ลูกชาย ข้าคือแม่ของเจ้านะ

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 การผจญภัยของจิ่นฮองเฮา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    12 ม.ค. 63

บทที่ 2 การผจญภัยของจิ่นฮองเฮา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ยุทธภพ

“เรียนคุณหนู...ข้าน้อยยกสำรับมาให้ขอรับ”

“ขอบคุณ”

ณ ตอนนี้ก็ผ่านมาได้หลายสัปดาห์แล้วที่ข้ามาอยู่ที่โรงเตี้ยมแห่งนี้

“เสี่ยวเสี่ยว….ทำไมวันนี้ดูวุ่นวายแปลกๆ??”ข้าถามเสี่ยวเอ้อที่ข้ามารู้ชื่อว่าเสี่ยวๆ

“วันนี้ท่านแม่ทัพไร้พ่าย หยาง เทียนหลงหรืออีกนามคือท่านอ๋องศิลาเย็นกับท่านมหาราชครู หยาง เฟยหลงหรือท่านอ๋องร้อยเล่ห์กลับมาจากศึกขอรับ”

เสี่ยวๆบอกข้าซึ่งตอนนี้ข้าถึงกับ งง กับแซ่ของลูกเลี้ยงข้า

“ไยองค์ชายทั้ง2ถึงได้ใช้แซ่หยาง แต่มิใช่แซ่หมิงขององค์ฮองเต้??”ข้าถามอย่างสงสัย หรือว่า!! อดีตสามีฉันไม่ยอมรับลูกของฉัน เอ๋แต่เป็นไปไม่ได้ก็น้องสาวสี่จากที่สืบมาก็เป็นที่โปรดปรานไหนจะองค์ชายทั้งสองก็มีความสามารถนี้น่า แต่ข้าก็สงสัยตั้งแต่ตำแหน่งของฮองเฮาว่างแล้วละ

“อ….องค์ชายทั้งสองนั้นเป็นที่โปรดปราณขอรับ แถมองค์ชายเทียนหลงคือว่าที่องค์ไท่จือเพราะคนน้องมิต้องการ...แต่ที่ใช้แซ่หยางเพราะไว้อาลัยให้แด่พระมารดาเลี้ยงขอรับ!!”เสี่ยวๆตอบข้าอย่างตกใจกลัว อุ้ย! สงสัยข้าขึ้นเสียงไป

“งั้นหรือ...”ข้ากล่าวพร้อมกับไล่เสี่ยวๆออกไปจากนั้นค่อยๆลุกขึ้นวันนี้ข้าใส่ชุดสีฟ้า...อือ...อธิบายไม่ถูกเมือชาติก่อนข้าเป็นสาววัยรุ่นติดเกมมีเกมๆหนึ่งชุดสวยมากๆข้าเลยจิตนาการแล้วเสกออกมาใส่หีบแล้วเอามาใส่...

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ชุดMiracle Nikki

<ชุดที่นางเอกใส่>

            วันนี้ข้าไม่ใส่ผ้าแพร่หรือหน้ากาก ข้าทำใจให้สงบแล้วเชิดหน้าขึ้นทำตัวดุจดั่งเหมือนตอนที่ข้าเป็นฮองเฮา ถึงแม้ใจจะตื่นเต้นเพียงใบแต่ใบหน้าของข้าเรียบนิ่ง อ่า--- ข้าคิดถึงสมัยข้ายังเป็นจิ่นฮองเฮาอยู่เลย ข้ามั้งจะยิ้มไม่ก็อยู่นิ่งๆจนอาเทียนชอบถามว่าทำไมข้าถึงหน้านิ่งตอนอยู่กับนางสนมด้วยเพราะเขาชอบตอนที่ข้ายิ้มมากกว่า 

คิกๆ ลูกข้าชั่งน่ารัก… อ่า อาเทียน อาหลง

ข้าก้าวเดินอย่างมั่นคงออกไปยังระเบียงที่โรงเตียมจัดให้ วันนี้คือตอนเช้ามืดทำให้ยังมิร้อนเกิดไปลมที่พัดพาเอากลีบดอกไม้นานาพันธุ์จากที่ใดที่หนึ่งเพราะว่าทั้งเมืองต่างตกแต่งไปด้วยกลีบดอกไม้และดอกไม้เพื่อฉลองให้กับชัยชนะของแคว้น...

