(จบแล้ว) เขาว่ากันว่า 2 {Yaoi / BL}

ตอนที่ 12 : ตอนที่11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,089 ครั้ง
    12 ส.ค. 62

ตอนที่ 11



สิ่งแรกที่ผมทำหลังจากตื่นนอนแล้วไม่เห็นพี่คินคือการควานหาโทรศัพท์ที่วางอยู่ใกล้หัวเตียงเพื่อที่จะโทรหาคนที่ไม่กลับบ้านทั้งคืนแต่แล้วเมื่อหยิบโทรศัพท์มาได้สิ่งแรกที่แสดงบนหน้าจอก็ทำให้ผมตาค้าง อ้าปากพะงาบๆด้วยความงงสงสัยและไม่เข้าใจ


พี่คราม 28 สายที่ไม่ได้รับ

เฮียเตอร์ 14 สายที่ไม่ได้รับ


และอื่นๆอีกมากมายทั้งข้อความและอะไรต่างๆ ผมว่ามันชักจะทะแม่งๆแล้วมั้ย ผมไม่รอให้ตัวเองคิดอะไรนานอีก รีบต่อสายหาพี่ครามเป็นคนแรก


ผมฟังเสียงรอสายด้วยความกระวนกระวายใจ กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพี่คินและคงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่ได้กลับบ้านมานอนกับผมเหมือนอย่างทุกวัน


“พี่คราม..” ผมร้อนรนเรียกชื่อพี่ครามเมื่อเสียงสัญญาณหายไปกลายเป็นเสียงตะกุกตะกักของปลายสายแทน


(ทาวน์ อยู่ไหนพี่โทรหาทั้งคืนเลย)


“อยู่บ้านครับพี่ มีอะไรหรือเปล่า”


(ทาวน์ฟังพี่แล้วก็ใจเย็นๆนะ)


ผมจะไม่ใจเย็นเพราะพี่ครามบอกผมนี่แหละ ยิ่งเขาพูดแบบนั้นผมยิ่งกลัวว่าจะเกิดอะไรไม่ดีขึ้นกับพี่คิน


“พี่ครามเกิดอะไรขึ้น พี่คินเป็นอะไรครับ”


(ตอนนี้คินอยู่โรงพยาบาล)


ผมมือสั่นไปหมด เกิดอะไรขึ้นกับเขา ที่เขาหายไปเพราะแบบนี้ใช่มั้ย ปากผมสั่น รวบรวมสติและเอ่ยถามพี่ครามเสียงเบาจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ


“พี่..พี่คินไม่เป็นอะไรใช่มั้ยครับ พี่ครามผมอยากไปหาเขา”


 

 

 

ผมยืนนิ่งมองพี่คินที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงผู้ป่วย หลังจากที่ผมวางสายจากพี่คราม เฮียเตอร์ก็มารับผมที่หน้าบ้านทันที


ยอมรับว่าตอนอยู่บนรถใจผมไม่เป็นสุขเลย ผมพะว้าพะวงเอาแต่เป็นห่วงอีกคนที่อยู่โรงพยาบาล เฮียเตอร์บอกว่าพี่คินรถชนแต่ไม่เป็นอะไรมาก


เขาสลบไปและมีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะกับแขนหัก ผมค่อนข้างโล่งใจที่พี่คินไม่ได้เป็นอะไรมากกว่านั้นแต่ก็โล่งใจไม่สุดหรอกครับเพราะผมยังเป็นห่วงเขามากอยู่ดี


“ทาวน์มาแล้วหรือลูก” แม่พี่คินเอ่ยทักตอนที่ผมเดินเข้าไปหา ผมยกมือไหว้พ่อแม่พี่คินก่อนจะหันไปเห็นพี่ครามที่พึ่งเปิดประตูเข้ามา


“สวัสดีครับ ผมขอโทษที่มาช้าครับ ผมไม่รู้ว่าพี่คินเขาเกิดอุบัติเหตุ ผมขอโทษครับ” ผมรู้สึกผิดที่ไม่รู้อะไรเลย รู้สึกผิดที่รู้เรื่องเป็นคนสุดท้ายและมาหาเขาช้า ถ้าพี่คินไม่มารับผมเขาคงไม่ต้องเกิดอุบัติเหตุแบบนี้


“ไม่เอาครับลูกไม่โทษตัวเอง ไม่มีใครอยากให้เกิดหรอกนะ ทาวน์อย่าคิดมากเลย คินไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วล่ะจ้ะ”


