ข้านี่แหละจวิ้นอ๋อง (BL)

ตอนที่ 1 : ลืมตาขึ้นมากลับกลายเป็นจวิ้นอ๋อง [Rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 396 ครั้ง
    8 ม.ค. 60





 

“อาซิ่น ผู้ชายคนนี้เป็นใคร ไหนคุณบอกว่าไม่มีอะไรกับเขาไง?”



“พี่ซิ่น ไหนพี่บอกว่าพี่เลิกกับแฟนแล้วไงครับ ทำไมพี่ถึงหลอกผม”



“อาซิ่น! อธิบายมานะ เราเลิกกันตอนไหน หา!?”



“พี่ซิ่น พี่ทำไมถึงหลอกผมแบบนี้ ผมเสียใจมากรู้ไหม ทั้งๆที่ผมรักพี่มากแท้ๆ”



“อาซิ่น!!



“พี่ซิ่น!!!




         ริมถนนแห่งหนึ่ง ในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงสีเสียงและเหล้าบาร์ร้านอาหาร เสียงตะโกนอย่างไม่มีใครยอมใครของสองหนุ่มทำให้สายตาหลายคู่หันมามอง จากนั้นต่างก็วางเฉยเสีย ที่นี่คือถนนหลานไค่ฟงในฮ่องกง แหล่งเที่ยวขึ้นชื่อของชาวเกย์บนเกาะแห่งนี้ ดังนั้นภาพการทะเลาะวิวาทของชายหนุ่มสองคนโดยมีชายคนที่สามอยู่ตรงกลางจึงไม่ถือว่าเป็นของแปลก  



       “เอาน่า ทั้งสองคนอย่าเพิ่งเสียงดัง คนมองมาหมดแล้วนะ เห็นไหม”



        ดวงตาคู่สวยวิบวับเป็นประกาย  ชายหนุ่มวัยยี่สิบแปด สวมเสื้อเชิ๊ตสีดำแกะกระดุมด้านบนสองเม็ดเผยแผ่นอกว้างสีขาวจัดเอ่ยปากปลอบประโลมพลางยกมือลูบหลังลูบไหล่ชายหนุ่มทั้งคู่ที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนกำลังจะลุกมาต่อยกันได้ทุกเมื่อ หนึ่งเป็นหนุ่มน้อยหน้าตาหล่อเหลาวัยขบเผาะสวมเสื้อกล้ามสีน้ำตาล อีกหนึ่งคนเป็นชายหนุ่มใบหน้าคมคาย คิ้วบาง ผิวสีแทนสวมเสื้อเชิ๊ตสีขาวราคาแพงลิ่ว ไม่ว่าใครก็น่ากิน เอ๊ย น่าเห็นใจทั้งนั้น



       “ไม่ไป บอกมาว่านายจะเลือกใคร จื่อซิ่น!



       “แหม อาหลี่ คุณมาถามแบบนี้...” เหลี่ยงจื่อซิ่นคนโดนเรียกชื่อมองไปทางคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยสีหน้ายากจะตัดสินใจ เด็กหนุ่มคนซ้ายมือก็น่ารัก ตอนนี้ยังมองเขาด้วยสายตาลูกหมาน้อยแสนน่าเห็นใจ ส่วนคนขวามือที่กำลังถลึงตาใส่ดุๆนั่นก็ล่ำบึ้กน่าซบ เฮ้อ...คนสเน่ห์แรงล่ะเครียด



         คิดแล้วคิดอีก โดนให้ตัดสินใจกะทันหันแบบนี้ยากเหลือแสนที่จะเอ่ยปาก แต่เห็นแก่อาหลี่ที่ยืนทำหน้าถมึงทึงอยู่ข้างๆ และคนมากมายที่ยืนมองอยู่ริมถนน เหลียงจื่อซิ่นเลยตัดสินใจในที่สุด 



        “เป็นแฟนผมทั้งสองคนเลยเป็นไง”



