คัดลอกลิงก์เเล้ว

คาบเรียนสุดท้าย

โดย SeaSkySpace

ฉันยินดีที่จะเป็นคนรู้จักของเธอตลอดไป ดีกว่าทำลายความสัมพันธ์อันน้อยนิดของเราด้วย ฉันชอบเธอนะ

#ฉันชอบเธอนะ #เรื่องสั้น #ความรัก #โรแมนติก #ชีวิตมหาวิทยาลัย #มหาลัย #มหาวิทยาลัย #ห้องสมุด #แอบชอบ #แอบรัก #รักเขาข้างเดียว #สอบ #ปิดเรียน #เรียนในสุดท้าย #จากลา #ความสัมพันธ์ #เพื่อน #โกหก #มุมมองที่หนึ่ง #ความในใจ #จากเรื่องจริง #inspired by true events #inspired by true stories #หัวใจ #อกหัก #ปฏิเสธ #รู้ตัวอีกทีก็จบคาบลงเสียแล้ว #สวัสดี สอบเมื่อวานเป็นไงบ้าง #อาจารย์ #เพื่อนร่วมห้อง #เพื่อนร่วมชั้น #ผู้ชาย #ผู้หญิง #ตลอดทางกลับบ้าน #เดท #ไอติม #ดูหนัง #วันอาทิตย์ #ทั้งชีวิตฉันไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะชอบใครซักคนได้ #ฉันชอบนายมากๆ เลยนะ #บางที #คาบเรียนสุดท้าย #SeaSkySpace #เรื่องแรก #อบอุ่นหัวใจ #น้ำตา #สายฝน #ฝนตก #รถเมล์ #สัญญาณ #ความหวัง #แว่น #สมุด #ห้องเรียน #นิยายแนะนำ #สนุก #สั้น #Romantic #ดราม่า

ยอดวิวรวม

115

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


115

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  19 ต.ค. 61 / 16:14 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ฉันยินดีที่จะเป็นคนรู้จักของเธอตลอดไป

ดีกว่าทำลายความสัมพันธ์อันน้อยนิดของเราด้วย

‘ฉันชอบเธอนะ’


ฉันหลอกตัวเองว่ามันไม่มีโอกาสของความสัมพันธ์ของเราแม้แต่น้อย

ฉันบอกตัวเองแบบนั้นเพื่อให้รู้สึกเศร้าน้อยลงที่ไม่พูดออกไป

แต่ความจริง ฉันก็แค่ขี้ขลาดเกินกว่าจะพูดมัน



______________________



สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน ยินดีต้อนรับสู่เรื่องสั้นตุ่นๆ ของเรานะคะ 
นี่ก็เป็นเรื่องที่เขียนลงครั้งแรกเลย ตื่นเต้นมากๆ เลยค่ะ
ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัว ฝากเรื่องเล็กๆ นี้ไว้ในอ้อมกอดด้วยนะคะ
สัญญาว่าจะไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ :')

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 19 ต.ค. 61 / 16:14

บันทึกเป็น Favorite


ฉันยินดีที่จะเป็นคนรู้จักของเธอตลอดไป

ดีกว่าทำลายความสัมพันธ์อันน้อยนิดของเราด้วย

‘ฉันชอบเธอนะ’


ฉันหลอกตัวเองว่ามันไม่มีโอกาสของความสัมพันธ์ของเราแม้แต่น้อย

ฉันบอกตัวเองแบบนั้นเพื่อให้รู้สึกเศร้าน้อยลงที่ไม่พูดออกไป

แต่ความจริง ฉันก็แค่ขี้ขลาดเกินกว่าจะพูดมัน




“สวัสดี สอบเมื่อวานเป็นไงบ้าง” ฉันถามเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยความหวังว่าบทสนทนาในครั้งนี้จะพัฒนาไปมากกว่าในครั้งก่อน


“ก็โอเค” เขาตอบกลับมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนกับทุกครั้งที่เราคุยกัน


