(จบแล้ว) เขาว่ากันว่า 2 {Yaoi / BL}

ตอนที่ 19 : ตอนที่17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,766
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 585 ครั้ง
    11 ต.ค. 62

                         ตอนที่17

            




            สอบปลายภาคของเทอมแรกเสร็จไปแล้วเป็นที่เรียบร้อยผมก็ขึ้นรถกลับบ้านทันที ส่วนพี่คินรายนั้นมีสอบอีกสองตัวเลยไม่ได้มาด้วย ผมก็ค่อนข้างเป็นห่วงเขามากเหมือนกันแต่ก็เชื่อแหละว่าเขาจะดูแลตัวเองได้



            มาถึงบ้านสิ่งแรกที่พ่อกับแม่ทักทายทำเอาผมแทบอยากจะร้องไห้



            “คินไม่มาเหรอลูก”



            โอ้โห ลูกรักที่แท้ทรู ตัวไม่อยู่ก็ยังจะมีคนถามหาแถมยังชะเง้อชะแง้กันคอจะหลุด นี่ผมเป็นลูกพ่อกับแม่จริงมั้ยครับ ทำไมต้องเมินกันด้วย

            


          “ไม่มาครับ พ่อกับแม่สนใจผมก่อนสิ”  ผมว่าสะกิดแขนท่านทั้งสองยิกๆถ้าเนื้อหลุดติดมือมาด้วยก็ไม่แปลก นี่ถูกไถจนเมื่อยมือแล้วพ่อแม่ก็ยังไม่สนใจ เฮ้อ เศร้าว่ะ

          


  “ลูกงอนแล้วคุณ” แม่เป็นคนหันมาหาผมก่อนจะยกมือช่วยสะกิดพ่ออีกที 



            “อ้าวลูก!” ดูความเล่นใหญ่ตกใจของพ่อสิ เมื่อกี้ผมว่าพ่อเห็นผมนะแต่ก็ชอบแกล้งผมอ่ะ “ทำหน้าบึ้งทำไม เข้าบ้านๆ”



            คิดว่าจะยืนหาพี่คินจนกว่าจะเจอซะอีก ดีนะที่บอกให้เข้าบ้านไม่งั้นคงได้ยืนขาแข็งกันอยู่หน้าบ้านนี่แหละมั้ง



            หลังจากที่เข้าบ้านได้ผมก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาทันที เห็นน้ำตั้งอยู่ตรงหน้าพอดีเลยเทลงแก้วแล้วยกดื่ม พ่อกับแม่ไม่พุดอะไรแต่ท่านยังคงนั่งมองผมดื่มน้ำเงียบๆ



            บรรยากาศแบบนี้มันพิลึกชอบกล



            “จ้องผมทำไมครับ มีอะไรติดหน้าผมเหรอ?” ผมยกมือขึ้นมาจับๆแตะๆหน้าตัวเองแต่ก็ไม่เห็นจะมีสิ่งแปลกปลอมอะไรสักอย่าง แล้วพ่อกับแม่มองผมขนาดนั้นทำไมเนี่ยหรือผมจะหล่อขึ้นจนพอกับแม่ไม่แน่ใจว่าใช่ลูกตัวเองจริงหรือเปล่า



            “อ่านหนังสือหนักมากเหรอทาวน์ทำไมขอบตาดำขนาดนี้?”



            “ห้ะ?...ครับก็หนักแต่ก็ไม่ขนาดนั้นนะพ่อ ก็อ่านแบบพอดีๆ” ผมว่าผมอ่านไม่หนักนะถ้าเทียบกับพี่คินแต่คือจะเทียบกับพี่ได้เหรอวะ รายนั้นอ่านอย่างบ้าคลั่งเลย



            ถ้าจะเอาไปทเยีบกับไอ้ทิมก็ไม่ได้อีกไม่ใช่เพราะมันอ่านน้อยนะแต่มันก็อ่านพอๆกับผมอ่ะ อาศัยว่าได้ติวกับไอ้พีชนั่นแหละถึงรอดมาได้