        “อาซิ่น! คุณยังมาเล่นตลกอยู่อีก”



         “ผมไม่ได้เล่นตลกนะ อาหลี่” จื่อซิ่นทอดเสียงอ่อนหวานแล้วยิ้มอ้อนคนหน้าดุข้างตัว เคาะแก้มอีกฝ่ายเบาๆแม้โดนฟึดฟัดใส่ก็ยังยิ้มยั่ว จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเหลี่ยงจื่อซิ่นแน่ใจเสียยิ่งกว่าแน่ว่าอีกไม่ถึงนาทีคนตรงหน้าจะหายเคือง “ผมขอโทษที่บอกว่าเราเลิกกันแล้ว ก็ตอนผมเจออาหง เราทะเลาะกันอยู่นี่นา..”



        “นายคิดว่าทะเลาะกันวันนึงเรียกว่าเลิกกันงั้นสิ เหลียงจื่อซิ่น คนเจ้าชู้” คนหน้าดุถลึงตาใส่อย่างน่ากลัวแต่ไม่กล้าแม้แต่จะสะบัดอีกฝ่ายที่กำลังเกาะแขนตัวเองออกไปไกลเพราะใจอ่อนเกิน “นี่หมายความว่าหลังจากนายมาง้อฉันด้วยกุหลาบช่อนั้น ก่อนหน้าไปเจอไอ้หนุ่มนี่มางั้นสิ”



        “อาหงเป็นพนักงานร้านขายดอกไม้น่ะ เขาช่วยผมเลือกกุหลาบช่อนั้นให้คุณด้วยนะ”



        “โถ่เว้ย! นี่นายไม่คิดว่าตัวเองไร้จิตสำนึกไปรึไง เหลียงจื่อซิ่น!” หมดความอดทนแล้ว! หลี่เฉียนกระชากร่างเพรียวที่เกาะแขนตัวเองออกมาเขย่าอย่างแรง ดวงตาแดงก่ำมองใบหน้างดงามที่ยังไม่มีท่าทีสะดุ้งสะเทือนอย่างไม่พอใจ เขายังคิดต่อว่าให้คนหลายใจรู้สำนึก แต่อีกฝ่ายกลับดึงแขนออกจากมือ



         “หลี่เฉียน ตอนเราคบกัน ผมบอกคุณว่ายังไง” น้ำเสียงเย็นเยียบดังขึ้น เหลี่ยงจื่อซิ่นยกมือลูบแขนตัวเองเบาๆ ดวงตาดำขลับเงยขึ้นมาสบมองแล้วยิ้มแย้มอย่างไม่ไปถึงดวงตา มือขาวเสยผมสีดำสนิทที่ตัดสั้นช้าๆ จัดทรงอย่างไม่อนาทรร้อนใจขณะเดียวกันก็ยังทรงสเน่ห์แพรวพราวทุกอิริยาบถ “ผมเหลียงซิ่นจื่อ คบหาคนแบบไม่มีพันธะ แต่คุณดึงดันจะเป็นแฟน ในเมื่อจะเป็นแฟน ก็ต้องรับตัวตนของผมให้ได้...”



       “นายเองก็ด้วยนะ อาหง..พี่ชายก็เป็นคนแบบนี้ สังคมเกย์เรามันก็สังคมแบบนี้ ถ้าคิดจะมาหารักแท้ก็ไปที่อื่นเถอะ”



       “นาย..ข่มเหงกันมากเกินไปแล้ว!!!



       “พี่ซิ่น!





เอี๊ยดดดดดดดดดดดด





           แรงปะทะด้วยโทสะมากกว่าทุกครั้งทำให้ร่างเซถลา แสงไฟสาดเต็มหน้า เสียงเบรคดังเสียดหู สิ่งสุดท้ายที่มองเห็นก่อนโลกจะพลิกกลับคือใบหน้าตกอกตกใจของหลี่เฉียนและอาหงก่อนที่จะ..ตูม รู้สึกชาไปหมดทั้งเนื้อตัว แล้วภาพโดยรอบก็กลายเป็นสีดำสนิท โลกทั้งใบมืดมิด ก่อนจะกลายเป็นเงียบงัน..



