บันทึกฉบับ(แอบ)ลับ

ตอนที่ 1 : บันทึกหน้าที่ 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    19 พ.ค. 63

 

บันทึกหน้าที่ 01

 

 

ความเปลี่ยนแปลงที่ตื่นเต้นที่สุดอีกอย่างหนึ่งในชีวิตคือการเลื่อนชั้นจากเด็กประถมไปเป็นเด็กมัธยมต้นในโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งไกลจากบ้านประมาณยี่สิบกว่ากิโลฯ

ก็เคยคิดว่าทำไมต้องดั้นด้นไปไกลขนาดนั้นแต่เพราะมีลูกพี่ลูกน้องเป็นไอดอลในการเรียนก็เลยต้องไปเรียนตามเขาที่นั่น ซึ่งมาค้นพบภายหลังว่ามันก็ดีจริงๆนั่นแหละแม้จะต้องตื่นเช้าไปสักหน่อย

จำได้ว่ามันเป็นอะไรที่โคตรตื่นเต้นเลย การที่จะได้ไปเจอสังคมใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆและสิ่งแวดล้อมใหม่ๆมันทำให้เด็กที่ไม่ค่อยชอบจะไปโรงเรียนเท่าไหร่ตั้งหน้าตั้งตารอวันเปิดเทอมอย่างใจจดใจจ่อ

จะว่าก็ว่าเถอะการเรียนปรับพื้นฐานก่อนจะเปิดเทอมนี่ก็สนุกดีอยู่เหมือนกันแต่จะสนุกมากกว่านี้ถ้าไม่ได้แยกกลุ่มเรียนกับเพื่อนสนิททั้งสองคน

ต้องมาหาเพื่อนใหม่อีก แล้วยิ่งเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดและเขินอายเกินกว่าจะไปทำความรู้จักใครก็ได้แต่นั่งเกร็งๆจนมีเพื่อนคนหนึ่งเดินเข้ามาขอนั่งด้วย

“เธอชื่ออะไรอ่ะ”

“เราว่าน เธออ่ะ”

“เราอิ่มนะ”

“อื้ม”

จากนั้นมาเราสองคนก็ได้นั่งด้วยกันตลอดอิ่มเป็นผู้หญิงที่เส้นตื้นมาก พูดอะไรนิดหน่อยอิ่มก็หัวเราะแล้ว

เราชอบเรียกอิ่มว่าเธอส่วนอิ่มก็เรียกเราว่าเธอ ถึงเราจะเป็นผู้ชายแต่การถูกเรียกว่าเธอก็ไม่ได้มีความแปลกอะไร

เออ...ถ้าจะพูดถึงเรื่องที่นั่งก็ทำให้นึกถึงผู้ชายอีกสองคนที่นั่งข้างหลังของเรา พวกเขาชอบพูดอะไรตลกๆให้เรากับอิ่มหัวเราะตลอด บางมุขก็อิหยังวะนะแต่บางมุขก็ฮานั่นแหละ

สิ่งที่กลัวที่สุดในชีวิตนี้ตั้งแต่เกิดมาคือการถูกเรียกให้ยืนขึ้นเพื่อตอบคำถาม เวลาคุณครูบอกว่าจะสุ่มเลขที่หรือชื่อทีไรอกสั่นขวัญหายตลอดๆ และแจ็คพอตก็มักจะมาออกทีเราเสมอ ซึ่งวิชาที่เราภาวนาเลยว่าขอให้คุณครูอย่าเรียกชื่อก็คือวิชาคณิตศาสตร์

โห เกิดมาไม่เคยเจออะไรที่ยากขนาดนี้มาก่อน จะบอกว่าเป็นคนที่โง่แสนโง่เรื่องตัวเลขก็ว่าได้ เกือบตายแหน่ะกว่าจะผ่านมาได้ ขนาดประถมยังตกเลขเลยเหอะ

แล้วคุณครูคณิตที่นี่นะน่ากลัวมากจนเราอยากจะร้องไห้ เราไม่เคยตอบคำถามผ่านเลยสักครั้ง เวลาที่ต้องยืนอยู่แบบนั้นมันทำให้เหงื่อแตกพลั่กๆ มือไม้สั่น ตอนนี้ก็ยังเป็นนะแต่ไม่หนักเท่าตอนนั้นแล้ว

พอเลิกคาบปุ๊บเสียงถอนหายใจของเราคงดังที่สุดในห้องเลยมั้ง โล่งมากเหมือนกับวางทุกอย่างทิ้งไปแล้วใจสบายยิ่งกว่าเดิมอ่ะ

ช่วงนั้นยังเป็นเด็กเรียบร้อย พอเลิกเรียนปรับพื้นฐานสักบ่ายๆมั้ง น่าจะประมาณนั้นเราก็ขึ้นรถรับส่งนักเรียนเพื่อที่จะกลับบ้าน

