.·°∴ ☆.ขอให้ดาวตก Shooting star.·°∴ ☆. {Yaoi}

ตอนที่ 6 : ขอให้ดาวตกครั้งที่ 5 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,572
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 184 ครั้ง
    12 ต.ค. 62

ขอให้ดาวตกครั้งที่ 5


//

แหงนมองดาวบนฟ้าไกล
เห็นเธอเพียงเศษเสี้ยวนาที
ไม่อาจหนีภาพเขาที่เข้ามา

//


โอกาสที่เมฆมอบให้ผมช่างน้อยนิด ผมไม่รู้ว่าการที่เมฆเฉยชาใส่ผมแบบนั้นคือการให้โอกาสกันหรือเปล่าแต่ก็อาจจะใช่เพราะถ้าย้อนกลับไปครั้งแรกที่เมฆรู้ว่าผมชอบมันแย่กว่าตอนนี้ที่กำลังเป็นอยู่หลายเท่าเลยด้วยซ้ำ


ผมไม่เคยคิดเลยว่าการที่จะต้องทำให้ใครสักคนรักมันจะเหนื่อยมากมายขนาดนี้ เอาเถอะถ้าผลสุดท้ายมันออกมาดีก็ถือว่าสิ่งที่ผมยอมเหนื่อยทั้งหมดจะไม่เสียเปล่า


“รีบไปไหนวะศิน ช่วงนี้มึงกลับเร็วตลอดเลย” หยางทักผมขึ้นตอนที่กำลังจะเดินออกจากห้องเรียน ผมจึงหยุดรอให้เพื่อนๆเดินมาหาก่อนจะตอบคำถามของหยาง


“ไม่มีไรหรอก ช่วงนี้เรียนเยอะ มันเหนื่อยๆเพลียๆว่ะ”


“อืม โอเคนะมึง? ช่วงนี้หน้าก็ดูหมองๆด้วย” ภุชงค์มันพลิกตัวผมไปมาเพื่อหาสิ่งผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นกับร่างกายของผม


“โอเคมึง ไม่มีไรหรอก”


“ถ้ามีอะไรบอกพวกเราได้เสมอนะศิน”


ผมพยักหน้าและยิ้มให้ฟ้าที่ใช้มือแตะไหล่ของผมเบาๆ ผมรู้สึกขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้ผมได้มาเป็นเพื่อนกับพวกเขา ถ้าไม่มีทั้งสี่คนเป็นเพื่อนผมก็ไม่รู้จะใช้ชีวิตให้อยู่ยังไงให้มีความสุข


ชีวิตของผมเฝ้าเพียรโหยหาแต่ความรักมาตั้งแต่จำความได้แม้จะไม่เคยได้รับความรักตอบแทนแต่ผมก็ยังคงดิ้นรนโหยหาสิ่งนั้นต่อไป


การที่ได้เป็นคนสำคัญในชีวิตใครสักคนผมว่ามันคงรู้สึกดี การได้รับความรักหรือแม้กระทั่งได้เป็นคนที่ถูกใครสักคนรักคงเป็นอะไรที่ผมจินตนาการไม่ออกเลยเพราะทั้งชีวิตที่เกิดมาผมยังไม่เคยได้รับความรู้สึกที่ว่านั้นสักครั้ง


“อืม ขอบคุณนะ”


ผมยิ้มให้ทุกคนก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้น

 

 

 

 


ผมมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องของเมฆอีกวัน เป็นอีกวันที่ผมต้องยืนนิ่งๆเพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเอง แม้จะโดนเมฆบอกไม่ให้มาหรือห้ามแค่ไหนผมก็ยังดื้อรั้น


ผ่านมาเป็นสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่วันนั้นที่ผมขอโอกาสจากเมฆ ผมมักหาเวลาว่างมาหาเมฆทุกวันและบางวันก็โดนไล่กลับแต่ผมก็ไม่ยอมแพ้


