คัดลอกลิงก์เเล้ว

งานฉลองวันเกิดในไร่ พ.

อมยิ้มกันไปกับครอบครัวสุขสันต์ ที่ใครหลายคนก็ปรารถนาจะมีบ้าง หนึ่งในนั้นก็นักเขียนคนนึงแหละนะ

ยอดวิวรวม

3

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


3

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  10 ต.ค. 62 / 10:09 น.
นิยาย ҹͧѹԴ . งานฉลองวันเกิดในไร่ พ. | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...

เนื้อเรื่อง อัปเดต 10 ต.ค. 62 / 10:09


หลังจากวางสายจากพี่สาวคนโตของเธอเสร็จเสียงเด็กหนุ่มวัยรุ่นอายุ 17 ปีก็ดังขึ้น 

“พี่ทิว่าไงบ้าง?”พิรัชย์ เด็กหนุ่มอายุ 17 ซึ่งเป็นลูกชายคนรองของบ้านเดินเข้ามาถามหลังจากพึ่งเสร็จจากไปคุยกับเพื่อนๆมา 

“พี่ทิบอกว่าใกล้จะถึงแล้วล่ะ พวกนั้นเป็นไงบ้าง?”พริสรตอบก่อนจะถามกลับ 

“พวกมันก็พากันนั่งซัดของกินอยู่ด้านล่างนั่นแหละ จะลงไปพร้อมกันเลยมั้ยล่ะ?”พิรัชย์ถามอีกครั้ง 

“อื้ม”พริสรพยักหน้ารับก่อนเดินตามน้องชายฝาแฝดของตนลงมาจากบ้านไม้ทรงไทยหลังใหญ่ที่สร้างติดริมแม่น้ำ เสียงแจ้วๆจากพวกเพื่อนๆของทั้งสองคนดังมาจากลานหน้าบ้าน ทุกคนกำลังคุยเล่นกันอย่างสนุกสนาน เมื่อเห็นเจ้าภาพของงานเดินลงมา เพื่อนสาวหนึ่งในกลุ่มก็ทักขึ้น 

“ว้าววันนี้เจ้าภาพสาวกับเจ้าภาพชายของเราดูดีกว่าทุกวันแฮะ”เพื่อนที่ผมสวยที่สุดร้องแซวเมื่อเห็นทั้ง 2 คนเดิมเข้ามา 

“เออแล้วไงยะ”พริสรว่า แต่ก็ไม่ได้มีคำตอบกลับมา แล้วเสียงชายหนุ่มอีกคนก็ดังขึ้น 

“เฮ้ยเร็วๆพวกเราไอ้พิธกับริมากันแล้วโว้ย!” ทุกคนจึงเริ่มให้ความสนใจกับทั้งสองคน 

“เป็นไงบ้างของกินกับเครื่องดื่ม”พริสรเป็นฝ่ายถามขึ้นก่อน ส่วนพิรัชย์ขอเป็นฝ่ายเงียบเพราะปกติจะเป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว 

“อร่อยจ้า”เด็กสาวร่างอ้วนคนหนึ่งตอบ 

“แหม สำหรับแกมันก็อร่อยทุกงานแหละ ไม่ใช่หรอไงฮะ”เด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งในกลุ่มว่า 

“เออ หรือแกว่ามันไม่อร่อยฮะ”เด็กสาวอ้วนคนเดิมย้อนกลับ 

“เออ อะไรกัน ไม่ทันไรจะมากัดกันในงานซะละ 5 5”พริสรแซวพรางหัวเราะ แล้วเธอก็เข้าไปร่วมวงสนทนากับเพื่อนๆ ส่วนพิรัชย์ก็ไปนั่งรวมอยู่กับกลุ่มเพื่อนชาย แต่โดยนิสัยที่เป็นคนไม่ค่อยชอบพูดเท่าไหร่จึงจะเป็นฝ่ายนั่นฟังมากกว่า 

“แล้วไหนวะพี่สาวคนสวย 2 คนของแกน่ะพวกกูอยากเห็นว่ะ”เด็กหนุ่มคนหนึ่งเปิดประเด็น ตั้งแต่รู้จักพริสรและพิรัชย์มา 2 ปียังไม่มีใครเคยเห็นพี่สาวทั้งสองคนของทั้งคู่มาก่อน อาจเป็นเพราะ พอพริสรและพิรัชย์ย้ายโรงเรียนมัธยมปลาย พี่สาวทั้งสองคนก็ย้ายไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯแล้ว

“เดี๋ยวก็คงถึง ทำไม พวกมึงมีอะไรกับพี่กู”พิรัชย์ถาม 

“ถ้าสวยจริงแกหวงมั้ยวะพวกกูจะขอจีบ”เด็กหนุ่มที่เจ้าชู้ที่สุดในกลุ่มกล่าวแต่ไม่ได้จริงจังอะไร 

“หึ”พิรัชย์ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย  ปัง ทุกคนต่างตกใจรีบพากันหลบเข้าใต้โต๊ะทันที แต่พอรอได้ซักพัก เมื่อเห็นว่าไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นจึงพากันออกมาจากโต๊ะเพื่อสังเกตุสถานการณ์ 