หรือนี่คือความตาย?



         เหลียงจื่อซิ่นกระพริบตาปริบๆ...กระพริบตา เขาว่าเขากำลังทำแบบนั้นอยู่ แม้จะมองไม่เห็นอะไรนอกจากสีดำก็ตาม ซ้ำรอบกายยังเงียบกริบไร้สรรพเสียงและมืดไม่มีแสงไฟ หูไม่ยิน ตามองไม่เห็น หยิกตัวเองก็ไม่รู้สึกเจ็บ นี่สันนิษฐานได้ข้อเดียวว่าเขากลายเป็นวิญญาณไปซะแล้ว



           กรรมสนอง นี่เรียกว่ากรรมสนองชัดๆ พอคิดว่าตัวเองถึงที่ตายแล้วก็ได้แต่สบถก่นด่า แค่เพราะเจ้าชู้นิดๆหน่อยๆมีกิ๊กมีแฟนหลายคน จุดจบถึงกับต้องอนาถขนาดนี้เชียวหรือ นอกจากคบหาคนหลากหลายตามประสาหนุ่มหน้าตาดีกิเลศมากแล้ว เหลียงจื่อซิ่นก็นึกไม่ออกว่าตัวเองได้ทำเลวอะไรไว้อีก เขาไม่ได้ฆ่าคนวางเพลิง ไม่ได้คดโกงใคร ทุกวันก็แค่ทำอาชีพนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์  ใช้หน้าตาหล่อๆและคารมคมคายของตัวเองเป็นใบเบิกทางอาชีพก็เท่านั้น



        ที่ผ่านมาไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องตายตอนอายุยี่สิบแปด นึกออกเลยว่าเขาจะต้องขึ้นหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ด้วยการพาดหัวข่าวประมาณ เกย์หนุ่มถูกรถชนเสียชีวิตเพราะเหตุวิวาท ไม่ก็ รักทำพิษ เกย์หนุ่มถูกคู่ขาผลักจนถูกรถชนที่สำคัญคือสภาพศพของเขาคงออกมาไม่น่าดูแน่ๆ จื่อซิ่นจำได้ว่าเขาเอาหัวลงเสียด้วย อาจจะหัวกะโหลกแตกก็เป็นได้ น่าจะมีเศษสมองสีขาวกระจายเกลื่อน ไม่ก็ลูกตาหลุด..คิดแล้วก็ยกมือลูบตรงส่วนที่คาดว่าเป็นหัวตัวเองสักที สำรวจว่ากะโหลกยังอยู่ดีหรือไม่



          แต่ว่านี่มันชักจะเงียบไปแล้วรึเปล่า?



          เหลียงจื่อซิ่นมองเห็นแต่ความมืดและความเงียบรอบกาย เขารู้สึกแปลกๆอยู่บ้างที่ตัวเองต้องเป็นแบบนี้ ตามความเข้าใจแล้วคนตายน่าจะโดน *ยมฑูตขาวดำ มารับวิญญาณไม่ใช่เหรอ รึว่าเขากำลังตกสำรวจ หรือจริงๆยังไม่ตายแต่นอนโคม่าอยู่กันแน่



            ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ช่าง ถ้าตายแล้วก็ควรมารับศพเสียที  ถ้ายังอยู่ก็ตื่นได้แล้ว นอนว่างๆแบบนี้มันไม่ถนัดเอาเสียเลย