จนกระทั่งวันหนึ่งที่เมฆนิ่งเฉยไม่ไล่ผมกลับแต่เขาก็ไม่ได้ต้อนรับ เมฆเฉยชาเหมือนไม่มีผมอยู่ตรงนั้น ผมได้แต่ยิ้มกับตัวเอง เมฆก็เป็นแบบนี้เวลาเขาไม่พอใจเขาก็จะใช้วิธีนี้เพื่อกดดันคนอื่น


ผมเข้าใจเมฆ ไม่เป็นไรหรอก ถ้าผมพยายามขึ้นอีกนิดเมฆอาจจะเลิกเฉยชากับผมก็ได้


“มีไร” น้ำเสียงห้วนสั้นเวลาที่ต้องเจอกันกลายเป็นเรื่องปกติที่เมฆทำกับผม แรกๆก็เสียใจแต่ผมก็ปรับมุมมองให้เข้าใจเมฆมากขึ้นเลยทำให้ผมยอมรับกับสิ่งต่างๆที่เขาแสดงออกกับผม


แม้มันจะเจ็บแต่ผมก็พร้อมจะเข้าใจ


“กินข้าวรึยัง กูทำให้” ผมถือวิสาสะเดินเข้าไปข้างในห้อง เมฆเบี่ยงตัวหลบ มันไม่ได้ห้ามและนั่นก็เป็นสิ่งที่ผมยังคงรู้สึกดี ลึกๆเมฆอาจจะไม่ได้เกลียดผม มันก็อาจจะแค่โกรธผมอยู่ก็ได้


“ไม่ต้องเสือก” เสียงสั้นห้วนที่ตอบกลับมาทำให้ผมต้องกลืนน้ำลาย ผมสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะหันกลับไปหาเมฆแล้วยิ้มให้กับเมฆที่กำลังยืนมองผมอยู่


“เหอะน่า เดี๋ยวกูทำให้แป๊บเดียว หิวมากใช่ไหมมึงน่ะถึงทำหน้าแบบนั้น” ผมทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องขบขัน ทั้งที่มันไม่มีอะไรน่าหัวเราะด้วยซ้ำ


ข้างในนี้ผมร้องให้มากแค่ไหนใครจะไปรู้ แม้จะยังหัวเราะร่าเริงหรือสามารถยิ้มให้ใครต่อใครได้แต่ในใจผมพังไปแล้วไม่รู้กี่พันครั้ง


เมฆไม่ตอบอะไรนอกจากเดินหายกลับเข้าไปในห้องนอนของมัน ผมได้แต่กล้ำกลืนก้อนสะอื้นที่เริ่มกระจุกมาอยู่ที่คอ กลั้นน้ำตาที่คลอหน่วยเอาไว้ไม่ให้มันไหลลงมา ฝืนฉีกยิ้มอีกครั้งให้แผ่นหลังของเมฆที่หายไปจากสายตาของผม


ผมทำได้ดีที่สุดเท่านี้ ถ้าผมไม่ตื๊อหรือหน้าด้านที่จะทำทุกอย่างให้เมฆ ผมก็คงไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ดีไปมากกว่านี้แล้ว


หลังทำอาหารทุกอย่างเสร็จผมก็เดินมาเคาะประตูห้องของเมฆ ไม่มีเสียงตอบรับหรือคนเปิดประตูให้ ผมเลยตัดสินใจถือวิสาสะเปิดประตูห้องนอนของเมฆและพบว่ามันไม่ได้ล็อคไว้ สิ่งๆนี้แม้มันจะเล็กน้อยผมก็รู้สึกดีใจ ถ้าเมฆเกลียดผมจริงๆแม้แต่ประตูห้องมันคงจะล็อคไม่ให้ผมเข้าไปยุ่มย่าม


ผมเดินเข้าไปในห้องของเมฆที่ไม่ได้ปิดไฟ ผ้าม่านปิดบังแสงสว่างเอาไว้จนมิด ทั้งห้องของมันตอนนี้มืดไปหมด ผมค่อยๆก้าวเดินอย่างเชื่องช้า กลัวว่าถ้าเดินไปชนของในห้องของมันแม้สักอย่างเดียวอาจจะทำให้มันโกรธผมมากกว่าเดิม