ถึงแม่พี่คินจะพูดแบบนั้นแต่ผมก็ยังรู้สึกผิดกับทุกเรื่องอยู่ดี ทุกคนปลอบใจผมว่าไม่ต้องกังวลและไม่ต้องคิดมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น อุบัติเหตุมันเป็นเหตุสุดวิสัยและสามารถเกิดได้ทุกเวลาเราไม่มีทางรับรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว


ผมลาเรียนหนึ่งวันเพราะต้องการเฝ้าพี่คินที่ยังคงนอนหลับ ทุกคนในห้องกลับไปกันหมดแล้วเหลือเพียงผมที่นั่งมองพี่คินที่กำลังหลับใหลอยู่ข้างเตียงของเขา


“แค่ก..”


ผมสะดุ้งตอนที่กำลังสัปหงก เสียงไอของพี่คินทำให้ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง ผมลุกขึ้นกดปุ่มเรียกพยาบาลก่อนเสียงประตูจะดังขึ้นและมีหมอกับพยาบาลเดินเข้ามาในห้อง


หมอเช็คร่างกายพี่คินและบอกอาการอีกนิดหน่อยกก็ออกไป ผมเดินเข้าไปหาพี่คินที่นอนอยู่บนเตียงอีกครั้ง


“เป็นยังไงบ้างครับ เจ็บมากหรือเปล่า?”


“ไม่เป็นไร อย่าทำหน้าแบบนั้น”


“ผมเป็นห่วงพี่ ไม่อยากให้พี่เจ็บเลย ขอโทษนะครับ”  ตอนนี้ผมกำลังงอแงกับเขา ผมยอมรับอย่างไม่อายตัวเองเลยสักนิด การที่เห็นพี่คินที่แข็งแรงมานอนป่วยอยู่บนเตียงแบบนี้ผมไม่ชอบเลย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเจ็บแทนเขาด้วยซ้ำ


“มานี่มา” เขาเรียกให้ผมเข้าไปในอ้อมกอด


ผมไม่ปฏิเสธและพยายามระวังแขนข้างที่หักของพี่คิน ผมกลัวว่าถ้าไปแตะต้องเพียงแค่นิดเดียวแล้วเขาจะเจ็บไปมากกว่านี้ แค่นี้เขาก็เจ็บมากพอแล้ว


“ตอนที่พี่ไม่ไปรับผม ผมโกรธมากเลยรู้มั้ยแต่พอตื่นมาตอนเช้าแล้วไม่เห็นพี่ความโกรธก็หายไปแทนที่ด้วยความเป็นห่วง ยิ่งพี่ครามบอกว่าพี่อยู่ที่โรงพยาบาลผมแทบพุ่งออกจากบ้านเดี๋ยวนั้น ขอโทษนะครับที่ไม่ได้มาหาตั้งแต่เมื่อคืน”


“ไม่เป็นไรครับ ทาวน์ได้พักผ่อนก็ดีแล้ว ถึงเมื่อคืนมาหาพี่ก็คงหลับอยู่”


“แต่มันก็ดีกว่าที่ไม่รู้อะไรเลยนะครับ แค่ได้เห็นว่าพี่ถึงมือหมอและพี่ปลอดภัยแล้วผมคงสบายใจกว่า”


“ตอนนี้ก็ไม่เป็นอะไรแล้วนะแค่แขนหักกับหัวแตกนิดหน่อยเอง”


“อือ ดีแล้ว”


“ตาแดงหมดแล้วเนี่ย อยากร้องก็ร้องออกมาไม่เป็นไรหรอก”


พอเขาเปิดโอกาสให้แบบนั้นทำนบน้ำตาที่เคยกลั้นเอาไว้เพราะไม่อยากร้องไห้ขี้แยให้เขาเห็นก็ไหลออกมาเหมือนสั่งได้ พี่คินยิ้มก่อนจะปลอบผมด้วยการลูบหัว กดใบหน้าผมลงบนไหล่ของเขา ผมสะอื้นอยู่นานหลายนาทีเลย


ผมเป็นห่วงเขามาก ยิ่งมาเห็นว่าเขาบาดเจ็บผมก็เป็นห่วงขึ้นไปอีก ผมรู้ว่าไม่ควรโทษตัวเองแต่ว่ามันก็อดไม่ได้จริงๆ ถ้าพี่คินไม่มารับผมและผมบอกเขาเด็ดขาดให้นอนที่บ้านพี่คินคงไม่ประสบอุบัติเหตุแบบนี้หรอกครับ


