ชิ้นส่วนรัก (missing piece)

ตอนที่ 2 : ตอนที่1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    21 ก.ย. 63

ชิ้นส่วนรัก (missing piece)

ตอนที่1

 

 

 

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานไม่เคยลบออกไปจากหัวผมได้เลย แน่นอนว่ามันคงไม่ง่ายที่จะลบออกไป ไม่ใช่ว่าเพราะผมเป็นคนดีขนาดที่ต้องร้องขอให้โยธามันต้องให้ผมรับผิดชอบตัวมันแต่เพราะอะไรบางอย่างที่แปลกไปจากนั้น อย่างเช่นมันที่ยังทำตัวปกติกับผมเหมือนเดิมทั้งที่เราเพิ่งจะ....ก็นั่นแหละเว้นไว้ในฐานที่ทุกคนเข้าใจ

 

ผมรู้สึกกระอักกระอวนและประดักประเดิดทุกครั้งที่ต้องเจอมัน เป็นความรู้สึกที่ว่ากูเอามันแล้วแต่ต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม่งยากมากเลยว่ะครับ

 

วันไนท์แสตนด์ก็ใช่ว่าจะไม่เคยมีแต่ทุกครั้งและทุกคนที่ผ่านมาผมรู้ตัวตลอดไงแต่กับมันไม่ใช่ แถมโยธายังเป็นเด็กที่ร้านอีก คิดแล้วก็ปวดหัว เห็นหน้ามันก็ปวดหัวแถมยังต้องมาเจอไอ้ทาวน์เวลานี้ผมก็แทบอยากจะเป็นบ้าให้รู้แล้วรู้รอด

 

“เฮียทำไมหน้าเครียดวะ ใครหักอกมาป่ะเนี่ย”

 

“มึงดูหน้ากู” ผมชี้นิ้วให้ไอ้ทาวน์มันดู แต่มันก็ยังทำหน้าหมางงให้ผมได้ถอนหายใจเล่นๆ

 

ลืมไปว่าแฟนไอ้คินมันคิดอะไรแค่ชั้นเดียว มันก็เลยไม่เข้าใจว่าผมต้องการสื่ออะไร

 

“ทำไมอ่ะ ให้ดูสิวเหรอ?”

 

“ช่างมันเถอะ” ผมบอกปัดๆแต่ไอ้ทาวน์ก็จ้องหน้าผมไม่เลิก

 

“โดนหักอกชัวร์ๆ”

 

“พูดเหมือนมึงเคยโดน”

 

“ผมเนี่ยนะ อ่ะโธ่ก็คือไม่ค่อยอยากจะพูดเท่าไหร่” มันกระแอมเบาๆสองครั้ง นี่ขนาดไม่ค่อยอยากพูดยังเคลียร์คอรอแล้ว

 

“กูก็ไม่อยากฟังสักเท่าไหร่”

 

“โหเฮีย ถ้าเฮียใจเย็นๆแล้วฟังผมสักหน่อย”

 

“นิดเดียว”

 

“จะฟังนิดเดียวเหรอครับ?”

 

“ถ้าอีกนิดเดียวไม่ไปทำงานกูจะฟ้องไอ้คินว่ามึงแอบส่องสาวในร้านกู”

 

“เฮ้ยๆ ก็ไม่เห็นต้องขู่กันเลยอ่ะครับพี่” มันว่าพลางยิ้มแห้งใส่ก่อนจะปลีกตัวไปทำงานของมันอย่างรวดเร็ว

 

ผมส่ายหน้าตามหลังมันเบาๆ ถ้าไม่มีไอ้ทาวน์ป่านนี้ผมคงคิดไปไกลเกินที่จะกู่กลับ ดีที่ยังคงมีคนคอยป่วนประสาทให้คิดอะไรบ้าๆบอๆตามอยู่ 

 

“พี่เตอร์ครับ”

 

เลิกคิดเรื่องมันได้ไม่ทันไรไอ้เจ้าของเรื่องก็เดินมาหาผมถึงที่ ผมที่กำลังเช็คเงินหน้าเคาน์เตอร์จำต้องเงยหน้าไปมอง พยายามวางมาดแบบคนที่ไม่ได้มีเรื่องอะไรให้คิดก่อนจะเอ่ยถามมันกลับไป

 

“มีอะไร?”