ในที่สุดผมก็เดินมาถึงเตียงหลังใหญ่ สายตาที่ปรับให้ชินกับความมืดแล้วมองเห็นเมฆกำลังนอนหายใจเข้าออกสม่ำเสมออยู่บนเตียงกว้าง


ผมค่อยๆทิ้งตัวลงนั่งบนที่นอนให้เบาที่สุด จ้องมองใบหน้ายามหลับใหลของเมฆที่คงไม่รู้ตัวว่าผมแอบเข้ามา เผลอยื่นมือไปลูบแก้มของเมฆแผ่วเบาและต้องตกใจเมื่อมือหนาของคนที่หลับอยู่คว้าข้อมือผมไว้


“ทำอะไร” เสียงของเมฆแหบพร่าและทุ้มต่ำ เขาลืมตาขึ้นในความมืดและกำลังใช้ดวงตาคู่นั้นจ้องมองเข้ามาในตาของผม


“กูทำอาหารให้เสร็จแล้ว หิวรึยัง?”


เมฆยังคงจับข้อมือผมไว้แน่น มันไม่ยอมปล่อยแต่ผมก็ไม่ทักท้วงเพราะเวลาโดนเมฆสัมผัสผมรู้สึกดี


“ยัง”


“อ้อ...งั้นกู..เมฆ!” ผมโดนเมฆฉุดให้ลงมานอนบนเตียงด้วยกัน มันพลิกตัวผมลงข้างล่างก่อนมันจะขึ้นคร่อมอยู่บนตัวผม “มึง..จะทำอะไร”


เมฆไม่ตอบทำเพียงจ้องตาผมนิ่ง ผมไม่กล้าหลบสายตา ไม่กล้าแม้กระทั่งจะหายใจด้วยซ้ำ ใบหน้าของเมฆเคลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆก่อนจะซุกไซร้อยู่กับซอกคอของผม


บางทีถ้าเมฆต้องการผมก็จะคอยเป็นที่รองรับให้กับเขา มันก็ดีที่ผมมียังมีความสำคัญในเรื่องนี้ให้เมฆ ยังดีกว่ากับการที่ไม่มีประโยชน์อะไรต่อเขาเลย


“อือ...เมฆ กูยังไม่ได้อาบน้ำ”


เมฆไม่ตอบ เขายังขบกัดเนื้อผิวและดูดดึงไปเรื่อยๆ ผมปล่อยให้เขาทำตามใจ รอจนกว่าเขาจะพอใจและยอมผละออกไปเอง


“กูยังไม่หิว จะนอน” เมฆผละออกไปในที่สุด เขาบอกผมนิ่งๆ ผมจึงพยักหน้าเข้าใจแต่เมื่อทำท่าจะลุกขึ้น วงแขนใหญ่ของเมฆกลับกอดรัดผมไว้แน่น “จะไปไหน”


“ก็..มึงจะนอน กูไม่กวน”


“ใครสั่งให้มึงไป อย่าสะเออะมารู้ดี อยู่นิ่งๆซะ”


ผมยอมทำตามอย่างว่าง่าย การได้อยู่ในอ้อมกอดที่อบอุ่นของเมฆเป็นสิ่งที่ผมคิดมาตลอดและวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมได้รับอ้อมกอดของเขา แม้ตื่นมาจะต้องเจ็บปวดอีกมากแค่ไหนแต่แค่นี้ก็พอเป็นแรงใจให้ผมสู้ต่อไปอีกหลายวัน




25%



ผมตื่นขึ้นมาก็พบว่าคนที่เคยนอนกอดผมไม่ได้นอนอยู่ข้างกันแล้ว สัมผัสของที่นอนฝั่งเมฆยังคงอุ่นอยู่ เมฆคงลุกขึ้นไปได้ไม่นานคิดได้แบบนั้นจึงคอยๆพยุงตัวเองลุงขึ้นนั่ง ยกมือขึ้นมานวดขมับตัวเองสักพักก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้อง


