00 : 15 AM. #เที่ยงคืนสิบห้านาทีที่คิดถึงเธอ

ตอนที่ 2 : Chapter : 01 ที่เดิมเธอชอบนั่งตรงนี้ ยิ่งมองยิ่งเหมือนมีเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 205 ครั้ง
    14 เม.ย. 63

Chapter : 01

ที่เดิมเธอชอบนั่งตรงนี้ ยิ่งมองยิ่งเหมือนมีเธอ

 

 

 

เคยได้ยินมาก็หลายครั้งว่าไม่มีใครอยากกลับไปอ่านหนังสือเล่มเดิม หากเป็นเมื่อก่อนธาวินคงคิดแบบนั้นทว่าตอนนี้เขากลับไม่เห็นด้วย

ไม่ใช่ทุกคนที่จะไม่อยากกลับไป แต่มันขึ้นอยู่กับโอกาส

และเขากำลังคิดว่าหากตนเองไปขอมันบ้างจะได้โอกาสที่ว่านั้นไหม

ถ้าหากไม่ได้จะเสียใจหนักเท่าไหร่และถ้าหากได้มาเขาจะรักษาความสัมพันธ์นั้นได้ดีขนาดไหน

กลัวว่าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม

หากตัวเองยังไม่ดีขึ้นและไม่พร้อมที่จะดูแลเขาก็ไม่อยากกลับไปทำให้เขาต้องเสียใจอีก

ธาวินเหม่อมองต้นกระบองเพชรที่คนๆนั้นซื้อมาไว้

เขาไม่ได้เก็บกลับไป หลังจากเลิกกันก็มีเจ้ากระบองเพชรและความรู้สึกของเขาเท่านั้นที่คอยย้ำเตือนว่าครั้งหนึ่งพวกเขาเคยรักกันแค่ไหน

ที่ที่นั่งอยู่ตอนนี้ก็เป็นที่เดียวกับที่เขาชอบนั่ง เขาชอบนั่งมองต้นกระบองเพชร จ้องมองคอยดูมันเติบโตขึ้นแม้ว่าในทุกๆวันจะไม่ได้พบความเปลี่ยนแปลงมากนักทว่ากลับสุขใจที่ได้มองดู

เห็นแล้วก็ยิ่งคิดถึง

คิดถึงมากจนแทบขาดใจ

มองไปทางไหนก็เหมือนมีภาพทับซ้อนขึ้นมา เห็นเพียงใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มและผ่านไปสักพักใบหน้านั้นกลับเต็มไปด้วยความเศร้าและหยดน้ำตา

หยดน้ำตาที่ไหลรินมาก็มีเขาทั้งนั้นที่เป็นสาเหตุ

เป็นคนที่ไม่อยากเห็นเขาร้องไห้ที่สุดแต่กลับเป็นคนที่ทำให้เขาร้องไห้บ่อยที่สุด

แล้วแบบนี้จะเอาหน้าที่ไหนไปขอโอกาสจากเขาอีกครั้ง

ธาวินยังทำทุกอย่างเหมือนเดิม รดน้ำต้นไม้ ลุกขึ้นจัดห้อง กินข้าวและนอนหลับไปจนถึงเช้าของอีกวัน

อืม...และอีกอย่างคือการโทรไปหาเขาคนนั้นโดยไร้ซึ่งคำพูดเหมือนเดิม

กิจวัตรซ้ำเดิมที่น่าเบื่อ

แปลกที่เมื่อก่อนตอนมีเขาก็ใช้ชีวิตแบบนี้และยังอยู่ได้สบายดี มีความสุขมากในทุกๆวันแต่พอเขาจากไปก็กลับกลายเป็นว่ากิจวัตรต่างๆที่เคยทำมันน่าเบื่อไปเสียหมด

วันนี้มีเรียนเช้าอีกวัน ปีสี่ยิ่งเรียนหนัก ไหนจะต้องทำวิจัยส่งอาจารย์อีก

แก้มากี่รอบแล้วก็นับไม่ถ้วน อาจารย์ก็คงจะเหนื่อยแต่ให้ทำยังไงในเมื่อเขาก็พยายามเต็มที่แล้ว

"ไอ้วิน" กรกันต์ส่งเสียงเรียกพลางยื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลไปตรงหน้าเพื่อน

"อืม อะไร?"