 

“คนส่งน้ำมาถึงแล้วครับ จะให้เขาขนเข้ามาเลยไหมครับ”

 

“อืม บอกเขาเอาเข้ามาได้เลย”

 

“ครับ”

 

มันรับคำสั่งแล้วหันหลังเดินออกจากร้านไป ส่วนผมก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกโตและเสียงดังพอที่จะทำให้คนหูดีอย่างไอ้ทาวน์ได้ยิน

 

“ถอนหายใจอะไรขนาดนั้นครับเฮีย”

 

“ยุ่งจริงๆเลยมึง”

 

“ปัดโธ่ คนเขาก็เป็นห่วง”

 

ผมยกมือขึ้นมานวดขมับตัวเอง วันนี้แม่งวันปวดหัวแห่งชาติหรือไงทำไมมีแต่เรื่องให้ปวดหัวไม่หยุดไม่หย่อนเลย

 

 

 

ช่วงเวลาสองทุ่มคือเวลาที่คนเข้าร้านเยอะที่สุด ผมแทบไม่มีเวลาว่างมานั่งคิดอะไรเหมือนตอนเย็นที่เอาแต่ฟุ้งซ่านแล้ว ออเดอร์เยอะจนลืมเรื่องปวดหัวต่างๆนาๆได้เลย ทว่าพอถึงตอนปิดร้านผมก็ต้องกลับมาปวดหัวอีกครั้ง

 

“เฮียผมกลับแล้วนะพี่คินมารอแล้วอ่ะ”

 

“เออไปเถอะ”

 

“หวัดดีคร้าบบบ” ทาวน์มันยกมือไหว้ก่อนจะโบกมือให้โยธา “ไปนะโย กลับดีๆล่ะ”

 

“สวัสดีครับพี่ทาวน์”

 

ทาวน์ยิ้มแฉ่งให้พวกผมสองคนอีกครั้งก่อนจะเกิดประตูร้านออกไป ทำให้ตอนนี้ภายในร้านมีเพียงแค่ผมกับโยธาสองคนเท่านั้น พอไม่มีไอ้ทาวน์แล้วร้านดูอึดอัดขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด

 

“ผมเอาผ้าไปซักให้ครับ” โยธาเดินเข้ามาหาผมที่กำลังจะเอาผ้าเช็ดโต๊ะไปซักตากไว้หลังร้าน

 

“ไม่เป็นไร”

 

ผมปฏิเสธก่อนจะเดินไปหลังร้านไม่ได้มองว่าตอนนี้มันกำลังทำหน้ายังไง คือจริงๆแล้วปกติก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องนั้นขึ้นผมก็ให้มันซักผ้าเช็ดโต๊ะเกือบทุกครั้งแต่ทว่าครั้งนี้ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะปฏิเสธมันทำไม

 

“พี่ยังคิดมากเรื่องเมื่อวานอยู่เหรอครับ”

 

ผมหันไปหาคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง มุมปากมันมีรอยยิ้มอ่อนๆส่งมาให้ จากนั้นมันก็เดินมายืนข้างๆผมที่กำลังซักผ้าเช็ดโต๊ะอยู่

 

“เปล่า”

 

“แต่พี่ทำตัวไม่เหมือนเดิมกับผม พี่รู้ตัวไหมครับ”

 

“กูปกติ”

 

“ถ้าพี่ยังเป็นแบบนี้คนอื่นเขาจะรู้นะครับ”

 

ผมเงียบไปไม่ต่อบทสนทนาซึ่งโยธามันก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรผม ก็แค่ยืนอยู่ข้างๆมองผมซักผ้านั่นจนสะอาดแล้วมันก็แย่งผ้าที่ผมซักไปจากมือของผม

 

“ไอ้โย”

 

“ผมตากให้”

 

ผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย มันทำยังไงให้ไม่ต้องคิดเรื่องที่เกิดขึ้นนั่นวะ

 