“ตะกี๊ใครว่าจะจีบพี่นะ”เสียงใสของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัว เธอเดินเข้ามาบริเวณงานเลี้ยงพร้อมกับหญิงสาวอีกคนที่หน้าตาคล้ายกัน ไม่มีใครรู้จักสองคนที่มาใหม่ ยกเว้นทั้งสองเจ้าภาพที่คุ้นเคยกันดี

“พี่ทิ”พริสรเป็นฝ่ายวิ่งออกมาก่อน 

“ไงจ๊าน้องสาวสุดสวยยยยยย”พรทิพากอดน้องสาวที่วิ่งเข้ามาหาตนแน่นพรางถามด้วยน้ำเสียงเมตตา 

“คิดถึงสิคะ ริคิดถึงพี่ๆมากกกกก”พริสรพูดขณะยังกอดพี่สาวของตนไว้แน่น 

“อ่าว แล้วนี่ไม่มีใครสนใจอยากจะเข้ามากอดพี่บ้างหรอไงน่ะ”โยศิตาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นพิรัชย์ยังยืนอยู่ที่เดิม 

“โอ๋พี่ศิเดี๋ยวริจะกอดพี่ศิแทนพิให้ เพราะตาพิน่ะมันโตแล้ว ไม่มายืนกอดผู้หญิงหรอกคะ ฮึๆ”พริสรพูดพรางคลายกอดจากพรทิพาแล้วเปลี่ยนมากอดโยศิตาแทน 

“อื้มมมมชื่นใจแล้วจ๋ะ”โยศิตาบอกพรางค่อยๆคลายกอดจากพริสร 

“แหม ตะกี๊เสียงปืน ของใครคะ?”พริสรได้ทีเข้าประเด็น 

“เปล่านะไม่ใช่ปืนของพี่”พรทิพาปฏิเสธ 

“พี่ก็เปล่า”โยศิตาบอก 

“แต่ของพี่เอง”เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะเห็นร่างสูงกำยำมาร์ทเท่เดินตรงเข้ามาด้วยรอยยิ้มแหยๆ “แหะๆพอดีปืนพี่มันลั่นอะนะ”เขาบอกต่อให้ทุกคนหายตกใจ 

“โหยยยยย”เด็กหนุ่มสาววัยรุ่นในงานได้ยินดังนั้นจึงรีบพากันโห่อย่างสนุกสนาน 

“อะไร..พี่ขอโทษพอดีพี่ไม่ทันระวังน่ะ”พาทิศบอกด้วยความอาย พริสร โยศิตา และพรทิพาได้แต่ยืนขำกับการกระทำของพี่ชายคนโตของบ้าน “เอาล่ะๆไปสนุกกันต่อได้แล้ว”พาทิศไล่ทุกคนให้กลับเข้าไปสนุกในงานต่อ ก่อนจะหันมาพูดกับน้องสาวสองคนที่พึ่งมาถึง “พี่ไม่ใช่เด็กหนุ่มเนื้อหอมเหมือนตาพิ พี่ขอกอดน้องสาวสุดที่รักสองคนได้มั้ยครับ”พาทิศพูดพรางทำตาเว้าวอนโดยไม่รู้เลยว่าการกระทำของเขาแบบนี้แหละที่ทำให้ใจสาวๆแถวนี้ละลายไปหลายต่อหลายคนแล้ว 

“ฮึ ศิจะไม่ให้พี่พากอดดีมั้ยน้า...เพราะตอนนี้ศิก็กำลังอยู่ในวัยสาวอยู่ด้วยสิจะให้หนุ่มมากอดง่ายๆมันคงไม่ดีหรอก”โยศิตาแกล้งอำอีกฝ่าย 

“ทิก็คงให้พี่กอดไม่ได้สิคะเพราะทิกับศิก็เป็นสาวเท่ากัน”พรทิพาเสริมพรางยิ้มกว้างอย่างชอบใจ 

“5 5 5เป็นสาวเท่ากัน แล้วพอแก่นะก็แก่เท่ากันด้วยล่ะพี่พา”พริสรได้ทีแซว ก่อนถูกกำปั้นทุบเข้าให้ที่กลางหัวสองทุบ “โอ๊ยอะไรอะ”พริสรโวยวาย 

“เดี๋ยวของขวัญจะถูกจำกัดสิทธิ์ซะเลยนี่ยัยตัวป่วน”พรทิพาพูดด้วยน้ำเสียงดุ แต่ถ้าว่าแววตากับเต็มไปด้วยความเอ็นดูเด็กสาวอย่างยิ่ง 

“โถๆอย่าพึ่งสิคะ ทำไมตัดสินกันไวจังอะศาลบ้าอะไรเนี่ย”พริสรยังมิวายอดที่จะแหย่ไม่ได้ 

“เอาล่ะๆ พี่ไม่กอดทิกับศิก็ได้”พาทิศพูดพรางทำหน้าน้อยใจ พรทิพาและโยศิตาเห็นอย่างนั้นก็อดที่จะหัวเราะกับมุกเก่าๆของพี่ชายคนนี้ไม่ได้ แต่ถึงจะเป็นมุกเดิมๆมันก็ใช้ได้ผลทุกที 

“ก็ได้ค่ะศิยอมพี่พาละก็ได้ อ๊ะ”โยศิตาอ้าแขนเตรียมให้พี่ชายขี้น้อยใจเข้ามากอด พาทิศเห็นท่าทางของน้องสาวตัวเองก็ถึงกับยิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจ ก่อนจะเดินเข้าไปกอดน้องสาวของตน 