ณ ระเบียง

    ปรากฎโฉมงามล้มฟ้าทลายดินงามล่ำงามเหนื้อ3ภพทำให้ชาวบ้านมิว่าเป็นลูกเล็กเด็กแดงต่างเงียบกริบ ส่วนทางด้านหนึ่งแม่ทัพหนึ่งราชครูต่างมองไปยังสายตาของชาวบ้านทั้งหลาย ทำให้เห็นใบหน้างดงามของดรุณีนางหนึ่งบนโรงเตียมนางถือตระกร้าพร้อมกับโปรยกลีบดอกไม้สีขาวนวล กลิ่นบุปผาที่ลอยมาตามแรงลมทำให้ชาวบ้านต่างสูดดมกันอย่างลืมตัวอย่างลืมตัวรวมถึงสององค์ชายด้วย

“ท่านแม่ข้าชอบกลิ่นตัวท่านนัก เป็นบุปผาชนิดใดหรือขอรับ?”เด็กชายตัวน้อยผู้มีใบหน้าน่ารักน่าหยิกฝาแฝดคนน้องผู้ได้ความงามมาจากมารดาเสียส่วนใหญ่มีนามว่าเฟยหลงกล่าว

“นั้นสิขอรับท่านแม่??”ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาตั้งแต่เด็กมีนามว่าเทียนหลงกล่าว

“กลิ่นนี้หาใช่บุปผาใดทั่วทั้ง3ภพนี้มารดามีเพียงผู้เดียว”หญิงผู้ขึ้นชื่อมารดาแห่งแผ่นดินหญิงงามผู้เป็นดั่งรักแรกและรักสุดท้ายของพวกเขากล่าว

“งั้นเวลาท่านแม่สิ้น...ท่าแม่เกิดใหม่ท่านแม่ก็มีกลิ่นเช่นนี้ใช่ไหมขอรับ??”เด็กชายคนโตถามพร้อมกับดวงตาใสกระจางของแฝดคนน้องมองมายังหญิงสาว

“ใช่จ้ะ! ถูกต้องๆ...ลูกใครเนี้ยยย...ฟอดๆ”หญิงสาวหอมแก้มเด็กน้อยทั้งสอง

“คิกๆ งั้นถ้าท่านแม่เกิดใหม่ข้าจะไปขอท่านแม่มาเป็นชายาเอกข้าจะไม่ทำให้ท่านแม่เสียใจเหมือนท่านพ่อน่ะขอรับ”เด็กชายหน้าสวยกล่าว

“ได้ไงละน้องเฟย!...ท่านแม่เอาข้าดีกว่าขอรับ!...น้องเฟยหน้าตาเหมือนอิสตรีจะตายข้าหล่อเหลากว่า”ชายหนุ่มผู้เป็นพี่ชายยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิ

“ได้ไงละพี่เทียน!!”

“คิกๆ งั้นมารดาจะแต่งให้กับเจ้าทั้งสองดีหรือไม่??”

“ดียิ่งขอรับ!!X2”

“คิกๆ”

เสียงหัวเราะของนางยังคงก้องอยู่ภายในหัวใจของสองพี่น้องตนเฝ้าตามหานางให้ดวงใจพร้อมกับพยามแข็งแกร่งขึ้นปฎิเสธรับสนมหรือการแต่งงานเชื้อมสัมพันธ์ที่บิดาพยามยัดเยียดให้กับตน พวกตนต่างรอคอยตามหาหญิงสาวผู้มีกลิ่นเดียวกับมารดาจนกระในวันนี้วันที่พวกตนสองพี่น้องกลับมาจากสงครามและเป็นวันครบรอบวันตายของมารดาเลี้ยงของตน

“แล้วท่านแม่...ถ้าท่านตายไปข้าจะรู้เช่นไรว่าเป็นท่านนอกจากกลิ่นขอรับ”

“นั้นสิๆขอรับ”

“มารดาเจ้าจะ---”

ยังมิทันได้นึกย้อนคสามทรงจำในวัยเยาว์เพียงแค่พริบตาเดียวที่กลีบดอกไม้ขาวปิดบังดวงตา ร่างสาวงามก็หายไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นไออันน่าจดจำเอาไว้...