“....แล้วจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไรครับ” ผมเอ่ยถามเขาหลังจากผละออกมาจากไหล่เขาแล้ว น้ำตาเปียกชื้นอยู่บนชุดผู้ป่วยของพี่คิน ส่วนน้ำตาบนหน้าผมก็ถูกคนที่มีแขนใช้งานได้ข้างเดียวตอนนี้เช็ดให้ด้วยกระดาษทิชชู่


“อีกสองสามวัน ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ออกได้”


“งั้นสองสามวันนี้ผมจะอยู่เป็นเพื่อนพี่นะ”


“ไม่เป็นไรน่า มีเรียนก็ไปเรียนสิ ส่วนงานร้านไอ้เตอร์ก็ปทำเหมือนเดิม เดี๋ยวบอกให้มันไปรับไปส่งแทน”


“ไม่เอา”


“อย่าดื้อ”


“ผมอยากอยู่กับพี่”


“ทาวน์ครับ พี่รู้แต่เราก็มีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบไม่ใช่หรือไง ตอนไหนว่างก็มาอยู่กับพี่ก็ได้ อีกไม่กี่วันพี่ก็ออกจากโรงพยาบาลแล้ว”


“แต่ว่า...”


“ไม่มีแต่ครับ”


ขนาดเขารถชนยังจะมีกะจิตกะใจมาดุผมอีก ผมได้แต่ทำหน้าหงอย เคลื่อนตัวไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงพี่คินเหมือนเดิม


“ก็ได้ๆแต่วันนี้ผมขอไม่รับผิดชอบหนึ่งวันแล้วกันนะ” ผมเงยหน้ามองเขาที่นั่งพิงหัวเตียงผู้ป่วย พี่คินส่งยิ้มอ่อนใจก่อนจะพยักหน้าขึ้นลง


“แค่วันนี้วันเดียว”


“ครับ”


 

 

 

 

แขนซ้ายของพี่คินหัก การเคลื่อนไหวที่ต้องใช้มือก็ต้องมีคนช่วยแต่ว่าไอ้การที่ผมพยุงพี่คินเข้าห้องน้ำเพื่อที่เขาจะปล่อยเบาเนี่ยผมจำเป็นต้องถอดกางเกงให้เขาด้วยเหรอวะ มือขวาที่เขาถนัดเขาก็ยังใช้ได้อยู่นะครับ


“เร็วๆสิ”


“ทำไมพี่ไม่ทำเองอ่ะ”


“แขนหักอยู่”


“แขนเดียวเอง”


“มันไม่ถนัด”


“แล้วผมต้องช่วยจับมั้ย?”


“จับอะไร?”


“ไอ้นี่อ่ะ” ผมชี้ไปจุดกึ่งกลางลำตัวของเขา


พี่คินมองผมก่อนจะยิ้มขำ “ถ้าอยากจับให้ก็ได้ไม่ปฏิเสธน้ำใจหรอก”


คือสรุปแล้วผมต้องช่วยจับมั้ยวะแต่ถ้าเลือกได้ผมให้เขาจัดการตัวเองดีกว่าครับ


“เอ้อ...งั้นพี่จับเองแล้วกัน ผมช่วยปลดสายกางเกงให้”


“อืม”


หลังจากนั้นผมก็ปล่อยให้พี่คินจัดการทำธุระของตัวเองในห้องน้ำให้เรียบร้อย พอเขาเรียกผมก็รีบเขาไปมัดเชือกกางเกงให้แล้วพากันออกมาจากห้องน้ำ


ตอนนี้ก็เย็นมากแล้วคงได้เวลาอาหารของคนป่วย พยาบาลที่อยู่ข้างนอกเคาะประตูเบาๆแล้วเปิดออกมาพร้อมอาหารที่ทางโรงพยาบาลมีให้


“ขอบคุณครับ” ผมเอ่ยขอบคุณพี่พยาบาลที่ยิ้มตอบรับ


“ต้องการอะไรเพิ่มเติมกดปุ่มเรียกได้ตลอดนะคะ”


“ครับ”


โรงพยาบาลเอกชนก็ดีแบบนี้ บริการดีทุกอย่าง คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปจริงๆ อาหารทางโรงพยาบาลก็หน้าตาใช้ได้เลยครับแต่เรื่องรสชาติผมก็ไม่แน่ใจว่าจะอร่อยมากน้อยแค่ไหนนะ


“กินข้าวครับจะได้กินยา”


“แล้วมึงกินหรือยัง?”