“มึงแน่ใจเหรอว่ามึงไม่ได้คิดอะไรจริงๆ” ผมหรี่ตามองคนที่ตากผ้าเช็ดโต๊ะเสร็จแล้วหันหน้ากลับมาหาผมอีกครั้ง สองขาผมค่อยๆย่างไปหามันช้าๆในขณะที่มันก็ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่มีแม้แต่ความสั่นไหวใดๆปรากฏขึ้นให้ผมเห็นเลย

 

“ครับ”

 

จนปลายเท้าของเราชนกันและผมก็ยื่นมือไปโอบรอบเอวดึงมันให้เข้ามาหาโยธาก็ยังคงนิ่งตามแบบฉบับของมันเหมือนเดิม

 

เราสองคนจ้องตากันอยู่แบบนั้น จมูกชนกันและลมหายใจที่รินรดกันมันทำให้ผมอยากจะยอมแพ้แล้วปล่อยให้มันเป็นอิสระแต่ความอยากเอาชนะบางอย่างทำให้ผมไม่ยอมทำเช่นนั้น ผมอยากเห็นว่ามันก็คิดมากกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เหมือนกัน ไม่ใช่มีแค่ผมคนเดียวที่เป็นบ้าเป็นบอ

 

จนแล้วจนรอดผมก็ไม่เห็นปฏิกิริยาใดๆจากคนตรงหน้า

 

โอเควะ กูบ้าคนเดียวเองนั่นแหละ

 

“กลับไปได้แล้ว ดึกแล้วมันอันตราย”

 

“ครับ”

 

มันรับคำอย่างง่ายดายและผมก็ปล่อยให้มันเป็นอิสระ ตอนที่ประตูหลังร้านปิดลงผมก็เอาแต่ทึ้งหัวตัวเองอย่างบ้าคลั่ง

 

นี่ผมเป็นอะไรวะทำไมถึงไม่สามารถสลัดเรื่องที่เกิดขึ้นออกจากหัวได้เลย

 

 

 

 

ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์ก็ยังไม่มีอะไรปกติ คิดว่าหลังจากนี้คงไม่สามารถทำให้อะไรปกติได้เลย ลึกๆแล้วผมอาจจะรู้สึกผิดที่ทำกับโยธาแบบนั้นเลยทำให้เรื่องนี้ไม่ออกจากหัวผมสักที

 

ผมอยากขอโทษมันแต่แน่นอนว่ามันก็คงจะถามว่าผมขอโทษมันทำไมในเมื่อเราสองคนก็เต็มใจด้วยกันทั้งคู่ คือผมก็ไม่รู้ว่ามันเต็มใจจริงๆหรือมันแค่พูดให้ผมสบายใจ ผมว่าบางทีที่มันบอกว่าไม่เป็นอะไรก็เพราะผมเป็นเจ้านายมัน

 

โยธาอาจจะกลัวว่าผมจะไล่มันออกก็ได้มันเลยทำตัวตามปกติ พยายามทำทุกอย่างให้เหมือนเดิมทั้งที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิมด้วยซ้ำ

 

ขนาดไอ้ทาวน์ที่คิดอะไรชั้นเดียวมันยังมาถามผมเลยว่าผมกับโยธามีปัญหาอะไรกัน

 

ถึงขั้นที่ทาวน์มันยังรู้แล้วคิดเหรอครับว่าโยธามันจะไม่รู้ตัว...ไม่มีทางหรอก

 

“มึงผลัดมากี่ครั้งแล้ว ถ้าคราวนี้ไม่จ่ายก็อย่าหวังว่าจะรอดไปได้แบบปกติเลย!”

 

“ผมไม่มีจริงๆพี่ เดี๋ยวผมจะรีบหาให้ครับ”

 

“คราวก่อนก็บอกพวกกูแบบนี้ มึงคิดเหรอว่าพวกกูจะโง่ปล่อยมึงไปอีกรอบน่ะห้ะ!”

 

“จริงๆนะพี่ ผมกำลังหาอยู่ตอนนี้เงินเดือนผมยังไม่ออกเลยครับ”

 

“พี่ไม่ต้องฟังมันแล้ว จัดการมันเลยแล้วกัน”

 

“พวกมึงจับมันไว้!”