            “ลูกเป็นขนาดนี้แล้วคินจะขนาดไหน เห็นว่านิติต้องอ่านหนังสือกันหนักเลยใช่มั้ยช่วงสอบ” แม่ถามอีกครั้งและข้อสันนิษฐานของแม่ก็จริงทั้งหมด ไม่ได้อ่านหนังสือหนักรรมดานะแต่เป็นหนักมากๆ มากกว่าทั้งชีวิตที่ผมเคยได้อ่าหนังสือเลยมั้ง



            “หนักมากครับ ตอนนี้ก็เหลือสอบอีกสองตัว ผมหวังว่าเขาจะไม่หักโหมจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน”



            ผมพูดตามที่ใจคิด ขนาดกลับบ้านแล้วใจผมก็ยังนึกห่วงเขาที่อยู่นู่นตลอด กังวลกลัวเขาจะมัวแต่อ่านหนังสือจนไม่ได้กินข้าวปลา หนักไปกว่านั้นก็กลัวจะอดนอนไปสอบ ถ้าเป็แบบนั้นจริงๆผมจะโมโหให้



            “แล้วกลับมานี่พี่เขารู้หรือยังหือ?”



            “รู้แล้วครับแม่ ผมชวเขามาแล้วนะแต่ว่าเขาติดสอบเลยไม่ได้มาด้วยกัน”



            “ลูกจะอยู่นี่กี่วันล่ะ?”



            “สามสี่วันครับ ผมต้องกลับไปงานรับปริญญาพี่บัณฑิตอีก”



            “งั้นตอนนี้ก็ไปพักผ่อนก่อนไป วันนี้พ่อเขาจะพาไปกินข้าวนอกบ้าน”



            “จริงเหรอพ่อ”



            “จะพาไปกินร้านลูกเพื่อนพ่อ เขาพึ่งเปิดได้ไม่ถึงเดือนแต่อาหารอร่อยใช้ได้”



            “ผมเตรียมท้องรอเลย” ผมลูบท้องตัวเองป้อยๆก่อนจะโดนพ่อไล่ให้ขึ้นห้องไปพักผ่อน ส่วนแม่ก้บอกให้ผมส่งข้อความไม่ก็โทรบอกพี่คินว่าผมมาถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว



ผมตอบรับคำท่านทั้งสองแล้วหอบหิ้วกระเป๋าขึ้นไปบนห้อง ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆในห้องนอนด้วยความคิดถึง เวลากลับมาบ้านแล้วได้นอนแผ่หลาโดยไม่ต้องคิดอะไรนี่มันสบายที่สุดในโลกแล้วครับ



กลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงจนผ้าปูยับยู่ยี่ก็ล้วงหาโทรศัพท์ในกระเป๋าเพื่อโทรหาคนที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าอ่านหนังสือหรือทำอะไรอยู่แต่ให้เดาเลยนะเขาคงจะนั่งอ่านหนังสือเหมือนทุกทีนั่นแหละ



ภาพพี่คินที่ผมคิดไว้ตั้งแต่ได้ยินข่าวลือเขาต่างๆนาๆว่าเจ้าชู้นู่นนั่นนี่คือผู้ชายที่วันๆคงจะเอาแต่ควงสาวเข้าร้านเหล้าไรงี้แต่พอได้มาเป็นแฟนและได้มาอยู่ด้วยกันจริงๆ พี่คินก็คือคนที่ชอบอยู่เงียบๆ ไม่ชอบเป็นจุดสนใจแต่ว่านะแค่หน้าหล่อๆของเขาก็ทำเอาคนสนใจเกือบทั้งมหาลัยละ ไหนจะข่าวฉาวต่างๆนาๆของเขาอีกแถมยังเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ อ่านเยอะมากด้วยครับ ผมเห็นแล้วอึ้ง สิ่งที่คิดกับสิ่งที่เป็นมันคนละอย่างเลย



แบบนี้ล่ะมั้งเขาเลยบอกกันว่าเราไม่สามารถตัดสินใครได้แค่เพียงผิวเผินอ่ะ เพราะเอาเข้าจริงคนๆนั้นอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดก็ได้ 