“พี่กินก่อนครับ ตอนนี้ผมยังไม่หิว”


“อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย”


“ครับๆรู้แล้วครับแต่ตอนนี้ผมขอดูแลพี่ก่อนแล้วกัน”


พี่คินยอมกินอาหารอย่างไม่อิดออด จะอิดออดแค่ตอนแรกที่เอาแต่บอกให้ผมป้อน ผมก็ไม่อยากขัดใจเขาอีกทั้งอยากดูแลพี่คินให้เต็มที่จึงจัดการป้อนข้าวพี่คินจนหมด รู้สึกว่าเขายังเจริญอาหารเหมือนปกติแค่นี้ผมก็สบายใจแล้ว


“อีกสักหน่อยค่อยกินยานะครับ”


“ไปหาอะไรกินได้แล้วไป สักสองทุ่มจะให้ไอ้เตอร์มารับกลับบ้าน”


ผมส่ายหน้าแล้วบอกกับเขา “ผมอยากนอนเฝ้าพี่ที่นี่”


“พรุ่งนี้มีเรียนตอนเช้าไม่ใช่เหรอ”


“ก็..ครับแต่ว่าไปเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนก็ได้นี่”


“ไหนสัญญาแล้วว่าจะไม่ดื้อ”


“ผมเป็นห่วงพี่”


เขาถอนหายใจและจำยอมให้ผมนอนเฝ้าเขาในที่สุด ผมยิ้มกว้างก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปหอมแก้มเขาฟอดโต


“มึงนี่นะ ไปหาข้าวกินได้แล้ว เดี๋ยวอีกสักพักจะให้ไอ้เตอร์มารับไปเอาเสื้อผ้า”


“แต่เฮียเขาติดงานมั้ยอ่ะพี่ วันนี้ร้านไม่ปิดนะครับ”


พี่คินเหมือนจะลืมไป เขาจึงพยักหน้าแล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “งั้นให้ไอ้หมอกพาไปแล้วกัน มันคงจะว่างอยู่”


พูดถึงพี่หมอกแล้วผมเข็ดขยาดจากพ่อแม่เขาไม่หายแต่พี่หมอกเขานิสัยดีมากครับผมไม่ติดอะไรหรอกถ้าจะนั่งรถกับพี่เชา


“โอเคครับ งั้นผมลงไปซื้อของกินก่อนเดี๋ยวรีบขึ้นมา”


กลับมาจากซื้อของกินให้ตัวเองก็ต้องผงะเมื่อเปิดประตูเข้ามาได้ยินเสียงแจ้วๆของพียีนส์กับพี่เป๋าที่พูดนู่นพูดนี่ไม่หยุด มีพี่หมอกนั่งอยู่ที่โซฟา ส่วนพี่คินก็นั่งทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่บนเตียงผู้ป่วย


“ทาวน์ๆมานี่ๆ” พี่เป๋าวักกมือเรียกผม


ผมเดินเข้าไปยกมือสวัสดีพวกพี่ๆเขา


“สวัสดีครับ” พี่หมอกรับไว้ส่วนพี่ยีนส์กับพี่เป๋าดูเหมือนจะสนใจอย่างอื่นมากกว่า “พี่เป๋ามีอะไรอ่ะ?”


“ขอถามอะไรนิดนึง”


“อะไรครับ?” ผมทำหน้างง วางของกินไว้บนโต๊ะหน้าโซฟา


“พี่กับไอ้ยีนส์ใครเท่กว่ากัน ไม่ต้องเกรงใจนะพูดมาได้เลย”


“ผมต้องเลือกเหรอครับ?”