"ไม่รู้ เพื่อนแพมฝากมาให้มึง"

แพมคือแฟนของกรกันต์ ได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

"ให้ทำไม?"

"จีบมึงมั้ง"

"ไม่เอา"

โห แม่งปฏิเสธแบบไม่ต้องคิดเลย

กรกันต์ถอนหายใจเบาๆ คิดไว้แล้วว่าธาวินคงไม่ยอมรับไปง่ายๆ เขาจึงหันหน้าไปหาพีระเมื่อต้องการตัวช่วย

ไม่ได้อยากยัดเยียดใครให้ธาวินแต่แค่อยากให้เพื่อนลองเปิดใจให้กับคนใหม่ๆดูบ้างเผื่อจะทำให้ลืมคนนั้นได้สักนิดหนึ่งก็ยังดี

"รับไปเถอะวิน ลองคุยก็ไม่เสียหายหรอกมั้ง"

"ไม่เอา"

ธาวินปฏิเสธท่าเดียว เพื่อนทั้งสองก็จนใจ

ไม่เอาก็ไม่เอาวะ

"แล้วจะให้กูทำยังไงกับของในนี้?"

"ไม่รู้"

กรกันต์เกาหัวแกรก ชักจะงงกับเพื่อนหน้านิ่ง ทั้งไม่เอาทั้งไม่รู้ แล้วคนกลางอย่างเขาควรจะต้องทำยังไงดี เมื่อคิดไม่ออกจึงหันไปหาพีระ ตัวช่วยตลอดกาลแม้จะช่วยอะไรได้ไม่มากก็เถอะ

"ทำไงอ่ะ?"

"เขาให้อะไรมันล่ะ ถ้าขนมก็แบ่งกันกิน" พีระเอ่ยพลางพยักเพยิดเป็นสัญญาณให้กรกันต์เปิดดูในถุง

ในเมื่อธาวินไม่ต้องการ พวกเขาก็จำเป็นจะต้องจัดการเพื่อไม่ให้เสียน้ำใจคนที่ตั้งใจให้มา

กรกันต์เปิดถุงกระดาษดู ตาคมเบิกกว้างก่อนจะหันหน้าไปหาพีระเพื่อบอกกล่าวถึงของในถุง

"ขนมว่ะ"

"ไหนดูหน่อย"

ถุงถูกเปลี่ยนมือมาที่พีระ เขายื่นหน้าเข้าไปดูในถุงก่อนจะถือวิสาสะล้วงขนมที่ว่านั่นออกมาให้ธาวินได้ดูด้วยกัน หากไม่เอาออกมามันก็คงไม่สนใจที่จะมอง

"ของอย่างดี ช็อกโกแลตที่มึงชอบด้วยวิน"

"อืม"

"แน่ใจนะว่าจะไม่เอา?" เลิกคิ้วถามเพื่อนที่คงนิ่งเฉยกับของโปรด เขากับพีระอุตส่าห์ตะล่อมเพื่อนหน้านิ่งแต่มันก็เอาแต่เฉย

แม่งเอ้ย! จนใจจริงๆ

"ขอชิม"

เพื่อนทั้งสองยกยิ้มขึ้นมาหลังจากปล่อยเวลาผ่านไปสักพัก ตอนแรกก็จนใจจะตื๊อให้สนใจทว่าพวกเขาก็รู้ว่าธาวินไม่มีทางเมินของโปรดตนเองแน่นอน

