(จบแล้ว) เขาว่ากันว่า 2 {Yaoi / BL}

ตอนที่ 18 : ตอนที่16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,896
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 904 ครั้ง
    5 ต.ค. 62

ตอนที่16



เวลาในแต่ละวันผ่านไปอย่างรวดเร็วเผลอแป๊บเดียวก็สอบปลายภาคของเทอมแรกอีกแล้ว ผมรู้สึกว่าตัวเองพึ่งสอบกลางภาคไปไม่กี่วันก่อนเองอ่ะ นี่ก็ต้องมานั่งอ่านหนังสืออีกแล้วทั้งเหนื่อยทั้งเซ็งเพราะการอ่านหนังสือสอบมันแม่งเป็นอะไรที่โคตรทรมานเลยครับ


ถ้าถามว่าถนัดวิชาอะไรที่สุดตั้งแต่เรียนมา ผมตอบได้เลยว่า....ไม่มี


ไม่มีวิชาไหนที่ผมเข้าใจเลย ทำไมเรียนมหา’ลัย มันยากแบบนี้ก็ไม่รู้ ผมนับถือคนที่ผ่านช่วงนี้ไปได้จริงๆครับ


“พ่อ”


(ว่าไง สอบหรือยัง)


“อีกไม่กี่วันก็สอบแล้ว สอบเสร็จผมว่าจะกลับบ้านอ่ะขอเงินค่ารถหน่อยสิ”


(มากับใคร คินไม่มาด้วยเหรอ)


“ผมยังไม่ถามเลยอ่ะ งั้นเดี๋ยวถามแป๊บ”


ผมมองหาพี่คินที่ไม่รู้อยู่ส่วนไหนของบ้าน เมื่อกี้ยังเห็นเดินแว๊บๆเข้าไปในครัวแต่พอเดินเข้าไปดูก็ไม่มีใครอยู่ในนั้นสักคน


คงจะอยู่ข้างบนมั้ง


ผมเดินขึ้นไปดูบนชั้นสอง เดินตรงไปทางห้องนอนของเราสองคน เปิดประตูเข้าไปก็เจอพี่คินนอนคว่ำหน้าอยู่บนที่นอน ผมเดินเข้าไปหา สะกิดหลังเขาเบาๆ พี่คินครางอืออา งัวเงียไม่ถึงนาทีเขาก็พลิกตัวนอนหงาย ดวงตาของเขาหรี่มองผม


“พี่ โทษทีที่มากวน คือพ่อถามอ่ะว่าพี่จะกลับบ้านผมด้วยกันป่าว?”


“อือ ขอดูก่อน”


ผมพยักหน้าหงึกหงักมองดูพี่คินที่ยังงัวเงียเพราะเขาอ่านหนังสือจนได้พักผ่อนน้อย ผมคุยกับพ่อบอกว่าจะโทรกลับไปหาอีกทีตอนนี้ขอวางสายก่อน พ่อก็บอกโอเคแล้วยอมวางสายไป


“พี่ไม่สบายป่ะเนี่ย” ผมยกหลังมือแตะลงบนหน้าผากเขาแต่ก็ไม่มีไข้อย่างที่คิด คงเพราะเขาเหนื่อยจากการอ่านหนังสือมากกว่าอาการเลยเป็นอย่างนี้


“ปวดหัวนิดหน่อย” เขายกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ


“น้ำมั้ยครับ ผมไปเอามาให้”


“ขอบคุณครับ”


ผมพยักหน้าให้เขาก่อนจะเดินลงไปเอาน้ำที่ชั้นล่าง ผมกับพี่คินแยกกันอ่านหนังสือ พี่คินเขาจองพื้นที่บนห้องส่วนผมก็เลือกมาอ่านชั้นล่างตรงห้องรับแขกของบ้าน บางทีพี่คินก็อ่านจนลืมเวลากินข้าวและผมนี่แหละที่ต้องขึ้นไปหาเขาเพื่อบอกให้มากินข้าวก่อน