“ใช่” ทั้งพี่ยีนส์และพี่เป๋าประสานเสียงตอบกันอย่างพร้อมเพรียง


ผมก็เป็นงงๆนะว่าทำไมตัวเองต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย แต่ไหนๆพี่เขาก็เลือกที่จะถามกันแล้วผมก็คงต้องตอบใช่มั้ยล่ะ


“ถ้าผมบอกว่าใครคนใดคนหนึ่งเท่กว่าจะไม่โกรธผมใช่มั้ยอ่ะ” ผมถามเพื่อความแน่ใจว่าตัวเองจะไม่โดนอะไรตามมาหลังจากตอบคำถามพวกเขา


“ไม่แน่นอน รับประกัน”


“โอเคครับ” ผมตอบรับก่อนจะมองพี่เป๋ากับพี่ยีนส์สลับกัน คำตอบมันก็ง่ายๆอยู่แล้วไง ถ้าตอบว่าใครเท่กว่าก็คงจะเป็น...


“ไอ้เชี่ยกูว่าเราก็ไม่จำเป็นต้องรู้ป่ะวะไอ้ยีนส์” พี่เป๋าขัดขึ้นตอนที่ผมกำลังจะตอบ


“กูก็ว่างั้นแหละ”


“งั้นไม่อยากรู้ละ ไม่ต้องตอบแล้วไอ้ทาวน์พวกกูไม่อยากรู้”


“อ่าว?”


ผมได้แต่ทำหน้างง มองพี่ยีนส์กับพี่เป๋าเดินไปทิ้งตัวลงนั่งโซฟากับพี่หมอก หันไปมองหน้าพี่คินก็เห็นแต่เขายิ้มขำกับหน้าเอ๋อๆของผม


อะไรของพี่เป๋าพี่ยีนส์วะ บทจะไม่อยากรู้ก็เดินหนีไปเฉยๆเลย


“ไปกินข้าวได้แล้ว กินเสร็จจะได้ให้หมอกมันพาไปเอาเสื้อผ้า”


เออจริงด้วย มัวแต่พูดกับพี่เป๋าพี่ยีนส์ตั้งแต่เดินเข้ามาในห้อง ลืมไปเลยว่าผมกำลังจะกินข้าวนี่หว่า


 

 

 



วันพรุ่งนี้พี่คินก็ออกจากโรงพยาบาลแล้ว หลังจากวันนั้นที่ผมไปนอนเฝ้าเขาคืนนึงผมก็กลับมานอนที่บ้านเพราะมีเรียนเช้าทั้งสองสามวันนั้นเลย วันไหนที่เลิกเร็วหน่อยก็จะรีบแท๊กซี่รถไปโรงพยาบาล ได้เห็นว่าอาการเขาดีขึ้นแล้วผมก็สบายใจจากนั้นก็จะกลับมาทำงานร้านเฮียเตอร์เหมือนเดิม


“ทาวน์มาเอาออเดอร์โต๊ะสี่ไปเสิร์ฟหน่อย”


“ครับเฮีย”


ร้านของเฮียคนยังคงเยอะเหมือนเดิม โยธาก็ทำหน้าที่ของมันอย่างดี เรียกได้ว่าเข้ามาแป๊บเดียวก็ทำงานซะคล่องแคล่วพอๆกับผมที่ทำมาก่อนมันหนึ่งปี ผมว่าดีแล้วนะเด็กเรียนรู้ไวอย่างมันไปอยู่ที่ไหนคนน่าจะชอบ


ออเดอร์ยังเข้ามาเรื่อยๆ พอคนเก่าออกคนใหม่ก็เข้ามา ไม่มีเวลาที่ได้หยุดพักหายใจเลยสักนิดเดียว


“ไอ้ทาวน์” เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยเรียกผม หันไปเห็นไอ้ทิมโบกมือให้ มองเลยไปข้างมันก็เป็นไอ้เมตประมงที่ส่งยิ้มมาให้ผมเช่นกัน


“เออ ว่าไงวะ?” มันรู้สึกประดักประเดิดยังไงไม่รู้ ผมเหมือนกับว่าไม่ได้คุยกับไอ้ทิมมานนานมากเลยอ่ะทั้งๆที่ก็เจอกันในวันที่มีเรียนตลอด


ผมอธิบายไม่ถูกอ่ะ ยิ่งตอนที่เห็นมันไปไหนมาไหนกับไอ้เมตประมงบ่อยๆแล้วก็รู้สึกแปลกยังไงไม่รู้


“ไม่ว่าไงแต่ว่ามีโต๊ะเหลือบ้างมั้ยวะ”


ผมกวาดตามองหาให้มันก่อนจะเจอโต๊ะเก้าที่ยังคงว่างไม่มีใครจับจอง


“โต๊ะนั่นอ่ะ เดี๋ยวกูให้โยธาไปรับออเดอร์ละกัน”


