ภพเพียงรัก

ตอนที่ 5 : -02- Part2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 742
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    25 เม.ย. 63

-02-

Part2

 

 

 

ความค้างคาใจของผมก็ไม่ได้รับการยืนยันจากใครสักคนเมื่อข้อมูลที่ต้องการหาจากแฟนเพจไม่ค่อยจะมีประโยชน์กับผมสักเท่าไหร่

 

แต่ละคนไม่ถามเรื่องโสดก็ถามว่าไอ้ภพกำลังคุยกับใคร ไม่มีใครถามเลยว่าไอ้ภพมันมีคู่อริที่ไหนหรือเปล่า พอสืบไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวผมก็เลยต้องตัดใจข่มตานอนแล้วค่อยมาถามเพื่อนๆในกลุ่มอีกที

 

เห็นพวกมันแบบนี้เรื่องเสือกก็ไม่แพ้ชาวบ้านเลยนะครับโดยเฉพาะไอ้มาร์ชน่ะ

 

ปฏิบัติการเสือกเรื่องของไอ้ภพเกิดขึ้นในเช้าวันต่อมา ผมลังเลอยู่นานสองนานว่าควรจะเริ่มต้นถามเพื่อนๆยังไงดีให้เนียนโดยที่เพื่อนไม่มีการเอะใจใดๆ

 

ทว่าการที่จู่ๆจะโพล่งถามไปเลยก็อาจจะดูมีพิรุธไปสักหน่อย ผมจึงทำทีเป็นเปิดเฟซบุ๊กขึ้นมา เปิดหน้าเพจที่ลงรูปไอ้ภพเมื่อคืนจากนั้นก็ทำเป็นอุทานอย่างตกใจเหมือนไม่เคยเห็นรูปนี้มาก่อน เรียกร้องให้เพื่อนๆทั้งหลายที่กำลังทำกิจกรรมของตัวเองต้องหันมามอง

 

“เชี่ยไรไอ้เข็ม เสียงดังจนคนหันมามอง” มาร์ชมันว่าขึ้น หันมองรอบๆก็เห็นว่าคนมองจริงๆเลยยิ้มแห้งให้แล้วก้มหัวขอโทษไปเบาๆ

 

ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเสียงดังจนคนหันมาสนใจขนาดนี้นี่หว่าแต่ถ้าอุทานเสียงเบาเพื่อนก็ไม่สนใจอีกอ่ะ ผมเลือกอะไรได้บ้างล่ะครับ

 

ช่างมันเหอะ ไหนๆก็ทำไปแล้วและเพื่อนกำลังสนใจอยู่ผมจึงต้องคุยกับเพื่อนต่อพร้อมหันหน้าจอโทรศัพท์ให้พวกมันดู

 

“นี่อ่ะ”

 

“แล้วไง?” แม้จะเป็นโน้ตที่ถามแต่ผมคิดว่าทุกคนมันก็คงอยากจะถามเหมือนโน้ตเช่นกัน

 

“ก็เห็นรูปมัน...แบบหล่อดีไง”

 

“มึงชอบเหรอเข็ม”

 

“ไม่ใช่เว้ยไอ้ทอง”

 

“แล้วมึงจะอุทานเว่อร์อะไรขนาดนั้น ทำเหมือนไม่เคยเห็นรูปคนมาลงในเพจงั้นแหละ ไอ้โน้ตก็เคยได้ลงบ่อยๆ”

 

“ก็ใช้เว้ยเก้นท์แต่ว่า...”

 

“แต่ว่าอะไร”

 

เออนั่นดิแต่ว่าอะไร ต้องพูดยังไง ต้องทำอะไรวะกู งงไปหมดแล้วครับ

 

“แต่ว่ามันน่าสนใจนี่หว่า” ผมยังแถไปเรื่อยเปื่อย และที่ไม่ยอมบอกเพื่อนว่าวันนั้นเห็นเด็กมันถูกกระทืบเพราะผมไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต อีกอย่างถ้าผมบอกเจ้าตัวคงไม่พอใจ ขนาดผมเข้าไปช่วยมันยังด่าผมว่ายุ่งอยู่เลยครับ

 

“น่าสนใจตรงไหน ก็เด็กปีหนึ่งปกติป่ะวะไอ้เข็ม มึงนี่แปลกๆนะ” ไอ้มาร์ชหรี่ตามองอย่างจับผิด “หรือจะชอบเด็กมันเข้าจริงๆ?”