ไม่ใช่ว่าเรียกแล้วพี่คินจะยอมลงมาง่ายๆนะครับ เขาทำอิดออดบอกขออ่านต่ออีกสองสามหน้า แรกๆก็สองสามหน้าอยู่หรอกแต่ผมเผลอหน่อยก็ปาไปจนจบบท ถึงตอนนั้นก็เลยเวลาที่ควรจะกินข้าวไปแล้ว ได้ทีผมเลยดุเขาแต่อย่าคิดว่าเขาจะกลัวนะครับเขาก็ยังคงกวนประสาทผมเหมือนเดิมเพิ่มเติมคืออ้อนผมมากกว่าเดิมอีก


ไอ้ผมก็จนใจเหลือเกิน เจอคนหน้านิ่งมาอ้อนงี้ใจอ่อนยวบล่ะสิครับ กัดฟันอดทนแล้วก็ยังแพ้อยู่ดี เฮ้อ...รับมือกับพี่คินไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะ


เดินกลับมาชั้นบนอีกครั้งก็เห็นพี่คินนั่งอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือที่ประจำของเขา ผมถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าไปหยุดลงข้างๆเขาที่กำลังพลิกหน้ากระดาษหนังสือไปมา ดูเอาเถอะครับขนาดปวดหัวยังจะฝืนอ่านต่อ นี่ถ้าพี่คินป่วยผมจะโกรธเขาให้ ทำไมไม่ห่วงตัวเองเลยวะ


“พักก่อนไม่ได้เหรอครับ ทำไมต้องหักโหมขนาดนี้” ผมวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ พี่คินเงยหน้ามองด้วยใบหน้าที่โทรมกว่าปกติ ใต้ตาก็ดำคล้ำเหมือนคนอดนอนเห็นแล้วความเป็นห่วงยิ่งเพิ่มทวีคูณมากขึ้นไปอีก “ต้องให้ป่วยก่อนเหรอครับถึงจะหยุดอ่ะ ทำไมไม่ดูแลสุขภาพตัวเองเลยวะพี่”


ผมโกรธเขาจริงๆนะ ผมพูดย้ำกับเขาตลอดว่าให้พักผ่อนแต่พี่คินก็รั้นจะอ่านหนังสืออยู่นั่นแล้วดูสภาพตอนนี้ดิ ความเป็นห่วงของผมส่งไปไม่ถึงเขาหรือไงวะ


“โกรธอะไร”


ยังมีหน้ามาถามอีก ก็ผมโกรธที่เขาไม่ดูแลตัวเองเลยไง โกรธที่ละเลยสุขภาพของตัวเองโดยทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการสอบ ความจริงเขาก็ไปเรียนครบทุกคาบไม่เคยขาดด้วยซ้ำแต่พี่คินเป็นคนที่ซีเรียสเรื่องเรียนมากก็เลยหักโหมแบบนี้ ลองเป็นผมที่อ่านหนังสือจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนข้าวปลาได้กินก็เท่าแมวดมดิ รับรองพี่คินบ่นผมจนหูชาอ่ะ แถมจะเอาหนังสือผมไปซ่อนอีกมั้ง


“ผมเบื่อที่จะพูดแล้วอ่ะ มันหลายรอบแล้วมั้ยพี่ที่เป็นแบบนี้”


ไอ้คำสัญญาที่เคยบอกว่าจะดูแลตัวเองไม่ให้ผมเป็นห่วงก็เหมือนไม่เคยได้ยินจากปากเขาเลยด้วยซ้ำ เขาคงลืมไปแล้วว่าเขาสัญญากับผมไว้แบบนี้


“ถ้าจะโกรธกูเรื่องกูอ่านหนังสือมันก็ไม่มีเหตุผลเลยนะทาวน์”


ความเป็นห่วงของผมคงไม่มีเหตุผลมากพอล่ะมั้งครับ...