“หลังจบคลาสมีทำอะไรรึเปล่า” ฉันถามแม้จะรู้คำตอบอยู่แล้ว แน่นอนว่าเช่นเดียวกับครั้งก่อนๆ เขาคงจะไปทำงานในห้องสมุดจนเย็น เว้นเสียแต่เขาจะมีนัดกับเพื่อนคนสนิท


“ก็คงไปอ่านหนังสือ” เขาตอบฉันโดยไม่ละสายตาไปจากสมุดจดบันทึกตรงหน้า


“หือออ ขยันดีจังเลยนะ” ฉันมองเขาด้วยความชื่นชม ทุกครั้งที่ฉันเห็นเขาจดจ่อแบบนี้ ฉันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เขาดูดีแค่ไหนในแว่นกรอบสีเข้มนั่น


เขาที่เป็นคนเงียบๆ และฉันที่ขี้กลัวนั้น ความสัมพันธ์ของเราคงไม่มีทางได้ไปต่อมากกว่านี้… หลายครั้งฉันแอบภาวนาให้เขาเป็นคนเปิดเผยมากกว่านี้ เผื่อว่าเขาจะทักทายฉันก่อนบ้าง แต่หากเป็นแบบนั้นจริงๆ ฉันก็ไม่แน่ใจว่าฉันนั้นจะชอบเขาเหมือนตอนนี้ไหม


ทั้งๆ ที่วันนี้เป็นคาบสุดท้ายแล้วที่เราจะได้เรียนด้วยกัน เพราะหลังจากนี้พวกเราต่างมีภาระหน้าที่

ที่ทำให้ไม่ได้หวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง แต่บทสนทนานั้นกลับเงียบจนน่าประหลาด แน่นอนว่ามันไม่ได้ประหลาดเพราะทุกครั้งเราคุยกันมาก… แต่มันประหลาดเพราะใจฉันที่เดินไม่ตรงจังหวะ


ฉันอยากพูดออกไปเหลือเกินว่าฉันอยากไปกินขนมหวานกับเขาหลังเลิกเรียนมากแค่ไหน อยากพูดออกไปจังว่าฉันเห็นความเป็นไปได้ของความสัมพันธ์ของเรา ความเป็นไปได้ที่พวกเราจะเป็นมากกว่าแค่เพื่อนร่วมห้องที่คุยกันระหว่างรออาจารย์เข้าสอน


แต่ไม่ทันที่ฉันจะได้พูดอะไรออกไป อาจารย์ก็เดินเข้าห้องมา เปลี่ยนบรรยากาศห้องเรียนให้เงียบสงัดจนน่าใจหาย


ทั้งๆ ที่เป็นคาบสุดท้าย และอาจารย์กำลังพูดเรื่องสำคัญต่างๆ ที่จะออกสอบ แต่ใจของฉันกลับไม่ได้อยู่กับตัวอักษรมากมายบนกระดานเลยซักนิด ทุกๆ ครั้งคราว สายตาของฉันมักแอบมองไปทางเขาอยู่เสมอ และในทุกครั้งที่ฉันมองไป ฉันจะเห็นเขาจดจ่อกับการเรียนจนน่าเศร้าใจ


ไม่ใช่ว่ามันแย่หรอกนะที่เขาตั้งใจเรียน เขาเวลาแบบนี้น่ะ มีเสน่ห์เป็นบ้าเลยด้วยซ้ำ แต่ในใจลึกๆ ฉันก็แอบหลงตัวเอง... หวังให้เขามองมาทางนี้บ้าง แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อฉันเป็นแค่คนธรรมดาๆ ที่ทั้งชีวิตนี้ไม่อาจคาดหวังให้ใครมาชอบได้


แต่ถ้าให้ฉันพูดจากใจจริงเขาไม่ใช่คนที่หน้าตาดีอะไรมากมายนัก เขาเป็นคนธรรมดาที่มีรอยยิ้มที่พิเศษ เขาเป็นคนธรรมดาที่ฉันพูดคุยด้วยแล้วสบายใจ ทั้งๆ ที่เป็นไม่กี่นาทีก่อนเวลาเริ่มเรียนแท้ๆ แต่บทสนทนาของคนธรรมดาอย่างเขาก็สามารถทำให้ฉันใจเต้นแบบไม่ธรรมดาได้



