น? หวงไท่หยางไม่ลากคอคนมาตัดวันละร้อยก็ดีถมแล้ว ประวัติศาสตร์นี่มัน...



               “ถ้าอย่างนั้นให้ข้าส่งพ่อบ้านวังตะวันออกมาช่วยเหลือจื่อซิ่นดีหรือไม่”



               “เกรงใจไท่หยางแล้ว ข้าไม่กล้าใช้คนของวังตะวันออก”



              “ทั้งที่เจ้าบอกให้ข้าเลือกระหว่างจวนเสนาบดีกับวังจวิ้นอ๋องน่ะหรือ?”



              บทจะนอกเรื่องก็นอกเรื่องซะไกล แต่บทจะกลับมาก็วกเข้าฉกข้าหน้าตาเฉย ข้ามองรัชทายาทแห่งแคว้นที่เริ่มมีลักษณะนิสัยเหมือนงูไปทุกทีในความรู้สึกแล้วยิ้มออกมาเสียทีหนึ่ง หากนับจากรอยยิ้มไม่เต็มแก้มเมื่อครั้งที่แล้วก็เริ่มจะพัฒนาขึ้นมาอีกหน่อย แม้ร่างกายจะยังรู้สึกแปลกๆแต่ข้าก็ยิ้มหวาน ยกมุมปากทั้งสองข้างขึ้นด้วยความเชื่อมั่นหนึ่งในหัวใจอย่างเต็มเปี่ยม ยิ้มคนงามมีหรือใครจะไม่หลง!



                 “แล้วไท่หยางจะเลือกข้า....” ข้าเปรยเสียงแผ่ว แสร้งหรุบตาลงมองโต๊ะไม้เล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นและใช้ดวงตาทั้งสองข้างสบกับดวงตาอันลึกลับของอีกฝ่าย ท่าไม้ตายก้นหีบอย่างการช้อนตาออดอ้อนซึ่งมีอัตราสำเร็จอยู่ที่เก้าสิบห้าเปอร์เซนต์ถูกงัดมาใช้อย่างรวดเร็ว เมื่อใช้พร้อมยิ้มหวานๆก็เพิ่มอัตราการทำลายล้างไปอีกสิบเท่า “หรือจ้าวหนิงเฉิง?”



                 “ไยถามราวไม่รู้ใจข้า” หวงไท่หยางเองก็คล้ายจะถูกโจมตีเข้าจนอยู่หมัด องค์รัชทายาทผู้หล่อเหลาโน้มตัวมาด้านหน้าเล็กน้อย ดวงตามากสเน่ห์ลึกล้ำคู่นั้นกระจ่างวาบ “บุรุษใดจะกล้าคว้าตาเฒ่าใกล้ลงโลงแทนคนงาม”



                 “แต่ท่านเองก็ยังปล่อยให้เขามารังแกข้านี่ ..ไท่หยาง” พูดเหมือนการที่จวนจวิ้นอ๋องมีชื่อเสียๆเขาจะไม่เกี่ยว ข้ามองตาคู่นั้นไม่ยอมผละออกก่อน กัดฟันไม่ยอมแพ้แม้ว่าหัวไหล่จะเริ่มสั่น กลัว..ข้ารู้สึกได้ว่าร่างนี้กำลังกลัว คนงามของข้ากำลังหวาดหวั่นที่จะใกล้ชิดและสบตากับอีกฝ่าย อาการสะท้านนั้นแสดงออกอย่างชัดเจน แต่ข้าไม่สน แพ้แล้วต้องแพ้ตลอดไปหรือไง แพ้ได้ก็ต้องหายได้ ข้าไม่เชื่อว่ามันจะไม่หาย!