“ครับ ขอโทษที่ผมไม่มีเหตุผล”


“เราค่อยคุยกันดีมั้ย ตอนนี้พูดอะไรไปก็เอาแต่ประชดกัน อีกอย่างมึงก็ลงไปอ่านหนังสือสอบตัวเองได้แล้ว”


ผมมองหน้าเขานิ่ง ทไมสุดท้ายก็กลายเป็นทะเลาะกันได้วะ เครียดเรื่องสอบไม่พอใช่ป่ะ ยังจะหาเรื่องมาเครียดเพิ่มอีกใช่มั้ย


ช่างเหอะว่ะ ผมก็เบื่อที่จะคุยกับเขาทแล้วเหมือนกัน ถ้าความเป็นห่วงของผมที่ให้กับเขากลายเป็นเรื่องยุ่งยากผมก็จะไม่ยุ่งก็ได้


ผมเดินออกจากห้องนอนของเรา ก่อนที่จะปิดประตูลงผมหันไปมองแผ่นหลังของเขา พูดขึ้นมาเสียงเบาไม่ได้หวังว่าเขาจะได้ยิน


“ขอโทษที่เป็นห่วงพี่จนกลายเป็นคนไม่มีเหตุผลนะครับ”


ประตูปิดลงพร้อมกับผมที่ค่อยๆเดินออกห่างจากห้องของเรา ถ้าเขาจะสบายใจที่จะคิดแบบนั้นผมคงทำอะไรไม่ได้หรอก


 

 

 

หลังจากออกจากห้องมาผมก็โทรเรียกให้ไอ้ทิมมารับเพื่อไปติวกับไอ้พีชที่หอของมัน อ่านคนเดียวยังไงก็ไม่รู้เรื่องแถมยังฟุ้งซ่านเรื่องที่ทะเลาะกับพี่คินอีกเลยเลือกที่จะออกมาจากบ้านก่อนคงจะดีกว่า


ผมแปะโน้ตบอกพี่คินแล้วว่าจะมาที่นี่ ไม่รู้เขาจะลงมาเห็นตอนไหนเพราะแปะไว้หน้าโทรทัศน์แต่ผมก็ถือว่าผมบอกเขาแล้วอ่ะ จะมาโกรธผมทีหลังผมก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว


“ทาวน์เข้าใจยัง?”


“ห้ะ!?” ผมหันหน้าไปมองไอ้พีชที่สะกิดผมยิกๆมันยกยิ้มให้ก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างระอา


“กูถามว่าเนื้อหาส่วนนี้มึงเข้าใจยัง? ถ้ายังกูจะได้พูดให้ฟังอีกรอบ” มันถามย้ำ ชี้ในหนังสือตรงเนื้อหาที่มันกำลังพูดอธิบายให้ผมฟัง


สารภาพตามตรงเลยว่า...ผมไม่ได้ฟังไอ้พีชมันพูดเลย มัวแต่คิดเรื่องพี่คินอยู่


“เอ่อ…แหะ อธิบายให้ฟังอีกรอบหน่อยดิ” ผมยิ้มแห้ง ขอร้องให้พีชมันอธิบายให้ฟังอีกครั้ง


“เออๆ ตั้งใจล่ะ ถ้าเหม่ออีกคราวนี้กูจะให้ไปพักก่อน”


“อือ” ผมพยักหน้าหงึกหงักรับปากมัน ไอ้พีชมองหน้าผมสักพักก่อนจะเริ่มอธิบายเนื้อหานั้นอีกรอบ รอบนี้ผมตั้งใจฟังพยายามไม่เหม่อไม่วอกแวกอีกแล้วเดี๋ยวจะโดนไอ้พีชมันไล่ไปกองรวมกับพวกที่เหลือที่ตอนนี้นอนกองรวมกันอยู่หน้าโซฟานู่น สภาพแต่ละคนแม่งดูไม่ได้เลย


ผ่านไปสักพักผมเริ่มไม่ไหวเลยขอให้ไอ้พีชมันหยุดก่อน ตอนแรกมันดูเหมือนจะไม่อมเพราะอีกนิดเดียวก็จะจบบทแต่มันคงเห็นสภาพว่าผมคงรับอะไรเข้าหัวไม่ได้แล้วมันก็บอกให้ผมไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นแล้วค่อยไปนอนกองรวมกันกับไอ้พวกที่เหลือ ส่วนมันก็ยังคงนั่งอ่านสรุปของมันต่อ มันแม่งเป็นมนุษย์ที่เกิดมาพร้อมความจีเนียสจริงๆอ่ะผมยอมรับเลย