เมฆกำลังนั่งดูรายการอะไรสักอย่างอยู่ในโทรทัศน์จอใหญ่ภายในห้องของเขา ผมก้าวเดินอย่างเงียบเชียบแต่ถึงอย่างนั้นเมฆก็ยังรับรู้ว่าผมเดินออกมาจากห้องเขาแล้ว


เขาใช้หางตามองผมเพียงแวบเดียวก่อนจะเอ่ยออกมา


“กูหิว”


อ่า...ที่มองก็เพราะหิวสินะ


“เอ่อ...กูไปอุ่นอาหารให้นะ รอแป๊บนึง”


“ห้านาที”


“อืม”


ผมใช้เวลาอย่างรวดเร็วในการอุ่นอาหารให้เขา ตอนนี้เมฆดูปกติผมไม่อยากทำให้เขาอารมณ์เสียเพราะเวลาเขาเป็นแบบนั้นผลร้ายก็มักจะเกิดที่ตัวผมเองเสมอ


ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิดว่าทำไมต้องยอมเมฆขนาดนี้ คงเพราะเมฆคือคนที่ผมเชื่อมั่นว่าจะทำให้มันมารักผมได้ ผมเชื่อว่าเมฆเวลารักใครมันคงรักคนนั้นจริงๆ


ไม่รู้เพราะรักมากเกินไปเลยคิดแบบนี้หรือเพราะรักมากเลยเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่มันอาจจะไม่เกิดขึ้น


จะแบบไหนก็เปลี่ยนแปลงความจริงไม่ได้ว่าผมรักเมฆและเมฆไม่ได้รักผมเลย


“กูทำให้เสร็จแล้ว” ผมเดินมาบอกมันที่นั่งกดมือถืออยู่ ใบหน้าของมันยื้มกริ่มกับหน้าจอโทรศัพท์และเมื่อเงยหน้าขึ้นมามองผมมันกลับหุบรอยยิ้มนั้นลงทันที


นึกถึงเมื่อก่อนที่มันไม่รู้ว่าผมชอบ การได้เห็นรอยยิ้มเมฆเป็นสิ่งที่เห็นได้ง่ายดายสำหรับผม เมฆคนนั้นมักจะมอบรอยยิ้มที่อบอุ่นมาให้ผมเสมอทว่าตอนนี้รอบยิ้มที่ผมคิดถึงกลับไม่เคยปรากฎให้ผมได้เห็นอีกเลยตั้งแต่วันนั้น


วันที่ความสัมพันธ์ของเราเริ่มจะมีเส้นบางๆกั้นกลางพร้อมกับความรู้สึกมากมายที่ผมถาโถมบอกเมฆไป ทุกอย่างคงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว


“ถอย”


ผมหลีกทางให้เมฆเพื่อที่เขาจะได้เดินไปกินข้าวที่ผมเตรียมไว้ให้ ความหวังที่จะได้นั่งกินข้าวด้วยกันสองคนมันไม่มีมานานแล้ว เราไม่เคยได้กินข้าวด้วยกันอีกเลยตั้งแต่สถานะเปลี่ยน ผมเข้าใจ ใครจะอยากกินข้าวกับคนที่ชอบตัวเอง แถมคนๆนั้นอาจจะเป็นคนที่เขาเกลียดไปแล้วก็ได้


คิดอะไรที่บั่นทอนตัวเองก็ยิ่งหมดกำลังใจที่จะสู้ต่อ ผมว่าผมควรกลับไปที่ที่ของตัวเองสักที พรุ่งนี้ผมก็คงมาใหม่เหมือนทุกวันและกลับไปพร้อมใจช้ำๆเหมือนทุกวันเช่นกัน


“กูกลับก่อนนะ พรุ่งนี้เดี๋ยวกูเข้ามา อยากกินอะไรพิเศษไหมบอกกูได้เลยนะ ถ้าคิดไม่ออกตอนนี้ก็ค่อยโทรหรือส่งข้อความมาบอกกูก็ได้”


ผมไม่คิดว่าการยิ้มมันจะเจ็บปวดมากขนาดนี้ ไม่เคยยิ้มแล้วเจ็บมากขนาดนี้เลย มันกลายเป็นแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไรผมก็ยังไม่รู้เลย