"ไม่ต้องชิมหรอก มึงก็เอาไปหมดนี่แหละ เขาให้มึง" กรกันต์ยื่นถุงหรืออาจจะเรียกว่ายัดไปในมือของธาวินโดยที่คนรับก็ทำหน้าเหรอหรา ไม่อยากรับมาแต่ก็เสียดายของโปรดตนเอง

"กูไม่เอา"

"เอาไปเหอะ เขาอุตส่าห์เอามาให้ ถ้ามึงไม่คิดอะไรก็ส่งสารมาให้กูเดี๋ยวกูไปแจ้งเขาเอง"

"อืม งั้นฝากบอกหน่อยว่าขอบคุณแต่วันหลังไม่ต้องให้ของแล้ว กูยังไม่อยากมีแฟน"

อยากจะแซวว่าไม่อยากมีแฟนหรือรอใครกันแน่แต่ก็กลัวเพื่อนจะนั่งเศร้าอีกเลยทำเพียงพยักหน้า รอส่งสารตอนเย็นให้เพื่อนของแฟนได้รับรู้

"ไม่เป็นแฟนแต่แค่คุยกันก็ไม่ได้เหรอวะ" พีระเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"ไม่คุย ไม่อยากมีใคร"

พอเข้าใจได้ ธาวินไม่อยากมีใครเพราะในใจยังมีเขาคนนั้นอยู่เสมอ

 

 

 

00 : 15 AM.

 

 

 

พักเที่ยงรอเรียนบ่ายก็มาป้วนเปี้ยนแถวๆร้านกาแฟเหมือนทุกวัน

ไม่มีความกล้าที่จะเข้าไป ครั้งนั้นยังตื่นเต้นและประหม่าไม่หาย

คิดทุกวันว่าจะต้องทำยังไงถึงจะได้คุยกันมากกว่าการเป็นลูกค้าและเจ้าของร้านแต่มันก็ไม่มีทางไหนสักทางเพราะคนๆนั้นไม่อยากจะเป็นมากกว่านี้แล้ว

เพื่อนทั้งสองนั่งรอเขาที่โรงอาหารคณะ มีเพียงเขาคนเดียวที่ทำใจกล้าและปากกล้าบอกเพื่อนว่าเขามาคนเดียวได้ พอเอาเข้าจริงก็ไม่กล้าแม้แต่จะเดินไปเปิดประตูร้านด้วยซ้ำ

ยืนชั่งใจอยู่นานก็ตัดสินใจรวบรวมความกล้า เดินไปหน้าประตู ใช้มือผลักก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในร้านกาแฟ

กลิ่นหอมทำให้ผ่อนคลายแต่ใบหน้าของเขาคนนั้นกลับทำให้หัวใจเต้นรัวคล้ายกับไปวิ่งมาราธอน

"สวัสดีครับ รับอะไรดีครับ" เสียงทักทายยังหวานหู อยากฟังอะไรที่แตกต่างทว่าคงไม่ได้ฟังเพราะหลังจากนั้นเขาก็เงียบไป

จะเอาอะไรมากมายขนาดหน้าเขายังไม่อยากมอง สงสัยเครื่องคิดเงินมันน่ามองกว่าใบหน้าของธาวิน

"แบล็คคอฟฟี่น้ำผึ้งมะนาวครับ" เมนูเดิมๆที่เขาเคยแนะนำให้ธาวินสั่ง บัดนี้กลายเป็นเมนูโปรดที่ธาวินขาดไม่ได้

รู้ทั้งรู้ว่าเขาชอบสั่งอะไรแต่ทุกครั้งก็ยังถามกันเหมือนเดิม

"ทั้งหมดหกสิบห้าบาทครับ ไม่ทราบว่ามีบัตรสมาชิกของทางร้านไหมครับ"

คำถามเดิม ไดอะล็อกเดิมที่คุ้นเคย

เขาตอบกลับไปด้วยการพยักหน้าพร้อมกับยื่นเงินและบัตรสมาชิกให้เจ้าของร้านที่ยังคงมีรอยยิ้มการค้าประดับไว้ที่มุมปาก

ใบเสร็จและเงินทอนถูกยื่นกลับมา เป็นอันว่าการพูดคุยและการสบตาจบลงเพียงเท่านั้น

ผ่านไปอีกหนึ่งวันกับการได้พูดคุยประโยคสั้นๆและซ้ำเดิมทว่ามันกลับกลายเป็นน้ำเลี้ยงจิตใจสำหรับธาวินได้เป็นอย่างดี

 

 

 

00 : 15 AM.