คนบ้าอะไรทั้งเก่งแถมยังขยัน แบบนี้ไงเลยได้คะแนนดีทุกเทอม ตัดภาพมาที่ผมและพวกที่นอนกองอยู่ตรงโซฟาดิ ความฉลาดมีน้อยนิดแถมความขยันยังแทบเป็นศูนย์เลย นี่รอดเอฟกันมาได้ก็เก่งแค่ไหนแล้ว


“ไงมึง เล่าได้ยังว่าทำไมจู่ๆถึงได้มาติวที่ห้องไอ้พีช” ไอ้ทิมมันถามขึ้นทันทีที่ผมทิ้งตัวลงนั่งข้างๆมัน เพื่อนคนอื่นก็ไม่ได้สนใจอะไรเราเพราะแต่ละคนก็ง่วนกับการเล่นเกม นอนและเม้ามอยกันเรื่องอื่นมากกว่า


ผมหันไปมองไอ้ทิม ถอนหายใจก่อนจะนึกไปถึงใครอีกคนที่คงกำลังนั่งอ่านหนังสือเป็นบ้าเป็นหลังอยู่ที่บ้าน นึกขึ้นแล้วก็เป็นห่วงแต่พอห่วงมากไปก็ทะเลาะกันอย่างที่เห็นนั่นแหล


“ทะเลาะกับพี่คินนิดหน่อยว่ะแต่ก็ไม่มีอะไรมากหรอก”


“ไม่มีอะไรมากแต่มึงหนีมานี่อ่ะนะ?”


“รู้ได้ไง”


“โหย ถ้าปกติมึงจะมาพี่คินก็ต้องมาส่งอยู่แล้วป่ะ ดีไม่ดีก็คงตามขึ้นมาส่งถึงนี่เลยมั้ง”


เออ...ไอ้ทิมนี่มันรู้เรื่องผมดีไปซะทุกเรื่องเลย สิ่งที่มันพูดมาทำเอาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น


ก็นะ เวลามีอะไรผมก็จะเล่าให้มันฟังเป็นคนแรกนี่หว่า ไม่แปลกหรอกที่มันจะรู้เรื่องผมดี


“เออ...ก็ทะเลาะกันแต่มันไม่มีอะไรมากหรอก ส่วนที่กูมานี่กูก็บอกเขาแล้วด้วยไม่ได้หนีมาเฉยๆสักหน่อย”


“บอกยังไง?”


“เขียนโน้ตบอกไว้แล้ว”


“สัด กูก็คิดว่าบอกเขาต่อหน้า มึงนี่นะ”


“ก็ดีกว่าไม่บอกเลยป่ะวะ”


“อย่างนี้ทุกที”


“บ่นจังวะ เดี๋ยวติงเสร็จกูก็กลับไปหาเขาอยู่ดีแหละ”


“แล้วเขาจะไม่โมโหมึงมากกว่าเดิมเหรอวะทาวน์”


“ไม่รู้”


ผมไม่รู้จริงๆนะและไม่รู้ด้วยว่าป่านนี้เขารู้หรือยังว่าผมไม่ได้อยู่บ้าน เขาอาจจะมัวแต่อ่านหนังสือและไม่สนใจอะไรเลยก็ได้มั้ง


“มึงไม่รู้เรื่องนี้ไม่เป็นไรแต่กูจะบอกว่าโทรศัพท์มึงที่ปิดเสียงไว้อ่ะพี่คินโทรมาหาหลายรอบละ กูว่าจะบอกตั้งแต่มึงติวกับไอ้พีชแล้วแต่เห็นมึงกำลังตั้งใจอยู่กูเลยปล่อยไว้ก่อน”


ตั้งแต่มาถึงผมก็ตั้งโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะหน้าโซฟา ส่วนตัวเองก็เดินไปติวกับไอ้พีชอีกที่หนึ่งซึ่งไม่ไกลจากโซฟามากนัก


“เดี๋ยวค่อยโทรกลับ” ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดุสายที่ไม่ได้รับก็มีแต่เบอร์พี่คิน กำลังจะยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋าก็ต้องชะงักเมื่อสายเรียกเขาที่ไม่ได้รับโทรมาหาผมอีกครั้ง