                 “จื่อซิ่นเองก็มีรักปักใจ” องค์รัชทายาทหัวเราะเบาๆในลำคอ แต่เสียงหัวเราะทุ้มลึกนั้นกลับไม่ได้ให้ความรู้สึกเซ็กซี่น่าขย้ำเหมือนครั้งแรก ข้ามองเขาเอื้อมมือมาหา รู้สึกได้ถึงอันตรายบางอย่างวาบผ่าน ร่างกายนี้กำลังบอกให้ข้าลุกหนีออกไป อย่าอยู่ใกล้ อย่าสบตา อย่าปล่อยให้เขาแตะต้องตัว อย่า..



                 หมับ!



                “รักปักใจของข้าทำให้ไท่หยางลำบากหรือ” ฝ่ามือใหญ่กุมมือที่วางไว้บนโต๊ะอย่างรวดเร็ว ตะปบคว้าราวกับงูฉกเข้าหาเหยื่อจนข้าสะดุ้งเฮือก แม้จะยังสบตาไม่ยอมหลบแต่ในใจก็ร้องออกมาว่าหมดกัน! ภาพพจน์ที่พยายามกู้คืนแทบพังไปหมดเมื่อสะดุ้งโหยงอย่างกับคนขวัญอ่อนแบบนี้ ข้าพยายามชักมือออกจากฝ่ามือของเขา แต่เป็นไปได้ยากยิ่งนักเพราะอีกฝ่ายจับเอาไว้ราวกับคีมเหล็ก



               “ไม่เพียงทำให้ข้าลำบาก ยังทำให้ท่านเสนาจ้าว คุณหนูจ้าว รวมไปถึงแม่ทัพผู้นั้นลำบากอย่างยิ่ง” หวงไท่หยางหัวเราะเบาๆ ดวงตาคู่นั้นมีประกายวับวามเจือรอยถูกใจไม่น้อย “ที่ผ่านมาจื่อซิ่นเองก็ทราบดี จึงได้ไม่คิดต่อต้านใดๆ...ทว่าตอนนี้เจ้าเองก็จะกลับมาแล้วหรือ?”



            คำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้ข้านิ่งเงียบไปหลายอึดใจ ท่ามกลางอาการสั่นผวาอย่างน่าประหลาด ของร่างกายนี้ แต่สิ่งที่รับรู้กลับน่าสนใจยิ่งกว่า อะไรคือที่ผ่านมาจึงยอม? หมายถึงเพราะอยากอยู่กับหลินจวินเจ๋อ หวงเทียนหยางต้องถูกผู้คนกลั่นแกล้งและล้อเลียน รวมถึงถูกเสนาบดีจ้าวกลั่นแกล้งเอา ทุกอย่างที่คนงามของข้ายอม เพียงเพื่อจะได้สามีที่ไม่รักใคร่ไยดีเขาเลยคนหนึ่ง?



               คนโง่...โง่ หวงเทียนหยาง เจ้าช่างโง่งมยิ่งนัก



               “แล้วอย่างไร นั่นคือสิ่งที่ข้าเลือกเอง หรือว่าตอนนี้เมื่อไม่คิดยอมแล้วจะกลายเป็นผิด ที่สำคัญ เจ้าตอบไม่ตรงคำถาม” ข้าออกแรงดึงมือตัวเองออกจากมือใหญ่อีกครั้ง แรงขึ้นด้วยความหงุดหงิดและความรู้สึกบางอย่างที่พลุ้งพล่าน รักหรือ? ยอมทุกอย่างเพื่อรักก็ฟังดูน่าประทับใจดี แต่คิดว่าข้าเป็นเด็กสี่ขวบหรือไง ต่อให้หวงเทียนหยางรักหลินจวินเจ๋อมากแค่ไหน จากในความทรงจำของข้า จากสิ่งที่รับรู้มากลับทำให้มั่นใจ เรื่องงี่เง่าแบบนี้ไม่ใช่แค่เพราะรัก ไม่ใช่แค่นั้นแน่ๆ



              “ควรเลิกเล่นได้แล้ว องค์รัชทายาทจะทรงเลือกทางใด โปรดกล่าวให้ชัดเจน”