“ฮัลโหลพี่คิน” นึกว่าเขาจะไม่รับสายแล้วซะอีก



(อือ ถึงหรือยัง)



“พึ่งถึงเมื่อกี้เลยครับ คุยกับพ่อแม่นิดหน่อยแล้วก็ขึ้นห้องโทรมาบอกพี่นี่แหละ” ผมกระดึ๊บตัวเอาหัวไปวางไว้บนหมอน ตะแคงข้างไปทางหน้าต่างที่มีแสงแดดลอดผ่านเข้ามา รอฟังเสียงจากปลายสายที่ยังคงเงียบเหมือนเดิม



ผมไม่เคยเหนื่อยเลยนะกับการที่ต้องรอฟังพี่คิน ต่อให้เขาจะเงียบนานเป็นชั่วโมงผมก็ยังคงรอฟังสิ่งที่เขาพูดเสมอ แม้บางครั้งพี่คินจะชอบบ่นผมเยอะแยะมากมายแต่พอบทเขาจะเงียบเขาก็เงียบเป็นเป่าสากเลยครับ ทว่าพี่คินที่ขี้บ่นกับพี่คินที่นิ่งเงียบ จะเป็นพี่คินแบบไหนผมก็รักทั้งนั้นแหละ



(กลับวันไหน)



ผมว่าผมก็บอกเขาไปแล้วนะ ช่างเถอะเขาอาจจะลืมหรืออาจจะแค่ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ



“ว่าจะอยู่นี่สักสามสี่วันครับ”



(อืม)



“ตอนนี้ทำอะไรอยู่ครับ”



(อ่านหนังสือ)



“กินข้าวหรือยังครับ”



(กินแล้ว)



“อย่าทำให้ผมเป็นห่วงมากนะครับ ผมอยู่นี่ดูแลพี่ไม่ได้แต่จะโทรไปหาสามเวลากินข้าวเลยพี่จะได้กินข้าวครบทุกมื้อ ตอนก่อนนอนก็จะโทรไปหาด้วย”



(ไม่ต้องห่วงน่า)



“ก็ผมเป็นห่วงนี่”



(มึงนี่นะ จะโทรตอนไหนก็โทรส่วนจะรับมั้ยก็อีกเรื่อง)



“พี่คิน”



(เออๆล้อเล่น พูดแค่นี้ทำเป็นเสียงแข็งใส่ รอให้กูสอบเสร็จก่อนเถอะ”



“สอบเสร็จแล้วทำไมครับ”



(รีบกลับมาสิ)



“ไม่เอาอ่ะ ผมว่าต้องเป็นอะไรที่ไม่ดีแน่ๆ”



ฟังเสียงเขาก็ไม่น่าไว้ใจแล้ว ถึงจะเดาไม่ได้ว่าเรื่องอะไรแต่ผมจะไม่หลงกลเขาหรอก พี่คินก็ชอบแกล้งผมพอๆกับที่พ่อชอบแกล้งผมนั่นแหละ อืม...แต่บางครั้งพี่คินก็แกล้งผมมากกว่าพ่อซะอีก



(แค่นี้แหละ ถ้าอยากรู้ก็รีบๆกลับกูจะไปอ่านหนังสือต่อแล้ว)



“อื้อ อย่าลืมกินข้าวพักผ่อนด้วย เดี๋ยวก่อนนอนจะโทรหาอีกรอบ”



(ครับ)



วางสายไปแล้ว ตาก็เริ่มจะปรือปรอย คงเหนื่อยนั่งรถเหนื่อยเดินทางเลยทำให้ผมง่วงทั้งที่คิดว่านอนในรถมากแล้ว ก่อนหลับไปได้ยินเสียงแจ้งเตือนของไลน์เขาแต่มไม่ไหวจริงๆ ค่อยตื่นมาเปิดดูก็แล้วกัน

 

 

 

 



ผมตื่นมาอีกทีห้องก็มืดสนิท หน้าต่งที่เคยเปิดค้างไว้ก็ถุกปิดลงเดาว่าคงเป็นฝีมือของแม่ที่มักจะเข้ามาปิดหน้าต่างให้เวลาผมเผลอหลับกลางวัน ท่านครู้ง่ากว่าผมจะตื่นก็เย็นไม่ก็ค่ำ เวลานั้นน่ะยุงเยอะอย่างกับอะไรดี ถ้าแม่ไม่มาปิดให้ผมว่ายุงคงได้หามผมออกไปจากบ้านแล้วครับ



“พร้อมยัง?”