“ไม่ต้องโทรกลับละ เขาโทรมาแล้วก็รีบรับเลยมึง”


ผมถอนหายใจ พยักหน้าหงึกหงักให้ไอ้ทิมแล้วเดินออกไปตรงระเบียงห้องเพื่อรับสายพี่คิน


“ครับ” ผมเอ่ยแค่นั้นและเงียบฟังปลายสายที่ยังคงเงียบ เวลาเดินไปเรื่อยๆต่างฝ่ายต่างเงียบไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาอีกครั้งจากที่ผมรับสาย


ผมไม่คิดจะวางเพราะยังไงผมก็ยังอยากที่จะคุยกับเขาอยู่ดีและการวางสายไปดื้อๆก็อาจะทำให้ปัญหามันมากขึ้นกว่าเดิม


(กินข้าวหรือยัง?)


ผมหลุดยิ้มเมื่อได้ยินคำถามของเขา ผมรู้ว่าพี่คินเป็นคนที่ง้อไม่เก่ง เวลาจะง้อก็ชอบเฉไฉทำเป็นถามเรื่องอื่นทั้งๆที่จริงแล้วเขากำลังอยากง้ออยู่


“กินแล้ว”


(อือ)


ผมเงียบไปอีกครั้ง ไม่ถามอะไรเขา พี่คินก็เงียบคงกำลังรอผมถามกลับหรือกำลังคิดคำถามที่จะถามผมต่อ


(หิวข้าว)


“กับข้าวอยู่ในครัวไงครับ”


(อือ....อยากกินด้วยกัน)


พี่คินนี่โคตรขี้เก๊กเลย จะบอกให้กลับบ้านก็ไม่บอกหรอก ทำมาเป็นอยากกินข้าวด้วยกันโธ่เอ๊ยพ่อคุณ เอ็นดูจริงๆคนขี้เก๊กเนี่ย ฟอร์มเยอะเหลือเกิน


“ผมยังติวไม่เสร็จเลย อีกอย่างกลับไปแน่ใจนะว่าจะได้กินข้าวด้วยกัน ไม่ใช่ว่าพี่จะเอาแต่อ่านหนังสือทั้งวันหรอกเหรอครับ”


(กินข้าวกับมึงก่อนค่อยอ่านต่อก็ได้ กูยังไม่กินข้าวเลยนะไม่เป็นห่วงกูแล้วเหรอ)


ทีอย่างนี้ล่ะทำพูด ตอนอยู่บ้านทะเลาะกันจนบ้านแทบแตกไม่เห็นจะอ้อนเหมือนตอนคุยโทรศัพท์เลย


“ไม่เอาหรอก ผมยังติวกับเพื่อนไม่เสร็จเลย” ผมไม่ได้โกรธเขาแล้วแหละแต่ว่าการจะกลับไปหาเขาเลยมันก็ไม่ใช่ไงเพราะผมตั้งใจมาติวกับเพื่อนและมันก็ยังเหลืออีกเยอะเลยที่ผมไม่เข้าใจ ถ้ากลับบ้านไปผมก็ต้องไปนั่งเอ๋อคนเดียวที่บ้านแน่ๆ


(งั้นกูจะรอแล้วกัน)


“พี่คิน”


(อะไร)


“ถ้าหิวก็กินเลยครับ ผมยังกลับบไปตอนนี้ไม่ได้เข้าใจมั้ย ถ้าพี่ไม่กินพี่ก็จะทำให้ผมกังวลและเป้นนห่วงพี่มากๆจนอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง แล้วพออ่านหนังสือไม่รู้เรื่องผมก็จะสอบได้คะแนนน้อย เกรดที่น้อยอยู่แล้วก็จะน้อยลงไปอีก ดีไม่ดีผมอาจจะติดเอฟเลยก็ได้ ทั้งหมดนี่มันจะเกิดขึ้นเพราะผมเป็นห่วงที่พี่ไม่กินข้าวนะครับ”


คือเวอร์ไปป่ะวะแต่ก็ต้องพูดแบบนี้แหละพี่คินถึงจะกินข้าวสักที


(เล่นใหญ่นะมึง)


“ถ้าไม่พูดแบบนี้พี่จะยอมเหรอ”


(แล้วคิดว่าพูดแบบนี้แล้วกูจะยอมเหรอ?”