 

“เฮ้ยๆ ไม่ใช่โว้ยย กูก็แค่จะถามไง แบบดูมันกวนตีนๆอ่ะ” เหมือนคนน้ำท่วมปากพูดอะไรก็โดนจับผิดไปซะหมด นี่ผมคิดถูกคิดผิดวะที่เอาเรื่องเด็กภพมาถามพวกมัน

 

“กวนตีนแล้วยังไงวะ มึงก็กวนตีนเหมือนกันอ่ะเข็ม”

 

“เฮ้อ...ช่างเหอะๆ”

 

“แปลกนะมึง”

 

“เออ”

 

แปลกจริงนั่นแหละ ก็ไม่รู้ว่าจะกะเสือกกะสนอยากรู้ไปทำไมแต่เพราะมันค้างคาใจตั้งแต่วันนั้นก็เลยดั้นด้นที่จะรู้เรื่องนี้ให้ได้

 

ผมไม่อยากมานอนคิดเรื่องนี้ซ้ำๆแล้วอ่ะ เรื่องของคนอื่นอ่ะนะแม่งยิ่งเป็นอะไรที่เป็นปัญหากับความคิดผมมาก

 

พอไม่รู้ก็เหมือนว่าใจไม่ได้ปลดล็อคอ่ะครับซึ่งผมไม่สบายใจเอาซะเลย

 

 

 

ความบังเอิญมักจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่ผมเดินไปไหนมาไหนคนเดียว อย่างเช่นวันนี้เป็นอีกวันที่ผมเจอภพ เด็กนั่นมันเดินผ่านหน้าผมไปเมื่อกี้ ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกเพราะการที่ผมกับมันจะเจอกันก็ไม่ใช่อะไรที่ยาก ตึกเรียนก็ตึกเดียวกัน สาขาก็สาขาเดียวกัน ทว่าทุกครั้งภพมักจะทำเหมือนผมเป็นอากาศและมองไม่เห็นผม

 

ไอ้ผมนี่มันก็พยายามอะไรขนาดนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันนะ เจอมันทีไรเป็นต้องรั้งมันไว้แล้วถามคำถามเดิมๆตลอด

 

ก็ถ้าไม่รู้ผมก็นอนหลับไม่สนิทสักคืน

 

“จะคุยกันดีๆสักครั้งไม่ได้เหรอน้อง”

 

“....” มันปิดปากเงียบ สายตามองผมนิ่งๆ ไอ้ผมที่เตี้ยกว่ามันก็ต้องเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อยคอเหมือนกันนะ ทำไมมึงต้องเกิดมาสูงขนาดนี้วะ ผมควรไปปีนเสาไฟฟ้าแล้วคุยกับมันดีป่ะ

 

“เฮ้อ เอาเหอะๆแต่เล่าได้ไหมว่าทำไมวันนั้นโดนกระทืบ”

 

“ไม่ว่าง”

 

“แล้วว่างตอนไหนอ่ะ”

 

“ไม่”

 

“ไม่ว่างเลยเหรอ”

 

“ไม่อยากคุยด้วย”

 

อีกละสัด กูโดนแบบนี้ทุกทีแต่ไม่เคยหลาบจำ

 

“โหยไรวะน้อง พี่เป็นห่วงไงเผื่อมีอะไรที่ช่วยได้จะได้ช่วย ขืนไอ้พวกนักเลงนั่นมันย้อนกลับมาล่ะ ได้เจ็บตัวอีกอ่ะดิ”

 

“ระวังตัวเองไว้เถอะ”

 

ทำไมมันพูดเหมือนจะต่อยผมอ่ะ ผมทำอะไรผิดครับหรือมันจะรำคาญผมแล้วนะ เอออาจจะเป็นไปได้ว่ะ ถ้าผมเป็นมันผมก็รำคาญตัวเองเหมือนกัน

 

“ระวังทำไมวะ พี่ไม่เคยไปทำอะไรใครเลย”

 

“อืม”

 

“แต่ถ้ารำคาญก็บอกกันได้นะเว้ย คือเห็นว่าเป็นรุ่นน้องสาขาเดียวกันอ่ะเลยมาถามบ่อยๆ ไม่ได้มีเจตนาอะไรสักนิดนึงเลย”

 

ไอ้เรื่องเสือกนั่นไม่ใช่เจตนาเลยครับแต่เป็นผลพลอยได้ต่างหาก คือเราต้องแยกให้ออกอ่ะครับไม่งั้นทุกอย่างมันจะดูแย่ไปซะหมด

 

“เหรอ?”