          ชายหนุ่มถอนใจเหลียวซ้ายแลขวาไปด้วย เหลียงจื่อซิ่นไม่มีความเสียใจอาลัยอาวรณ์อะไรกับโลกที่ตัวเองต้องจากมาทั้งสิ้น เขาเป็นแค่เด็กกำพร้า เติบโตขึ้นมาด้วยตัวเอง มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง รัก..เรื่องคนรักก็มีเยอะเสียจนคร้านจะจำ ถามว่าคิดถึงคนเหล่านั้นไหม ก็อาจจะนิดหน่อย เช่น อาหงเพราะเสียดายว่ายังไม่ได้กินเด็กหนุ่มๆให้ชุ่มชื่นใจก่อนตาย อาหลี่ที่ยังไม่ยอมให้เขาเป็นฝ่ายรุกบ้าง อาเว่ยที่ยังไม่กลับมาจากฝรั่งเศส อืม...ใครอีกนะ



       “ท่านอ๋อง ท่านอ๋อง”



       หืม..



         “ท่านอ๋อง ท่านอ๋อง ฟื้นเถอะขอรับ”



       เสียงใคร ใครมาเปิดทีวีทิ้งไว้แถวนี้



       “ท่านอ๋อง ตอนนี้ใกล้ยามเช้าแล้ว ตื่นเถอะขอรับท่านอ๋อง”



       ชักจะหนวกหู ไอ้หนูนี่เป็นใครกันทำไมถึงมาร้องเสียงอยู่ได้ แถมเขายังรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนเขย่า?



        “ท่านอ๋อง ท่านอ๋องขอรับ วันนี้ท่านแม่ทัพคงไม่กลับมาแล้ว ไปนอนในห้องเถอะขอรับ”



        “โอ้ย รำคาญ!



        “ท่านอ๋อง!!





         สิ่งแรกที่เหลียงจื่อซิ่นมองเห็นเมื่อลืมตาคือหนุ่มน้อย



         อืม..หนุ่มน้อยหน้าตาดี ใส่ชุดโบราณกำลังชะโงกมามองมาในระยะประชิด ใบหน้านั่นดูแล้วอย่างมากก็อายุไม่เกินสิบห้าสิบหก นัยน์ตาหวานเชื่อมมีน้ำใสๆคลอเอ่อ แก้มขาวๆกลมป่อง ริมฝีปากแดงเรื่อเหมือนลูกกวางตัวน้อย พอเขาลืมตาขึ้นมาสีหน้าก็เต็มไปด้วยความดีอกดีใจ อุ..น่ารักน่ากินชะมัด



          ข่มความอยากเนื้อชิ้นสวยที่แขวนอยู่ตรงหน้าก่อนจะมองอีกฝ่ายขึ้นๆลงๆ กำลังทบทวนความจำว่าตัวเองไปเผลอตกหนุ่มน้อยที่ไหนมาอีก แต่คิดแล้วคิดอีกก็ไม่พบ รึว่าจะเป็นญาติ เป็นน้องชายของบรรดาคนรักของเขา? ข้อนี้อาจเป็นไปได้ แม้จะไม่รู้ว่าทำไมถึงสวมชุดเหมือนในละครย้อนยุคช่องTVBก็ตาม



           “ท่านอ๋อง ท่านตื่นแล้ว ดื่มน้ำไหมขอรับ”



           “อืม...ก็ดี” รู้สึกแสบคอและปวดหัวนิดๆ เพราะอาการนี่ทำให้เหลียงจื่อซิ่นมองข้ามสรรพนามการพูดจาแปลกประหลาดนั่นไปก่อน  เขาพยายามนึกทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกครั้ง เริ่มมาจากไปเที่ยวถนนหลานไค่ฟงกับอาหง แล้วตอนนั้นอาหลี่ก็มาพบ จากนั้นพวกเขาเลยทะเลาะกันอยู่ริมถนน และ..ตูม อาหลี่ผลักเขาลงไปนอนเล่นใต้ท้องรถ



            แต่ทำไมนอกจากปวดหัว มึนๆ และแสบคอ ทุกอย่างดูจะปกติดี?