ทิมมันพยักหน้าก่อนมันกับไอ้เมตประมงจะเดินไปยังโต๊ะที่ว่างนั่นด้วยกัน


ผมถอนหายใจ มองภาพนั้นก่อนจะทำหน้าที่ตัวเองต่อ ไม่อยากคิดอะไรให้วุ่นวาย แค่เรื่องงานผมก็เหนื่อยมากพอแล้ว


แต่พอเวลาผ่านไปได้ไม่นานผมก็ต้องถอนหายใจอีกรอบ ภาพที่ไอ้ทิมมันสนิทกับไอ้เมตประมงมันรู้สึกว่าผมโดนแย่งเพื่อนรักไปเลยอ่ะ


ความคิดผมอาจจะเด็กในเรื่องนี้นะครับแต่ว่าผมกับไอ้ทิมที่ไม่ค่อยสนิทกับเหมือนเมื่อก่อนแล้วมันก็รู้สึกแปลกๆไง ไม่รู้ผมคิดไปเองคนเดียวหรือเปล่าว่าระหว่างผมกับมันเหมือนเหินห่างกันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว


“พี่ทาวน์เป็นอะไรมั้ยครับ ผมเห็นยืนนิ่งนานแล้ว”


“ไม่มีอะไรหรอก พี่ฝากเอาจานนี้ไปเสิร์ฟโต๊ะเก้าหน่อยนะ” ผมยื่นจานอาหารให้โยธา มันเลิกคิ้วแล้วพูดขึ้น


“ทำไมพี่ไม่เอาไปให้ล่ะครับ เมื่อกี้เพื่อพี่ทิมถามหาพี่ด้วยนะ”


“หรอ?”


“ครับ”


“พอดีกูอยากเข้าห้องน้ำน่ะ รบกวนมึงหน่อยนะ”


โยธามองหน้าผมเหมือนต้องการหาความจริงบางอย่างแต่ผมก็ไม่เปิดเผยให้มันรู้สุดท้ายโยธาจึงยอมแพ้และยอมรับจานอาหารจากมือผมไป


“โอเคครับ ถ้ามีอะไรไม่สบายใจก็อย่าเก็บไว้คนเดียวนะครับพี่”


“อืม”


ถึงมันจะไม่รู้ว่าผมคิดอะไรอยู่แต่สีหน้าของผมคงแสดงออกถึงความไม่สบายใจในบางเรื่องออกมาให้มันเห็นชัดเจนขนาดที่โยธาต้องพูดแบบนั้น


ผมเดินเลี่ยงออกมาจากหลังร้าน ตอนนี้คนเริ่มทยอยออกไปเยอะแล้วโยธาทำงานคนเดียวคงจะพอไหว ผมแค่อยากออกมานั่งคนเดียวและคิดอะไรนิดหน่อย รู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาแต่ใจของผมมันก็เกินที่จะรับความรู้สึกแปลกประหลาดมากแล้วเหมือนกัน


ผมขบคิดไปเรื่อย ตั้งแต่เมื่อไรที่ผมกับไอ้ทิมไม่ได้คุยกันเยอะเหมือนเมื่อก่อน ตั้งแต่ตอนไหนที่เวลามันไปเที่ยวจะไม่มีผมอยู่ข้างๆ ถึงผมจะคบกับพี่คินแต่ผมก็แบ่งเวลาให้กับมันตลอดหรือเพราะเราที่โตขึ้นอีกปีจึงต้องมีหน้าที่และภาระเพิ่มขึ้น มันเลยทำให้เราต้องห่างออกจากกันแบบนี้


หรือข้อสุดท้ายคือผมคิดไปเองคนเดียวว่าผมกับไอ้ทิมไม่เหมือนเดิม ความรู้สึกที่บอกว่าคนนี้คือเพื่อนรักและเพื่อนสนิทอาจจะเหมือนเดิมมั้งแต่ไม่รู้ดิใจผมมันรู้สึกว่าทิมอาจจะสนิทกับคนอื่นมากกว่าผมแล้วก็ได้


“มานั่งทำอะไรตรงนี้วะ”


ผมเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงก่อนจะเห็นไอ้ทิมโผล่ออกมาจากประตู มองมันที่เดินมาทิ้งตัวลงข้างๆก่อนจะตอบคำถาม


“มาอู้งานนิดหน่อยว่ะ ลูกค้าเยอะก็เลยรู้สึกเหนื่อยๆ”


ทิมมันพยักหน้าและจากนั้นเราก็เงียบ ไม่รู้ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่และมันคงไม่รู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่เหมือนกัน ในตอนนั้นที่ผมกำลังจะเริ่มพูดอะไรบางอย่าง ไอ้ทิมมันก็พูดแทรกผมขึ้นมาก่อน


“มึงกับกูยังเป็นเพื่อนรักกันเหมือนเดิมใช่มั้ยวะทาวน์”




TBC...