“แอะ พี่พา อย่า กอด แน่น เซ มันๆ หาย ใจ ไม่เอ๊าะ”โยศิตาบอกพรางใช้มือสองข้างพยายามดันตัวพี่ชายของตัวเองออก ชายหนุ่มคลายกอดออกจากน้องสาวตัวเองก่อนจะส่งยิ้มกว้างให้ 
“แค็กๆ คนแทบตายอยู่แล้วยังจะมีหน้ามายืนยิ้มร่านะไอ้พี่บ้านี่”โยศิตาว่าพรางใช้มือปิดปากขณะไอไปด้วย 

“ทิพา มาตาน้องละ”ชายหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายหันไปส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับน้องสาวอีกคนของเขา 

“หึๆ”พรทิพายิ้มที่มุมปากพรางหัวเราะในลำคออย่างรู้ทันความคิดของพี่ชาย “เข้ามาสิคะ”พรทิพาแกล้งยิ้มประจบพร้อมกับอ้าแขนออก 

“เอ พี่จะกอดน้องดีมั้ยเนี่ย?”พาทิศหยุดทำหน้าคิดแป๊บนึงพรางหันไปส่งสายตาแปลกๆกับพรทิพาเมื่อเห็นว่าเธอมีเลศนัยอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ 

“อ้าว ก็คิดถึงน้องไม่ใช่หรอคะก็เข้ามาสิ ฮิๆ”พรทิพาพูดพรางหัวเราะกับท่าทางระแวงๆของพี่ชายตน 

“อ่า พี่รู้ละ...มาๆมากอดหน่อย”พาทิศพูดพรางดึงน้องสาวของตนเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแล้วก็ทำอย่างเคย ทำอย่างที่ทำกับโยศิตาในตอนแรก พรทิพาเห็นพี่ชายทำแบบนั้นกับตัวเองก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาแต่ใครจะไปรู้ว่าพี่ชายตัวเองเหนือชั้นกว่า 
พรทิพายกเท้าขึ้นอย่างเนียนๆจุดหมายคือจะเหยียบเท้าชายหนุ่มตรงหน้าแรงๆแต่กลับว่าเท้านั้นกลับขยับหนีได้ทันท่วงทีเหมือนมีตาเห็น แล้วในจังหวะเดียวกันร่างของเธอก็ถูกจับหมุนหันไปอีกทางก่อนจะถูกขโมยหอมแก้มแรงๆ 1 ฟอด 

“ว้าว ชื่นใจจัง”พาทิศพูดออกมาหลังจากแผนของเขาสำเร็จ 

“ไอ่พี่พฤกษ์”พรทิพาโวยวาย 

“5 5 5 ช่วยไม่ได้เธออยากมาเจ้าเล่ห์กับพี่ก่อนทำไม”ชายหนุ่มว่า 

“หืออออ”พรทิพาครางออกมาอย่างเข็ดเคี่ยวก่อนจะเริ่มกระหน่ำแทงศอกเข้าใส่หน้าท้องของพี่ชายตัวเองรวดเร็วแต่ไม่แรงมาก 

“โอ๊ยๆๆๆๆเจ็บนะทิ”พาทิศครวญคราง 

“เจ็บก็ปล่อยเซ่”พรทิพาบอกขณะยังแทงศอกอยู่เรื่อยๆพร้อมกับดิ้นพยายามให้หลุดจากการพันทนาการ 

“อาปล่อยแล้ว ปล่อยแล้วครับปล่อยแล้ว”พาทิศรีบปล่อยแขนจากพรทิพาทันที หลังจากถูกปล่อยให้เป็นอิสระแล้วพรทิพาก็รีบหันหน้ามาจ้องพี่ชายตัวเองอย่างเอาเรื่อง แต่พอเห็นท่าทางไม่ค่อยสู้ดีของเขาแล้วก็ร้ายต่อไม่ลง จึงได้แต่ยืนขำกับท่าทางของพี่ชาย 

“ฮึๆๆ สิ่งที่พี่พาพลาดคืออะไรรู้มั้ย...พี่พลาดที่ปล่อยให้มีช่องว่างกับทิไง” ช่องว่างที่เธอพูดถึง คือ กอดที่ปล่อยให้แขนเธอเป็นอิสระ ใช่ เขาพึ่งนึกขึ้นได้การที่จะเอาชนะน้องสาวคนโตของเขาได้นั้นทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ ไม่มีช่องโหว่ 


“ไง ตะกี๊ใครว่าจะจีบพวกพี่ 2 คนนะโชว์ตัวหน่อยหล่อป่าว?”โยศิตาเอ่ยปากถามขึ้นหลังจากเข้ามาในงานแล้ว 

“ผมครับ”เด็กหนุ่มต้นความคิดยกมือตอบพรางส่งยิ้มกว้างมาให้ 

“คิดว่าไง?”โยศิตาหันไปขอความเห็นกับพรทิพา 

“อื้ม ก็หล่อนะแต่ไม่ใช่สเปคอะสิฮึๆๆ”พรทิพาบอกพรางหัวเราะ 

“จะลองเอาไปพิจารณาดูก่อนก็ได้หนิครับ”เด็กหนุ่มยังยิ้มประจบ 

“เรียนให้จบก่อนเถอะเราน่ะ พวกพี่อายุเยอะแล้ว”พรทิพาพูด

“แก่แล้วสิไม่ว่าพี่ทิ”เสียงพริสรแทรกเข้ามา เด็กสาวเดินเข้ามาหาพร้อมกับถือถาดผลไม้มาด้วย 
“อะนี่ผลไม้นะกินของคาวไปแล้วเอาผลไม้ล้างปาก”พริสรวางถาดลงบนโต๊ะตัวยาวพร้อมกับบอกเพื่อนๆ 