            เหลียงจื่อซิ่นกระพริบตามองเพดานที่ตัวเองเห็นเบื้องหน้า นี่ไม่ใช่เพดานสีขาวสว่างของโรงพยาบาลเป็นแน่ แต่เหมือนเพดานในห้องแบบโบราณของใครสักคนมากกว่า เขาเคยไปหาลูกค้าที่ร่ำรวยและมีรสนิยมชอบของเก่า บ้านคนๆนั้นก็เป็นแบบนี้ รวมทั้งโต๊ะ เก้าอี้ หน้าต่าง ถ้วยชา เสื้อผ้าอาภรณ์...บัดซบ ทำไมมันเหมือนหมดกระทั่งตัวเขาก็ใส่ของแบบนั้นด้วย!?



           ลุกพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็วแต่ก็ปวดหัวจี๊ดจนต้องนั่งนิ่งๆอยู่ครู่หนึ่ง จื่อซิ่นขมวดคิ้ว ไม่ยักจำได้ว่าตัวเองดื่มเหล้ามากขนาดทำให้เกิดอาการแฮงค์ แล้วกลิ่นเหล้ามากมายนี่มาจากไหน เขาก้มลงมองตัวเองที่สวมชุดโบราณดูหรูหราแต่มีกลิ่นเหล้าหึ่งแล้วชักรู้สึกแปลกๆ  แขนขาขยับได้ดีแม้จะหนักๆนิดหน่อย หัวยังคงเป็นหัว ตายังคงเป็นตา จมูกก็ยังไม่ยุบ นี่เขาหลับไปนานแค่ไหน? แล้วทำไมทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้?



             “ท่านอ๋อง น้ำชาขอรับ” เสียงใสๆของลูกกวางน้อยดังขึ้นพร้อมกับถ้วยชาและถาดในมือ กลิ่นหอมของชากระตุ้นความอยากและทำให้สมองเริ่มปลอดโปร่งขึ้น เหลียงจื่อซิ่นมองเด็กหนุ่มน่ารักน่าเอ็นดูที่เดินเรียบร้อยมาวางถ้วยชาให้เบื้องหน้า แม้จะน่ารักนักหนา แต่เขาก็รู้สึกไม่ขำเสียแล้ว



              “นายเป็นใคร?”



              “ท่านอ๋อง” ลูกกวางน้อยทำท่าตระหนกตกใจแถมยังลงไปคุกเข่าอย่างรวดเร็วจนเหลียงจื่อซิ่นแทบสะดุ้ง เด็กหนุ่มเงยหน้าน้ำตาคลออย่างน่าสงสารนัก “ข้าน้อยเสี่ยวเฉียว ท่านอ๋องจำเสี่ยวเฉียวไม่ได้แล้วหรือ  ท่านอ๋องแม้เสียใจมากเพียงไรแต่ท่านอ๋องอย่าได้ทรมารตัวเองเช่นนี้อีกเลย”   



              “เอ่อ...เสี่ยว...เสี่ยวเฉียว” เหลียงจื่อซิ่นเจอกวางน้อยทำหน้าตาน่าสงสารใส่แล้วแทบไปไม่เป็น ได้แต่อึกอักโง่ๆอยู่สองสามรอบ ในขณะที่หัวสมองหมุนติ้ว เขาไม่ได้หูฝาดไปจริงๆที่ได้ยินอีกฝ่ายเรียกว่าท่านอ๋อง..ท่านอ๋องบ้าอะไร ตื่นมาอีกทีทำไมกลายเป็นท่านอ๋องไปได้!?



              “นาย..เอ๊ย..เจ้าอย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้น เสี่ยวเฉียว” มันกระดากปากแปลกๆที่ต้องใช้สรรพนามโบราณ เหลียงจื่อซิ่นพยายามมองซ้ายมองขวา นอกจากพบว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ในห้องที่มีลักษณะเหมือนห้องรับแขกในบ้านแบบจีนโบราณแล้วก็ไม่เจอกล้องหรือทีมงานถือไมค์อยู่อีก ที่จริงเขาคงจะพอรับได้ถ้าตื่นมาแล้วโดนบรรดาแฟนและกิ๊กจัดฉากเอาคืน แต่ฉากบ้านเรือนนี่มันช่างเหมือนจริงจนน่าขนลุก คนแสดงได้สมบทบาทเกินไป บรรยากาศก็ช่างดูโบราณจนเกินไป



              มันเหมือนกับ..เขาได้อยู่ในที่แห่งนี้จริงๆ




              “เสี่ยวเฉียว เมื่อกี้..เอ่อ...เรียกฉันว่าอะไร?”