 

“อือๆ”

 

“ไม่มีอะไรหรอก ห่วงตัวเองเหอะ”

 

เออยิ่งมันพูดผมยิ่งงงนะ ไม่เข้าใจสักอย่างพอจะถามมันก็เดินหนีผมไปเฉยเลย ก็เป็นปกติของมันนั่นแหละ

 

ผมกำลังจะหันหลังเดินกลับไปเอารถเพื่อกลับหอตัวเองบ้างแต่ทว่ามีคนเข้ามาสะกิดหลังไว้ก่อน หันไปก็เห็นว่าเป็นผู้ชายขาวสูงคนหนึ่งกำลังยิ้มให้ผมอยู่ส่วนอีกคนก็สูงเหมือนกัน คนนี้ใส่เหล็กดัดฟันและยิ้มกวนตีนๆหน่อย

 

หน้าคุ้นๆนะพวกมึงอ่ะ ว่าแต่คุ้นจากที่ไหนวะผมจำไม่ได้

 

“พี่ครับ”

 

“ครับ มีอะไรหรือเปล่า?”

 

“ผมชื่อเนมนะ เพื่อนของภพ”

 

“อ๋อ” ก็ว่าแล้วทำไมผมถึงคุ้นหน้ามันจังเลย

 

“แล้วนี่ก็ไอ้ดิมครับ” มันแนะนำน้องคนที่ดัดฟัน กลุ่มพวกมึงนี่คัดความสูงเข้ากลุ่มกันเรอะ แต่ละคนสูงจนผมอยากพกเก้าอี้มาปีนขึ้นเวลาคุยกับพวกมันจะได้ไม่ต้องแหงนมองจนปวดคอแบบนี้

 

“อืม มีอะไรเหรอ?”

 

“พอดีผมเห็นพี่ตามคุยกับไอ้ภพมาหลายวันแล้วอ่ะครับ”

 

“อาห้ะ”

 

“ก็เลยคิดว่าพี่อาจจะชอบมัน”

 

“เฮ้ยย! บ้าแล้ว พี่ไม่ได้ชอบมันแค่อยากรู้อะไรนิดๆหน่อยๆน่ะแต่เพื่อนน้องไม่ยอมบอกพี่ไง ก็เลยต้องตามมันอย่างที่เห็น”

 

ผมรีบอธิบายยาวเหยียด กลัวพวกมันจะเข้าใจผิดว่าผมชอบไอ้เด็กภพ ผมไม่ได้ชอบมันนะเว้ยผมแค่อยากเสือกเรื่องของมันเฉยๆก็เลยตามตื๊อจนถึงทุกวันนี้ไง

 

อธิบายเสร็จก็ยืนหอบแฮ่ก เมื่อกี้อย่าเรียกพูดเลยครับ เรียกว่าแร็ปเร็วคงจะดีกว่า

 

“อ่อ ก็นึกว่าจะจีบเพื่อนผม แล้วเรื่องที่พี่อยากรู้คือเรื่องอะไรครับ เผื่อผมรู้จะได้บอกได้” เนมมันถาม ทำหน้าตากรุ้มกริ่มจนอยากยกมือขึ้นมาจิ้มตามันสักทีสองที

 

จู่ๆโอกาสก็ลอยมาอยู่ตรงหน้า หากพลาดไปผมคงจะเป็นคนที่โง่มากๆ ไม่คิดเลยว่าหนทางแห่งการเสือกในครั้งนี้จะง่ายดายเพียงแค่ยืนเฉยๆแหล่งข้อมูลก็เดินมาหาถึงที่ มันต้องอย่างนี้สิวะ สมกับเป็นน้องในสาขาของผมหน่อย

 

“ก็เรื่อง...”