 

ผมขมวดคิ้วกับบทสนทนาที่บังเอิญได้ยินตรงซอยเล็กๆแคบๆที่กำลังจะเดินผ่าน สะดุดตรงเสียงของผู้ชายคนหนึ่งในบทสนทนานั้นจนต้องหยุดเดินแล้วไปหาที่แอบเพื่อดูว่าจะใช่คนที่ผมคิดหรือเปล่า

 

ตาของผมเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าของโยธาที่มีรอยฟกช้ำที่แก้มและตรงมุมปาก ผมหันรีหันขวางเพื่อหาคนช่วยแต่ทว่าไม่มีแม้แต่เงาผู้คนแถวๆนี้เลย

 

เห็นท่าเริ่มจะไม่ดีผมก็พุ่งตัวไปอย่างไม่ทันคิดว่าอาจจะทำให้ตัวเองเดือดร้อนได้ ใครมันจะทนเห็นคนอื่นโดนทำร้ายไหววะ ถ้าไอ้คนที่โดนทำร้ายไม่ใช่โยธาแต่เป็นคนอื่นผมก็เข้าไปช่วยอยู่ดี

 

“เฮ้ย!”

 

ไอ้ตัวหัวหน้าที่กำลังง้างมือจะต่อยโยธาซ้ำอีกครั้งหันหน้ามาทางผม แววตามันจ้องผมเขม็งใบหน้าดูน่ากลัวและลูกน้องของมันอีกสองคนก็จ้องผมเขม็งไม่ต่างกัน

 

ผมฮึดสู้ทำใจดีสู้เสือ กำหมัดไว้แน่น

 

“มึงเป็นใครวะ!”

 

“ปล่อยเด็กมาให้กู”

 

“เหอะ! ตลกเหรอทำไมกูต้องปล่อยไอ้เด็กนี่ให้มึง”

 

“ถ้ามึงไม่ปล่อยกูจะแจ้งตำรวจ”

 

“คิดว่าพวกกูจะกลัวว่างั้น?”

 

มันเลิกคิ้วและทำท่าทางยียวนใส่ผมอย่างไม่เกรงกลัว ผมมองโยธาที่มองตรงมาที่ผม

 

“พี่ไปเถอะ นี่มันไม่ใช่เรื่องของพี่”

 

พอได้ฟังสิ่งที่โยธาพูดก็ยิ่งโมโห ทำท่าจะพุ่งเข้าไปแต่เสียงของโยธาที่เรียกชื่อผมไว้ก็ทำผมหยุดชะงัก พยายามหายใจเข้าออกเพื่อระงับอารมณ์

 

“กูต้องทำยังไงมึงถึงจะปล่อยเด็กมัน”

 

ไอ้เวรนั่นหันไปมองหน้าโยธาก่อนจะหันกลับมามองผมพลางแสยะยิ้มน่ากลัวส่งมาให้

 

“คืนเงินมาให้กู”

 

“เท่าไหร่?”

 

“ห้าหมื่น”

 

ผมพยักหน้า หยิบเช็คที่พกออกมาก่อนจะหยิบปากกาเพื่อเซ็นให้พวกมัน

 

“กูจะแน่ใจได้ยังไงว่าเช็คจะไม่เด้ง” มันมองผมสลับกับเช็คอย่างไม่ไว้ใจ แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่เชื่อได้ยากว่าเช็คนี่จะเป็นเช็คจริง มันคงไม่กล้าเสี่ยง

 

“ถ้ามันเด้งมึงก็กลับมาจัดการกู คงไม่ใช่เรื่องยากหรอกมั้งที่มึงจะหากูเจอ”

 

รอยยิ้มของมันแสยะขึ้นมาอย่างน่ารังเกียจ มือของมันยื่นมารับเช็คของผม มันก้มลงมองตัวเลขในเช็คแล้วเงยหน้าขึ้นมายกยิ้มที่น่ารังเกียจนั่นให้อีกครั้ง

 

“เฮ้ย! ปล่อยมัน” มันหันไปสั่งลูกน้องให้ปล่อยตัวโยธา ผมรีบรับตัวเด็กมันไว้ก่อนที่มันจะทรุดตัวลงไปกองกับพื้น