            “ท่านอ๋องขอรับ เสี่ยวเฉียวเรียกท่านอ๋องว่าท่านอ๋อง” ลูกกวางน้อยเสี่ยวเฉียวน้ำตาตลอ ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ที่โดนถามแบบนั้น ร่างเล็กๆสั่นระริก ทำเอาจิตวิญญาณความรักและทะนุถนอมชายงามของเหลียงจื่อซิ่นลุกโชน ใจอ่อนยวบดั่งโดนเทียนลน



              “เสี่ยวเฉียว นา--เจ้า..บอกข้าได้ไหมว่านี่ปีอะไร”



               “ท่านอ๋องประสงค์จะทดสอบการเรียนของเสี่ยวเฉียวหรือ” สีหน้าลูกกวางน้อยดีขึ้นทันตาพลางอ้าปากท่อง “ปีนี้ปีหวงฉื่อที่สิบห้า รัชสมัยฮ่องเต้หวงจื่อหานขอรับ”



              “หวงจื่อหาน?” เหลียงจื่อซิ่นอุทานเสียงดังแทบเป็นตะโกน



              “ขอรับ” เสี่ยวเฉียวพยักหน้าอย่างซื่อสัตย์ พลันขมวดคิ้วเล็กๆ “ท่านอ๋องตกอกตกใจอันใดหรือขอรับ”



              “ไม่..ไม่ๆ” จื่อซิ่นไม่ได้สนใจถามนั้น เขาแทบไม่อยากสนใจอะไรแล้ว เหมือนมีอะไรบางอย่างระเบิดอยู่ในหัว สมองปวดจี๊ด หยิบชาในแก้วมากลั้วคออย่างรวดเร็วแล้วแทบร้องออกมาไม่ทันเมื่อมันลวกเสียจนร้อนวาบใบทั้งปาก ต้องงรีบวางลงแล้วไอค่อกแค่ก



               “ท่านอ๋อง เป็นอะไรหรือเปล่าขอรับ ท่านอ๋อง!



                “ไม่เป็นไร ฉัน..ข้าไม่เป็นไร” เหลียงจิ่อซิ่นพึมพัมอย่างร้อนรนพลางยกมือโบกเบาๆปฏิเสธ หางตายังมองเห็นแหวนหยกท่าทางสูงค่าที่ปลายนิ้วของตัวเองที่ดูไม่เหมือนตัวเอง หัวใจเขาเต้นตุบๆแรงขึ้น



                 “เสี่ยวเฉียว เจ้าเรียกชื่อข้า”



                  “ท่านอ๋อง?” ลูกกวางน้อยเรียกแล้วเอียงคอตาแป๋วน่ากระทำชำเรา ขนาดไม่ใช่เวลาก็ยังคิด เหลียงจื่อซิ่นนึกเกลียดสมองส่วนล่างของตัวเองก็วันนี้



                 “ไม่ใช่ หมายถึงชื่อ ชื่อเต็มและยศของข้าน่ะ เรียกสิ”



                  “...เอ่อ”



                 “เรียกสิ ข้ารอฟัง” เหลียงจื่อซิ่นพยุงตัวเองมานั่งตรงๆแล้วยืดอกผึ่งผาย แต่ในใจเต้นโครมๆยิ่งกว่ารถไฟสิบขบวนเล่นผ่าน จ้องมองกวางน้อยในชุดโบราณแสนน่ากินเบื้องหน้าอย่างจดจ่อ



                 “ขอรับ” เสี่ยวเฉียวตอบรับ แม้จะรู้สึกว่าวันนี้นายท่านของตนแปลกๆแต่ก็ยังทำตามคำสั่ง “ท่านอ๋องมีนามว่า หวงเทียนหยาง นามรองคือจื่อซิ่น บรรดาศักดิ์ จวิ้นอ๋อง เป็นหวงจวิ้นอ๋องขอรับ”



               “โอ้ย!