“พี่ทิกับพี่ศินี่เป็นฝาแฝดกันหรอคะ?”เด็กสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย เพราะเคยรู้มาว่าพี่สาวทั้งสองของพริสรและพิรัชย์เกิดปีเดียวกัน

“อ๋อ เปล่าหรอกจ๋ะพวกพี่แค่อายุเท่ากันเฉยๆน่ะ”โยศิตาเป็นคนตอบแต่ถ้าว่าเด็กสาวยังทำหน้าไม่เข้าใจ 

“เอ่อ อายุเท่ากันเฉยๆยังไงคะ?”เด็กสาวคนเดิมถาม 

“ก็พี่เกิดท้ายปีส่วนพี่ทิพาเขาน่ะเกิดหัวปีจ๋ะ”โยศิตาอธิบายเพิ่มเติม พอถึงตรงนี้ทุกคนที่นั่งฟังอยู่ก็เริ่มทำท่าทางเข้าใจ ขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอยู่ในงานอย่างสนุกสนานจู่ๆก็มีรถหรูคันหนึ่งแล่นเข้ามา 

“รถใครกันพี่พฤกษ์”พรทิพาหันไปถามพี่ชายที่นั่งอยู่ข้างๆพรางมองไปทางรถที่จอดอยู่ห่างออกไป ทุกคนในงานยังไม่มีใครรู้ว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญมาเพิ่ม คนที่รู้มีแค่พาทิศและพรทิพาเท่านั้น 

“เดี๋ยวพี่ไปดูเอง”พาทิศบอกพรางขยับลุกขึ้นพร้อมกับถือแตงโมเดินกินไปด้วย เมื่อรถจอดสนิทประตูรถด้านฝั่งคนขับจึงค่อยเปิดออก ก่อนจะมีขายาวๆของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวออกมาในมือของเขามีช่อดอกไม้ช่อใหญ่กับของขวัญอีก 2 กล่องถือติดมือมาด้วย “มาหาใครครับ?”เมื่อเข้ามาถึงพาทิศก็ถามขึ้นทันที 

“ผมมาหาพี่พาครับ”ชายหนุ่มบอกก่อนจะเหลือบมองเข้าไปในงาน เขาและพาทิศถูกจับตามองอยู่จากพรทิพา 
“พี่พาอยู่มั้ยครับ ผมชื่อ อาเกล ผมเอาของขวัญมาให้ริกับพิครับ”ชายหนุ่มพูดอย่างสุภาพ พาทิศได้ยินชื่อนั้นจึงเริ่มจะเข้าใจอะไรมากขึ้น 

“นี่ตาเกลเองเหรอ?” 

“คุณรู้จักผม?”ชายหนุ่มมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะเข้าใจ “ที่แท้คุณก็คือพี่พา ผมดีใจจังเลยครับที่ผมได้เจอพี่”ชายหนุ่มบอกด้วยใบหน้ายินดี 

“โถ่ นึกว่าใคร มาๆ เข้าไปในงานกัน ไอ้ริกับพิคุยกับเพื่อนๆอยู่ในงานนั่นแหละ”พาทิศชวน ทางฝ่ายพรทิพาเมื่อเห็นท่าทางของทั้งคู่ก็เริ่มเข้าใจและโล่งใจ โชคดีที่ไม่ใช่อย่างที่เธอคิด ชายหนุ่มหน้าตาดีไล่เลี่ยกันเดินตรงเข้ามาหาพรางคุยกันอย่างออกรส

“ครับ ที่นู่นอากาศหนาวมากครับชีวิตส่วนใหญ่ต้องช่วยตัวเองผมคิดถึงที่นี่มาก”ชายหนุ่มเล่า 

“เออ กลับมาคราวนี้จะอยู่กี่วันล่ะ?”พาทิศถาม 

“คงไม่ได้อยู่นานหรอกครับ แต่ผมคิดว่าปิดเทอมผมจะมาช่วยงานพี่พาที่นี่” 

“5 5 5 มาช่วยงานพี่หรือมาทำอะไรที่นี่กันฮะ”พาทิศแกล้งแซว ชายหนุ่มได้ยินจึงออกอาการเขินเล็กน้อย พรทิพาเมื่อยิ่งเห็นใบหน้านั้นใกล้ๆก็ยิ่งรู้สึกคุ้น ความทรงจำในอดีตเมื่อ 5 ปีที่แล้วหวนคืนมาอีกครั้ง 

“เฮ้! นี่อาเกลหรอเนี้ย?”พรทิพาเดินเข้ามาทักด้วยสีหน้ายินดี

“ครับ..”ชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ตอบอย่างสุภาพ “งั้นนี่ก็คงเป็นพี่ทิ?”เขาคาดเดา 