“พวกเจ้าไปสืบเรื่องอิสตรีนางนั้นมาให้ข้า….ภายใน1วันข้าต้องรู้ทุกสิ่ง”

“ขอรับ!!”

“พี่ใหญ่….ข้าว่าอาจะเป็นนาง”

“ข้าก็หวังว่าเป็นเช่นนั้น...ย้า!!”

  สององค์ชายรีบชักม้าไปยังเมืองหลวงเพื่อจะไปรายงานเกี่ยวกับสงครามแล้วไปสัการะมารดาที่รักยิ่งของพวกตนหลังจากเสร็จสิ้นสงครามของแคว้นเยว่ที่แข็งข้อมาแรมปี…

ณ ภายในท้องพระโรง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ห้องทรงพระอักษร

อันเป็นที่ว่าราชการของฮองเต้….

“องค์ชายใหญ่….องค์ชายรอง….เสร็จจจจ!!”

เสียงแหลมสูงของขันทีหน้าประตูกล่าวขึ้นก่อนที่จะปรากฎร่างของบรุษรูปงามสองคนเข้ามาคุกเข่าพร้อมถวายคำรายงาน…

“ดี!! ประทานขึ้นยศองค์ชายใหญ่เป็นจอมทัพพิทักษ์4ทิศ!! ส่วนองค์ชายรองขึ้นยศเป็นชิงอ๋องผู้เป็นรองเพียงฮองเต้!!,,,จบการประชุมได้!!”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอให้พระองค์อายุยืนนาน...หมื่นปีหมื่นๆปีX2

“น้อมส่งเสร็จ….”

ทันทีที่ลับร่างโอรสสวรรค์เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างออกไปกันหมดเหลือเพียง2พี่น้องที่ยังคงอยู่ในท้องพระโรง

ก่อนที่จะปรากฎขันทีประจำพระองค์ของฮองเต้พร้อมกับสารนัดพบ2พี่น้องไปยังห้องทรงพระอักษร…

ณ ห้องทรงพระอักษร

         ปรากฎสององค์ชายผู้กำลังจิบชาอย่างสบายอารมพร้อมทั้งฮองเต้ที่นั่งอ่านกีฎาอยู่… ชั่งเป็นภาพที่ขัดตายิ่ง

“อาเทียน…ต่อจากนี้เจ้าจะไปไหว้หลุมศพเจิ่นฮองเฮาใช่หรือไม่?”

ชายวัย50แต่ใบหน้ายัง29อยู่ซึ่งลำบากเหล่านางสนมที่แข่งขันกันให้หน้าเยาว์วัยเพื่อฝ่าบาทมาสนใจพร้อมกับหวังบัลลังหงษ์ ซึ่งกำลังกล่าวถามมายังลูกรักทั้งสองซึ่งตั้งแต่ฮองเฮาตายไป คนพี่ก็พูดน้อย คนน้องก็เจ้าเล่ห์ขึ้น ขนาดมารดาที่แท้จริงยังไม่เห็นหัวขนาดแม่ตัวเองโดนยาพิษตายก็ไม่เสียน้ำตาพอตนถามทั้งสองศรีพี่น้องต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า… 

“ซูเฟย(มารดาเเท้)ผู้นี้เป็นเพียงแค่ผู้ให้กำเนิดเห็นเพียงพวกข้าคือเครื่องมือมิเคยให้ความรักความดูแลเหมือนกับมารดา ผู้ที่เป็นมารดาของข้ามีเพียงเจิ่นฮองเฮาเพียงเท่านั้น” แถมพร้อมกับสายตาเย็นชาและเดินออกจากพิธีไป….นั้นคือคำพูดที่ยาวที่สุดในรอบ17ปีของเด็กหนุ่มสองคนนี้ก็ได้ จากวันนั้นก็ผ่านมา 15 ปีแล้วกระมั้ง

“....” 

“ขอรับ”

  คนพี่ไม่ตอบแต่พยักหน้าคนน้องตอบแต่มือยังไปละจากกระดานหมากที่โผล่ออกมาจากไหนไม่รู้อยู่

ฟุบ!!

“ว่ามา...”