 

“พวกมึงไม่ไปเรียนกันหรือไง?”

 

ไอ้เด็กภพมันเดินวกกลับมา จับคอเสื้อเพื่อนทั้งสองคนของมันเอาไว้ก่อนจะลากพวกมันออกไปโดยที่ผมได้แต่มองตาม ทำท่ากวักมือเรียกพวกมันก็ไม่กลับมา ได้ยินแค่เสียงโวยวายและหัวเราะคิกคักของเนมกับดิมที่คงจะกวนประสาทไอ้ภพมัน

 

ไอ้เด็กพวกนี้นี่มาให้ความหวังแล้วก็จากไป ปล่อยให้คนขี้เสือกอย่างผมยืนนิ่งๆพร้อมกับความไม่รู้เหมือนเดิม

 

ถอนหายใจแล้วควงกุญแจรถเล่นระหว่างที่เดินไปเอารถที่จอดไว้ตรงลานจอด จะว่าไปมอเตอร์ไซค์ของผมก็โหลเหมือนกันนะครับ คนใช้ยี่ห้อนี้สีนี้เยอะมาก ขนาดผมเองบางครั้งยังเอากุญแจไปเสียบผิดคันเลย แล้วก็มายืนทำหน้างง คิดว่ากุญแจพังแต่พอกูเดินไปดูป้ายทะเบียนเท่านั้นแหละ...ใช่เลยครับ

 

ผิดคัน!

 

เอาน่าคนเราก็ต้องพลาดกันได้ป่ะครับ แต่บางครั้งความขี้หลงขี้ลืมของผมก็ไม่เคยจะจบสิ้นเพราะตอนนี้ผมกำลังกวาดสายตาหารถของตัวเองอยู่แต่หาไม่เจอสักที

 

กูจอดไว้ตรงไหนวะ

 

ยกมือขึ้นเกาหัวแกรก เดินไปหารถตัวเองจนเมื่อยก็ยังไม่เจอ ผมเอียงคอมองอีกครั้ง กำลังคิดว่าผมอาจจะเอาไปจอดอีกที่ก็เป็นได้

 

ผมถอนหายใจพร้อมกับความระอา มันแบบว่าความเด๋อด๋ามักจะมาพร้อมกับความขี้ลืมทุกที ทุกวันนี้ไอ้พวกเพื่อนๆมันก็ด่าผมทุกวันว่าไอ้เด๋อแต่ผมไม่รู้ว่าเด๋อคืออะไร ใช่ดาราตลกคนหนึ่งหรือเปล่าอ่ะครับ

 

กว่าจะหารถเจอและได้กลับหอผมก็แทบจะหมดแรงอ่อนล้า นี่แหละน้าคนโง่ แม่งเอ้ยเพลงพี่ไมค์นี่ลอยมาเลย แปลงเนื้อเพลงอีกนิดหน่อยเพื่อให้เขากับสถานการณ์ของผมเอง

 

 

 

 

ผ่านมาสองสัปดาห์ก็ไม่ได้ความคืบหน้าเรื่องของไอ้ภพขึ้นมาเลยสักนิดเดียว จนผมเลิกพยายามที่จะอยากรู้เรื่องของมันแล้ว คิดไปคิดมาผมก็คงอยากจะเสือกเรื่องของมันจนเกินขอบเขตไปก็เลยปลีกตัวออกมาและปล่อยวางทั้งหมด

 

ตอนนี้ผมเรียนวิชาเลือกของคณะอยู่ ผมเรียนสามโมงเลิกเรียนห้าโมงและเป็นวิชาที่ผมมาเรียนคนเดียวเนื่องจากเพื่อนๆไม่ลงเรียนด้วย

 

แหม...ก็ไอ้วิชาอิงค์ฟอร์ลอว์นี่เป็นอะไรที่คนลงน้อยเหมือนกันนะครับ แค่พูดว่าเป็นวิชาที่เรียนภาษาอังกฤษเด็กนิติฯบางคนก็ขยาดขึ้นมาแล้ว

 