รู้ตัวอีกทีก็จบคาบลงเสียแล้ว เหมือนนี่จะเป็นครั้งแรกที่ฉันไม่อยากให้คาบเรียนจบลง… เพราะในครั้งนี้เมื่อมันจบลงไปแล้ว เราคงไม่มีโอกาสได้เรียนด้วยกันอีก และหลังจากนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนที่จะเดินต่อจากความรู้สึกตอนนี้ไปได้


“วันนี้ฉันว่าฉันจะไปอ่านหนังสือเหมือนกัน” ฉันรวบรวมความกล้าพูดขึ้นมาลอยๆ ด้วยความหวังว่าเขาจะชวนฉันไปอ่านหนังสือด้วย โดยปกติแล้ววันที่ท่าทางฝนจะตกเช่นวันนี้ ฉันมักจะรีบกลับบ้านทันทีหลังเลิกเรียน แต่ครั้งนี้ฉันกลับพูดออกไปแบบนั้น… อยากให้เขารู้จักว่าฉันรักการใช้เวลาร่วมกับเขามากแค่ไหน


“งั้นหรอ” เขาตอบกลับมาสั้นๆ ในขณะเดินไปยังห้องสมุดโปรดของเขา จริงๆ แล้วฉันมักจะอ่านหนังสือที่อีกห้องสมุด และเรามักจะเดินแยกทางกันเสมอ แต่ในครั้งนี้ ฉันเดินตามเขาไป


“วันนี้เป็นไงบ้าง” ฉันถามในขณะที่พยายามเดินเร็วเพื่อตามให้ทันคนข้างๆ ที่สูงกว่า


“ก็โอเคนะ แต่มีงานต้องส่งเยอะมากเลย” เขาตอบกลับมาสั้นๆ แม้จะเป็นคำตอบที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่ฉันกลับดีใจที่วันนี้เราได้คุยมากกว่าครั้งไหนๆ


ไม่นานเราสองเดินมาถึงห้องสมุดโปรดของเขาที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากห้องเรียนมากนัก นักศึกษามากมายต่างนั่งทำงานกันอย่างแข็งขันในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสอบ ใต้ป้ายขอความร่วมมือให้เงียบขนาดใหญ่ ทุกอย่างที่ฉันได้ยินมีเพียงเสียงกระดาษของหนังสือ เสียงกระทบของคีย์บอร์ด และเสียงหายใจของตัวเองที่ติดขัดจนน่าสงสัย


“อยากนั่งอ่านหนังสือตรงไหนเป็นพิเศษไหม” ฉันหน้าด้านกระซิบถามเขาก่อนทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ชวน และอาจจะอยากนั่งอ่านหนังสือคนเดียวมากกว่ากับฉัน


“ไม่มีนะ” เขากระซิบตอบสั้นๆ แต่คำตอบนั้นก็เพียงพอให้ฉันรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเท่าไหร่นัก ถึงแม้คำถามของฉันจะไม่ได้เป็นการขอไปนั่งด้วย แต่การที่เขาไม่ได้ตอบว่าจะไปนั่งอ่านที่โต๊ะสำหรับหนึ่งคน หรือว่าบอกเขามีนัดกับเพื่อนไว้ ก็ดีเกินพอแล้วสำหรับฉัน


พวกเราทั้งสองเดินมองหาโต๊ะสำหรับกลุ่มเล็กอยู่ในห้องสมุดซักพัก จนไปเจอโต๊ะในมุมหนึ่งของห้องสมุด ฉันวางกระเป๋าที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเขาก่อนจะหยิบคอมพิวเตอร์ขึ้นมาทำงาน


ตลอดเวลาที่นั่งอยู่ตรงข้าม ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าเขามองมาทางฉันบ้างไหม แต่ฉันกับเรียงความสามพันคำที่ต้องส่งเร็วๆ นี้ไม่ได้คืบหน้าไปไหนเลย สายตาเจ้ากรรมของฉันเอาแต่เหลือบมองเขาที่กำลังตั้งใจทำงาน จนแอบสงสัยว่าเขารู้สึกบ้างไหมว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องไปอยู่