เมฆไม่ได้ตอบหรือแม้จะหันมามองผมเขาก็ยังไม่ทำ ผมพูดเองเออเองคนเดียวเสร็จสรรพก่อนจะยิ้มให้กำลังใจตัวเองและบอกลาเขาอีกครั้ง


“กูไปนะ”






ตารางเรียนวันนี้ของผมเรียนถึงแค่สี่โมงเย็นแต่มีวิชาที่ต้องเมคคลาสเวลาเลิกเรียนของวันนี้จึงเปลี่ยนเป็นสองทุ่ม ถ้าเป็นปกติผมคงไม่กังวลแต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ผมบอกกับเมฆว่าจะเข้าไปหาทว่าผมเลิกเรียนดึกและผมยังไม่ได้บอกเขาเรื่องนี้


แต่เขาจะรอผมใช่ไหม เขาอาจจะไม่สนใจด้วยซ้ำว่าผมจะไปหรือไม่ไป ผมกำลังคิดมากเรื่องอะไร เรื่องที่ตัวเองมโนไปเองว่าเขารอหรือเรื่องที่กลัวว่าจะไม่ได้ไปหาเขา


คงเป็นเรื่องหลังเพราะถ้ามองตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นเมฆไม่มีทางรอผมหรอก ผมที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเขาเลย ไม่มีค่าที่จะต้องให้เขารอด้วยซ้ำ


“ศิน เป็นไรวะทำไมทำหน้างั้น” 


ภุชงค์ที่นั่งข้างๆผมทักขึ้น ไม่รู้ว่าผมแสดงสีหน้ายังไงออกไป มันคงแย่จนเพื่อนสังเกตุได้เลยถามผมแบบนั้น พอภุชงค์ทักคนอื่นก็หันมามองผมกันหมด ผมเลยต้องยิ้มส่งให้เพื่อนๆบอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรทั้งที่ใจอยากจะเล่าหรือระบายให้ใครสักคนฟังจะแย่แล้ว


แต่ผมรู้ว่าการที่จะพูดไปมันไม่ง่ายเหมือนที่ใจคิดขนาดนั้น ผมไม่รู้ว่าผลลัพธ์หลังจากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเสร็จจะเป็นยังไง ผมคงยอมรับไม่ได้ถ้าเพื่อนมองผมด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิม


“ไม่เป็นไรน่า มองอะไรกันเนี่ย”


“แน่นะมึง” ภุชงค์ถามย้ำ


“ศินมีอะไรก็เล่าได้เลยนะหรือถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไรแต่พวกเราจะอยู่ข้างศินเสมอนะ” ฟ้าพูดพร้อมส่งยิ้มมาให้ 


ทุกคนพยักหน้าตามคำพูดของฟ้า ผมได้แต่ตื้นตันใจ กลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ ไม่แสดงความอ่อนแอให้เพื่อนเห็น ผมไม่อยากให้เพื่อนเป็นห่วงผม


“อือ ขอบคุณนะแต่เราไม่เป็นอะไรจริงๆ” ผมตอบกลับไป ทุกคนยังคงมองผมเหมือนจะไม่เชื่อแต่ก็ไม่มีใครเซ้าซี้ คงรู้ว่าผมจะไม่ง้างปากพูดอะไรแน่ๆเลยพากันหันกลับไปสนใจอาจารย์หน้าห้องเหมือนเดิม


ก็ดีแล้ว ขอแค่เชื่อในสิ่งที่ผมอยากให้เชื่อก็พอจะได้ไม่ต้องมาเสียใจและรู้สึกไม่ดีกับการกระทำของผมไปด้วย


ตลอดเวลาของการเรียนผมยังคงนั่งกังวลเรื่องของเมฆแต่ก็พยายามเก็บอาการไม่ให้แสดงออกทางสีหน้ามากเกินไปเพราะรู้ว่าตอนนี้เพื่อนผมเริ่มระแคะระคายและสังเกตุผมมากกว่าปกติ