 

“หวังว่าจะไม่ได้เจอกันอีก” ผมมองตามพวกมันที่เดินออกไปจากตรงนี้ มองจนแน่ใจว่าไปแล้วก็หันมาหาเด็กที่โดนทำร้ายร่างกายอีกครั้ง

 

“เป็นไงบ้าง”

 

“พี่ไม่น่าช่วยผมไว้เลย”

 

ไอ้เด็กนี่มันมีแต่คำพูดที่พูดแล้วทำให้ผมโมโหหรือไงวะ คนช่วยแทนที่จะขอบคุณกลับมาพูดประโยคนี้ออกมาคิดว่าผมจะรู้สึกดีนักเหรอ

 

“เออ ขอโทษแล้วกัน” ผมตอบกลับอยางประชดประชัน “เดินไหวไหมเดี๋ยวกูพาไปโรง’บาล”

 

“ไม่เป็นไรครับ”

 

มันทำท่าจะเอาตัวเองออกไปจากการประคองของผมแต่ผมก็ไม่ยอม จับแขนมันไว้แน่นก่อนจะลากมันไปขึ้นรถผมด้วยกัน

 

“มึงนั่งเงียบๆไป ถ้ายังอยากให้กูทำดีกับมึงอยู่”

 

ผมหันไปบอกโยธาที่ทำท่าจะพูดอะไรก็ตามที่ทำให้ผมโมโหขึ้นมาอีก ดีที่มันยังยอมเชื่อฟังผมอยู่บ้างจึงไม่มีบรรยากาศที่น่าอึดอัดเกิดขึ้นภายในรถของผม

 

 

 

 

ผมพามันกลับมาที่ร้าน จริงๆกะว่าจะไปโรงพยาบาลแต่โยธามันคงไม่ยอมอีกตามเคย ทางเดียวที่มันจะยอมก็คงเป็นที่นี่ ให้ผมทำแผลให้ก็ยังดีกว่าปล่อยมันไปเพราะผมไม่แน่ใจเลยว่ามันจะทำแผลมันเอง

 

“ลงมา” มันยังคงนั่งนิ่ง ไม่ยอมลงตามที่ผมบอก “ถ้ามึงยังนั่งนิ่งแบบนี้อย่าหาว่ากูไม่เตือน”

 

โยธาถอนหายใจ หันมามองหน้าผมที่ยืนค้ำประตูฝั่งมันไว้

 

“พี่ไม่น่าเข้ามายุ่งเลยจริงๆ” สีหน้าของมันดูเป็นกังวลแต่ผมไม่ได้สนใจ ดึงมันออกมาจากรถแล้วลากพาเข้าไปในร้านด้วยกัน

 

“อย่าพูดมากนั่งอยู่ตรงนี้เงียบๆก็พอ”

 

ผมขึ้นไปเอากล่องยาด้านบนชั้นสองซึ่งเป็นส่วนที่ไว้พักเวลาที่ผมขี้เกียจกลับคอนโดตัวเอง มีเตียงนอนผ้าห่มและหมอน ของใช้ต่างๆครบพร้อมอยู่มากทว่าไม่ค่อยได้อยู่เท่าไหร่

 

ลงมาอีกทีก็เห็นโยธานั่งอยู่ที่เดิมตามที่ผมสั่งไว้จริงๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวจากนั้นก็เดินเข้าไปนั่งข้างๆมันเพื่อทำแผลให้

 

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง”

 

“นั่งนิ่งๆไปเถอะ”

 

คิ้วของมันขมวดอย่างคนที่โดนขัดใจแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยอมนั่งนิ่งให้ผมได้ทำแผลให้ มือผมอาจจะหนักไปสักหน่อยมันจึงร้องออกมาตอนที่เริ่มเอาสำลีแตะที่มุมปากของมัน

 