ก็น่าขยาดอยู่แหละ ผมนี่ได้แต่นั่งหน้ามึนฟังอาจารย์พูด ก็พอเข้าใจบ้าง เวลาได้ศัพท์ใหม่ๆก็โคตรตื่นเต้น แต่ถ้าให้พูดตามจริงแล้ววิชาเลือกก็ไม่ได้ยากนะครับ อาจารย์ดูแลทั่วถึงด้วยเพราะแต่ละคลาสจะมีไม่เกินสิบคน เวลาที่ต้องตอบคำถามก็ตอบเรียงคน ตอบผิดหรือถูกก็ตอบๆไปก่อนเดี๋ยวอาจารย์จะช่วยเอง

 

พอถึงเวลาเลิกเรียนผมก็แยกไปขึ้นรถ คงเลยไปหาอะไรกินก่อนแล้วค่อยกลับหอทีหลัง ดูท่าวันนี้ฝนจะตกด้วยอ่ะครับ ฟ้ามันครึ้มๆตั้งแต่สามโมงแล้ว

 

แต่ดูเหมือนว่าวันนี้อะไรๆก็ไม่ค่อยเป็นใจกับผมเท่าไหร่ เพราะตอนที่กำลังขับรถไปเรื่อยๆนั้นผมก็รู้สึกว่าลมยางรถมันค่อยๆแฟบลงจนกลายเป็นหมดลมไป ผมรีบจอดรถลงข้างทาง ตรงนี้มันเป็นแถวๆป่า ค่อนข้างมืดและเป็นจุดที่ไม่มีคน

 

ผมได้แต่ถอนหายใจกับความซวยของตัวเอง ก้มลงจับยางรถแล้วก็พบว่ายางแบนจริงๆ ร้านซ่อมรถก็อยู่ประมาณอีกสองร้อยเมตรข้างหน้า กำลังจะเข็นรถตัวเองเพื่อไปซ่อมก็ต้องมาหยุดชะงักเพราะมีคนมาดักหน้าไว้ก่อน

 

ใครวะแม่ง จะมาไถเงินผมเหรอครับ

 

“ไง”

 

ไงอะไรล่ะ กูไม่รู้จักพวกมึงเนี่ย

 

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามอย่างสุภาพเพราะถ้าหยาบกับมันขึ้นมาก็ไม่ได้รับประกันเลยว่าชีวิตผมจะปลอดภัย สายตาล่อกแล่กมองซ้ายขวาหาทางหนีทีไล่แต่หายังไงก็พบเจอแต่ความมืดมน

 

ไม่ใช่ท้องฟ้านะแต่ทางรอดกูนี่มืดมนมากครับยังไม่ทันได้ลาเพื่อนๆเลย

 

“จำพวกกูไม่ได้สินะ”

 

โอ้ยยย ก่อนที่กูจะจำพวกมึงได้เนี่ย ถามก่อนว่าเรารู้จักกันด้วยเหรอ

 

“เอ่อ คงจำคนผิดล่ะมั้งครับ”

 

“ไม่ผิดหรอก มึงนั่นแหละที่อยู่กับไอ้ห่านั่นวันนั้น”

 

ไอ้ห่าไหนวะ?

 

“คือไม่รู้ว่าพวกนายพูดเรื่องอะไรนะแต่ว่าผมไม่รู้จริงๆ”

 

ผมเริ่มเดินถอยหลังเรื่อยๆ ทางข้างหลังนั้นจำได้ลางๆว่าถ้าวิ่งยาวไปอีกนิดจะเจอบ้านคน

 

“จัดมันเลยไหมมึง มัวแต่พูดอยู่นั่นเดี๋ยวคนก็มาเห็นก่อน”

 

เพื่อนของไอ้คนที่เป็นหัวหน้าแก้งค์พูดขึ้นมา ผมอยากมองหน้าให้ชัดๆนะแต่ว่าตรงนี้มันไม่ค่อยสว่าง เห็นแบบลางๆอ่ะ ขนาดหรี่ตาจนตากูจะบอดแล้วอ่ะครับยังเห็นหน้าใครไม่ชัดเลย

 

“เฮ้ยๆ พวกนายใจเย็นๆก่อนดิ มีอะไรก็ค่อยๆคุยกันดีหว่าเนอะ คนไทยด้วยกัน”