ผมยังคงทำตัวเหมือนเดิม พูดคุย ยิ้มแย้มและหัวเราะเหมือนปกติ ความจริงมันไม่มีอะไรเหมือนเดิมสักเท่าไรก็แค่ฝืนทำไปเพื่อให้เพื่อนเห็นว่าผมยังเหมือนเดิม


ในที่สุดเวลาอันเชื่องช้าก็ผ่านไป อาจารย์ปล่อยพวกเราตอนหนึ่งทุ่มสี่สิบ ทุกคนในห้องเริ่มเก็บของเพื่อที่จะรีบกลับห้องของใครของมัน 


ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นแต่ทว่าจุดหมายปลายทางเป็นห้องของเมฆที่ไม่รู้ว่าเขาอยู่หรือเปล่า


ผมได้ยินเสียงเพื่อนเรียกแว่วๆได้แต่โบกมือลาพวกมันทุกคน ขืนช้ากว่านี้ผมคงถึงห้องของเมฆดึกแน่ๆ


ใช้เวลาเดินทางเกือบครึ่งชั่วโมงผมก็มายืนอยู่หน้าห้องของเมฆจนได้


“มาทำไม”


เขา...อารมณ์ไม่ดีหรือเปล่านะ ผมรู้สึกว่าเมฆหงุดหงิดมากกว่าทุกวันที่ผมมาหาเขา


“มาหามึง”


“กลับไป”


“กูขอเข้าไปหน่อย แป๊บเดียวก็ได้”


“ดื้อด้าน”


“อือ ขอเข้าไปหน่อย ไปด่ากูต่อในห้องก็ได้”


เมฆทำหน้าหงุดหงิดมากยิ่งกว่าเดิมส่วนผมก็คงดื้อรั้นจะเข้าไปข้างในให้ได้ มันคงรำคาญผมเต็มทนเลยเดินหนีไปดื้อๆอีกทั้งยังไม่ยอมปิดประตูห้อง เป็นแบบนี้ผมคงไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยออกไป ก้าวขาเข้าไปในห้องของมันพร้อมกับปิดประตูให้เสร็จสรรพ มันจะได้ไม่ต้องมาบ่นผมทีหลังอีก


“กินข้าวยัง กูทำให้นะ”


“เสือก”


ก็รู้ว่าจะได้คำตอบทำนองนี้แต่ยังดันทุรังจะพูดกับเมฆมันให้ได้ ดีที่มันยังตอบอะไรผมบ้างไม่เงียบเป็นเป่าสากเหมือนวันแรกๆก็ถือว่าดีแล้ว


ผมไม่ถามเซ้าซี้ให้มันรำคาญใจอีก เลือกที่จะเดินเข้าไปดูในครัวเองคงดีกว่าและก็พบว่าครัวยังคงว่างเปล่า ไม่มีขยะและไม่มีจานชามตั้งไว้เพื่อรอล้างหรือเมฆจะกินจากข้างนอกมาแล้ว ผมควรจะกลับไปถามมันอีกรอบดีไหม


ทางเลือกที่ผมเลือกคือการถามให้รู้เรื่องเพราะถ้าทำอะไรไปโดยที่มันกินข้าวจากข้างนอกมาแล้วกับข้าวของผมคงไม่มีความหมายและเดาไม่ได้เลยว่าเมฆมันจะเอาไปเททิ้งหรือเปล่า


“เมฆ ตกลงมึงกินข้าวหรือยัง”


“ยุ่ง”


“เออ ถ้ายังกูจะทำให้”


“ธุระของมึงหรือไง ถ้าไม่ใช่ก็อย่าเสือก”


“แล้วมึงบอกกูดีๆไม่ได้รึไงวะ”


“แล้วทำไมกูต้องบอกมึงดีๆด้วย คนที่เข้าห้องคนอื่นมาทั้งๆที่เจ้าของห้องไม่ได้เชิญสมควรที่จะได้รับคำพูดดีๆเหรอ?”