“ฮึๆๆ ดีใจจังที่มีหนุ่มหล่อจำพี่ได้ด้วย”พรทิพากล่าวพร้อมยิ้ม 

“ว้าว! หนุ่มหล่อคนนี้ใครกันพี่พา สงสัยจะเป็นหนุ่มนอก”โยศิตาเดินเข้ามา อาเกลได้แต่ยืนยิ้มให้ “เอหน้าแบบนี้ ดวงตาแบบนี้ ริมฝีปากแบบนี้...”โยศิตามองหน้าชายหนุ่มพรางพิจารณาอย่างละเอียด 

“พอเลยยัยสิ แกทำหน้าตาน่ากลัวมากนะยะ”พรทิพาว่า 

“ก็หน้ามันคุ้นมากหนิ”โยศิตายังสงสัยต่อ 

“อาเกลให้อภัยยัยแก่ขี้ลืมคนนี้ด้วยนะ มันสมองเริ่มเบลอแล้วล่ะ ฮึๆ”พรทิพาหันไปพูดล้อเล่นกับชายหนุ่ม โยศิตาได้ยินชื่อที่พรทิพาเรียกชายหนุ่มตรงหน้าก็ถึงกับต้องร้องอ๋อทันที 

“ฮึ้ยนี่อาเกลเองหรอเนี่ย โหโตเป็นหนุ่มแล้วแถมหล่อเจ้าเสน่ห์อีกต่างหากแฮะ”โยศิตาชมตามตรง  

“ฮึๆๆไม่ขนาดนั้นหรอกครับ”ชายหนุ่มถ่อมตน 

“เอที่มาวันนี้เนี่ยจะเอาอะไรมาให้ใครจ๊ะ?”โยศิตาแกล้งถามทั้งๆที่รู้คำตอบดี 

“พอๆๆเลิกแกล้งอาเกลได้ละ นู่นแหนะยัยริน่ะกำลังคุยสนุกเลย ขี้โวด้วยนะยัยนี่น่ะ”พรทิพาชี้นิ้วไปยังเด็กสาววัย 17 ปีที่กำลังนั่งคุยเฮฮากับเพื่อนๆที่โต๊ะยาวตัวหนึ่งที่ห่างออกไป 

“ไปซี่ ยื่นของขวัญให้ตอนมันกำลังนั่งเม้าอยู่เลยนะ มันจะได้แปลกใจเล่น”โยศิตาเสริม  

“พี่พาแตงโมของทิที่อยู่ในจานตะกี๊หายไปไหนแล้ว”พรทิพาเอ่ยขึ้นเมื่อเดินกลับมาที่โต๊ะ ก่อนหน้านี้ก็มัวแต่สังเกตการณ์พี่ชายของตนกับอาเกลจึงไม่ทันได้สนใจผลไม้ในจาน

“อื้มพี่ไม่รู้”พฤกษารีบปฏิเสธ 

“เดี๋ยวนะที่หยิบไปตะกี๊แตงโมทิหรอ”พรทิพาพึ่งนึกอะไรออก ก่อนพี่ชายของเธอจะเดินออกไปเขาหยิบแตงโมติดมือไปด้วย 

“อื้มอะไรไม่มี๊”พาทิศตอบขณะยังเคี้ยวแตงโมอยู่ในปาก และในมือข้างหนึ่งก็ยังถือแตงโมอันเดิมที่หยิบไปกินในตอนแรกอยู่

“5 5 5”โยศิตาหัวเราะกับ 2 พี่น้องที่ชอบแกล้งกันก่อนจะหันไปหยิบผลไม้ในจานที่ตนเดินถือมาบ้าง 

“อ่าวเฮ้ย!องุ่น สัปปะรด กับแตงไทยศิหายไปไหนแล้ว”โยศิตาโวยขึ้นบ้างเมื่อเห็นว่าผลไม้ในจานของเธอก็หายไปเหมือนกัน ต้องเป็นตอนยืนคุยกันกับอาเกลตะกี๊แน่ แล้วเธอก็หันไปจ้องพี่ชายตัวแสบเขม็ง 

“เปล่าไม่ใช่ฝีมือพี่”พูดจบพาทิศก็รีบเดินหนีไปทันที 


อาเกลเดินตรงเข้าไปหากลุ่มเด็กสาวที่กำลังนั่งคุยกันอยู่อย่างสนุกสนานที่โต๊ะยาวตัวหนึ่ง สายตาของเขาจ้องไปที่ใบหน้าเด็กสาววัย 17 ปีที่กำลังยิ้มหัวเราะอย่างร่าเริงอยู่กับเพื่อนๆเขาอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นหน้าที่มีความสุขของเธอ 

“เฮ้ผู้ชาย!”เด็กสาวคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้นด้วยสายตาพราวแพรวที่เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีเดินตรงเข้ามา เพื่อนสาวทุกคนได้ยินจึงพากันหันไปมองตามสายตาก่อนจะพากันกรี๊ดกร๊าดขึ้น 

“หล่ออะใครวะ ใครวะ?”เด็กสาวร่างอ้วนหันไปถามเพื่อนๆอย่างสนใจ 

“อุ๊ย! เดินตรงเข้ามาทางนี้ด้วยแก..กรี๊ด”เด็กสาวอีกคนกล่าวพร้อมออกอาการสุดตัว ชายหนุ่มได้แต่ส่งยิ้มทักทายให้พวกเธอก่อนสายตาจะหันไปมองสบตากับเด็กสาวที่เขาต้องการเอาของมาให้ พริสร    