 

 

 

เสียงเพลงที่ดังขึ้นเป็นจังหวะแดนซ์แปรผกผันกับใบหน้าเรียบเฉย สงบนิ่งและแสนเบื่อหน่าย ธาวินยกแก้วขึ้นเขย่าเบาๆก่อนจะกระดกที่เหลือนั่นลงไปจนหมดแก้ว

รสชาติขมปร่าทว่าทำให้รู้สึกดีอยู่ไม่น้อย

เขาเติมเหล้า ชงเองโดยที่สายตาก็มองน้ำในแก้วไปเพลินๆ

เพื่อนพากันเดินไปเต้นหมดแล้ว จึงเหลือเพียงแค่เขาที่ได้แต่นั่งนิ่งๆอยู่ตรงนี้กับความรู้สึกเดิมๆที่เด่นชัดขึ้นเสมอ

คิดถึง...

ไม่ว่าจะทำอะไร เวลาไหนหรือตอนไหนเขาก็เอาแต่คิดถึงคนๆนั้นไม่เคยเปลี่ยนไป

หากเป็นเมื่อก่อนคงไม่ได้มาดื่มเหล้ากับเพื่อนบ่อยๆ ต้องมีเขาคอยห้ามไม่ก็มีเขาคอยมารับกลับในเวลาเกือบๆเที่ยงคืน

โดนดุอีกนิดเพราะเมาไม่รู้เรื่อง ฟังบ้างไม่ฟังบ้างเพราะมัวแต่คลอเคลียกับเจ้าของเสียงบ่น

หึ...ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังขี้บ่นเหมือนเดิมอีกหรือเปล่า

ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์ออกมา มองรูปเขาที่ถ่ายเอาไว้ในตอนที่ยังคบกัน รอยยิ้มนั้นทำให้วันที่หม่นหมองสดใสขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

ตั้งเป็นวอลเปเปอร์ตั้งแต่คบกันจนถึงวันนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนรูปอื่นมาแทน

นิ้วโป้งกดปุ่มโทรออกหลังจากดเลขสิบหลักที่จำได้ขึ้นใจ เที่ยงคืนสิบห้านาทีเวลาเดิมที่ต้องโทรไป ได้ฟังเสียงลมหายใจจากปลายสายก็เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในวันพรุ่งนี้

เสียงกุกกักดังขึ้นจากปลายสายเหมือนอย่างทุกๆวัน

เขานิ่งเงียบ สายตาจับจ้องแก้วบรรจุของเหลวที่อยู่ในมือขณะที่กำลังตั้งใจฟังเผื่อปลายสายจะพูดอะไรออกมา

จะด่าจะว่าหรือจะพูดอะไรก็ได้เขาก็เต็มใจรับฟัง

"โทรมาอีกทำไม"

"...."

"บอกไปกี่ครั้งแล้วว่าเลิกกันก็ไม่ต้องโทรมา"

"...."

"นี่วิน ถ้าจะโทรมาแล้วเงียบเราจะวางแล้วนะ"

น่าแปลกที่เขาพร่ำบอกว่าไม่ให้โทรหาอยู่ทุกวี่ทุกวัน ทั้งที่เขาก็บล็อคเบอร์ไม่ก็ตัดสายทิ้งได้แต่เขาก็ไม่เลือกที่จะทำ

เข้าข้างตัวเองได้หรือเปล่าว่าเขา...ก็ยังคิดถึงอยู่เหมือนกัน

"...."