ผมหายใจเข้าออกอย่างรุนแรง ผมไม่รู้หรอกนะว่ามันไปหงุดหงิดอะไรมาแต่แค่พูดดีๆกับผมสักครั้งมันยากมากขนาดนั้นเลยใช่ไหม


“กูขอโทษแล้วกันที่เสือกเข้ามายุ่งเรื่องของมึง”


“รู้ตัวก็ดี”


“แต่ที่ทำไปก็เพราะกูชอบมึงไง กูก็บอกมึงไปแล้ว”


“มึงหุบปากแล้วหยุดพูดคำนั้นสักที คำว่าชอบที่มึงยัดเยียดมาให้กูมึงคิดว่ากูอยากได้มากหรือไง” เมฆเดินมาหยุดลงตรงหน้าผม เรากำลังประจันหน้ากัน สบสายตากันโดยที่ไม่มีใครยอมใคร “มึงถามตัวเองนะว่าสิ่งที่มึงทำมาทั้งหมดกูอยากได้ไหม กูเคยเรียกร้องจากมึงสักครั้งไหม เลิกยัดเยียดสิ่งที่มึงคิดว่าดีมาให้กูสักที มันน่ารำคาญ”


“แล้วคนอย่างกูไม่มีสิทธิ์ชอบมึงหรือไงวะ!”


“มึงมีความสุขเหรอศิน” เมฆยิ้มเหยียด ดวงตาของมันมองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะวกขึ้นมาสบตากับผมอีกครั้ง “ตั้งแต่มึงบอกชอบกูมึงมีความสุขไหมล่ะ?”


ผม...ไม่แน่ใจว่าความสุขที่เกิดขึ้นคือความสุขที่แท้จริงหรือแค่ความสุขจอมปลอมที่กำลังหลอกตัวเองอยู่


“กู...”


“เหอะ มึงยังตอบไม่ได้เลยว่าตัวเองมีความสุข”


“กูมี กูมีความสุขเวลาได้อยู่กับมึง กูมีความสุขตอนที่ได้ทำอะไรให้มึง กูมีความสุขเมฆ มีความสุขที่ได้ชอบมึง”


“เหรอวะ? มึงแน่ใจนะ?”


“กูแน่ใจและกูจะทำแบบนี้ต่อไปถึงแม้มึงจะไล่กูหรือด่ากูก็ตาม กูไม่ยอมแพ้หรอก กูเชื่อว่ากูจะทำให้มึงรักกูได้”


“ตลกว่ะ ขนาดมึงยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าตอนนี้กำลังรู้สึกยังไง มึงหลอกกูได้ศินว่ามึงมีความสุขแต่มึงหรอกตัวเองไม่ได้หรอก อะไรที่ฝืนมันไม่มีทางมีความสุขหรอกว่ะ”


“มึงจะไปรู้อะไร”


“แน่นอนว่ากูไม่รู้ แต่มึงเชื่อไหมว่าศินคนเดิมที่กูรู้จักมันมีความสุขมากว่าศินที่อยู่ตรงหน้ากูซะอีก”


ผมได้แต่นิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบโต้และเมฆก็ไม่ได้รอให้ผมพูดอะไร เขาเดินเข้าไปในห้องนอนของเขาทันทีหลังจากพูดประโยคนั้นจบ


มันทำให้ได้คิดแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะปัดทุกอย่างทิ้ง ผมไม่ได้หลอกตัวเอง ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่มันทำให้ผมมีความสุข


การชอบเมฆคือความสุขของผมในตอนนี้จริงๆ




100%


หายไปนั่งทำอารมณ์มาหลายเดือนเลย แหะๆ เราอยากเขียนเรื่องนี้มากแต่อย่างที่บอกว่าไม่ถนัดเลยพยายามจะเขียนให้ดีที่สุด มันยากสำหรับเรามากเลย พอเขียนเรื่องนี้ก็รู้สึกดิ่งตามเรื่องอีก แงง หวังว่าจะยังมีคนอ่านนะคะ ดีไม่ดียังไงบอกกันได้น้า ขอบคุณทุกๆคนมากค่าา