“ริ...”เขาเรียกชื่อเล่นของพริสร 

“กรี๊ดดดด”พวกสาวๆพากันกรี๊ดเมื่อเขาเดินเข้ามาหาพริสรและส่งช่อดอกไม้ช่อใหญ่ให้ 

“ริๆ เขากำลังจะบอกรักแกอ้า”เพื่อนสาวข้างๆบอกด้วยท่าทางเขินเต็มที่ ชายหนุ่มได้ยินสิ่งที่เพื่อนของพริสรพูดก็ถึงกับหน้าแดงออกมา 

“อุ๊ยเขาหน้าแดงแล้ว”ผู้หญิงอีกคนบอกแล้วก็ตามมาด้วยเสียงกรี๊ดกร๊าดที่ดังสนั่น 

“กรี๊ดดดด” 

“พอได้แล้วพวกแกนี้ก็”พริสรหันไปเอะเพื่อนสาวทุกคนก่อนจะหันหน้ามาคุยกับชายหนุ่มนิรนามที่เธอไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ที่เธอรู้คือหน้าของเขาคุ้นมากต่อ 

“เอาของขวัญมาให้ริรึเปล่าคะ?”พริสรถาม 

“ครับ”เขาตอบ 

“ขอบคุณค่ะ”พริสรรับช่อดอกไม้พร้อมของขวัญที่เขาส่งให้มาถือไว้ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องของเพื่อนๆทุกคน 

“กลิ่นตัวห๊อมหอม”เพื่อนสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้นขณะยื่นจมูกเข้าไปสูดกลิ่นน้ำหอมจากตัวอาเกลใกล้ๆ 

“กรี๊ดดด”สาวๆกรี๊ดต่ออาเกลได้แต่ยืนขำกับท่าทางของพวกเพื่อนๆของพริสร 

“เอ่อ แล้วนี่กินอะไรมารึยังคะ?”พริสรถามอย่างสุภาพ 

“ถ้ายังไม่มีโต๊ะนั่งกับพวกเราได้นะค้า”เด็กสาวข้างๆพริสรรีบบอก 

“ยังครับ”เขาตอบ พอสิ้นสุดคำตอบนั้นพวกสาวๆก็รีบเคลียร์ที่เคลียร์ทางให้อาเกลทันทีโดยเลือกที่นั่งให้ข้างๆกับพริสร 

“งั้นเดี๋ยวริไปเอาอาหารมาให้ค่ะ”พูดจบเธอก็ลุกออกไป พอได้ทีเมื่อพริสรเดินออกไปสาวๆทุกคนก็เริ่มรัวคำถามใส่ชายหนุ่มทันที 

“นี้คุณเป็นอะไรกับยัยริของพวกเราหรอคะ?”เด็กสาวคนหนึ่งเปิดฉากขึ้น 

“เอ่อออ..”ชายหนุ่มไม่รู้จะตอบยังไงดี 

“แล้วชื่ออะไรคะ?”เด็กสาวอีกคนถามต่อ 

“ผมชื่ออาเกลครับ”เขาตอบพร้อมยิ้ม พริสรที่พึ่งเดินกลับมาจากไปเอาอาหารมาให้ได้ยินชื่อนั้นก็ถึงกับหัวใจกระตุกก่อนจะจ้องไปยังใบหน้าของชายหนุ่ม ภาพความทรงจำเก่าๆวิ่งกลับเข้ามา 

“อาเกล”พริสรหลุดปากเรียกชื่อ อาเกลได้ยินจึงหันไปมองหน้าเด็กสาวทันที 

“อื้ม พี่เอง”เขาบอกกับพริสร 

“เอ๋ นี้รู้จักกันมาก่อนจริงๆด้วยอะ 2 คนนี้เป็นอะไรกันเอ่ย?”เพื่อนๆสาวตั้งข้อสงสัย 

“คู่มั่น ผมกับริเป็นคู่มั่นกันครับ”อาเกลบอกทุกคน พวกสาวๆได้ยินดังนั้นก็ถึงกับหูผึ่งทันที 

“คู่มั่น!!”สาวๆประสานเสียงกันพูดด้วยความตกใจ 

“มั่นกันตอนไหนคะพวกเราทำไมไม่รู้เรื่องเลย”เด็กสาวผมเปียถามบ้าง แล้วไม่นานเรื่องเล่าในวัยเยาว์ของทั้ง 2 คนก็ถูกเล่าออกมาคร่าวๆ ตอนเขาอายุย่างเข้า 13 ปีเขาได้เจอกับพริสรครั้งแรกเนื่องจากพ่อกับแม่ของเขาพามาเที่ยวที่ไร่แห่งนี้เพื่อมาดูตัวว่าที่คู่มั่นคู่หมาย เพราะทั้งสองคนพ่อแม่คุยกันไว้ตั้งแต่เขายังเล็กมากว่าถ้าครอบครัวฝ่ายพริสรมีลูกสาวอีกคนจะให้มั่นกันตอนโต เมื่อเขาได้เจอกับพริสรที่พึ่งอายุครบ 12 ปีก็ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น เห็นหน้าครั้งแรกก็มีความรู้สึกดีๆให้ แล้วพวกเขาก็ตกลงจะมั่นกันอย่างไม่เป็นทางการก่อนที่เขาจะต้องเดินทางกลับอเมริกา 