“เธอจะกลับกี่โมง” เขาเป็นฝ่ายเอ่ยถามฉันก่อนเป็นครั้งแรกในตลอดเวลาที่เรารู้จักกันมา


“ไม่เกินหกโมง” ฉันโกหก... จริงๆ ปกติฉันจะกลับก่อนสี่โมงครึ่ง แต่เพราะอยากอยู่กับเขานานๆ มากกว่าถึงพูดออกไปแบบนั้น


“งั้นหรอ ฉันว่าจะกลับตอนห้าโมง” เขาพูดตอบ พลางส่งข้อความหาใครบางคนทางโทรศัพท์


“จริงๆ ถ้างานฉันเสร็จเมื่อไหร่ ก็คงกลับเลย อาจจะไม่ถึงห้าโมงด้วยซ้ำ” ฉันยิ้มเล็กๆ


“ฝนตกแหะ” เขาพูดขึ้นหลังมองออกไปทางหน้าต่างที่บัดนี้มืดครึ้มไม่สมเป็นเวลาบ่ายสาม


“แย่จัง กลับบ้านลำบากเลย” ฉันถอนหายใจ ในขณะที่มองตามเขาไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ “วันนี้นายกลับบ้านยังไงหรอ?”


“เหมือนว่าวันนี้แม่จะมารับน่ะ” เขาตอบฉัน “วันนี้แม่มาทำธุระแถวนี้พอดี”


“ดีจังเลยนะ” ฉันยิ้มให้เขา ก่อนจะทำทีเขียนรายงานต่อ


“ฝนเริ่มตกแล้ว เธอควรรีบกลับบ้านก่อนมันตกหนัก” เขาพูดขึ้น


“นั่นซินะ” ฉันตอบไป ก่อนจะพิมพ์งานต่อ จริงๆ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากบอกออกไปว่า ‘ฉันจะทำงานรอฝนหยุดก่อน’ แต่จู่ๆ รู้ตัวอีกทีก็เก็บของเดินออกมาจากห้องสมุดตามที่เขาพูดเฉย


“บ้าชะมัด...” ฉันพึมพำกับตัวเองในขณะที่ถือร่มเดินฝ่าฝนไปขึ้นรถเมล์ ถ้าเมื่อครู่ฉันบอกจะรอฝน ป่านนี้คงอยู่ด้วยกันอีกนานจนกว่าแม่เขาจะมารับ…


ในขณะที่ฉันก้าวขาสั้นๆ ของฉันไปยังรถเมล์ ฝนก็ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ตอกย้ำว่าฉันคิดผิดแค่ไหนที่เดินออกมาตอนนั้น… ฉันหัวเราะให้กับตัวเองที่ในตอนนี้เหมือนนางเองนิยายน้ำเน่าที่เดินท่ามกลางสายฝนรอให้พระเอกวิ่งมาหา แล้วบอกขอโทษที่ทิ้งให้เธอเดินไปคนเดียว



ตลอดทางกลับบ้าน ฉันได้แต่คิดว่าเขาจะคิดถึงฉันเหมือนที่ฉันคิดถึงเขาบ้างไหม ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าคงไม่เป็นแบบนั้น แต่บางครั้งก็อยากเข้าข้างตัวเองว่าเขาจะสงสัยว่าวันนี้ฉันกลับบ้านโดยเปียกฝนรึเปล่า


แน่นอนว่าคืนนั้นเขาไม่ได้ส่งข้อความมาหาฉันเพื่อถามไถ่อะไรทั้งนั้น และฉันเองก็ไม่กล้าที่จะส่งอะไรไปทักทายเขาเช่นกัน


จริงๆ ฉันพิมพ์ข้อความวนไปมาอยู่บ่อย ก่อนจะกดลบไปโดยไม่เคยส่ง ก็นะ… ฉันน่ะเกลียดการส่งข้อความที่สุด เพราะงั้นตลอดเวลาที่เรารู้จักกันมาทั้งเทอม ถึงไม่ได้มีโอกาสคุยกับเขานอกห้องเรียนเลยซักครั้ง ฉันมันคนขี้ขลาดจริงๆ นั่นแหละ ขนาดเฟซบุ๊กของเขาที่ได้มานั้น ยังได้มาจากความบังเอิญเลย เพราะแน่นอนฉันไม่กล้าพูดขอออกไปหรอกนะ