              “ความกล้าของเจ้าช่างน่านับถือ” ครู่นึ่งข้ารู้สึกเจ็บที่อุ้งมือ พอละสายตาก้มลงมองก็พบว่าหวงไท่หยางพลิกฝ่ามือที่กำแน่นให้คลายออกแล้วพร้อมกับลากปลายนิ้วสัมผัสรอยเลือดที่อุ้งมือ “ไม่หลบตา ไม่หนีหน้า แม้ตัวสั่นแต่ก็ยังยิ้มไม่ยอมแพ้..ช่างเหมือนจื่อซิ่นของข้ายิ่งนัก”    



              “ข้าหวงเทียนหยาง นามรองจื่อซิ่น ไม่ใช่ที่ตรงไหน” ปลายนิ้วเย็นๆลากตามรอยเล็บนั้นทำเอาแสบแทบสะดุ้ง ข้าร้องแช่งชักเจ้าบ้าตรงหน้าในใจ เริ่มเดาทางได้แล้วว่านิสัยเจ้ารัชทายาทคนนี้ไม่ใช่แค่หนุ่มแบดบอย หนุ่มร้าย แต่เป็นไอ้หนุ่มโรคจิตนิยมเอสเอ็มแหงๆ หวงไท่หยาง ทำไมเจ้าเลิกไปหาหมอ! ป่วยนักก็กินยาต่อไปซะสิ!



               “ยินดีที่จื่อซิ่นคนเดิมของข้ากลับมาแล้ว” หวงไท่หยางเผยรอยยิ้มประดับเขี้ยวเล็กๆอีกครา แต่ครั้งนี้ไม่ได้มีดาเมจกระแทกใจอะไรเพราะสิ่งที่ข้าอยากทำคือเอาเท้ากระแทกปากไอ้คนตรงหน้า คำสถบหยาบคายเริ่มจุกตรงลำคอ ความอดทนเริ่มลดถอยลงเรื่อยๆเพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่เอานิ้วลูบ แต่หวงไท่หยางกำลังใช้เล็บกรี้ดซ้ำจนปากแผลเล็กๆนั่นเปิดกว้าง



               “หากเป็นเจ้าคนก่อน เสนาบดีจ้าวยังนับว่าใช้งานได้มากกว่า แต่เมื่อจื่อซิ่นคนนี้เดินมาหา ข้าเลือกเจ้า” ข้าเจ็บจนน้ำตาจะเล็ดอยู่แล้วเพราะมืออีกฝ่ายที่ย้ำรอยแผลไม่เลิก ขณะจะอ้าปากด่าหวงไท่หยางก็เลื่อนมือมาจับแขน..ค่อยยังชั่วอยู่บ้างเพราะไม่ได้ถูกเล่นงานซ้ำแผลเดิมอีก เขาดึงตัวข้าให้ลุกขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเปี่ยมสเน่ห์แต่ตอนนี้น่าฆ่าทิ้งเป็นที่สุดเผยรอยยิ้มพร้อมเขี้ยวเล็กๆอีกครา ดวงตาที่ลึกล้ำของเขาจ้องมาที่ข้า มองเงียบๆตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้จะไม่พูดอะไร แต่เอาอีกแล้ว..ตัวข้ากำลังสั่น  ตัวข้ากำลังกลัว กลัวเขา



              “อย่าได้กังวลไปจื่อซิ่น นับจากนี้จวนเสนาบดีจ้าวจะไม่ขวางทางเจ้า ไม่แตะต้อง ไม่กล้าทำลายชื่อเสียงหรือกระทำการใดๆให้เจ้าขุ่นเคือง และหากเจ้าต้องการ จ้าวหนิงเฉิงจะมาขอขมาด้วยตนเอง แบบนี้ดีหรือไม่?..”





           “หลินจวินเจ๋อเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทและจวิ้นอ๋อง!!