พ่อถามทันทีที่ผมเดินลงมาจากชั้นบน ผมทำหน้างุนงงนิดหน่อยก่อนจะนึกได้ว่าพ่อบอกจะพาไปกินข้าวข้างนอก ผมเลยพยักหน้าหงึกหงัก รอแม่ไปหยิบของอีกนิดหน่อยก็พากันออกจากบ้าน



ระหว่างนั่งรถผมก็ส่งข้อความไปหาพี่คินว่าพ่อจะพาไปกินข้าวข้างนอกและไม่ลืมย้ำกับเขาให้เขากินข้าวด้วย พี่คินยังไม่อ่านผมเลยเปิดข้อความที่ไอ้ทิมมันส่งมาให้ก่อนที่ผมจะนอนหลับ



มันส่งรูปที่ถ่ายกับหมามาให้ผมดู แยกแทบไม่ออกว่าไหนหมาไหนไอ้ทิมอาศัยเดาล้วนๆว่าไอ้หน้าตาแป้นแล้วยิ้มกว้างแบบนั้นน่จะเป็นไอ้ทิมเพื่อนผม



คือถ่ายรูปกลับหมายังไงวะ ทำไมหมาทำหน้าเหม็นเบื่อใส่มึงขนาดนั้นเพื่อนทิม คนบ้าอะไรขนาดหมายังระอา



มันส่งมาบอกว่าไอ้หมาที่มันเคยช่วยไว้ตอนนี้โตขึ้นเยอะเลยแถมยังจำมันไม่ได้อีก ก็ส่งมาบ่นใหญ่ว่าหมาเมิน เข้าไปเล่นด้วยหมาก็เดินหนี ไอ้ที่ถ่ายรูปกับหมาได้ก็เพราะเอาขนมมาล่อ สงสารมันนะครับแต่ขำมากกว่า



ได้แต่ส่งปลอบใจมันไปว่ามันต้องทำตัวให้กลมกลืนกับหมา มันบอกขอบคุณใหญ่เหมือนกับว่าหาทางออกกับปัญหาหมาเมินได้สักที เอากับมันเถอะครับ มีเพื่อนแบบมันก็บันเทิงดี



คุยเล่นกับไอ้ทิมเสร็จก็พอดีกับพ่อขับรถมาถึงร้านอาหารพอดีและพี่คินก็ยังคงไม่อ่านไม่ตอบผม ผมมองหน้าจอนิดนึงกอนจะลงจากรถตามพ่อกับแม่ไป



ร้านอาหารที่พ่อพามาเป็นร้านที่อยู่ติดกับแม่น้ำ บรรยากาศดีใช้ได้ คนก็ไม่ได้เยอะอย่างที่คิด ไม่ใช่ว่าคนน้อยนะครับแต่คนไม่ได้เยอะแออัดและไม่เต็มทุกโต๊ะแต่ก็เกือบเต็ม อธิบายเองก็งงเองแต่เอาเป็นว่าคนไม่ได้เยอะและเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวเท่าไหร่



มีดนตรีสดให้ฟังด้วย เป็นเพลงฟังสบายๆแถมนักร้องยังเสียงนุ่มอีก นี่มันร้านอาหารที่ดีร้านหนึ่งเลยนะ



“สวัสดีครับคุณลุงคุณน้า” ผู้ชายท่าทางดูดีแต่ทว่าแต่งตัวสบายๆเอ่ยทักทายพ่อกับแม่ผมอย่างนอบน้อม ผมถอยไปหลบหลังพ่อกับแม่ให้ผู้ใหญ่เขาได้คุยกัน พ่อทักทายคนนั้นที่ผมเดาว่าเป็นเจ้าของร้านหรือลูกชายของเพื่อนพ่อก่อนพ่อจะหันมาหาผมแล้วเอ่ยแนะนำผมกับเขา