ไว้เจอกันตอนหน้าเด้อซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไรเหมือนกัน แหะ

ปล.ฝากนิยายหน่อยนะจ้ะขยันเปิดมากเลย แนวพระเอกอายุมากกว่าเป็นสิบๆปี นายเอกก็คือเรียนมหา'ลัย เล่ามากกว่านี้ไม่ได้เพราะอยากให้ไปอ่านกันเอง อิอิ

แบบว่าชื่อเรื่องเพราะมากนะ  ☀ อาคิราฤดี ☀ Yaoi


#นิยายเขาว่ากันว่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.089K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

651 ความคิดเห็น

  1. #567 chanchanchan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 11:23
    ห่างกันไปเลยอึดอัดงี้เหรอ
    #567
    0
  2. #482 Swagjerry (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 14:46
    อย่าอึดอัดใจก้านนนนน น้องงง
    #482
    0
  3. #374 RealThxnB (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 00:39
    เหมือนเดิมสิ~ เพื่อนอะ ห่างกันแค่ไหนก็เพื่อน คุยกันตรงๆไปเลยย
    #374
    0
  4. #370 srppm00k- (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 22:34
    รอค้าาา
    #370
    0
  5. #369 zzzwanmaizzz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 13:30
    เปิดใจคุยกันนะเพื่อนกันมาตั้งนาน
    #369
    0
  6. #367 xxxlilly (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 00:45
    ก็ทิมไปไหนมาไหนกับคนอื่นมากขึ้น เวลาที่ควรอยู่ด้วยกันก็เอาไปให้คนอื่นแทน มันจะรู้สึกห่างก็ไม่แปลก
    #367
    0
  7. #366 raamin0 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 00:23
    เข้าใจน้องนะเพราะเราก็เคยมีอารมณ์​ประมาณ​ว่าเห็นเพื่อน​สนิทไปไหนไปทำอะไรไปสนิทกับคนอื่นแทนเรามันก็น้อยใจอ่ะ​
    #366
    0
  8. #365 myeonz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 22:32
    แงงงงงงงงง รอมาต่อนะคะไรท์
    #365
    0
  9. #364 Mat_AnGel (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 21:40
    ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคนนะ
    #364
    0
  10. #363 Benzreerak (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 21:29
    ฮือออออออออออออออออย่าพากันติดผู้นักสิแงงงงงง
    #363
    0
  11. #362 Airzaa1810 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 21:27
    สู้ๆๆๆนะ เพื่อนกันมีอะไรคุยกันดีๆ
    #362
    0
  12. #361 yuki352010 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 21:20
    กลายเป็นว่าทางเราเครียดเรื่องทิมมากกว่าเรื่องพี่เลยทีเดียว
    #361
    0
  13. #359 Punnipaluelon- (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 23:48
    ร้องไห้แล้วววววว😢😢
    #359
    0
  14. #358 oolinping (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 23:21

    ฮืออออ รอออ
    #358
    0
  15. #357 Small_tiger (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 18:08
    อุบัติเหตุหรอออ ฮืออออออ
    #357
    0
  16. #356 Airzaa1810 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 08:43
    พี่คินเป็นอะไรอ่ะ
    #356
    0
  17. #355 กิ้ก (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 16:03

    ไไม่อยากกินมาม่าน้าาา..

    #355
    0
  18. #352 zzzwanmaizzz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 11:40
    อุบัติเหตุ ไม่สบาย รึอะไร เกิดอะไร๊จึ๊นนน -0-!!!!
    #352
    0
  19. #350 nan19791979 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 08:34
    รอจ้าาาา
    #350
    0
  20. #349 0867513471 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 08:27
    มาเร็วๆ. นะคะ. ไม่มาม่านะขอร้อง. 😂😅
    #349
    0
  21. #348 myeonz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 08:26
    เกิดอุบัติเหตุกับพี่คินรึป่าว?
    #348
    0