หมดไปอีกหนึ่งวันกับการเรียนปรับพื้นฐาน

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วก็ถึงวันที่ต้องสอบเลือกห้อง แน่นอนว่าใครๆก็อยากจะอยู่ห้องต้นๆกันทั้งนั้น ยิ่งห้องหนึ่งการแข่งขันยิ่งสูง

เราไม่หวังหรอก อยู่ห้องไหนก็ได้แค่ขอมีเพื่อนสักคนก็พอ

ข้อสอบก็เหมือนที่เรียนมาจากการปรับพื้นฐาน ทำได้หมดเลยยกเว้นวิชาคณิต ก็มันยากอ่ะ ไม่ใช่เราแค่คนเดียวหรอกที่ไม่เก่งคณิต เราก็เลยไม่ซีเรียสเท่าไหร่

ผลสอบออกมาในอาทิตย์ต่อมา ปรากฏว่าเราได้อยู่ห้อง ม.1/2 เกินคาดเหมือนกันนะเนี่ย แต่ก็อย่างว่าแหละเพื่อนสนิททั้งสองได้อยู่ห้องหนึ่งกันหมดเลย

ส่วนอิ่มก็ได้ไปอยู่ห้องหนึ่งเช่นกัน เพื่อนผู้ชายสองคนที่นั่งข้างหลังก็ได้ไปอยู่ห้องสามด้วยกัน

เอาล่ะ ได้เวลาหาเพื่อนใหม่อีกแล้ว

เราใช้เวลาเกือบๆอาทิตย์น่าจะได้กว่าเราจะได้เพื่อนใหม่มา พวกเขาเป็นเด็กเรียบร้อยและโคตรจะเรียนเก่งเลย ไอ้เรานิสัยจริงๆก็เฮ้วๆพอตัวนะแต่ก็ต้องเรียบร้อยตามเพื่อนไปด้วย

เวลาเที่ยงก็มักจะไปหาเพื่อนสนิทอีกสองคน คือไม่ชินอ่ะที่ต้องไปอยู่กับคนอื่น

เราเป็นคนที่ขี้อายมาก เวลาที่เดินเข้าไปในโรงอาหารแต่ละทีก็ชอบทำเก๊กหน้านิ่งๆ ไม่ได้หยิ่งหรอกแต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำสีหน้ายังไง เวลามีคนหันมายิ้มให้ก็ยิ้มตอบนะ ไม่ใช่จะทำหน้านิ่งใส่คนอื่นไปด้วย

ตอนประถมเรากับเพื่อนสนิทอีกสองคนเป็นนักดนตรีของโรงเรียน นี่แหละความสามารถที่มักจะกรอกลงไปในช่องที่ถามถึงความสามารถพิเศษเวลาสมัครเรียนหรือแบบสอบถามอะไรต่างๆ

วันนั้นหลังเลิกเรียน เราได้ยินเสียงดนตรีดังมากซึ่งอยู่ใต้อาคารมันก็เลยก้อง เรามองลงมาจากใต้อาคาร ไม่เคยเห็นเครื่องดนตรีพวกนั้นเลย ดูแปลกตาแล้วก็น่าสนใจดี

เรายืนมองอยู่แบบนั้น เราชอบฟังเสียงดนตรีนะแม้คนอื่นอาจจะมองว่าน่าหนวกหู แล้วก็นั่นแหละจู่ๆก็มีคนเดินเข้ามายืนข้างๆ เขาถามเราว่า

“เขาทำอะไรกันเหรอ?”

เราหันไปมองเขาและเราไม่รู้จักเขาแต่ก็ตอบเขาไปเพราะเขาเป็นรุ่นพี่

“ซักผ้ามั้ง”

แปลกป่ะที่เราไปตอบรุ่นพี่แปลกหน้าคนนั้นด้วยคำตอบกวนๆ เขาไม่ถือสาอะไรเลยแถมเล่นมุขต่อจากเราอีก

เราได้แต่ขำแล้วก็มองโชว์การแสดงที่อยู่ด้านล่าง แป๊บๆก็โชว์เสร็จแล้ว น่าเสียดายชะมัดเลยกำลังเพลินๆ

“น้องชื่ออะไร”

เราคิดว่าพี่เขาไปแล้วแต่เปล่า พี่เขายังอยู่ที่เดิม เขามองลงไปข้างล่าง ส่วนเราหันไปมองหน้าเขา

“ไม่บอก”

เราจบบทสนทนากับเขาแค่นั้นเพราะต้องรีบไปเอาใบสมัครวงโยธวาทิตพร้อมกับเพื่อนอีกสองคนที่รออยู่ข้างล่าง

 

 

------

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Hunter.memiw (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 21:13

    นน้องเป็นคนกวน นิ้ดหน่อย! จริมๆนะ

    #1
    0