            เสียงตะโกนลั่นปานฟ้าผ่ามาพร้อมร่างองอาจแสนคุ้นตาในชุดเกราะเต็มยศวิ่งโครมๆฝ่าผู้คนเข้ามาบนศาลาหงส์ ข้าจ้องแม่ทัพแดนใต้ที่ไม่ได้พบหน้ามาหลายวันแล้วผวาเฮือก แม้รู้ว่าไปหาหลินจวินเจ๋อก็ช่วยอะไรไมได้ แต่เพราะร่างนี้อยู่กับความหวั่นกลัวที่มีต่อหวงไท่หยางมากเกินไปจึงดิ้นรนอยากไปหาอีกฝ่าย ข้าพยายามดึงแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมของหวงไท่หยาง อยากสะบัดมือออกแต่ทำได้ยากยิ่งเพราะเขากำแขนไว้และบีบแน่นจนเจ็บ



              “แม่ทัพหลิน” ดวงตาคู่นั้นราวกับจะพ่นไฟได้เมื่อหันไปมองหลินจวินเจ๋อ ข้ามองบุรุษทั้งสองคนกำลังยืนประจัญหน้า แม้ทั้งคู่ยิ้มแย้มทักทายแต่กลับรู้สึกได้ถึงรัศมีความเป็นอริแผ่กำจาย ขณะที่หลินจวินเจ๋อเดินพรวดๆเข้ามาในศาลาเขาจ้องแขนข้าที่ถูกกำไว้ ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเมื่อมองเห็นรอยเลือดเปรอะฝ่ามือ ข้าได้ยินเสียงกัดฟันกรอด



             “คารวะองค์รัชทายาท” สองมือประสานคารวะ แต่ศีรษะกลับไม่ก้มลงและดวงตายังจ้องเขม็ง“โปรดปล่อยมือฮูหยินของข้าด้วย”



             “แม่ทัพหลินช่างว่องไวนัก”



              ในที่สุดก็รอด ข้าแทบถอนใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วหันไปซบอกล่ำๆของหลินจวินเจ๋อ ในที่สุดก็ทำให้ปล่อยมือจนได้ แต่เห็นสภาพมือข้างนี้แล้วข้าปวดใจยิ่งกว่า ฝ่ามือที่มีรอยแผลเล็กๆถูกอีกฝ่ายกรีดซ้ำด้วยเล็บจนปากแผลเปิดกว้าง เลือดสีแดงเข้มรินไหล ข้อมือขาวๆถูกคว้าและบีบไว้นานจนขึ้นรอยแดงที่มือ บัดซบ นี่ทำร้ายร่างกายคนงามของข้าอีกแล้ว!



              “ไหนเลยจะเร็วกว่าพระองค์ ข้าไม่กล้ารับคำชมเชย” หลินจวินเจ๋อดึงแขนข้าอีกรอบและรั้งเอาไว้ข้างกายเหมือนสามีภรรยาปกติที่ไม่ปกติ อีกฝ่ายจับแขนซ้ำรอยแผลเดิมทำเอาต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บ แต่ไม่ทันจะหันไปคิดบัญชีกับเจ้าลูกเสือก็เห็นประกายไฟพวยพุ่งจากดวงตาคู่นั้นเสียก่อน จึงได้แต่เบนสายตาไปยังหวงไท่หยางอีกครั้งหลังสติเริ่มกลับมาจากการถูกครอบงำด้วยความกลัว



                 “รวดเร็วซ้ำยังห่วงใยกันเยี่ยงนี้ ช่างเป็นสามีภรรยาที่รักใคร่กันยิ่ง”



                 “ขอบพระทัยองค์รัชทายาท”



                 “เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าควรกลับวังแล้ว” กล่าวแล้วดวงตาสีเข้มลึกล้ำก็หันมาสบ ข้ามองตาหวงไท่หยาง รัชทายาทแห่งแคว้นที่ข้าแอบเติมคำว่าเอสห้อยท้าย เขาจ้องข้าเงียบๆ เอาแต่จ้องไม่ทำอะไรอยู่อึดใจจนร่างกายของคนงามเริ่มก่อปฏิกริยาแปลกๆ หวงไท่หยางเห็นแล้วคล้ายจะชอบอกชอบใจเป็นที่สุดจึงยิ้มออกมา



                 “ค่าตอบแทนในครั้งนี้ ข้าควรได้รับคืออะไร โปรดไตร่ตรองให้ดี”



                 “น้อมส่งองค์รัชทายาท!” หลินจวินเจ๋อกล่าวด้วยเสียงอันดังและประสานมือคำนับอย่างรวดเร็ว เร็วจนกลายเป็นไล่...