ไม่ทันที่องค์รักษ์เงาจะกล่าวทำความเคารพ ก็ถูกทักเสียก่อน

“เรียนนายท่าน!! นางคือแขกผู้เข้ามาพักในโรงเตียมแห่งนั้นแล้วก็----”

“นางเป็นใครเจ้าไม่รู้งั้นหรอ??”

“ขอรับ!! หอปักษาหน่วยข่าวกรองก็ช่วยตามหานางสืบข่าวแต่ไม่มีใครทราบขอรับ!! รู้เพียงแต่ว่านางมีกลิ่นไอที่หอมราวกับบุปผาแต่มิรู้ว่าบุปผาชนิดใด ผู้คนต่างตั้งฉายานางว่า บุปผาสวรรค์ ไม่ก็ สาวงาม3ภพขอรับ!!”

“ไปได้...”

“ขอรับ!!”

ทันทีที่กล่าวจบร่างองค์เงาก็หายไป เหลือไวเพียงข้อมูลของสาวงามลึกลับ…

“สาวงามนางนั้นเป็นใครกันที่ทำให้ท่านจอมทัพศิลากับอ๋องผู้มากเล่ห์ต่างเป็นเดือดเป็นร้อน”

“พระองค์ไม่จำเป็นต้องรู้...”

“ลาพ่ะย่ะค่ะ”

ทันทีที่สองพี่น้องกล่าวจบร่างทั้งสองต่างเลือนหายไปราวกับภูติผี

“เจิ่นเอ๋อร์เจ้าดูสิ….ตั้งแต่ที่เจ้าจากไปลูกรักของเจ้าทั้งสองก็กลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว….เห็นข้าเป็นนายเหนือหัวมิใช่บิดา….เมื่อใดหน่อ ข้าจะได้ไปพบเจ้า….ข้าขอโทษ”

ชายชรา(?)กล่าวพร้อมกับลูบปิ่นปักผมเรียบๆที่ทำมาจากหยกขาวที่แกะสลักเป็นมังกรกอดรัดตะวัดดอกเหมย ซึ่งในวันเกิดเหตุเป็นวันคล้ายวันเกิดของพระองค์ ฮองเฮาได้แกะสลักมันด้วยตัวเอง...เขาได้เสียบุคคลที่สำคัญไป...ได้เสียดวงใจไปนิรัน….มังกรที่นางแกะอย่างประณีดและสวยงามแลกกับบาดแผลที่นิ้วมืองาม เขาลูบดอกเหมยที่แกะยังไม่เสร็จเบามือ….ดอกเหมยที่เขาผู้นี้เคยหลงไหล….ใครจะรู้ว่ามันคือพิษร้ายที่พรากเอาดวงใจเขาไป…

“ฝ่าบาทท่านชอบเหมยเอ๋อร์ใช่หรือไม่?”สตรีผู้เป็นพระชายาเอกขององค์ชายสี่ผู้ไม่มีใครสนใจถามมายังสามีของตนที่ยังคงเป็นเพียงองค์ชายไร้ซึ่งอำนาจ

“ข้า….”

“ท่านคงเสียใจใช่หรือไม่? ที่ขอน้องสาวกับมาได้พี่สาวที่เกิดมาจากฮูหยินรองมิใช่ฮูหยินใหญ่เช่นข้า? ไร้ซึ่งฐานอำนาจ ……...และไร้ซึ่งความรักจากท่าน