ผมเอ่ยขอโทษมันเบาๆ พยายามที่จะทำให้เบามือที่สุดแต่ผมก็เบาได้เท่านี้ กว่าจะเสร็จผมก็เห็นน้ำตาของโยธาไหลออกมาจากหางตา มันไม่ได้เศร้าหรอกแต่มันคงเจ็บที่ผมทำแผลให้จนน้ำตาไหล ผมก็เลยยื่นมือไปเช็ดให้มันอย่างลืมตัวจนทำเอาโยธาผละออกจากผมทันที

 

“เอ่อ...เสร็จแล้ว”

 

“ขอบคุณครับ”

 

ผมเก็บของใส่กล่องยาเหมือนเดิมขณะนั้นก็พอจะรู้ตัวว่าโยธากำลังมองผมอยู่

 

“มีอะไรก็พูดมา” ผมพูดออกไปโดยที่ไม่มองหน้ามัน

 

“เรื่องเงินผมจะรีบหามาคืนครับ”

 

ผมปิดกล่องยาให้เรียบร้อยจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมามองมัน

 

“ทำไมมึงถึงไปติดเงินไอ้พวกนั้น เล่าให้กูฟังได้หรือเปล่า?”

 

“คือ....” ผมไม่ได้เร่งเร้าให้มันเล่าเรื่องของมันและพอเห็นท่าทีไม่อยากเล่าของโยธาผมเลยไม่เซ้าซี้ต่อ

 

“ช่างเถอะไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร ส่วนเงินห้าหมื่นนั่นกูจะหักจากเงินเดือนมึงก็แล้วกัน”

 

“ครับ”

 

“คราวหลังก็อย่าไปกู้นอกระบบอีก ถ้ามีปัญหาเรื่องเงินก็มาคุยกับกู” ผมพอจะดูออกว่ามันคงไปเป็นหนี้นอกระบบมาส่วนรายละเอียดนั้นผมเดาไม่ได้เลย

 

“ไม่เป็นไรครับแค่นี้ผมก็รบกวนพี่มากแล้ว”

 

“กูบอกเหรอว่ามึงรบกวน”

 

“ไม่ครับ”

 

“งั้นก็อย่าคิดเองเออเอง”

 

“ครับ”

 

ผมรู้ว่าถึงแม้มันจะตอบรับแต่พอเกิดเรื่องจริงๆมันคงไม่มาหาผมอยู่ดี

 

“ครับแล้วก็ทำให้ได้ตามที่บอกด้วย”

 

โยธาเงยหน้ามองผมที่นั่งข้างๆมัน ผมจ้องมันกลับไปไม่ละสายตา น่าแปลกที่ใบหน้าของมันดูอ่อนล้าเหมือนคนที่เพิ่งจะวางทุกอย่างลงแล้วปล่อยให้ผมเห็นอะไรบางอย่างที่มันกำลังแบกรับเอาไว้

 

แม้ว่าเรื่องคืนนั้นจะติดอยู่ในหัวผมแค่ไหนทว่าในฐานะเจ้านายผมก็ให้กำลังใจมันโดยการตบบ่าเบาๆ

 

“อะไรที่มันทำแล้วเหนื่อยก็วางมันลงก่อน หาความสุขให้ตัวเองบ้าง”

 

“.....”

 

“เข้าใจที่กูพูดไหม”

 

“ครับ”

 

ไม่รู้ว่ามันจะเข้าใจจริงๆหรือเปล่าแต่ผมก็ทำได้เพียงเท่านี้

 

“วันนี้ไม่ต้องทำงานหรอก กูอนุญาตให้หยุดหนึ่งวัน”

 

“แต่ว่า...”

 

“อย่าขัดคำสั่งเจ้าของร้านดิ”

 

ผมทำหน้าดุใส่ทว่าโยธากลับยิ้มออกมา

 

“ขอบคุณนะครับพี่เตอร์”

 

“เออ”

 

 

-----------------

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. #6 Sweet211 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 19:02
    เฮียเตอร์คือดีย์ง่าาา
    #6
    0
  2. #5 MEAXWELL (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 00:56
    เอาล่ะค่ะเปิดตัวด้วยการช่วยเหลือเขาาาาา
    #5
    0
  3. #3 imaem (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 23:14
    น่ารักกกก เฮียอบอุ่นจังงง
    #3
    0