“พี่อาเกลเติบโตที่อเมริกา พ่อแม่ของพวกเราคุยกันว่าจะให้ลูกของทั้งสองครอบครัวได้แต่งงานกันก่อนที่ฉันจะเกิด แต่ตอนนั้นยังไม่ได้จริงจังอะไรกันมากหรอก แค่คุยกันไว้ พอพี่อาเกลกับฉันโตขึ้น มีโอกาสพ่อแม่ของพี่อาเกลจึงพามาดูตัว แล้วสุดท้ายจึงมีการมั่นกันด้วยแหวนเพชร”

“แหวนงั้นหรอ ทำไมพวกเราไม่เห็นแกใส่เลย”เด็กสาวร่างอ้วนถามด้วยความสงสัย เพราะเธอไม่เคยเห็นเพื่อนของเธอใส่แหวนที่พริสรพูดถึงเลยซักครั้ง

“ฉันอายเขาน่ะ ไม่อยากให้ใครถามว่าทำไมถึงใส่แหวนที่นิ้วนางด้านซ้าย”

“อ๋อออ”ทุกคนทำหน้ารับรู้และเข้าใจ 

“หืมตอนนี้ก็ผ่านมาตั้งเกือบ 5-6 ปีแล้วนะคะพี่ยังจำยัยริได้อยู่หรอคะเนี่ย?”เด็กสาวอีกคนหนึ่งสงสัย 

“ผมติดตามข่าวริตลอดครับ”เขาตอบพร้อมยิ้มกว้าง 

“น่าอิจฉาจัง”ผู้หญิงอีกคนว่า 

“แต่ริไม่รู้ข่าวเรื่องพี่ซักเรื่องเลยนะ”พริสรเอ่ยขึ้นบ้างแต่ยังไม่ทันได้พูดต่อเสียงของใครคนนึงก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังกลุ่ม 

“โรแมนติกจัง” พวกสาวๆได้ยินดังนั้นจึงพากันหันไปมองยังต้นเสียงก่อนจะเห็นพวกหนุ่มๆมานั่งอยู่กันข้างหลังหมด 

“นี่พวกนายมากันตอนไหนยะ”เด็กสาวผมสั้นถามขึ้น 

“พวกเธอคงจะรู้ตัวหรอกนะก็มัวฟังเรื่องเล่าของพี่อาเกลกันอยู่นี่”เด็กหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยเสริม 

“พี่เป็นผู้ชายที่หน้าตาดีแถมใจของพี่หล่อสุดขั้วเลยครับพี่”เด็กหนุ่มอีกคนเอ่ยขึ้นบ้าง 

“ไม่หรอก”อาเกลพูดอย่างถ่อมตัว 

“ที่มันพูดแบบนี้ก็เพราะคนอย่างตานี่ยังทำไม่ได้เซี่ยวนึงของพี่เลยน่ะสิคะ”เด็กสาวอีกคนว่า 

“อ่าวเฮ้ยพูดงี้ได้ไงวะยัยจุ๊บแจงเคยมาคบกับฉันดูบ้างแล้วหรอไง”เด็กหนุ่มคนเดิมท้วง 

“ใครอยากจะคบกับนายยะ ฝันไปเถอะ”เด็กสาวที่ชื่อ จุ๊บแจง ว่าให้ ทุกคนคุยเล่นกันต่ออีกไม่ถึงนาทีไฟบริเวณลานบ้านก็ดับลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ แล้วเสียงที่คุยกันเจื้อยแจ้วก็เงียบลง 

“เกิดอะไรขึ้น?”พริสรเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มผิดปกติ ทุกสิ่งรอบตัวเธอมีแต่ความมืด เสียงทุกเสียงในบริเวณเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหวีดหวิวและจิ้งหรีดเรไรร้อง 

“ไม่มีอะไรหรอก สงสัยไฟจะขัดข้องล่ะมั้ง เดี๋ยวพี่พาก็ไปแก้ไขให้”ชายหนุ่มข้างๆยื่นมือมาจับมือพริสรไว้อย่างปลอบใจ และไม่กี่นาทีเสียงร้องเพลงจากคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นมาไกลๆแล้วตามด้วยเสียงร้องเพลงของคนที่เหลือที่นั่งรออยู่ในงาน 

“Happy birthday to you  Happy birthday to you..Happy birthday  Happy birthday..Happy birthday to you...”เสียงร้องเพลงHappy birtdayดังขึ้นเป็นจังหวะทำนองที่เบาสบาย เพลงถูกร้องซ้ำไปซ้ำมา 3 ครั้ง พริสรพยายามมองหาที่มาของเสียงร้องที่ดังห่างออกไป แต่ก็ยังไม่เห็นใครจนเพลงเริ่มร้องครั้งที่ 2 ภาพหนึ่งจึงค่อยปรากฏขึ้น เป็นภาพเหล่าเพื่อนๆของเธอและพี่ๆทั้ง 3 คนของเธอกำลังเดินร้องเพลงเข้ามาหาโดยมีโยศิตาเป็นคนถือเค้กก้อนใหญ่ที่ปักเทียนหลากสีไว้เรียบร้อยแล้ว ทุกคนหายไปกันตอนไหน พริสรและพิรัชย์ไม่ทันรู้ตัวเลยจริงๆเพราะทุกคนแบ่งกันทำหน้าที่ เพื่อนกลุ่มหนึ่งจะนั่งคอยอยู่ใกล้ๆทั้ง 2 คนเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตุตอนเพื่อนอีกกลุ่มกำลังเคลื่อนย้ายไปทำตามแผน  กลุ่มคนที่เดินร้องเพลงและนำเค้กมาเดินตรงเข้ามาหาทั้ง 2 คน เพื่อนๆที่อยู่ในงานจึงพาพริสรและพิรัชย์เดินออกมายืนใกล้กัน ทุกคนปรบมือประกอบจังหวะการร้องเพลงจนเพลงถูกร้องครบ 3 ครั้งเค้กก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าของทั้ง 2 คน 