"เหนื่อยแล้วนะ ทำแบบนี้ทำไม"

เสียงเขาค่อยๆเบาลง เหมือนคืนนั้นที่เขาเคยพูดคำว่าเหนื่อยออกมา มันเป็นเสียงของคนที่หมดแรงและเหนื่อยล้า

อย่าร้องไห้ได้ไหม ไม่อยากให้ร้องไห้เพราะคนอย่างเขาอีกเลย

"ธาม"

"ฮึก...โทรมาอีกทำไม...ไหนว่าเลิกกันแล้ว โทรมาหากันอีกทำไม ต้องการอะไรจากเราอีก"

จะกี่ครั้งๆก็เป็นเขาที่มักจะทำให้ธามร้องไห้เสมอ

ตั้งแต่คบจนเลิกกัน กระทั่งตอนนี้ที่กลายเป็นแฟนเก่ากัน

ธาม...ก็ยังร้องไห้ให้กับเขาเหมือนเดิม

 

 

 

00 : 15 AM.

 

 

 

ไม่รู้อะไรดลใจให้รีบบึ่งรถมาหา หลังจากวางสายไปก็รีบรุดไปบอกเพื่อนว่าจะกลับ ไม่รอฟังเสียงเพื่อนก็วิ่งออกมาขึ้นรถแล้วขับมายังหน้าบ้านของธามทันที

คิดไม่ทันและไม่ได้คิดว่าจะเข้าไปหาธามได้ยังไง ธามไม่ได้อยู่คนเดียวแต่เขาอาศัยอยู่กับแม่และพี่สาวอีกหนึ่งคน

ถ้ากดกริ่งเรียกให้คนมาเปิดบ้านตอนนี้คงจะเป็นการเสียมารยาทและรบกวนเกินไป

ธาวินเงยหน้าขึ้นมองหน้าต่างที่ยังเปิดไฟก่อนจะล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อต่อสายหาคนที่เขากำลังคิดถึง

"อะไร" เสียงห้วนสั้นตอบกลับมาทันทีหลังจากรับสาย

เขายกยิ้มเอ็นดู นึกถึงใบหน้าบึ้งตึงของธามในตอนนี้

"อยู่หน้าบ้าน" ตอบกลับไปสั้นๆ ตื่นเต้นมากที่ได้คุยกับปลายสายสักที

โทรไปหาเขาทุกคืนและเอาแต่เงียบทุกคืน คืนนี้คงเป็นคืนแรกที่ธามได้ฟังเสียงของธาวิน

หลังจากบอกไปผ้าม่านสีขาวถูกแทนที่ด้วยเจ้าของห้องที่โผล่หน้าออกมามองเพื่อพิสูจน์ว่าเขาอยู่หน้าบ้านจริงๆอย่างที่บอก

เขาเงยหน้ามองธาม ถือโทรศัพท์ไว้แนบหูก่อนที่ปลายสายจะพูดขึ้นมาอย่างตกใจ

"มาทำไม เมาแล้วก็กลับห้องไปนอน"

"ไม่ได้เมา" ยืนพิงรถที่จอดอยู่ใกล้ๆ มองตรงไปยังหน้าต่างบานนั้นที่ธามยืนอยู่

ชุดนอนลายเดิมลายเดียวกับที่เคยใส่ตอนคบกัน

ก็เหมือนเดิมเลย

น่ารักเหมือนเดิม

"ไม่เมาแล้วมาทำไม"

"ธามร้องไห้"

"ไม่ร้องแล้ว"

"อืม"

ตอบกลับไปแค่นั้นทว่าเขาก็ไม่ยอมกลับไปสักทีจนเป็นธามที่ต้องเอ่ยบอกอีกครั้ง

"กลับไปได้แล้ว"

"...."

"วิน"

"...."

"โทรมาทำไม โทรมาแล้วเงียบทุกคืนอ่ะ"

"...."