ทั้งชีวิตฉันไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะชอบใครซักคนได้ จนกระทั่งวันนี้… ฉันเพิ่งเข้าใจว่าความชอบมันไม่ได้เกิดมาจากการเจอคนหน้าตาดีแล้วตกหลุมรัก ใช่… มันอาจจะเป็นแบบนั้นสำหรับบางคน แต่สำหรับฉัน มันเกิดจากบทสนทนาเล็กๆ ที่เรามีให้กันสัปดาห์ละครั้งตลอดหนึ่งเทอม


ฉันจินตนาการความเป็นไปได้ของความสัมพันธ์นี้หลายครั้ง และฉันตัดสินใจแล้วว่า สำหรับความชอบครั้งแรกของฉัน ฉันจะเก็บมันเป็นความลับไปตลอดกาล… ใช่ ฉันชอบเขามากๆ แต่เรารู้จักกันน้อยเกินกว่าที่ฉันจะบอกชอบเขาไป


และใช่ ในอนาคตฉันคงจะเสียดายมากที่ไม่ได้พูดออกไปในวันนั้นว่าฉันชอบเขามากแค่ไหน แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเหมือนจะมีเพียงฉันที่พยายามจะคุยกับเขา และสร้างบรรยากาศดีๆ ระหว่างเรา... ความสัมพันธ์จำเป็นต้องเกิดขึ้นจากทั้งสองฝ่าย และหากเขาเองไม่พยายามที่จะส่งสัญญาณมาให้ฉันบ้าง ฉันก็คงไม่สามารถทำอะไรไปมากกว่านี้…



ฉันชอบนายมากๆ เลยนะ ฉันอยากให้นายรู้จังว่าฉันเสียดายแค่ไหนที่ ‘เรา’ ไม่ได้เป็นมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ เอาจริงๆ ฉันยังไม่แน่ใจเลยด้วยซ้ำว่าฉันใช้คำว่า ‘เรา’ กับนายได้ไหม

ฉันชอบนายมากๆ เลยนะ ฉันอยากให้นายรู้จังว่าฉันขอโทษที่ฉันกลัวเกินกว่าจะพูดมันออกไป ทั้งๆ ที่ถ้าพูดออกไปก็น่าจะมีโอกาสมากกว่าอยู่เงียบๆ เช่นนี้


ฉันชอบนายมากๆ เลยนะ ฉันอยากให้นายรู้จังเลยว่าฉันสงสัยเสมอว่า ถ้าฉันพูดออกไป นายจะรู้สึกเช่นเดียวกับฉันบ้างไหม แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี



บางที… ถ้าฉันพูดออกไป พวกเราสองคนอาจจะได้จับมือกันไปดูหนังเรื่องใหม่ และกินไอติมอร่อยๆ ด้วยกันในช่วงสายของวันอาทิตย์ก็เป็นไปได้นะ


บางที… ถ้าฉันพูดออกไป ฉันคนนี้คงไม่ได้ฟังเพลงโปรดในขณะจ้องมองจุดสีเขียวข้างชื่อของนายด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ในช่วงเวลาเที่ยงคืนก่อนวันสอบ


และในบางที… ถ้าฉันพูดออกไป วันนี้อาจจะไม่ได้เป็นวันสุดท้ายที่เราได้นั่งข้างกัน




ฉันชอบนายมากๆ เลยนะ

และฉันเสียใจที่ตอนนี้มันได้ผ่านคาบเรียนสุดท้ายของพวกเราสองคนไปแล้ว


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ SeaSkySpace จากทั้งหมด 1 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัพเดท

  • รักดราม่า

    เรื่องสั้น

    0/115

    1

    0%

    19 ต.ค. 61

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. ถ้าในตอนจบสมหวังเหมือนที่ใจคิดก็ดีนะคะ???? อินตามอีกแล้ว555

    #1
    0