“นี่ลูกชายลุง พึ่งกลับมาวันนี้ชื่อทาวน์รู้จักกันไว้”



“สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้คนที่เป็นผ้ใหญ่กว่า



เขายกมือไหว้ตอบแล้วแนะนำตัวเอง “สวัสดีครับ พี่ชื่อพีมนะ”



“ครับ” ผมตอบรับ ไม่รู้จะพูดอะไรดี คนเจอกันมันต้องพูดอะไรล่ะครับ ปล่อยให้พ่อกับเขาพูดกันดีกว่า



“เชิญทางนี้เลยครับ” เขาผายมือเชื้อเชิญพ่อกับแม่ไปนั่งที่ต๊ะ พ่อก็พูดตลอดทางเดินว่าไม่จำเป็นต้องมาต้อนรับกันขนาดนี้ก็ได้ เจ้าของร้านเขาก็เอาแต่บอกว่าเต็มใจแถมยังใจดีพามาโต๊ะติดริมแม่น้ำซะด้วย



“ขอบใจมาก” พ่อบอกขอบคุณหลังสั่งอาหารเสร็จโดยมีคุณพีมคอยบอกแนะนำเมนูเด็ดๆของร้าน



สั่งอาหารเสร็จคุณพีมก็ขอตัวออกไปจัดการงานในร้านเขาต่อส่วนผมก็เอาแต่มองแม่น้ำและทิวทัศน์รอบๆ มีเสียงเพลกับน้ำเสียงสบายหูขับกล่อมทำให้บรรยาศที่ดีอยู่แล้วดีขึ้นไปอีก



“บรรยากาศดีใช่มั้ยล่ะ” แม่ที่นั่งข้างผมถามขึ้น สงสัยท่านคงเห็นผมนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศมาพอสมควรแล้วเลยชวนคุยไม่ให้โต๊ะเงียบเกินไป



“ดีมากเลยล่ะครับ ผมชอบนะลมเย็นสบายด้วย”



“เห็นมั้ยล่ะ ถ้าได้ทานอาหารของเขาแล้วยิ่งจะชอบไปอีก”



“พ่อนี่เป็นหน้าม้าหรือเปล่าครับ ขายเก่งมากหรือเขาจ้างมาให้โปรโมทร้านเนี่ย” ผมอดที่จะแซวพ่อไม่ได้ พ่อดูถูกใจร้านนี้มากจนพูดชมไม่หยุดตั้งแต่บนรถแล้ว



“ก็มันดีจริงๆนี่ เสียดายคินไม่มาด้วย”



ผมก็เสียดายเหมือนกัน ผมน่ะอยากให้พี่คินได้มาผ่อนคลายกับบรรยากาศแบบนี้ ได้กินอาหารอร่อยๆด้วยกันแต่นั่นแหละเขาติดสอบอยู่เลยมาด้วยไม่ได้



“เอาไว้วันไหนหยุดยาวก็ชวนพี่เขามาเนอะ”



“ครับแม่”



พ่อกับแม่เปลี่ยนเรื่องคุยกันส่วนผมก็หยิบโทรศัพท์มาดูแต่ยังไร้วี่แววของพี่คิน นี่คงอ่านหนังสือจนไม่ได้เปิดโทรศัพท์มาดูล่ะมั้ง เขาชอบปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ด้วยไง ผมไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะตอบผมในเร็วๆนี้หรอกยังไงก่อนนอนผมก็จะโทรหาเขาอยู่แล้วแหละ ถ้าเขาไม่ตอบก็ค่อยโทรถามเอาว่าเขากินข้าวเย็นหรือยัง



ไม่นานนักอาหารที่สั่งไว้ก็มาเสิร์ฟ มาพร้อมกับเจ้าของร้านคนเดิมซึ่งก้คือคุณพีมแตคุณพีมเขาไม่ได้มาคนเดียวเขายังพาใครอีกคนมาด้วย ผมเห้นหน้ามันก็จำได้แล้วแถมยังยิ้มมาให้ผมแต่ไกลนู่น