แฮชแท็ก #ผมขอให้ดาวตก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 184 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #80 Aangun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 21:42
    หน่วงที่ใจจริงๆ กลับมาต่อที~~~~
    #80
    0
  2. #77 HappyPlankton (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 01:34
    รอออออ
    #77
    0
  3. #75 oilmb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 02:37
    คือปี63คนมารอเต็มเลยค่าไรท์แงงงงง
    #75
    0
  4. #73 wannapakongkaew (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:14

    อย่าม่าเยอะนะสงสารศิน อยากให้ศินถอยออกมามันเหนื่อยเกินเหมือนไร้ค่ามาก
    #73
    0
  5. #72 Patcharee_AP (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:44
    รออออออ
    #72
    0
  6. #71 kai_Hathaipat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 14:57

    มาต่ออีกน้าารออ่านอยู่
    #71
    0
  7. #67 pla0415 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 20:11
    มาต่อเร็วๆ มาต่อเลื่อยๆเถอะนะ ขอร้อง อยากอ่านมาก รอนานจนลืมเนื้อเรื่องต้องวกกลับไปอ่านใหม่ สนุก แต่อย่าดราม่าเยอะนะสงสารศิน
    #67
    0
  8. #66 Myppk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 10:24
    เราอยากให้ไรท์อัพเรื่องนี้บ่อยๆค่ะ เราชอบเรื่องนี้ของไรท์มากๆเลยค่ะ สู้ๆนะคะไรท์
    #66
    0
  9. #65 mpriaw9320 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 19:16
    คุณไรท์ ช่วยแต่งต่อนะคะอย่าดองน้องงง
    #65
    0
  10. #64 mpriaw9320 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 19:15
    เขาไม่รัก พอดีกว่าไหม
    #64
    0
  11. #63 tik949 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 13:43
    กลับมารักตัวเองดีกว่ามั้ยศิน ทำดีให้ตายถ้าเขาไม่รักมันก้อไร้ค่า
    #63
    0
  12. #62 ao_Sumaree (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 05:53

    พอเถอะศิน เก็บใจซ้ำๆของเรากลับมา
    #62
    0
  13. #60 Wolf land (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 23:16
    หน่วงงงง
    อย่าฝืนเลยยยยยย
    #60
    0
  14. #56 happinessgirll (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 15:50
    พอได้แล้วว อย่าพยายามอะไรกับคนแบบเมฆเลยนะ ฮือ
    #56
    0
  15. #54 kai_Hathaipat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 23:48

    สงสารน้องงงอย่าฝืนตัวเองไปมากกว่านี้เรยถ้าไม่ไหวก้อถอยออกมา
    #54
    0
  16. #53 ลมมรณะ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 03:57

    สงสารน้องงง คือน้องพยายามมากเข้าใจนะว่ารักเเต่ปล่อยอีเมฆไปเถอะลูก
    #53
    0
  17. #51 WariyaPongsai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 15:00
    สงสารน้องๆๆๆ ถ้าไม่ไหวก้ออย่าฝืนนะ
    #51
    0
  18. #49 MyOxygen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 22:20
    โอยยยยยสงสาร อ่านผ่านๆ ก่อนนะคะหน่วงมาก (สำหรับเรา) เราอ่านของคุณนักเขียนทุกเรื่องนะ รอให้อะไรคลี่คลายกว่านี้จะเริ่มอ่านแบบจริงจังค่ะ คุณนักเขียนสู้สู้นะคะ คนอ่านอย่างเราก็จะสู้เหมือนกันค่ะ
    #49
    0
  19. #48 godxmeii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 14:29
    เห้อออออ น้องอยู่กับความจริงดีกว่า แงงง้้้
    #48
    0
  20. #47 Nannatcha1111 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 14:08
    หน่วงมากแม่
    #47
    0
  21. #46 apasara31119 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 13:05
    ฮืออออสงสารน้องงง. รีบมาต่อน้าา. เราอะไรแบบนี้จังเลยหน่วงดี
    #46
    0
  22. #45 PunchyyyMNSN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 12:51
    ถ้ามันไม่ใช่ที่ของเราก็ออกมาเถอะลูกกก//ชอบภาษาไรท์มากเลย สู้ๆค้าบบบบบบ
    #45
    0