แน๊! มีย้อน


“ไม่รู้อ่ะ ผมพูดไว้ก่อนแต่มั่นใจว่าพี่ต้องยอมแน่ๆ”


(เออกูยอม)


ห็นมั้ยล่ะสุดท้ายเขาก็แพ้ทางผมอยู่ดีนั่นแหละ


“งั้นก็ไปกินเลยครับ ผมก็จะไปติวกับเพื่อนต่อแล้ว”


(คุยก่อนแป๊บนึง)


“ผมให้อีกสิบนาที คุยเสร็จแล้วก็ต้องรีบไปกินข้าวเลยนะครับ”


(ครับ รู้แล้ว)


ผมยอมคุยกับเขาต่ออีกสิบนาที เรื่องที่คุยก็เป็นเรื่องทั่วๆไปเพราะยอมรับเลยว่าช่วงสอบพวกผมไม่ได้คุยกันเยอะนักส่วนมากจะเอาแต่อ่านหนังสือของใครของมัน


ผมอ่านไม่มากหรอกแต่พี่คินนี่แทบจะกินจะนอนกับหนังสือของเขาแล้ว เขาอ่านหนักมาก หนักขนาดที่ว่าผมกับเขาทะเลาะกันอย่างที่เห็นนั่นแหละ คนอะไรจะหักโหมขนาดไม่สนใจอะไรเลยขนาดนั้น มันก็มีแหละครับแต่ว่ามันก็เกินไปไง ข้าวปลาแทบจะไม่ได้กินเลย


“อย่าลืมกินข้าวนะครับ ถ้าติวเสร็จแล้วผมจะรีบกลับ”


(ห้ามเถลไถล อย่าใกล้ไอ้นั่นมากด้วย)


ไอ้นั่นที่ว่าก็คงไม่พ้นไอ้พีชมันนั่นแหละ


“ครับๆ”


ผมรับปากแต่ไม่รับประกันไง จะให้ผมไม่ใกล้มันก็เป็นไปไม่ได้หรอกครับในเมื่อมันเป็นคนติวให้อ่ะ มีอะไรก็ต้องเข้าไปหามันอยู่ดี อีกอย่างเลยนะผมก็ไม่ได้คิดอะไร ไอ้พีชก็ไม่ได้คิดอะไรกับผมด้วย มีแต่พี่คินนั่นแหละที่เอาแต่ระแวงไอ้พีชมัน


หลังวางสายผมก็กลับเข้ามานั่งข้างๆไอ้ทิมอีกครั้ง มันมองหน้าผมแล้วใช้ไหล่กระแซะผมจนผมรำคาญเลยหันไปตบหัวมัน นั่นเลยทำให้มันหยุด ไอ้นี่สงสัยจะชอบความรุนแรง


“เป็นไง ยิ้มมาขนาดนี้ดูไม่ออกเลยว่าดีกันแล้ว”


“ดีไรมึง กูกับพี่คินไม่ได้โกรธอะไรกันมากมายขนาดนั้นสักหน่อย”


“จ้าๆเชื่อแล้วจ้า โกรธกนนิดเดียวแต่มึงหนีออกจากบ้านเลยเนอะ”


“หนีออกจากบ้านเชี่ยไร กูก็มาติวกับเพื่อนไง มึงแม่งเพ้อเจ้อว่ะ”


“หูยยย กูกลายเป็นคนเพ้อเจ้อไปซะละ สงสัยไอ้คนที่ทำหน้าเศร้าเป็นหมาหงอยมันนั่งวินมอไซต์กลับบ้านไปแล้วอ่ะเนอะ”


“สัด!