“นี่พีชน้องผมครับ”



ไอ้พีชครับ ไอ้คนที่ทำให้ผมสอบผ่านเพราะการติวของมันมาได้ ผมพึ่งรู้ว่ามันมีพี่ชายแถมโลกกลมก็คือพ่อมันกับพ่อผมเป็นเพื่อนกัน นี่มันโคตรบังเอิญเลย



“สวัสดีครับ”



“ลูกเพทายเชื้อไม่ทิ้งแถวจริง พ่อหล่อยังลูกก็หล่ออย่างนั้น” พ่อก็ชมไปแต่ก็ไม่ได้เว่อร์เลยนะเพราะสองพี่น้องหน้าตาดีกันทั้งคู่



“นี่ลูกลุงชื่อทาวน์ อายุน่าจะไล่เลี่ยกันนะ”



“หวัดดีทาวน์”



“พวกผมเป็นเพื่อนกันนี่แหละพ่อ จำได้มั้ยคนที่ผมเคยเล่าให้ฟังอ่ะ”



“คนที่ติวให้ลูกอ่ะนะ?”



“ครับ คนนี้แหละ”



พ่อพยักหน้า ส่วนแม่ก็หันไปหาไอ้พีชทันที



“ขอบคุณมากนะจ้ะที่ช่วยติวให้ลูกน้า”



“ไม่เป็นไรเลยครับ ยังไงทาวน์ก็เพื่อนผม”



“งั้นมานั่งกินข้าวด้วยกันแลยดีไหม ไหนๆก็รู้จักกันหมดแล้วถือว่าลุงเลี้ยงตอบแทนที่ช่วยติวให้ทาวน์ด้วย”



พีชมันทำท่าจะปฏิเสธคงเพราะเกรงใจแต่แม่ก็เสริมพ่อขึ้นมาก่อน



“นั่งเถอะจ้ะ ลุงกับน้าอยากเลี้ยงขอบคุณจริงๆ พีมก็มานั่งด้วยกันสิ”



แม่เรียกคุณพีมให้มานั่งแต่รายนั้นต้องดูร้านเลยปฏิเสธอย่างสุภาพ พ่อแม่ก็ไม่ได้ตื้อคุณพีมเพราะเข้าใจดีส่วนไอ้พีชก็ต้องนั่งลงข้างๆผมเรียบร้อยแล้วโดยที่แม่ย้ายตัวไปนั่งข้างพ่อแทน



“สั่งอะไรเพิ่มมั้ยจ้ะ สั่งได้ทุกอย่างเลยนะ”



“ไม่เป็นไรครับคุณน้า เอาเท่าที่คุณน้ากับคุณลุงสั่งก็ได้ครับ ผมทานอะไรก็ได้”



พอไอ้พีชมาร่วมโต๊ะพ่อกับแม่ก็ถามเรื่องผมกันใหญ่ ไอ้พีชมันรู้เรื่องผมไม่มากเท่าไอ้ทิมหรอกแต่ไม่รู้ทำไมเวลาพ่อแม่ถามอะไรเกี่ยวกับผมไอ้พีชมันดันตอบได้หมดเลยหรือไอ้ทิมจะไปเล่าให้ไอ้พีชฟังวะแต่ไม่น่าใช่เพราะไอ้ทิมมันก็ไม่ได้สนิทกับไอ้พีชขนาดนั้นนะแต่ก็อาจจะเป็นเพราะเรื่องที่พ่อแม่ถามมันเป็นพื้นฐานที่เพื่อนก็รู้กันแล้วหรือเปล่าไอ้พีชถึงตอบได้



เอออาจจะเป็นแบบนั้นแหละ



คุยได้ไม่เท่าไหร่อาหารที่สั่งไปก็ได้เวลามาเสิร์ฟที่โต๊ะ หน้าตาอาหารแต่ละอย่างน่ากินทั้งนั้นเลยครับ กลิ่นก็หอมจนผมท้องร้องและไอ้พีชคงได้ยินเลยหันมาขำใส่ผม โห่ย มึงไม่เคยหิวเหมือนกูนี่ทำเป็นมาขำ