                เหลียงจื่อซิ่นสูดหายใจลึก ดวงตาเบิกกว้าง ชื่อหวงเทียนหยางเหมือนจะเปิดประตูสู่ความทรงจำของใครสักคนให้หลั่งทะลักเข้ามาในสมอง เขายกมือกุมขมับ ปวดหัวจนแทบทนไม่ไหวต้องส่งเสียงร้องออกมา สติสุดท้ายที่กำลังจะหลุดหายไปยังได้ยินเสียงของกวางน้อยเสี่ยวเฉียวดังโหวกเหวกด้วยความตกใจและร่างของใครอีกหลายคนกรูเข้ามาก่อนทุกอย่างจะดับวูบ




               เป็นเหลียงจื่อซิ่นอยู่ดีๆ ลืมตาอีกทีกลายเป็นจวิ้นอ๋องงั้นหรือ..นี่มันบ้าอะไรกัน




 

+++++++++++++++++++++



* ยมทูตขาวดำ (เฮ่ยไป๋อู่ฉาง) เป็นยมทูตสองตนที่มารับเอาดวงวิญญาณคนตายตามความเชื่อของชาวจีน โดยเฮยอู่ฉางสวมชุดดำทั้งตัว มีหน้าที่รับวิญญาณคนตายที่ทำบาปกรรม ส่วนไป๋อู่ฉางสวมชุดขาวทั้งตัว มีหน้าที่รับวิญญาณคนตายที่ทำความดี ทั้งสองเรียกรวมกันว่า เฮ่ยไป๋อู่ฉาง 

รายละเอียดเพิ่มเติม : ที่นี่



ลงเนื้อเรื่องรีไรท์และแก้คำผิด(รอบแรก) พร้อมกับใส่ข้อมูลค่ะ




 

หนุ่มหล่อผู้โชคร้าย(?)กลายเป็นจวิ้นอ๋อง เหลียงจื่อซิ่น

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 396 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,785 ความคิดเห็น