                หวงไท่หยางออกไปแล้ว ข้าได้แต่ยืนส่งอีกฝ่ายบนศาลาหงส์ ในหัวอื้อๆไปด้วยความมึนงงปนความเจ็บปวดและความรู้สึกพ่ายแพ้แปลกๆ นึกไปถึงท่าทีของอีกฝ่ายก่อนจะจากไป ท่าทางเหมือนคนที่รู้ว่าข้าเป็นอะไร เขารู้ว่าข้ากลัวเขาใช่ไหม นี่ก็ไม่แปลก เพราะรู้ดีจึงขยันเข้ามาใกล้ๆ จับมือถือแขนกระซิบกระซาบเหมือนจงใจทำให้ข้าประสาทกิน นี่คือสิ่งที่เขาต้องการใช่ไหม อยากให้ข้าเจ็บข้าอายจนตัวสั่นเหมือนทุกครั้งอย่างที่ผ่านมา อยากให้กลายเป็นจวิ้นอ๋องที่เอาแต่หลบหน้าไม่กล้าต่อกรแบบนั้นใช่ไหม?



                  ที่ผ่านมาคนงามของข้าต้องถูกเจ้าคุกคามแบบนี้ทุกครั้งที่พบเจอกันใช่หรือไม่? 



                   “เป็นอะไรมากหรือไม่ อาซิ่น”



          ข้าเงยหน้าขึ้นมองสบตาคมของหลินจวินเจ๋อ เพิ่งรู้ว่าตัวเองเอาแตก้มหน้ากำมือแน่นจนอีกฝ่ายต้องจับมาคลายออก ข้าจ้องหน้าเขา มองท่าทีห่วงใยลึกซึ้ง จ้องอย่างยาวนานเสียจนท่านแม่ทัพแดนใต้เริ่มเป็นกังวล แต่ก่อนที่เขาจะได้จับเขย่า ข้าก็เดินอย่างทื่อๆไปกอดแขนเขาไว้แล้วซุกหน้าลงไป




               “ไม่เป็นไร”  



                         แค่เจ็บไม่เท่าไหร่ แต่แค้นนี้มันต้องชำระ!!





++++++++++++++++++++



ตอนท้ายๆนี่จะบอกว่าอาซิ่นพลาดก็พลาด แกดูเบาความกลัวที่ฝังลึกบนร่างของคนงามน้อยไป คิดว่าตุไม่กลัวซะอย่าง แต่สุดท้ายแล้วก็เจอดีจนได้ อาซิ่นเองก็เป็นคนธรรมดา มีพลาดมีพลั้งมีคาดไม่ถึง กะเรียกเขามาบีบให้เลือกข้างใช้จัดการตระกูลจ้าว ก็ได้นะแต่ต้องตอบแทน รัชทายาทงูหลามของเรานี่เด็ด(?)จริงๆ


สารภาพว่าเราชอบอาซิ่นตอนเจอดีจังค่ะ ส่วนการอาฆาตนั้นเราจะเบลอมันไป

 

           

                  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 344 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13634 DARA T. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:59
    แม่ ยอมรัชทายาทเถอะ หน่องว่าเขาเร้าใจกว่าสามีโง่แม่อีกนะ
    #13,634
    0
  2. #13625 403 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 16:58