“เป่าเลย เป่าเลย เป่าเลย”เสียงร้องเชียร์ดังมาจากเด็กสาวเด็กหนุ่มทุกคน 

“เดี๋ยวๆพี่ขออวยพรให้พิกับริก่อน..วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 17 ปีของน้องสาวน้องชายทั้ง 2 คนนะ..พี่ก็ขอให้น้องทั้ง 2 ของพี่มีความสุขมากๆกับทุกวันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปค่ะ”พอพรทิพาอวยพรจบทุกคนก็ส่งเสียงเฮปรบไม้ปรบมือให้อย่างยินดี 

“ตาพี่บ้างนะ...พี่ขอให้น้องสาวและน้องชายของพี่สมปรารถนากับทุกสิ่งที่เป็นกุศลและเป็นที่รักของทุกคนตลอดไปจ๋ะ”โยศิตาพูดก่อนจะตามมาด้วยคำพูดของพาทิศ 

“ส่วนพี่...พี่ไม่มีคำอวยพรนะเพราะพี่สาว 2 คนของพวกเธอแย่งพูดไปหมดละ”พาทิศพูดจบทุกคนก็พากันส่งเสียงโห่ให้กับมุกของเขาอีกครั้ง 

“งั้นตาพวกเราบ้างนะ”เสียงพวกเพื่อนสาวของพริสรพูดขึ้นก่อนที่เพื่อนชายและเพื่อนสาวคนอื่นๆจะเดินเข้ามายืนใกล้ๆทั้ง 2 คน 

“พวกเราขอให้พวกเธอ 2 คนมีความสุข พ้นจากสิ่งร้ายทั้งปวง และขอให้พวกเธอเป็นเพื่อนที่น่ารักของพวกเราอย่างนี้ตลอดไป”ทุกคนกล่าวอวยพรพร้อมกันอย่างกับเตรียมตัวกันมาเรียบร้อยแล้ว 

“ขอบคุณนะทุกคน”พริสรบอกด้วยความรู้สึกที่จุกอยู่ในอกไม่ต่างกับพิรัชย์ ถึงจะไม่ได้พูดอะไรแต่ในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความยินดีและขอบคุณ 

“อ้าวๆให้พี่อาเกลอวยพรบ้างสิครับ”เด็กหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้น 

“เอ่อ..พี่อวยพรไม่ค่อยเป็นนะแต่พี่ก็ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายปกป้องคุ้มครองทั้ง 2 คนให้มีความสุขและปลอดภัยครับ”พออาเกลพูดจบทุกคนก็เฮขึ้นอีกครั้งก่อนจะพากันส่งเสียงเชียร์ทั้งสองให้เป่าเค้ก 

“เป่าเลย เป่าเลย เป่าเลย” พริสรเป็นฝ่ายเริ่มก้มเป่าเทียนส่วนหนึ่งก่อนจึงค่อยตามด้วยพิรัชย์ เมื่อเทียนทุกเล่มถูกเป่าดับหมด ทุกคนก็เฮขึ้นอีกครั้งพร้อมกับปรบมือแสดงความยินดี แล้วจู่ๆลำโพงใหญ่ก็มีเสียงเพลงดังขึ้นเป็นจังหวะเต้นสนุกสนาน ทุกคนในงานเริ่มชวนกันออกไปเต้น 
ฟุบ...ตูม! แล้วพุกลุ่มใหญ่ก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะแตกกระจายเป็นสีสันต่างๆ ทุกคนหยุดเต้นก่อนจะแหงนหน้ามองพุหลากสีสันที่ขึ้นกระจายบนท้องฟ้าอย่างตื่นตา 

“ฮิ่วววว”เด็กสาวเด็กหนุ่มส่งเสียงเชียร์เมื่อพุหลายลูกส่องแสงแตกกระจายบนท้องฟ้า เสียงดังตูมตามสนั่นไปทั่วบริเวณ ท้องฟ้าในที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยพุแสงหลากสี ฟุบ...ตูม  ฟุบ...ตูม 

“เฮ้ยๆพวกเรามาเต้นท่ามกลางพุกันดีกว่า”เสียงร้องชวนมาจากหนุ่มหล่อหน้าใสประจำกลุ่ม ฟุบ...ตูม! เสียงพุยังดังประกอบจังหวะดนตรีอยู่ตลอดเวลาทุกคนพากันเต้นอย่างสนุกสนาน

ขอยอดเม้นท์ ยอดรัก ให้Writerด้วยนะค้า นักเขียนฝึกหัดค่า ยินดีรับทุกคำติชมเลย แล้วเจอกันในเรื่องต่อๆไปน้า ^^     

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Khrongjai mettpiroon จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น