ผมลงมือกินอย่างเงียบเชียบ ตอนไอ้พีชมันตกอาหารมาใส่ในจานให้ผมก็บอกขอบคุณมัน คงจะอร่อยมั้งครับเลยตักมาให้ในเมื่อมันเป็นน้องของเจ้าของร้านก้อาจจะรู้ว่าเมนูไหนอร่อยมากไรงี้



ผมก็ไม่ได้คิดหรอกว่าที่มันทำเนี่ยมันทำไปทำไม ไม่อยากคิดมากด้วยมันจะทำเพราะอะไรก็ช่างเถอะแต่อาหารที่มันตักใส่จานผมแต่ละอย่างก็คืออร่อยแบบสุดยอดน้ำตจะไหลจริงๆครับ สมกับเป็นน้องของเจ้าของร้านจริงๆเลยนะมึงเนี่ย



ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้านพ่อก็บอกว่าอยากถ่ายรูปกันก่อน ตอนแรกไอ้พีชมันก็อาสาจะถ่ายรูปครอบครัวให้แต่พ่อบอกว่าถ่ายด้วยกันนี่แหละเลยต้องเรียกพนักงานที่ยืนอยู่ใกล้ๆมาถ่ายให้ ถามหาคุณพีมแล้วก็พบว่าเขาวุ่นวายอยู่กับในครัวเลยได้แค่ตัวน้องชายของเขามาถ่ายด้วยซึ่งกคือไอ้พีช



ถ่ายเสร็จก็ได้เวลาร่ำลากลับสักที อิ่มพุงจะแตก เสพบรรยากาศจนตาจะหลับ กลับไปคงอาบน้ำนอนเลยมั้ง ไม่ดิ ผมต้องโทรหาพี่คินก่อนนี่หว่า



มาถึงบ้านก็รีบเข้าห้องอาบน้ำเสร็จก็ทิ้งตัวลงเตียงนุ่มๆของตัวเอง ข้อความที่ส่งหาพี่คินไปกยังไม่ได้รับการตอบกลับ ผมกดโทรออกหาเบอร์โทรล่าสุด รอปลายสายนานจนเกือบท้อแต่ในที่สุดเขาก็รับสายผมสักที นี่ถ้าไม่รับคงได้โกรธกันอีกสักยกแหละ



“ทำอะไรอยู่ครับ”



(อ่านหนังสือ)



“นี่ก็จะสี่ทุ่มแล้วนะครับ”



(อือ)



“อย่าหักโหมมากสิครับ พักผ่อนบ้างแล้วนี่กินอะไรหรือยัง?”



(ครามซื้อสลัดมาให้เมื่อเย็น)



“แค่นั้นจะอิ่มเหรอ?”



(อกไก่ด้วย)



ถ้ามีอกไก่ด้วยก็คงอิ่มล่ะมั้ง เขาก็กินแบบนี้ปกติอยู่แล้ว



“โอเคครับ งั้นผมนอนแล้วนะ”



(วันนี้ไปไหนมา)



ตาของผมเริ่มปรือปรอยแต่ก็ต้องตอบคำถามของเขา



“ไปกินข้าวข้างนอกกับพ่อแม่ครับ”



(แล้วไอ้นั่น...ช่างเถอะ กูวางแล้วนะจะอ่านหนังสือต่อ)



ผมขมวดคิ้ว เหมือนเขาจะถามอะไรผมสักอย่างแต่ผมฟังไม่ถนัดแถมเขายังตัดบทไปดื้อๆอีก



“พี่คินจะถามอะไรผมอ่ะ?”