"งั้นก็ไม่ต้องโทรมาแล้ว" เป็นฝ่ายบอกเลิกเขาเองแต่ธาวินกลับทำท่าทีเหมือนจะเข้ามาง้อกัน

หลังจากเลิกกันไปหนึ่งเดือนก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทว่าเดือนที่สองเป็นต้นไปเขาต้องคอยรับสายโทรศัพท์จากธาวินที่โทรมาแต่ไม่ยอมพูดอะไรจนเขาต้องเป็นฝ่ายตัดสายไปเองทุกคืน

"...."

"เด็กดื้อด้าน"

คำๆนี้คงเหมาะกับธาวินที่สุดแล้ว

 

 

 

00 : 15 AM.

 

 

 

เรื่องนี้จะแนวแบบเรื่อยๆนะคะ ฟีลกู้ดไม่ม่าจริงๆค่ะ

#เที่ยงคืนสิบห้านาทีที่คิดถึงเธอ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 205 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

111 ความคิดเห็น

  1. #108 Pigapao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 09:29
    บางทีก็อยากทำแบบวิน แต่ไม่มีความกล้าที่จะโทรเลย
    #108
    0
  2. #71 071727 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 00:07

    ไปเรื่อยๆน้ำตาก็ใหลเรื่อยๆ

    #71
    0
  3. #57 Kibibiza (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 00:23
    เป็นคนบอกเลิกแต่ยังไปวอแวเค้าแบบนี้ไม่ดีเลยนะ แย่อะถ้าคิดจะไม่อยากมีเค้าในชีวิตแล้วก็ควรปล่อยเค้าไปดิ
    #57
    0
  4. #55 SarunyaUathittas (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 23:48

    เรื่องนี้อินมากยิ่งอ่านๆไปยิ่งอยากรู้เรื่องราวในอดีตอ่ะ คือร้องไห้ตามอ่ะ
    #55
    0
  5. #28 rtom711 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 14:21
    แล้วไปบอกเลิกทำไม ถ้าจะมาทำแบบนี้
    #28
    0
  6. #26 Nanana- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 09:01

    ไรท์ นี่อกหัก คิดถึงแฟนเก่า คือบทก็ไม่ได้เศร้า ไม่มีอ่ะไรแทงใจดำนะ แต่ร้องไห้เฉยเลยฮือ รู้ตัวว่าน้ำตาไหลตอนอ่านจะจบ
    #26
    0
  7. #24 shipyou (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 02:46
    เชื่อใจไรท์ว่ามันคือฟิลกู๊ด!!!!!!
    #24
    0
  8. #23 eve1202 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 01:35
    อ้าวว เธอบอกเลิกเขาเหรอ เดี๋ยววว เธอก็ง้อเขาสิเด็กชายธาวิน เธอรออะไร
    #23
    0
  9. #22 yjpam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 01:28
    มันคือฟีลกู๊ดค่ะ เชื่อมั่น!
    #22
    0
  10. #21 Ploykamp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 01:24
    ง้อหน่อยนะ ง้อเค้าให้ได้นะ!!!
    #21
    0
  11. #18 calciumwarr (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 22:51
    ฮือออ เธอก็ง้อพี่เขาสิวิน!!!!
    #18
    0
  12. #17 piti345 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 20:52

    แต่ทำไมเรายังเศร้าอยู่เลยมันอินกับอาการของวินอ่ะ มันโดนมากกกกกก
    #17
    0
  13. #14 จันทร์คราม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 20:04
    วิน ;___;
    #14
    0
  14. #13 รถไฟฟ้าสายสีม่วง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 19:54
    น่ารักค่ะมาต่อเรื่อยๆนะคะรอทั้ง2เรื่องเลย
    #13
    0
  15. #12 michiri13 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 19:45
    😭ฮือออ มาต่อเร็วๆน้าท
    #12
    0
  16. #11 Sirilak28_Aonsii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 19:27

    น่ารักอะ
    #11
    0
  17. #10 SK.Ryo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 19:26
    แง้ๆๆ น้องน่ารักกันมากเลยค่ะ เอาใจไปเลยยยย
    #10
    0