             ข้ายังจำได้ดีใบหน้าที่งดงามถามข้าในคืนเข้าหอ...นางถึงไม่ใช่คนที่ข้ารัก แต่นางกับทำหน้าที่ภรรยาที่ดีนางมีความสามารถมากมายจากที่ข้าไม่มีอำนาจเริ่มมีสิทธิในบัลลังจนได้กลายเป็นฮองเต้…. ถึงตอนนั้นนางก็ยังคงเป็นภรรยาที่ดีดูแลสนมทุกคนไม่ให้ข้าต้องกังวลจนกระทังสตรีที่ข้ารักนางเข้ามา ข้าเริ่มถอยห่างยอมปิดหูปิดตา จนกระทั่งเสียนางไป….ผู้อยู่เบื้องหลังคือสตรีที่ข้ารัก แต่ไม่เจ็บใจเท่านางสวมเขาให้ข้าขันทีที่ข้างกายนางมิได้จับตอน ลูกของข้าที่ข้ารักยิ่งจากนางอันเป็นที่รักมิใช่ลูกของข้า...แผนชั่วร้ายนับแรมปีถูกเปิดโปงโดยลูกชายผู้ที่ข้ามิเคยสนใจ ตั้งแต่นั้นมาข้าเสียใจและคอยชดใช้ให้กับลูกชายทั้งสองของสตรีอันเป็นที่รักยิ่งของนาง ข้ารู้ที่นางมิอาจตั้งครรภ์ได้เพราะข้าให้ยาห้ามครรภ์นางตลอดและข้ายิ่งรู้สึกผิดเมื่อลูกชายทั้งสองต่างบอกข้าว่านางโดนอะไรบ้างและนางก็รู้นางมิสามารถตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่เป็นพระชายาเอกเพราะมีหมอเทวาดามาบอกนาง….ซึ่งตอนนั้นนางก็เริ่มกินยาข้าตลอด6ปีก่อนเจอหมอเทวดา แต่นางกับไม่เคียดแค้นข้านางกับแย้มย้มต้อนรับข้าอย่างอบอุ่นเช่นเดิม ส่งขนมมาเช่นเดิม...งามบางงานเช่นซักผ้านางกับทำไม่เคยขาดถึงแม้นจะเป็นฮองเฮา...กลิ่นกายของนางยังติดตรึงเสื้อผ้าที่นางซักจนกระทั่งนางตายไปข้าถึงรู้ว่านาง...นางคือคนทำทั้งหมด…มิใช่เหมยกุ้ยเฟย สตรีที่ข้ารักยิ่ง

“เจิ่นเอ๋อร์…..ข้าขอโทษ”

 “ฝ่าบาท...ถึงแม้พระองค์ไม่ได้เป็นฮองเต้ จะเป็นขอทานหรืออะไรข้าก็ยังรักพระองค์เสมอ….เพค่ะ”

ดอกเหมยถูกแทนที่ด้วยหงษ์….หงษ์น้อยที่ถูกหลงลืม…..ด้วยฝีมือของฮองเต้...พระองค์ทำได้เพียงแค่จัดงานครบรอบวันตายให้นางอันเป็นที่รักด้วยการจัดงานระบำวิหคที่ทุกๆปีจะมีมงกุฏหงษ์วิเศษที่เคยเลืองแสงครั้งสุดท้ายคือเจิ่นฮองเฮาตำนานเล่าว่ามงกุฎหงษ์จะเลือกเจ้านายผู้เป็นว่าที่จักพรรดินีและองค์มหามารดาแห่งแผ่นดินเท่านั้นเป็นการเลือกสาวงามผู้เพียบพร้อม… และมีอีกตำนานคือฮองเฮาทุกพระองค์จะได้รับชีวิตใหม่ครั้งที่สอง….นั้นคือเหตุผลที่พระองค์ยังรอคอย….นางอันเป็นที่รัก

……===……………………………………===========……..……------------…………………----------------------……..………………

โถ่ๆ ฮองเต้….สมหน้าหน้าหรือจะสงสารดีเนี้ย!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #12 อันเอ๋อร์ (@mintbin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 20:44
    อยากอ่านต่อแล้วว
    #12
    0
  2. #11 beniyuki (@loveblackdevil) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:38
    เรือบาปจงเจริญ!!

    แค๊กๆ
    #11
    0
  3. #10 Dragon lord (@0933733709momomo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 11:49
    โถ่~~น่าสนใจมากแต่อาจจะไม่มาต่อเหมือนหลายๆเรื่อง.

    มั้ง ยังหวังอยู่
    #10
    0
  4. #9 Aum (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 20:34

    เห็นอย่างก็สะใจดีนะ แต่ก็อดสงสารไม่ได้ เอาฮ่องเต้ไปอยู่ในฮาเร็มอีกคนได้มั้ยคะ ไหนๆหน้าก็ยังไม่แก่ ยังหล่ออยู่

    #9
    0
  5. #8 Dragon lord (@0933733709momomo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 16:52
    ชอบบบบบบบบบ
    #8
    0
  6. #7 PuLuksame (@PuLuksame) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 14:50
    เราชอบนะ....ต่อให้เป็นเรือบาปเราก็ชอบ
    #7
    0