    แม่งตบไม่ได้ นี่ก็หาแต่เรื่อง รำคาญนิสัยละ

    #13,625
    0
  3. #13536 ununchuahong (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 13:18
    ยังงงอยู่และจะงงต่อไป องค์รัชทายาทเป็นไรกะจื่อซิ่นนนน
    #13,536
    0
  4. #13483 Parkjimin19 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 02:06
    โฮ๊ยยยยย กลิ่นsmแรงมาก แต่ทำไมชอบบ กร๊ากกก
    #13,483
    0
  5. #13451 Vagabond Picha (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 09:38
    รัชทายาทดีงามไปอีก ดูจิตสุด
    #13,451
    0
  6. #13399 ploybrf2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:52
    เจ้าคิดเจ้าแค้นยิ่งนักถถถ
    #13,399
    0
  7. #13397 อิป้าใจคอไม่ดีเลยลูก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 20:58
    อะ อะ เออ งูหลามเลยเหรอคะ คริๆๆๆ
    #13,397
    0
  8. #13336 พญานก T^T (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:02
    รุกแรงจนอึดอัดนะบางที555
    #13,336
    0
  9. #13319 nnuucclleeaarr (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:47
    โอ้ย นายเอกเราไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใดในโลกเลยหรอคะ!~555
    #13,319
    0
  10. #13278 จ้าวแมวน้อย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 03:46
    สารภาพว่า..ชอบเหมือนกันค่ะ!! ขออาซิ่นโดนเอสใส่อีกกกก
    #13,278
    0
  11. #13257 lakkee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 16:31
    ขอบคุณ
    #13,257
    0
  12. #13238 rutanet647821 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 02:21
    องค์รัชทายาทททททท£=€$£=£=£=£=
    #13,238
    0
  13. #13206 ลักส์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 12:48
    รัชทายาทททท
    #13,206
    0
  14. #13084 mommommae (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 00:46
    คิดว่าอาซิ่นกับรัชทายาทเคยรักกันมาก่อน แต่ห้องเต้ดันรู้เลยจับอาซิ่นให้แต่งงานกับแม่ทัพ แต่เพราะอะไรอาซิ่นถึงกลัวรัชทายาทกันล่ะ??
    #13,084
    0
  15. #12814 แม่เอง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 10:22
    โอ่ยยยยย สามีนางก้น่ารักอยู่น้าา มีการมาปกป้องง
    #12,814
    0
  16. #12783 มูตี้ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 07:45
    ^_______
    #12,783
    0
  17. #12754 Ployngern (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 21:03
    หรือจริงๆที่เลือกแต่งเป็นเมียแม่ทัพออกมาเพราะกลัวรัชทายาทอ่ะ จริงๆนะรู้สึกได้นิดๆ
    #12,754
    0
  18. #12082 manabi kaminaga (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 18:37
    ชอบเหมือนไรเลยตอนอาซิ่นเจอดี รู้สึกอยากปกป้อง
    #12,082
    0
  19. #11325 phetlovrwwww (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 11:08
    ชักสนุกแล้วสิหึหึหึ
    #11,325
    0
  20. #10549 Nutthi Bun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:24
    เริ่มสนุกแล้วววว
    #10,549
    0
  21. #8962 ilove K-POP (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 15:37
    เชียร์รัชทายาทแทนได้ไหม?
    #8,962
    0
  22. #8350 softyyy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 00:12
    หนุ่มsก็มา ต้องมีอะไรในก่อไผ่. ขอบคุณมากค่ะ
    #8,350
    0
  23. #8347 MatteMe (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 23:47
    รัชทายาทได้ใจไปเต็มๆ แล้ว เทียบกับท่านแม่ทัพ รัชทายาทดูเท่าเทียมเหมาะสมกับจื่อซิ่นมากกว่าอ่ะ งุ้ยยยยย จะเลือกข้างไหนดี เข้าทีมไม่ถูกเลย
    #8,347
    0
  24. #7516 Kag_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 02:23
    ความเอสนี่ช่าง... -..-
    #7,516
    0
  25. #7266 Sp238 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 13:35
    ทำไมเเอบอยากเชียร์รัชทายาทง่ะ55555>o<
    #7,266
    0