  1. #13755 Y knight (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 18:13
    มาซ้ำรอบ2 คิดถึงไรท์นะคะ
    #13,755
    0
  2. #13706 galaxy213 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 14:20
    นี่อ่านรอบที่สามแล้วสนุกมากๆค่าาา
    #13,706
    0
  3. #13584 Dreammimi1 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 15:00
    จะมีนางเอกรึไม่นี่ว้าาาาเขียนไหม่เอาไม่วายมั่งได้มั้ยคะเนี้ยอยากอ่านผู้ชายย้อนมาบ้างน่ะ
    #13,584
    1
    • #13584-1 Rose Wiangping(จากตอนที่ 1)
      7 กันยายน 2561 / 14:57
      นี้มันหมวดนิยายวายถ้าอยากอ่านแบบไม่วายไปหาอื่นน่ะจ้ะ
      #13584-1
  4. #13583 Dreammimi1 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 14:59
    เฮ้ยนี่นิยายวายใช่มั้ยนี่โอยนานๆจะได้อ่านผู้ชายยัอนมามั่งดันเป็นนิยายวายสะได้เฮ้อ!?!?
    #13,583
    0
  5. #13576 IF-you (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 21:17
    ตายเพราะผู้เเย่งกัน สวยป่ะล่ะ😂😂😂
    #13,576
    0
  6. #13527 ununchuahong (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 11:13
    เพิ่งมาเริ่มอ่านคะหลังจากเฟบไว้นาน สนุกมากคะ
    #13,527
    0
  7. #13503 VINTUM (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 23:26
    แค่ตอนแรกก็สนุกแล้ว
    #13,503
    0
  8. #13390 ploybrf2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 16:23
    หล่ออ่ะหิ้วกลับบ้าน//โดนตบ
    #13,390
    0
  9. #13328 พญานก T^T (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:02
    เสี่ยวเฉียวระวังตัวไว้ เดี๋ยวโดนสอย555
    #13,328
    0
  10. #13246 Aomam_33149 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 10:25
    สนุกมากๆเลยค่ะ มีคำผิดนิดหน่อย
    กิเลศ-->กิเลส
    ชอบนายเอกมากๆเลยค่ะ
    #13,246
    0
  11. #13191 Dek-Wann (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 05:03
    ทรมาน ถึงจะถูกต้องนะ
    #13,191
    0
  12. #12768 มูตี้ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 15:40
    ^_____^
    #12,768
    0
  13. #12434 ParamedcO (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 22:23
    ปกติแทบไม่เคยอ่านแนวนี้เลย แต่เรื่องนี้อ่านตอนแรกแล้ว น่าสนุก น่าติดตาม ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ (เอ้า !! ยาวไป ยาวปายยย)
    #12,434
    0
  14. #12383 ปอมเป (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 13:22
    ติดตามจ้า ขอบคุณค่ะ
    #12,383
    0
  15. #12184 my waffle (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 07:58
    ก่อนตายก็หล่อน่ารัก กลับชาติมากสวย บุญดีมาก
    #12,184
    0
  16. #9345 A-III (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 14:48
    นึกว่าเสี่ยวเฉียวจะโดนนางเต๊าะไปก่อน5556666
    #9,345
    0
  17. #8426 ยมทูต น้อย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 22:45
    ชาย ชาย ชายยยยย !!!!
    #8,426
    0
  18. #8328 softyyy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 22:03
    ดับอนาถมาก. ขอบคุณมากค่ะ
    #8,328
    0
  19. #7205 Tinkerbelly (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 09:41
    ชอบค่ะ ชอบมากกกกกก อ่านหลายเรื่องแต่เป็นผู้หญิง อ่านจนเอียนเลยค่ะ ขอเป็นผู้ชายแบบนี้บ้างก็ดี!!!
    #7,205
    0
  20. #6711 TOEY_KCR (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 18:46
    โอ้ยยย ชอบมากก ชอบเเนวนี้มากค่ะไรท์ ขอบคุณที่เเต่งก่อนเลยเป็นอันดับเเรก ทำไมเราพึ่งมาเจอเนี้ย นายเอกเราเจ้าชู้ น่ารัก เเละก็เเสบไม่เบา นี่คงเป็นชาติที่เเล้วรึป่าวน่ะ เเล้วพระเอกจะเป็นคนยังไงเนี้ยย ลุ้นจัง เเต่เเค่เริ่มมาก็ชอบเเล้วค่ะ อาจจะไม่ได้เม้นให้บ่อยๆนะคะ แต่จะตามอ่านทุกตอน เพราะชอบมัก ชอบนายเอกเเบบนี้จัง ไม่อ่อนเเอดี55
    #6,711
    0
  21. #6451 |2e@L (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 18:14
    เปิดมาแบบนี้ ลุ้นเลยว่าจริง ๆ แล้วเป็นพระเอกหรือนายเอก
    #6,451
    0
  22. #6443 noo_parekapoom (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 15:10
    ชอบมาก นายเอกเรา
    #6,443
    0
  23. #6120 Mongmong (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 22:38
    มีควัมแรดดดดด
    #6,120
    0
  24. #5925 Ajizen_Ryoma (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 20:26
    น่ารักอ่าาาา
    #5,925
    0
  25. #5611 MindGmini (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 21:31
    นี่ไปอยู่อีกร่างนึงก็ยังจ้องจะกินเด็กเนาะ555555
    #5,611
    0