 

เริ่มแถไปเรื่อย ส่วนขาก็ก้าวถอยหลังเช่นกัน ทุกคนนึกถึงในหนังนะครับ เวลาโจรมาปล้นพระเอกอ่ะตอนนี้บรรยากาศมันเป็นแบบนั้นเลย แต่ไม่เหมือนหน่อยก็ตรงที่ผมดูเท่กว่าพระเอกอ่ะครับ เฮ้อๆ

 

พวกมันคงรำคาญที่จะต้องเจรจาเลยทำการกระโจนเข้าใส่ผมด้วยหมัดหนักๆไปหนึ่งที เหยดแหมมม กูยังไม่ทันตั้งตัวเลยพวกมึงเนี่ย ชอบเล่นทีเผลอเรื่อยเลยโว้ยย

 

เวลาจะต่อยคนอื่นก็ต้องบอกก่อนป่ะวะ มารยาทอ่ะรู้จักป่ะ ใช้ไม่ได้เลยไอ้คนพวกนี้

 

แล้วผมจะรออะไรครับเผ่นหนีไปสิพวกเอ้ย ขืนยืนนิ่งๆให้มันต่อยผมว่าคงจะได้ลาจากโลกนี้ไปจริงๆ ดูตัวไอ้พวกนี้แต่ละคนดิ อย่างกับควายทั้งนั้นเลยอ่ะ

 

ทางหนีทีไล่ก็ไม่ได้อำนวยให้ผมหนีเท่าไหร่แต่เวลาคนเรากลัวตายก็ไม่ได้คิดหรอกว่าหนทางข้างหน้าจะลำบากขนาดไหน แม้จะมีขวากหนามตำตัวยังไงก็ไม่ย่อท้อ ไม่รู้ว่าจะตายเพราะโดนกระทืบหรือเลือดจากหนามบาดออกหมดตัวก่อน

 

มาลุ้นกันครับ

 

“เฮ้ย! ...อุบ”

 

ไม่รู้ว่าใครฉุดตัวผมเอาไว้ ผมหลับตาปี๋กำลังจะพยายามขัดขืนเพราะคิดว่าเป็นพวกของไอ้นักเลงนั่นแต่ทว่าเสียงที่พูดอยู่ข้างหูผมนั้นมันคุ้นจนผมต้องหยุดดิ้นและเงียบปากเอาไว้ถ้ายังไม่อยากถูกกระทืบตายเป็นซากอยู่ตรงนี้

 

“เงียบ!”

 

****

 

 

มาเจิมแท็กในทวิตเตอร์กันได้น้า ยังไม่มีใครแท็กเลย ฮ่าๆๆ

แนะนำเพื่อนอ่านได้ค่ะ เรื่องนี้เฮฮาไร้ซึ่งความมีสาระทั้งสิ้น

 

#ภพเพียงรัก

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

77 ความคิดเห็น

  1. #52 Somluck2510 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 21:27
    อะรัยยังงัยน่ะ
    #52
    0
  2. #29 IamonRead (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 15:58

    เหวยยยย บังเอิญเจอหรอ ไม่มั้งงง ฮั่นแน่~
    #29
    0
  3. #27 ซีเอชโอเอ็มพียู..yy.. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 15:36
    ซวยล่ะพี่เข็มเว้ย
    #27
    0
  4. #22 Nanana- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 13:25

    อยากอ่านต่อแล้วแอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #22
    0
  5. #21 godxmeii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 07:45
    นายตามดูพี่เค้าแน่ๆโลยนายภพ
    #21
    0
  6. #20 phurichaya25 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 22:20

    นี่ว่าภพต้องแอบตามดูพี่อยู่ห่างๆแน่ๆ
    #20
    0
  7. #19 pinzx (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 19:47
    ภพ! เธอมันคนดีที่หนึ่ง! ฉันล่ะปลิ้มเธอนัก เอาใจช่วยให้รอดกันทั้งสองคนนะ!
    #19
    0
  8. #18 jadefloral (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 19:23
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-09.png ลุ้นการหลบทำไมภพมาทางนี้ได้ คอยคุ้มครองพี่เปล่านะ
    #18
    0