(เปล่า)



ต้องมีอะไรแน่ๆ ผมจะเซ้าซี้เขาต่อหรือจะยอมเงียบๆแล้ววางสายไปดีวะ ถ้าวางสายไปก็กลัวค้างคาแต่ถ้าถามเขาต่อก็กลัวเขารำคาญ เอาไงดีวะ



(วางแล้วนะ)



“เดี๋ย...” ยังพูดไม่จบเลยพี่คินก็ชิงตัดสายผมไปแล้ว



เป็นอะไรของเขาวะ ผมจะโทรกลับไปถามตอนนี้หรือตอนเช้าดีแต่ถ้าให้เดาจากอารมณ์และการพูดคุยเมื่อกี้แล้วผมคิดว่าโทรไปถามตอนเช้าแล้วกัน รอให้เขาเย็นๆไว้ก่อนส่วนผมก็จะนอนคิดสาเหตุของความหงุดหงิดฉับพลันของเขา ไม่รู้จะคิดออกมั้ยนะครับแต่ถ้าโทรไปตอนนี้เขาคงไม่ยอมบอกอะไรผมแน่ๆ



อยู่ห่างกันแบบนี้เวลาอยากถามหรือคุยด้วยเนี่ยมันก็ค่อนข้างลำบากจนน่าหงุดหงิดเหมือนกันนะครับ




TBC....




มาต่อแล้วค่า ตอนนี้โน๊ตบุ้คเราเปิดไม่ได้เราเลยเขียนลงไอแพดและข่าวร้ายมากๆคือต้นฉบับกะหายหมดเลย แงง ตอนนี้ไม่มีอะไรมาก ตอนหน้าจะพาทาวน์กลับไปหาพี่คินแล้ว ขอบคุณทุกๆคนที่ยังรอกันมากๆค่า


ปล หนังสือยังสั่งได้เรื่อยๆเด้อ 

 

 

 

 

            

 

 

 

            

            

            

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 585 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

651 ความคิดเห็น

  1. #607 Momo2018 (@Momo2018) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 13:52

    แล้วเค้าเคลียร์กันมั้ยเรื่องพีท? งงอะ

    #607
    0
  2. #581 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 08:13
    พีชนี่คือแบบโลกกลมมาก555
    #581
    0
  3. #486 Cheezymm (@srppm00k-) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 18:52
    รอค้าาา
    #486
    0
  4. #485 Brem25 (@Brem25) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 17:03
    คินหึง555
    #485
    0
  5. #480 SUTH17 (@SUTH17) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 19:59
    รอค้าบบบ
    #480
    0
  6. #477 IninNutCham (@IninNutCham) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 23:34
    พี่คินหึงแล้วจ้าาา
    #477
    0
  7. #476 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 15:58
    คนแบบพี่คินนี่บางทีแฟนก็จะเบื่อนะ ถึงหล่อแค่ไหนก็เหอะ
    #476
    0
  8. #475 dedenaka (@dedenaka) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 00:13
    หึงละซี้
    #475
    0
  9. #474 ชะบู้.ชะบี้ (@kingpcy0614) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 23:52
    พี่คินนนนนน ชอบมากๆเลยค่ะไรท์
    #474
    0
  10. #473 ao_Sumaree (@ao_Sumaree) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 22:49
    พี่คินฟังน้องก่อนนนนอย่าเพิ่งงอนนนนนน
    #473
    0
  11. #472 ENJOY_EVERYDAY (@pink-peat) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 21:46
    พี่คินอย่างอนน้องดิ มันบังเอิญไง
    #472
    0
  12. #471 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 20:55
    น้องลูกกกกก
    #471
    0
  13. #470 0852344933 (@0852344933) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 20:22
    รอนะค่ะ
    #470
    0
  14. #469 pawanratc (@pawanratc) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 20:22
    น้องต้องได้ง้อพี่เเล้วววว
    #469
    0
  15. #468 sanadda (@sanadda) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 20:00
    เปนกำลังใจให้ค้าาาาา
    #468
    0
  16. #467 phurichaya25 (@phurichaya25) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 19:01
    รอค่าาา อัพเร็วๆนะคะไรท์สู้ๆ
    #467
    0
  17. #466 อะจิไซ (@NJ_JUDAS) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 17:52

    อ่านแต่ละตอนแล้วรู้สึกหวั่นๆ แต่มันก็ดีที่ยังเคลียร์ๆ กันได้

    #หวั่นใจเหลือเกินกลัวคำว่าห่างกันซักพักมากเลย
    #มโนจัดๆ อะ บอกเลย55555
    #466
    0