ทิมมันหัวเราะคิกคัก แล้วทำเสียวฮิ้วฮ้าวจนผมรำคาญเลยตบหัวมันไปอีกทีรวมกับเมื่อกี้ก็เป็นสองแล้ว คือถ้ามึงอยู่เงียบๆก็ไม่เจ็บตัวแล้วไงไอ้ทิม


“ถ้ากูโง่กว่าเดิมนะมึง” มันชี้หน้าพร้อมลูบหัวป้อยๆ


“หรืออยากจะโง่อีก กูแถมให้”


“พอเลยไอ้สัด แค่นี้สมองกูก็กระทบกระเทือนจนเริ่มจะไม่ทำงานแล้ว มึงตบอีกทีกูว่าสมองคงเลิกทำงานจริงๆ”


“งั้นมึงก็เงียบปากไป”


“จ้าๆ”


มันกวนตีนผมแบบเนี้ยมือมันก็ชอบลั่นไปตบมันไง แล้วคือมันก็ไม่ตบผมกลับด้วยนะ เอาแต่ทำหน้าหมางงใส่แล้วบ่นกระปอดกระแปดของมันไปเรื่อย ทุกวันนี้คือได้ใจตบมันจนหัวมันยุบแล้วมั้ง





......


ลับมาแล้วววว ไปได้ลงนานเลยอ่ะทุกคนลืมกันหรือยังง แฮร่ ขอโทษที่ให้รอนานค่า กลับมาแล้วๆ แล้วก็จะบอกว่าเหลืออีกไม่กี่ตอนจะจบแล้วด้วย ขอบคุณทุกคนที่ยังรอกันเด้อออ

ปล.หนังสือตอนนี้ยังจองได้น้า คนจองยังไม่ถึงร้อยเน่อ สามารถจองได้ถึงสิ้นเดือนนี้เรื่อยๆเลยค่า ยอด300เล่มได้ไดอารี่ฝึกงานพี่คินด้วยเด้อซึ่งฝึกงานจะไม่มีในเล่มหลักนะคะ ^^ ขอบคุณมากๆค่า

#นิยายเขาว่ากันว่า





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 904 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

651 ความคิดเห็น

  1. #580 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 08:06
    ลิ้นกับฟันเนอะ555
    #580
    0
  2. #479 xxxlilly (@xxxlilly) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 17:08
    ฟอร์มจัดจริงๆคนนี้
    #479
    0
  3. #465 IninNutCham (@IninNutCham) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 23:54
    มีอะไรรีบคุยกันก็ดี จะได้ไม่ค้างคา และคิดถึงเรื่องนี้มากก
    #465
    0
  4. #463 slh9490 (@slh9490) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 20:45
    น่ารักกันจังเลย
    #463
    0
  5. #462 allnaru (@PI_PRAEW59) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 20:12
    น่ารักกกกก
    #462
    0
  6. #461 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 21:34
    คิดถึงจ้า
    #461
    0
  7. #459 pawanratc (@pawanratc) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 13:15
    อ้ยยยอิพี่ตอนง้อคือใจย้วยไม่มากแต่น่ารักอ่ะฮื่ออ
    #459
    0
  8. #458 M4TH (@chuthamaspp) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 06:22
    น่ารัก มีอะไรก็พูดตรงๆไม่ต้องมาม่าให้เสียเวลา
    #458
    0
  9. #457 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 00:35
    ชอบคู่นี้อ่ะ น่ารัก
    #457
    0
  10. #456 ENJOY_EVERYDAY (@pink-peat) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 16:41
    มีอะไรก็คุยกันแบบนี้อ่ะดีแล้ว อย่าทะเลาะกันแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ จนมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่
    #456
    0
  11. #455 myeonx (@myeonz) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 16:07
    คิดถึงจังเลยค่าาา
    #455
    0
  12. #453 papri28 (@papri28) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 15:24
    รอค่าาา
    #453
    0
  13. #452 QuinRaffaella (@prigioniero) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 10:36
    รอค่าาาา
    #452
    0
  14. #451 Pat3758 (@Pat3758) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 21:16
    รอๆๆๆๆๆ
    #451
    0
  15. #450 sasikan_12 (@sasikan_12) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 17:24
    รอค่ะ😊
    #450
    0
  16. #449 myeonx (@myeonz) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 17:09
    สู้ๆทั้งคูมไรท์และพี่คินนะคะ
    #449
    0
  17. #448 ningtitaya (@ningtitaya) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 17:08
    รอเลยย สู้ๆนะคะ
    #448
    0